โพลคนกรุงเทพ ปู-พท.ลิ่ว ทิ้งห่างมาร์ค-ปชป.

เลือกยิ่งลักษณ์นายกฯ สส.ก็ชนะเกือบเท่าตัว สมัครระบบเขตคึกคัก “เทือก”แจงวุ่น-พิษปาก ไม่ได้ใส่ร้ายน้องแม้ว


ส.ส.เขต – น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 พร้อมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พาผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยยื่นสมัครส.ส.ระบบเขตในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง

โพ ลสำรวจคนกรุงเทพฯ “ปู”ยิ่งลักษณ์กับเพื่อไทย ทิ้งห่าง “มาร์ค” อภิสิทธิ์กับประชาธิปัตย์ขาดลอย อยากให้ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ 26.9% ขณะที่อภิสิทธิ์ได้แค่ 17.4% คะแนนนิยมพรรคในระบบปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทยได้ 25.8% ประชาธิปัตย์ตามห่างๆ 14.7% ส่วนการเลือกตั้งส.ส.คนกรุงตั้งใจจะเลือกผู้สมัครเพื่อไทย 26.3% ประชาธิปัตย์ 15.2% นอกจากนี้ 66.1% ไม่เชื่อมั่นกกต. เปิดรับสมัครส.ส.เขตวันแรกคึกคัก “ปู”นำทีมเพื่อไทยไปสมัครสนามกทม. เช่นเดียวกับ”มาร์ค”ก็พาปชป.ไปตั้งแต่เช้า “เทือก”อ้างไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีแกนนำเสื้อแดง ผู้สมัครเพื่อไทย แต่ยังไม่หยุดย้ำก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมือง

ปชป.ล้อหมุนตามฤกษ์ 10

เมื่อ เวลา 06.30 น.วันที่ 24 พ.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรค อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผอ.เลือกตั้งกรุงเทพฯ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธานส.ส.กทม. นำผู้สมัครส.ส.เขต กทม.ทั้ง 33 คน เข้าสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม สัญลักษณ์ประจำพรรค เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก่อนขึ้นรถบัสเดินทางไปสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง สถานที่รับสมัคร เมื่อสักการะเสร็จ นายสุเทพ กล่าวว่า “ขอให้สอบผ่านทุกคน” ขณะที่ผู้สมัครส่วนใหญ่อธิษฐานขอให้ได้ชัยชนะ ทั้งนี้รถบัสที่นำผู้สมัครและคณะของพรรค เคลื่อนออกจากที่ทำการพรรคเวลา 06.50 น. หรืออีก 10 นาที เป็นเวลา 07.00 น. ถือเป็นอีกหนึ่งการเชื่อมโยงนำเลข 10 ที่เป็นหมายเลขผู้สมัครของพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้มาเป็นฤกษ์

เวลา 07.15 น.คณะผู้สมัครเดินทางมาถึงสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ท่ามกลางการต้อนรับของกองเชียร์หลายร้อยคนถือป้ายหาเสียงติดรูปผู้สมัครจาก เขตต่างๆ ที่ถ่ายคู่กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมส่งเสียงเชียร์ และรอจนนายอภิสิทธิ์เดินทางมาสมทบ

“เทือก”พัลวันไม่ได้กล่าวหาปู

นาย สุเทพให้สัมภาษณ์กรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย จะฟ้องร้องเนื่องจากไปโจมตีกล่าวหาว่าเป็นพวกนักฉกฉวยโอกาสทางการเมืองว่า ไม่ใช่ ตนไม่ได้พูดอย่างนั้น ใครจะอ้างอย่างไรก็ว่าไป จะเอาเทปของสื่อเป็นพยาน ตนบอกว่าคนพวกนี้เขาทำมาหากินอะไร แล้วเขาเป็นอย่างไร และตนยังไม่ได้เป็นผู้สมัคร ส.ส. ด้วย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.เป็นต้นไป ตน ต้องระมัดระวัง มีลีลาการพูดจา

ตะโกนเบอร์1ใส่หน้า”มาร์ค”

เวลา 07.30 น.ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาให้กำลังใจผู้สมัครส.ส.เขตกทม. ที่เปิดรับสมัครวันแรก โดยมีนายกรณ์ รองหัวหน้าพรรค นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรค รอต้อนรับ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายอภิสิทธิ์เดินทางมาถึงบริเวณติดกับกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ซึ่งปักหลักรอรับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย โดยมีนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำเสื้อแดง ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยรวมอยู่ด้วย เมื่อนายอภิสิทธิ์เดินผ่านกลุ่มดังกล่าวส่งเสียงเชียร์ “เบอร์ 1 เบอร์ 1 เบอร์ 1” และโห่ไล่นายอภิสิทธิ์ดังสนั่น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องรีบพานายอภิสิทธิ์และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปด้านในอาคารทันที

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า มาให้กำลังใจผู้สมัครของพรรค ส่วนจะรักษาพื้นที่กทม.ทั้ง 33 เขตได้หรือไม่ คงยังตอบไม่ได้ อยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ แต่ยืนยันว่าพรรคตั้งใจรับใช้ประชาชนเต็มที่ เพื่อคนกทม.และคนทั้งประเทศ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าสนามกทม.สำคัญมาก เพราะมีจำนวนส.ส.มาก และสามารถพลิกผันได้ตลอด ดังนั้นพรรคและผู้สมัครต้องทำงานหนัก

การเมืองที่ดีไม่จุดประเด็นขัดแย้ง

ผู้ สื่อข่าวถามว่าหลังเปิดตัวผู้สมัครแล้ว คิดว่าจะรักษาที่นั่งเดิมได้หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค.มีผู้สมัครหลายคน มีโอกาสออกสื่อโทรทัศน์ และแสดงความคิดความอ่าน เสียงตอบรับก็ดี ยืนยันว่าพรรคคัดผู้สมัครที่มีคุณภาพมารับใช้ประชา ชน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ กทม.เท่านั้น เขตปริมณฑล ผู้บริหารของพรรคก็ไปให้กำลังใจผู้สมัคร รวมถึงภาคอื่นๆ รองหัวหน้าพรรคก็ไปช่วยเป็นกำลังใจ ซึ่งเป็นความตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า

เมื่อ ถามว่าจุดใดที่ทำให้คนกทม.ตัดสินใจเลือกประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าคนกทม.ต้องการเห็นความมั่นคงในชีวิต ความเป็นอยู่ ซึ่งต้องเริ่มจากพื้นฐานการเมืองเศรษฐกิจที่ดี เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว แล้วสามารถก้าวต่อไปข้างหน้า เป็นเศรษฐกิจที่เป็นธรรม กระจายไปถึงประชาชนทุกกลุ่ม ตั้งแต่นักธุรกิจใหญ่ พ่อค้าแม่ขาย จนถึงผู้ใช้แรงงาน ขณะเดียวกัน การเมืองที่ดีคือการเมืองที่ไม่ไปจุดประเด็นความขัดแย้ง เป็นการเมืองที่กลับเข้าสู่ระบบของรัฐสภาอย่างเต็มที่

ต่อข้อถามว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่สภาพัฒน์ประเมินว่าจะเติบโตร้อยละ 3.5-4.5 คิดว่าเป็นตัวเลขที่มีเสถียรภาพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ภาพรวมตัวเลขในไตรมาสแรก ถือว่าสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงถือว่าขณะนี้มีพื้นฐานที่ดี แต่ปัญหาอยู่ที่ตัวเลขเศรษฐกิจภาพรวม ที่ต้องทำต่อไป ปัญหาปากท้องยังเป็นปัญหาหนักที่รัฐ บาลใหม่ต้องเร่งเข้ามาแก้ไข และประชาธิปัตย์ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด อย่างไรก็ตามการ เมืองก็ยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแน่นอน ถ้ายังพยายามสร้างความขัดแย้ง ความวุ่นวายเกิดเหตุ การณ์ต่างๆ ก็ย่อมมีผลกระทบ เมื่อเกิดวิกฤตการเมืองแต่ละครั้ง อย่างน้อยตัวเลขนักท่องเที่ยวก็ตกฮวบ เราก็ทำงานอย่างหนักที่ต้องเร่งฟื้นฟู

แขวะ”ทักษิณ”แหย่มาเรื่อย

เมื่อ ถามว่านักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ตำหนินโยบายด้านเศรษฐกิจว่าอาจก่อปัญหา เรื่องหนี้ในอนาคต นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราระมัดระวังตลอด มาตรการล่าสุดของกระทรวงการคลัง ดำเนินการควบคู่กับเรื่องของวินัย การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของเรา แตกต่างจากการแก้ปัญหาหนี้ในอดีต ที่เป็นการพักหนี้ เป็นปรับโครงสร้างหนี้ เหมือนกับที่ธุรกิจรายใหญ่ๆ ได้รับโอกาส แต่สิ่งสำคัญคือการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ รัฐบาลไม่ได้หยุดอยู่ที่การปรับโครง สร้างหนี้ แต่ติดตามต่อว่าไม่กลับมาสู่ปัญหาอีก กรณีของบัตรเครดิตเป็นมาตรการกระตุ้น เพื่อให้สถาบันการเงินลดดอกเบี้ยให้เกิดความเป็นธรรม ไม่ใช่เป็นเรื่องอยู่ดีๆ จะลดแลกแจกแถม

ต่อข้อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวิตเตอร์ระบุว่า ทหารช่วยประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าขอทหารอย่าช่วยประชาธิปัตย์ ตนก็ยืนยันว่าการเลือกตั้งปีนี้ไม่เหมือนเมื่อปี 2548 เมื่อถามว่าการที่พ.ต.ท.ทักษิณคอยแหย่จะเป็นจุดเปลี่ยนของกระแสพรรคหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “คุณทักษิณก็แหย่มาอยู่เรื่อย เหตุการณ์ชุมนุมเสื้อแดงทุกครั้งคุณทักษิณก็แหย่มาทั้งนั้น”

เมื่อ ถามว่าประชาธิปัตย์จะแก้เกมอย่างไร เมื่อพรรคเพื่อไทยปรับยุทธศาสตร์หาเสียงด้วยการพูดถึงการแก้ปัญหา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องดี ที่ผ่านมาเพื่อไทยมัวแต่พูดถึงการแก้ปัญหาให้พรรคพวกตัวเอง ตนเรียกร้องมาตลอดว่าให้มาทำอย่างประชาธิปัตย์ดีกว่า เสนอแต่นโยบายที่เป็นเรื่องของประชาชน และดีที่สุดคือใครเป็นรัฐบาลก็ควรจะแก้ปัญหาของประชาชน อย่าไปสร้างปัญหาด้วยการแก้ปัญหาให้นักการเมืองด้วยกันเอง

ซัดเพื่อไทยทำการเมืองติดหล่ม

ผู้ สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยชูประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและออกกฎหมายนิรโทษ กรรม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาธิปัตย์เห็นว่าบ้านเมืองควรเดินก้าวพ้นประเด็นเหล่านี้ และไปมุ่งแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่เพื่อไทยก็จะทำให้การเมืองไทยติดหล่มอยู่กับเรื่องการนิรโทษกรรมล้างความ ผิด เมื่อถามว่าเพื่อไทยอ้างว่าเรื่องเหล่านี้ถูกกำหนดไว้ในนโยบาย พร้อมบอกว่าถ้าได้เสียงข้างมากเท่ากับประชา ชนให้ฉันทามติให้เข้ามาทำแบบนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าต้องระมัดระวังเพราะเวลาไปหาเสียงกับประชาชนกลุ่มต่างๆ บางทีเขาไม่พูดเรื่องแบบนี้ บางทีไปพูดเรื่องอื่นซึ่งทำให้ประชาชนสนับสนุนเขา

“ทั้งหมดควรทำการ เมืองให้โปร่งใส อย่ามีวาระซ่อนเร้น เอาปัญหาของประชาชนมาพูดกัน ว่าจะแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน หรือการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างไร ส่วนถูกหรือผิด ให้เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม แต่ในแง่ของการปรองดอง สมานฉันท์ บางทีก็มีมาตรการข้อเสนอแนะ ซึ่งอาจจะช่วยให้กระบวนการยุติธรรมผ่อนปรนบางเรื่องได้” นายอภิสิทธิ์ ดล่าว

ผู้ สื่อข่าวถามว่านางธิดา โตจิราการ ประธานนปช. ระบุว่าคนที่ไปชูป้ายตามสถานที่ต่างๆ ที่นายอภิสิทธิ์หาเสียงเป็นแดงเทียม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า ได้ยินเรื่องแบบนี้บ่อยมาก พอพิสูจน์ จับกุมและดำเนินคดีก็ไม่เห็นบอกว่าเป็นแดงเทียม

ถามกกต.ต้องรอหัวแตกก่อนหรือ

เมื่อ ถามว่ากกต.ควรพิจารณาหรือไม่ว่าเป็น การขัดขวางการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กกต.ควรพิจารณาว่าโดยธรรมชาติของระบอบประชาธิปไตย จะต้องมีการเสนอตัวไปแข่งขันกัน ไม่ใช่ไปขัดขวาง หรือสร้างปัญหาให้คนอื่น ไม่ใช่เรื่องยากที่พรรคการเมืองจะเอาผู้สนับสนุนของตัวเองใส่เสื้อสีอะไรก็ ตาม ไปชูป้าย และกล่าวหาพรรคการเมืองอื่น แต่ไม่ใช่บรรยากาศของการเมืองที่สร้างสรรค์ และไม่ใช่จิตวิญญาณของคนที่เป็นประชาธิปไตย เวลานี้ประชาชนต้องการดูข้อเสนอที่เป็นไปในทางสร้างสรรค์หรือแก้ปัญหาได้ อย่างไร ดังนั้นการปล่อยให้คนไปโจมตีคนอื่น ชูป้าย ขัดขวางการหาเสียงของคนอื่นได้ มันอยู่ในกรอบการเลือกตั้งสมานฉันท์หรือเปล่า กกต.เองก็ควรต้องทบทวนเหมือนกัน

เมื่อถามว่ากกต.บอกว่าระเบียบจะต้อง ทำร้ายก่อนถึงจะผิดกฎหมายการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ตนเดินทางไปวัดอรุณราชวราราม กลุ่มคนเสื้อแดงชูป้ายก็จริง แต่กรูเข้ามาที่รถยนต์ บังเอิญตำรวจสกัดกั้นไว้ ถ้าบอกว่าต้องทำร้ายหัวร้างข้างแตกกันก่อน ถึงจะมีความผิด เห็นว่าก็เป็นเรื่องแปลกอยู่

เมื่อถามว่าห่วงว่าจะมีการล้มเวที ปราศรัยของประชาธิปัตย์ หรือเกิดกรณีปาไข่เหมือนที่เคยเกิดขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคคงดูแลได้ เราพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น พรรคไม่ต้องการเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้ง ไม่ต้องการเป็นปัญหาของสังคม เราเป็นพรรคการเมืองที่ตั้งใจที่จะเดินหน้าประเทศไทย ไม่ต้องการไปขัดแย้งกับใคร


ทักทาย – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทักทายร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประธานพรรครักษ์สันติ ระหว่างเดินทางไปให้กำลังใจผู้สมัครส.ส.เขต ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 24 พ.ค.

เปลี่ยนรปภ.จากทหารเป็นตร.

เมื่อ ถามว่าพรรคเพื่อไทยควรมีส่วนทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเรียบร้อยอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เพื่อไทยทำได้อยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้มีการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่รปภ.นายกฯทั้งชุด จากที่เคยใช้ทหารจาก ร.21 รอ. หน่วยอากาศโยธิน และสห.ทบ. มาใช้ตำรวจหน่วยคอมมานโด กองปราบปราม หน่วยอรินทราช และตำรวจสันติบาล โดยรูปขบวนรถยนต์ของนายกฯปรับลดลงเหลือรถยนต์ 5 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขณะที่รปภ.ประกบตัวนายอภิสิทธิ์มีประมาณ 10 นาย

“ปู”นำทีม33ผู้สมัครมาเอง

เมื่อ เวลา 08.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย นำว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตกทม. 33 คน อาทิ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายวัน อยู่บำรุง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ น.ส. ลีลาวดี วัชโรบล นายสุรชาติ เทียนทอง นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ เดินทางด้วยรถบัสออกจากพรรคไปยังสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์มีสีหน้าแจ่มใส แม้จะตระเวนช่วยผู้สมัครหาเสียงหลายพื้นที่อย่างหนักตลอดหลายวันที่ผ่านมา

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ให้สัมภาษณ์กรณีนายอภิสิทธิ์ระบุกทม.เป็นสนามเลือกตั้งที่สามารถวัด กระแสนิยมของประชาชนได้ทั่วประเทศว่า ขณะนี้เพิ่งเริ่มต้น เราเชื่อว่าผลโพลของพรรคดีขึ้น ให้ดูใกล้วันเลือกตั้ง 3 ก.ค.จะดีกว่า ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

ผู้สื่อข่าวถามว่าตั้งความหวังสนามกทม.จะได้ กี่ที่นั่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยัง ขณะนี้เพิ่งเริ่มต้น ขอย้ำว่าโพลของพรรคดีขึ้น มั่นใจว่าได้ ส.ส.เพิ่มจากเดิมแน่นอน หลังจากสมัครส.ส. เขตแล้ว การแข่งขันจะยิ่งเข้มข้น แต่ตนคงไม่ขอเพิ่มการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น คงเหมือนปกติ เชื่อว่าประชาชนอยากเห็นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม และเป็นไปตามกติกา พร้อมขอโอกาสให้ผู้สมัครของพรรคลงพื้นที่หาเสียงได้ในทุกพื้นที่ ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จากการลงพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมายอมรับว่ากระแสตอบรับของพรรคดีขึ้น แต่ยังไม่อยากประเมิน เพราะเพิ่งลงพื้นที่แค่ภาคเดียว

ตะโกน”นายกฯหญิง”กระหึ่ม

ต่อ มาเวลา 09.00 น.ระหว่างที่น.ส.ยิ่งลักษณ์นั่งรถบัสเดินทางไปสถานที่รับสมัคร ธงที่สกรีนชื่อพรรคซึ่งติดอยู่ด้านหน้ารถได้ปลิวหลุด ทำให้เกิดวิจารณ์ต่างๆ นานา โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์นั่งคู่กับร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครปรากฏว่ามีผู้สนับสนุนมาดักรอให้กำลังใจ จำนวนมาก โดยกองเชียร์ตะโกนเรียก”นายกฯหญิงของเรา” และเข้ามาแย่งสวมกอดและมอบดอกไม้ให้กำลังใจ จนเกิดความชุลมุนบริเวณประตูทางเข้าอาคารกีฬาเวสน์ 2 แต่สถาน การณ์ผ่านไปด้วยดี

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวภายหลังนำผู้สมัคร ส.ส. กทม.ครบทั้ง 33 เขตสมัครรับเลือกตั้งว่า วันนี้มั่นใจและจะส่งผู้สมัครทั้ง 33 เขต ส่วนโพลเกี่ยวกับพรรคถือว่าดีขึ้นมาก ผู้สมัครและพรรคพร้อมรับใช้ประชาชน เรามีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนทั้งในกทม.และทั่วประเทศได้อีกมาก ไม่ว่ารถไฟฟ้า 10 สาย รวมทั้งโครงการทำเขื่อนกั้นน้ำทะเล

“ป๋าเหนาะ”ให้กำลังใจลูกชาย

ด้าน นายเสนาะ เทียนทอง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างให้กำลังใจนายสุรชาติ เทียนทอง บุตรชายที่ลงสมัครส.ส.เขตหลักสี่ กรณีแกนนำนปช.มีชื่ออยู่ในส.ส.บัญชีรายชื่อว่า เห็นด้วย เพราะเปิดโอ กาสให้กับคนเหล่านี้มาเล่นการเมืองในสภา ยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่ปั่นป่วนผู้สมัครแต่ละพื้นที่อีกแล้ว เพราะมีแนวคิดให้บ้านเมืองสงบ และพรรคมีแนวคิดปรองดอง ก่อนหน้านี้ยอม รับว่าอยากให้พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นนายกฯ แต่คนในพรรคไม่เห็นด้วย ส่วนน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็เหมาะจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะมีนายกฯหญิงคนแรก อีกทั้งความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ทำงานป็นที่ยอมรับ เชื่อว่าสามารถเป็นนายกฯได้

เมื่อถาม ว่านายสุรชาติลงสมัครส.ส.เขตหลักสี่ถือเป็นศึกช้างชนช้างหรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า คงไม่มีอะไร ต้องช่วยลูกชายเป็นพิเศษ เพียงแค่ให้ลูกชายเป็นส.ส.เท่านั้น เชื่อว่าจะได้รับเลือกเป็นส.ส.

ลูกเหลิมเชื่อชาวบ้านให้โอกาส

นาย วัน อยู่บำรุง ผู้สมัครส.ส.เขตบางบอน พรรคเพื่อไทย บุตรชายร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม บิดาแนะนำให้หาเสียงด้วยการชูนโยบายพรรค ซึ่งประชาชนศรัทธาในตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่วางรากฐานไว้อย่างดี มีความนิยมสูงมาก และยังแนะนำให้เข้าถึงประ ชาชนให้มากที่สุด เพื่อให้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตน หากมีการขุดคุ้ยเรื่องในอดีตก็เชื่อว่าประชาชนจะให้โอกาส

“ปู่จิ้น”ฉุนเจอถามโพลจี้ใจดำ

เวลา 08.00 น.นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัว หน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค เดินทางมาให้กำลังใจน.ส. ศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัคร ส.ส.เขต 11 กทม. ลูกพรรค นายชวรัตน์ กล่าวว่า มั่นใจในตัวน.ส. ศุภมาส 100 เปอร์เซ็นต์ว่าประชาชนเขตหลักสี่จะเลือกเข้ามาเป็นส.ส. เพราะทำงานในพื้นที่มานาน เคยเป็นอดีตส.ส.ด้วย หลังจากนี้ผู้สมัครจะลงพื้นที่หาเสียง พร้อมเตรียมเวทีปราศรัยใหญ่ และเชื่อว่าคะแนนเสียงหลักของพรรคจะอยู่ที่ภาคอีสาน

ผู้สื่อข่าวถาม ถึงเป้าหมายที่พรรคตั้งเป้าจะได้ส.ส. 70 ที่นั่ง นายชวรัตน์ กล่าวว่า มั่นใจว่าจะได้ส.ส.ตามที่ตั้งเป้าไว้ เพราะจากผลสำรวจพรรคมีคะแนนนิยมเพิ่มมากขึ้น เมื่อถามว่าแต่โพลอื่นๆ คะแนนนิยมของพรรคไม่ดีขึ้นเลย นายชวรัตน์ กล่าวด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวว่า “ใครใช้ให้คุณมาถามคำถามนี้” จากนั้นนายชวรัตน์รีบเดินเข้าไปในสถานที่รับสมัครทันที

“ปุ”นำทีมมาสมัครครบ33เขต

เวลา 08.20 น.พรรครักษ์สันติ นำโดยร.ต.อ. ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประธานพรรค พร้อมด้วยนายนพดล อินนา ผู้ก่อตั้งพรรค นำทีมผู้สมัครส.ส.เขตกทม.ทั้ง 33 เขตมาสมัคร ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวว่า ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ ส.ส.กี่ที่นั่ง เพราะรักษ์สันติเป็นพรรคที่เพิ่งก่อตั้ง แม้จะไม่ได้สักที่นั่ง พรรคก็เดินหน้าต่อไป ทั้งนี้พรรคเน้นให้ผู้สมัครหาเสียงโดยระมัดระวังไม่โจมตีใส่ร้ายป้ายสีกับ บุคคลอื่น สำหรับฐานเสียงของพรรคขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นบุคคลที่เคยติดตามและชื่นชอบตน ตั้งแต่สมัยนโยบายจัดระเบียบสังคม กลุ่มบุคคลเหล่านี้มักไม่แสดงออกทางการเมือง แต่มักแสดงออกและช่วยด้วยใจ ขณะที่ฐานเสียงของคนรุ่นใหม่ก็เริ่มมีเพิ่มขึ้น ซึ่งพรรคเพิ่มช่องทางโซเชี่ยลมีเดียหาเสียงกับคนกลุ่มนี้แล้ว

นายสุ วิทย์ คุณกิตติ ประธานพรรคกิจสังคม พร้อมด้วยน.ส.สุวิภา คุณกิตติ บุตรสาว ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับที่ 2 นำทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 33 เขตมาสมัคร นายสุวิทย์ กล่าวว่า พรรคกิจสังคมส่งผู้สมัครส.ส.กทม. ครบทั้ง 33 คน ทั้งหมดเป็นคนในพื้นที่ จึงขอโอกาสทำงาน ส่วนที่ตนต้องเดินทางไปประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศฝรั่งเศสนั้น ทำให้อาจไม่มีเวลาไปช่วยหาเสียง แต่ยืนยันว่าจะยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก ส่วนพื้นที่อื่นพรรคจะส่งผู้สมัครทั้งหมด โดยเฉพาะจ.ขอน แก่นส่งครบทุกเขต

ชพน.มาก่อนกลับทีหลัง

เวลา 08.00 น.พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน นำโดยนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ผอ.เลือกตั้งกทม.และภาคกลาง ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 น.ต.ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ผู้สมัครส.ส.กทม. น.ส.เยาวภา บุรพลชัย ผู้สมัครส.ส.กทม. และนายภราดร ศรีชาพันธุ์ รองโฆษกพรรค นำทีมผู้สมัครส.ส.กทม. ทั้ง 33 เขต มาสมัคร

ร.ต.ประพาส ให้สัมภาษณ์กรณีนำผู้สมัครมาสมัครตั้งแต่เช้าแต่กลับออกไปเป็นพรรคสุดท้าย ว่า ไม่กังวลว่าฤกษ์จะไม่ดี เพียงแต่การสื่อสารเรื่องรับสมัครของพรรคอาจไม่ตรงกันบ้าง ทำให้ขาดเอกสารที่ต้องใช้บางส่วนไม่ครบ บางคนต้องส่งเอกสารเพิ่ม

สำหรับ กองเชียร์ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินส่วนใหญ่เป็นคนวัยรุ่นและวัยทำงาน ราว 40-50 คน ถือป้ายผู้สมัครสูง 3 เมตร มาตั้งตรงข้ามหอประชุมสถานที่รับสมัคร มีรูปน.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค และป้ายของอดีตนักกีฬาทีมชาติ อาทิ น.ต.ปิยะพงษ์ น.ส.เยาวภา และนายภราดร ขณะที่นายโสภณ ดำนุ้ย อดีตผอ.องค์การสวนสัตว์ ที่ลงสมัครส.ส.กทม. นำมาสคอตหมีแพนด้าหลินปิงมาสร้างสีสัน

จากนั้นร.ต.ประพาสนำผู้สมัคร ขึ้นรถแห่ไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ต่อด้วยไปสักการะพระแก้วมรกต ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ก่อนไปที่บ้านนาย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรค ถ.ราชวิถี 20 เพื่อขอคำแนะนำในการหาเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การรับสมัคร ส.ส. เขตกทม.วันแรก ว่า พรรคเพื่อไทยแจกกล้วยน้ำว้าให้กับผู้สมัครทุกคน เป็นการถือเคล็ดให้ทำอะไรเป็นเรื่องกล้วยๆ ขณะที่พรรคไทยเป็นสุข นางบงกฏ เจริญเธียร ผู้สมัครกทม. เขต 13 ใส่ชุดนางงาม สวมมงกุฎ คาดสายสะพายชื่อพรรคไทยเป็นสุขมาสมัครด้วย

กกต.เตือนระวังผิดกม.เลือกตั้ง

นาย ประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงสถานการณ์การหาเสียง ว่า ตอนนี้ กกต.ยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดเลือกตั้ง หรือการทุจริตใดๆ มีเพียงเรื่องทำลายป้ายหาเสียงของพรรคการเมือง รวมถึงการใส่ร้ายผู้สมัครต่างๆ หลังจากนี้กกต. จะประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เพื่อขอกำลังดูแลผู้สมัครส.ส. รวมถึงหัวคะแนนให้เข้มงวดมากขึ้น ส่วนกรณีการทำร้ายถือเป็นความผิดทางอาญาอยู่แล้ว ขอเตือนไปยังผู้สมัครไม่ให้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เนื่องจากตอนนี้ทุกพรรคมีหมายเลขแล้ว ผู้สมัครส.ส.เขตควรระวังเรื่องการใส่ร้ายป้ายสี เพราะจะเข้ามาตรา 53 (5) ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. และกฎหมายยังห้ามกรณีใช้มวลชนเข้าไปกดดันเพื่อขัดขวางไม่ให้มีการหาเสียง ก็จะเข้ามาตรา 53 (5) ที่ระบุว่าห้ามมิให้ผู้สมัคร หรือผู้ใดหลอกลวงบังคับขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายให้ความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใด ซึ่งจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ 10 ปี ถ้ากรรมการบริหารพรรครู้เห็นเป็นใจไม่ห้ามปรามก็จะมีโทษถึงขั้นยุบพรรคได้


ลูกแม่ – ร.ต.(หญิง )ระนองรักษ์ สุวรรณ ฉวี ให้กำลังใจลูกชาย 2 คนคือนายพลพีร์ และนายพีรพร สุวรรณฉวี ซึ่งลงสมัครส.ส. นครราชสีมา สังกัดพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน เมื่อวันที่ 24 พ.ค.

นาย ประพันธ์ กล่าวด้วยว่า กกต.ยืนยันว่าจะจัดการเลือกตั้งด้วยความเป็นกลาง ไม่ช่วยเหลือและไม่กลั่นแกล้งใคร หากมวลชนทราบว่าอะไรที่กระทำแล้วสุ่มเสี่ยงขอให้ละเว้น ส่วนกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 60 ที่ห้ามโฆษณาหาเสียงทางวิทยุและโทรทัศน์ รวมถึงวิทยุชุมชนและเคเบิลทีวี ก็ขอให้ระวังในเรื่องการเชิญผู้สมัครไปออกรายการต่างๆ เพราะมีกฎหมายห้ามไว้ครอบคลุมถึงสื่อวิทยุชุมชนเคเบิลท้องถิ่นด้วย จึงขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย

ปชป.ถล่มแหลกนิรโทษกรรม

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ โฆษกพรรค แถลงว่า เป็นความชัดเจนในแนวทางของพรรคเพื่อไทย และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากได้เข้ามาบริหารประเทศ ประชา ชนสมควรได้รับทราบขั้นตอนแผนการดำเนินการต่างๆ ตามที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ยืนยันว่าอาจจะออกพ.ร.บ หรือพ.ร.ก.เพื่อนิรโทษกรรม เพราะการใช้กฎหมายเพื่อล้างความผิดให้คนที่มีคดีถึงที่สุดแล้ว หรือกำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นแนวทางเดียวกับอดีตรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พยายามดำเนินการ พยายามแก้ไขกฎหมายและรัฐธรรมนูญจนทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายแตกแยกจากคน ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้กฎหมายสูงสุดของประเทศเพื่อแก้ปัญหาให้คนคนเดียว

โฆษก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ร.ต.อ.เฉลิมบอกว่าดำเนินการได้เลยโดยไม่ต้องสอบถามความเห็นประชาชน เพิ่ม เพราะหากประชาชนเลือกเพื่อไทยก็เทียบเท่ากับได้ทำประชาพิจารณ์แล้วนั้น ร.ต.อ.เฉลิมต้องให้ความกระจ่าง เพราะขณะนี้เพื่อไทยใช้แนวทางหาเสียงโดยการขายนโยบายประชานิยมหลายด้าน คนที่ตัดสินใจเลือกเพื่อไทย และน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ เลือกเพราะอยากได้นโยบาย เช่น แจกไอแพด เป็นต้น ร.ต.อ.เฉลิมต้องการใช้เสียงส่วนนั้นมาฉวยโอกาสทางการเมืองหรือไม่ เพื่อไทยควรประกาศให้ชัดเจนว่าหากเลือกเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์แล้วก็จะ ใช้เสียงส่วนนี้เพื่อยืนยันการล้างผิดให้คนที่ต้องคดี และคดีทุจริตคอร์รัปชั่นของอดีตนายกฯ ไม่ควรหลอกประชาชนโดยใช้นโยบายประชานิยมอื่น

น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ส่วนกรณีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำเสื้อแดง ระบุการเคลื่อน ไหวของคนเสื้อแดงเพื่อไทยไม่สามารถกำหนดได้ แต่ขณะนี้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือแกนนำเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวทางการเมืองได้ เข้าไปเป็นผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยทั้งระบบบัญชีรายชื่อและเขต และประชาชนรู้แล้วว่าทั้งสองได้ร่วมกันกระทำการทางการเมืองภายใต้พรรคเดียว กัน ส่วนการสั่งการปรากฏชัดว่าผู้บงการคือพ.ต.ท. ทักษิณที่สามารถสั่งให้คนเสื้อแดงถอดเสื้อแดงได้

ย้ำอีกก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมือง

น.พ.บุ รณัชย์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่พรรคเพื่อไทยตรียมฟ้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ฐานกล่าวหาและใส่ร้ายนั้น เรื่องใดที่เป็นข้อเท็จจริงและเป็นการดำเนินการตามหน้าที่ในการแสดงความรับ ผิดชอบต่อส่วนรวมคือประชาชน ถือว่าเป็น การดำเนินการจากข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา เช่น กรณีแกนนำเสื้อแดงตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีก่อการร้าย คดีทำร้ายร่างกาย เผาบ้านเผาเมือง ก่อวินาศกรรม ซึ่งข้อเท็จจริงล้วนอยู่ในกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้นและสังคมก็ตั้งข้อสงสัย ว่า หากแกนนำเสื้อแดงได้เป็นส.ส. ก็จะได้เอกสิทธิ์คุ้มครองเป็นเกราะคุ้มครองเพื่อไม่ให้มีการดำเนินคดี ระหว่างเปิดสมัยประชุมสภา

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรค แถลงตอบโต้นายปลอดประสพที่โจมตีนายอภิสิทธิ์เอาความอ่อนแอมาหาเสียงเพราะ กลัวเพื่อไทย ว่า ประชาธิปัตย์ไม่ได้กลัวแต่รำคาญ อย่าท้าให้ประชาธิปัตย์ต้องเดินไปฟ้องยุบพรรคเพื่อไทย เพราะเราไม่เคยฟ้องยุบพรรคใคร การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อสนับสนุนเพื่อไทย กกต.ควรนำค่าใช้จ่ายมาคิดรวมเป็นค่าหาเสียงด้วย

ไม่เช่นนั้นพรรค อื่นจะใช้วิธีการสร้างมวลชนขึ้นมาแล้วบอกไม่ใช่พรรคตัวเอง เพื่อจัดเลี้ยง ขนคน มอบเสื้อ เมื่อชัดเจนอย่างนี้กกต.ต้องทวงถามค่าใช้จ่ายพรรคเพื่อไทยในการใช้มวลชนสนับ สนุน หรือการทำสกู๊ปข่าวของสื่อบางช่องที่ไม่ต่างอะไรกับการโฆษณาหาเสียงทางการ เมือง กกต.ก็ควรควบคุมกติกา ไม่ใช่คุมแต่การจับเบอร์หรือขนาดป้ายซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญ

ภูมิใจไทยโชว์แผนหาเสียง

ที่ พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค แถลงว่า พรรคส่งผู้สมัครทั้งหมด 185 เขต แบ่งเป็นภาคกลาง และกทม. 35 เขต ภาคใต้ 20 เขต ภาคเหนือ 24 เขต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 106 เขต และจะมีเพิ่มอย่างน้อย 2 เขตในกทม. เขต 8 นายตระการ พันธุมเลิศรุจี และเขต 16 นายตฤณ เศรษฐโชค หรือนายโชคชัย ตันประเสริฐ

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า พรรคจะเปิดเวทีปราศรัยแรกบริเวณเขื่อนลำตะคอง จ.นครราช สีมา วันที่ 3 มิ.ย.เวลา 17.00 น. โดยจะมีกลุ่มคนยากคนจน ตั้งคาราวานบริเวณดังกล่าวคืนวันที่ 2 มิ.ย. เพราะบริเวณนี้ถือเป็นศูนย์รวมของคนยากจนที่ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไข ปัญหา และเป็นสัญลักษณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้าแก้ปัญหาประชาชน หลังการปราศรัยผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์กลุ่มคนจน นำโดยนางสุภาธินันท์ ไถวสินธุ์ หรือป้าสะอิ้ง และนายคำตา แคนบุญจันทร์ และกลุ่มชาวบ้านยากจน จะตั้งคาราวานเดินเท้าหาเสียงในภาคอีสาน เพื่อปราศรัยขอคะแนนให้กับพรรค โดยจะเป็นคาราวานเดินทางทุกวัน ค่ำไหนนอนนั่นจนถึงก่อนวันเลือกตั้ง ส่วนการปราศรัยใหญ่ของพรรคจะมีอย่างน้อย 7 เวที ประกอบด้วย จ.เชียงราย พะเยา สุโขทัย สุรินทร์ สระบุรี ปทุมธานี ปัตตานี นราธิวาส

นายศุภ ชัย กล่าวว่า สำหรับกระแสข่าวนางรัชนี พลซื่อ อดีตส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่เข้าร่วมงานกับภูมิใจไทยมาตลอดแต่ย้ายไปลงสมัครส.ส.ในนามประชาธิปัต ย์นั้น นางรัชนีลาออกจริง แต่สังกัดพรรคใดไม่ทราบ คงออกไปพร้อมทีมร้อยเอ็ดที่มาพร้อมกัน รวมถึงนายสมพงษ์ ปู่เพ็ง อดีตส.ส.ขอนแก่น ที่เคยมาร่วมงานกับพรรคด้วย พรรคมองว่าเป็นเรื่องปกติ เมื่อจะมาอยู่กับพรรคก็พร้อมต้อนรับ แต่เมื่อไปก็เป็นเสรีภาพในการตัดสินใจ

แจงวุ่นไม่มีเรื่องคืนเงิน10ล้าน

ผู้ สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวนายเอกภาพ พลซื่อ จะนำเงิน 10 ล้านบาทมาคืนนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำภูมิใจไทย นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่จริง ความจริงคือพรรคสั่งจ่ายเช็คให้กับผู้สมัครทุกคนรายละ 3 แสนบาทผ่านบัญชีที่ใช้ในการเลือกตั้ง เมื่อนางรัชนีลาออกจากพรรคก็นำเงินมาคืน ไม่ใช่เงิน 10 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้สิ่งใดที่ไม่มีข้อมูลขอร้องว่าอย่าเอาไปลงข่าว เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายกับพรรคการ เมืองซึ่งปฏิบัติตามกฎหมาย

เมื่อ ถามว่าแกนนำพรรคระบุเองถึงเรื่องเงิน 10 ล้านบาท นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่มีแน่นอน แกนนำที่ให้ข่าว ต้องเป็นแกนนำที่ไม่มีสติปัญญา หรือด้อยปัญญามาก เมื่อถามว่าจะตรวจสอบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่ต้องตรวจสอบ เพราะข่าวเกิดขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญยังไม่รู้เลยว่า ใครเป็นแกนนำของพรรคภูมิใจไทยบ้าง

“ชูวิทย์”ฉะเรียนฟรีล้มเหลว

เมื่อ เวลา 11.00 น.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เดินหาเสียงกับพนักงานออฟฟิศและพ่อค้าแม่ค้าบริเวณสำนัก งานใหญ่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ตลาดครูหวี ถ.พระรามที่ 3 ยานนาวา โดยเดินแจกบัตรแนะ นำตัว พร้อมกับกล่าวถึงโครงการเรียนฟรีที่ล้มเหลวของรัฐบาล รู้สึกเห็นอกเห็นใจพ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่ช่วงนี้เปิดเทอม ทำให้คนออกมาจับจ่ายซื้อของจำนวนน้อย รายได้ลดลง ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และชี้แจงว่ารัฐบาลจะต้องไม่มีพวกนักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชั่น และเอาเปรียบประชาชน ประเทศชาติถึงจะเดินหน้าต่อไปได้

ต่อมาเวลา 15.30 น.ที่โรงเรียนสายน้ำผึ้ง สุขุมวิท 22 นายชูวิทย์ กล่าวว่า จากนโยบายโครงการเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพของพรรคประชาธิปัตย์นั้น มีคุณภาพแค่บางส่วนเท่านั้น เพราะตอนนี้ผู้ปกครองกำลังเดือดร้อน หนังสือไม่มีพอเพียงต่อความต้องการของนักเรียน บางโรงเรียนได้แค่ 50 % ของหนังสือที่ควรจะได้รับ บางโรงเรียนก็ไม่ได้เลย เมื่อสอบถามนายชิน วรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาฯกลับได้คำตอบว่า ยังไม่ทราบเรื่อง ซึ่งตอนนี้โรงเรียนเพิ่งจะเปิดเทอมได้แค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น ไม่น่ามีความเดือดร้อน แต่ตนคิดว่าควรจะให้เด็กนักเรียนเตรียมพร้อมก่อนการเปิดเทอม ไม่ใช่ว่าเปิดเทอมแล้วยังไม่มีหนังสือเรียน และหนังสือที่บางโรงเรียนได้รับก็มีสภาพขาดชำรุด หน้าหาย ใช้การไม่ได้ ผู้ปกครองเหมือนน้ำท่วมปาก เพราะไม่มีตัวแทนออกมาแจ้งถึงความเดือดร้อน ตนมีความปรารถนาดีอยากให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ แต่ประชาธิปัตย์ซึ่งเน้นเทคโนโลยีทันสมัย แต่กลับทำให้อุปกรณ์การเรียนไม่มีคุณภาพ

“ประชา”ชู”ปู”ชิงนายกฯ

ที่ จ.อุดรธานี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ชัดเจนแล้วว่าพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 เป็นผู้แข่งขันชิงตำแหน่งนายกฯ ซึ่งวันที่ 25 พ.ค.น.ส.ยิ่งลักษณ์จะนำทีมเพื่อไทยชุดใหญ่มาเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ทุ่งศรี เมือง จ.อุดรธานี เพื่อเปิดนโยบาย และเปิดอกเปิดใจกับพี่น้องชาวอุดรฯ การเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อไทยตั้งความหวังกวาดหมดทั้ง 9 คน 9 เขตของจ.อุดรฯ

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึก ษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงผลโพลที่ระบุว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะได้ส.ส.เพียง 11 คน ว่า ผลโพลเป็นเรื่องทางวิชาการ แต่ก็ดีคอยช่วยเตือนสตินักการเมือง จะได้ขยันหาเสียง ตนมั่นใจว่าชาติไทยพัฒนาจะได้ส.ส.ไม่ต่ำกว่าเดิม 30 ที่นั่ง หรืออาจมีเซอร์ไพรส์ได้เกินคาดหมาย

พล.ต.สนั่น กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทาง การเมืองนั้น ยังไม่น่าพูดตอนนี้ เพราะทำให้แตกแยกมากขึ้น

วันแรกกทม.สมัคร13พรรค171คน

ผู้สื่อ ข่าวรายจากอาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง สถานที่รับสมัครเลือกตั้งส.ส.ระบบแบ่งเขต ว่า วันแรกจนถึงเวลาปิดรับสมัคร 16.30 น. มีผู้สมัครจำนวน 13 พรรค รวม 171 คน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 31 คน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 30 คน พรรคประชาธิปัตย์ 31 คน พรรครักษ์สันติ 32 คน พรรคกิจสังคม 31 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 2 คน พรรคมาตุภูมิ 1 คน พรรคประชาสันติ 8 คน พรรคความหวังใหม่ 1 คน พรรคไทยเป็นสุข 1 คน พรรคไทยพอเพียง 1 คน พรรคภูมิใจไทย 1 คน และพรรคเพื่อฟ้าดิน 1 คน

กกต.รอพท.ร้องเอาผิด”เทือก”

รายงาน ข่าวจากกกต.แจ้งว่า กรณีพรรคเพื่อไทยจะร้องกกต.ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่อง จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พาดพิงผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำนปช. ว่าเป็นผู้ก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมืองนั้น กกต.ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวยังมาไม่ถึงกกต. นอกจากนี้ยังต้องดูว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ เพราะการกระทำบางอย่างผิดกฎหมายอาญา แต่อาจไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้งก็ได้ อย่างไรก็ตามหากที่สุดแล้วถือว่ากระทำผิด จะมีความผิดตามมาตรา 53(5) ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. มีโทษจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

“ประชา”ควงน้องสมัครปากน้ำ

สำหรับ บรรยากาศการรับสมัครส.ส.เขตวันแรกก็คึกคักทั่วประเทศ โดยจ.สมุทรปราการ ที่เทศบาลตำบลสำโรงเหนือ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นำทีมผู้สมัครมาเอง ส่วนพรรคเพื่อไทย นายประชา ประสพดี อดีตส.ส.สมุทร ปราการ ที่เพิ่งถูกลอบยิง มาสมัครพร้อมน.ส. นฤมล ธารดำรงค์ อดีตส.ส.สมุทรปราการ น้องสาว โดยมีตำรวจตามอารักขา และคนเสื้อแดงกว่า 200 คน มาให้กำลังใจ ขณะที่พรรคมาตุ ภูมิที่มีข่าวจะส่งลูกชายนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรมต.หลายสมัย ยังไม่มาสมัคร

นายประชา กล่าวว่า ไม่ได้กังวลเรื่องถูกคุกคาม เพราะได้รับการดูแลคุ้มกันจากตำรวจอย่างดี ส่วนคดีเชื่อว่าคงจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้แน่นอน เพราะเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ อย่างคดีมือปืนยิงผกก.สภ.ไทรงาม ตำรวจยังตามจับกุมตัวคนร้ายได้

เมืองเพชร”แป๋ง”ชน”จ้อน”

ที่ จ.เพชรบุรี นายปิยะ อังกินันทน์ นำทีมสมัครในนามพรรคเพื่อไทย ส่วนประชาธิปัตย์ นำโดย นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์

จ.ราชบุรี นายสรอรรถ กลิ่นประทุม และนายบุญลือ ประเสริฐโสภา นำทีมพรรคภูมิใจไทยมาสมัคร ขณะที่พรรคเพื่อไทย พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ลงสมัครเขต 1 มาพร้อมกองเชียร์เสื้อแดง จ.พระนครศรีอยุธยา นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม สมัครเขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา

จ.ตราด นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม มาลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ โดยไม่มีกองเชียร์ จ.กาญจนบุรี นายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคเพื่อไทยนำโดย พล.ต.ศรชัย มนตริวัต จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว. แรงงาน นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ลงสมัคร ส่วนเพื่อไทยนำโดยนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล

“เทือก”ยังไม่มาสุราษฎร์

จ.สุราษฎร์ ธานี มีการตรวจวัตถุระเบิดและวางกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ สถานที่รับสมัคร โดยวันแรกมีพรรคภูมิใจไทยกับเพื่อไทยมาสมัคร ขณะที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะนำทัพผู้สมัครมาวันที่ 25 พ.ค. เช่นเดียวกับที่จ.ภูเก็ต ขณะที่ จ.นครศรีธรรมราช นายวิทยา แก้วภราดัย นำผู้สมัครประชาธิปัตย์ทั้ง 9 เขต มาสมัครแล้วขึ้นรถแห่รอบเมือง จ.ชุมพร ผู้สมัครทั้ง 3 คนของประชาธิปัตย์ขึ้นรถแห่ไปสักการะหลวงปู่สงฆ์ ที่วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย และกรมหลวงชุมพรฯ จ.พัทลุง นายนริศ ขำนุรักษ์ ผู้สมัครเขต 3 นำผู้สมัครประชาธิปัตย์เปิดปราศรัยครั้งแรกที่บริเวณลานหน้าวัดสมหวัง ต.สมหวัง

ส่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส สถานที่รับสมัคร กองเชียร์มากันแน่นท่ามกลางการอารักขาเข้มของตำรวจ ทหาร อส. พรรคชาติไทยพัฒนา นำโดย นาย กูเซ็ง ยาวอหะซัน นำผู้สมัครมาครบทั้ง 4 เขต จ.ปัตตานี กองชียร์คึกคักท่ามกลางการคุมเข้มของเจ้าหน้าที่ มีผู้สมัครจากหลายพรรค ทั้งมาตุภูมิ ภูมิใจไทย ประชาธรรม เครือข่ายชาวนา เพื่อไทย และประชาธิปัตย์

เหนือเดือด2พรรคเผชิญหน้า

จ.ลำพูน กองเชียร์หวิดปะทะกัน เนื่องจากหลังสมัครเสร็จ กองเชียร์ประชาธิปัตย์และเพื่อไทยตะโกนหมายเลขพรรคเข้าใส่กันไม่มีใครยอมใคร จนตำรวจกว่า 100 นาย ต้องกัน 2 ฝ่ายออกจากกัน

จ.พิษณุโลก กองเชียร์ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยต่างตะโกนเกทับกันไปมา จนถึงขั้นท้าทายกัน ตำรวจต้องรีบเข้าห้ามปราม พร้อมจัดกำลังเข้าแทรกกลาง และกันทั้งสองพรรคถอยห่างจากกัน

พิจิตรแกนนำ3พรรคคุมทีม

จ.พิจิตร แกนนำ 3 พรรคนำทีมมาให้กำลังใจผู้สมัครประชาธิปัตย์ โดยนายไพฑูรย์ แก้วทอง เพื่อไทยโดยนางสุณีย์ เหลืองวิจิตร พรรคชาติไทยพัฒนาโดยพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์

จ.แพร่ มีเพียงผู้สมัครของประชาธิปัตย์ นำโดยนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู หรือแม่เลี้ยงติ๊ก นำคณะมาสมัคร จ.กำแพงเพชร นายวราเทพ รัตนากร และพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ แกนนำเพื่อไทยนำทีม โดยมีกองเชียร์จำนวนมาก

จ.ตาก นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาห กรรม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมมาสมัคร หลังพรรคเพื่อไทย สมัครเสร็จ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าระหว่างนายธนิตพล ไชยนันทน์ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ กับนายวราทิต ไชยนันทน์ ผู้สมัครเพื่อไทย ซึ่งเป็นพี่น้องกัน

ขอนแก่นคึกคักช้างชนช้าง

จ.ขอนแก่น คึกคักแต่เช้า ผู้สมัครต่างเข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองก่อนมาสมัคร พรรคเพื่อไทย ถือฤกษ์เวลา 08.29 น. โดยนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นำทีมทั้ง 10 เขต พรรคภูมิใจไทย ถือฤกษ์ 09.19 น. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ นำทีมทั้ง 10 เขตเช่นกัน ขณะที่ร.อ.สมรักษ์ คำสิงห์ ลงสมัครเขต 10 พรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนนายปัญญา ศรีปัญญา ผู้สมัครเขต 3 พรรคภูมิใจไทย มาพร้อมภรรยาและผู้สนับสนุน โดยนำงูเหลือมขนาดใหญ่คล้องคอสร้างสีสัน

จ.มหาสารคาม ไม่ค่อยคึกคัก ผู้สมัครที่ได้รับความสนใจคือ นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร เขต 3 พรรคภูมิใจไทย อายุ 28 ปี บุตรชายนายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร รมช.คมนาคม ส่วนนายสุชาติ ศรีสังข์ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย นำรถบรรทุก 10 ล้อดัดแปลงเป็นบ้านเคลื่อนที่ใช้ปราศรัย

“มนต์สิทธิ์”สู้ศึกมุกดาหาร

ขณะ ที่จังหวัดอื่นๆของภาคอีสานต่างก็คึกคักในการรับสมัครส.ส.เขตวันแรก เช่น จ.หนอง คาย สกลนคร ศรีสะเกษ ยโสธร กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครลงครบทุกเขต ส่วนใหญ่เป็นอดีตส.ส. ท่ามกลางกองเชียร์เสื้อแดงมาให้กำลังใจจำนวนมาก

จ.มุกดาหาร นายบุญเถิง แก้วสีนวน หรือมนต์สิทธิ์ คำสร้อย นักร้องชื่อดัง ลงสมัครเขต 2 พรรคชาติไทยพัฒนา

โคราชแห่ขอพร”ย่าโม”

จ.นครราชสีมา คึกคักแต่เช้าตรู่ กลุ่มผู้สนับ สนุนพรรคต่างๆ มาจับจองพื้นที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีตั้งโต๊ะทำพิธีพราหมณ์บวงสรวง โดยพรรคเพื่อไทย นายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสาน นำผู้สมัคร 15 คนทำพิธี พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค นำผู้สมัครทำพิธีก่อนไปหอประ ชุมเปรม ติณสูลานนท์ สถานที่รับสมัคร นำขบวนโดยรถชอปเปอร์ สัญลักษณ์ของพล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ผอ.เลือกตั้งนครรา ชสีมา-ชัยภูมิ ทั้ง 3 พรรค ส่งผู้สมัครครบทั้ง 15 เขต ขณะที่ประชาธิปัตย์ส่งหน้าใหม่ทั้งหมด

จ.นครพนม กองเชียร์มากันหนาตา เป็นที่น่าสังเกตว่าขณะกรอกใบสมัคร นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรฯ จากพรรคภูมิใจไทย นายไพจิต ศรีวรขาน พรรคเพื่อไทย นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคชาติไทยพัฒนา มีลูกสาวนั่งประ กบตลอด

จ.บุรีรัมย์ นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม นำทีมผู้สมัครภูมิใจไทยมาสมัคร ต่างจากทุกครั้งที่เป็นนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค

ลางร้ายภท.รถชนหน้าพรรค

วัน เดียวกันเวลา 15.10 น.เกิดเหตุรถบรรทุกคอนเทนเนอร์ 18 ล้อ พุ่งชนต้นไม้หน้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ถ.พหลโยธิน บางเขน กทม. จนทำให้ต้นไม้หักโค่นลงขวางถนน บริเวณหน้าปากซอยพหลโยธิน 46 การจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พาน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ไปลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.กทม.เขตหลักสี่ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นลางร้าย เนื่องจากมีน้ำยางสีแดงข้นลักษณะคล้ายเลือดไหลออกมาตามลำต้นของต้นไม้ที่ถูก รถชน อย่างไรก็ตามตำรวจได้เคลื่อนย้ายรถบรรทุกคันดังกล่าวไปจอดบริเวณฝั่งตรงข้าม เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด

พท.ระวังกอ.รมน.แฝงตัว

รายงาน ข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ขณะที่พรรคกำลังเฝ้าระวังหน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะกอ.รมน.ส่งคนแฝงตัวเข้ามาอยู่ในพรรค แกนนำพรรคจึงกำชับให้ทุกคนในพรรครวมทั้งผู้สมัครระมัดระวังการทำกิจกรรมทาง การเมือง รวมทั้งวอร์รูมที่มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เป็นที่ปรึกษา ร่วมกับอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน หลีกเลี่ยงการเข้ามาที่พรรคเพื่อไทย เพื่อป้องกันการร้องเรียนในภายหลัง โดยไปใช้สถานที่อื่นประชุมวางยุทธศาสตร์เลือกตั้งให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรค เพื่อไทย

เมื่อเวลา 15.30 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปช่วยผู้ สมัครส.ส.สมุทรปราการ หาเสียง ขณะที่ขบวนรถของนายอภิสิทธิ์มาถึงบริเวณด่านเก็บเงินบางพลี-สุขสวัสดิ์ ก่อนถึงทางลงเทพารักษ์เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก 4 ล้อเล็กพลิกคว่ำขวางถนนก่อนหน้าขบวนของนายอภิสิทธิ์เพียงเล็กน้อย ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

“โอ๊ค”ขอบคุณที่เป็นห่วง

วัน เดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ และหลานชายน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงข่าวเป็นลมหน้ามืดระหว่างช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทยหาเสียงที่ จ.อ่างทอง ว่า ไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้เป็นลม ไม่ได้หกล้ม แค่แดดร้อน เลยลุกๆ นั่งๆ ระหว่างรอทีมงานลงพื้นที่ แล้วตอนเดินก็สะดุดหลุมนิดหน่อย ยังหันไปพูดขำๆ กับทีมงานเลยว่า สงสัยจะตกหลุมรักคนอ่างทอง เข้าใจว่าส.ส.คงเป็นห่วง เพราะวันนั้นเดินหาเสียงตั้งแต่เช้าไปบริจาคคอมพิวเตอร์กับหนังสือให้กับ โรงเรียนประสบภัยน้ำท่วมที่จ.สิงห์บุรี เจอแดดร้อนๆ มาทั้งวัน จริงๆ ไม่ได้เป็นอะไร ร่างกายแข็งแรงดี แถมเคยชินกับการลงพื้นที่อยู่บ่อยๆ อยู่แล้ว อ่านข่าวแล้วตกใจมาก แต่ขอบคุณทุกความห่วงใย อย่างไรก็ตามใครที่จะฝากข่าวสารสามารถฝากไว้ได้ที่ทวิตเตอร์ของตน

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s