1ปี”พฤษภาเลือด” เปิดบันทึก”คอป.” ตีแผ่”ทุ่งสังหาร” ฆ่าหมู่กลางกรุง

คอลัมน์ แฟ้มคดี

ผ่าน มาแล้ว 1 ปีเศษเหตุ การณ์ “ฆ่าหมู่” กลางกรุงเทพฯ ซึ่งทุกวันนี้รัฐบาลและหน่วยงานด้านกฎหมาย ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ กับผู้ที่สมควรรับผิดชอบต่อการตายของคนจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสื้อแดง ที่มาร่วมชุมนุม หรือประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่

อย่าว่าแต่ดำเนินการเลย แม้ใครคือ “ฆาตกร” ยังไม่แน่ชัด มีเพียงข้ออ้างเรื่อง “ชายชุดดำ” ที่ทุกวันนี้ยังควานหาตัวไม่เจอ

แต่ ที่รู้แน่ๆ คือปฏิบัติการ “ขอคืนพื้นที่” และ “กระชับพื้นที่” ตามคำสั่งของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ใช้กำลังทหารนับหมื่นนาย พร้อมกระสุนที่ยิงออกไปนับแสนนัด

พร้อมภาพถ่ายและคลิปวิดีโอมากมายที่เห็นเหตุการณ์ “ฆ่าหมู่” ในหลายๆ จุด

ด้วย ความเชื่องช้าดังกล่าวทำให้คนเสื้อแดง และญาติผู้เสียชีวิตทั้งไทยและต่างประเทศ ออกมาทวงถามวันแล้ววันเล่า แต่ก็ไม่มีคำตอบที่น่าพอใจ

รัฐบาลพยายามคลี่คลายสถานการณ์ด้วยการ ตั้งคณะกรรมการหลายชุดขึ้นมาตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนึ่งในนั้นคือคณะกรรมการอิสระตรวจสอบความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มีคณิต ณ นคร เป็นประธาน

ซึ่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาอีกหลาย ชุด แยกกันไปตรวจสอบข้อเท็จจริงด้านต่างๆ ก่อนสรุปข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้นำเสนอไปยังรัฐบาล และบางส่วนก็เผยแพร่ต่อสาธารณชน

เอกสารหนึ่งที่น่าสนใจและพูดถึงมาก ที่สุดน่าจะเป็นเอกสารของ ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ และกลุ่มมรสุมชายขอบ ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการตรวจสอบและค้นหาความ จริงเฉพาะกรณี คณะที่ 4

เอกสารดังกล่าวใช้ชื่อว่า “ข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ระหว่างวันที่ 13-20 พฤษภาคม พ.ศ.2553”

อนุกรรม การชุดนี้รับผิดชอบตรวจสอบข้อเท็จจริงระหว่างวันที่ 13-20 พฤษภาคม 2553 ค้นหาความจริงในเหตุการณ์ปะทะบริเวณบ่อนไก่-สีลม-สามเหลี่ยมดินแดง-ซอยราง น้ำและการเผาอาคารสถานที่ในกรุงเทพ มหานคร

โดย วันที่ 13 พฤษภาคม เป็นวันที่ “เสธ.แดง”พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ถูก “สไนเปอร์” ยิงตายบริเวณหน้าสวนลุมพินี และวันที่ 20 พฤษภาคม เป็นวันสุดท้ายที่เกิดเหตุนองเลือด หลังการ “กระชับพื้นที่” อย่างดุดันของทหารที่ได้รับคำสั่งจากรัฐบาล ให้เข้าจัดการผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม

เอกสารชุดนี้แยกย่อยออกเป็นหลายส่วน มีลำดับเหตุการณ์ ข้อเสนอแนะ แผนผัง ฯลฯ

หัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยคือกรณีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

และจากนี้คือเอกสารในส่วนบันทึกเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตหว่างวันที่ 13-20 พฤษภาคม 2553

“ข้อสังเกตว่าด้วยผู้ชุมนุมที่บาดเจ็บและเสียชีวิต”

1.กลุ่มผู้บาดเจ็บ

เอกสาร ที่ได้จากสถานพยาบาล มีสถิติคนเจ็บระหว่างวันที่ 13-19 พฤษภาคม พบว่ามีคนเจ็บ ที่ถูกบันทึกเอาไว้จำนวน 582 ราย เวลาที่ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลเป็นเวลาระหว่าง 12.00-18.00 น. เป็นช่วงเวลาที่มีผู้บาดเจ็บมากที่สุดถึงร้อยละ 30

เป็นที่น่าสังเกต ว่าเป็นเวลากลางวันที่ผู้บาดเจ็บน่าจะเป็น “เป้าหมาย” ที่ชัดเจนและผู้ยิงหรือสั่งการยิงสามารถ “เห็น” ได้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีแสงแดดปกติ

รองลงมาคือกลุ่มที่ถูกยิง ระหว่างหลังเที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้า กว่าร้อยละ 16 แต่กลุ่มผู้บาดเจ็บที่มากที่สุดไม่สามารถระบุเวลาแห่งอาการบาดเจ็บได้ถึง ร้อยละ 41

ในกลุ่มผู้บาดเจ็บเป็นพลเรือนถึงร้อยละ 90.2 ขณะที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจร้อยละ 7.04

กลุ่มผู้บาดเจ็บเป็นชายมากที่สุดคือร้อยละ 93.99 และเพศหญิงร้อยละ 5.84

ใน การบาดเจ็บที่ระบุอาการได้พบว่าถูกกระสุนร้อยละ 45.36 สามารถจำแนกเป็นบาดแผลที่ศีรษะร้อยละ 9.59 คอร้อยละ 2.24 ลำตัวร้อยละ 27.4 ช่วงแขนร้อยละ 22.26 ขาร้อยละ 28.77

2.กลุ่มผู้เสียชีวิตซึ่งนับ เฉพาะบริเวณบ่อนไก่พระราม 4 ร้อยละ 20 สีลม (ศาลาแดง สวนลุมพินี และราชดำริ) ร้อยละ 22 รางน้ำ ดินแดงร้อยละ 30 ราชปรารภและซอยหมอเหล็งร้อยละ 7

รวมยอดผู้เสียชีวิตในเขตดังกล่าว ระหว่าง 13-19 พฤษภาคม มีจำนวน 55 ราย กลุ่มใหญ่ที่สุดคืออายุวัยฉกรรจ์จนถึงวัยกลางคน คือระหว่าง 20-49 ปี

ในกลุ่มนี้เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ (รับจ้าง แท็กซี่ อาสาสมัครและค้าขาย) กว่าร้อยละ 61 เป็นทหารร้อยละ 6

ภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิตมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 42 รองลงมาคือกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 35 ไม่สามารถระบุได้ร้อยละ 15

ตำแหน่งบาดแผลที่มีนัยสำคัญต่อการเสียชีวิต พบว่าร้อยละ 36 เป็นบาดแผลที่ศีรษะ ช่วงอกร้อยละ 27 ช่วงลำตัวร้อยละ 12 ลำคอร้อยละ 11

สาเหตุของการเสียชีวิตได้แก่อาวุธปืนถึงร้อยละ 78 ร้อยละ 9 เสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสโลหิต

มี ข้อสังเกตว่าอัตราส่วนของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตส่วนใหญ่บาดเจ็บจากกระสุน ปืน และน่าจะพิจารณาประกอบกับการปฏิบัติการของศอฉ. ว่าเป็นไปด้วยความละมุนละม่อมหรือไม่ อย่างไร เพราะสัญญาณของความรุนแรงที่มากขึ้น น่าจะสัมพันธ์โดยตรงกับการห้ามรถกู้ชีพเข้าพื้นที่ และมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพถูกสังหาร

เอกสารของอนุกรรมการชุดที่ 4 นี้ ยังแยกย่อยข้อมูลของผู้เสียชีวิตอย่างละเอียดอีกว่า

อายุ ต่ำกว่า 19 ปี 2 ราย, ระหว่าง 20-24 ปี 8 ราย, ระหว่าง 25-29 ปี 11 ราย, ระหว่าง 30-34 ปี 8 ราย, ระหว่าง 35-39 ปี 7 ราย, ระหว่าง 40-44 ปี 7 ราย, ระหว่าง 45-49 ปี 3 ราย, ระหว่าง 50-54 ปี 1 ราย, ระหว่าง 55-59 ปี 1 ราย, ระหว่าง 60-64 ปี 1 ราย, ระหว่าง 65-69 ปี 1 ราย, มากกว่า 70 ปี ขึ้นไป 1 ราย และไม่ระบุ 4 ราย

ส่วนอาชีพแบ่งเป็นรับจ้าง 20 ราย, แท็กซี่รับจ้าง 5 ราย, อาสาสมัคร 4 ราย, ค้าขาย 3 ราย, ทหาร 3 ราย, นักเรียน 2 ราย, เกษตรกร 1 ราย, จักรยานยนต์รับจ้าง 1 ราย, ช่างภาพหนังสือพิมพ์ 1 ราย, พนักงานบริษัท 1 ราย, พนักงานโรงแรม 1 ราย, พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) 1 ราย และไม่ระบุ 5 ราย

สำหรับภูมิ ลำเนาของผู้เสียชีวิตประกอบด้วยกรุงเทพฯ 15 ราย, ศรีสะเกษ 5 ราย, สมุทรปราการ 3 ราย, กาฬสินธุ์ 2 ราย, ขอนแก่น 2 ราย, ร้อยเอ็ด 2 ราย, ยโสธร 2 ราย, สุรินทร์ 2 ราย, อุดรธานี 2 ราย, อุบลราชธานี 2 ราย, นนทบุรี 1 ราย

ชัยนาท 1 ราย, พิษณุโลก 1 ราย, ตราด 1 ราย, แพร่ 1 ราย, บุรีรัมย์ 1 ราย, หนองคาย 1 ราย, หนองบัวลำภู 1 ราย, อำนาจเจริญ 1 ราย, ต่างประเทศ (ประเทศอิตาลี) 1 ราย และไม่ระบุ 8 ราย

ตำแหน่งบาดแผลที่ถูกยิง ศีรษะ 20 ราย, ช่วงอก 15 ราย, ลำตัว 7 ราย, ลำคอ 6 ราย, แขน 2 ราย, ขา 1 ราย, เท้า ไม่มี, แผ่นหลัง (กระดูกสันหลัง) 1 ราย, ไม่มีบาดแผล 1 ราย และไม่ระบุ 3 ราย

สาเหตุ การเสียชีวิต อาวุธปืน 43 ราย, เสียโลหิตมาก/ติดเชื้อในกระแสโลหิต/ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว 5 ราย, อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด M-79 1 ราย อาวุธไรเฟิลแรงสูง 1 ราย, ขาดอากาศหายใจ (สำลักควันไฟ) 1 ราย, ไม่มีผู้รักษาก่อนเสียชีวิต 1 ราย และไม่ระบุ 3 ราย

สถานที่เกิดเหตุแบ่งเป็นรางน้ำ-ดินแดง 8 ราย, บ่อนไก่ 6 ราย, วัดปทุมวนาราม 6 ราย, สวนลุมพินี 5 ราย, ซอยรางน้ำ 4 ราย, ซอยงามดูพลี 3 ราย, สามเหลี่ยมดินแดง 3 ราย, แยกศาลาแดง 3 ราย, ราชปรารภ 2 ราย, ซอยหมอเหล็ง 2 ราย, ถนนราชดาริ 1 ราย

แยกถนนเชื้อเพลิง 1 ราย, แยกสารสิน 1 ราย, แยกพหลโยธิน 1 ราย, แยกราชประสงค์ 1 ราย, ซอยปลูกจิตต์ 1 ราย, ตึกเซ็นทรัลเวิลด์ 1 ราย, ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางรัก 1 ราย, หน้าตึก สก. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1 ราย, ใต้ทางด่วนพระราม 4 1 ราย และไม่ระบุ 3 ราย

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่อธิบายความจริงได้หลายประการ ซึ่งอนุกรรมการ คอป.ชุดนี้ได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่า

“น่าจะพิจารณาประกอบกับการปฏิบัติการของศอฉ. ว่าเป็นไปด้วยความละมุนละม่อมหรือไม่”

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s