พลังประชาชน พลังที่แท้จริง!

ปรากฏการณ์ทางการเมืองในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีทั้งปัญหาเรื่องการใช้ความรุนแรงกับนักการเมืองของพรรคเพื่อไทยที่ส่อแวว ว่าจะเป็นผู้ได้ชัยชนะทางการเมือง จนถึงขั้นต้องใช้วิธีการล่าสังหารเอาชีวิตกัน รวมถึงบรรยากาศการเปิดตัวผู้สมัครพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เมื่อมองทั้งสองปรากฏการณ์ผนวกกันไปแล้วมีคำถามว่าน่าเชื่อได้ว่าพรรค เพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งอย่างแน่นอน แต่คำถามที่สะท้อนจากปรากฏการณ์ความรุนแรงคือ แม้จะชนะจะมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลได้จริงหรือ?

ผู้เขียนถามปัญหาที่ตรงประเด็นนี้เนื่องจากวิเคราะห์จากสถานการณ์และ ปรากฏการณ์รูปธรรมที่เกิดขึ้น รวมถึงภูมิปัญญาของฝ่ายอีลิต การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาแล้ว อดคิดตามคำถามนั้นไม่ได้จริงๆว่าผู้เขียนเชื่อว่าการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้น และพรรคเพื่อไทยน่าจะชนะการเลือกตั้ง แต่ปรากฏการณ์ระดับพื้นผิวบ่งบอกแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มิใช่แค่การ เลือกตั้งในสถานการณ์ปรกติที่เป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคการเมืองหลายๆพรรคที่ มีสถานภาพ ความสามารถ ความคิดความอ่าน แล้วเสนอทางเลือกให้ประชาชน รวมถึงประชาชนก็ตัดสินใจเลือกบุคคลหรือพรรคแบบสมเหตุสมผล โดยตัดสินใจจากทั้งประสบการณ์ระดับบุคคลที่เสนอตัวให้เลือก ความรู้ คุณความดี หรือการทำงานรับใช้พื้นที่ในห้วงที่ผ่านมา

แต่ผู้เขียนเชื่อว่าในความเป็นจริงแล้ว ปรากฏการณ์พื้นผิวดังกล่าวเป็นภาพลวงตาเท่านั้น เพราะการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจการบริหาร อำนาจการเมืองระหว่างกลุ่มหลักภายใต้โครงสร้างอำนาจที่แท้จริงของรัฐไทย คือระหว่างกลุ่มอีลิตที่ร่วมมือกับทุนเก่ามาก่อนต่อสู้กับกลุ่มทุนใหม่ที่มี ฐานสนับสนุนจากพลังของมวลชนครึ่งค่อนประเทศ

โดยเฉพาะในประเด็นที่แหลมคมคือ กลุ่มทุนใหม่อย่างน้อยก็เดินแนวทางทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธิเลือก มีสิทธิวิจารณ์ และท้ายที่สุดหากเบื่อหรือโกงมากเกินไป ไม่ว่าจะโกงทั้งโครต หรือโครตโกง ประชาชนก็ใช้สิทธิของตนที่จะไม่เลือกได้ในคราวหน้า

ดังนั้น กลุ่มทุนใหม่เมื่อตนเองเสนอนโยบายที่ลงไปดูแลคนชั้นล่าง รวมถึงถูกรังควานและใช้อำนาจไม่เป็นธรรมจากชนชั้นบน จึงทำให้มวลชนกลับมาสนับสนุน ซ้ำร้ายกลุ่มอีลิตยังใช้วิธีรุนแรงสังหารผู้สนับสนุนเหล่านั้น โดยสร้างความชอบธรรมจากวาทกรรมที่กล่าวหาว่ามวลชนเสื้อแดงที่สนับสนุนทุน ใหม่เป็นพวกล้มเจ้าและก่อการร้าย ยิ่งทำให้เกิดการขยายตัวเชิงปริมาณและคุณภาพของหมู่มวลผู้สนับสนุนกลุ่มทุน ใหม่มากเข้าไปอีกเป็นเท่าทวี

ความชอบธรรมของกลุ่มทุนใหม่จึงอิงอยู่กับระบอบการเลือกตั้ง ประชาธิปไตย ปรัชญาของการที่ทุกคนมีสิทธิมีเสียงที่จะเลือกอนาคตตนเอง ไม่ว่าจะยากดีมีจนหรือร่ำรวยขนาดไหน เขาสามารถเลือกหรือไม่เลือกผู้ที่ต้องการจะให้เป็นตัวแทนมาปกครองบ้านเมือง ของเขาได้เท่าเทียมกัน

ตรงข้ามกับกลุ่มอีลิตที่ไปร่วมมือกับทุนเก่าโบราณ โดยสาระแล้วนับด้านขีดความสามารถถือว่าเป็นทุนนายหน้าล้าหลัง คอร์รัปชัน และไร้ประสิทธิภาพ ไม่รู้จักทำมาหากิน ส่วนพวกอีลิตก็คิดบนตรรกะของทฤษฎีโบราณที่ว่าประชาชนยังโง่เขลา ขาดความพร้อมที่จะปกครองตนเอง จึงต้องมีตัวแทนที่เหนือกว่า ทั้งด้านองค์ความรู้และชาติพันธุ์ ซึ่งได้แก่กลุ่มพวกอีลิตด้วยกันเองมาเป็นผู้ปกครอง ปรัชญาแนวคิดของคนกลุ่มนี้จึงไม่สนใจเรื่องความเท่าเทียม และไม่คิดว่าหนึ่งเสียงของคนจนกับคนรวยจะเท่ากัน

คนเหล่านี้มองแต่ข้อบกพร่องของฝ่ายตรงข้ามที่ว่าเป็นทุนสามานย์และคดโกง ไม่ควรมาปกครองประเทศ ซึ่งเป็นการมองปัญหาที่ไม่ได้ผิดอะไรนัก เพียงแต่ว่าคนกลุ่มนี้นั่นเองเมื่อ 4 ปีที่แล้วมีโอกาสแก้ไขปัญหาก็ดันไม่แก้ปัญหาในระดับต้นตอ คือปัญหาการผูกขาดรวมศูนย์เชิงโครงสร้างอำนาจทั้งทุนและการเมืองต่างสามารถ รวมอำนาจภายในโครงสร้างที่ตนได้เปรียบแล้วนำอำนาจทางเศรษฐกิจมาปูทางสู่การ มีอำนาจทางการเมือง

คนกลุ่มนี้ทำได้แค่สร้างวาทกรรมแล้วแย่งอำนาจจากกลุ่มทุนใหม่ที่เขาผ่าน การเลือกตั้งมาแล้วทำสิ่งที่เลวกว่า ร้ายที่สุดคือเมื่อแก้ปัญหาไม่ได้ ผู้คนออกมาเรียกร้องกลับใช้ความรุนแรง ใช้กองทัพ ซึ่งเผอิญพวกเบาปัญญาครองอำนาจอยู่ทั่วกองทัพมากเกินไป จึงประพฤติตนเหมือนสัตว์เลี้ยงในระบบ ยอมทำตามกลุ่มอีลิต ใช้อาวุธสงครามสังหารเข่นฆ่าประชาชนแล้วนึกว่าจะได้ชัยชนะ เพราะประชาชนหยุดชั่วคราวกลับไปทบทวน

อย่างไรก็ตาม วิเคราะห์แล้วเชื่อได้ว่าวันนี้กลุ่มอีลิตและกองทัพเบาปัญญาต่างรับรู้และ สำนึกได้ว่าประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจแท้จริงกำลังจะออกมาแสดงสิทธิ และเป็นที่เชื่อได้อีกเช่นกันว่าถ้าปล่อยให้มีการเลือกตั้งชัยชนะจะต้องเป็น ของประชาชนและกลุ่มทุนใหม่คือพรรคเพื่อไทย เหตุการณ์ต่อไปข้างหน้าจึงมีหนทางความเป็นไปได้ คือปล่อยให้มีการเลือกตั้งภายใต้การตัดกำลัง (สังหารแกนของเสื้อแดง) ซึ่งเชื่อกันผิดๆว่าเป็นต้นตอที่ทำให้คนมาร่วมชุมนุมมากขึ้น

หากกำจัดคนกลุ่มนี้ได้ประชาชนจะไม่มารวมตัว การลงคะแนนจะพลิกผันไปได้ หรือหนทางที่สองอาจจะใช้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระดับท้องถิ่นทำท่าแบบประชาธิปไตยคือ หาเรื่องสอยและแจกใบแดงผู้สมัครพรรคเพื่อไทยให้มากขึ้น หรือทางเลือกที่สาม เมื่อหมดท่าจริงๆก็ให้ กกต. หมดสภาพ ผิดกฎเกณฑ์ ผิดกฎหมาย จนทำหน้าที่ไม่ได้หรือลาออกเสียจนไม่สามารถรับรองการเลือกตั้งได้ แล้วแถมพ่วงด้วยการใช้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่เตรียมเอาไว้ ทำให้เกิดหนทางการขยายอำนาจปกครองของกลุ่มอีลิตต่อไป

ที่พูดมาทั้งหมดไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะความโง่เขลาเบาปัญญา รวมถึงกระหายอำนาจของกลุ่มอีลิต ผนวกกับความโง่เขลาของกองทัพช่วงนี้ สามารถบันดาลสภาพดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้จริง

แต่จะขอเตือนเอาไว้ว่าอย่าประมาทพลังมวลชน สถานการณ์สากลในลิเบียและประเทศอื่นๆก็แสดงให้เห็นแล้วว่าผู้นำเผด็จการใน พ.ศ. นี้ ภายใต้สังคมโลกาภิวัตน์ไม่สามารถจะใช้อำนาจอย่างไม่มีขอบเขตและไม่ชอบธรรม อีกได้ต่อไป

หากไม่ตรงไปตรงมาและไม่ทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม กกต. ไม่ใช้อำนาจบนความถูกต้องชอบธรรม เชื่อว่าแผ่นดินจะลุกเป็นไฟ โมเดลลิเบียจะเกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแน่นอน ไม่เชื่อก็ลองดู คนที่ฉลาดกว่านั้นป่านนี้รู้ตัวหมดแล้ว และกำลังผ่องถ่ายสมบัติพัสถานและทรัพย์สินออกต่างประเทศกันอยู่ทุกวัน ถ้าช่างสังเกตจะพบปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่าอย่าประมาทพลังของประชาชนเป็นอันขาด

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s