แดงรุกสอบ พิษปาก”เผาเมือง”

“ธิดา-ณัฐวุฒิ”ร้องกกต. ชี้ผิดกฎหมายเลือกตั้ง โทษหนัก-ถึงยุบปชป. “ธาริต”ตามบี้คดีล้มเจ้า


สู้ – นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. และผู้สมัครส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในชุดนักโทษชูนิ้วสัญลักษณ์ “เบอร์ 1” ในช่วงออกจากเรือนจำมาศาลอาญา คดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฟ้องหมิ่น เมื่อวันที่ 23 พ.ค.

เสื้อ แดงเอาคืน “เทพเทือก” เตรียมร้องกกต.เอาผิด กล่าวหา 3 แกนนำ “จตุพร-ณัฐวุฒิ-หมอเหวง” ก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมือง”ณัฐวุฒิ” ชี้เข้าข่ายละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง เหตุทั้ง 3 เป็นผู้สมัครส.ส. มีกฎห้ามผู้สมัคร ส.ส.ด้วยกัน พูดใส่ร้ายป้ายสี มีโทษหนักถึงขั้นยุบพรรค แถมเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งอีก 10 ปี ด้าน “ธาริต” ส่งหมายเรียกของดีเอสไอ ให้ 17 แกนนำนปช. รับทราบข้อหาคดี “ล้มเจ้า” วันที่ 2 มิ.ย. พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแจ้ง “จตุพร” กับ “นิสิต” และสอบปากคำในเรือนจำ

“ธิดา”ร้องกกต.เอาคืน”เทือก”

เมื่อ วันที่ 23 พ.ค. เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เบิกตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ออกจากแดน 1 เดินทางไปยังศาลอาญา เพื่อสืบพยานจำเลยในคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกัน นางธิดา โตจิราการ รักษาการประธานนปช. และน.พ.เหวง โตจิราการ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่เดินทางมาเยี่ยมนายจตุพร ก็เดินทางตามไปยัง ศาลอาญาด้วย ก่อนจะกลับมาเยี่ยมนายนิสิต สินธุไพร

นางธิดากล่าวว่านายจตุพรฝาก มาบอกว่าได้ขออโหสิกรรมและไม่อาฆาตแค้น หรือจองเวรกับคนที่คิดร้าย พร้อมทั้งฝากให้ปรึกษากับทนายความดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่ออกมากล่าวหาแกนนำนปช.ทั้ง 3 คน ที่ลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และเผาบ้านเผาเมือง คำพูดลักษณะใส่ร้ายป้ายสีแบบนี้ไม่น่าจะเกิด และผิดกฎหมายการเลือกตั้ง ดังนั้น นายจตุพรจึงต้องการให้ฟ้องร้องนายสุเทพ โดยจะแยกฟ้อง 2 สถานะ คือฟ้องแบบดูหมิ่นตัวบุคคล กับฟ้องเพราะละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง หลังปรึกษาทนายแล้วก็จะยื่นฟ้องต่อศาลและกกต.ทันที

ด่าก่อการร้าย-ผิดกม.เลือกตั้ง

นาง ธิดากล่าวต่อว่า ตามกฎหมายเลือกตั้ง ห้ามผู้สมัครส.ส.พูดจาใส่ร้ายป้ายสีคู่แข่งเด็ดขาด ดังนั้น ถือว่านายสุเทพกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งชัดเจน ที่ผ่านมากล่าวหาว่าคนเสื้อแดงเป็นผู้ก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมือง มีกองกำลัง เป็น การกล่าวหากลุ่มนปช. แต่คราวนี้ไม่ใช่ เพราะคนที่นายสุเทพกล่าวหาเป็นผู้สมัครส.ส. ขณะเดียวกัน นปช.ยังติดใจที่นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีความปลื้มใจที่เห็นคนปาไข่ติดคุก จึงเกิดข้อสงสัยว่าแล้วนายชวนจะตอบคำถามอย่างไรต่อประชาชน เกี่ยวกับคนตาย 90 กว่าศพ เมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 แถมยังมาพูดหาว่าพวกเราเป็นอันธพาลครองเมือง ดังนั้น เสื้อแดงก็มีสิทธิคิดว่าตอนนี้มีฆาตกรครองเมืองหรือเปล่า

รักษาการ ประธานนปช.กล่าวถึงกรณีเสื้อแดงติดตามขับไล่นายอภิสิทธิ์ขณะหาเสียงว่า อาจเป็นพวกแดงเทียม ที่มีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งจ้างมาให้ใส่เสื้อแดง แต่หากเป็นเสื้อแดงและนปช.แดงทั้งแผ่นดินจริงๆ ขอเตือนให้ใช้วิจารณญาณให้มากๆ ว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ขณะนี้นายอภิสิทธิ์มี 2 สถานะคือ รักษาการนายกฯ และฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้ง หากนายอภิสิทธิ์ออกไปทำภารกิจฐานะนายกฯ และมีคนเสื้อแดงไปประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมที่คนในครอบครัว หรือประชาชนเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม ก็ถือเป็นสิทธิเสรีภาพที่มีสิทธิเรียกร้อง แต่หากนายอภิสิทธิ์เดินหาเสียงแล้วมีคนใส่เสื้อแดงไปประท้วงขับไล่ ก็จะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งเหมือนกัน จึงขอให้คนเสื้อแดงแท้ใจเย็นๆ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเข้าคูหาเลือกตั้งแล้ว

“เหวง”เล็งเอาผิด”ธาริต”ด้วย

ส่วน น.พ.เหวงกล่าวว่า กรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม ออกหมายเรียก 19 แกนนำนปช.และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย มารับข้อกล่าวหาคดีล้มเจ้า ในวันที่ 2 มิ.ย.นั้น ขอตั้งข้อสงสัยว่าทำไมนายธาริตถึงดำเนินการช่วงนี้ ที่จริงการเลือกตั้งก็ใช้เวลาสั้น ขณะนี้เหลือเพียง 40 วันเท่านั้น รอให้เลย 40 วันแล้วค่อยเรียกไม่ได้หรือ อย่างนี้จงใจที่จะเรียกในช่วงนี้ ไม่รู้ว่ามีเจตนาอะไร

ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในมาตรา 57 ของกฎหมายเลือกตั้ง ที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐต้องไม่กระทำการอันเป็นผลเสียหายกับผู้สมัครรับ เลือกตั้ง เลยสงสัยว่านายธาริตละเมิดกฎหมายนี้หรือไม่ กำลังปรึกษาทนายความอยู่ แล้วกำลังศึกษาดูว่าจะต้องร้องเรียกต่อกกต.หรือไม่ ที่ทำให้เกิดการเสียหายต่อผู้สมัคร และคนที่อยู่ในหมายเรียกก็ไม่ได้หนีหายไปไหน จะรอเรียกหลังเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค.ไม่ได้หรือ จะมารีบด่วนอะไรขนาดนั้น และยังไม่เข้าใจที่นายธาริตลากเอาเรื่องเก่าเมื่อปีพ.ศ.2550 มาเกี่ยวข้องกับการปราศรัยของนายจตุพรเมื่อ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ลากเอามาพัวพันในการออกหมายเรียกครั้งนี้

“ณัฐวุฒิ”ลุยฟ้อง-ถึงยุบพรรค

ที่ พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. แถลงว่า การให้สัมภาษณ์ของนายสุเทพ ที่พาดพิงผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย คือ ตน นายจตุพร และน.พ.เหวง ว่าเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมก่อการร้ายและเผาบ้านเผาเมือง กรณีนี้ทำให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคหารือ และเห็นว่าสิ่งที่นายสุเทพพูดมานั้นไม่ใช่ครั้งแรก แม้จะมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา และกำหนดให้มีการเลือกตั้งส.ส. นายสุเทพก็ยังไม่หยุดพูด นายสุเทพและพรรคประชาธิปัตย์พูดย้ำแบบนี้มาหลายครั้ง และครั้งนี้ชัดเจน คือนาย สุเทพระบุชื่อและสรุปข้อกล่าวหาให้พวกเรา

นายณัฐวุฒิกล่าว ว่า พรรคเพื่อไทยเคารพกฎหมาย ยึดมั่นประชาธิปไตย และหาเสียงตามกฎหมาย แต่นายสุเทพพูดกล่าวร้ายป้ายสี จนส่งผลเสียต่อพรรคเพื่อไทยโดยตรง ฉะนั้นฝ่ายกฎหมายมอบหมายนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค ยื่นเรื่องนี้ต่อ กกต.ในวันที่ 25 พ.ค. เพราะนายสุเทพใส่ร้ายป้ายสี จนเกิดความเข้าใจผิดต่อคะแนนเสียงที่มีผลกับการเลือกตั้ง โดยกล่าวความเท็จให้ร้ายพรรคเพื่อไทย นาย สุเทพฝ่าฝืนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 53 (5) มีโทษจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และเรื่องนี้มีผลกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 และมาตรา 94 ว่าด้วยพรรคการ เมือง มีโทษถึงยุบพรรค

“เทือก”ภาวนา-ดีเอสไอรับลูก

“อำนาจ รัฐปัจจุบันยังมีความพยายามดำเนินคดีพวกผมในหลายข้อหา โดยเฉพาะการกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ทั้งที่ศาลยังไม่ตัดสินเลย ยืนยันว่าพวกผมยังบริสุทธิ์เต็มร้อย แต่นาย สุเทพยังกระหยิ่มยิ้มย่อง โดยเฉพาะการซ้ำเติมนายจตุพรที่ถูกจองจำอยู่นั้น ท่าทีแบบนี้ไม่มีในความเป็นลูกผู้ชาย แต่มักนิยมกันในหมู่ผู้ลอบกัดลับหลังเหยียบย่ำทางการเมือง นอกจากนายสุเทพจะสะใจเรื่องนี้แล้ว และยังภาวนาให้พวกผมรับชะตากรรมว่าควรติดคุกก่อนการเลือกตั้ง นายสุเทพกระทำแบบนี้จะเห็นว่ามีการเตรียมรองรับไว้แล้ว ล่าสุดนายธาริตที่รับลูกออกหมายเรียกพวกผม 19 คน และส่วนใหญ่เป็นผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย มารับทราบข้อกล่าวหาล้มเจ้า มันแสดงให้เห็นว่ามีการ เตรียมการ และรับลูกเป็นทอดๆ นายสุเทพเป็นคนภาวนา นายธาริตนำไปปฏิบัติ เสมือนพ่อมดหมอผี คนสั่งการทำหน้าที่บริกรรมคาถา และส่งให้ลูกกรอกไปหลอกหลอนคนที่เป็นเป้าหมาย” นายณัฐวุฒิกล่าว

ผู้ สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าพวกเรายังไม่มีความผิด มันเป็นเพียงการกล่าวหา และการวินิจฉัยของศาลยังไม่สิ้นสุด การเรียกเช่นนั้นถือเป็นการกระทำโดยมิชอบ เพราะบุคคลที่นายธาริตเรียกไปนั้นส่วนใหญ่อยู่หลังเวทีนปช. และบางส่วนไม่ขึ้นเวทีด้วยซ้ำ นายธาริตกระทำแบบนี้เท่ากับว่าขัดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 (5) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. การที่นายธาริตเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ถือว่าปฏิบัติตนโดยมิชอบ ดังนั้น ทางฝ่ายกฎหมายของพรรคจะยื่นเรื่องนี้ต่อ กกต.ให้ดำเนินการเช่นเดียวกับนายสุเทพวันที่ 25 พ.ค.นี้เช่นกัน

ย้ำอีกไม่ป่วน”มาร์ค”หาเสียง

นาย ณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ส่วนการเคลื่อนไหวของ นปช.นั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่คนเสื้อแดง แต่ยืนยันว่าเป็นคนเสื้อแดงเต็มร้อย แต่ตอนนี้เป็นผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย และยินดีทำ ตามกรอบของพรรค สถานการณ์การเมืองช่วงนี้มั่นใจ นปช.ไม่ขัดขวางการลงพื้นที่หาเสียง โดยเฉพาะการหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ แต่เข้าใจว่าถ้ามีคนใกล้บ้านของนายอภิสิทธิ์ใส่เสื้อแดงอยู่นายอภิสิทธิ์ก็ ไม่สบายใจ ทั้งที่เขาใส่เสื้อแดงที่บ้านของเขา เชื่อมั่นว่า นปช.จะไม่ไปรบกวนเวลาหาเสียงของพรรคต่างๆ เพราะมีคนเสื้อแดงบอกว่า อยู่บ้านดูพันธมิตรฯ ขับไล่พรรคประชาธิปัตย์สนุกกว่า เพราะคล้ายกับตัวอิจฉาทะเลาะกัน

แกนนำ นปช.กล่าวถึงแนวทางสร้างความปรองดองของแต่ละพรรคว่า ทุกพรรคเห็นด้วยกับการปรองดองว่าจะเป็นเส้นชัย แม้ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร แต่เห็นด้วย เพราะคิดว่าไม่ควรมารบราวีกันไม่มีที่สิ้นสุด ทุกวันนี้ทุกพรรคพูดเรื่องปรองดองเพื่อให้ดูดีกัน เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย พูดแต่หัวเรื่องปรองดอง แต่ยังไม่มีเนื้อหา นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่ใช่ พรรคเพื่อไทยมีสูตร เช่น ตั้งกรรมการขึ้นมา โดยเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น นปช. พันธมิตรฯ มาร่วมเป็นกรรมการหาแนวทางปรองดอง

ชี้”ปรองดอง”มีหลายสูตร

ต่อ ข้อถามว่าการนิรโทษกรรมให้ทุกฝ่ายอาจถูกมองว่าสมยอมกัน โดยเฉพาะเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง นายณัฐวุฒิกล่าวว่า การ ปรองดองมีหลายวิธีทั่วโลก เช่น แอฟริกาใต้ให้เจ๊ากันทุกฝ่าย และเลิกแล้วต่อกัน อาร์เจนตินาให้ตั้งกรรมการขึ้นมา รวันดาก็ให้ชนเผ่าตุ๊ดซี่กับเผ่าฮูตูที่ฆ่าลางเผ่าพันธุ์อยู่กันได้ ทุกอย่างมีกระบวนการ แต่สูตรการปรองดองบางสูตรมอบให้กระบวนการยุติธรรมสะสางทุกคดี กองทัพ รัฐบาล หากผิดก็ต้องรับผิดชอบอย่างแฟร์ๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่าคณะกรรมการที่ พรรคจะตั้งขึ้นหากได้เป็นรัฐบาลจะยึดหลักการดำเนินการของคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธานต่อไปหรือไม่ แกนนำ นปช.กล่าวว่า เหตุการณ์ต่างๆ มีการตั้งกรรมการขึ้นมา ปีพ.ศ.2552 ตั้งกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ แต่ไม่มีการเปิดเผยผลสอบสวนและปลวกคงขึ้นหมดแล้ว ปีพ.ศ.2553 รัฐบาลตั้ง คอป.ขึ้นมา แต่สอบสวนล่าช้า และไม่คืบหน้า ส่วนจะตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาหรือไม่นั้นรอมีรัฐบาลใหม่ก่อน เพื่อเริ่มนับหนึ่งการปรองดอง

“เหลิม”แจงหลักปรองดอง

ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัครส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะได้รับมอบหมายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมายกำหนดรูปแบบการสร้างความปรองดอง ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องความ ปรองดองต้องคำนึงถึงภาพ 3 ส่วน 1.ภาพรวมของประเทศ 2.ดูภาพรวมของผู้ที่ได้รับผลกระทบ และ 3.รายละเอียดต่างๆ นี่คือสิ่งที่คิดเอาไว้ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ดูแลในข้อกฎหมาย จะเน้นถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ต้องยอมรับว่าการปฏิวัติที่ผ่านมา ประชาชนและคนทั่วโลกไม่พอใจ ดังนั้น อย่าไปมองว่าพรรคเพื่อไทยจะคิดแก้ปัญหาให้เป็นรายบุคคล โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ขอให้มองว่า พ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ เราต้องดูว่าสิ่งที่ได้รับผลกระทบนั้น มีช่องกฎหมายให้แก้ไข หรือนิรโทษ ตลอดจนอภัยโทษได้หรือไม่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักนิติรัฐนิติธรรม

“คน ไทยตัดกันไม่ได้ ขายกันไม่ขาด อะไรที่เขาไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วพวกคุณสะใจ คุณก็อยากให้สิ่งนั้นมันคงอยู่ มันไม่ถูกต้อง ถึงแม้พวกเราชนะตั้งรัฐบาลพรรคเดียว เราก็ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ที่สำคัญที่สุดประเทศต้องได้ คนส่วนใหญ่ต้องได้ และอาจจะได้เป็นรายบุคคล และมี พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย ผมว่าพี่น้องประชาชนต้องเข้าใจ เพราะเรานำเรื่องนี้ไปเป็นนโยบายในการหาเสียงด้วย” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ยืนกรานไม่เลือกปฏิบัติ

ผู้ สื่อข่าวถามว่าจะออกพ.ร.บ.นิรโทษ และ พ.ร.บ.อภัยโทษ เหมือนที่เคยระบุก่อนหน้านี้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องดูข้อกฎหมาย ถ้าออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ทำได้เร็ว แต่ต้องเอาเข้าสภา ถ้าออกเป็นพ.ร.บ.เราได้เสียงข้างมากเราก็ทำได้ คิดเรื่องนี้มาหลายปี และไม่ได้ปกปิด ได้บอกประชาชน ถ้าประชาชนยังเลือกพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมาก และตั้งรัฐบาลได้ เชื่อว่าจะไม่มีใครขัดขวาง ที่พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยจะแก้ปัญหาให้พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นไม่ใช่ แต่เป็นการแก้ปัญหาให้ประเทศและคนส่วนใหญ่ ใครทำผิดก็ต้องผิด ใครไม่ผิด แต่เพราะถูกกลั่นแกล้งก็ได้รับความเป็นธรรม เรื่องนี้ถูกต้องที่สุด

ต่อข้อถามว่าในเบื้องต้นหมายถึงคดีการเมือง ที่เกิดขึ้นจากเหตุรัฐประหาร 19 ก.ย. เป็นต้นมา ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ใช่ กำลังคิดอยู่ สิ่งนี้เป็น กรอบใหญ่ๆ แต่รับรองได้ว่าไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ขัดขวางบุคคลใด เสื้อเหลืองเมื่อได้รับผลกระทบ เมื่อเราจะนิรโทษ อภัยโทษก็ให้ได้ ไม่ใช่ให้เฉพาะคนในพรรคเพื่อไทย อย่าเข้าใจผิด เมื่อถามว่าจำเป็นต้องทำประชาพิจารณ์หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ค่อยว่ากันอีกที ให้พรรคเพื่อไทยชนะก่อน หากพรรคชนะแปลว่าประชาพิจารณ์ไปในตัวแล้ว เมื่อถามย้ำว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ที่จะออกเป็นพ.ร.ก.นิรโทษกรรม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องดูข้อกฎหมายอีกทีว่าจะเป็นแบบ พ.ร.ก. หรือพ.ร.บ. ซึ่งพ.ร.ก.ประกาศแล้วใช้ได้เลย แต่ พ.ร.บ.ต้องรอรัฐสภาอนุมัติ

“เทือก”ฝากถึง”แม้ว”แพ้อย่าโวย

ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา แล้วมีกลุ่มคนเสื้อเหลืองไปต่อต้านว่า ยืนยันว่าคนเสื้อเหลืองและตน ไม่ใช่คนพวกเดียวกัน ไม่เกี่ยวข้องกับเสื้อเหลือง ไปเปิดทีวีของเขาดูได้ว่าด่าตนเป็นประจำ

“ผม อยากให้คนภาคอื่นทำเหมือนภาคใต้ที่ต้อนรับทุกพรรค โดยเฉพาะคนเสื้อแดงต้องเลิกก่อกวนรังควาน เพราะทำลายบรรยากาศที่สวยงามในระบอบประชาธิปไตย ปล่อยให้แข่งขันกันไปเถอะ ในเมื่อมั่นใจว่าจะชนะ ก็อย่าเอาเปรียบคนอื่นอีก คุยอยู่ว่าตัวเองจะชนะเลือกตั้ง แต่เสื้อแดงก็ออกมาคุกคามคนอื่นตลอด อย่างนี้มันก็เสียฟอร์ม สายหนึ่งประกาศว่าจะเข้ามาเล่นในสภา อีกสายหนึ่งออกอาละวาดคุกคามก่อกวน เล่นทั้ง 2 ข้างก็หนักไปหน่อย รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องทั้งสีเหลือง สีแดง เราหนักใจกับ 2 สีนี้” นายสุเทพ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าหากได้กลับประเทศไทย พร้อมหารือกับทุกฝ่าย รวมทั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธาน องคมนตรี นายสุเทพ กล่าวว่า ชอบในสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูด ที่ระบุว่าเลือกตั้งคราวนี้แพ้อย่าโวย ฉะนั้นสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณพูด ขอให้เตือนตัวเอง เตือนลูกพรรค เสื้อแดงไว้ด้วยว่าถ้าแพ้แล้วอย่าโวย แพ้แล้วหยุดนิ่งให้สงบ ให้โอกาสประเทศไทยเดินหน้า ถูกใจที่พ.ต.ท. ทักษิณ พูดเรื่องนี้ และจะย้ำต่อไป

มาร์คบี้พท.ไม่แก้แค้นอย่างไร

ขณะ เดียวกัน นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเวทีคนเสื้อแดง ยังคงมีการพูดว่าจำเป็นต้องจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นในเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงวิสัยทัศน์เน้นย้ำว่าจะเข้ามาแก้ไข แต่ไม่มีการแก้แค้นว่า เป็นเรื่องของประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และสื่อมวลชนต้องไปถามว่าเป็นอย่างไรที่พูดว่าจะไม่มีการแก้แค้น แต่กลับมีแกนนำเสื้อแดงอยู่ในส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และแสดงจุดยืนมาตลอด พรรคเพื่อไทยต้องชี้แจงประชาชน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นปัญหาของประชาชน จึงไม่มีการมาพูดเรื่องการแก้แค้น หรือไม่แก้แค้นกับใคร เพราะ ต้องการเดินหน้าแก้ปัญหาประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามถึงนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. มีดุลพินิจว่าการที่คนเสื้อแดงไป ชูป้าย และตะโกนขับไล่ ไม่ถือเป็นความผิดเพราะไม่มีการทำร้ายร่างกาย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมเป็นผู้เล่นก็ต้องเคารพกรรมการ”

“จิ๋ว”ยันแดงไม่ละเมิดสถาบัน

ที่ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พรรคความหวังใหม่จัดสัมมนาผู้สมัครส.ส. โดยมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคความหวังใหม่ เป็นประธาน พร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาในหัวข้อเรื่อง “สถานการณ์ปฏิวัติ สู่มวลชนปฏิวัติ สู่พรรคปฏิวัติ สู่การปฏิวัติประชาธิปไตย แนว ทางประเทศไทย” โดยระบุว่า การกลับเข้ามาเล่นการเมือง และเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ รวมทั้งเข้ามาพิสูจน์ว่าพรรคเพื่อไทย กลุ่มคนเสื้อแดง และพ.ต.ท.ทักษิณ มีความจงรักภักดี ตนต้อง การทำหน้าที่แก้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง ซึ่งยังไม่มีใครแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จ ต้องการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ และการสร้างความเข้าใจ ความสมานฉันท์กับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งแก้ปัญหาความยากจนด้วย

พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ส่วนสาเหตุที่ลาออกจากพรรคเพื่อไทย ก็เพื่อต้องการรักษากระบวน การประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองให้มีความเป็นธรรม เช่นเดียวกันกับแนวทางของพรรคความหวังใหม่ ทั้งนี้ เชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะเติบโตขึ้นทุกวันถ้าหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงการ ปกครอง ให้เป็นการปกครองที่เป็นของประชาชนโดยแท้จริง และมั่นใจว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้มีความต้องการล่วงละเมิดสถาบัน แต่เป็นเพราะสภาพแวดล้อม และความฮึกเหิม ทำให้เกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง ดังนั้น การลาออก จึงถือเป็น การเสียสละ และทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงได้ทบทวนบทบาท

หมายเรียก17นปช.คดีล้มเจ้า

วัน เดียวกัน นายธาริต เปิดเผยว่า ดีเอสไอส่งหมายเรียกทางไปรษณีย์ไปยังแกนนำนปช. 17 คน จากทั้งหมด 19 คน เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาคดีที่กระทบความมั่นคงแห่งรัฐ สืบเนื่องจากการปราศรัยบนเวทีชุมนุมใหญ่ของนปช. เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ในหมายเรียกกำหนดวันรับทราบข้อกล่าวหาทั้ง 17 คน ในวันที่ 2 มิ.ย. ที่สำนักคดีอาญาพิเศษ ดีเอสไอ สำหรับนายจตุพร และนายนิสิต ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นั้น พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะเดินทางเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งสอบปากคำในเรือนจำ ในวันที่ 2 มิ.ย.เช่นกัน

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า สำหรับผู้ที่ถูกออกหมายเรียก 17 ราย นอกจากนายจตุพรและนายนิสิต ประกอบด้วย น.พ.เหวง โตจิราการ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นางธิดา โตจิราการ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายการุณ โหสกุล, นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายชินวัฒน์ หาบุญพาด, นายวิเชียร ขาวขำ, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา, จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ, นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ, นางลัดดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ และนายสมชาย ไพบูลย์

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s