พท.ยื่นกกต.ฟัน”เทือก” ใส่ร้าย”ปู” เข้าข่ายใช้ข้อมูลเท็จ

ปชป.เต้นโต้โพลผู้นำ ซัดแม้วจ้างปั่นกระแส “โอ๊ค”วูบขณะหาเสียง เปิดสมัครสส.เขตวันนี้


ลุยสามพราน – ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยม สมบูรณ์ ประธานพรรครักษ์สันติ นำพล.ท.กสิพัธน์ สว่างสินธุ์ ผู้สมัครเลือกตั้ง เขต 5 จ.นครปฐม ออกหาเสียงที่ตลาดสามพราน เมื่อวันที่ 23 พ.ค.

สมัครส.ส.เขต ทั่วประเทศวันแรกวันนี้ เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์พร้อมลุยสู้ศึก “ยิ่งลักษณ์”เซ็นมอบอำนาจให้เด็จพี่ยื่นร้องกกต.เอาผิดเทพเทือกกรณีให้ร้าย ใส่ความให้ร้าย รวมทั้งยื่นฟันมาร์ค-องอาจ-ผอ. เอ็นบีที กรณีปล่อยรายการคลายปมออกอากาศส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง “ปู”รับโคลนนิ่งพี่ชายรับเอาแนวคิดมาทำงานแต่ตอนตัดสินใจยืนยันเป็นตัวของ ตัวเอง “ปลอด”เผยคำสัมภาษณ์แม้วกรณีปูอาจไม่ใช่แคนดิเดตนายกฯเกิดขึ้นก่อนพรรคมีมติ ส่งเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ด้านมาร์คใช้สนามบอลทองหล่อซอย 10 โชว์เตะบอลเข้าประตูโดยไม่มีโกล์เปิดตัวผู้สมัคร 33 เขต ลูกโอ๊คลงพื้นที่อ่างทองวูบล้มทั้งยืน ทีมงานระบุพักผ่อนน้อย

พท.ยื่นกกต.เอาผิดเทือกใส่ร้าย

เวลา 14.00 น.วันที่ 23 พ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังประชุมทีมกฎหมายของพรรคว่า ที่ประชุมพิจารณากรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 เดินทางมาในเส้นทางเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มุ่งประโยชน์กำไรทางธุรกิจและมีเป้าหมายจะลบล้างความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณว่า การพูดเช่นนี้เป็นการใส่ร้ายป้ายสีน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เคยมุ่งประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ต้องการทำประโยชน์ให้แก่ประเทศ เห็นได้จากมีนโยบายช่วยเแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชน ไม่เคยคิดลบล้างความผิดให้พ.ต.ท. ทักษิณ แต่ต้องการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม

นาย พร้อมพงศ์กล่าวว่า คำกล่าวของนาย สุเทพเข้าข่ายใส่ร้ายด้วยความเท็จ และทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรคและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงลงนามให้ตนยื่นคำร้องต่อกกต.ในวันที่ 25 พ.ค. เวลา 10.00 น. เพื่อสอบสวนเอาผิดนายสุเทพและพรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของ นายสุเทพ ในฐานะเลขาธิการพรรคด้วย ถือเป็นการทำลายคู่แข่งทางการเมือง เหมือนไม่ใช่สุภาพบุรุษ การเลือกตั้งน่าจะสู้กันที่นโยบาย อย่าทำสงครามน้ำลายเป็นรายวัน

ฟันมาร์ค-องอาจ-เอ็นบีทีด้วย

นาย พร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนกรณีรายการคลายปมเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีดำเนินรายการมีลักษณะทำลายคู่แข่งทางการเมือง ฝ่ายกฎหมายได้ตรวจสอบเนื้อหาโดยถอดคำพูดของรายการแล้ว พบว่าเข้าข่ายทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ดังนั้นจะยื่นให้กกต.ตรวจสอบเอาผิดกับผู้ดำเนินรายการ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารและมีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากนี้จะแจ้งความดำเนินคดีที่กองปราบปราม เพื่อเอาผิดกับผอ.สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ผู้ดำเนินรายการคลายปมและนายองอาจด้วย

“โอ๊ค”ลุยสิงห์บุรีช่วยพายัพ

เวลา 11.00 น. ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดปราสาท หมู่ที่5 ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณมาร่วมขึ้นเวทีหาเสียงให้กับนายสุรสาล ผาสุก ว่าที่ผู้สมัครส.ส.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย มีนายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำนปช. ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 48 และชาวเสื้อแดงต้อนรับ และได้รับความสนใจอย่างดี มีทั้งสาวๆ มาขอถ่ายรูป และผู้สูงอายุแย่งกันสวม กอด แต่ไม่ได้กล่าวปราศรัยแต่อย่างใด

นายพายัพปราศรัยว่า ตอนนี้พ.ต.ท.ทักษิณมาพบกับพี่น้องไม่ได้ แต่ส่งบุตรชายมาพบแทน ถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยรับรองว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้กลับประเทศไทย ชาวนาจะได้ขายข้าวในราคา 15,000 บาทอย่างแน่นอน ยาบ้าต้องหมดไปจากประเทศ จากนั้นนายพานทองแท้และคณะไปเดินหาเสียงที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสิงห์บุรี ใช้เวลา 30 นาที

ล้มทั้งยืน-ขณะหาเสียงอ่างทอง

จากนั้น นายพานทองแท้ได้เดินทางไปที่ตลาดสดเทศบาลเมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง เพื่อช่วยน.ส.เพ็ญชิสา หงส์อุปถัมภ์ไชย ว่าที่ผู้ สมัครส.ส.เขต 1 อ่างทอง พรรคเพื่อไทย หาเสียง โดยมีแฟนคลับ แม่ยก และกลุ่มคนเสื้อแดง 200 คนร่วมให้กำลังใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายพานทองแท้และทีมงานเดินหาเสียงไปถึงบริเวณศาลพระพรหม ตลาดสดสุวพันธุ์ ปรากฏว่านายพาน ทองแท้มีอาการเข่าอ่อน ทรุดตัวล้มทั้งยืนบนพื้นซีเมนต์โดยไม่มีใครคาดคิด ทีมงานจึงพยุงตัวไปปฐมพยาบาลในรถ แต่ไม่ได้นำส่งโรงพยาบาล พร้อมยกเลิกการหาเสียงทันที

น.ส.เพ็ญชิสาให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนมาช่วยหาเสียงในตลาดอ่างทอง ได้เดินหาเสียงที่ตลาด อ.โพธิ์ทอง มาก่อน โดยไม่ทราบว่านายพาน ทองแท้อ่อนเพลียเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ เนื่องจากเดินทางหาเสียงทั่วประเทศ เมื่อมาเดินหาเสียง จู่ๆก็วูบล้มไป ทีมงานจึงพยุงไปปฐมพยาบาลและประสงค์ส่งโรงพยาบาล แต่นายพานทองแท้ไม่ต้องการเข้าโรงพยาบาล

“ปู”ย้ำพรรคชนะเลือกตั้ง-ตั้งรบ.

เวลา 12.45 น. ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯให้สัมภาษณ์ระบุการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 อาจไม่ใช่แคนดิเดตนายกฯว่า ยังไม่ทราบ การเลือกตั้งเป็นเสียงของประชาชนที่จะมาตั้งรัฐบาลและเลือกรัฐมนตรี หากกรณีที่มีพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องหารือพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง หน้าที่ของตนวันนี้คือเสนอตัวรับใช้ประชาชนและจะมีความชัดเจนหลังเลือกตั้ง

เมื่อ ถามว่าพรรคเพื่อไทยเสนอเป็นนายกฯจะขัดกับสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุไว้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่าไม่ พรรคเสนอตัวขึ้นมานั้น ต้องดูว่าพรรคจะได้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ตามมารยาทหากพรรคชนะเลือกตั้ง ก็จะเป็นผู้จัดตั้งและเชิญชวนพรรคร่วมรัฐบาล หากประชาชนให้ความไว้วางใจได้เสียงเกินครึ่งก็เป็นหน้าที่ของพรรคที่จะเสนอ ชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ

รับโคลนทักษิณ-แต่ตัดสินใจเอง

เมื่อ ถามว่าพร้อมจะเป็นนายกฯหญิงคนแรกของประเทศหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่าแล้วแต่ประชาชน เมื่อถามว่าหากได้เป็นนายกฯแล้วทหารไม่พอใจจนเกิดการปฏิวัติจะทำเช่นใด น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่าทุกคนคงไม่อยากเห็นภาพนั้น เพราะประเทศไทยบอบช้ำมามากแล้ว ตนอยากเห็นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม ยอมรับกติกา

เมื่อถามว่าครั้งที่แล้วมีการตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร โดยพรรคที่มีคะแนนเสียงน้อยกว่าได้เป็นพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่าไม่ทราบ หน้าที่ของตนคือเข้ามาทำหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย คือเข้าไปสู่การเลือกตั้ง เมื่อถามว่าจะฝากสิ่งใดไปถึงทหารหรือไม่ ว่าไม่ควรมายุ่งเรื่องการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่าขอไม่ตอบ เพราะตนมีธุระ

เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณระบุน.ส.ยิ่งลักษณ์คือโคลน นิ่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ตนมีโอกาสเรียนรู้ความคิดและวิสัยทัศน์มาจากพ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งการทำงานการเมือง และติดตามการทำงานของพ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอดจึงเข้าใจแนวคิด เมื่อถามว่าการโคลนนิ่งครั้งนี้จะรับทุกสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณเคยประสบหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์อึ้งไปชั่วครู่ และกล่าวว่าโคลนนิ่งคือการเข้าใจและรับหลักคิด การบริหารธุรกิจจากพ.ต.ท.ทักษิณ แต่การตัดสินใจนั้น ตนจะตัดสินใจเอง

“ปลอด”ย้ำ-ยิ่งลักษณ์ชิงนายกฯ

เวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แถลงว่า คนทางไกลโทร. มาบอกให้ช่วยชี้แจงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ ว่าคนที่ลงสมัครส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 อาจไม่ได้เป็นนายกฯ เป็นการพูดในฐานะพี่ชายหรือพ่อที่เป็นห่วงเป็นใยน.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาว เพราะกลัวแรงเสียดทานทางการเมืองสูง โดยเฉพาะครอบครัวชินวัตรเป็นเป้าหมายใหญ่ เป็นการพูดในช่วงก่อนที่กรรมการบริหาร และที่ประชุมใหญ่จะโหวตเลือกน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่เมื่อพรรคมีมติแล้วพ.ต.ท.ทักษิณก็เข้าใจ สนับ สนุนทางใจและปัญญาแก่น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นแคนดิเดต นายกฯ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์

เมื่อถามว่าขณะ นี้เป็นห่วงเรื่องอะไร นายปลอดประสพกล่าวว่า หลังผ่านวันที่ 19 พ.ค. มาได้ก็ไม่เป็นห่วงอะไรแล้ว คงเลี้ยงกระแสแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่น่าจะมีอะไรมาสะดุดอีก หากได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งต้องดึงพรรคการเมืองอื่นมาร่วมรัฐบาลด้วย เพื่อความปรองดองสมานฉันท์ที่ถาวร การแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบยกเครื่องตามความต้องการของประชาชน โดยต้องได้เสียงส.ส.ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ในสภา ผู้แทนราษฎร แต่คงไม่ถึง 370 เสียง โดยจะ ทำประชามติก่อนแก้ไขและใช้รัฐธรรมนูญ ประเทศไทยจะได้เดินหน้าต่อไปได้

ผบ.ทร.ชี้ผู้หญิงนั่งนายกฯได้

เวลา 15.30 น. ที่หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. ให้สัมภาษณ์ว่า กองทัพเรือเปิดให้พรรคการเมืองต่างๆ เข้ามาหาเสียงเท่าเทียมกัน ไม่เคยสั่งใครให้โหวตอย่างไร ให้ใช้วิจารณญาณเต็มที่ พรรคไหนชนะได้เป็นรัฐบาลเรารับได้ เพราะเขามาด้วยความถูกต้อง ส่วนเรื่องนายกฯหญิงคนแรกของไทยนั้น ตนไม่ได้หมายถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ในการบริหารงานทั่วไป ผู้หญิงสามารถเป็นอธิบดี ปลัดกระทรวง สมัยนี้ผู้หญิงผู้ชายเก่งเท่ากัน ผู้หญิงทั่วไปมีความสามารถก็เป็นนายกฯได้ สุดแล้วแต่ประชาชนจะเลือกใคร

เมื่อ ถามว่าหลังเลือกตั้งแล้วไม่มีการตั้งรัฐบาล เพราะอาจมีการปฏิวัติเกิดขึ้นหรือไม่ พล.ร.อ. กำธรกล่าวว่า ต้องดูว่าเป็นไปโดยถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องก็ไม่ควรเป็นอย่างนั้น ทำอะไรต้องมีหลักการ ถ้าไม่ยึดหลักอะไรแล้วก็โอนเอนไปเรื่อย เมื่อถามย้ำไม่ใช่ว่าอยากทำอะไรก็ทำเพราะมีกำลังอยู่ในมือ พล.ร.อ.กำธรกล่าวว่า “ครับ ทำแบบนั้นก็ไม่ถูก ต้องปล่อยให้เป็นไปตามประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธิ์ว่าจะเลือกใคร ผลออกมาอย่างไรก็ควรยอมรับ หลังเลือกตั้งอยากให้เกิดความปรองดอง สมานฉันท์ ในใจลึกๆของทุกคนต้องการความสงบสุข รักสามัคคี อย่ามองโลกในแง่ร้าย หากมีคนกลางที่สามารถทำให้ทุกฝ่ายปรองดองได้ก็ดี”


บุกโคราช – พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ บุกเดินสายหาเสียงที่โรงแรมราช พฤกษ์ แกรนด์โฮเทล จ.นครราชสีมา โดยส่งผู้สมัครลงสู้ศึกเลือกตั้งในโคราช 5 เขต เมื่อวันที่ 23 พ.ค.

เทือกโวคนใต้ใจดี-ไม่ไล่ใคร

เวลา 08.30 น.วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและเลขา ธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการ หาเสียงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มี การก่อเหตุรุนแรงว่า เจ้าหน้าที่จะต้องดูแลให้ ผู้สมัครที่ไปหาเสียงของทุกพรรคได้รับการคุ้มครอง ขณะนี้ยังไม่มีพื้นที่ใดที่น่าเป็นห่วง

เมื่อถามว่าหากหัวหน้าพรรค เพื่อไทยลงไปหาเสียงในพื้นที่ภาคใต้จะเตรียมพร้อมอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า ตนไม่ใช่คนเชียร์พรรคเพื่อไทยก็ไม่ต้องเตรียมต้อนรับ ยืนยันว่าคนปักษ์ใต้ใจกว้าง ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น การเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยใส่เสื้อแดงลงไป ในพื้นที่ปราศรัยกันอย่างเต็มที่ คนใต้ไม่ได้ขับไล่ ต้อนรับทุกพรรค ตนอยากให้คนภาคอื่นทำอย่างนี้บ้าง

เมื่อถามว่าขณะนี้การหาเสียงใน พื้นที่ค่อนข้างดุเดือดและเริ่มทำลายป้ายหาเสียง นายสุเทพกล่าวว่าประชาชนในพื้นที่คงจะทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ตนได้แต่ฝากบอกถึงคนเหล่านั้นว่าอย่าทำเลย ยิ่งทำประชาชนก็ยิ่งเกลียดชังคนที่ลงมือทำ ประชาชนรักประชาธิปไตย คนอื่นก็ควรมีใจรักประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน

เย้ยปูคะแนนพุ่ง-แม้วปั่นโพล

เมื่อ ถามว่ารู้สึกหวั่นไหวหรือไม่ที่โพลระบุคะแนนนิยมของน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เพิ่ม ขึ้น นาย สุเทพกล่าวว่าเรื่องโพลต้องตอบทุกวัน เพราะขยันทำโพล แต่ตนไม่หวั่นไหวกับโพลเหล่านั้น เพราะเชื่อว่าประชาชนตัดสินใจและคิดอยู่แล้วว่าจะไปเลือกตั้ง และเลือกแนวทางไหนในการแก้ปัญหาของประชาชน ผลโพลมันขึ้นๆลงๆ อย่าไปกังวลใจ โพลบางครั้งก็เป็นปฏิบัติการจิตวิทยาของฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้ประชาชนคล้อยตาม ตน เชื่อว่าไม่ว่าเขาจะจ้างสมุนบริวารให้ช่วยเชียร์ในรูปแบบต่างๆอย่างไร ก็ทำให้ประชาชนลืมเหตุ การณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เหตุการณ์ที่คนลุกขึ้นมาเผาบ้านเผาเมือง เอาอาวุธสงครามมาไล่ยิงเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ภาพอย่างนั้นประชาชนไม่มีทางลืม ตนจึงไม่กังวลใจ

นายสุเทพกล่าวว่า หลังจากนี้ประชาชนจะเห็นชัดเจนขึ้นจากผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ 22 คนที่เป็นพวกก่อกวนบ้านเมืองในปี 2552-2553 พัวพันอยู่กับคดีเผาบ้านเผาเมืองประชาชนตัดสินใจได้ไม่มีปัญหา

ชวนปลอบมาร์คอย่าห่วงวูบ

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค กล่าวถึงผลสำรวจของเอแบคโพลที่ระบุน.ส.ยิ่งลักษณ์มีคะแนนนิยมด้านผู้นำเพิ่ม ขึ้นว่า เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อ มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ คะแนนย่อมกระเตื้องขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีคะแนนนำนายอภิสิทธิ์ และถ้าคะแนนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่กระเตื้องขึ้น เป็นเรื่องที่น่าแปลก เพราะเขาได้ติดป้ายหาเสียงไว้ทั่ว ส่วนนายอภิสิทธิ์ที่ทำงานอยู่ก็ย่อมมีคะแนนเพิ่มขึ้นหรือลดลงบ้างเป็นธรรมดา ทั้งนี้ ตนย้ำให้ผู้สมัครของพรรค อย่าไปกลัวคนเสื้อแดง แต่ขอให้พูดความจริง เช่น บอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาจากอะไร และผลงานของรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างไร

โทรโข่งมาร์คได้ทีวิเคราะห์

นาย เทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค กล่าวถึงพ.ต.ท.ทักษิณระบุน.ส. ยิ่งลักษณ์อาจไม่ใช่แคนดิเดตนายกฯ เพราะยังมีอีกหลายคนในพรรคที่เหมาะสมกว่าว่า เป็นการส่งสัญญาณให้สังคมไทยสับสน ก่อนหน้านี้ประกาศให้คนเข้าใจว่าแคนดิเดตนายกฯคือน.ส. ยิ่งลักษณ์ แต่อาจมีปัญหาทำให้พ.ต.ท.ทักษิณเกิดอาการชะงักในการผลักดันน้องสาว เพราะ 1.ภาพลักษณ์น.ส.ยิ่งลักษณ์ทางการเมืองยังไม่โดดเด่นถึงขั้นเป็นนายกฯ เมื่อเทียบกับนายอภิสิทธิ์ 2.กลัวว่าโค้งสุดท้ายจะมีการขับเคี่ยวเข้มข้น แคนดิเดตนายกฯไม่สามารถหลบหนีการดีเบตของหัวหน้าพรรคใหญ่ได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะตกม้าตายกลางเวที 3.ประสบปัญหาการยอมรับของผู้อาวุโสในพรรคเพื่อไทย การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงพื้นที่หาเสียง ไม่ปรากฏเงาหัวของแกนนำหรือหัวหน้ากลุ่มต่างๆในพรรคอยู่เคียงข้าง มีแต่ส.ส.กลุ่มนกแล และกรรมการบริหารที่ประจบสอพลอพ.ต.ท.ทักษิณ และให้แกนนำนปช.ที่เป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายขึ้นเวทีปราศัยมาสร้างภาพแทน

“เติ้ง”ไปนิ่มๆเชียร์ทั้งปู-มาร์ค

ที่ พรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีมีกลุ่มคนออกมาต่อต้านนายอภิสิทธิ์ขณะหาเสียงว่า แล้วแต่กลยุทธ์ของแต่ละพรรค แต่พรรคชาติไทยพัฒนาเน้นเรื่องการปรองดอง ถ้าพรรคใดขาดความปรองดองจะไม่สามารถเดินก้าวหน้าต่อไปได้ ส่วนบรรยา กาศการเลือกตั้งขณะนี้น่าเป็นห่วง หัวคะแนนที่จ.อ่างทองก็ถูกยิงเสียชีวิต ดังนั้นทุกคนต้องระวังตัว ตนได้กำชับผู้บริหารและผู้สมัครของพรรคว่าเวลาลงพื้นที่ต้องระวังตัว ไปไหนต้อง หาคนตามหรือมองซ้ายมองขวา ยิ่งในยามวิกาลเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง

เมื่อ ถามว่าผลสำรวจความนิยมพบว่าขณะนี้เสียงของน.ส.ยิ่งลักษณ์ดีขึ้น นายบรรหาร กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นคนใหม่ มีประสบการณ์ด้านบริหารมาก คนจึงเริ่มสนใจ แต่ต้องรอดูแนวทางการหาเสียง ตนให้กำลังใจทุกคนทั้ง นายอภิสิทธิ์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ไม่รู้ว่าจะ มีใครให้กำลังใจหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถาม ว่าพรรคจะส่งผู้สมัครส.ส.ในพื้นที่กทม.หรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า พรรคส่งผู้สมัครลงพื้นที่กทม.แต่ไม่ได้หวังเพราะยาก ตนเคยไปหาเสียงในพื้นที่เยาวราช เจริญกรุง คนออกมาต้อนรับเยอะ แต่ไม่มีคะแนน ดังนั้นครั้งนี้ส่งไม่กี่เขต ไม่หวังจะได้ แต่หวังได้คะแนนส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อมากกว่า ส่วน การลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ตนคงช่วยไม่ได้ เพราะกกต.ห้ามไว้ ถ้าไปก็ต้องไปแบบเป็นใบ้

“ผมคงไป เหมือนประชาชนคนหนึ่ง แต่ถ้ามีคนมาทักว่านี่ไงนายกฯคนที่ 21 ผมคงทำได้แค่รับไหว้ ลำบากใจ กฎหมายเหมือนบังคับให้ผมเป็นใบ้ทำอะไรก็ไม่ได้ แม้แต่พูดหรือยกมือก็ไม่ได้ ผิดกฎหมายไปหมด ถ้ากกต.โดนตัดสิทธิ์ 5 ปีบ้างดูว่าจะรู้สึกอย่างไร สถานการณ์บ้านเมืองมันแย่ เมืองนอกเขาไม่มีแบบนี้ มีแต่การเมืองไทย ที่ตอนนี้การเมืองไปถึงโลกพระจันทร์แล้ว บอกได้เพียงว่ารู้สึกคันไม้คันมือ” นายบรรหารกล่าว

ชุมพลเปิดนโยบายปรองดอง

เวลา 12.20 น. นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรค นายประ ดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ แกนนำพรรค และนายเกษม สันต์ วีระกุล ทีมเศรษฐกิจของพรรค แถลงเปิดนโยบายรณรงค์สร้างความปรองดอง ภายใต้หัวข้อ “ปรองดอง สร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้”

นายชุมพล กล่าวว่า นโยบายนี้มีความจำเป็นอย่างมาก ถ้าไม่มีการสร้างความปรองดอง การพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาการเมืองก่อน การปรองดองต้องเริ่มจากประชาชนเพราะในหมู่นักการเมืองปราศจากการปรองดอง ต้องทำให้เป็นรูปธรรมส่วนมาตรการและเครื่องมือสร้างความปรองดอง พรรคจะทยอยออกมาให้ประชาชนทราบ วันนี้เป็นวันเปิดปฐมฤกษ์การปรองดองของพรรค จะเริ่มในกรุงเทพฯและขยายไปจังหวัดต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน แกนนำของพรรคโดยเฉพาะพล.ต.สนั่น จะเป็นแม่ทัพในเรื่องนี้ ทำหน้าที่ประสานให้ประชาชนเข้าใจ หันหน้าเข้าหากัน

เมื่อถามว่ามีข้อ เสนอจากนายอภิสิทธิ์ ว่าควรแก้ปัญหาของประชาชนก่อนสร้างความปรองดอง นายชุมพล กล่าวว่า เป็นมุมมองของแต่ละคน แต่คิดว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากวิกฤตการ เมือง จึงต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาทางการเมืองก่อน

จากนั้น มีการนำเยาวชนจำนวนหนึ่งในเสื้อสีชมพู ซึ่งเป็นสีประจำของพรรค ปักข้อความว่า ปรองดองและหมายเลข 21 มาแสดงตัวอย่างการบูมซึ่งจะเป็นรูปแบบที่นำไปประชาสัมพันธ์ตามจุดต่างๆ ในฐานะทูตปรองดองเพื่อรณรงค์หาเสียงตามหลักปรองดองของพรรค ทั้งนี้ แกนนำพรรคทั้ง 4 คนได้ชูมือและเปล่งเสียงสโลแกน สร้างความปรองดอง มีนายชุมพลเป็นต้นเสียง

ภท.ป้องผู้ว่าฯ-โวยเหลิมขู่

เวลา 12.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุผลการสำรวจความนิยมของพรรคเพื่อไทยในภาคเหนือและภาคอีสาน มีคะแนนนำพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยขาดลอยว่า ยังเหลือเวลาอีก 40 กว่าวันก่อนถึงวันเลือกตั้ง ทุกอย่างมีสิทธิเปลี่ยนแปลงได้ อยากฝากถึงร.ต.อ.เฉลิมว่าไม่ว่าจะไปปราศรัยในจังหวัดใด อย่าข่มขู่ผู้ว่าฯ เพราะแสดงให้เห็นถึงวิธีคิดแบบอำนาจนิยมอยู่ ทำลายมิตร สร้างศัตรู ซึ่งวิธีคิดดังกล่าวตกไปจากโลกร่วม 40 ปีแล้ว ดังนั้นขอเรียกร้องให้ ร.ต.อ.เฉลิมเปลี่ยนมาอยู่ยุคใหม่ พูดจากับผู้ว่าฯทุกคนดีๆ

เมื่อถาม ถึงร.ต.อ.เฉลิมระบุหากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง จะไม่ดึงพรรคภูมิใจไทยมาร่วมรัฐบาลอย่างเด็ดขาด เพราะจากผลการสำรวจพบว่ากระทรวงคมนาคม มหาดไทย และพาณิชย์โกงมากที่สุด นายศุภชัยกล่าวว่าหากดูตามข้อกฎหมายถือว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาท มีสิทธิดำเนินคดีได้ แต่การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นไม่ควรพึงกระทำ ที่ผ่านมาพรรคไม่เคยใส่ร้าย เชื่อว่าร.ต.อ.เฉลิมคงไม่ชอบหากมีใครพูดให้ร้าย เช่นเดียวกัน

“หากมีการทุจริตจริง ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คงไม่ละเว้น แต่ที่มีการทุจริตจริง คือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกศาลพิพากษาและยึดทรัพย์ไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ก่อนจะว่าคนอื่นควรย้อนดูตัวด้วย เราไม่ถือสาคุณเฉลิม เพราะคุณเฉลิมไม่ได้มีอำนาจสิทธิขาด หรือมีสิทธิเสียงในพรรคเท่าไร จริงๆ อาจมีแค่ครึ่งเสียงเท่านั้น เพราะถ้าคุณเฉลิมแน่จริงคงได้เป็นผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 1 ไปแล้ว เราไม่ฟังเสียงเด็กๆหรอก” นายศุภชัยกล่าว และว่าส่วนจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ เมื่อถึงเวลานั้นพรรคจะตัดสินใจเองว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ไม่ใช่ว่าใครจะเป็นฝ่ายเอาเรา

ซัดเสื้อแดงโพสต์ด่า-ถล่มเว็บไซต์

นาย ศุภชัยกล่าวว่า ขณะนี้ทุกพรรคเริ่มรณรงค์หาเสียงกันผ่านหลายช่องทาง รวมถึงออนไลน์ต่างๆ แต่เริ่มมีการใช้วิชาอันชั่วร้ายเกิดขึ้น โดยเว็บไซต์ของพรรคถูกถล่ม มีการโพสต์ข้อความด่า โดยใช้ถ้อยคำที่คนดีๆหรือแม้แต่บัณฑิตไม่กระทำกัน เชื่อว่าบุคคลที่เล่นอินเตอร์เน็ตหรือใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กได้จะต้องเป็น บุคคลที่มีการศึกษา แต่การกระทำดังกล่าวแสดงถึงความไม่มีอารยะ ซึ่งชัดเจนว่าเป็นการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดง

“หากมีคนไปโพสต์ด่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือแม้แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทยบ้าง ผมเชื่อว่าพวกคุณคงไม่แฮปปี้ ดังนั้นอยากให้หาเสียงอย่างตรงไปตรงมา” นายศุภชัยกล่าว

นายศุภชัยกล่าวว่า ส่วนที่มีผู้สมัครส.ส. บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย ระบุหัวคะแนนของตัวเองถูกข่มขู่นั้น ขอให้ดูตัวผู้ร้องด้วย ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งมักออกมาร้องเรียนอย่างนี้ตลอด ควรเปลี่ยนเรื่องใหม่ได้แล้ว เพราะไม่มีใครไปข่มขู่ แค่นี้ก็ชนะกันถล่มทลายอยู่แล้ว อย่าเรียกร้องเพื่อเรียกคะแนนสงสารเลย มันเป็นเพียงมุขเก่าๆ ใช้วิธิอื่นดีกว่า

“จิ๋ว”โผล่ปาฐกถาสัมมนาควม.

ที่ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พรรคความหวังใหม่ จัดสัมมนาผู้สมัครส.ส. มีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคความหวังใหม่ เป็นประธาน พร้อมกล่าวปาฐกถาในหัวข้อเรื่อง “สถานการณ์ปฏิวัติ สู่มวลชนปฏิวัติ สู่พรรคปฏิวัติ สู่การปฏิวัติประชาธิปไตย แนวทางประเทศไทย” โดยระบุว่ามี 3 สถาบันหลักแก้ไขปัญหาชาติได้ คือ 1.สถาบันสูงสุด 2.สถาบันทหาร และ 3.รัฐบาล ตนเชื่อว่ารุ่นน้องทหารไม่กล้าทำปฏิวัติอีกนาน หลังเจอบทเรียน

พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ตนไม่ได้เข้าร่วมกับพรรคความหวังใหม่ หรือพรรคใด เพราะต้องการเป็นกลาง และมองทุกพรรคเป็นเสมือนเพื่อน เพื่อที่จะสานต่องานที่ต้องการทำให้สำเร็จ คือการแก้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง และขณะนี้ได้เดินสายพบปะกับแกนนำพรรคหลายพรรค แต่ไม่ขอเปิดเผย แนวโน้มเป็นไปด้วยดีและมีความเข้าใจมากขึ้น ตนขอให้นักการเมืองเสียสละ เพราะไม่มีใครได้ทุกอย่างตามที่ใจต้องการ แต่ทุกพรรคต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา

จาก นั้น พล.อ.ชวลิตให้สัมภาษณ์ถึงกรณีไม่เข้าสังกัดพรรคใดว่า เราต้องเป็นกลาง ต้องช่วยหมดให้ทุกพรรค ให้เขามีความเข้าใจร่วมกัน การจะแก้ปัญหาต้องแก้ด้วยกัน ต่างคนต่างแก้ไม่ได้ ฉะนั้นเราต้องเป็นกลางเพื่อเอาทุก ฝ่ายเป็นพวกเรา ตนพร้อมไปช่วยเหลือ พร้อมไปคุยด้วย ก็มีหลายพรรคที่ให้ไปคุย ซึ่งจะทยอยไปคุย

อ้างกำลังเดินสายปรองดอง

เมื่อ ถามว่าทำไมไม่ตัดสินใจไปอยู่พรรคเพื่อไทย ทั้งที่พรรคเพื่อไทยมาเชิญ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า “อยู่ไม่อยู่ก็เหมือนกัน เขาเข้าใจเรา เราก็เข้าใจเขา มายืนอยู่ตรงนี้ดีกว่า”

เมื่อถามว่ามั่นใจได้อย่างไรว่าการอยู่ตรง กลางจะช่วยให้เกิดความปรองดองได้ พล.อ. ชวลิตกล่าวว่าเคยอยู่ในพรรคแล้วยังทำไม่ได้ ต้องเอาหลายๆพรรครวมกัน ถึงจะแก้ไขได้ และควรละวางทุกสิ่งทุกอย่างได้แล้ว และหันมาช่วยเหลือกันให้เต็มกำลัง ใครไม่ดีก็มาพูดกันได้ เพื่อเป็นพลังร่วมกันแก้ปัญหาให้ลูกหลาน จบปัญหากันเสียที

เมื่อถาม ว่า ที่บอกว่าได้คุยกับพรรคหมายถึงพรรคคู่ขัดแย้งหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่าคงไม่มี ต่อไปนี้คงเป็นพวกเดียวกันหมดแล้ว เมื่อถามว่าได้ประสานกับพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่าก็ค่อยๆคุยกันไป มีโอกาสคุยกับพรรคพวกบ้าง ก็ต้องทำ เมื่อถามว่าการคุยเริ่มได้เมื่อไหร่ พล.อ. ชวลิตกล่าวว่าทำมาหลายอาทิตย์แล้ว จากการพูดคุยก็ดีขึ้น เขามีความเข้าใจ ตนบอกไปว่าเสียสละกันหน่อย อาจไม่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการหมด ต้องเสียสละกัน แต่ตนบอกไม่ได้ว่าไปคุยกับพรรคไหนมาบ้าง

เมื่อถามว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประ ธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา พยายามทำให้ส่วนนี้แต่ไม่สำเร็จ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่าเราต้องมีแนวทางพูดคุยกัน ไม่ใช่เดินเฉยๆ เดินแล้วต้องมีการจัดการพูดจากัน

เมื่อถามว่าหลังเลือกตั้งพร้อมร่วม ทำงาน กับรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน หากเชิญไปเป็นแกนกลางในการทำให้เกิดความปรองดอง พล.อ. ชวลิตกล่าวว่าเขาคงไม่เชิญ เราแค่เห็นความร่วมมือของเขาก็ชื่นชมพอแล้ว ยืนอยู่ข้างนอกก็ได้ช่วยกัน

ภท.ส่ง 188 เขต-ดัน 2 ดารากทม.

นาย ศุภชัย ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งผู้สมัคร ส.ส.ระบบแบ่งเขตว่า พรรคจะส่งผู้สมัครส.ส. ระบบแบ่งเขตรวม 188 คน จากเดิมตั้งเป้าส่งเพียง 181 คน เนื่องจากมีบุคคลประสงค์ลงสมัครเพิ่มเติมในพื้นที่ภาคอีสาน เช่น จ.ร้อยเอ็ด ภาคใต้เช่น จ.กระบี่ รวมถึงในภาคกลางด้วย ส่วนนายตระการ พันธุมเลิศรุจี หรือ ต้น ตระการ และนายตฤณ เศรษฐโชค หรือโชคชัย ตันประเสริฐ นักแสดงชื่อดังที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 23 พ.ค. พรรคจะส่งนายตระการ ลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 8 เขตลาดพร้าวและวังทองหลาง (ยกเว้นแขวงวังทอง หลาง และแขวงพลับพลา) นายตฤณ ลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 16 เขตเขตบึงกุ่ม และคันนา ยาว (เฉพาะแขวงรามอินทรา)

เด็กพินิจทิ้งเนวินซบปชป.

วัน เดียวกัน นางรัชนี พลซื่อ อดีตส.ส. ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อแผ่นดินกล่าวถึงกระแสข่าวจะย้ายไปลงสมัครส.ส.ในนามพรรคประชาธิปัต ย์ว่า ยอมรับว่ามีการพูดคุยระหว่างผู้ใหญ่คือนายพินิจ จารุสมบัติ แกนนำกลุ่มวังพญา นาค และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะให้อดีตส.ส.กลุ่มวังพญานาคไปเป็นสมาชิกและลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัต ย์ ส่วนตนอยู่ระหว่างตัดสินใจ แต่ยอมรับว่าในพื้นที่ค่อนข้างมีปัญหา เพราะหัวคะแนนของตนบ่นว่าถ้าอยู่พรรคภูมิใจไทยต่อไป จะมีปัญหากับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาหรือขัดใจกับผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านตนยังไม่เคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย

รายงานข่าว แจ้งว่า นางรัชนี มาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ช่วงกลางปี 2553 โดยเข้าร่วมประชุมกับพรรค รับเบี้ยประชุมและเงินเดือนจากพรรคภูมิใจไทยมาตลอด ล่าสุด แกนนำพรรคได้วางตัวนางรัชนี เป็นผู้สมัครเขต 3 ร้อยเอ็ด แต่นางรัชนีก็ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเหมือนอดีตส.ส.พรรคอื่น ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคหลังยุบสภา

“ปุ”อ้อน-ลุยหาเสียงสามพราน

เวลา 15.00 น. ที่ จ.นครปฐม ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประธานพรรครักษ์สันติ และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ นำทีมงานพรรคมาหาเสียงที่ในเขต อ.สามพราน พร้อมเปิดตัวพล.ท. กสิพัธน์ สว่างสินธุ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.นครปฐม เขต 5 จากนั้นนั่งขบวนรถหาเสียงรอบตัวอำเภอ เริ่มจาก สภ.สามพราน ตลาดสามพราน ที่ว่าการอำเภอ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน เน้นขอเสียงจากบรรดาข้าราชการตำรวจและชาวตลาดเป็นหลัก

ร.ต.อ.ปุ ระชัย เปิดเผยว่า อ.สามพรานเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค ตนเป็นอาจารย์สอน ร.ร.นรต.สามพรานมาหลายปี รู้จักผู้ปกครอง นรต.จำนวนมาก ประกอบกับที่นี่เป็นแหล่งผลิตข้าราชการตำรวจ ตนสร้างวัฒนธรรมและความเจริญให้กับรร.นรต.สามพราน จนเป็นที่รู้จัก ขณะนี้ อีกทั้งคุ้นเคยกับชาวบ้านเป็นอย่างดี เหมือนได้กลับบ้านเก่า ทั้งนี้ จะส่งผู้สมัครส.ส. เขตไม่ต่ำกว่า 100 คน กระจายไปทั่วประเทศ พร้อมเร่งหาสมาชิกให้ครบ 5,000 คน ภายใน 1 ปี ตามข้อกำหนดจัดตั้งพรรคการเมือง

ปชป.เปิดตัว 33 ผู้สมัครกทม.

เวลา 12.40 น. ที่สนามฟุตบอลในร่ม Arena 10 ในซอยทองหล่อ 10 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งลากิจ 3 ชั่วโมงคือช่วงเวลา 12.00-15.00 น. นำแกนนำพรรค อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผอ.เลือกตั้งดูแลกทม. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นต้น ร่วมงานเปิดตัวผู้สมัครส.ส.กทม.ระบบเขตทั้ง 33 เขต รวมทั้งประกาศนโยบายพรรคในกทม. โดยแกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัครทุกคนสวมเสื้อโปโลสีขาว สกรีนที่หน้าอกเสื้อข้างขวาเป็นเบอร์ 10 และข้างซ้ายเป็นโลโก้ของพรรค ด้านหลังเสื้อสกรีนชื่อ “อภิสิทธิ์” พร้อมมีเบอร์ 10 ขนาดใหญ่

จาก นั้น เวลา 13.10 น. นายอภิสิทธิ์ กล่าวบนเวทีว่า การเลือกตั้งเมื่อปี 2550 คนกทม.ให้ความกรุณามาก ถือว่าพรรคชนะมากที่สุด มากกว่าพรรคอื่น ให้คนมาทำงานในกทม. ทั้งนี้ นโยบายพรรคมี 4 ด้านที่มีผลกับคนกทม.โดย ตรงและส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดย 2 ด้านแรกเป็นปัญหาเร่งด่วน คือเรื่องค่าครองชีพและยาเสพติด ซึ่งพรรคนำพาเศรษฐกิจไทยผ่านพ้นวิกฤตมาครั้งหนึ่งแต่ต้องเจอปัญหาใหม่ปัญหา ปากท้องของแพง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข พรรคไม่เคยโกหกประชาชน แต่เราแน่วแน่ในจุดยืน สินค้าทุกอย่างมีกลไกและมีความจำเป็นต่อการดำรงชีพเราสู้จนถึงที่สุดไม่ให้ มันขึ้นราคา ทั้งแก๊สหุงต้มและน้ำมันดีเซล

โต้พัลวันนโยบายชั่งไข่ขาย

นาย อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้สินค้าบางตัว ใช้วัดว่าของแพง เช่น ไข่ไก่ ขณะนี้รัฐบาลประกาศเป็นสินค้าควบคุมและไล่ดูว่าที่ก่อนหน้านี้ราคาพุ่งสูง ขึ้นมาจนราคาหน้าฟาร์มสูงตอนนี้ก็ต่อสู้ต่อไปเพื่อให้ราคาลง และใครบอกว่าเราคิดได้แค่ว่าชั่งกิโล นั่นเป็นแค่ทางเลือก ให้ประชาชน หลายจังหวัดได้ประโยชน์ เพราะไม่มีค่าคนกลาง ไม่มีค่าขนส่งบรรจุหีบห่อ ใครบอกว่าจะยกเลิกไข่ชั่งกิโลแสดงว่าไม่ได้ไปเดินตลาด ฟังแต่พวกเดียวกันสร้างกระแส แต่ถึง จะยกเลิกหรือไม่ ก็ไม่ได้ทำให้ไข่ถูกลง เราเดินหน้าสู้ต่อไป และจะทำเรื่องหมู ไก่ ที่มีปัญหาราคาแพง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยที่เราจะนำภาษีอากรไปช่วยคนให้ซื้อรถคันแรก ถามว่าทุกวันนี้ปัญหาการจราจรยังไม่พออีกหรือ แต่หากจะซื้อก็ไม่ว่า ถามว่าทำไมต้องนำภาษีไปช่วย ตนเห็นว่าบ้านเป็นปัจจัยสี่มากกว่า เพราะเราดูปัญหาให้ครบถ้วนรอบด้าน ดังนั้น ด้านที่ 4 คือความมั่นคงของชุมชนในกทม. ที่หลายเรื่องพันกับนโยบายด้านอื่น ทั้งบ้านมั่นคง การแก้หนี้นอกระบบรอบสอง หรือลานกีฬา

“วันนี้คน กทม.จะเป็นผู้ชี้ชาดว่าใครจะชนะเลือกตั้งแล้วประทศจะเดินไปทางไหน ดังนั้นผมขอแค่ให้เลือกเข้ามา 33 ที่นั่ง ซึ่งหลายพื้นที่ เรารับใช้คนกทม.อยู่แล้ว แต่หลายพื้นที่เรา ไม่มี โอกาสมานานนับ 20-30 ปี “นายอภิสิทธิ์ กล่าว

มาร์คปลอบอย่าหวั่นไหวโพล

จากนั้น เวลา 14.10 น. นายอภิสิทธิ์ นำ ผู้สมัครทั้ง 33 คน ลงจากเวทีมาด้านล่างที่เป็นสนามฟุตบอลหญ้าเทียมและเดินไปพร้อมกันยังด้าน หน้ากรอบเขตโทษหน้าประตูฟุตบอล(โกล์) เพื่อประกาศเชิงสัญลักษณ์ว่า ผู้สมัครทุกคนลงสู่สนามเลือกตั้งแล้ว และนายอภิสิทธิ์ ได้นำลูกฟุตบอลมาตั้งที่กรอบเขตโทษและยิงลูกฟุตบอลด้วยเท้าขวาเข้ากลางประตู โดยไม่มีผู้รักษาประตู ซึ่งในสนามมีการประกาศเชิงสัญลักษณ์อีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ยิงนำไปแล้ว 1 ต่อ 0 แต่ปรากฏว่ามีช่างภาพบางคนเก็บภาพยิงประตูไม่ทัน นายอภิสิทธิ์ จึงยิงอีกลูกด้วยลูกการยิงไขว้ส่งลูกฟุตบอลไปสู่ก้นตาข่าย เป็นอันเสร็จกิจกรรมดังกล่าว

เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงโพลระบุคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยนำพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตนยังยืนยันว่าคะแนนของทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ยังสูสีกัน ขณะนี้ที่แพ้-ชนะกันอยู่ในช่วงที่มีนัยยะทางสถิติน้อยมาก อย่าง เอแบคโพลระบุพรรคประชาธิปัตย์นำ 5 เปอร์ เซ็นต์ สวนดุสิตโพล พรรคเพื่อไทยนำอยู่ 4-5 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นมีอะไร ส่วนโพลระหว่างตนกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ตัวเลขไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหรือหวั่นไหว ตนดูตัวเลขเป็นเรื่องปกติมาก และไม่คิดว่าพรรคจะต้องปรับยุทธศาสตร์

เมื่อ ถามว่าทำไมจึงคิดว่าพื้นที่กทม.จะเป็นตัวชี้ขาดผลแพ้-ชนะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สนามกทม.แข่งขันกันเข้มข้นระหว่างพรรคใหญ่ 2 พรรค แต่ละเขตถ้าใช้ภาษาง่ายคือไปและกลับ ถ้าฝ่ายหนึ่งบวก 1 อีกฝ่ายจะลบ 1 และถ้าหากสูสีกันมากๆ ชนะกัน 3-4 ที่นั่ง แค่ 3 เขตก็เปลี่ยนผลแล้ว

เตรียมลงพื้นที่ 3 จว.อีสาน

ต่อ ข้อถามว่าทำไมจึงเน้นให้ความสำคัญกับพื้นที่กทม.มากกว่าภาคอีสานที่ใหญ่กว่า และมีส.ส.จำนวนมาก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญและมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ส.ส.อีสานของพรรคเพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะตนฟังจากการลงพื้นที่ของทีมงาน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะเพิ่มขึ้นกี่ที่นั่ง และคิดว่าปัจจัยที่ทำให้ส.ส. ภาคอีสานของพรรคเพิ่มมากขึ้นนั้นจากงานที่ทำ เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา มีนโยบายที่สัมผัสได้ มากโดยเฉพาะการประกันรายได้ เบี้ยยังชีพผู้สูง อายุ นโยบายด้านการศึกษา ตนมั่นใจมากว่าในภาคอีสานส่วนใหญ่เลือกนโยบายประกันรายได้มากกว่าจะยกเลิก

เมื่อ ถามว่าขณะที่พรรคเดินหน้าหาคะแนนเสียงในกทม.แต่พื้นที่ภาคอีสานดูเหมือนจะ ไม่ค่อยเข้มแข็ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ใช่เช่นนั้น การหาเสียงทำปกติ ในพื้นที่ภาคอีสานตอนนี้ตนมีแผนลงพื้นที่ช่วงวันหยุดนี้ แต่จะเช้าเย็นกลับหรือไปค้างคืน ขึ้นอยู่กับกำหนดการ

เมื่อถามว่าการ ลงพื้นที่ภาคอีสาน กังวลหรือไม่ว่าจะมีปัญหาคนเสื้อแดง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หวังว่าไม่มี อยากเห็นการเลือกตั้งเรียบร้อย แต่อยู่ที่การกำหนดท่าทีของเขา

นายวิฑูรย์ นามบุตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะดูแลการหาเสียงในภาคอีสานใต้ของพรรค เปิดเผยว่า วันที่ 28 พ.ค.นี้ นายอภิสิทธิ์ จะลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถือเป็นครั้งแรกหลังยุบสภา โดยเวลา 09.00 น. จะไป อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร เวลา 11.00 น.ไปอ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ และเวลา 14.00 น. ไป อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ทั้งนี้ การหาเสียงในภาคอีสานของหัวหน้าจะไม่มีการค้างคืน และไปกลับด้วยเครื่องบินสายการบินพาณิชย์ภายในประเทศ

“ปู”ลงพื้นที่สระบุรีหาเสียง

เวลา 17.30 น. ที่สนามข้างเทศบาล ต.สวนดอกไม้ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พร้อมน.ส.ขัตติยา สวัสดิผล น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย นางรพิพรรณ พงศ์เรืองรอง พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ขึ้นเวที ปราศรัยช่วยผู้สมัครส.ส.สระบุรี ทั้ง 4 เขตของพรรคหาเสียง มีประชาชนมาร่วมฟังปราศรัย 600 คน ซึ่งส่วนใหญ่สวมเสื้อแดง

เวลา 18.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขึ้นปราศรัยโดยย้ำถึงนโยบายพรรคเพื่อไทย และยืนยันจะสานต่อแนวทางที่พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเฉพาะเรื่องการรับจำนำพืชผลทางการเกษตร

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.อ.ชวลิต ระบุสาเหตุลาออกจากพรรคเพื่อไทย เพราะต้องการให้เกิดความปรองดองว่า เราเคารพการตัดสินใจของพล.อ.ชวลิต ไม่น่ามีปัญหาและไม่กระทบกับการทำงานของพรรค เมื่อถามถึงการชูนโยบายหาเสียงในภาคใต้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องเตรียมความพร้อมและนำเสนอนโยบายเป็นหลัก

เมื่อถามถึงกลุ่มคน เสื้อแดงไปป่วนการหาเสียงของพรรคการเมืองอื่น จะฝากให้ดำเนินการอย่างไรหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เชื่อว่าในรายละเอียดเรื่องนี้ กลุ่มต่างๆน่าจะรู้ว่าต้องดำเนินการอย่างไรและไม่น่ามีปัญหา

เสื้อแดงแห่ชูหัวใจตบต้อนรับ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมาถึง มีกองเชียร์สวมเสื้อแดงและถือหัวใจตบ กรูเข้ามาถ่ายรูปและมอบดอกไม้เป็นกำลังใจ มีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้เหตุการณ์เป็นไปโดยสงบไม่มีกลุ่มใดมาปั่นป่วนการเลือกตั้ง

น.ส.สุ ณีย์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการลงพื้นที่ในภาพรวมพบว่าประชาชนตอบรับพรรคเป็นอย่างดี ครั้งนี้เปิดเวทีปราศรัยในภาคกลางเป็นครั้งแรก ซึ่งไม่รู้สึกกังวลแม้จะมีการแข่งขันกันสูง ซึ่งพรรคมีส.ส.เก่าอยู่แล้ว 1 คนส่วนที่เหลืออีก 3 คนมั่นใจว่าจะชนะเลือกตั้ง เมื่อถามถึงคนเสื้อแดงที่ตามไปก่อกวนการหาเสียงของพรรคอื่น อาจนำไปสู่การถูกฟ้องยุบพรรคเพื่อไทย น.ส.สุณีย์ กล่าวว่า พรรคไม่กังวล เพราะเชื่อว่าคนเสื้อแดง รู้ว่าเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว แต่ที่กังวลคือการโกงเลือกตั้ง ความไม่เป็นธรรมในการจัดการเลือกตั้ง และการวางตัวไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ

“แม้ว”ทวีตเชียร์ยิ่งลักษณ์นายก

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ทักษิณไลฟ์ ระบุว่า “วันนี้มติชนลงบทสัมภาษณ์ผมซึ่งให้เมื่อ วันที่ 14 (พ.ค.) ก่อนพรรคเพื่อไทยมีมติให้คุณยิ่งลักษณ์ เป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ก็เลยเกิดการสับสนว่าใครจะเป็นนายกฯ หากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล ผมขอเรียนว่าหากประเทศไทยให้เลือกนายกฯโดยตรง แล้วผมมีสิทธิ์ลงคะแนน ผมจะเลือกคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ เหตุผล 1.ความเป็นผู้หญิง/ไม่มีสัมภาระทางการเมืองติดตัวมา จะทำให้เดินประสานความเข้าใจกับทุกฝ่ายเพื่อนำไปสู่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ของคนในชาติได้ง่าย 2.ประสบ การณ์ร่วม 20 ปี เคยทำงานจากตำแหน่งเล็ก จนถึงตำแหน่งสูงสุด ของบริษัทมหาชนที่มีพนักงานกว่าหมื่นคน ย่อมเหมาะกับการต้องมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ 3.การที่เติบโต ที่เชียงใหม่ แล้วมาทำงานมีครอบครัวอยู่กรุงเทพฯ และมาจากครอบครัวที่เป็นนักการเมืองหลายคน แถมยังเรียนจบสาขารัฐศาสตร์ ทำให้ปรับตัวในชีวิตการเมืองได้ไม่ยาก 4. ประสบการณ์ข้างต้นจะทำให้เข้าใจคนสู้ชีวิตทั้งระดับรากหญ้าจนถึงผู้ประกอบ ธุระกิจ 5.จะเข้าใจการติดต่อค้าขายกับตปท.ได้”

พ.ต.ท.ทักษิณยังทวี ตต่อด้วยว่า “จุดอ่อน ก็คืออาจจะไม่แม่นข้อกฎหมายและระเบียบราชการเท่าที่ควร ต้องหาคนเก่งเรื่องนี้มาช่วยเสริม อีกเรื่องก็คืองานด้านทหาร ก็คงไม่เป็นปัญหา เพราะการเมืองก็คงไม่ต้องไปยุ่งอะไร กับทหาร ว่าแต่ว่าตอนนี้ทหารก็อย่าไปยุ่งกับการเมืองเสียล่ะ ทำตัวเป็นกลางดีกว่า เพราะได้ข่าวว่ากำลังช่วยปชป.อยู่”

มภ.กร่อย-เปิด 5 ผู้สมัครโคราช

เวลา 14.30 น. ที่รร.ราชพฤกษ์ แกรนด์ โฮเต็ล จ.นครราชสีมา พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ พร้อมด้วย นายมั่น พัธโนทัย เลขาธิการพรรค นายพิเชฐ พัฒนโชติ ผู้ สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ เดินทางมาเปิดตัวพรรค พร้อมแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา 5 คน ได้แก่ เขต 5 นายนาวี ศรีนุชศาสตร์, เขต 7 นายพงษ์พิศ รุ่งเป้า ที่เคยมีข่าวจะลงสมัครกับพรรคภูมิใจไทย, เขต 8 นายธีรศักดิ์ สิริรุ่งไพลิน, เขต 9 นายกฤษฎางค์ แถวโสภา และเขต 13 พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีต ส.ส.และอดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เพิ่งตัดสินใจย้ายมาอยู่พรรคมาตุภูมิ แต่ปรากฏว่าในงานเปิดตัวกลับไม่มีผู้สมัครคนใดมาร่วมงาน มีเพียงแกนนำและประชาชน 800 คนมาฟังนโยบายพรรค ส่วนใหญ่เป็นคณะแม่บ้านทหารบก กองทัพภาค 2 และกลุ่มชาวไทยมุสลิมในจังหวัด

พล.อ.สนธิ กล่าวว่า พรรคส่งผู้สมัครประมาณ 20 คน มีความหวังกับว่าที่ผู้สมัครครั้งนี้ทั้งหมด สำหรับ จ.นครราชสีมา ส่ง 5 เขต มีทั้งอดีตส.ส.และนักการเมืองท้องถิ่นที่เกาะติดพื้นที่ตลอด มั่นใจว่าชนะทั้ง 5 เขต เหตุที่ไม่มาเปิดตัวเพราะต้องเตรียมเอกสารหลักฐานสำหรับการสมัครในวันที่ 24 พ.ค.

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s