มาร์ค-แม้วตรงกัน รุมตื้บ”เน” ปูโชว์-รูดปื๊ดชาวนา

แถลงนโยบายกลางทุ่ง ปชป.ยันไม่มีธรรมเนียม แพ้เลือกตั้งหน.ลาออก ปรับ500-คุณหญิงมือตบ


บัตรชาวนา – น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำทีมพรรคเพื่อไทย เดินทางไปหาเสียงที่จ.ร้อยเอ็ด พร้อมเปิดตัวครั้งแรก”บัตรเครดิตชาวนา” ซึ่งเป็นนโยบายที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คิดขึ้นมา เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับชาวนา เมื่อ 26 พ.ค.

การ เมืองเดือด”เนวิน วิเคราะห์” มาร์คไล่กลับไปทำทีมฟุตบอล ชี้แค่หาพื้นที่ข่าว เทือก ตอกกลับไปดูแลอนาคต ตัวเองดีกว่า เย้ยให้ได้ส.ส.อย่างที่ประกาศเอาไว้ องอาจบอกไม่มีแผนดันชวนนั่งนายกฯ ยันชนะเลือกตั้งต้องเป็นอภิสิทธิ์ ปูไม่โต้ขอให้ประชา ชนตัดสิน นพดลเผยแม้วฝากบอกเนวิน “เอาตัวเองให้รอดก่อน” เสนาะติงพูดอย่างนี้ทำลายประชา ธิปไตย ภูมิใจไทยปัดบทวิเคราะห์ส่วนตัวไม่เกี่ยวพรรค ทีมยุทธศาสตร์ปชป.วิเคราะห์เนวินหวังสร้างราคาต่อรอง ส่วนภาพยิ่งลักษณ์แค่นางงามรักเด็กชูหนึ่งนิ้ว บิ๊กมท.แฉสารพัดกลโกงเลือกตั้ง ศาลสั่งปรับคุณหญิงมือตบ 500 บาท

กกต.ยันยังไม่ได้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง

วัน ที่ 26 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีพบหีบบัตรเลือกตั้ง ถูกทิ้งไว้ริมถนน จ.สมุทร ปราการ ว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ เข้าใจว่าเป็นหีบบัตรเก่า ไม่ใช่หีบบัตรที่ใช้ในการเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรปราการ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งได้แนะนำให้ผอ.กต.จังหวัด แจ้งความดำเนินคดีว่า หีบบัตรเลือกตั้งดังกล่าวหลุดออกมาอยู่ในสถานที่ดังกล่าวได้อย่างไร

เมื่อ ถามว่า กรณีนี้จะกระทบต่อการเลือกตั้งครั้งใหญ่หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า กกต. ระมัดระวังเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนจะเป็นการสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อล้มการเลือกตั้งครั้งใหญ่หรือไม่ ไม่ทราบ แต่รู้สึกประหลาดใจที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

เมื่อถามถึงกรณี พรรคเพื่อไทยระบุว่า การพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีสารเคลือบพิเศษให้ช่อง หมายเลข 1 ที่เป็นหมายเลขของพรรคเพื่อไทยไม่สามารถกากบาทได้นั้น นายประพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งในลักษณะเช่นนั้น กกต.กำชับดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ อีกทั้งที่พรรคเพื่อไทยระบุ เป็นช่วงที่ยังไม่ได้พิมพ์บัตรเลือกตั้งเลย ส่วนที่กกต.พิมพ์บัตรเลือกตั้งมากกว่าผู้มีสิทธิ์ เพื่อต้องการสำรองในกรณีที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ต้องการเพิ่มหรือถอนชื่อ อย่างไรก็ตาม กกต.กำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ดูแลบัตรเลือกตั้งไม่ให้หาย ขาด หรือเกิน และต้องเช็กยอดบัตรเลือกตั้งอยู่ตลอดเวลา

เมื่อถามถึงกรณีที่หน่วย งานความมั่นคงส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐลงพื้นที่ไปตรวจเรื่องยาเสพติด แต่อาจเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนั้น นายประพันธ์ กล่าวว่า หากประชาชนพบเห็นหรือมีข้อมูลหลักฐานใดๆ ก็แจ้งเข้ามาที่สำนักงานกกต.ได้ เพราะทางกกต.พร้อมตรวจสอบ โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กกต.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด ถ้าหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่แอบแฝงเข้ามาเพื่อหาประโยชน์จากการเลือกตั้ง กกต.ก็พร้อมตรวจสอบทันที

ยังมีคนทยอยยื่นสมัครส.ส.

สำหรับ บรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขต วันที่ 3 ในหลายพื้นที่ยังคงมีผู้สมัครทยอยมาสมัครเพิ่มเติม โดยที่ จ.แพร่ นาย วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรมว.วัฒนธรรม ผู้สมัครส.ส. แพร่ เขต 3 พรรคเพื่อไทย นำทีมผู้สมัครทั้ง 3 เขต มาลงสมัคร ท่ามกลางผู้สนับ สนุนกว่า 500 คน โดยนายวรวัจน์แสดงความเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะกวาดทั้ง 3 ที่นั่งในจ.แพร่ได้

ที่ จ.เชียงใหม่ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำผู้สมัคร ส.ส.เขต จ.เชียงใหม่ ของพรรค ลงสมัคร โดยนายอภิรักษ์ กล่าวว่า หนักใจทุกพื้นที่ใน จ.เชียงใหม่ เพราะเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย แม้จะมีคนเสื้อแดงมาก แต่เท่าที่ลงพื้นที่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง มีเพียงชาวบ้านบางกลุ่ม มาทวง ถามเรื่องความยุติธรรม และปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาทางการเมืองที่ไม่สงบ

นาย อภิรักษ์ กล่าวว่า ปลายสัปดาห์นี้ นายอภิสิทธิ์ จะลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่ภาคอีสาน และภาคใต้ และจะมาปราศรัยที่เชียงใหม่ด้วย แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน ทั้งนี้ เราคาดหวังว่าจะได้ ส.ส.ภาคเหนือ จาก นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร สุโขทัย และตาก และยังคาดหวังพื้นที่เชียงใหม่ด้วยเช่นกัน

ที่ จ.ศรีสะเกษ นายคฤกพล ยงใจยุทธ ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคความหวังใหม่ ลูก ชายพล.อ.ชวลิต นำนายไชยยงค์ รัตนวัน มา สมัครส.ส.ศรีสะเกษ เขต 8 โดยนายไชยยงค์ได้เตรียมเงิน 5 พันบาท ซึ่งเป็นเหรียญบาทมัดในถุงพลาสติก มาใช้เป็นค่าสมัคร โดยระบุว่า เป็นเงินที่ตนและกลุ่มผู้สนับสนุนรวบรวมกันมาช่วยเป็นค่าสมัคร เป็นการทุบกระปุกออมสิน ที่รวบรวมไว้เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง

ปูขอให้ฟังประชาชนตัดสินใจ

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่าทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่มีใครได้เป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง ว่า คงต้องให้ประชาชนตัดสิน ในวันที่ 3 ก.ค. ไม่ว่าจะยิ่งลักษณ์ หรืออภิสิทธิ์ ต้องเคารพการตัดสินของประชาชน

เมื่อ ถามว่าหากพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งอันดับ 1 จะเปลี่ยนตัวว่าที่นายกฯหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ว่าเป็นใคร ก็อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน ประเทศบอบช้ำมากแล้ว อยากให้ทุกฝ่ายเคารพการตัดสินใจของประชาชน

เมื่อถามว่าจากเหตุความ รุนแรงถึงขั้นตบกันในการหาเสียงที่กทม. จะต้องเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ตำรวจเข้ามาดูแลระมัดระวังไม่ ให้เกิดเหตุ อยากเชิญชวนให้ทุกฝ่าย ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งตนเสียใจกับเหตุการณ์ไม่อยากให้เกิดขึ้น

แม้วบอกเนเอาตัวเองให้รอดก่อน

นาย นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีนายเนวิน ว่า ไม่น่าแปลกใจที่นายเนวินจะพูดเช่นนี้ แต่เพื่อไทยยืนยันว่าหากชนะการเลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเป็นนายกฯ ล้านเปอร์เซ็นต์ พรรคต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน และในการหาเสียงเลือกตั้งได้ชูน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ แล้ว เสมือนว่าประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทย เพราะต้องการเลือกน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ ด้วย

นายนพดล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวพ.ต.ท. ทักษิณ มองว่านายเนวิน อย่าตั้งตัวเป็นผู้บงการการเมืองของประเทศ วันนี้ประชาชนเข้มแข็ง ดังนั้นอย่าไปดูถูกสติปัญญาของประชาชน นายเนวินควรที่จะไปสนใจในพรรคภูมิใจไทยดีกว่า อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์พรรคอื่นเขา เอาตัวเองให้รอดก่อน

ที่จ.ร้อยเอ็ด นายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีความมั่นใจว่าพรรคจะชนะ และถ้าได้เสียงข้างมากแล้วไม่ได้เป็นรัฐบาลมันก็วิปริต ส่วนกรณีนายเนวิน ทำนายว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะแต่ไม่ได้เป็นนายกฯ ถ้านายเนวิน ทำนายอย่างนี้หมอดูทั้งหมดก็ตกงานหมด นายเนวินรู้จักมันสมองของพ.ต.ท.ทักษิณ แค่ไหนหรือ

พท.ยันหนุนยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ

เวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค แถลงว่า กรณีที่นายเนวินให้สัมภาษณ์และคาดการณ์ ว่า พรรคยืน ยันว่าจะให้การสนับสนุนน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็น นายกฯ เพราะไม่มีหลักคิดใดที่พรรคจะเอาบุคคลอื่นเป็นนายกฯ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าถ้าเลือกเพื่อไทยได้เป็นเสียงอันดับหนึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเป็นนายกฯ หญิงคนแรกแน่นอน

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ส่วนการให้สัมภาษณ์ของนายเนวิน มองว่าต้องการสกัดกระแสความนิยมของเพื่อไทย เพราะเห็นว่าโพลในอีสาน กทม.และภาคอื่นๆ มีคะแนนนำคนอื่นรวมทั้งนายอภิสิทธิ์ จึงให้ข่าวสกัด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าไปเชื่อข่าวที่ออกมาจากการคาดการณ์ของคนที่มีส่วน ได้เสียทางการเมือง เป็นการจินตนาการไปเอง

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า ตนได้เจอและพูดคุยกับนาย ศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ระหว่างการเดินทางไปออกโทรทัศน์ช่องหนึ่ง นาย ศุภชัย บอกกับตนว่าแกนนำพรรคประเมินกันแล้วว่าประชาธิปัตย์จะได้เพียง 160 เสียง ทำให้ภูมิใจไทยกลัวว่าเพื่อไทยจะไม่รับให้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ตนบอกไปว่าภูมิใจไทยเป็นผู้ก่อเหตุความบาดหมางและทำให้ความบาดหมางรุนแรงมาก ขึ้น จึงช่วยไม่ได้หากสุดท้ายจะเป็นอย่างที่นายศุภชัยพูด

ปลอดเย้ย”111 ภท.”ตัวเลขมั่ว

นาย ปลอดประสพ กล่าวว่า ไม่ว่านายเนวิน จะประเมินตัวเลขของเพื่อไทยได้เท่าไร ปัญหาสำคัญอยู่ที่ตัวเลข 111 ของภูมิใจไทย ที่ไม่สามารถเป็นไปได้ในข้อเท็จจริง เพราะหากนำตัวเลข 210 ของเพื่อไทย รวมกับประชาธิปัตย์ 160 และ 111 ของภูมิใจไทย ตามที่นายเนวินระบุ จะเท่ากับ 481 เสียง เท่ากับว่าพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรครวมชาติพัฒนา จะได้ ส.ส. เพียงน้อยนิดมากหรือไม่ได้เลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ดังนั้น 111 ของภูมิใจไทยเองนั่นแหละที่ไม่ใช่ตัวเลขตามจำนวนจริง

นายปลอดประสพ กล่าวว่า นายเนวิน รู้ดีว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส.เพียง 160 เสียง จึงพยายามพูดตัวเลขของภูมิใจไทยให้มากเพื่อเพิ่มอัตราต่อรอง และหวังลึกๆ จะดันนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล มารับตำแหน่งนายกฯ แต่พยายามเลี่ยงไปพาดพิงชื่อ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ว่าจะเป็นนายกฯ จากพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้นเอง

นายปลอดประสพ กล่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็รับรู้ว่าตัวเลข 160 ของประชาธิปัตย์ จึงพยายามบอกว่าหากได้ตั้งรัฐบาล ก็จะให้คนที่เป็นรัฐมนตรีลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะเสียงจะปริ่มน้ำมาก รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจะนำมาซึ่งความไร้เสถียรภาพทางการเมือง เปิดช่องทางของการคอร์รัปชั่น ขณะนี้นาย สุเทพและนายเนวิน รู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ จึงขอถามว่าขณะนี้ความละโมบและตัณหาปิดหูปิดตาถึงขนาดจะพยายามตั้งรัฐบาล เสียงปริ่มน้ำมาทำลายประเทศชาติเลยหรือ

เหนาะอัดพูดทำลายปชต.

นาย เสนาะ เทียนทอง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนายเนวินว่า บ้านเมืองกำลังไปได้ดีในแนวทางสมานฉันท์ การพูดแบบนี้ไม่ดีสำหรับประชาธิปไตย ยืนยันว่าหากพรรคเพื่อไทยได้คะแนนท่วมท้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกฯ แน่นอน ไม่มีอะไรทำให้ผกผันอย่างที่นายเนวินบอก หากจะเอาเรื่องแบบนี้มาขู่กัน มันก็ไม่ดีสำหรับบ้านเมือง ถ้าประชาชนให้ความไว้วางใจกับใครก็แล้วแต่ก็ได้จัดตั้งรัฐบาลแน่นอน ทหารก็ต้องยืนอยู่ในที่ที่ถูกต้อง การกล่าวหากันโดยเอาเบื้องสูงมาเป็นเหตุให้เกิดการผกผันไม่น่าเป็นไปได้

เมื่อ ถามว่า หากที่สุดแล้วพ.ต.ท.ทักษิณเปลี่ยนตัวนายกฯ นายเสนาะ กล่าวว่า เรื่องนั้นก็ว่ากันอีกที แต่ยังไงก็แล้วแต่ พรรคเพื่อไทยต้องได้จัดตั้งรัฐบาลหากได้เสียงข้างมาก และเท่าที่ลงพื้นที่มา ตนคิดว่าคะแนนนิยมพรรคกลับมาเหมือนบรรยากาศเก่า เหมือนปี 2544 ที่พรรคไทยรักไทยได้จัดตั้งรัฐบาล


เด็กปชป.- นาย สุทธิพงษ์ ศรีพาณิชย์ วัยรุ่นเสื้อแดงลำปาง แจ้งความดำเนินคดีกับนายสุขผล วงศ์ษา คนขับรถทีมงานหาเสียงของผู้สมัครส.ส.ลำปาง พรรคประชาธิปัตย์ ข้อหาทำร้ายร่างกาย เมื่อวันที่ 26 พ.ค.

เทือกตอกเนไปดูแลตัวเองให้ดี

นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจประเมินพรรคประชาธิปัตย์จะแพ้การเลือกตั้ง และได้ ส.ส.แค่ 160 เสียง ส่วนพรรคเพื่อไทยชนะแต่ได้เพียง 210 เสียง ไม่ถึง 250 เสียง ว่า เพิ่ง รู้ว่านายเนวินตั้งตัวเป็นโหร และเป็นเจ้าสำนักโพลขึ้นมาอีกคน เวลาหาเสียงมักจะมีปรากฏ การณ์อย่างนี้ แต่ไม่รู้สึกอะไร นายเนวินไม่ต้องมาทำนายทายทักอะไรมาก ไปดูแลอนาคตตัวเองให้ดี ให้ได้ส.ส.อย่างที่ตัวเองประกาศไว้

เมื่อถามว่าคิดว่าจะเกิดการแปร พักตร์หลังจากที่เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องกังวลใจว่าใครแปรพักตร์ หรือใครเปลี่ยนแปลง ไม่ทราบว่าทำไมนายเนวินพูดอย่างนี้ หรือสื่อไปตั้งคำถามอย่างไร สำหรับตนรู้สึกเฉยๆ กับคำพูดของนายเนวิน

“คนมักจะพูดเรื่อยว่าผมแนบ แน่นบ้างห่างเหินบ้าง ผมเป็นปกติ ไม่พิศวาสรักชอบคุณเนวินเป็นพิเศษ ไม่มีความเกลียดชังถึงขนาดทำงานร่วมกันไม่ได้ ช่วงที่ชวนมาร่วมรัฐบาล เพราะเห็นว่าเขาเป็นนักการเมือง มีจิตใจให้กับบ้านเมือง และความมั่นคงของประเทศ เราก็ทำงานมาด้วยกัน ไม่ได้ขัดข้องหมองใจอะไรกัน” นายสุเทพกล่าว

ย้ำเรื่องปชป.จัดการเองได้

เมื่อถามว่า นายเนวินระบุว่า นายอภิสิทธิ์จะลาออกจากหัวหน้าพรรค เมื่อแพ้เลือกตั้ง นายสุเทพ กล่าวว่า “คุณเนวินไม่มีสิทธิ์ตัดสินแทนพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องของพรรคเป็นเรื่องที่พวกผมตัดสินกันเอง เวลาพาทีมลงสมัครรับเลือกตั้ง แล้วพ่ายแพ้ยับเยินก็พิจารณาตัวเอง ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปท้าทายอะไร หรือพูดไปก่อนว่าถ้าแพ้ แล้วผมหรือคุณอภิสิทธิ์จะต้องลาออก ผมยังเชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์จะชนะเลือกตั้ง จะยืนยันอย่างนี้และยืนยันต่อไป เพราะทำหน้าที่รักษาบ้านเมือง ในขณะที่คู่แข่งของพรรค เผาบ้านเผาเมือง”

เมื่อถามว่าหากผลเลือกตั้ง ออกมาว่า 2 พรรคใหญ่คะแนนสูสีจะเกิดความวุ่นวายหลังเลือกตั้งหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ขอให้สื่อรายงานตามความเป็นจริง ประชาชนจะได้ใช้ดุลพินิจ อย่าไปกังวลใจอะไรล่วงหน้า ตั้งหลักว่าประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ติดตามและเห็นเหตุการณ์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาชัดเจน หน้าเดิมคนเดิมเปลี่ยนโฉมใหม่ใส่เสื้อประชาธิปไตย ประชาชนก็เห็น จึงมั่นใจตัดสินใจได้ และไม่เกิดเหตุความวุ่นวาย ในการหาเสียงพรรคก็ระมัดระวังในการพูดจา และพยายามมีสัมมาวาจา พูดจาให้เรียบ ร้อยไม่ด่าว่าใคร แต่ต้องพูดข้อเท็จจริง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ยึดคำพระที่ว่า “สัจจฺเว อมตวาจา”

ผู้สื่อ ข่าวถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันว่าจะไม่ดีเบตกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพ.ต.ท. ทักษิณ สั่งเอาไว้ นายสุเทพ กล่าวว่า ขอไม่วิจารณ์ ต้องระมัดระวังการวิจารณ์น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เช่นนั้นจะมีคนเอาไปบิดเบือนทำให้เกิดความเสียหายอีก

ปชป.ยันไม่คิดดันชวนนั่งนายกฯ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า กรณีที่นายเนวินทำนาย ในส่วนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจเป็นไปได้ เพราะก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณเคยแสดงความไม่แน่ใจโดยบอกว่า คนที่เป็นนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย อาจเป็นคนอื่น เช่น นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายโอฬาร ไชยประวัติ หรืออาจจะเป็นคนนอกพรรค แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ มีความชัดเจนว่า ถ้าได้รับการเลือกตั้งจะชูนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องนายอภิสิทธิ์จะลาออกหากแพ้เลือกตั้งนั้น พรรคไม่มีประเพณีแพ้เลือกตั้ง แล้วหัวหน้าพรรคต้องลาออก ที่ผ่านมาการที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ลาออกไปก็ไม่ใช่ประเพณี แต่เป็นเพราะเคยประกาศไว้ในช่วงการชิงหัวหน้าพรรคว่า หากเป็นหัวหน้าแล้ว พรรคได้รับการเลือกตั้งน้อยกว่าที่ผ่านมาจะพิจารณาตัวเอง เมื่อผลออกมาเช่นนั้น นายบัญญัติ จึงได้พิจารณาตัวเอง และก่อนหน้านี้ สมัยที่นายชวน หลีกภัย เป็นหัวหน้าพรรค ก็เคยมีคะแนนแพ้พรรคอื่น แต่ก็ไม่ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรค

เมื่อถามว่า การที่นายเนวินระบุเช่นนี้ เพราะพรรคร่วมไม่ต้องการให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯอีกครั้ง นายองอาจ กล่าวว่า เป็นเพียงการวิเคราะห์การเมืองตามประสบการณ์ของนายเนวิน ไม่ใช่กระแสต้านนายอภิสิทธิ์ เราเชื่อมั่นว่านายอภิสิทธิ์ จะเป็นนายกฯ ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมบุคคลที่จะเป็นนายกฯ สำรอง ด้วยการสนับสนุนนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ แทนนายอภิสิทธิ์ หรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ไม่มี

วิเคราะห์เนวินแค่สร้างราคา

รายงาน ข่าวจากประชาธิปัตย์แจ้งว่า ที่ประชุมคณะทำงานยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค ที่มีนายอภิสิทธิ์ร่วมประชุม ได้หยิบยกกรณีนายเนวินระบุหากประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์จะแสดงสปิริตลาออกจากหัวหน้าพรรค ด้วยมาตรฐานออกซ์ฟอร์ด มาหารือ ที่ประชุมวิเคราะห์ว่า นายเนวิน ต้องการสร้างราคาให้พรรคภูมิใจไทย เพราะหากประชาธิปัตย์ได้ 160 เสียง เพื่อไทยได้ 200 กว่าเสียง พรรคภูมิใจในฐานะพรรคที่ 3 ก็สามารถสะวิงไปขั้วไหนก็ได้

รายงานข่าว แจ้งว่า ที่ประชุมหารือถึงการตอบโต้เรื่องดังกล่าว โดยเสนอให้นายอภิสิทธิ์ไม่พูดเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามนายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่าจะต้องตอบโต้ด้วยการเตรียมประกาศว่า หากพรรคได้ส.ส.ต่ำกว่า 180 เสียง ก็พร้อมจะรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่บรรดาแกนนำพรรคคัดค้านไม่ให้พูดถึงเรื่องตัวเลข เพราะจะกลายเป็นการมัดตัวเอง และเป็นการยอมรับว่าประชาธิปัตย์ปรับลดเป้าจำนวนส.ส.ยอมรับในความพ่ายแพ้ ดังนั้นหากจะพูดให้พูดในภาพกว้างจะเหมาะสมกว่า

ชี้ยิ่งลักษณ์แค่”นางงามรักเด็ก”

รายงาน ข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมยังได้ประเมินวิธีการหาเสียงว่า พรรคได้นำภาพและข่าวที่นายกฯลงไปพบปะประชาชนในแต่ละวัน เพื่อดูว่าจะปรับปรุงอะไร พบว่ายังไม่ต้องปรับปรุงอะไรมาก เพราะขณะนี้ภาพของน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ปรากฏออกมาเป็นในลักษณะนางงามรักเด็กที่ ชูนิ้วเป็นหมายเลข 1 เท่านั้น ยังไม่ได้ลงลึกถึงแนวนโยบายที่ชัดเจน พรรคประชาธิปัตย์ก็คงจะเดินหน้าในการหาเสียงด้วยการเน้นทำความเข้าใจในโยบาย พรรค โดยจะจัดเป็นการหาเสียงพบปะประชาชนแบบกลุ่มย่อย ยังไม่เน้นการตั้งเวทีปราศรัยใหญ่

รายงานข่าวแจ้งว่า อย่างไรก็ตาม ยังมีความจำเป็นต้องปรับแนวทางการแถลงข่าวตอบโต้รายวัน เพราะที่ผ่านมาจะมีเพียงน.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค ตอบโต้เพียงคนเดียว ทำให้ไม่ครอบคลุม จึงมอบหมายให้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.สำนักนายกฯ ประธานส.ส. กทม. มาเสริมการแถลงตอบโต้รายวันด้วย ซึ่งช่วง 2 วันที่ผ่านมานายองอาจ ร่วมแถลงตอบโต้ผลเป็นที่น่าพอใจ

รายงานข่าว แจ้งว่า ที่ประชุมยังเน้นย้ำถึงแนวทางการรักษาความปลอดภัยของส.ส.และนายกฯ ด้วย โดยให้ย้ำไปถึงส.ส.ว่า หากต้องขึ้นเวทีปราศรัยต้องระมัดระวังตัวเองไม่ให้หยุดนิ่งกลายเป็นเป้าให้ มากที่สุด เช่น เมื่อปราศรัยจบก่อนที่เพลงสรรเสริญพระบารมีจะขึ้น ให้ผู้สมัครรีบลงจากเวที และขึ้นรถออกจากสถานที่ดังกล่าวทันที ขณะที่นายกฯต้องไม่ตกเป็นเป้านิ่ง เมื่อลงจากรถก็ต้องรีบเดินอย่างเร็วไปยังจุดมุ่งหมายที่จะพบกับชาวบ้าน หากไม่จำเป็นไม่ต้องแวะทักทายชาวบ้านระหว่างทางเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

มาร์คไล่เนวินกลับไปทำทีมบอล

เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเนวิน วิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง ว่า ความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา ทำงานด้วยกันในรัฐบาล ตอนนี้ก็เป็นคู่แข่งขันหาเสียงเลือกตั้งเสร็จแต่ละพรรคก็มีสิทธิ์กำหนดท่าที ของตัวเองอยู่แล้วเป็นไปตามระบบ ธรรมดาแข่งเลือกตั้งกันอยู่ ก็ต้องพยายามหาจุดหาเสียงให้กับพรรคที่ไม่ใช่สองพรรคใหญ่ เขาไม่ได้อยู่สองพรรคนี้ ก็ต้องมีมุมของเขา แต่ตนว่าเขาทำนายผิด

“เป็น ข้อวิเคราะห์ของคุณเนวิน และผมก็ว่าเป็นการวิเคราะห์ผิดด้วย คุณเนวิน ฟันธงผิดครับ กลับไปทำทีมฟุตบอลต่อดีกว่า” นายอภิสิทธิ์ กล่าวแล้วยิ้ม

เมื่อ ถามว่าโพลของนายเนวิน เหมือนกับโพลที่พรรคเพื่อไทยทำคือประชาธิปัตย์ มาเป็นที่ 2 นายอภิสิทธิ์เถียงว่า ไม่เหมือนหรอก เพื่อไทยเขาบอกว่าเขาได้ 270 แต่นายเนวินบอกว่าได้ 210 ห่างตั้ง 60 ที่นั่ง เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าประชาธิปัตย์จะได้แค่ 160 ที่นั่ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ได้มากกว่าครับ”

ยันถ้าแพ้ยับเยินก็ลาหัวหน้า

เมื่อ ถามว่านายเนวิน ระบุถ้าพ่ายแพ้นายอภิสิทธิ์จะลาออกจากหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ถ้าแพ้ยับเยินใครเขาจะอยู่ เป็นธรรมดา แต่บอกแล้วว่าในพรรคก็มีแนวทางการบริหารงานอยู่แล้ว ผมก็มีแนวทางชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าทำให้พรรคถดถอยลงไม่อยู่หรอกครับ”

ผู้ สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่นายเนวินพูดในสถานการณ์แบบนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามเจ้าตัว แต่มองว่าเขาไม่ได้อยู่สองพรรคใหญ่ และอาจรู้สึกว่าพื้นที่ข่าวไม่ค่อยได้ อาจเป็นเรื่องการเพิ่มความสำคัญให้กับพรรคที่สามที่สี่ก็ว่ากันไปตามกลยุทธ์ ทางการเมือง แต่ฟันธงผิดไปทำฟุตบอลดีกว่า

เมื่อถามว่า มีการเสนอพรรคที่ 3 เป็นนายกฯ ที่จะเข้ามาสมานฉันท์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แต่ละฝ่ายก็เสนอกันไป ถึงเวลาเดี๋ยวรอผลการเลือกตั้งออกมาแล้วก็มาว่ากัน เมื่อถามว่าจะมีตัวสอดแทรกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ มันอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง

ปัดวิจารณ์ยิ่งลักษณ์

เมื่อ ถามถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวบนเวทีปราศรัยระบุว่า จะไม่ดีเบตกับประชาธิปัตย์เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณสั่ง นายอภิสิทธิ์ยิ้มแล้วกล่าวว่า น่าจะมีเหตุผลที่ดีกว่านั้น ปัญหามันอยู่ที่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการเปิดโอกาสให้ประชาชน หรือไม่ ถ้าบอกว่าพี่ชายสั่ง แต่โพลบอกว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ดีเบต แต่พ.ต.ท. ทักษิณสั่งก็เลยไม่สนองตอบความต้องการของประชาชน ก็คงเป็นตัวอย่าง

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างนายอภิสิทธิ์ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือว่านายอภิสิทธิ์ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่มองอย่างนั้น หาเสียงมาทุกยุคทุกสมัยหน้าที่ก็คือไปขอคะแนนเสียงให้ประชาชนเลือกแนวทางที่ คิดว่าดีที่สุดสำหรับประเทศ ทางโน้นระบบเขาก็แปลกอยู่แล้ว คนบริหารพรรคจริงก็ไม่ใช่กรรมการบริหาร หัว หน้าพรรคก็ไม่ใช่บัญชีรายชื่ออันดับ 1 เป็นคนละระบบกัน ตนไม่กล้าที่จะไปพูดวิพากษ์วิจารณ์อะไร

ตามบี้”แม้ว-นิรโทษ”

เมื่อ ถามว่าเป็นโคลนนิ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ มา บริหารประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ยังนึกโคลนนิ่งไม่ออกจริงๆ ครับ” ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณระบุ จะได้กลับประเทศไทยช่วงปลาย พ.ย. ต้องถามคนที่จะเอาพ.ต.ท. ทักษิณกลับบ้าน เพราะว่าไม่เคยมีมาก่อนว่าศาลตัดสินไปแล้ว และมาลบล้างคำตัดสินของศาล ไม่นับคดีความอีกตั้งเยอะที่ค้างอยู่ในศาลที่ต้องหยุดลงเพราะหนีไป พรรคการเมืองควรจะมาพูดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชน เกี่ยวข้องกับชาวบ้าน ไม่ใช่ไปพูดเรื่องนิรโทษกรรม ล้างความผิดและจุดประเด็นความขัดแย้งขึ้นมาอีก และตอนนี้จะลามไปถึงการตั้งข้อรังเกียจเรื่องขององค์กรอิสระขึ้นมาอีก

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวชี้ว่าจะเอาหรือไม่เอานิรโทษกรรมใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอบอย่างนั้นไม่ได้เพราะเพื่อไทยเวลาไปหาเสียงกับคนบางกลุ่มไม่พูดเรื่องนี้ บอกจะทำให้คนมีรายได้ดี พอประชาชนเลือกเสร็จ ก็จะอ้างว่าคนลงมติให้นิรโทษกรรม นี่คือที่ตนบอกว่าไปเอาเรื่องหลายเรื่องมาพันกัน ถึงถูกตั้งข้อครหาว่า มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ถ้าอย่างนั้นก็หาเสียงเรื่องเดียวไปเลย ไม่ต้องพูดเรื่องอื่น

เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ หาเสียงนอกประเทศคนเดียว นายกฯ กลัวด้วยหรือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “อะไรนะครับ แล้วคุณทักษิณกลัวอะไรไม่มาหาเสียงในประเทศล่ะ”

ลั่นต้องฟังประชาชนตัดสินใจ

นาย อภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวยืนยันว่าถ้าได้รับโอกาสจากประชาชนให้มาเป็นรัฐบาลอย่างชัดเจน ถือว่าปะชาชนได้ตอบโจทย์แล้วว่า หยุดเถอะ เรื่องที่จะไปสร้างประเด็นความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองกับนักการ เมือง แต่ว่าเดินหน้าที่จะดูแลแก้ไขประเทศ และทุกคนก็ต้องยอมรับ ในเมื่อฝ่ายที่มาชุมนุมต่อต้านตนอ้างเรื่องของประชาชน ดังนั้นถ้าประชาชนตัดสินใจแล้วว่าให้ประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้าก็ควรจะหยุด ได้แล้ว

เมื่อถามว่า เพื่อไทยบอกว่าถ้าได้คะแนนเป็นที่ 1 และไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลจะเอาเสื้อแดงมาบุก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทำไมความต้องการของคนกลุ่มหนึ่งจะใหญ่กว่ากติกาของบ้านเมือง ทุกอย่างก็เป็นไปตามกติกาของบ้านเมืองอยู่แล้ว”

เมื่อถามว่า อะไรที่จะทำให้หลังการเลือกตั้งประเทศสงบเรียบร้อยโดยไม่นองเลือด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ต้องมีรัฐบาลซึ่งยึดมั่นในหลักของนิติรัฐ นิติธรรม ทำงานด้วยความอดทนอดกลั้น มีสติ เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างได้

ภท.อ้างปากเนไม่เกี่ยวพรรค

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายเนวินออกมาวิเคราะห์สถานการณ์หลังการเลือกตั้งว่า เป็นความเห็นของนายเนวินในฐานะผู้ใหญ่ แต่ไม่เกี่ยวกับพรรค ตนไม่เคยได้ยินจากปากนายเนวิน เมื่อถามว่าใครที่จะมาทำหน้าที่นายกฯ คนต่อไป นายชวรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลา ต้องรอให้ถึงเวลาเสียก่อน เมื่อถามว่าตัวนายชวรัตน์สามารถที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้หรือไม่ นายชวรัตน์ หัวเราะก่อนถามกลับว่า ที่ผ่านมาตนบริหารงานกระทรวงมหาดไทยมีอะไรบกพร่องหรือไม่

เมื่อถาม ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยขายไม่ออก นายชวรัตน์กล่าวว่า ไม่เป็นไร ขอให้ดูที่ผลงาน เป้าหมายพรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคอันดับ 3 ได้ส.ส.ประมาณ 70-80 คน หากใครเป็นผู้นำ ก็ยินดีที่จะร่วมรัฐบาล แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องปฏิบัติตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทยให้ได้

เมื่อ ถามว่าถึงความเชื่อมั่นในสัตยาบันร่วมกันว่าจะไปไหนไปกัน นายชวรัตน์ กล่าวว่า ยังเดินด้วยกัน แต่พรรคชาติไทยพัฒนามีสิทธิ์ตัดสินใจ เพราะหากไปร่วมรัฐบาลแล้วพรรคเพื่อไทยไม่เอาภูมิใจไทย ก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน แต่เชื่อมั่นนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ปรึกษา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เพราะเป็นเลือดสุพรรณ เหมือนกับเพลง มาด้วยกัน ไปด้วยกัน เลือดสุพรรณ

นาย ศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นายสุเทพไม่พอใจคำทำนายของนายเนวินนั้น เรื่องนี้เป็นทัศนคติส่วนตัวของนายเนวิน แต่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมือง ต้องแยกส่วนออกจากกัน การวิเคราะห์จะตรงหรือจี้ใจใครต้องถามนายเนวินเอง พรรคคงตอบแทนไม่ได้ ขณะนี้เป็นช่วงหาเสียงเลือกตั้งก็มีการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญด้านการ เมือง หรือกูรูที่จะแสดงความคิดเห็นได้

ชุมพลยื่นถอดรายการทีวีช่องรัฐ

เวลา 10.00 น. นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางมาที่สำนัก งาน กกต. เพื่อลงนามในพันธสัญญา 5 ข้อของกกต. ที่หัวหน้าพรรคการเมืองอื่น ลงนามไปแล้วเมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยนายชุมพลกล่าวว่า หลังจากนำพันธสัญญา 5 ข้อเข้าที่ประชุมพรรคแล้ว ที่ประชุมเห็นว่ารับได้ โดยเฉพาะกรณีไม่นำสถาบันมาช่วยหาเสียงไม่ว่าทาง ใดทางหนึ่ง จึงมีมติให้ลงนามในพันธสัญญาดังกล่าว

นายชุมพล กล่าวว่า อยากให้การหาเสียงเป็นไปโดยธรรมชาติ เป็นประชาธิปไตย และการปราศรัยไม่ควรนำเรื่องส่วนตัว หรือขุดคุ้ยประวัติเก่าๆ มาพูด เพราะไม่สร้างบรรยากาศปรองดอง รวมทั้งการโห่ไล่

นายชุมพลกล่าวด้วย ว่า พรรคได้ทำหนังสือถึงรมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ดูและด้านสื่อ ให้ถอนรายการวิเคราะห์ข่าว 2 รายการ คือรายการเจาะข่าวร้อน และรายการคลายปม เพราะส่อไปในทางที่ไม่ปรองดอง มีเนื้อหาโจมตีพรรค การเมืองอื่น แม้กระทั่งพรรคชาติไทยพัฒนาเองก็ยังถูกโจมตีด้วย เว้นเพียงพรรคแกนนำรัฐบาลเท่านั้นที่ไม่ถูกพาดพิง ทั้ง 2 รายการส่อเจตนา โจมตีพรรคการเมืองอื่นอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่เคยแตะต้องพรรคแกนนำรัฐบาลเลย หาก 2 รายการดังกล่าวอยู่ในสถานีของเอกชนก็คงไม่มีใครไปว่า แต่นี่เป็นสื่อของรัฐ ไม่ควรทำอย่างนี้เด็ดขาด

ชี้ฟังเนวินได้แต่อย่าเพิ่งเชื่อ

เมื่อ ถามถึงกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ทำนายเหตุการณ์หลังการเลือกตั้งว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งแต่ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะได้เป็นพรรคอันดับสอง โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะลาออกจากหัวหน้าพรรค นายชุมพล กล่าวว่า เลือกตั้งทุกครั้งก็แสดงความคิดเห็นกันทุกครั้ง ฟังได้แต่อย่าเพิ่งไปเชื่อ การทำนายก็เช่นเดียวกับโพล ที่สำรวจความคิดเห็นประชาชน แต่ก็ยังเชื่อไม่ได้ ส่วนจะชี้นำหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนมีวิจารณญาณเพียงพอ อย่างที่จ.สุพรรณบุรีนั้นจะไปชี้นำอย่างไร ก็ไม่ขึ้น เพราะเมื่อประชาชนมีคนรักคนชอบอยู่แล้ว ชี้นำไปก็ไม่มีประโยชน์

เมื่อ ถามว่า ผลโพลไม่เคยมีชื่อชาติไทยพัฒนาติดเข้ามาเลยแต่ก็เป็นรัฐบาลทุกครั้ง นายชุมพล กล่าวว่า การจะเป็นรัฐบาลหรือไม่ เราต้องดูหลักการ 3 ข้อ 1.ผลประโยชน์ประเทศชาติ 2.การจัดการขณะนั้น 3.เรื่องนโยบายและองค์ประกอบต่างๆ เราก็มีจุดยืนและมีศักดิ์ศรี ประนีประนอม เป็นพรรคผู้ใหญ่ ถ้าได้ 30 เสียงก็พอใจแล้ว นายชุมพลกล่าวด้วยว่า กรณีที่นายเนวินระบุ เป็นความเห็นที่ต้องรับฟังไว้เพื่อให้เป็นประโยชน์ ส่วนโพลที่ออกมาก็เป็นข้อมูลที่สะท้อนความเห็นของประชาชน ถือว่าเป็นประโยชน์ ยืนยันว่าพรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคภูมิใจไทย ยังต้องจับมือไปด้วยกัน และมั่นใจว่ารัฐบาลยังต้องเป็นรัฐบาลผสมไปอีกนาน

หนั่นเปิดช่องพรรคเล็กนั่งนายกฯ

ที่ โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีนายเนวินว่า ต้องไปดูช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เป็นช่วงที่น่าจะวิเคราะห์ได้ใกล้เคียงที่สุด ส่วนนายเนวินวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงซึ่งก็ถือว่าค่อนใช้ได้ อย่างที่วิเคราะห์ว่านายอภิสิทธิ์ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคหากแพ้การเลือก ตั้ง ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำกันอยู่แล้ว เชื่อว่าหากเพื่อไทยได้คะแนนมาอันดับหนึ่งก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

เมื่อ ถามถึงแนวคิดให้นายกฯ มาจากพรรคขนาดกลางเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง พล.ต. สนั่น กล่าวว่า คงไม่ใช่พรรคการเมืองที่จะเป็นคนเสนอ แต่ต้องเป็นประชาชนที่ต้องเป็นคน เสนอเอง ถ้าอยากให้เกิดความเรียบร้อยในการบริหารประเทศอะไรที่ขัดขวางก็ควรเลี่ยง และไม่จำเป็นที่ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับหนึ่งต้องเป็นนายกฯ ต้องอยู่ที่สถานการณ์มากกว่า ส่วนความความปรองดองจะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าคนที่จะเป็นนายกฯ มีลักษณะของความ ปรองดองหรือไม่ แต่ในเมื่อเลือกตั้งมาแล้วก็ต้องยอมรับกันดีกว่า เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ถูกเรียกว่านายกฯปรองดอง พล.ต.สนั่น ยิ้มและกล่าวว่า “ก็ดี ถ้าผมเป็นนายกฯปรองดอง ผมรับ แต่นายกฯปรองดองนะ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี”

ปูเดินตลาดขอนแก่นหาเสียง

เช้า วันเดียวกันนี้ ที่ตลาดบางลำพู และตลาดสดเทศบาล 1 จ.ขอนแก่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และแบ่งเขต รวมทั้งผู้สมัครส.ส.ขอนแก่น ออกเดินหาเสียงกับพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาด โดยได้รับความ สนใจจากประชาชนจำนวนมาก บางคนได้นำดอกกุหลาบสีแดง และพวงมาลัยมามอบให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมยังขอถ่ายรูป และขอลายเซ็นเป็นที่ระลึก จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ นั่งรับประทานอาหารเช้าที่ร้านกาแฟ “เจ๊หลี” ซึ่งเป็นร้านที่พ.ต.ท.ทักษิณ เคยมารับประทาน โดยเมนูมื้อเช้าประกอบด้วย ข้าวเหนียวหมูปิ้ง หมูยอ ลาบหมู ไข่เจียวชะอม ปลาทอด ไส้กรอก กาแฟ และข้าวจี่ สำหรับเมนูข้าวจี่ เป็นเมนูที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยากรับประทาน ตั้งแต่การลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดเซ็นเตอร์พอยท์ จ.อุดรธานี เมื่อวันก่อน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า การลงพื้นที่และเดินตลาดของน.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันนี้ ปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยรักษาความปลอดภัยอยู่โดยรอบ จำนวนมากกว่าปกติ

ใส่บู๊ตลุยนาที่ร้อยเอ็ด

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมคณะได้เดิน ทางไปช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรคที่ จ.ร้อยเอ็ด โดยขึ้นกล่าวปราศรัยที่เวทีบริเวณสวนสุขภาพหลวงปู่ตา หลังตลาดสดเทศบาล อ.โพธิ์ชัย มีประชาชนร่วมรับฟังประมาณ 2 พันคน และปราศรัยที่เวทีบริเวณข้างปั๊มแอลพีจี อ.โพนทอง มีประชาชนรับฟังประมาณ 5 พันคน

เวลา 14.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมคณะ ลงพื้นที่เปิดนโยบายบัตรเครดิตเกษตรกร ที่ทุ่งกุลาร้องไห้ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด โดยแจกตัวอย่างบัตรเครดิตให้เกษตรกร 400 ใบ นอกจากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ยังสวมรองเท้าบู๊ตสำหรับทำนา แล้วลงไปในแปลงนาร่วมกับเกษตรกร ก่อนขึ้นมานั่งพูดคุยและสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการทำนา และผลผลิตต่อราคาจำหน่าย พร้อมเสนอขั้นตอนและรายละเอียด ของบัตรเครดิตเกษตรกรด้วย

แม้วฟัง”น้องปู”ปราศรัยตลอด

เมื่อ เวลา 14.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่เปิดนโยบายบัตรเครดิตเกษตรกร ที่ทุ่งกุลาร้องไห้ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด โดยแจกตัวอย่างบัตรเครดิตให้เกษตรกร 400 ใบ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้สวมรองเท้าบู๊ทสำหรับทำนา แล้วลงไปในแปลงนาร่วมกับเกษตรกร จากนั้นก็ขึ้นมานั่งพูดคุยและสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการทำนา และผลผลิตต่อราคาจำหน่าย พร้อมเสนอขั้นตอนและรายละเอียด ของบัตรเครดิตเกษตรกรด้วย

เวลา 18.00 น. พรรคเพื่อไทยจัดปราศรัยใหญ่ที่บึงพลาญชัย อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด แกนนำพรรคสลับสับเปลี่ยนปราศรัยท่ามกลางประชาชนที่เดินทางมาร่วมฟังนับหมื่น คน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นชูมือสัญลักษณ์หมายเลข 1 บนเวทีด้วย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ได้เห็นภาพนาย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ใส่เสื้อกั๊กวินมอเตอร์ไซค์ คนกรุงเทพฯ ก็เชียร์เต็มที่ แต่เชียร์ให้ขับวินตลอดชีวิต นี่คือบทบาทที่เหมาะสมที่สุดแล้ว เหมาะมากกว่าตำแหน่งรมว.มหาด ไทยอีก ส่วนที่นายเนวิน บอกน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายอภิสิทธิ์ จะไม่ได้เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง นี่เป็นเกมซ้อนเกม อำนาจนอกระบบของผู้ใหญ่ที่เคยเป็นแบ๊กอัพการเมืองให้กับนายอภิสิทธิ์ วางแผนเชือดนายอภิสิทธิ์แบบนิ่มๆ เนื่องจากใช้งานแล้วไม่สามารถตอบสนองได้ จึงใช้นายเนวินออกมาโยนหินถามทาง นายอภิสิทธิ์รู้ชะตากรรมของตัวเองดี จึงเคร่งเครียดอย่างที่เห็นในปัจจุบัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายนิสิต สินธุไพร แกนนำกลุ่ม นปช.ยังถูกจองจำในเรือนจำ จะมีแต่พี่น้องประชาชนเท่านั้นที่จะช่วยให้ 2 คนนี้ออกมาได้ จึงขอให้เลือกพรรคเพื่อไทย

เวลา 20.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า แม้จะเป็นน้องคนเล็กของพ.ต.ท.ทักษิณที่อายุห่างกันมาก แต่ก็ทำงานใกล้ชิดพี่ชายมาตลอด และตนสัมผัสได้ถึงความรักที่ประชาชนมีให้พ.ต.ท.ทักษิณ แม้วันนี้จะผ่านไป 5 ปีแล้ว นี่เป็นเหตุผลใหญ่ที่ทำให้ตนอาสาเข้ามาอยู่เคียงข้างประชาชนช่วยแก้ปัญหาปาก ท้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่พรรคได้เชื่อมต่อสัญญาณผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ถ่ายทอดสดบรรยากาศเวทีปราศรัยทุกครั้งให้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับชมด้วย

ขวัญชัยอ้างคู่แข่งเตรียมซื้อเสียง

นาย ขวัญชัย ไพรพนา แกนนำนปช. เผยว่า ขณะนี้กระแสพรรคเพื่อไทยแรงมาก โดยเฉพาะการชูน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ หญิงคนแรก เราต้องนำกระแสสู้กับกระสุน เพราะฝ่ายตรงข้ามเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีกระสุนมาก จนมีข่าวออกมาว่าจะซื้อเสียงหัวละ 1,000 บาท หรือ 2,000 บาท จนเต็มไปทุกพื้นที่หลายเขตในจ.อุดรธานี โดยเฉพาะเขต 4 และ เขต 8 ดังนั้นพรรคเพื่อไทยต้องระวัง เพราะเมื่อคู่แข่งใช้กระสุน ชาวบ้านได้เงินบ่อยๆ ก็อาจจะเปลี่ยนใจ ถ้าผู้สมัครเพื่อไทยประมาท ไม่ยอมลงพื้นที่ รวมทั้งที่ขอนแก่นในเขต 1 เขต 2 และเขต 10

นายขวัญ ชัย กล่าวว่า ถ้าในอนาคตพรรคเพื่อไทยได้เสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง แล้วต้องดึงพรรคร่วมมาตั้งรัฐบาล ก็ทำได้ทุกพรรค ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ทำสิ่งร้ายๆ เอาไว้กับพรรคเพื่อไทย และพ.ต.ท.ทักษิณต้องระหก ระเหิน ไปอยู่ต่างประเทศ หากดึงพรรคภูมิใจไทยมาจริง ชมรมคนรักอุดรฯ จะเป็นกลุ่มแรกที่ออกมาต่อต้าน ถ้าจำเป็นจริงๆ ขอให้เพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านไปเลย เชื่อว่าจะได้ใจประชาชนมากขึ้น

ปชป.เปิดเวทีใหญ่ใต้ที่ภูเก็ต

ผู้ สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ ว่า วันที่ 27 พ.ค.นี้ พรรคจะจัดเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต ทั่วภาคใต้ทั้ง 53 เขต พร้อมจัดเวทีปราศรัยหาเสียงของบรรดาผู้สมัครและแกนนำ ถือเป็นเวทีใหญ่ครั้งแรกในภาคใต้และครั้งแรกของพรรค ที่สวนสาธารณะสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมคับคั่ง อาทิ นายอภิสิทธิ์ นายชวน หลีกภัย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นต้น หลังขั้นตอนการแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.เขตแล้ว จะปราศรัยใหญ่หาเสียงครั้งแรกของพรรค เวลา 18.00-19.00 น. เป็นการปราศรัยของนายสุเทพ จากนั้น 19.00-20.30 น. ปราศรัยโดยนายอภิสิทธิ์ ต่อด้วยแกนนำคนอื่นๆ อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี และนายชวน เป็นต้น การปราศรัยครั้งนี้ถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยในพื้นที่ฐานเสียงภาคใต้

ศาลสั่งปรับคุณหญิงมือตบ 500บ.

จาก กรณีน.ส.ญาณี โมฮำมัสอีสสมาอีล อายุ 24 ปี ทีมงานหาเสียงของ นายพงษ์พิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต พรรคเพื่อไทย เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม แจ้งความร้องทุกข์ต่อสน.วัดพระยาไกร ว่า คุณหญิงพวงทอง เกษร์อังกูร อายุ 62 ปี (ภริยา พล.อ.ธวัช เกษร์อังกูร อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม) ทำร้ายร่างกายขณะกำลังแจกใบปลิวหาเสียง เหตุเกิดบริเวณตลาดสดกิ่งจันทร์ แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม. เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันที่ 26 พ.ค. น.ส.ญาณี โมฮำมัสอีสสมาอีล ผู้เสียหายพร้อมด้วยนางอุดมลักษณ์ จันทร์มา อายุ 49 ปี หัวหน้าทีมงานหาเสียงของนายพงษ์พิสุทธิ์ ได้มาติดตามความคืบหน้าของคดีที่สน.วัดพระยาไกร โดยน.ส.ญาณี กล่าวว่า ทำงานให้พรรคมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กนักเรียนนานกว่า 10 ปี ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นพรรคไทยรักไทยอยู่ ไม่เคยพบเหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้มาก่อน เมื่อคืนก็มีอาการไข้และปวดระบมจนต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลมเหสักข์เมื่อ เช้า และตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นจนถึงเวลานี้คู่กรณีไม่เคยติดต่อมาพูดคุยขอโทษ หรือขอเจรจาไกล่เกลี่ยแต่อย่างใด หลังจากปรึกษากับมารดาแล้ว จะขอดำเนินคดีคู่กรณีตามกฎหมายจนถึงที่สุด

นางอุดมลักษณ์ จันทร์มา อายุ 49 ปี หัวหน้าทีมงานหาเสียงของนายพงษ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า ทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งการเดินหาเสียงมักถูกผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับ พรรคโห่ไล่เท่านั้น เพิ่งมีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ถึงขั้นลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายกัน แต่ทางผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค กำชับไว้ห้ามไม่ให้โต้ตอบหรือใช้อารมณ์กับฝ่ายตรงข้าม การมีความคิดเห็นที่แตกต่างนั้นทำได้ แต่การลงมือทำร้ายร่างกายรุนแรงแบบที่เกิดขึ้นคงไม่อาจยอมความกันได้

พ.ต.อ. เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกร กล่าวว่า ได้ประสานงานกับฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งคดีนี้หากสามารถปรับชั้นสน.ได้ก็จะปรับ หากไม่ได้ก็จะไปปรับในชั้นศาล เพราะเป็นเพียงแค่โทษปรับก็น่าจะคุยกันได้ เป็นเพียงอารมณ์โมโหชั่ววูบของคุณหญิงเท่านั้น ไม่ได้มุ่งร้ายอะไร และเท่าที่คุยกันทางเด็กก็เข้าใจแล้ว นายพงษ์พิสุทธิ์ก็ได้ขอโทษคุณหญิงแล้วเรื่องเสียงดัง ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ไม่ว่าจะจบที่ใดก็ปรับเหมือนกัน

ที่ศาลแขวงพระนครใต้ ถ.เจริญกรุง เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นี้ พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวงพระนครใต้ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคุณหญิงพวงทอง เกษร์อังกูร เป็นจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลสอบคำให้การจำเลยแล้วเห็นว่า กระทำผิดตามฟ้องจริง จึงสั่งปรับ 500 บาท

ทีมงานปชป.ไล่ตื้บโจ๋แดงลำปาง

เมื่อ เวลา 18.00 น.วันที่ 26 พ.ค. พ.ต.ท.เมธี ยั่งยืน สารวัตรเวรสภ.เกาะคา จ.ลำปาง รับแจ้งจากนายสุทธิพงษ์ ศรีพาณิชย์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 2 ต.ท่าผา อ.เกาะคา จ.ลำปาง และนายณัฐวุฒิ อินทะศรี ว่า ถูกคนขับรถทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ ทำร้ายร่างกายตนและเพื่อน ขณะจอดรถจักรยานยนต์อยู่ริมถนน ทางเข้าวัดบ้านใหม่ ต.ท่าผา อ.เกาะคา โดยนายสุทธิพงษ์ชี้ร่องรอยฟกช้ำที่คอ และรอยแผลจากการถูกความร้อนจากท่อไอเสียที่ขาข้างซ้าย ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูเป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่จึงติดตามตัวคนขับรถ มาสอบสวนทราบชื่อ นายสุขผล วงศ์ษา อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 1 ต.วังพร้าว อ.เกาะคา

นายสุทธิพงษ์ให้การว่า เวลา 17.30 น. ตนและเพื่อนรวม 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกันมา 2 คัน เพื่อจะนำธงสีแดงไปให้เพื่อนอีกคนหนึ่ง เมื่อมาถึงปากทางเข้าวัดบ้านใหม่ ต.ท่าผา ได้พบกับทีมงานหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 4 เดินหาเสียงอยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร ตนจึงจอดรถดูพร้อมกับยกธงสีแดงขึ้นโบกและพูดว่า “คนเหนือไม่ลืมบุญคุณคน” ทันใดนั้นนายสุขผล ซึ่งยืนบริเวณรถตู้ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามได้ข้ามถนนเข้ามาหาตนและเพื่อน ก่อนใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของตนจนล้ม และเข้าชกต่อย ตนจึงต่อสู้ เมื่อสู้ไม่ไหวจึงวิ่งหนีเข้าไปในซอย แต่นายสุขผลก็ยังวิ่งตามเข้าไปทำร้ายตน จนชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงออกมาห้ามปราม และผู้สมัครส.ส.ก็ได้เข้ามานำตัวนายสุขผลออกไป โดยไม่ได้กล่าวขอโทษใดๆ ทั้งสิ้น หลังเกิดเหตุตนจึงได้เข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเกาะคา และแพทย์ได้ให้ยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อมาทาน ก่อนจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

ด้านนายสุขผลรับสารภาพว่า ทำร้ายร่างกายนายสิทธิพงษ์จริง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ ซึ่งนายสุขผลได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่ได้เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท และปล่อยตัวไป

สำหรับ นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ เดิมเป็นส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ซึ่งประกาศตัวจะเข้าร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ยังดำรงตำแหน่งส.ส.อยู่ เมื่อมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ นายนิคมจึงย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์อย่างเต็มตัว และลงสมัครเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 ลำปาง ประกอบด้วย อ.เกาะคา อ.สบปราบ อ.เสริมงาม อ.เถิน และอ.แม่พริก ประกบกับนายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ อดีตส.ส.

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s