ผลโพล -ภาวะผู้นำ ‘เจ๊ปู’ขยับ มาร์คคะแนนวูบ!

เพื่อไทยแซงปาร์ตี้ลิสต์ ปชป.พล่านแจง’ชั่งไข่’ ‘ชวน’สั่งเบรกถล่ม’แม้ว’ จิ๋วร่วมเปิดตัวหวังใหม่


พท.คึก – น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย นำลูกพรรคเปิดเวทีปราศรัยหาเสียงที่กว๊านพะเยา โดยมั่นใจว่าจะได้ส.ส.พะเยายกจังหวัด เมื่อวันที่ 22 พ.ค.

ดุสิตโพลชี้ปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทยชนะปชป. เอแบคโพลสำรวจภาพผู้นำ ‘ยิ่งลักษณ์’ ขยับสูงขึ้น แต่’อภิสิทธิ์’ ลดลง ปชป.สัมมนาผู้สมัครเขต ‘ชวน’ชี้ ‘แม้ว’ ได้คะแนนสงสาร สั่งอย่าหาเสียงให้ร้าย ‘เทือก’ ติวเข้มข้อกฎหมาย กำชับลูกพรรคอย่าให้ตกม้าตาย ยก’มาร์ค’เหนือ ‘ยิ่งลักษณ์’ ทุกด้าน ‘กอร์ป’สั่งแจงปม’ชั่งไข่’ ‘มาร์ค’นำทัพย่ำกรุง ลั่นเลือกปชป.ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ไปนับ 1 แต่เป็นการเติมเต็ม 10 ‘เจ๊ปู’ทัวร์เหนือหาเสียงพะเยา-เชียงราย ลั่นไม่แก้แค้นแต่แก้ไข ‘น้องไปค์’เชียร์แม่เป็นนายกฯ แกนนำพรึบแต่ไร้เงา’มิ่งขวัญ’ กลุ่ม’พินิจ’ย้ายซบปชป. ลูก’บิ๊กจิ๋ว’ เข้าสังกัดความหวังใหม่

มาร์คชูปชป.เติมเต็ม10

เมื่อ เวลา 09.00 น. วันที่ 22 พ.ค. ที่สวนเบญจสิริ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่ช่วยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครเขต 4 กทม. (คลองเตย-วัฒนา) หาเสียง มีนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง รองหัวหน้าพรรค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ร่วมงาน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยชั้นสูงสุด

นายอภิสิทธิ์ หาเสียงช่วงหนึ่งว่า การแข่งขันเข้มข้นทุกคะแนนจึงมีความหมายต่อการชี้ชะตาอนาคตประเทศ ปชป. ยืนยันความตั้งใจเพราะเราเป็นพรรคที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ในหลายสถานการณ์ ทำงานเพื่อผลประโยชน์ ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ที่ผ่านมา ปชป.นำพาบ้านเมืองผ่านวิกฤตในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมาได้เกินความคาดหมาย ส่วนวิกฤตทางการเมือง เราต้องผ่านความยากลำบากที่เกิดขึ้นกับประชาชนทั้งประเทศ เกิดการสูญเสียขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายเสียใจแต่เราก็ผ่านมาได้

นาย อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันหลักการสำคัญคือบ้านเมืองต้องปกครองด้วยกฎหมาย บ้านเมืองต้องมีกติกา เราต้องยึดมั่นในสถา บันหลัก กระบวนการยุติธรรม การปกครองด้วยกฎหมาย และการเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง ถูกต้อง ซึ่งปชป.พร้อมที่จะเดิน หน้าต่อไป ความพร้อมของ ปชป.ที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจได้ว่าเราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แล้วค่อยมานับ 1 แต่เราเติมได้เต็มสิบเลย ในการผลักดันนโยบายต่างๆ ได้ทันที

เตือนลูกพรรคเจอทุกรูปแบบ

นาย กรณ์ กล่าวว่า ปชป. ไม่มีวาระซ่อนเร้นหรือผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมทำงานให้ประชาชนตั้งแต่วันแรกหากได้รับการสนับสนุน พร้อมอุทิศตนทำงานให้ทุกคน ไม่เลือกเพียงแค่คนใดคนหนึ่ง

จากนั้น เวลา 10.20 น. นายอภิสิทธิ์ เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนาผู้สมัคร ส.ส.เขต ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ มีผู้สมัครจากทุกเขตเดินทางมาร่วมรับฟังอย่างพร้อมเพรียง แกนนำพรรค อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรค นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค เป็นต้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ใครที่ลงสมัครครั้งแรกขอเตือนว่าการเลือกตั้งเป็นธรรมดาที่ต้องมีการแข่งขัน เรามีคู่แข่ง ซึ่งอาจใช้หลายๆ วิธีการ ที่พวกเราไม่ใช้แต่เราอาจเจอ ดังนั้นจะไปท้อถอยหรือทุกข์ใจไม่ได้ ต้องมีความมุ่งมั่น แน่วแน่ เพราะในทางการเมืองมีคนพร้อมที่จะเล่นนอกรูปแบบ หลายคนทำอาชีพอื่นมาอาจไม่เคยได้รับผลการกระทบกระทั่งก็ต้องเตรียมใจรับมือ สิ่งสำคัญมากคือเรื่องของยุทธศาสตร์ ไม่คิดว่าหลังจากนี้จะมีโอกาสมานั่งพร้อมกันทั้งหมด ที่อยากย้ำคือการที่พรรคอาสาตัวเข้ามาเป็นผู้สานต่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่คือการ นำบ้านเมืองกลับเข้าสู่ความเป็นปกติเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ชวนกำชับอย่าใส่ร้าย’แม้ว’

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ มอบนโยบายให้ผู้สมัคร ได้ขอให้สื่อมวลชนออกนอกห้อง เจ้าหน้าที่ได้มาขอร้องสื่อมวล ชนออกนอกห้องทันที แต่เนื่องจากหลายคนยังต้องการภาพและเสียงเบื้องต้นทำให้ล่าช้า จนนายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรค เดินมายกกล้องของสื่อมวลชนไปไว้นอกห้อง

จาก นั้น นายชวน หลีกภัย กล่าวกับผู้สมัคร ถึงแนวทางการหาเสียงในพื้นที่ ว่า ยอมรับว่าขณะนี้มีประชาชนที่มีความสงสาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวนมาก ดังนั้น เมื่อผู้สมัครลงหาเสียงในแต่ละพื้นที่ขอให้พูดความจริง อย่าให้ร้าย ในประเด็นที่บางพรรคนำเสนอว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะนำพ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน ขอให้ไปชี้แจงว่าไม่มีใครที่ห้ามพ.ต.ท.ทักษิณ หรือ คนไทย เข้า-ออกประเทศไทย พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับประเทศวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ก็ทำได้ แต่เมื่อกลับมาแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการยุติ ธรรม เพราะได้ทำความผิด ไม่มีข้อกฎหมายใดที่จะยกเว้นบุคคลที่ทำความผิด รวมไปถึงบุคคลที่เผาบ้านเผาเมือง หากประชาชนไม่เลือกเราเพราะเราไม่เห็นด้วยกับการยกเว้นโทษให้บุคคลที่ทำผิด ก็ไม่เป็นไร เพราะดีกว่าประชาชนเลือกเราเพราะเห็นด้วยกับการเว้นโทษให้กับคนเผาบ้านเผา เมือง

ลั่นไม่หวั่นโดนปาไข่

“พื้นที่ภาคเหนือ เช่น ลำพูน ลำปาง ที่ผมเคยโดนคนปาไข่ เลือกตั้งครั้งนี้ผมต้องไปอีก เพราะวันนี้เรามีประวัติศาสตร์แล้วว่าคนที่ปาไข่เขาได้รับการลงโทษ ล่าสุด ทราบว่าถูกตัดสินให้จำคุก ดังนั้นขอให้ทุกคนอย่าไปกลัว ขอให้ชนไปทุกหน้า เพื่อทำให้รู้ว่าเราไม่ยอมให้อันธพาลมาครองเมือง ที่สำคัญ การเลือกตั้งครั้งนี้พวกเราคงไม่สะดวกหรือสบาย เมื่อเจอใครด่าขอให้รับฟัง” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวว่า พรรคมีแนวทางที่ต่อต้านการทุจริต การซื้อเสียง ขอให้ผู้สมัครทุกคนยึดมั่น หากจะแพ้ก็ขอให้แพ้ งบที่ใช้ในการเลือกตั้งมีเท่าใดขอให้ใช้เท่านั้น พื้นที่ใด มุ่งมั่นที่อยากเป็นตัวแทนของประชาชนขอให้ใช้ดุลพินิจ และหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับพื้นที่ อาทิ โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โครงการกู้ยืมเรียนเพื่อการศึกษา ให้เจาะดูในระดับหมู่บ้าน ตำบลและอำเภอว่ามีใครซึ่งเป็นลูก-หลานใครได้รับประโยชน์ เมื่อลงพื้นที่ให้เอ่ยชื่อบุคคลในครอบครัวพร้อมอ้างอิงด้วยว่าเป็นเพราะ นโยบายที่ริเริ่มสมัยปชป. เป็นรัฐบาล วิธีนี้สามารถเพิ่มคะแนนในพื้นที่ได้ถึง 5 เท่า นอกจากนั้นแล้วขอให้ผู้สมัครกลับไปค้นผลงานและประวัติของปชป.เพื่อเป็น ข้อมูลในการลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยเฉพาะโครงการที่เราเป็นผู้ริเริ่ม

เทือกติวเข้มข้อกฎหมาย

นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวกับผู้สมัคร ว่า หากพื้นที่ใดมีการต่อสู้ดุเดือดและมีปัญหาในพื้นที่ขอให้เข้าไปปรึกษาทนาย หรือทีมกฎหมาย ที่ประจำอยู่ที่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งในพื้นที่ ให้เข้าไปดูแล ขอเตือนผู้สมัครอย่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้มงวดมาก โดยเฉพาะเรื่องเล็กๆ น้อย เช่น ป้ายโฆษณาหาเสียงที่ไปติดเบอร์ก่อนเข้ารับสมัคร หากมีผู้ร้องเรียนก็สามารถเอาผิดได้ รวมถึงสถานที่ติดประกาศพื้นที่ใดห้าม อย่าไปติด ให้ระวังเมื่อไปกินอาหารนอกบ้าน อย่าเลี้ยงลูกน้อง ทางที่ดีขอให้กลับไปกินข้าวที่บ้าน ที่สำคัญคือขณะที่ขึ้นเวทีปราศรัยอย่าพูดพาดพิงในลักษณะกล่าวให้ร้ายคู่แข่ง เพราะกกต. มีสิทธิ์แจกใบแดงและตัดสิทธิ์ลงสมัคร

นายสุเทพ กล่าวว่า ให้ผู้สมัครทุกคนเปิดบัญชีธนาคารของกรุงไทย ให้ถูกต้องตามกกต.กำหนด และให้แต่งตั้งสมุห์บัญชีให้ถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติของกกต. เพื่อบันทึกรายการค่าใช้จ่ายของทุกคนอย่างรัดกุม และเคร่งครัดวินัยการใช้จ่าย พรรคจะโอนเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายเลือกตั้งไปให้ คนละ 1.4 ล้านบาท ไม่เกินวงเงินที่กกต.กำหนด พื้นที่ใดที่มีการแข่งขันสูงตนจะพิจารณาให้การช่วยเหลือเต็มที่ ขอให้ทุกคนมีระเบียบวินัย เคร่งครัดในตัวเอง อย่าตกม้าตายในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ส่วนผู้สมัครบางคนเป็นผู้มีฐานะพรรคจะไม่ช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่าย

กอร์ปสั่งชี้แจงปมชั่งไข่

นาย กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์พรรค กล่าวว่า กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีนโยบายยกเลิกโครงการไข่ชั่งกิโลฯ เป็นการยกประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชนมาพูดเพื่อให้ได้ใจ ขอให้ผู้สมัครชี้แจงประเด็นดังกล่าวกับประชาชนในระหว่างที่ลงพื้นที่ อธิบายว่าขณะเดียวกันรายได้ของประชาชนก็เพิ่มมากขึ้นด้วย

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า การส่งผู้สมัครเขตของปชป. จนถึงขณะนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากยังมีบางพื้นที่ยังไม่ลงตัว และจำต้องตรวจสอบคุณสมบัติว่าขาดสิทธิ์ทางการเมือง โดยจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 พ.ค.

น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรค แถลงว่า ขอเรียกร้องให้กกต. ตรวจสอบรายการแสดงบัญชีค่าใช้จ่ายของพรรคเพื่อไทย (พท.) อย่างเข้มข้นนับตั้งแต่ที่กฤษฎีกายุบสภามีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนี้มีความเชื่อได้ว่าพท. เป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มคนเสื้อแดง นอกจากนี้ กกต. ต้องใช้กฎหมายดูแลการจัดกิจกรรมของเสื้อแดงที่เป็นไปในแนวทางช่วยหาเสียงให้ กับพท. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบกับพรรคอื่น และต้องทำเป็นแบบอย่างเพื่อไม่ให้พรรคการเมืองใช้รูปแบบการปลุกการชุมนุม เพื่อจัดกิจกรรมและเอื้อให้กับการเลือกตั้งของบางพรรคได้

อภิสิทธิ์แอ่วเหนือไม่มีปัญหา

นาย เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลการเลือกตั้งภาคเหนือ ให้สัม ภาษณ์ถึงกระแส พท.ในพื้นที่ภาคเหนือ หลังจากที่ชู น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นแคนดิเดตนายกฯ หญิง คนแรก ว่า เป็นเพียงผู้สมัครคนหนึ่ง ส่วนการปลุกกระแสคนในตระกูลชินวัตร เชื่อว่าปลุกได้บางจุดที่มีความเป็นพิเศษ หรือบางพื้นที่ที่มีประเด็นเท่านั้น ไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ เป็นธรรมดาที่เขาก็ต้องทำงานในพื้นที่บ้านเกิด เชื่อว่าพื้นที่เชียงใหม่พรรคประชาธิปัตย์เจาะเข้าอย่างแน่นอน เพราะทำงานเต็มที่ โพลของปชป. ก็ยอมรับว่าดีขึ้นเยอะ


ยอมแพ้ – นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ชูสิบนิ้วทำท่ายอมแพ้หยอกล้อกับนายอิสรา สุนทรวัฒน์ ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ที่บังเอิญเจอกันระหว่างหาเสียงย่านสยามสแควร์ เมื่อ 22 พ.ค.

นายเทอด พงษ์ กล่าวว่า สำหรับการลง พื้นที่ภาคเหนือของนายอภิสิทธิ์ ยืนยัน ปชป. สามารถเข้าไปหาเสียงได้อย่างแน่นอน หากคิดว่าไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้พรรคคงไม่ส่งผู้สมัครลงทุกเขตเลือกตั้งใน ภาคเหนือ เชื่อว่า ปชป.จะได้ส.ส.เพิ่มขึ้นจากครั้งที่ผ่านมา ได้ ไม่ต่ำกว่า 16 ที่นั่งอย่างแน่นอน

ย้ำดีเบตไม่แตกแยก

เวลา 14.30 น. ที่ลานด้านหน้าตึกดิจิตอล เกตเวย์ สยามสแควร์ นายอภิสิทธิ์ ลงพื้นที่และร่วมเสวนา “คนรุ่นใหม่กับอนาคตไทย” มีนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง รองหัวหน้าพรรค นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผอ.การเลือกตั้งพื้นที่กทม. รวมถึงผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อและระบบเขต มาร่วมงาน สร้างความสนใจต่อกลุ่มวัยรุ่นและประชาชนที่เดินผ่านไปมา

การร่วม กิจกรรมเสวนา นายอภิสิทธิ์ ตอบข้อซักถามของเยาวชนและผู้ที่มาร่วมงาน ถึงการดีเบตระหว่างหัวหน้าพรรคการเมือง ว่า ตนไม่ได้ไปท้าใคร แต่เป็นเรื่องปกติที่ไม่ว่าการเลือกตั้งที่ไหนตนมีความพร้อม เป็นสิทธิ์ที่ประชาชนจะได้รับฟัง แต่มีบางคนไปบอกว่าการดีเบตจะทำให้เกิดความแตกแยก คิดว่าไม่ใช่ การดีเบตไม่ใช่มานั่งทะเลาะกัน เหมือนกับการเป็นแฟนกันถ้าทะเลาะกันแล้วยังพูดกันอยู่ก็ไม่มีปัญหา เพราะยังพอมีช่องทางทำความเข้าใจกันได้ แต่ถ้าถึงขั้นไม่พูดกันแล้วถือว่าหนักสุดเพราะไม่มีทางที่จะเชื่อมกลับเข้า มาคบหา หรือคืนดีกัน ดังนั้น แม้ความขัดแย้งวันนี้ยังมีอยู่ แต่ถ้าเรายังเรียนรู้ว่ามาใช้เวทีร่วมกัน พยายามใช้เหตุผล อะไรที่เห็นต่างกันจริงๆ ก็ให้สงวนจุดต่างไว้แล้วหาทางให้มีกระบวนการตัดสิน ส่วนจะผิดหรือถูกก็ให้ไปอยู่ที่ศาล

ชนะก็พร้อมทำงานทันที

ส่วน ทำไมนายอภิสิทธิ์ และ ปชป.ต้องกลับเป็นรัฐบาลอีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่ามีงานอีกหลายอย่างที่ได้เริ่มต้นไว้ โดยเฉพาะเรื่องของความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง มั่นใจว่าถ้ามีโอกาสได้ทำจะเติมได้เต็ม 10 และ ปชป.ที่ทำงานมา 2 ปีกว่า มีความพร้อมจากประสบการณ์ที่ได้เผชิญวิกฤตทางเศรษฐกิจและการเมือง ยืนยันถ้าได้กลับเข้ามาเป็นรัฐบาลจะทำงานต่อได้ทันทีตั้งแต่วันแรก ปชป.ไม่มีผลประโยชน์อื่นและวาระอื่นอยู่เลยนอกจากเรื่องของประชาชน จึงเต็มร้อยตั้งแต่วันแรกที่จะเข้ามาทำงานในเรื่องของประชาชนล้วนๆ และจะไม่สร้างประเด็นที่สร้างปัญหาในเรื่องการเมืองจนเกิดเป็นความขัดแย้ง ใหม่อีกรอบ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เสียโอกาส

กลุ่มพินิจย้ายซบปชป.

นาย นรพล ตันติมนตรี อดีตส.ส.เชียง ใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) กลุ่มวังพญา นาค และว่าที่ผู้สมัครส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นอกจากตนที่มาเข้า ปชป.แล้ว คาดว่ายังมีอดีตส.ส.พผ. จะมาร่วมงานกับ ปชป.ด้วย คือ นางรัชนี พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ที่ขณะนี้ไปทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทย(ภท.) จะย้ายมาลงสมัคร ส.ส.ให้ ปชป.คงชัดเจนในสัปดาห์นี้ อดีตส.ส.พผ. ที่มาทำงานหรือลงสมัคร ส.ส.พรรคอื่น ไม่ใช่การขายตัว แต่เพราะพี่น้องประชาชนในพื้นที่เห็นด้วย เรามาในฐานะทูตทางการเมือง เปรียบเสมือนอยู่ ปชป.แทงเต็ง ขณะเดียวกันเราก็แทงโต๊ดไปยังพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.) ที่มีเพื่อนและผู้ใหญ่ของพรรคไปทำงานร่วมกับ ชพน.มากมาย ซึ่งในอนาคต เรามองถึงการร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเป็นสำคัญ

รายงานข่าวจากแกนนำ ภท. เผยว่า นางรัชนี เป็นภรรยาของนายเอกภาพ พลซื่อ คนสนิทของนายพินิจ จารุสมบัติ แกนนำกลุ่มวังพญานาค มาทำงานร่วมกิจกรรมกับ ภท. หลายเดือนแล้ว รับเบี้ยประชุมและเงินเดือนของพรรค นายเอกภาพ บอกว่าสาเหตุที่มาอยู่กับ ภท.เพราะไม่มีความสุขกับนายพินิจ และนางรัชนี จะมาทำงานกับพรรคนานแล้วแต่บ่ายเบี่ยงที่จะสมัครเป็นสมาชิกมาตลอด ล่าสุด ได้มาลานายเนวิน ชิดชอบ ว่าจะขอ กลับไปอยู่กับนายพินิจ เหมือนเดิม และไปสมัครเป็นสมาชิก ปชป.ตามข่าว ก่อนหน้านี้ส.ส.กลุ่มวังพญานาค ประกอบด้วย นายไชยยศ จิรเมธาการ รมช.ศึกษาธิการ นาย นรพล ตันติมนตรี ก็ย้ายไปอยู่กับ ปชป.

ยก’มาร์ค’เหนือกว่าคู่แข่งทุกด้าน

นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการปชป. กล่าวถึงการสัมมนาผู้สมัครส.ส.ของพรรค ว่า พรรคยึดแนวทางการต่อสู้ตามวีถีทางประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์ ไม่ให้ลูกพรรคไปพูดอะไรที่ไม่จริง เน้นย้ำทุกครั้งว่าจะพูดเฉพาะเรื่องจริง ไม่ต้องกังวลใจว่าเราจะไปใส่ร้ายป้ายสีใคร เมื่อถามว่า ล่าสุด เอแบคโพลชี้ว่าคะแนนนิยมของน.ส. ยิ่งลักษณ์ กระเตื้องขึ้น ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ลดลง นายสุเทพ กล่าวว่า คะแนนของน.ส. ยิ่งลักษณ์ อาจดีกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ แต่แพ้นายอภิสิทธิ์ เรื่องนี้ไม่มีอะไร เรียนแล้วว่าอย่าไปกังวลใจกับเรื่องโพล นักการเมืองก็ทำหน้าที่ของเราไป โพลก็มีขึ้นมีลงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ความมุ่งมั่นของเราต้องคงเดิมและเข้มข้นยิ่งขึ้น

เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุดูโพลของพรรคแล้วมั่นใจเพื่อไทยจะได้ส.ส.เกินครึ่งแน่นอน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อ ตนเชื่อมั่นในพี่น้องประชาชน ไม่เชื่อว่าคนครึ่งประเทศที่มาเลือกตั้งจะลงคะแนนให้เขา คิดว่าพี่น้องประชาชนคุ้นเคยและเข้าใจกับระบอบประชาธิปไตยมากกว่าน.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ประชาชนเข้าใจดีว่าในระบอบประชาธิปไตยกฎหมายต้องได้รับความเคารพและการ ปฏิบัติเท่าเทียมกัน แต่วิถีทางที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศออกมามันแสดงให้เห็นว่ากฎหมายบังคับเท่าเทียมกันสำหรับคนไทยทุกคน ยกเว้นพี่ชายของน.ส.ยิ่งลักษณ์

อัด’ยิ่งลักษณ์’มุ่งกำไร

นาย สุเทพ กล่าวว่า ปชป.ทำงานต่อเนื่องมา 65 ปี พวกเราถูกสอนให้เชื่อมั่นในพี่น้องประชาชน โพลอะไรก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลใจ ทุกอย่างอยู่ในใจประชาชนอยู่แล้ว วันนี้ประชาชนตัดสินใจได้ง่ายๆ คือต้องการนายกฯ ที่มีประสบการณ์มีความรู้ความสามารถ มีผลงาน มีความเด็ดเดี่ยวในการแก้ปัญหา การเลือกคนใหม่ที่ไม่เคยทำงานการเมืองมาก่อนนอกจากขึ้นเวทีคนเสื้อแดง 4-5 ครั้ง และมีความเชื่อมั่นในเรื่องเสื้อแดงแทนที่จะเชื่อมั่นในประชาชน มันก็ต่างกันอยู่แล้ว สื่อควรเก็บผลสำรวจเอาไว้บ้าง เวลาผลออกมาก็จะรู้ว่าโพลผิดเยอะ

เมื่อถามว่า ถ้าเทียบกันระหว่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ กับนายอภิสิทธิ์ ประเมินอย่างไรบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า มาถามตนคงไม่ได้ตนต้องเรียนว่านายอภิสิทธิ์ เหนือกว่าทุกประตู ทุกประการ ถ้าไปถามพี่น้องประชาชนก็จะมีคำตอบคล้ายๆ กัน นายอภิสิทธิ์ เป็นนักการเมืองอาชีพ ชีวิตวิญญาณการปฏิบัติเป็นนักการเมืองที่ทำงานมุ่งมั่นเพื่อประชาชนในแนวทาง ประชาธิปไตย ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินมาในเส้นทางเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ มุ่งประโยชน์ กำไรในทางธุรกิจ เมื่อได้โอกาสก็เข้ามาฉกฉวยโอกาสทางการเมืองเป็นครั้งคราว เป้าหมายที่จะทำงานทางการเมืองก็ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะช่วยเหลือประเทศชาติ ประชาชนรื่องอะไร แต่ระบุชัดเจนว่าจะลบ ล้างความผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะฉะนั้นประชาชนก็พิจารณาได้ว่าในขณะที่นายอภิสิทธิ์มุ่งมั่นทำงานเพื่อ ประชาชน แต่น.ส. ยิ่งลักษณ์ ตั้งเป้าที่จะช่วยพี่ชายให้พ้นความผิดเท่านั้น

ขย่มโคลนนิ่ง’ทักษิณ’

เมื่อ ถามว่าการที่ พท.และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตั้งเป้าเรื่องการนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นการทำลายระบบนิติรัฐและอำนาจตุลาการหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า มันมากกว่านั้นอีก ในระบอบประชาธิปไตยบ้านเมืองสังคมจะดำรงอยู่ได้ด้วยความสงบสุข กฎหมายต้องได้รับความเคารพ ต้องศักดิ์สิทธิ์ ถ้าคนๆ หนึ่งทำความผิดแล้วต่อมาน้องสาวขึ้นมามีอำนาจแล้วลบล้างความผิดให้ทั้งหมดก็ จะไม่สามารถทำให้กฎเกณฑ์กติกาสังคมและกฎหมายของประเทศมีความศักดิ์สิทธิ์ต่อ ไปได้

เมื่อถามว่า หากอ้างว่าประชาชนเลือกมา และ พท.กำหนดเป็นนโยบายไว้แล้ว จะนำมาตัดสินความถูกผิดได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า นี่คือเหตุผลที่ทำให้ประชาชนไม่เลือกเขา ตนมั่นใจว่าเหตุนี้จะเป็นเหตุใหญ่ที่ประชาชนไม่เลือก พท.เพราะเขาเป็นพวกไม่เคารพกฎหมายของบ้านเมือง แต่เคารพอำนาจ เขาไม่ใช่นักประชาธิปไตย อาศัยประชาธิปไตยเป็นเพียงทางเดินผ่าน

เมื่อ ถามว่ามองอย่างไรที่พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่แค่นอมินีแต่เป็นโคลนนิ่งของตัวเอง เลย นายสุเทพ กล่าวว่า โคลนถ้าเป็นภาษาไทยก็แปลอีกอย่างมันไม่ค่อยสะอาด ก็คงไม่ค่อยดี ส่วนโคลนนิ่งตนคงพูดไปตามความรู้สึกไม่ได้เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์จะเสียหายไป มากกว่านี้ เพราะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกไปอยู่ต่างประเทศเพราะหนีคดีไป ศาลพิพากษาให้จำคุกฐานโกงภาษี ขายของมีกำไรไม่เสียภาษี ทั้งที่คนขายก๋วย เตี๋ยวคนขับแท็กซี่ต้องเสียหมด ถ้าไปโคลนนิ่งแปลว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มีพฤติกรรมเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ หรือ ตนไม่กล้าตอบ

มือถือสากปากถือศีล

เมื่อ ถามว่าการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ เริ่มออก ปากชวนพรรคร่วมรัฐบาลไปร่วมงานด้วย จะกระทบต่อสัญญาใจกันหรือไม่ นายุสเทพ กล่าวว่า ตนไม่หวั่นไหวเรื่องความสัมพันธ์ที่มีกับพรรคร่วมรัฐบาล เราตั้งใจตั้งแต่ต้นว่าทั้งหมดทำเพื่อแก้ปัญหาของบ้านเมือง ตนไม่ได้ผูกมัดอะไรเพื่อนๆ ถึงเวลาเขามีสิทธิเลือกตามระบอบประชาธิปไตย ทุกคนก็ต้องฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก

เมื่อถามว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงวิสัยทัศน์ว่าจะแก้ไขไม่แก้แค้น แต่รายชื่อในปาร์ตี้ลิสต์มีแต่แกนนำคนสื้อแดง นายสุเทพ กล่าวว่า ประชาชนทั้งประเทศคงรู้สึกว่าในขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เสนอตัวแข่งขันเป็นนายกฯ ประกาศแนวทางปรองดอง แต่ในบัญชีรายชื่อทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ น.พ.เหวง โตจิราการ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนร่วมกับการก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมืองมาแล้ว ประชาชนก็คงคิดมากและสงสัย หลายคนก็คงคิดว่านี่มันมือถือสากปากถือศีลหรือเปล่า ตนเชื่อมั่นว่าพท. จำเป็นต้องนำแกนนำนปช.ไปอยู่บัญชีรายชื่อเพราะพยายามทำให้คนเหล่านี้มี เอกสิทธิ์ส.ส.เป็นเกราะคุ้มกัน ไม่ต้องถูกดำเนินคดี แต่กรรมมันมี ดูอย่างนายจุตพร อาศัยคราบเป็นส.ส.หลบอยู่ได้ตั้งนาน แต่วันนี้ก็อยู่ในคุกเรียบร้อยไปแล้ว ภาวนาว่าพวกที่ทำความผิดทั้งหลายขอให้กรรมตามทันก่อนวันประกาศเลือกตั้ง

เมื่อ ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าคนพวกนี้บอกว่าสลัดเสื้อแดงออกแล้ว แต่หลังเลือกตั้งอาจไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งแล้วก็ใส่เสื้อแดงออกมาอีก นายสุเทพ กล่าวว่า คนพวกนี้ไม่มีที่จะถอดเสื้อแดงหรือแยกตัวออกมา จากข้อมูลที่ติดตามพฤติการณ์คนเหล่านี้มา พท. กับเสื้อแดงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแยกกันไม่ได้ ยกเว้นว่าหลอกประชาชนเป็นครั้งคราว สั่งให้ถอดเสื้อแดงออกเพื่อซ่อนรูปชั่วคราวเท่านั้น แต่พฤติกรรมเป้าหมายที่ทำกับประ เทศชาติชัดเจน ซึ่งหลอกประชาชนไม่ได้

ยิ่งลักษณ์ขอพะเยายกจังหวัด

เมื่อ เวลา 10.00 น. ที่กว๊านพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัย โดยมีแกนนำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค รวมถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมด้วยผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ นายดนุพร ปุณณกันต์ ที่สลับกันขึ้นปราศรัย ประชาชนมาร่วมรับฟังหลายพันคนท่ามกลางอากาศร้อนจัด

เวลา 11.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปราศรัยเน้นถึงนโยบายของพรรค พร้อมระบุถ้า พท. เป็นรัฐบาลจะทำนโยบายให้ประชาชนหารายได้เพิ่มได้ด้วยตัวเอง ไม่คิดแต่จะกู้เงิน จะแจกเครดิตการ์ดให้เกษตรกรซื้อผลิตภัณฑ์มาลงทุน แก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง สนับสนุนพื้นที่ภาคเหนือเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว วันนี้มาขอให้ชาวพะเยาเลือก พท.ยกจังหวัด ให้ชนะถล่มทลายทั่วประเทศ ให้ทีมงาน พท.มาช่วยทำงาน และให้โอกาสผู้หญิงเข้าไปต่อสู้ในสภา 3 ก.ค.นี้ขอให้พี่น้องเสียสละเวลาไปเลือกเบอร์ 1 ทั้งพรรค ทั้งคน ความสุขของพี่น้องจะกลับคืนมา

ต่อมาเวลา 15.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อม คณะและว่าที่ผู้สมัครส.ส.พะเยา ลงพื้นที่หาเสียงในตลาดแม่ทองคำ อ.เมือง จ.พะเยา โดยมีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนต้อนรับคึกคัก

ลังเลลงหาเสียงภาคใต้

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ดีใจและชื่นใจที่ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี ในส่วนของโพลสำรวจต่างๆ ที่ระบุถึงคะแนนสูงขึ้นตามลำดับพรรคเองก็กำลังประเมินเรื่องนี้อยู่เพราะที่ ผ่านมาประชาชนไม่เคยรู้จักตน แต่ขณะนี้ก็รู้จักมากขึ้นแล้ว ส่วนในพื้นที่จ.พะเยา เชื่อว่า พท.จะชนะในทุกเขตและมั่นใจว่าได้ ส.ส.ยกทีม เพราะนโยบายของพรรคตอบโจทย์ประชาชน ส่วนแคมเปญของ ปชป.ที่ระบุว่าทำได้ตั้งแต่วันแรกตนก็อยากให้ประชาชนรับฟัง พท.และตัดสินใจว่าแคมเปญของพรรคใดที่ตอบโจทย์ได้มากกว่ากัน ส่วนตัวมั่นใจในบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในพรรค

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องแผนการหาเสียงส่วนตัวต้องการลงพื้นที่ทุกภาคของประเทศ แต่ภาคใต้จำเป็นต้องมีการหารือกันก่อน ส่วนกระแสข่าวระบุว่าพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตประธานพรรคเพื่อไทย เตรียมเป็นที่ปรึกษาให้กับพรรคความหวังใหม่ พร้อมกับส่งบุตรชายลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ ลิสต์ ตนไม่ทราบ แต่พล.อ.ชวลิต ยังให้กำลังใจและยังร่วมงานกับ พท.อยู่

ไม่แก้แค้นแต่แก้ไข

เวลา 16.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมคณะ เดินทางมาปราศรัยใหญ่ที่สนามกีฬา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ท่ามกลางประชาชนกว่า 2 หมื่นคน

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ปราศรัยย้ำว่า จะก้าวข้ามความขัดแย้งไปสู่ความสามัคคีและความปรอง ดอง และไม่คิดแก้แค้นแต่จะแก้ไข เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า และแก้ไขปัญหาให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

ร.ต.อ.เฉลิม ปราศรัยว่า ขอยืนยันว่า พท.ไม่ได้ทำเพื่อคนๆ เดียว แต่จะทำเพื่อคนที่ได้รับผลกระทำจากการปฏิวัติ ส่วนการที่กลุ่มคนเสื้อแดงไปขับไล่นายอภิสิทธิ์ อาจส่งผลให้ พท.ถูกยุบพรรคได้นั้น กรณีดังกล่าวถ้า ปชป.สั่งให้คนไปใส่เสื้อแดงและให้ไปขับไล่นายอภิสิทธิ์ หากเป็นเช่นนี้แล้วจะมายุบพรรคเราได้อย่างไร ถ้ายุบ พท.จริงๆ ตนก็พร้อมตั้งพรรคทักษิณขึ้นมาทันที ดูจากผลสำรวจภาคเหนือและภาคอีสาน พท.มีคะแนน นำ ปชป.และ ภท.ขาดลอย หากชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่มีการดึง ภท.มาร่วมรัฐบาลอย่างเด็ดขาด

ไร้เงา’มิ่งขวัญ’ร่วมปราศรัย

น.ส.ละออง ติยะไพรัช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เชียงราย เขต 7 น้องสาวนายยงยุทธ ติยะไพรัช ปราศรัยตอนหนึ่งว่า หากชาวเชียงรายอยากให้นายยงยุทธ กลับมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน คนเชียงรายจะต้องเลือก พท. ให้ได้เป็นรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น่าสังเกตว่านายมิ่ง ขวัญ แสงสุวรรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน ไม่ได้เข้าร่วมการปราศรัย หลังจากที่หลุดตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ ทั้งที่เป็นคนเชียงราย

นายสุ รสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 2 กล่าวว่า นายมิ่งขวัญไม่ได้มา จ.เชียงราย นานแล้ว ตั้งแต่พรรคเลือกเบอร์ 1 ผู้สมัครบัญชีรายชื่อก็ยังไม่เคยมาลง พื้นที่ จ.เชียงราย เลย เข้าใจว่านายมิ่งขวัญคงคิดนโยบายหาเงินเข้าประเทศอยู่

เด็จพี่โต้แม้วจัดโผผู้สมัคร

นาย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท. กล่าวถึงข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนเคาะชื่อรายชื่อผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และจัดโผรัฐมนตรีไว้ล่วงหน้า ว่า ไม่เป็นความจริง กระบวนการต่างๆ กก.บห.พรรคเป็นผู้พิจารณาแม้ พ.ต.ท.ทักษิณ และสมาชิกบ้าน 111 ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวแน่นอน แต่มีบางคนพยายามโยงเรื่องให้ พท.ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงขอเรียกร้องให้หยุดกระบวนการดังกล่าว และให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริ สุทธิ์ยุติธรรมสมานฉันท์ ให้พรรคเสียงลำดับ 1 ตั้งรัฐบาล ลำดับ 2 เป็นฝ่ายค้าน ส่วนที่ ปชป.โจมตีนโยบายแจกแท็บเล็ตให้นักเรียนชั้นประถมฯ ว่า ใช้เงินถึงแสนล้านและหากทำนโยบายนี้อาจจะสูญเสียนโยบายอื่นๆ นั้น อาจเป็นความไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแต่บิดเบือน ข้อเท็จจริงตัวเลขของโครงการดังกล่าวไม่ถึงแสนล้าน ยืนยันว่าสามารถทำนโยบายได้ตามที่พูดทุกอย่างและใช้งบไม่มาก ไม่เป็นภาระหนี้ให้กับประชาชนแน่นอน

‘วิชาญ’นำพท.ขึ้นรถไฟหาเสียง

เวลา 09.00 น. แกนนำและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พท. นำโดย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาคกรุงเทพฯ น.อ.อนุดิษฐ์ นาคร ทรรพ รองประธานภาคกรุงเทพฯ ว่าที่ผู้สมัครเขต 13 สายไหม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค ว่าที่ผู้สมัครเขต 18 (คลองสามวา) ม.ล.ณัฏฐพล เทวกุล ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 (ปทุมวัน บางรัก สาทร) นายพงษ์ พิสุทธิ์ จินตโสภณ ว่าที่ผู้สมัครเขต 3 (บาง คอแหลม ยานนาวา) นายสุรชาติ เทียนทอง ว่าที่ผู้สมัครเขต 11 (หลักสี่) และนายการุณ โหสกุล ว่าที่ผู้สมัครเขต 12 (ดอนเมือง) ลงพื้นที่หาเสียงที่สถานีรถไฟหัวลำโพง

น.อ.อนุดิษฐ์ ให้สัมภาษณ์ว่า จะบูรณาการระบบขนส่งมวลชนเพื่อให้คนกรุงได้เดินทางสะดวกและประหยัดยิ่งขึ้น โดยจะเชื่อมต่อระบบขนส่งเข้าด้วยกันให้สามารถโดยสารรถทุกระบบในราคาเพียง 20 บาท สร้างเครือข่ายรถไฟฟ้าครอบคลุมทุกพื้นที่กรุงเทพฯ ใน 10 ปี และจะสร้างรถไฟความเร็วสูงกับรถไฟรางคู่ ให้การเดินทางระหว่างจังหวัดรวดเร็วยิ่งขึ้น

จากนั้นทั้งหมดขึ้นรถไฟ เดินทางไปหาเสียงที่เขตดอนเมือง พื้นที่ลงสมัครของนาย การุณ โหสกุล เมื่อถึงสถานีดอนเมือง มีชาวบ้าน 500 คนรอต้อนรับ จากนั้นได้ขึ้นรถแห่หาเสียงในเขตดอนเมือง

ชูวิทย์แฉแอร์พอร์ตลิงก์

เวลา 09.50 น. ที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย (ร.ป.ท.) หาเสียง โดยมีนายเติมตระกูล และน.ส.ตระการตา กมลวิศิษฎ์ บุตรชายและบุตรสาว ช่วยหาเสียงด้วย บรรยากาศโดยรอบเป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีคนสัญจรไปมามากนัก มีเพียงประชาชนที่ใช้บริการ 5-6 คน

นายชูวิทย์ จุดธูปไหว้พระแก้วมรกตที่นำมาด้วย พร้อมกล่าวว่า ขอเป็นฝ่ายค้านเพื่อแฉบรรดานักการเมืองไทยทั้งหลาย จากนั้นเปิดแถลงข่าว โครงการแอร์พอร์ตลิงก์ มูลค่ากว่า 26,000 ล้านบาท มีข่าวทุจริตมาโดยตลอด วันนี้มีสภาพเสื่อมโทรม รกร้าง ไร้การดูแล จุดบริการแท็กซี่ไม่มีผู้โดยสาร ทำให้ที่นี่ไม่มีมาเฟียแท็กซี่ อ้างว้างวังเวง เป็นการลงทุนที่สูญเปล่า

ระหว่าง ที่นายชูวิทย์ เดินหาเสียง มีพ่อค้าแม่ค้ารวมทั้งกลุ่มวัยรุ่นส่งเสียงทักทายพร้อมตะโกนเรียกชื่อเสียง ดัง จากนั้นนายชูวิทย์ไปหาเสียงที่ห้างมาบุญครอง และไปต่อสยาม สแควร์

ลูก’บิ๊กจิ๋ว’เข้าสังกัดควม.

นาย ชิงชัย มงคลธรรม หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ กล่าวว่า วันที่ 23 พ.ค. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จะมากล่าวปาฐกถาให้ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรครับฟัง ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ในเวลา 09.00 น. โดยพรรคได้ไปเชิญมาให้ความรู้และปาฐกถาในฐานะที่เป็นอดีตผู้ก่อตั้งพรรค โดยจะกล่าวปาฐกถา หัวข้อ “พรรคการเมืองกับภารกิจการสถาปนาการปกครองแบบประชาธิปไตยในการเลือกตั้งท่าม กลางกระแสสูงการปฏิวัติ” ซึ่งจะมาเป็นผู้บรรยายพิเศษเท่านั้น ส่วนจะมีการเปิดใจถึงสาเหตุการลาออกจาก พท. หรือไม่ ต้องติดตามในวันดังกล่าว

นายชิงชัย กล่าวว่า ส่วนนายคฤกพล ยงใจยุทธ บุตรชาย พล.อ.ชวลิต ที่ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อกับพรรค เป็นเรื่องจริง และจะมีรายชื่ออยู่ในลำดับที่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นส.ส. ที่ พล.อ.ชวลิต ให้ลูกชายมาลงสมัครในนามของพรรคความหวังใหม่ คงต้องการให้สานต่อแนวทางการเมือง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ คนสนิทพล.อ.ชวลิต เผยว่า วันที่ 23 พ.ค. พล.อ.ชวลิต จะไปเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ให้กับพรรคความหวังใหม่ และนายเสรี สุวรรณภานนท์ หัวหน้าพรรคประชาสันติ ที่เชิญมาอย่างเป็นทางการ ส่วนพล.อ.ชวลิตจะไปสังกัดพรรคความหวังใหม่ หรือไม่ ตนไม่รู้ เพียงแต่ พล.อ.ชวลิต บอกกับตนว่าให้อยู่ พท. ทำงานกับพรรคให้เต็มที่

น้องไปค์เชียร์แม่เป็นนายกฯ

เวลา 15.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วยด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปค์ บุตรชายวัย 9 ขวบ และคณะ เข้าสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย จ.เชียงราย จากนั้นไปเดินตลาดหรือกาดหลวงเชียงราย โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าเพราะต้องการประเมินเสียงตอบรับจากประชาชน ซึ่งได้รับการตอบรับจากบรรดาแม่ค้าพ่อค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อ ของอย่างมาก ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และลูกชาย ยังขออนุญาตแม่ค้าช่วยกันทำวอฟ เฟิล โดยบอกว่าอยู่ที่บ้านทำประจำ

ผู้ สื่อข่าวถามน้องไปค์ ว่า ถ้าแม่ได้เป็นนายกฯ จะไม่มีเวลาให้จะยอมหรือไม่ น้องไปค์ ตอบว่า ให้เป็น ถ้าคุณแม่ไม่มีเวลาก็ไม่เป็นไร เพราะคุณแม่ตั้งใจมาทำงานให้ประเทศ ชาติและช่วยเหลือประชาชน น.ส. ยิ่งลักษณ์ ได้ฟังก็เข้าไปสวมกอดลูกชายด้วยความดีใจ ท่ามกลางเสียงปรบมือและโห่ร้องด้วยความยินดีของผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้น

มาร์คประเดิมหาเสียงออนไลน์

เมื่อ เวลา 20.30 น. ที่พรรคปชป. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ หัวหน้าพรรค ใส่เสื้อยืดสีขาวที่มีรูปยกนิ้วโป้ง พร้อมด้วยข้อความว่า “Like Abhisit” เดินทางมาที่พรรคเพื่อจัดรายการ “อภิสิทธิ์ Ch.10 อยากถามอภิสิทธิ์ ฮิตแชนเนลเท็น” เพื่อพูดคุยหาเสียงผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊กเป็นครั้งแรก เป็น การตอบคำถามประชาชนที่ส่งเข้ามา และจะจัดรายการนี้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.10 น. ดาวน์โหลดในแอฟลิเคชั่นของไอโฟนได้ด้วย

นายอภิสิทธิ์ตอบคำถาม เกี่ยวกับนโยบายด้านต่างๆ พร้อมระบุว่า วันที่ 23 พ.ค. พรรคจะเปิดตัวผู้สมัครส.ส.กทม. ที่เท็นอารีน่า ทองหล่อ ซอย 10 จึงขอลาภารกิจ 3 ชั่วโมง จากนั้นเวลา 15.30 น. จะมาต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง จึงขอให้ กกต.รับทราบ ไม่เช่นนั้นจะหาว่าใช้เวลาราชการไปหาเสียง

ขณะ ดำเนินรายการมีการส่งข้อความเข้ามากล่าวหามือเปื้อนเลือด ดีแต่พูด นายอภิสิทธิ์ ตอบออกอากาศว่าเป็นการพูดตาม ที่สร้างกระแส แต่ก็พิสูจน์ว่าเป็นผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ยินดีรับฟังความเห็น คนที่ต่อว่าก็น่าจะมานั่งตรงนี้จะได้พูดคุยกันได้ อยากอธิบายทำความเข้าใจกับคนที่เขียนข้อความข้างต้นให้เข้าใจถึงข้อเท็จจริง ในสิ่งที่เกิดขึ้น

นายอภิสิทธิ์กล่าวหลังการออกอากาศสด ถึงยอดผู้เข้าชมสูงถึง 1,125 คน ว่า ช่วงหัวค่ำมีผู้กดเข้ามาดูประมาณ 300 คน ทีแรกคิดว่าจะมีสัก 700 แต่ต้องยอมรับว่าดูคำถามที่พิมพ์เข้ามาไม่ทัน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า มีคนสนใจเข้ามาถามคำถามจำนวนมาก ทั้งเชียร์และต่อว่า ทำให้หน้าจอคำถามมีความเคลื่อนไหวอย่างรวด เร็วตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังมีประชาชนบางส่วนที่ไม่พอใจการเลื่อนเวลาออกอากาศจากเดิม 20.10 น. เป็นเวลา 20.30 น. ต่อว่ามาด้วยเช่นกัน

โพลปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทยชนะปชป.

วัน ที่ 22 พ.ค. สวนดุสิตโพล มรภ.สวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็น “ประชาชนกับการเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ” สำรวจจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 3,584 คน จากทุกภาคของประเทศ ระหว่างวันที่ 19-22 พ.ค. พบร้อยละ 50.07 ระบุ จะเลือกส.ส.บัญชีรายชื่อ จากคนที่ชอบ และสังกัดพรรคที่ชอบ ร้อยละ 28.18 เลือกจากพรรคที่ชอบ ร้อยละ 14.62 เลือกจากคนที่ชอบ ร้อยละ 3.59 เลือกจากนโยบาย ร้อยละ 3.54 เลือกจากผลงาน และประวัติ

พบด้วยว่า พรรคที่ประชาชนรู้ว่าจับสลากบัญชีรายชื่อได้หมายเลขใด อันดับ 1 คือ พรรคเพื่อไทย มีประชาชนรู้หมายเลข ร้อยละ 74.30 ไม่รู้ ร้อยละ 25.70 รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ ประชาชนรู้หมายเลข ร้อยละ 67.83 ไม่รู้ ร้อยละ 32.17 พรรคภูมิใจไทย ประชาชนรู้หมายเลข ร้อยละ 16.63 ไม่รู้ ร้อยละ 83.37 พรรครักประเทศไทย ประชาชนรู้หมายเลข ร้อยละ 15.43 ไม่รู้ร้อยละ 84.57 และพรรคชาติไทยพัฒนา ประชาชนรู้หมายเลข ร้อยละ 13.76 ไม่รู้ ร้อยละ 86.24 ร้อยละ 53.31 เห็นว่าการที่พรรคได้หมายเลขลำดับต้นๆ ไม่มีผลต่อการตัดสินใจ

เมื่อ ถามว่าประชาชนจะเลือกส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคใด ร้อยละ 41.22 ตอบว่า พรรค เพื่อไทย รองลงมาคือพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 36.88 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 3.88 พรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 3.20 และพรรครักประเทศไทย ร้อยละ 1.59

‘มาร์ค’เปลี่ยนรปภ.-กลัวผิดกม.

วัน ที่ 22 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะทำงาน วิตกว่าการใช้ทีมรักษาความปลอดภัย อาจจะผิดระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงมีการปรับเปลี่ยนทีมรักษาความปลอดภัย ซึ่งเดิมใช้ทหารจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) เจ้าหน้าที่จากหน่วยอากาศโยธิน สารวัตรทหารบก (สห.ทบ.) วันจันทร์ที่ 23 พ.ค.นี้ จะเปลี่ยนมาใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปราม ซึ่งเป็นหน่วยคอมมานโด และเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล เป็นหลักในการทำหน้าที่ โดยจะส่งมอบหน้าที่กันในช่วงเช้าก่อนปฏิบัติภารกิจ ส่วนทีมรักษาความปลอดภัยเดิมจาก ร.21 จะทำหน้าที่ในวันที่ 22 พ.ค. เป็นวันสุดท้าย และอยู่ระหว่างการดำเนินการส่งกลับหน่วยงานต้นสังกัด แต่อาจมีบางส่วนที่จะอยู่คอยช่วยงานบ้างแต่ไม่ใช่ตัวหลัก เช่นเดียวกับทีมรักษาความปลอดภัยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เลขาธิการพรรค ได้เปลี่ยนจากเจ้าหน้าที่ทหารมาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล จากหน่วยอรินทราชเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ภาวะผู้นำ’มาร์ค’ลด’ยิ่งลักษณ์’พุ่ง

วัน ที่ 22 พ.ค. นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพล มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดผลวิจัยเชิงสำรวจ “ภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 16-21 พ.ค. ที่ผ่านมา ความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นผู้นำด้านต่างๆ เปรียบเทียบระหว่างนายอภิสิทธิ์ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในทางสถิติ แต่หากพิจารณาเป็นค่าตัวเลขที่ค้นพบในด้านของนายอภิสิทธิ์ พบว่าลดลงเกือบทุกตัว โดยเฉพาะด้านความเป็นคนรุ่นใหม่จาก 42.8% มาอยู่ที่ 36.0%

ขณะที่ความเป็นผู้นำด้านต่างๆ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กำลังมีตัวเลขเพิ่มขึ้นในทุกด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เช่น ความอดทนอดกลั้น รู้จักควบคุมอารมณ์ จาก 9.7% มาอยู่ที่ 16.2% การได้รับการยอมรับภายในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มขึ้นจาก 11.3% มาอยู่ที่ 17.7% ด้านประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เพิ่มขึ้นจาก 9.8% มาอยู่ที่ 15.9% ด้านความเป็นผู้นำเพิ่มจาก 12.9% มาอยู่ที่ 20.4% ด้านความรู้ความสามารถเพิ่มจาก 10.9% มาอยู่ที่ 16.7% ด้านการมีวิสัยทัศน์เพิ่มขึ้นจาก 15.2% มาอยู่ที่ 21.7%

เมื่อสอบถาม ถึงความอยากเห็นการถกแถลง (ดีเบต) ระหว่างนายอภิสิทธิ์ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พบว่า ส่วนใหญ่ 59.4% อยากเห็น เพราะอยากได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ อยากได้ยินวิสัยทัศน์จากแคนดิเดตนายกฯ โดยตรง อยากดูปฏิภาณไหวพริบ ความสามารถในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ เป็นต้น ในขณะที่ 40.6% ไม่อยากเห็น

รัวอาก้ายิงหัวคะแนน’สมศักดิ์’ดับ

เวลา 21.00 น. วันที่ 22 พ.ค. ร.ต.อ.อาทิตย์ สอนทา ร้อยเวร สภ.ป่าโมก จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย เหตุเกิดบริเวณหมู่ที่ 5 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ใกล้กับ อบต.เอกราช รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยนายวิศว ศะศิสมิต ผวจ.อ่างทอง นายปัญญา คำพรเหลือ พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผกก.ภจว.อ่างทอง พ.ต.อ.ปิยะศักดิ์ ดาวฤกษ์ ผกก.สภ.ป่าโมก เจ้าหน้าที่วิทยาการ และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยวีอาร์จังหวัดอ่างทอง

ที่ เกิดเหตุพบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กจ 7364 พระนครศรีอยุธยา จอดอยู่ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าบริเวณยางหน้าด้านขวา กันชนหน้า ประตูด้านขวายาวไปจนท้ายรถ พบรอยเลือดจำนวนมากอยู่ในและนอกรถ บริเวณเกียร์พบอาวุธปืนวางอยู่ ผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือนายวิโรจน์ ดำสนิท อายุ 44 ปี นายก อบต.โผงเผง อ.ป่าโมก และนางพรเพ็ญ ดำสนิท อายุ 41 ปี ภรรยานายวิโรจน์ ทั้งคู่อยู่บ้านเลขที่ 99/1 หมู่ 5 ต.เอกราช อ.ป่าโมก แต่นายวิโรจน์ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต ส่วนนางพรเพ็ญถูกยิงเข้าที่บริเวณแขนข้างขวากระสุนฝังใน นำตัวส่งร.พ. อ่างทองเวชการ 2

นางพรเพ็ญ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนและนายวิโรจน์ไปช่วยงานศพที่วัดวิจารณ์โสภณ หมู่ 7 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ขับรถก่อนกลับถึงบ้าน 50 เมตร ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด เห็นว่าตนและสามีถูกยิง จึงโทร.แจ้งตำรวจ

ด้านพ.ต.อ.ปิยะศักดิ์ กล่าวว่า ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้าหลายนัด หัวกระสุนปืน .22 แม็กนั่ม รถของนายวิโรจน์พบรูกระสุนปืนด้านคนขับกว่า 10 นัด คนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 3 คน ซุ่มอยู่บริเวณเนินดินตรงทางเข้าบ้าน ห่างจากบ้านนาย วิโรจน์ 100 เมตร สอบสวนพยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า ได้ยินเสียงปืนดังรัวขึ้นหลายนัดจำนวน 2 ชุด และมีรถจักรยานยนต์วิ่งสวนออกไป สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องการเมือง แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นการเมืองท้องถิ่นหรือระดับชาติ

สำหรับนายวิโรจน์ เป็นคนสนิทของนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย หัวคะแนนคนสำคัญในพื้นที่อ.ป่าโมก

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s