แห่ฟ้องกลับ ไก่อูรับ-ผังล้มเจ้ามั่ว

เผยคำแถลงกลางศาล โบ้ยสื่อขยายผลไปเอง นปช.บี้มาร์คเลิกป้ายสี “โรเบิร์ต”ผวาปฏิวัติอีก!


ไล่ธาริต – ม็อบเสื้อแดงบุกไปชูป้ายประท้วงหน้า ดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒ นะ เพื่อขับไล่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ระบุทำตัวไม่เป็นกลาง จ้องเล่นงานแกนนำเสื้อแดง เมื่อ 26 พ.ค.

เปิด เอกสาร “เสธ.ไก่อู” ยอมรับกลางศาล “แผนผังล้มเจ้า” ฉบับศอฉ.เกิดขึ้นเพราะ “ความเชื่อมั่น” ว่ามีกลุ่มจ้องล้มสถาบันและต้องการชี้แจงว่า “ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์” ไม่เคยโทร.มาสั่งการศอฉ. ส่วนบรรดารายชื่อบุคคลต่างๆ รวมถึงคู่กรณีที่ยอมความกันในชั้นศาลอย่าง “สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ” อ.จุฬาฯ ที่ถูกจับใส่ไปในผังด้วยนั้นไม่ได้หมายความว่ามีส่วนร่วมล้มล้างเบื้องสูง เพียงแค่ต้องการเชื่อมโยงชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของแต่ละคน โบ้ยสื่อเอาไปขยายผลกันเองจนเลยเถิด ด้าน “ไก่อู” โต้พัลวัน ยันผังล้มเจ้าศอฉ.ไม่ได้เป็นแค่ความเชื่อเฉยๆ แต่ได้มาจากข้อมูลหน่วยความมั่นคง ฝ่ายนปช.ฮึ่มขู่ฟ้องกลับศอฉ.แน่ ฐานใส่ร้ายเป็นขบวนการล้มเจ้า บี้ “มาร์ค” แสดงความรับผิดชอบ ขณะที่ “สุธาชัย” หนุนเหยื่อผังล้มเจ้าฟ้องกลับ เพราะกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐาน สอนมวย “ธาริต” ดีเอสไอต้องเป็นกลาง

เทือกปัดชี้”เจ๊ปู”ก่อการร้าย

เมื่อ เวลา 08.45 น. วันที่ 26 พ.ค. ที่ทำ เนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิ การพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่าไปกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ก่อการร้าย ว่า นายพร้อมพงศ์จีบปากจีบคอพูดไป แต่สื่อฟังมาตลอดว่าตนไม่เคยพูดถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างนั้น แต่พูดถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ พวกที่ตกเป็นผู้ต้อง หาก่อการร้ายจริงๆ ตนพูดถึงคนเหล่านี้เท่านั้น แต่นายพร้อมพงศ์บิดเบือน และสื่อยังอุตส่าห์ไปเอามาลง ตนเห็นใจประชาชนในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง มีการบิดเบือนข้อความต่างๆ

นายสุเทพ ระบุว่า ดีใจที่วันนี้เห็นข่าว น.พ. เหวง โตจิราการ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิป ไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ไปแจ้งความดำเนินคดีตนต่อกองปราบปราม และนายณัฐวุฒิยื่นร้องต่อกกต. ตนจะได้เอาความจริงไปพิสูจน์ในศาล เอาความจริงไปพูดเพื่อบ้านเมืองและจะสู้คดีให้ปรากฏ คิดว่าดีเหมือนกันเมื่อนำคดีขึ้นสู่ศาล หรือไปร้องกับกกต. ตนอยากจะเรียกร้องกกต.ว่านั่งทำอะไรอยู่ เพราะวันนี้มีพรรคการเมืองและมีมวลชนจัดตั้งมาข่มขู่คุก คามทุกวัน ทำงานร่วมกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่กันเป็นอันหนึ่งอัน เดียว กัน แบ่งหน้าที่กันทำ อีกกลุ่มหนึ่งเล่นบทโอด โอย อีกกลุ่มเล่นบทคุกคามข่มขู่ทุกวัน อย่างนี้มันสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ถือว่าผิดหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนขณะนี้การเมืองทั้งหมดกำลังต่อสู้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายสุเทพ ตอบว่า พรรคเพื่อไทยและเสื้อแดงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาจากรากเหง้าเดียวกัน ทำงานโดยมีเป้าหมายที่จะได้มาซึ่งอำนาจรัฐ โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องและครรลองประชาธิปไตย

ปชป.โต้จัดตั้ง”แดงเทียม”

เวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯ ระบุหากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงที่ จ.อุดรธานี จะไม่มีคนเสื้อแดงไปก่อกวน แต่ขอให้ระวังการสร้างคนเสื้อแดงเทียมมาป่วนกันเองว่า การพูดดังกล่าวแสดงว่า คนที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงและมีบทบาทสมัครรับเลือกตั้ง สามารถสั่งการให้คนเสื้อแดงก่อกวนหรือไม่ก่อกวนที่ไหนก็ได้ ซึ่งเมื่อ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างนายอภิสิทธิ์เดินทางหาเสียงที่ จ.สมุทรสาคร มีกลุ่มคนเสื้อแดงมาป่วน ตนจึงอยากให้นายขวัญชัยไปทำ ความเข้าใจกับคนเสื้อแดงไม่ให้ก่อกวนอีก เพื่อรักษาบรรยากาศการหาเสียง

“การ ที่นายขวัญชัยกังวลว่าจะมีการสร้างแดงเทียมมาสวมรอยก่อกวนการหาเสียง ขอยืนยันว่ารัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีพฤติกรรมดังกล่าว ไม่ทราบว่านายขวัญชัยเคยมีพฤติกรรมเช่นนี้หรืออย่างไร จึงตั้งข้อสังเกตลักษณะนี้ออกมา” นายองอาจ กล่าว

“24มิถุนา”บุกไล่”ธาริต”

เวลา 12.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย แนวร่วมคนเสื้อแดง นำโดยนายทรงชัย วิมลภัตรานนท์ เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกเพื่อขอให้ว่าที่นายกฯ และรัฐมนตรียุติธรรมในรัฐบาลหน้า ปลดนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมปฏิรูปองค์กร โดยมีพ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง

เนื้อหาในจดหมาย ระบุว่า ไม่พอใจบทบาทการทำงานของดีเอสไอหลายข้อ เช่น กรณีที่ดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับคดีก่อการร้ายและคดีหมิ่นสถาบัน โดยมองว่าดีเอสไอเร่งดำเนินคดีหมิ่นสถาบันตามกระแสกดดันของกองทัพที่ออกมา ฟ้องร้องคดีกับแกนนำนปช. นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมวางตัวไม่เป็นกลางเร่งรัดดำเนินคดีกับแกนนำคนเสื้อแดง โดยเฉพาะแกนนำที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง มีความพยายามโยงคดีคนเสื้อแดงกับแผนผังล้มเจ้า รวมถึงคัดค้านการประกันตัวและการขอถอนประกันแสดงถึงเจตนารังแกคนเสื้อแดง ส่งผลให้ภาพลักษณ์องค์กรเสียหาย เสื่อมความน่าเชื่อถือ จึงเห็นควรให้ปลดนายธาริตออกจากตำแหน่ง

“เหตุที่ออกมาเรียกร้อง วันนี้ เพราะทนไม่ได้ที่เห็นนายธาริตใช้กฎหมาย 2 มาตรฐาน ไม่เป็น กลาง” นายทรงชัย ประธานกลุ่ม 24 มิถุนาฯ กล่าว

30พ.ค.-นัดชุมนุมหน้าคุก

ด้าน พ.ต.ท.ถวัล กล่าวว่า จะรับเรื่องไว้พิจารณา ส่วนการดำเนินคดีล้มเจ้ากับนปช. ทั้ง 19 คน ซึ่งดีเอสไอนัดให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกันในวันที่ 2 มิ.ย. นั้น คาดว่าผู้ถูกกล่าวหาอาจขอเลื่อนนัด โดยอ้างเหตุการลงสมัครเลือกตั้งส.ส. ซึ่งพนักงานสอบสวนจะพิจารณาว่ามีเหตุผลสมควรหรือไม่ หากพิจารณา แล้วเห็นว่าไม่สมควรเลื่อนนัดก็จะออกหมายเรียกอีกครั้งให้มารับทราบข้อหาดัง กล่าว แต่หากยังไม่มา จะขออำนาจศาลออกหมายจับทันที

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ระหว่างการยื่นจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว มีมวลชนกลุ่ม 24 มิถุนาฯ จำนวนหนึ่ง ชุมนุมอยู่ด้านหน้าสำนักงานดีเอสไอ พร้อมส่งเสียงตะโกนขับไล่นายธาริต และ ชูป้ายข้อความ หยุดใช้ม.112 คุกคามประชาชน, หยุดใช้ ม.112 เป็นเครื่องมือทางการเมือง, ปลดธาริต และตะโกนคำว่า “ข้าราชการที่ดีต้องไม่รังแกประชาชน” นอกจากนั้น ยังจัดกิจกรรมเดินแฟชั่นโชว์ถือป้ายประท้วงขับไล่ธาริตด้วย

ทั้งนี้ หลังจากกลุ่ม 24 มิถุนาฯ แยกย้ายได้จัดหมายรวมตัวกันที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯอีกครั้งในวันที่ 30 พ.ค. เวลา 10.00 น. เพื่อวางดอกกุหลาบแดง เนื่องในวันครบรอบ 1 เดือน การควบคุมตัวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้นำกลุ่มอีกด้วย

“สุธาชัย”หนุนฟ้อง”ผังล้มเจ้า”

ส่วน ความคืบหน้ากรณีนายสุธาชัย ยิ้มประ เสริฐ อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ว่า ถอนฟ้องนายอภิสิทธิ์ นายกฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) และพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อดีตโฆษกศอฉ. หลังจาก พ.อ.สรรเสริญยอมรับต่อศาลอาญาระหว่างการประนีประนอมยอมความว่า การเผยแพร่รายชื่อบุคคลในเครือข่ายแผนผังล้มเจ้าของศอฉ. เมื่อปีก่อนนั้นเกิดขึ้นจากความเชื่อ อีกทั้งไม่เคยแถลงว่าบุคคลในรายชื่ออยู่ในขบวนการล้มเจ้า แต่สื่อนำไปขยายผลขยายความต่อเอง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในล้อมกรอบ)

ช่วง บ่ายวันที่ 26 พ.ค. นายสุธาชัยให้สัม ภาษณ์เพิ่มเติมว่า แม้ตนยอมถอนฟ้องเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว แต่ขอเชียร์ถ้าผู้ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับเรื่องนี้จะฟ้องกลับ เพราะเป็นที่แน่ชัดว่าเป็นการกล่าวหาปราศจากหลักฐาน เรื่องนี้เราฟ้องได้เลยไล่ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และพ.อ.สรร เสริญ รวมถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ในข้อหาเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กล่าวหา กลั่นแกล้งโดยไม่มีหลักฐาน ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย และฟ้องคดีอาญาได้

จวก”ธาริต”ไม่เป็นกลาง

นาย สุธาชัยกล่าวว่า การที่นายธาริตรับลูกอำนาจรัฐมากล่าวหาใส่ร้ายโดยไม่มีหลักฐาน แสดงให้เห็นว่านายธาริตในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐทำตัวโอเวอร์แอ๊กติ้งมากไป รับใช้การเมืองจนเกินงาม ทุกวันนี้ไม่มีใครมองเห็นดีเอสไอว่าเป็นกลางอีกแล้ว ทั้งที่องค์กรนี้ต้องเป็นองค์กรที่เป็นกลาง เป็นองค์กรที่ทำคดีพิเศษ ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นองค์กรรังแกประชาชน และใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล

อาจารย์จุฬาฯ เหยื่อผังล้มเจ้า ชี้อีกว่า การที่ ศอฉ.ยอมรับว่าขบวนการล้มเจ้าไม่มีจริง จะมีผลต่อคดีล้มเจ้าอื่นๆ ด้วย กล่าวคือจะนำผังล้มเจ้าไปอ้างในกรณีต่างๆ ไม่ได้แล้ว เพราะขบวน การล้มเจ้าไม่มีตัวตนอยู่จริง ส่วนกรณีนายธาริต ออกหมายเรียก 19 แกนนำ นปช.ข้อหาล้มเจ้านั้นตนไม่ทราบว่าดีเอสไอใช้หลักฐานอะไร ถ้าใช้ผังล้มเจ้านี้ไปอ้างคดีคงขาดน้ำหนัก ยกเว้นแต่ว่าจะใช้หลักฐานอื่น ซึ่งโดยส่วนตัวไม่คิดว่าดีเอสไอจะมีหลักฐานอื่นอีก

“ตอนแรกที่รู้ว่า มีชื่อติดอยู่ในผังล้มเจ้าผมรู้สึกเฉยๆ เพราะรู้ว่าไม่มีจริงตั้งแต่ต้น และผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เมื่อถูกกล่าวหาก็ต้องฟ้องเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม 1 ปีที่ผ่านมาลำบากมาก เพราะต้องเสียเวลาเดินทางไปให้ปากคำต่อศาลอยู่ตลอด” นายสุธาชัยกล่าว

นปช.ฮึ่ม-ฟ้องกลับศอฉ.

นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำนปช. และหนึ่งในผู้ถูก ศอฉ.กล่าวหาว่าอยู่ในแผนผังการล้มเจ้า กล่าวว่า หลังจากนายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์จุฬาฯ เปิดเผยเอกสารกรณีพ.อ.สรรเสริญ อดีตโฆษกศอฉ. ลงนามยอมความกรณีผังการล้มเจ้านั้น เรื่องนี้ตนปรึกษากับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เห็นตรงกันว่าเราต้องฟ้องกลับแน่ เพราะเป็นการกล่าวหาเลื่อนลอย ทำไปตามความเชื่อ ไม่มีหลักฐาน ส่วนจะเป็นใครบ้าง และยื่นฟ้องวันไหน จะประกาศให้ทราบอีกที

นายขวัญชัยเผยด้วยว่า พวกตนไม่ได้รู้สึกซีเรียสที่ดีเอสไอเรียกไปรายงานตัววันที่ 2 มิ.ย.นี้ นายธาริต อธิบดีดีเอสไอไปฟังและรับใช้นายสุเทพ รองนายกฯ มากไป เรื่องผังล้มเจ้ายืน ยันว่ามันไม่มีจริง การที่พ.อ.สรรเสริญลงนามยอมความมันพิสูจน์ชัด อีกทั้งนายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก็เคยพูดว่า ผังล้มเจ้าไม่มีจริง เชื่อว่าวันที่ 2 มิ.ย. ที่จะเรียกพวกตนไปรายงานตัวจะเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนดเพราะไม่มีหลักฐาน ถ้าเรียกพวกตนไปจริงนายธาริตเองจะเสียคน เพราะตอบสังคมไม่ได้

ขอเลื่อนรับข้อหา”ล้มสถาบัน”

นาย คารม พลทะกลาง ทนายความแกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีพ.อ.สรรเสริญยื่นเรื่องขอไกล่เกลี่ยกรณีนายสุธาชัย อาจารย์จุฬาฯ ยื่นฟ้องในข้อหามีชื่อในผังล้มเจ้า ว่า สิ่งที่พ.อ.สรร เสริญยอมรับว่าเรื่องผังล้มเจ้าเป็นเรื่องจินตนา การทั้งหมด ซึ่งแกนนำ นปช.ที่มอบหมายให้ตนเป็นทนายความได้หารือกันแล้วว่า จะต้องยื่นฟ้องกลับในข้อหาหมิ่นประมาทกับกลุ่มบุคคลที่ให้ข่าว รวมทั้งดีเอสไอ ตั้งแต่อธิบดี ไปจนถึงคณะทำงาน ที่แจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นสถาบันกับแกนนำด้วย เพราะเท่ากับว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้พยานหลักฐานที่ไม่มีความน่า เชื่อถือ มีเจตนานำข้อหาร้ายแรงมากลั่นแกล้งทางการเมือง สำหรับพ.อ.สรรเสริญได้แจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทไปแล้ว แต่ต้องดูว่าเมื่อเป็นอย่างนี้จะฟ้องดำเนินคดีได้เลยหรือไม่ ทั้งนี้ คณะทำงานด้านกฎหมายจะประชุมหารือกันอีกครั้งในวันที่ 28 พ.ค.

นาย คารมกล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีดีเอสไอมีหมายเรียกแกนนำ นปช.ไปรับทราบข้อกล่าวหาล้มสถาบันในวันที่ 2 มิ.ย. ทางทีมกฎหมายจะทำหนังสือยื่นต่อดีเอสไอเพื่อขอให้เลื่อนวันรับทราบข้อกล่าว หาไปก่อน เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงประกาศพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง การที่ดีเอสไอกำหนดช่วงเวลานี้อาจส่งผลเสียหายต่อคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย ได้ เพราะแกนนำหลายคนลงสมัครส.ส. จึงจะขอให้เลื่อนไป

ใช้คำ”ไก่อู”ประกันแกนนปช.

นาย คารมให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนกรณีนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าแกนนำ นปช.เผาบ้านเผาเมือง ทางแกนนำนปช.ทั้งที่เป็นผู้สมัคร ส.ส.และไม่ได้เป็น ในฐานะที่เป็นผู้เสียหายโดยตรง จะไปยื่นหนังสือต่อกกต. เพื่อให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวว่าเข้าข่ายจงใจใส่ร้ายให้เข้าใจผิดในคะแนน นิยมหรือไม่ โดยเฉพาะนายสุเทพเป็นผู้ที่รู้ว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง และเป็นกรรมการบริหารพรรค จึงอาจมีความผิดถึงขั้นยุบพรรคได้

“จาก นี้ทีมทนายความจะเร่งยื่นเรื่องขอประกันแกนนำทั้งหมดอีกครั้ง ทั้งนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายนิสิต สินธุไพร และคนอื่นๆ ที่ถูกคุมขังด้วยข้อหาล้มสถาบัน โดยจะนำความสารภาพของพ.อ.สรรเสริญยื่นประกอบ เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าข้อหาทั้งหมดเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง และขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งหมด” ทนายนปช.กล่าว

“โรเบิร์ต”หวั่นปฏิวัติอีกรอบ

นาง ธิดา โตจิราการ รักษาการประธานนปช. ให้สัมภาษณ์ระหว่างหารือร่วมกับนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ฮ่องกง ว่า การพบปะวันนี้พูดคุยถึงคดีความที่ นปช.เคยยื่นฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ “ไอซีซี” ไปแล้วในประเด็นรัฐบาลใช้กำลังทหารปราบคนเสื้อแดง แต่เรื่องกลับไม่คืบหน้าอย่างที่คิด จึงต้องมาหารือว่าจะทำอย่างไรต่อ และเตรียมรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำเสนอต่อศาลเร็วๆ นี้ รวมถึงคดีอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในเดือนเม.ย.-พ.ค.ปี 2553 เนื่องจากพวกเราไม่อาจนิ่งเฉยต่อพฤติกรรมที่ไม่เป็นนิติรัฐ นิติ ธรรม แก่ประเทศชาติได้

“ความพยายามขัดขวางการเลือกตั้งที่ตราหน้าว่าเรา เป็นผู้ก่อการร้าย หรือเอาเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาอ้าง พอไม่ได้ผลก็ยกเรื่องล้มเจ้ามาใส่ความ อยากถามจริงๆ ว่าท่านโกรธเกลียดอะไรเสื้อแดงนัก ทำไมไม่กล่าวโทษเป็นรายบุคคลว่าใครเคยทำอะไร พูดอะไรก็ว่าไปตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่เหมารวม” นางธิดากล่าว

นอกจากนี้ นางธิดากับนายอัมสเตอร์ดัมยังพูดคุยถึงคำตัดสิน ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 2 มิ.ย. กรณีสมาชิกเสื้อแดง 17 คนถูกข้อกล่าวหาว่ามีท่าทีแสดงถึงการเป็นพวกล้มเจ้า ระหว่างการขึ้นปราศัยร่วมกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ เมื่อ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา นายอัมสเตอร์ดัมกล่าวว่า “เหตุ การณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแทรกแซงทางการเมืองโดยกองทัพไทย และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งไม่มีหน้าที่รับผิดชอบอันเกี่ยวข้องด้วยเลย และผลของการดำเนินคดีนี้อาจนำไปสู่รัฐ ประหารรอบ 2 ก็เป็นได้”

“ธิดา”ลั่น-เลิกประนีประนอม

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีความเห็นอย่างไรกับ ต่อกรณีนายสุธาชัย อาจารย์จุฬาฯ ถอนฟ้องคดีผังขบวนการล้มเจ้าต่อนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และพ.อ.สรรเสริญ นางธิดา ตอบว่า ที่ฝ่ายรัฐ บาลต้องออกมายอมรับถึงแผนผังดังกล่าวว่าเป็นแค่การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของ บุคคลที่มีชื่อปรากฏอยู่เท่านั้น ไม่ได้หมายรวมว่าคนในรายชื่ออาจเกี่ยวข้องกับ “ขบวนการล้มเจ้า” อย่างที่เคยเข้าใจ เพราะไม่เป็นความจริงตั้งแต่แรก คิดเอาความผิดมาใส่ร้ายป้ายสี โดยการสร้างเรื่องเป็นฉาก แล้วจับผู้บริสุทธิ์ไปคุมขัง นี่คือการกระทำของบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำของประ เทศแล้วหรือ อยากให้สื่อ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และประชาชนคนไทยได้ทำความเข้าใจถึงจุดยืนและความโปร่งใสของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ถูกความอยุติธรรมของผู้มีอำนาจป้ายสีมาโดยตลอด เราต้องการให้ระบบการปกครองของไทยยกเลิกคำว่า “ประนีประนอม” เพราะการปฏิบัติที่แท้จริงกลับกีดกันพวกเราออกจากสิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งทางกฎหมายโดยชอบธรรมและสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง

เสธ.ไก่อูโต้”อจ.ยิ้ม”พัลวัน

วัน เดียวกัน พ.อ.สรรเสริญ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์จุฬาฯ แถลงว่า พ.อ.สรรเสริญยอมความในคดีผังล้มเจ้าจึงยอมถอนฟ้อง ว่า ไม่เป็นความจริง และการออกมาชี้แจงครั้งนี้เป็นการพูดในฐานะส่วนตัว เพราะถูกพาดพิงจากนายสุธาชัย โดยไม่อยากอธิบายความให้มากนัก เพราะช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งอาจถูกบางฝ่ายนำประเด็นไปเกี่ยวข้องกับการ เมือง พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ประเด็นที่ 2 ที่บอกว่าเนื้อหาการแถลงข่าวที่ศอฉ.ว่า ผังเป็นแค่เพียงความเชื่อ ไม่มีข้อมูลหลักฐาน ก็ไม่เป็นความจริง ระหว่างการไกล่เกลี่ย ตนได้อธิบายชี้แจงต่อหน้าศาล ต่อหน้านายสุธาชัย ทนาย ความของนายสุธาชัย ทนายความของตน และนายทหารพระธรรมนูญว่าสิ่งที่นำมาเปิดเผยคือข้อมูลที่หน่วยงานด้านความ มั่นคง ซึ่งตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ โดยออกเป็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี มีหลักฐาน พยานยืนยัน จึงนำหลักฐานเอกสารไปแถลงต่อสื่อมวลชน ขณะนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ดีเอสไอกำลังดำเนินการอยู่ จะบอกว่าเป็นความเชื่อของศอฉ.เฉยๆ ไม่มีพยานหลักฐาน คงไม่ใช่

ยันไม่เคยติดต่อให้ถอนฟ้อง

พ.อ.สรรเสริญ ระบุต่อไปว่า ประเด็นที่ 3 ที่กล่าวว่าตนได้สื่อสารว่านายสุธาชัยอยู่ในขบวน การ ตนไม่ได้สื่อสาร ไม่ได้เอ่ยชื่อ และรายชื่อที่อยู่ในผังก็ไม่มีคำเขียนอื่นใดว่าอาจารย์ร่วมอยู่ในคณะของขบวน การ เมื่อไม่มีคำแถลงออกมาเป็นวาจา เมื่อไม่มีคำแถลงอยู่ในเอกสาร สังคมต้อง พิจารณาว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องในผังมีการเกี่ยวข้องในลักษณะใดเป็นญาติพี่ น้อง เป็นคนที่เคยรู้จัก เป็นคนที่ทำธุรกิจร่วมกันอย่างไร รายละเอียดมีอยู่ในผัง แล้วสังคมจะใช้ดุลพินิจเองว่าใครมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์อย่างไร การสื่อสารต่างกัน เรื่องนี้มีข้อกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง

“สิ่งที่ นายสุธาชัยแถลงว่าโฆษกศอฉ. พยา ยามติดต่อขอให้ถอนฟ้อง ไม่เป็นความจริง เพราะ การจะถอนฟ้องการไกล่เกลี่ยของศาลต้องเป็นความยินยอมของทั้งสองฝ่าย ไม่อยากวิเคราะห์ว่าที่เขาแถลงเช่นนี้เพราะอะไร แต่ช่วงนี้อยู่ในช่วงการเลือกตั้ง ถ้าอธิบายความมากไปกว่านี้จะถูกหยิบยกเอาไปตีความว่าเข้าข้างพรรคโน้นพรรค นี้ ผมกับอาจารย์ไม่เคยติดต่อกันโดยตรง แต่ผ่านทางทนายความและทหารพระธรรมนูญมาแจ้งว่าศาลนัดไกล่เกลี่ย นายสุธาชัยเห็นพ้องให้ไกล่เกลี่ย ก็ไปพูดหน้าบัลลังก์ศาล ไม่ได้ยืนคุยกันสองคนโดยไม่มีมนุษย์ที่ไหนฟัง” พ.อ. สรรเสริญ กล่าว

“ตู่”เบิกความคดีหมิ่นมาร์ค

เวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 914 ศาลอาญารัชดาฯ ศาลนัดสืบพยานจำเลยครั้งแรก คดีที่นายอภิสิทธิ์ นายกฯ เป็นโจทก์ฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีวันที่ 10 พ.ค.52 นายจตุพรปราศรัยหาว่าโจทก์ไม่ได้นั่งอยู่ในรถประจำตำแหน่งในช่วงเหตุการณ์คน เสื้อแดงล้อมกระทรวงมหาดไทยและรุมทุบรถ รวมทั้งกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือด

ต่อมาเจ้า หน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนายจตุพรออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เดินทางมาเบิกความที่ศาลอาญา จากนั้นศาลนัดสืบพยานจำเลยครั้งต่อไปในวันที่ 27 พ.ค.นี้

“เหวง”นัดฟ้องบิ๊กดีเอสไอ

ด้านน.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอต่อศาลอาญา ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอยื่นคำร้องขอถอนประกันแกนนำนปช. 9 คน

ทั้ง นี้ ดีเอสไออ้างว่าแกนนำ นปช.ทั้ง 9 มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดตามเงื่อนไขการประกันตัวของศาล เพราะมีการยุยงปลุกปั่น รวมทั้งปราศรัยหมิ่นสถาบันในเดือนเม.ย.ที่ ผ่านมา

“เต้น”ปลุกร้อยเอ็ดทวงยุติธรรม

ต่อ มา เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยในการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ที่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ตอนหนึ่งว่า สำหรับคดีล้มสถาบันที่ ศอฉ. ยื่นฟ้องคนเสื้อแดงนั้น ล่าสุดพ.อ.สรรเสริญ โฆษกบก.ทบ. และอดีตโฆษกศอฉ. ให้การในชั้นศาลและยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยเป็นเพียงแค่ความเชื่อว่ามีการกระทำในลักษณะดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งการกระทำของศอฉ. ทำให้เห็นว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก และตอนนี้พี่น้องกำลังจะเรียกร้องความยุติธรรมกลับคืนมา

บี้”มาร์ค”รับผิดชอบผังล้มเจ้า

นาย ณัฐวุฒิ กล่าวว่า หลังจากศอฉ. แจ้งข้อกล่าวหากลุ่มคนเสื้อแดงมีพฤติกรรมล้มล้างสถา บัน ทางกลุ่มคนเสื้อแดงได้เข้าแจ้งความที่บก.ป. เพื่อดำเนินคดีกับศอฉ. ตั้งแต่ช่วงที่ยังชุมนุมอยู่บริเวณแยกราชประสงค์ แต่ในที่สุดความจริงก็ออกมาจากปากของ พ.อ.สรรเสริญ ที่ให้การในชั้นศาลว่าคดีนี้ไม่มีความจริงใดมารองรับว่า สิ่งนี้จึงอธิบายและเป็นใบเสร็จได้ว่าฝ่ายรัฐพยายามจะทำร้ายและใส่ร้ายกลุ่ม คนเสื้อแดง การกระทำในลักษณะนี้เป็นพฤติกรรมที่ต่ำทรามจึงอยากให้ฝ่ายรัฐยุติพฤติกรรม เช่นนี้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีผลดีกับทุกฝ่าย ไม่ว่ากลุ่มคนเสื้อแดง ศอฉ. รวมถึงสถาบันที่ถูกคนกลุ่มดังกล่าวดึงลงมา

“ผมขอพูดด้วยสัจจะ ว่า ตราบใดที่ฝ่ายรัฐยังไม่ยุติพฤติกรรมเช่นนี้ สถาบันก็จะยังถูกดึงลงมาเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งความระคายเคืองจะตกไปอยู่ที่สถาบันอย่างไม่จบไม่สิ้น นอกจากนี้ ยังอยากเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ และศอฉ. ว่า เมื่อมีการสารภาพออกมาเช่นนี้ จะแสดงรับผิดชอบกับประชาชนที่สูญเสียไปเมื่อช่วงการชุมนุมอย่างไร เพราะเหตุผลที่ใส่ร้ายกลุ่มคนเสื้อแดงว่ามีพฤติกรรมล้มล้างสถาบัน ส่งผลทำให้คนส่วนหนึ่งมีความโกรธแค้นคนเสื้อแดง และยังทำให้คนส่วนนี้เพิกเฉยกับเหตุการณ์ช่วงเดือนพ.ค. 53” นาย ณัฐวุฒิ ระบุ

เปิดเอกสาร”ไก่อู”ยอมความคดีผังล้มเจ้า

จากกรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดแถลงข่าวที่ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว กทม. ระบุว่า พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะอดีตโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ลงนามยอมความต่อศาลอาญายอมรับว่า ผังล้มเจ้าของศอฉ. ซึ่งมีชื่อนายสุธาชัยรวมอยู่ด้วยนั้นเป็นเพียงการดำเนินการตามความเชื่อ ปราศจากหลักฐาน และยอมรับด้วยว่า บุคคลที่ถูกกล่าวหาในผังล้มเจ้าไม่ได้หมายความว่าอยู่ในขบวนการล้มเจ้า แต่สื่อนำไปขยายผลขยายความต่อเอง ทำให้นายสุธาชัยในฐานะผู้เสียหายในคดีนี้ยอมถอนฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 1 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะผอ.ศอฉ. จำเลยที่ 2 และพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด จำเลยที่ 3

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายประเวศ ประภานุกูล ทนายความนายสุธาชัย เปิดเผยว่า คดีนี้นายสุธาชัยถอนฟ้องตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 2554 แต่สาเหตุที่เพิ่งเปิดแถลงข่าววานนี้ เนื่องจากเพิ่งได้สำเนารายงานกระบวนพิจารณาฉบับจริง

สำหรับเนื้อหา การแถลงยอมความของพ.อ.สรรเสริญ ในฐานะจำเลยที่ 3 มีรายละเอียดบางส่วนดังนี้ คดีหมายเลขดำที่ อ.1529/2553 ผู้พิพากษาศาลอาญาออกนั่งพิจารณาคดีเวลา 09.30 น. วันที่ 22 มี.ค. 2554 นัดพร้อมเพื่อประนอมข้อพิพาท หรือนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลดำเนินการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทแล้ว จำเลยที่ 3 แถลงว่า

“ประการที่หนึ่ง ศอฉ. ในขณะนั้นเชื่อมั่นว่ามีขบวนการจ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง

“ประการ ที่สอง ในช่วงเวลานั้น มีข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเตอร์เน็ตกล่าวหาในลักษณะทำนองว่า ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ โทรศัพท์มาสั่งการศอฉ. อยู่ตลอดเวลา ให้ดำเนินการนานับประการกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งมิได้เป็นความจริง ศอฉ. มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้สังคมได้รับทราบความจริงเป็นเช่น ไร นอกจากนั้นแล้ว ศอฉ. ได้ขยายความลงไปเพราะว่าทางราชการมีหน่วยงานทางด้านความมั่นคงที่สำนักนายก รัฐมนตรีได้จัดตั้งขึ้น โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงก็มีการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของขบวนการที่จ้องจะ ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด จึงนำข้อมูลทั้งหลายเหล่านี้มาประกอบเพื่อใช้ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับ สังคม

“ประการที่สาม ในช่วงเวลาเช้าของวันเกิดเหตุ ข้าฯ ได้แถลงข่าวให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า ไม่เป็นความจริงตามข้อมูลที่พยายามกล่าวหาใส่ร้ายท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ โดยแถลงกำกับตอบไปด้วยว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการล้มเจ้านั้น ในขณะนั้นมีคุณดาตอร์ปิโดกับคุณจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งทั้ง 2 คนนี้มีหมายจับแล้ว ในช่วงเวลาเย็นเกิดจากการประชุมในช่วงบ่ายของศอฉ. ได้มีมติของศอฉ. ที่ต้องการจะให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารแก่สังคมเป็นลายลักษณ์อักษรอีกทางหนึ่ง เพื่อให้สังคมพิจารณา

“ข้าฯ ได้รับมอบหมายให้นำเอกสารเหล่านั้นไปแจกแก่สื่อมวลชน ซึ่งเอกสารที่ไปแจกนั้น ศอฉ. มิได้หมายความว่าผู้ที่มีชื่อในเอกสารเป็นผู้เกี่ยวข้องในฐานะอยู่ในขบวนการ ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ ซึ่งให้สังคมพิจารณาและวินิจฉัยเอาเอง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเอกสารว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ และมิได้ให้หมายความเช่นนั้น

“แต่หลังจากนั้นมีสื่อมวลชนนำเรื่องราว ต่างๆ เหล่านี้ไปขยายผล ขยายความ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในแผนผังดังกล่าว ทำให้ได้รับความเสียหายจากมุมมองของสังคม เพราะเป็นเรื่องที่สังคมจะต้องตัดสิน ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจะฟ้องร้องกับผู้ที่นำไปขยายความใน ทางที่ผิดจากเจตนารมณ์ของศอฉ. ก็สุดแล้วแต่บุคคลเหล่านั้นจะพิจารณา”

ด้าน นายสุธาชัย โจทก์ แถลงว่า “เมื่อได้รับฟังข้อเท็จจริงจากจำเลยที่ 3 เช่นนี้แล้ว จึงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสามอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม”

ศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และอนุญาตให้คู่ความคัดถ่ายรายงานกระบวนการพิจารณาฉบับนี้ได้ตามคำขอ

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s