ฉุนโพล-มาร์คฉะปู ก็แค่รวย ยื่นกกต.แล้วยุบปชป.

เนวินโพล่งดื้อๆ ถ้า”อภิสิทธิ์”แพ้ ทิ้งหัวหน้าปชป. ณัฐวุฒิชี้ล็อกโผ ให้ชวนนั่งนายก


ขอคะแนน – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมงานเดินขอคะแนนเสียงจากแม่ค้าขายข้าวแกงในห้างเดอะ มอลล์ บางแค ให้กับผู้สมัครของพรรค เมื่อวันที่ 25 พ.ค.

กก ต.พอใจสมัครส.ส. เรียบร้อยประพันธ์ชี้แค่โห่ไม่ผิด ต้องใช้อิทธิพลขู่บังคับถึงเรียกว่าขัดขวางเลือกตั้ง วอนไปยังทุกฝ่ายแม้ไม่ผิดกฎหมายแต่เป็นเรื่องไม่สมควรทำ มาร์คอ้อนถูกกระทำตลอดทั้งทำลายป้าย-ก่อกวน ยันเคารพกติกาเสมอ ฉุนถูกถาม′ป้ายสี′-′คะแนนโพลตามหลัง′ เย้ยยิ่งลักษณ์ชนะแค่เรื่องรวยกว่า เนวินเปิดประเด็นสปิริตออกซ์ฟอร์ด ถ้ามาร์คแพ้เลือกตั้งจะลาออกจากหัวหน้าพรรค ยิ่งลักษณ์บอกขอบคุณทุกคะแนนนิยม แต่เวลายังเหลือไว้ใกล้เลือกตั้งค่อยประเมินกันใหม่ กอ.รมน.อ้างมีกอ.รมน.ปลอมไปทำโพลการเมือง

กกต.พอใจรับสมัครเรียบร้อยดี

วัน ที่ 25 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ว่า พอใจการเปิดรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตทั่วประเทศในวันแรก ที่ทุกพื้นที่เป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น ส่วนที่มีมวลชนไปโห่ ชูป้าย ระหว่างการหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น ขอร้องผู้สมัคร พรรคการเมือง เพราะขณะนี้ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขต มีเบอร์เรียบร้อยแล้ว การทำอะไรที่ฝ่าฝืนกฎ หมายเลือกตั้งหรือระเบียบของกกต. ขอให้ระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยงการกระทำที่มีลักษณะบังคับขู่เข็ญใช้อิทธิพลคุกคาม ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ดังนั้น ผู้สมัครและพรรคต้องดูระเบียบ กกต. ถ้าหากรู้ว่าเป็นมวลชนของตัวเองไปกระทำแล้วไม่ห้ามปราม อาจมีปัญหากับตัวผู้สมัครเองได้

เมื่อถามว่าพรรคการเมืองอยากให้กก ต. ประชุมเรื่องนี้อย่างจริงจัง นายประพันธ์ กล่าวว่า เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย กกต. ประสานกับหน่วยงานความมั่นคง หากผิดกฎหมายอาญา ตำรวจสามารถดำเนินคดีอาญาได้เลย และหากรายงานมาที่ กกต.ก็จะพิจารณาเรื่องใบเหลืองใบแดง และยุบพรรค ส่วนพนักงานสอบสวนฯของตำรวจก็ทำในเรื่องอาญา

ชี้ขัดขวางคือใช้อิทธิพลขู่บังคับ

เมื่อ ถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้ กกต.ให้นิยามคำว่าการขัดขวางการหาเสียงที่ชัดเจนกว่านี้ เพราะหากเป็นเรื่องอาญาจะเป็นการทำร้ายร่างกายอย่างเดียว นายประพันธ์กล่าวว่า การทำร้ายร่างกายเป็นความชัดเจนในเรื่องกฎหมายอาญา ในพ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. มาตรา 53 อนุ 5 ได้เขียนไว้ชัดเจนแล้ว ต้องดูตามข้อเท็จจริง ถ้าหากแค่โห่ ไม่ได้บังคับขู่เข็ญ อาจจะไม่ได้เป็นการใช้อิทธิพลคุกคาม แต่ถ้ามีมวลชนไปล้อมรถผู้สมัครเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งท้องถิ่น ถือเป็นการใช้อิทธิพลขู่บังคับ แล้วผู้สมัครมีส่วนรู้เห็นหรือผู้ที่ทำเป็นหัวคะแนนหรือคนใกล้ชิด ก็เอาผิดถึงตัวผู้สมัครได้

“ผมอยากขอร้องว่าการกระทำในบางเรื่องอาจ ไม่ผิดกฎหมายโดยตรง แต่เป็นเรื่องไม่สมควรทำ กกต.ขอให้ระวัง เพราะช่วงนี้มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง” นายประพันธ์ กล่าวและว่า ส่วนที่พรรคเพื่อไทยจะเดินทางมายื่นหนังสือให้ตรวจสอบการกระทำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ กรณีให้สัมภาษณ์พาดพิงไปถึงผู้สมัครส.ส.ของพรรคเพื่อไทยนั้น กกต.จะดำเนินการตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงทำได้หรือไม่

เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานการรับ สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต กทม. ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ในวันที่สอง ว่า มีผู้สมัครจากพรรคต่างๆ มาสมัครเพิ่มเติม 14 รายจาก 7 พรรค อาทิ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครักษ์สันติ พรรคกิจสังคม ส่งผลให้ยอดผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตกทม.มีทั้งสิ้น 185 คน

พท.ยื่นกกต.-ร้องสุเทพหมิ่นแล้ว

เวลา 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือต่อกกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบการกระทำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กรณีให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 17 และ 23 พ.ค.ว่าพรรคเพื่อไทยมีส่วนเกี่ยว ข้องกับการปล่อยให้คนเสื้อแดงมาก่อกวนการหาเสียงของผู้สมัครพรรคประชาธิปัต ย์ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การให้สัมภาษณ์ของนายสุเทพ เป็นความจงใจจะลดความน่าเชื่อถือของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคที่เป็นแกนนำนปช. ซึ่งส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย เข้าข่ายพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 53 (5) หลอกลวง บังคับขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคใด ซึ่งมีโทษจำคุกถึง 10 ปี และนายสุเทพ เป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยไม่เป็นไปตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 18 แห่งรัฐธรรมนูญ และมาตรา 68 (1) และมาตรา 94 แห่งพ.ร.บ. การเลือกตั้งฯ ทั้งยังขัดต่อมาตรา 237 แห่งรัฐธรรมนูญด้วย มีโทษสูงสุดถึงขั้นยุบพรรค ทั้งยังขัดต่อพันธสัญญา 5 ข้อของพรรคการ เมืองที่พรรคประชาธิปัตย์เคยร่วมลงนามไว้ว่าจะทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ได้รวบรวมหลักฐานการให้สัมภาษณ์ของนายสุเทพผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ เพื่อนำมามอบให้กับ กกต. ที่นายสุเทพพูดผ่านสื่อนั้น เป็นการพูดใส่ร้ายกันตลอดเวลาและเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง จึงมามอบหลักฐานให้ กกต.ตรวจสอบ เพราะข้อกล่าวหาของนายสุเทพต่อคนเสื้อแดงนั้น วันนี้ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด จึงถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ และการที่สมาชิกคนเสื้อแดงมาสมัครเลือกตั้ง ก็ได้รับเบอร์เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การกล่าวหาของนายสุเทพ อาจถูกฟ้องหมิ่นประมาทถ้าเป็นช่วงหลังเลือกตั้ง แต่ถ้าอยู่ในช่วงที่มีพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง จะเข้าข่ายความผิดมาตรา 53 (5)

โวยชุด′ปส.315′คุกคามประชาชน

เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาคกทม. ในฐานะผอ.ศูนย์เลือกตั้งกทม. พร้อมผู้สมัครส.ส. พรรคเพื่อไทย นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ และนายพลภูมิ วิภัตภูมิประเทศ ผู้สมัครส.ส.เขต กทม. ร่วมแถลงข่าวการคุกคามของเจ้าหน้าที่รัฐช่วงการเลือกตั้ง

นาย ไพโรจน์ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากหมู่บ้านทับเจริญ เขตหนองจอก โดยเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบยาเสพติด ซึ่งไม่มีการแจ้งหรือประสานกับผู้นำหมู่บ้าน ตำรวจบ้าน เหมือนเข้าไปล้อมจับ เน้นบ้านมีเสื้อสีแดง ทำให้ประชาชนหวาดกลัวว่าจะไปยัดยาบ้าให้เขา จึงแจ้งมา เมื่อเดินทางลงพื้นที่และพบว่ามีการสนธิกำลังกันจริง ถามนายกฯว่าเคยหารือกับกกต.ก่อนหรือไม่ที่จะมีคำสั่ง เพราะเป็นช่วงที่มีพ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว เป็นการกระทำที่เหมาะสมหรือผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

นายพลภูมิ กล่าวว่า พื้นที่ในโซนพรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่ามีทหารและตำรวจออกตรวจมาก ประชาชนตั้งคำถามว่าคำว่า ปส. มาจากคำว่าปราบปรามสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือไม่ และถามข้อมูลยาเสพติดน้อยกว่าเรื่องการเลือกตั้ง และสอบถามข้อมูลว่าเรื่องเสื้อแดงมากกว่า ทำให้ประชาชนอึดอัด ในเขตพื้นที่บึงกุ่มและคันนายาว ได้รับแจ้งจากประชาชน มีการตั้งโต๊ะรับสมัครสมาชิกคนละ 1,500 บาท ได้รับเสียงบ่นจากทหารว่าภารกิจเรื่องยาเสพติด ควรให้ตำรวจดูแลในช่วงการเลือกตั้งมากกว่า

นายวิชาญ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่และการร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่กทม.กรณีที่มีคำสั่ง ปส.315 ให้สนธิกำลังกับตำรวจ ในการปฏิบัติภารกิจตรวจสอบยาเสพติดของนายกฯ แต่พบว่ามีการสอบถามรวมทั้งระบุขอให้ช่วยสนับสนุนพรรคการเมือง อีกทั้งการเข้าพบประชาชนบางแห่งพบว่าเจ้าหน้าที่ใช้รถฮัมวี่เข้าไปในพื้นที่ สร้างความแตกตื่นให้ประชาชน ลักษณะคล้ายข่มขู่ เช่น เขตมีนบุรี จึงต้องถามว่าเหมาะสมหรือไม่ ทั้งนี้ได้ทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากผบ.ทบ.ระบุจะวางตัวเป็นกลางทางการเมือง จึงขอให้ถอนกำลังชุดปฏิบัติการทั้งหมดออกจากพื้นที่ และถ้านายกฯคิดว่าการเลือกตั้งต้องมาจากประชาชนที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ควรเลิกภารกิจ ปส. 315

แฉสารพัดกลโกงเลือกตั้ง

นายวิ ชาญ กล่าวว่า นอกจากนั้นตนยังห่วงเรื่องการจัดการหีบบัตรเลือกตั้ง จึงอยากเสนอให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดในหีบเลือกตั้งเพื่อป้องกันการโกงบัตร เลือกตั้ง และยังพบว่ามีการกว้านซื้อบัตรประชาชนในราคา 1,000-1,500 บาท ส่วนเรื่องบัตรเหลืองจะมีการเวียนเทียนไปลงคะแนนซ้ำ เช่น หากมี 30 หน่วย เท่ากับ 6,000 บาท จะกลายเป็น 12,000 คะแนน ซึ่งปัญหาจะหนักกว่า ปี 50 ที่มีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าเกิน และยังได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่เป็นการภายในว่ามีความพยายามพิมพ์บัตรเพิ่มเติม และทราบว่าจะมีบัตร 3 ล้านใบ เคลือบสีมันในช่องหมายเลข 1 เมื่อกาแล้วจะทำให้บัตรเปื้อน กลายเป็นบัตรเสียทันที จึงขอให้กกต.ตรวจสอบหากใน 3 ล้านบัตรไปอยู่ในบัตรบัญชีรายชื่อ

นาย วิชาญ กล่าวว่า เรื่องทั้งหมด ตนมีเอกสารและรายละเอียดพร้อมเข้าไปหารือกกต.หลายเรื่อง หากกรุณาให้เข้าพบ เพราะนายกฯยังเข้าพบได้ง่าย ดังนั้น เมื่อมีปัญหากกต.ควรรับรู้ปัญหาก่อนเกิดเรื่องไม่ชอบมา พากล ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องวางตัวเป็นกลาง ตนเชื่อว่าตำรวจหลายคนเป็นกลาง แต่ขณะนี้ตำรวจหลายนายไม่สบายใจเพราะผกก.หลายสถานีในกทม.วางตัวไม่เป็นกลาง รวมทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดเช่นกัน

นายวิชาญกล่าวด้วยว่า พรรคจะจัดปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในวันที่ 28 พ.ค.นี้ ที่สวนลุมพินี เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป เป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกหลังจากสมัครส.ส.ครบทั่วประเทศแล้ว นำทีมปราศรัยโดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ และแกนนำพรรคทั้งหมด ซึ่งจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครของพรรคทั้งหมด พร้อมอธิบายนโยบายพรรคให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น สาเหตุที่เลือกสวนลุมพินี ไม่เกี่ยวกับเป็นพื้นที่ที่คนเสื้อแดงเคยชุมนุม แต่พรรคเห็นว่าเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุด ที่จอดรถสะดวก อีกทั้งยังเป็นสิริมงคล เพราะมีพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ประดิษฐานอยู่ด้วย

โอ๊คแจงแค่สะดุดไม่ได้เป็นลม

เวลา 13.00 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย นายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสาน พร้อมแกนนำพรรคและผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เดินทางลงพื้นที่ช่วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี ขอนแก่น และร้อยเอ็ด โดยมีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ร่วมเดินทางไปด้วย

โดยนายพานทองแท้ ได้สวมเสื้อยืดสีขาว ด้านหน้าสกรีนด้วยตัวหนังสือแดงข้อความ “ไม่เหนื่อย ไม่เป็นลม” ส่วนด้านหลัง สกรีนหมายเลขของผู้สมัครพรรคเพื่อไทย สร้างสีสันให้กับคณะ และได้กล่าวว่า “วันที่มีข่าวเป็นลมในการไปหาเสียงที่จ.สิงห์บุรี เพราะเดินสะดุดพื้นต่างระดับ ไม่ได้เป็นลมอย่างที่เป็นข่าว”


แม่ทัพ– น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงที่ จ.อุดรธานี ขณะที่โฆษกเพื่อไทยยื่นร้องกกต. ดำเนินการกับนายสุเทพ เทือก สุบรรณ ที่กล่าวหาเผาบ้านเผาเมือง

ยิ่งลักษณ์ขอบคุณคะแนนนิยม

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงโพลระบุพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำพรรคอื่นว่า ต้องน้อมรับผลโพลและขอบคุณประชาชนที่ตอบรับ จะตั้งใจทำงานอย่างดี เรามีความตั้งใจทำงานและขอโอกาสพรรคเพื่อไทยเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชน เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาความนิยมให้อยู่ในระนาบนี้ต่อเนื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า กระแสความนิยมขึ้นอยู่ข้อเท็จจริงและความสามารถ รวมทั้งนโยบายในการทำงาน ต้องขอเวลาลงพื้นที่พบประชาชนก่อน

เมื่อ ถามย้ำว่าโพลของพรรค เป็นไปในทิศทางเดียวกับโพลของสถาบันการศึกษาหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ใกล้เคียงกัน วันนี้เป็นไปตามที่โพลระบุ ส่วนรายละเอียดต้องติดตามต่อ ยังเหลือเวลาอีก 40 วัน ให้ถึงเวลาใกล้ๆ จะเรียนให้ทราบอีกครั้ง เมื่อถามว่าโพลที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยกระแสดี เพราะลงพื้นที่ที่เป็นฐานเสียงหลักของพรรค น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องถามคนทำโพลเอง

ชวนเล่นการเมืองสร้างสรรค์

เมื่อ ถามว่ากังวลหรือหนักใจกับกระแสความรุนแรงในการเลือกตั้งหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อยากเชิญชวนทุกคนว่าบ้านเมืองเสียเวลาไปมากแล้ว อยากให้หันมาเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เชื่อว่าวันนี้ทุกคนตอบรับและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน อีกทั้งอยากเห็นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม เมื่อถามถึงการหาเสียงในพื้นที่อื่น เช่นภาคใต้ จะดำเนินการอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงมีแผนงาน เพราะเราตั้งใจไปพบประชาชนในทุกภาค

เมื่อ ถามว่ารู้สึกอย่างไรที่พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุพรรคเพื่อไทยควรหยุดพูดเรื่องแนวทางปรองดองและพรรคฝ่ายตรงข้ามยังออกมา ต่อต้านเช่นกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราไม่ได้บอกว่าเสนอแนวทางปรองดอง แต่เสนอว่าหาวิธีแนวทางร่วมกันในการสร้างความสามัคคีปรองดอง ไม่ได้ระบุว่าต้องทำอย่างไร แต่สิ่งที่เราต้องการคือทำอย่างไรให้เกิดความสามัคคีปรองดองและจะคุยในราย ละเอียดหลังจากพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล

แดงระยองทักท้วง-ส่งผู้สมัคร

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย กลุ่มเสื้อแดงระยอง กว่า 20 คน เดินทางมาขอให้พรรคพิจารณาการส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 ระยอง ซึ่งมีข่าวว่าพรรคจะส่งนายสมพงษ์ โสภณ ลงสมัคร ทั้งที่เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำคนเสื้อแดง รับปากว่าจะส่งนายภิรมย์ ศรีธาตุ ลงสมัคร แต่ปรากฏว่ามีข่าวว่าพรรคจะส่งนายสมพงษ์ ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดพี่ชายนายสาธิต ปิตุเตชะ อดีตส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ทำให้คนเสื้อแดงระยองจำนวนมากกังวล จึงขอให้พรรคพิจารณาใหม่ แต่ปรากฏว่าไม่มีแกนนำพรรคมารับเรื่องร้องเรียน สร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมาก บางคนถึงกับร้องไห้ตะโกนโวยวายว่า ถ้าไม่ยอมเปลี่ยน จะให้ไปกาโหวตโน หรืออย่างไร จากนั้นทางกลุ่มจึงตัดสินใจไปพบแกนนำคนเสื้อแดง ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว เพื่อขอให้แก้ปัญหาต่อไป สำหรับการลงสมัครส.ส.เขต 4 ระยองนั้น ปรากฏว่ายังไม่มีผู้สมัครในนามพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด

เนอ้าง′สปิริตออกซ์ฟอร์ด′บี้มาร์ค

ที่ พรรคภูมิใจไทย นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค กล่าวว่า ผลการสำรวจของสำนักต่างๆพบว่าพรรคเพื่อไทยจะมีคะแนนนำพรรคประชาธิปัตย์ โดยพรรคประชาธิปัตย์จะได้ส.ส. ประมาณ 160 คน ส่วนพรรคเพื่อไทยจะได้ 200 กว่าที่นั่ง แต่ได้เสียงไม่ถึงครึ่ง มีกลุ่มพลังเงียบที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครมากถึงร้อยละ 50 ถือเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนถึงวันเลือกตั้ง ทั้ง 2 พรรคต้องหาวิธีช่วงชิงคะแนนเสียงจากคนกลุ่มนี้มาให้ได้ แม้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งจริง น.ส.ยิ่งลักษณ์คงไม่ได้เป็นนายกฯ ไม่สามารถฝืนหรือต้านทานกระแสสังคมได้ เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยกเหมือนสมัยพ.ต.ท.ทักษิณชูนายสมชาย วงศ์ สวัสดิ์ เป็นนายกฯ ดังนั้นพ.ต.ท.ทักษิณอาจตัดสินใจเปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกฯจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นบุคคลอื่น อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท. ทักษิณชูน.ส.ยิ่งลักษณ์ขึ้นมาในตอนนี้ เพราะต้องการให้กระแสและคะแนนของพรรคเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง

นาย เนวิน กล่าวว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์จะต้องแสดงความเป็นสปิริตออกซ์ฟอร์ดด้วยการลาออกจากหัวหน้าพรรค คงไม่มีวันยอมนั่งอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไปอย่างแน่นอน ส่วนเหตุรถคอนเทน เนอร์ชนต้นไม้หน้าพรรคจนหักโค่นลงมาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 พ.ค. จนหลายฝ่ายมองเป็นลางร้ายของพรรคนั้น เชื่อว่าราหูที่อมพรรคภูมิใจไทยได้ออกไปจากพรรคแล้ว ขนาดรถคอนเทน เนอร์ยังชนไม่โดนพรรคเลย แต่ชนโดนต้นไม้หน้าพรรคแทน แสดงว่าพรรคแคล้วคลาด

ยังมั่นใจได้ปาร์ตี้ลิสต์ 15 ที่นั่ง

เมื่อ ถามถึงเหตุการณ์ไฟดับที่พรรคนานถึง 3 ชั่วโมง ทำให้ไม้กั้นหน้าพรรคไม่ทำงานจนหลายคนออกจากพรรคไปไม่ได้ นายเนวิน กล่าวติดตลกว่า ถือเป็นเรื่องดี หมายถึงได้คะแนนเสียงเข้ามาแล้ว ไม่มีวันออกไปจากพรรคได้อีก และมั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่ออย่างน้อย 15 ที่นั่ง โดยเชื่อว่านางศุภธินันท์ ไถวสินธ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ หมายเลข 15 จะได้เข้าไปนั่งในสภาอย่างแน่นอน

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค แถลงว่า การสมัครส.ส.เขตยังมีหลายพื้นที่ที่ผู้สมัครยังไม่ได้เดินทางไปสมัคร จะมีความชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 27 พ.ค. ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อสรุปตัวเลขผู้สมัครที่แน่นอน ส่วนการรณรงค์หาเสียงและปราศรัยใหญ่ยังคงเป็นวันที่ 3 มิ.ย. ที่จ.นครราชสีมา โดยวันที่ 2 มิ.ย. มีการรวมตัวของคาราวานคนจน นำโดยนางศุภาธินันท์ ไถวสินธ์ หรือป้าสะอิ้ง และนายคำตา แคนบุญจันทร์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ตัวแทนกลุ่มชาวนา วันที่ 26 มิ.ย. จะมีการปล่อยคาราวานคนจน พร้อมบายศรีสู่ขวัญที่สวนศรีนครินทร์ จ.ร้อยเอ็ด ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังจังหวัดต่างๆ มุ่งหน้าสู่เวทีปราศรัยใหญ่ในวันที่ 3 มิ.ย. หลังเสร็จสิ้นการปราศรัยใหญ่ในวันที่ 4 มิ.ย. จะเดินทางแบบคาราวานขอคะแนนในภาคอีสานต่อไป มีผู้สมัครในจังหวัดนั้นๆ ร่วมเวทีปราศรัยด้วย

มาร์คเชื่อไปอีสานบรรยากาศน่าจะดี

เวลา 06.50 น. ที่สถานีโทรทัศน์โมเดิร์น ไนน์ทีวี (ช่อง 9) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการ “เช้าข่าวข้น คนข่าวเช้า” ถึงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่เริ่มรุนแรงขึ้นว่า ไม่มีอะไรมากวนใจตนในการหาเสียง แต่ยังมีเหตุการณ์คนมาต่อต้านอยู่บ้าง แต่ในระบอบประชาธิปไตย ควรเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายไปรณรงค์หาเสียงอย่างอิสระ อย่าไปยุ่งกับคนอื่น จะทำให้เกิดบรรยากาศที่ทุกฝ่ายสบายใจ ส่วนที่กกต.จะจัดโครงการเลือกตั้งสมานฉันท์ เชิญทุกพรรคไปซักซ้อมความเข้าใจว่าจะรณรงค์หาเสียงอย่างไรแล้วไม่เกิดการ ทะเลาะเบาะแว้งกัน คิดว่าถ้าทำให้บรรยากาศอย่างนั้นเกิดขึ้นได้ จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย แต่จะไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่ อยู่ที่ฝ่ายที่มากระทำมากกว่า เพราะฝ่ายตนเดินหน้าเข้าหาประชาชนเพื่อพูดคุยถึงนโยบาย

เมื่อถึงการ ที่นายอภิสิทธิ์จะลงพื้นที่หาเสียงในภาคอีสานในวันที่ 28 พ.ค.นี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะไปจ.อุบลราชธานี ส่วนจะไป จ.ยโสธรและอำนาจเจริญ ด้วยหรือไม่นั้น ยังดูเรื่องกำหนดการ ส่วนวันที่ 27 พ.ค.จะลงพื้นที่ภาคใต้ เชื่อว่าบรรยากาศไปภาคอีสานครั้งนี้น่าจะดี เพราะการไปพบประชาชนในแต่ละภาคไม่ได้มีปัญหา แต่การมาต่อว่าต่อขานเป็นเรื่องปกติ แต่พรรคยังจัดทีมไปหาเสียงในทุกภาคและทุกจังหวัด เพราะทุกพื้นที่มีความหมายทั้งนั้น

“แต่คงยากที่ผมจะไปในทุกจังหวัด แต่จะไปให้ได้มากที่สุด เพียงแต่ครั้งนี้ตนมีความลำบากเล็กน้อย เพราะยังมีงานราชการต้องทำ ถ้าลาราชการมากเกินไปคงไม่ดี” นายอภิสิทธิ์กล่าว

อ้อนถูกกระทำต่างๆนานา

เมื่อ ถามถึงปัญหาการทำลายป้ายหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาของการแข่งขัน ขอให้ยึดมั่นกติกาสากล ทั้งนี้ประหลาดใจที่มีหนังสือพิมพ์บางฉบับพาดหัวข่าวว่า “ผมไปถล่มคนนั้นคนนี้ ยังงงอยู่ว่าไปถล่มเขาที่ไหน มีแต่ผมเจอคนที่จัดตั้งกันมากระทำการต่างๆ ทั้งชูป้าย ก่อกวน หรือทุบป้ายหาเสียงของผม”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมือง เป็นพรรคที่มีเครือข่ายก็ต้องต่อสู้แข่งขันกัน เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเผชิญมาตลอด เช่น ตอนนี้พรรคเพื่อไทยกับมวลชนเสื้อแดงไม่ได้แยกกัน แต่ถ้าจะบอกว่าเขาเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ทราบว่าเขาจะยอมรับหรือไม่ แต่แกนนำกลุ่มนี้มีชื่อเป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่ออยู่ใน 10 อันดับแรกของพรรคเพื่อไทย ถ้าจะบอกว่าไม่เกี่ยวกันก็แปลกอยู่

“เมื่อ มีคนมาทำอะไรผม เขากลับบอกว่าคนพวกนั้นเป็นแดงเทียม ซึ่งผมต้องเผชิญการต่อสู้แบบนี้ แต่ไม่ว่ากันเพราะเป็นนักกีฬา มีหน้าที่เป็นผู้เล่นก็เล่นกันไปและเคารพกรรมการ ต้องถือกฎกติกามารยาท ส่วนคู่แข่งจะทำในทุกรูปแบบ ก็ไม่เป็นไร เราเคารพและมั่นใจการตัดสินใจของประชาชน ผมบอกกับสมาชิกพรรคทุกคนว่าปัญหาอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา และคนอื่นอาจมีวิธีที่ไม่เหมือนเรา แต่ขอให้เรายึดมั่นแนวทางความเป็นประชาธิปไตย” นายอภิสิทธิ์กล่าว

หน.ปชป.ฉุนโดนบี้′ใส่ร้าย′

เวลา 11.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความรุนแรงที่มีหัวคะแนนถูกยิง ว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ชี้แจง เพราะได้กำชับตลอด ความจริง ตำรวจและกกต.ต้องช่วยกันดูแลเพราะเราต้องการให้การเลือกตั้งเรียบร้อย แต่ต้องยอมรับว่ามักมีการเคลื่อนไหวลักษณะนี้ และบางครั้งเรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการเมือง ทั้งนี้ทุกคนต้องระวัง ได้กำชับตำรวจแล้วว่าต้องดูแลทุกด้าน ดูแลผู้สมัครของทุกพรรค

เมื่อ ถามว่าปัญหาการพูดจาใส่ร้ายป้ายสีระหว่างพรรค นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีประเด็น เพราะสิ่งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เลขาธิการพรรค หรือที่มีบางคนพูด ก็เป็นไปตามข้อเท็จจริง ในส่วนของพรรคนั้นโปร่งใส เพราะเราเอาผู้บริหารพรรคตัวจริงเป็นกรรมการบริหารพรรค เปิดเผยทุกอย่างตรงไปตรงมา แต่พรรคเพื่อไทย คนที่มีบทบาทไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค พยายามเอาเงื่อนไขของกฎหมายมาเล่น ซึ่งไม่ค่อยสร้างสรรค์

เมื่อถามว่าคิดว่าเมื่อไหร่การเมืองไทยจะ ก้าวข้ามการใส่ร้ายกันไปมา พรรคเพื่อไทยกล่าวร้ายประชาธิปัตย์ ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็กล่าวร้ายเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์ ย้อนถามทันทีว่า “ประชาธิปัตย์ไปกล่าวร้ายเรื่องอะไร ยืนยันว่าไม่มี ที่ผ่านมาเราเอาข้อเท็จจริงมาพูด และการโต้แย้งกันบ้างทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่อย่าทำนอกรูปแบบ อย่าใช้วิธีการทำให้ไม่มีเสรีภาพในการทำงานของแต่ละฝ่าย ส่วนจะนำไปสู่การสร้างสรรค์ได้หรือไม่นั้น ผมก็พยายามหาเสียงเกี่ยวกับเรื่องนโยบาย แต่พรรคเพื่อไทยนั่นแหละที่จุดประเด็นแบบนี้มาตลอด”


ภาพบนลีลาดี– นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่วัดหัวลำโพง กทม. พร้อมทำบุญโลงศพอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่รัฐบาลที่ล้มเหลว และนักการเมืองที่ทุจริต พร้อมกับสาปแช่งนักการเมืองที่โกงกิน เมื่อวันที่ 25 พ.ค.

ภาพล่างของใคร – หีบบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง พบถูกทิ้งไว้ริมถนนเทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ กกต.จังหวัดยืนยันว่า การเลือกนายกอบจ. ที่ผ่านมามีหีบบัตรครบตามจำนวน คาดสร้างสถานการณ์


เมินโพล-ชี้′ปู′ชนะแค่รวยกว่า

ผู้ สื่อข่าวถามถึงผลสำรวจของโพลล่าสุดที่พรรคเพื่อไทยยังมีคะแนนนำพรรคประชาธิ ปัตย์ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะคนเกือบครึ่งยังไม่ได้ตัดสินใจ และไม่คิดว่าผลโพลที่ออกมาจะเป็นตัวโน้มน้าวทำให้ประชาชนเลือกตามผลสำรวจ ไม่คิดว่าประชาชนจะเลือกตามโพล เพราะโพลเป็นตัววัดสิ่งที่เป็นความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งแต่ละคนมีดุลพินิจ และช่วงโค้งสุดท้ายตามกฎหมายก็ไม่ให้เผยแพร่อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า อะไรที่ทำให้ผลโพลออกมาว่าพรรคเพื่อไทยนำพรรคประชาธิปัตย์อยู่ตลอดเวลา หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้อนถามว่า “ตลอดอย่างไร เอแบคโพลบอกประชาธิปัตย์นำ ฉะนั้นไม่เป็นความจริงที่ผลโพลจะบอกว่าพรรคเพื่อไทยนำตลอด ยืนยันอีกครั้งว่าผลโพลที่ออกมาสลับกันไปมา เพียงแต่คนสรุปโพล ผมยังงงอยู่ อย่างที่พาดหัวข่าวว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ พุ่งแรง ความจริงแล้วชนะผมอยู่ตัวเดียวเหมือนเดิม คือรวยกว่า นอกนั้นไม่ได้แตกต่างจากรอบแรก แต่เขามีคะแนนเพิ่มขึ้นเพราะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ดังนั้นยืนยันว่ามีทั้งนำและตาม”

เดือดอีกถูกถามเหตุคะแนนตาม

เมื่อ ถามถึงสาเหตุที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนในโพลตามตลอด นายอภิสิทธิ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า มันตลอดอย่างไร ในเมื่อประชาธิปัตย์นำอยู่หลายโพล สวนดุสิตโพลและเอแบคโพลก็มีเวลาใกล้เคียงกัน และการนำก็ห่างเพียง 4-5 เปอร์เซ็นต์ ก็มีปัญหาเรื่องนัยยะทางสถิติและตรงกับข้อมูลที่เห็นทุกสำนัก มีแต่โพลของเพื่อไทยที่บอกว่าเขาได้เกินครึ่ง ตนถามว่ามีโพลอื่นหรือไม่ ส่วนกรุงเทพโพลที่ออกมา อยากให้ไปดูตัวเลข เพราะมันยังบอกอะไรไม่ได้เลย คะแนนคนหนึ่งได้ 20 บางคนได้ 10 กว่าๆ มันยังไม่ได้บอกอะไร ยังมีคนที่บอกว่ายังไม่ตัดสินใจ 40-50 เปอร์เซ็นต์ และความจริงกรุงเทพโพล ตนก็สอบตกมาตลอด 2 ปี

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยโหมกระแสนายกฯเป็น ผู้หญิง จะแก้ทางอย่างไร หัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คิดว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าคุณสมบัติในตัวนายกฯ หรือผู้นำที่ประชาชนคาดหวังจะเป็นอย่างไร “ผมว่าวันนี้ปัญหาไม่ใช่เรื่องผู้หญิงหรือผู้ชาย ปัญหาเป็นเรื่องของใครจะเข้ามาทำอะไร มีความพร้อมแค่ไหน ซึ่งยังมีเวลาอีกหลายสิบวัน”

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยทำโพลว่าจะได้ เก้าอี้ ส.ส. 270 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ทำโพลบ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อ เพราะไม่มีโพลไหนที่ไปยืนยันตัวเลข แล้วมาเรียกร้องเรื่องลงสัตยาบัน เรียกร้องเรื่องพรรคร่วมรัฐบาล ทำไมถ้าได้ 270 ที่นั่งก็ไม่ต้องมาคิดแล้ว

องอาจไม่หวั่นกรณีคลายปม′

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีพรรคเพื่อไทยจะแจ้งความดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ และนายองอาจ โดยกล่าวหาว่าใช้อำนาจหน้าที่ใช้เครื่องมือและสื่อของรัฐเผยแพร่รายการคลาย ปม ในเวลา 21.00 น. วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดผลกระทบกับพรรคเพื่อไทย ว่า ตนและนายกฯไม่หวั่นไหวเพราะไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่หาประโยชน์ในการเลือกตั้ง ในรายการทีวีใดๆโดยเฉพาะสื่อของรัฐ หากอ่านรัฐธรรมนูญและอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลที่เกี่ยวกับสื่อของรัฐ จะเห็นชัดเจนว่าไม่สามารถดำเนินคดีกับนายกฯและตนได้ แต่ถ้าเห็นว่ายังมีช่องทางดำเนินการทางกฎหมายได้ เราก็พร้อมไปชี้แจงข้อเท็จจริง

นายองอาจ กล่าวว่า ขณะนี้กกต.เริ่มมีความเห็นว่าคนก่อกวนการหาเสียงอาจมีโอกาสพัฒนาไปสู่ความ รุนแรงได้ จึงอยากให้กกต. เคร่งครัดในพ.ร.บ.การเลือกตั้งฯ มาตรา 53(5) กรณีผู้ใดหรือผู้สมัครหลอกลวง ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายให้คะแนนนิยมของบุคคลหรือพรรคเสียหาย เพราะการใช้อิทธิพลคุกคามผู้สมัครไม่ควรเกิดขึ้น และอยากเรียกร้องกลุ่มคนเสื้อแดงหรือกลุ่มใดๆ ให้ระงับการก่อกวนผู้สมัคร เพราะอาจผิดกฎหมายเลือกตั้งได้

นายองอาจ กล่าวถึงโพลคะแนนนิยม ว่า พรรคพร้อมรับฟังผลสำรวจจากทุกสำนักและนำมาวิเคราะห์ปรับปรุงการทำงาน แต่การสำรวจชี้ให้เห็นว่ามีคนอีกกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ยังไม่ได้ตัดสินใจ ดังนั้นเราจะทำความเข้าใจกับคนเหล่านี้ให้หันมาสนับสนุนพรรค ทั้งใน ระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ ชื่อว่าอีก 40 วันจากนี้ พรรคจะทำให้ประชาชนมีความเข้าใจชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อเลือกส.ส.ของพรรคไปทำหน้าที่ในสภา

หาเสียงเจอบ่น′ทำคนจนลง′

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.15 น. นายอภิสิทธิ์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และแกนนำพรรค ได้ลงพื้นที่ตลาดด้านหลังกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียง ได้รับเสียงกรี๊ดจากพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมาก ส่วนใหญ่ขอจับมือ หอมแก้ม และมอบดอกไม้ จากนั้นเวลา 13.30 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะ เดินทางมายังมูลนิธิบ้านพักคนชราบ้านบางแค เพื่อพบผู้สูงอายุและฝากฝังผู้สมัครของพรรค โดยยืนยันว่าหากได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะเดินหน้าทำงานทันที โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการ กองทุนผู้สูงอายุ

เวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เดินหาเสียงช่วยผู้สมัครที่ห้างเดอะมอลล์ บางแค ซึ่งได้รับความสนใจจากพนักงานห้างและผู้ที่มาจับจ่ายใช้สอย อย่างไรก็ตาม มีบางคนที่ไม่ชอบพรรคประชาธิปัตย์ บ่นเสียงดังระหว่างที่นายอภิสิทธิ์เดินขอคะแนนเสียงที่ศูนย์อาหารของห้างว่า มาก็สร้างแต่ความเดือดร้อน ชาวบ้านเขาจะซื้อของก็ทำไม่ได้ โดยมีอีกคนพูดว่า จะเข้ามาเป็นรัฐบาลอีกทำไม เพราะช่วงเป็นก็ไม่เห็นทำอะไร ของก็แพง คนก็จนลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการลงพื้นที่หาเสียงของนายอภิสิทธิ์ ในวันที่ 27 พ.ค. เวลา 18.00 น. จะร่วมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ทั้ง 14 จัหวัด ที่บริเวณสะพานหิน จ.ภูเก็ต วันเสาร์ที่ 28 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ ลงพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียงที่อ.ป่าติ้ว จ.ยโสร ,อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ และที่อ.เมือง จ. อุบลราชธานี ทั้งนี้ ในวันที่ 29 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ มีกำหนดการลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาสียงที่จ.ชลบุรี

ปุยันไม่ให้ร้ายใคร-ไม่มีคนป่วน

เวลา 16.00 น. ที่ศูนย์กำจัดขยะแขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ พร้อมด้วยนายทศธรรม เปี่ยมสมบูรณ์ บุตรชาย และน.ท.รวยลาภ เอี่ยมทอง ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตสายไหม มาดูการทำงานกำจัดขยะตามนโยบายพรรค ทั้งนี้ ร.ต.อ.ปุระชัยระบุว่า พรรคให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม การกำจัดและลดขยะ นำของเหลือใช้กลับมาใช้อีก เวลาไปหาเสียงแจกแผ่นพับจะมีทีมงานอีกหนึ่งชุดคอยเดินตามเก็บใบแนะนำตัวผู้ สมัครเพื่อเอากลับมาใช้ใหม่ จากนั้นร.ต.อ.ปุระชัยพาผู้สมัครไปหาเสียงต่อที่ตลาดวงศกร

ร.ต.อ.ปุระ ชัย ให้สัมภาษณ์กรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เตรียมร้องกกต. พรรคประชาธิปัตย์ใส่ร้ายผู้สมัครขณะหาเสียงว่า เราต้องทำการเมืองสร้างสรรค์ คนทำการเมืองเก่าๆ ต้องเปลี่ยนแปลงและปรับตัว พรรครักษ์สันติทำการเมืองสร้างสรรค์ ไม่ใช้วิชามาร เป็นสุภาพชน ตั้งแต่หาเสียงไม่ได้ต่อต้านหรือทะเลาะใคร ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มกำลังอารักขาบรรดาผู้สมัครนั้น ในส่วนของตนไม่ได้ร้องขอ ตั้งแต่หาเสียงไม่เคยถูกคุกคาม ผู้สมัครส่วนใหญ่ของพรรคเป็นพวกหน้าใหม่ ไม่มีปัญหาอะไรกับใคร ตนย้ำให้ระมัดระวังแค่เรื่องอุบัติเหตุและการดูแลรักษาสุขภาพ

สมัครส.ส.วันที่สองไม่คึก

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ในการรับสมัครส.ส. ระบบแบ่งเขตทั่วประเทศในวันที่ 2 ปรากฏว่าไม่คึกคักเหมือนวันที่ 24 พ.ค. ที่เป็นวันแรกของการรับสมัคร อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่าแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งลงสมัครส.ส. แบบแบ่งเขตได้นำลูกทีมมาสมัครอย่างพร้อมหน้า อาทิ จ.สุราษฎร์ธานี นายสุเทพเป็นหัวหน้าทีมนำลูกพรรคมาสมัครส.ส.ครบทั้ง 6 เขต ที่หอประชุมวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ยัง มีที่จ.ภูเก็ต นางอัญชลี วานิช เทพบุตร เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายเรวัต อารีรอบ พร้อมทีมงานได้มาสมัครส.ส. ภูเก็ต ส่วนที่จ.พิษณุโลก นายจุติ ไกรฤกษ์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาสมัคร ส.ส.เขต 3 พร้อมน.ส.ปานทิพย์ ศุภกิจเจริญ ผู้สมัครส.ส.เขต 4

ส่วนที่เทศบาล ตำบลสำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ดารานักแสดง ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมาพร้อมทีมงาน ซึ่งโกนหัวทั้งหมด 5 คน มายื่นสมัครส.ส.เขต 5 โดยระบุว่า “ทีมหาเสียงพรรคภูมิใจไทยวันนี้ หัวโล้นทั้ง 5 คน ทำให้รักษาความสะอาดง่าย ประหยัด ไม่ต้องใช้ยาสระผม

ขณะที่พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ผอ.เลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยประจำจ.บุรีรัมย์ นำทีมผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ของพรรค ไปสมัครส.ส.ที่ศาลา ประชาคม จังหวัดบุรีรัมย์ ท่ามกลางกองเชียร์ที่มาให้กำลังใจคึกคัก ก่อนพาผู้สมัครกราบสักการะศาลพระหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยพล.อ.พัลลภ เผยว่า พรรคคาดหวังจะได้ที่นั่งส.ส.บุรีรัมย์ ทั้ง 9 เขต ไม่ต่างจากพรรคภูมิใจไทยซึ่งคาดหวังเช่นเดียวกัน แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนจะตัดสิน ส่วนกลโกงวิชามารหรืออำนาจรัฐนั้นไม่กังวล เนื่องจากตนเคยรับราชการทหารและผ่านสนามรบมาก่อน แต่เชื่อว่าเหตุการณ์รุนแรงไม่น่าเกิดขึ้น

ส่วนที่จ.อุตรดิตถ์ น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้นำนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย นายกนก ลิ้มตระกูล และ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ มาสมัครส.ส.อุตรดิตถ์ ท่ามกลางกองเชียร์กว่า 1,000 คนโดยเมื่อสมัครได้จุดเทียนเล่มสีแดงขนาดใหญ่ที่จัดเตรียมไว้

เทือกเชิญทุกพรรคมาสุราษฎร์ฯ

นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโพลระบุพรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนนิยมน้อยกว่าพรรคเพื่อไทยว่า ผลสำรวจที่ออกมาเป็นการสื่อสารความคลาดเคลื่อนของโพล ซึ่งนายอภิสิทธิ์มีภาวะผู้นำ เชื่อว่าประชาชนจะเห็นว่าเป็นผู้นำที่เหมาะสมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ต่างประเทศได้ดี นำพาประเทศพ้นวิกฤตได้ การเลือกตั้งภาคใต้เชื่อว่าพรรคจะกวาดเสียงได้ทั้งหมด โดยเฉพาะที่จ.สุราษฎร์ธานีจะได้ทุกเขตและได้คะแนนสูงสุดด้วย และคนสุราษฎร์ธานีเปิดกว้างให้ทุกพรรคอย่างสมานฉันท์ พรรคใดจะลงมาหาเสียงก็ได้ จึงอยากเห็นบรรยากาศนี้ในจังหวัดอื่นด้วย

พท.ฟุ้งแผนบันได3ขั้นหาเสียง

เวลา 15.30 น. ที่ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงภาคอีสานครั้งแรก โดยก่อนขึ้นเวทีแกนนำวางแผนหาเสียงที่บ้านพักของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประกอบด้วยพล.ต.อ.ประชา น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายพายัพ ชินวัตร นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค และนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดรฯ

ต่อมานายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ผู้สมัครส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนและส.ส.กลุ่มหนึ่งเพิ่งกลับจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หารือกับพ.ต.ท.ทักษิณถึงแนวทางการหาเสียง พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าขอให้ผู้สมัครทุกคนลงพื้นที่พบประชาชนให้มากที่สุด ตอนนี้กระแสความนิยมของน.ส.ยิ่งลักษณ์ดีขึ้นมาก แต่ถ้าผู้สมัครส.ส.ไม่รีบลงพื้นที่อาจไม่ชนะได้ พ.ต.ท.ทักษิณยังระบุว่าพรรคมีแผนหาเสียงเป็นระบบบันได 3 ขั้น ตอนนี้เป็นเพียงบันไดขั้นที่ 1 คือการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯเท่านั้น จากนั้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนถึงวันเลือกตั้ง จะเปิดตัวแผนบันไดขั้นที่ 2 คือให้ผู้นำพรรคแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการสร้างรายได้ในระดับประชาชาติ กระบวนการที่ทำให้ประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง ส่วนบันไดขั้นที่ 3 ยังไม่เปิดเผย

“พ.ต.ท.ทักษิณยังระบุว่า เราต้องทำให้ผู้นำพรรคมีความโดดเด่นในระดับนานาชาติ ไม่ใช่มาคิดแต่เรื่องการดีเบต และไม่ต้องลงไปเล่นเกมนี้ รวมทั้งย้ำว่าไม่ต้องห่วงน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเป็นคนเก่งผ่านงานธุรกิจขนาดใหญ่มาแล้ว ถึงไม่มีประสบการณ์การเมืองแต่ก็ไม่มีปัญหา” นายต่อพงษ์กล่าว

ขวัญชัยยันมาร์คมาอุดรฯไร้แดงกวน

นาย ขวัญชัย กล่าวว่า มั่นใจว่าพรรคจะชนะการเลือกตั้งยกจังหวัดอุดรธานีทั้ง 9 ที่นั่ง วันนี้ตนมีหน้าที่บอกผู้สมัครให้ขยันลงพื้นที่และหาเสียงมากขึ้น ใครไม่ลงพื้นที่จะเข้าไปจี้ทันที ถ้าเราไม่ชนะยกจังหวัดก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ตนอุตส่าห์ไม่ลงส.ส.เพราะไม่ต้องการตำแหน่ง พ.ต.ท.ทักษิณจึงรักตนมาก อย่างไรก็ตามเป็นห่วงพื้นที่เขต 4 และ 8 ที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งนายไชยยศ จิรเมธากร และนายโชคสมาน สีลาวงษ์ ลงสมัคร ทราบว่าเริ่มเดินเกมใต้ดินแต่ไม่น่ามีปัญหา จ.อุดรธานีเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง มีสมาชิกถึง 4 แสนคน แค่เป่านกหวีดก็มากันหมด

นายขวัญชัย กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์มาหาเสียงที่นี่ ยืนยันว่าไม่มีคนเสื้อแดงปั่นป่วนหรือต่อต้าน กรณีมีคนสร้างความวุ่นวายขณะนายอภิสิทธิ์ลงพื้นที่นั้น ไม่ใช่คนเสื้อแดง เพราะเราเฝ้ารอคอยการเลือกตั้งมา 5 ปี ไม่ทำเช่นนั้นแน่ อย่างไรก็ตามตนไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม อยากให้เรื่องทั้งหมดเดินไปตามกระ บวนการของศาลอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค

แม่ค้าอ้อนขอ′ปู′ตำน้ำพริกโชว์

ต่อ มาเวลา 16.40 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายเสนาะ เทียนทอง และพล.ต.อ.ประชา พร้อมคณะ ได้ขึ้นรถสามล้อสกายแล็บ ออกจากบ้านพักพล.ต.อ.ประชา รวมระยะทางกว่า 5 ก.ม. มาสักการะอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม โดยมีรถกระบะดัดแปลงเป็นรถปราศรัยเคลื่อนนำหน้าขบวน มีนายขวัญชัย ไพรพนา ทำหน้าที่ประกาศแนะนำตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ และเชิญชวนให้ชาวอุดรเข้าร่วมฟังปราศรัยที่ทุ่งศรีเมือง

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่หาเสียง ระหว่างที่ขบวนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ มาถึงสี่แยกไฟแดง ได้เกิดเหตุระทึก เมื่อรถ 6 ล้อของการไฟฟ้านครหลวงวิ่งตัดขบวน ในช่วงรถสกายแล็บคันที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ และ 2 แกนนำสำคัญของพรรคพอดี สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่อยู่บริเวณดังกล่าว แต่เหตุการณ์ก็ไม่มีเหตุรุนแรงเนื่องจากขบวนชะลอรถได้ทันเพราะขับมาด้วยความ เร็วต่ำ

จากนั้นเวลา 18.00 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะเดินตลาดเซ็นเตอร์พ้อยท์กลางอ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อแจกแผ่นพับแนะนำตัวและขอคะแนนเสียง ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าไปถามแม่ค้าขายไข่ไก่ที่อยู่ในแผงว่า ไข่เบอร์อะไร แม่ค้าตอบว่าเบอร์ 1 นอกจากนี้แม่ค้าร้านขายน้ำพริกยังขอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตำน้ำพริกให้ ซึ่งเจ้าตัวได้เลือกตำน้ำพริกปลาทูป่น ก่อนจะเดินทางต่อมายังตลาดบ้านห้วย ซึ่งมีประชาชนสวมเสื้อแดงถือดอกกุหลาบรอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างหนาแน่น ต่อมาคณะได้เข้าสักการะศาลหลักเมือง ที่อยู่บริเวณทุ่งศรีเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์จะ ขึ้นปราศรัย

ณัฐวุฒิโวยเนทำหวยล็อกเลือกตั้ง

ต่อมา เวลา 18.10 น. ที่ทุ่งศรีเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยได้จัดเวทีปราศรัย เป็นครั้งแรกในการลงพื้นที่ภาคอีสานอย่างเป็นทางการ โดยมีแกนนำพรรคมาร่วมปราศรัยจำนวนมาก อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายเสนาะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และพล.ต.อ.ประชา นอกจากนี้นายพานทองแท้ยังมาให้กำลังใจด้วย โดยมีประชาชนสนใจมารับฟังการปราศรัยประมาณ 20,000 คน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัยว่า กรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยระบุ ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะและพรรคประชาธิปัตย์แพ้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ได้เป็นนายกฯ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค การพูดเช่นนี้หมายความว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีหวยล็อกใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น พวกเราคงไม่ยอมเพราะเราต้องการการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ถ้าเราชนะเลือกตั้งแล้วใครไม่ให้เราเป็นรัฐบาล ต้องดูว่าจะต้านพลังของประชาชนได้หรือไม่ ถึงตอนนั้นอยากให้น.ส. ยิ่งลักษณ์ พักผ่อนก่อน จากนั้นพวกตนและพี่น้องจะลุยเอง ก่อนจะพาน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การที่นายเนวิน พูดเช่นนี้อาจมองได้ว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะ จากนั้นบีบนายอภิสิทธิ์ ให้ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ก่อนจะมีความพยายามดันร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ หรือนายชวน หลีกภัย ขึ้นเป็นนายกฯ ซึ่งตอนนี้มีความพยายามให้พรรครักษ์สันติได้อย่างน้อย 1 ที่นั่ง เพื่อให้ร.ต.อ.ปุระชัย เตรียมขึ้นเป็นนายกฯ แต่นายชวน คงไม่ยอม ตอนนี้นำรถจี๊ปออกมาล้างแล้ว ถ้าดูผลงานที่ผ่านมาของร.ต.อ.ปุระชัย มีผลงานเพียงอย่างเดียวคือการตรวจปัสสาวะ

ไฟฟ้าดูดคนฟังปราศรัย 2 ราย

วัน ที่ 25 พ.ค. ระหว่างการปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ที่ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อผู้มาฟังปราศรัยถูกไฟฟ้าชอร์ต ระหว่างที่ใช้บริการรถสุขาเคลื่อนที่ของอบจ. อุดรธานี ที่นำมาให้บริการ ซึ่งอยู่ในจุดที่ไม่ห่างจากเวทีปราศรัยมากนัก

นางอัมพร คงจันทร์ แม่ค้าขายน้ำอัดลมที่ตั้งแผงอยู่ใกล้รถสุขาเคลื่อนที่ เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น 19.00 น. ขณะที่กำลังขายของได้ยินเสียงคนตะโกนร้องเสียงดังและวิ่งแตกตื่นออกมาจาก ห้องน้ำ จึงวิ่งเข้าไปดูเห็นผู้หญิงอายุ 50 ปีล้มลงนอนอยู่ที่บริเวณโถงทางเดินห้องน้ำหญิง สภาพแน่นิ่งหมดสติ ระหว่างนั้นเห็นคนลากผู้ชายอีกคนที่นอนแน่นิ่งไม่ได้สติออกมาจากทางห้องน้ำ ชาย อายุ 40 ปี ทราบจากคำบอกเล่าของคนที่ยืนต่อแถวเข้าห้องน้ำว่า ทั้ง 2 คนจับราวจับที่อยู่บริเวณห้องน้ำเคลื่อนที่ แล้วถูกไฟชอร์ตจนล้มลงหมดสติ อย่างไรก็ตาม หัวค่ำก่อนหน้านี้ก็มีหลายคนที่ไปใช้บริการแล้วจับราวเหล็กแล้วก็มาบ่นว่า ถูกไฟฟ้าชอร์ตคนละเล็กละน้อย อาการไม่สาหัสเหมือน 2 คนนี้

นางอัมพร กล่าวว่า ระหว่างโทร.แจ้งรถพยา บาลคนที่อยู่บริเวณนั้นได้ช่วยกันปั๊มหัวใจคนทั้ง 2 ซึ่งผู้ชายฟื้นสติกลับคืนมา แต่สภาพยังดูย่ำแย่ ส่วนผู้หญิงแม้จะมีความพยายามปั๊มหัวใจ แต่ยังไม่ฟื้นซึ่งดูแล้วน่าเป็นห่วงมาก โดยรถฉุกเฉิน จากร.พ.ศูนย์อุดรธานีจะมารับตัวบุคคลทั้ง 2 ส่วนรถสุขาเคลื่อนที่คันดังกล่าวก็หยุดให้บริการ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าต่อมาเวลา 19.45 น. เมื่อไปดูยังที่เกิดเหตุพบว่ารถสุขาคันดังกล่าวกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง แต่ยังสร้างความหวาดผวา มีคนกล้าใช้บริการไม่กี่คน

กอ.รมน.ยันถูกอ้างชื่อไปทำโพล

พล.ต.ดิฏฐ พร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคเพื่อไทยระบุกอ.รมน.ได้ส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปในพรรค เพื่อไทยว่า เรื่องนี้กอ.รมน.พิจารณาแล้วเป็นการออกข่าวโดยไม่ระบุผู้พูด เพื่อให้ขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทย ดังนั้น กอ.รมน.จะไม่ตอบโต้ ยืนยันว่ากอ.รมน.ไม่มีหน้าที่ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย และไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องทำ

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าชุดฉก.315 ของกอ.รมน.เข้าไปข่มขู่คนในหมู่บ้านเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง พล.ต.ดิฏฐพร กล่าวว่า ไม่มีการกระทำดังกล่าว แต่อาจมีบุคคลที่เสียผลประโยชน์จากการทำงานของเจ้าหน้าที่ ฉก.315 ในเรื่องยาเสพติด เขาต้องการทำให้เกิดความสับสนและใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ ในเรื่องนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาฯกอ.รมน.ได้กำชับในที่ประชุมหน่วยงานที่ลงพื้นที่ในช่วงนี้เลือก ตั้ง อาทิ ฉก.315 ที่ดูแลเรื่องยาเสพติด หรือหน่วยงานในกอ.รมน.ภาคต่างๆ ขอให้ระวังจะไปเกี่ยวข้องกับการเมืองในพื้นที่ ขอให้หลีกเลี่ยง เพราะจะมีคนนำไปแอบอ้างหาผลประโยชน์ทางการเมือง

โฆษกกอ.รมน. กล่าวว่า ยืนยันว่ากอ.รมน.ไม่ได้ทำโพลสำรวจการเลือกตั้ง และขณะนี้มีกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กอ.รมน.หรือมีบัตร กอ.รมน.ปลอม โดยนำไปใช้หาประโยชน์ จึงอยากให้ประชาชนระมัดระวัง หากพบบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กอ.รมน. ขอให้ประชาชนตรวจสอบกลับมายังกอ.รมน.หรือแจ้งตำรวจ เพื่อดำเนินคดีต่อบุคคลดังกล่าว ตอนนี้ทราบแล้วว่าบุคคลที่แอบอ้างเป็นใคร อยู่ในขั้นตอนแจ้งความดำเนินคดี

หีบบัตรเลือกตั้งปากน้ำทิ้งริมทาง

เมื่อ เวลา 10.00 น.วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ท.ชัยฤทธิ์ ศรีวารีรัตน์ สวส.สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งมีผู้พบหีบบัตรเลือกตั้งถูกทิ้งริมถนนเทพารักษ์ หมู่ 6 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมพ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ พ.ต.ท.ณรงค์ ชนะภัยกุล รองผกก.สส. พ.ต.ท.ภาคภูมิ โห้ใย สว.สส. และเจ้าหน้าที่วิทยาการภ.จว.สมุทรปราการรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ ริมถนนตรงข้างโชว์รูมขายรถยนต์เชฟโรเลต พบหีบบัตรเลือกตั้งโครงสร้างเป็นเหล็กสีเทา ด้านหน้าที่กระจกใส มุมข้างช้ายมีสติ๊กเกอร์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการสภาพใหม่ติด อยู่ ด้านบนฝาหีบมีลายเซ็นระบุชื่อนายจำลอง ภายในไม่พบเอกสารหรือสิ่งของอื่นใดอยู่ภายใน จึงตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงที่ติดอยู่บนหีบเลือกตั้งใบดังกล่าว พร้อมประสานประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการทราบ

นายปรีชา พุฒฉาย ผอ.กกต.สมุทรปราการ กล่าวว่า ตนทราบเรื่องแล้วเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์มากกว่า อาจจะขโมยไปจากเขตอ.เมืองสมุทรปราการ ซึ่งในวันรับเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบครบทั้ง 507 หีบจากจำนวน 507 หน่วยครบถ้วนแล้ว ซึ่งหีบดังกล่าวเป็นหีบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการไม่ใช่หีบ บัตรของกกต. คาดว่ามือดีขโมยมาเพื่อสร้างสถานการณ์ และไม่มีผลต่อผลการเลือกตั้งนายกอบจ.แต่อย่างใด เพราะมีการนับคะแนนและประกาศไปอย่างถูกต้องแล้ว

ด้านนายมนัส บุญอารีย์ ปลัดอบจ. กล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ให้ไปตรวจสอบหีบใบดังกล่าวที่พบว่าเป็นหีบของอบจ.จริงหรือ ไม่ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับผลการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่อย่างไรนั้นต้องพิจารณา ข้อมูลที่ได้รับอีกครั้ง

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s