ฟัน”ล้มเจ้า”ตู่ -ณัฐวุฒิ ธาริตจัดให้

เพิ่มข้อหา-ส่งศาล 19นปช.-สส.พท. เหยื่อโหด10เมย. บุกโวยไล่”มาร์ค” จี้ให้ขอโทษปชช.


รุดเยี่ยม – นางพรหมภัสศร (เสื้อแดง) ภรรยานายจตุพร พรหมพันธุ์ พาลูกชายวัยขวบเศษ เข้าเยี่ยมสามีที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยล่าสุดศาลอุทธรณ์ สั่งยกคำร้องขอประ กันตัว เมื่อวันที่ 20 พ.ค.

เพื่อ ไทยประกาศล่วงหน้าถ้าได้เป็นรัฐบาล เยียวยาคนตายคนเจ็บเหยื่อพ.ค.53ทันที ใช้เงินไม่ถึง 6 พันล้านซึ่งเป็นงบที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้ปราบประชาชน พร้อมกับเดินหน้าหาความจริง เอาคนผิดมาลงโทษ ไม่ว่ารัฐบาล กองทัพ คนเสื้อแดง ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่เป็นอิสระ “ธิดา”พาแกนนำนปช. เยี่ยม”จตุพร-นิสิต”ที่คุกลาดยาว เมียตู่อุ้มลูกน้อยไปเยี่ยมด้วย “มาร์ค”กลัวขึ้นมาดื้อๆทั้งทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แกนนำนปช. จับโยงแล้วถล่มจะทำให้บ้านเมืองย้อนกลับไปสู่ความขัดแย้ง เห็นชื่อแล้วจะปรองดองได้อย่างไร ท้าส่ง”ชำนิ” ดีเบต”เหลิม”เรื่องนิรโทษกรรม เจอชาวบ้านลุกขึ้นโวยต่อหน้ามาขอคะแนนประชาชนทั้งๆที่ สั่งปราบประชาชนแล้วไม่เคยขอโทษ ระหว่างไปหาเสียงนครปฐม

แกนนำนปช.เยี่ยมจตุพร-นิสิต

เมื่อ เวลา 09.00 น.วันที่ 20 พ.ค.ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กลุ่มนปช. คนเสื้อแดง นำโดยนางธิดา โตจิราการ ประธานนปช. น.พ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ พ.อ. อภิวันท์ วิริยะชัย นายสุนัย จุลพงศธร พร้อมด้วยทนายความ เข้าเยี่ยมนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิสิต สินธุไพร แกนนำนปช.ที่ถูกควบ คุมอยู่ในเรือนจำ

น.พ.เหวงกล่าวภายหลังเข้า เยี่ยมว่า นาย จตุพรไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่เป็นห่วงเรื่องคดีความที่มีอยู่ประมาณ 40 คดี การไปขึ้นศาลในคดีต่างๆ นายจตุพรต้องถูกตีตรวน อาจทำให้คนเสื้อแดงไปให้กำลังใจมากขึ้นกว่าเดิม

ผู้ สื่อข่าวถามว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีแกนนำ นปช.บางคนลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ น.พ.เหวงกล่าวว่า แกนนำที่สมัครรับเลือกตั้งทุกคนเข้าใจบทบาทหน้าที่ว่าไม่ควรขึ้นเวทีหรือ ปราศรัยใดๆ บนเวทีนปช.อย่างเด็ดขาด แต่การเข้าร่วมกิจกรรมของ นปช.ตามสิทธิของประชาชนคนหนึ่งสามารถทำได้

น.พ.เหวงกล่าวว่า งานครบรอบ 1 ปีเหตุ การณ์สลายการชุมนุม 19 พ.ค.53 ที่ราชประ สงค์เมื่อวานนี้ สะท้อนให้เห็นว่าคดีความต่างๆ ไม่มีอะไรคืบหน้าในทางที่ดี เหตุการณ์การเสียชีวิตของประชาชนทั้ง 89 ศพ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ตามขั้นตอน โดยเฉพาะคดีการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ นักข่าวญี่ปุ่น การสอบสวนยังสับสนเกี่ยวกับอาวุธที่ใช้ยิง ซึ่ง นปช.จะติดตามความคืบหน้าเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตต่อไป

เกมการเมืองหาเรื่องฟ้องม็อบ

ผู้ สื่อข่าวถามถึงกรณีกลุ่มผู้ค้าย่านราชประ สงค์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกลุ่มผู้ชุมนุม นางธิดากล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าเห็นแก่ตัวเกินไป เพราะเราได้ขอร้องไปแล้วและทำดีที่สุดแล้ว เราใช้เวทีเป็นรถ 2 คัน รถเครื่อง เสียง 2 คัน จะเห็นว่าไม่ได้ติดตั้งอะไรเลย ส่วนตัวมองว่าเป็นเกมการเมือง ถ้าผู้ค้าแยกราชประสงค์มองว่ามีความเสียหายด้านเศรษฐกิจ ทำไมถึงไม่ฟ้องคณะรัฐประหารที่ทำประเทศชาติย่ำแย่ เศรษฐกิจเสียหายเช่นกัน อยู่ในพ.ร.ก. ฉุกเฉินตั้งนานทำไมไม่ส่งเสียงอะไรเลย พ.ร.ก. ฉุกเฉินเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางมา ทำไมไม่ฟ้องว่ารัฐบาลฆ่าประชาชนทำให้ประเทศชาติไม่สงบ และอีกหลายปัจจัยที่สามารถฟ้องร้องได้ทำไมไม่ทำ เห็นได้ว่าปีที่ผ่านมาไม่เคยมีเวทีที่ราชประสงค์เลย งานที่จัดเป็นเพียงการคารวะผู้เสียชีวิต เป็นเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น จากนั้นเราก็ย้ายไปที่อนุสาวรีย์ประชา ธิปไตย ควรจะเข้าใจในส่วนนี้ด้วย ซึ่งเราทำดีที่สุดแล้ว

“กลุ่มผู้ค้าราชประสงค์ควรเข้าใจเรา ซึ่งเราทำดีที่สุดแล้ว การกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นเกมการเมือง ว่าคุณกำลังสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งอยู่หรือไม่”ประธานนปช.กล่าว

ตาย 90 ศพที่นั่นไม่รู้สึกเลยหรือ

นาง ธิดากล่าวว่า พวกเขาไม่รู้สึกอะไรเลยหรือที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 90 ศพบริเวณนั้น สิ่งที่เขาเรียกร้องคือประโยชน์ส่วนตัวของเขาชัดๆ แต่ประชาชนที่ไปชุมนุมไม่ได้เรียกร้องเพื่อตนเอง เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องให้ยุบสภาซึ่งทุกคนจะได้ผลประโยชน์ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พวกเขากลุ่มผู้ค้าตีความคำว่า “ประชาธิปไตยต้องไม่ล่วงละเมิดผู้อื่น” อย่างเข้าข้างตัวเอง และถือว่ายังไม่เข้าใจการเมือง โดยเฉพาะการเมืองภาคประชาชน

“เขาจะ อยู่ได้อย่างไรถ้าคนในชาติไม่พอใจและไม่มีความเป็นธรรม เขาจะค้าขายได้อย่าง ไร ประเทศไม่ได้อยู่ได้เพราะมีนายทุนเพียงไม่กี่คน ประเทศอยู่ด้วยคนส่วนใหญ่ที่สร้างประเทศขึ้นมา เขาคิดเป็นบ้างหรือเปล่า เราไม่ได้เรียกร้องเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ฝากบอกให้คิดให้ดี ถ้าไม่มีแกนนำ มวลชนเดินงานกันเองจะเกิดอะไรดีขึ้น”ประธานนปช.กล่าว

นางธิดากล่าว ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.ต่อไปว่า ต้องขึ้นกับมวลชน หากจัดชุมนุมแล้วเชิญมาเราก็จะไป เพราะเคารพในมวลชนคนเสื้อแดง แต่ที่แกนนำจัดเองยังไม่มีโปรแกรมซึ่งอาจจะมีเสวนาหรือจัดในโรงเรียน นปช.

คนฆ่าปชช.คืออุปสรรคปรองดอง

ด้าน นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช. ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าว ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ จุดประเด็นไม่เชื่อมั่นทีมปรองดองของเพื่อไทยที่มีแกนนำนปช.ร่วมด้วยจำนวน มาก ว่า ยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่เป็นอุปสรรคต่อการปรองดอง แต่อุปสรรคที่แท้จริงคือมีการฆ่าประชาชนเสียชีวิตถึง 90 กว่าศพ และยังไม่มีใครออกมารับผิดชอบ นี่คืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งจะต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ และหากเทียบความผิดระหว่างพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เซ็นชื่ออนุญาตให้ภรรยาซื้อที่ดิน กับคนที่สั่งฆ่าประมาณ 90 กว่าศพ ก็รู้กันว่าเป็นอย่างไร ทุกวันนี้คนไม่ได้กังวลว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะกลับประเทศ แต่กังวลว่าฆาตกรฆ่าคนตายจะหนีคดีมากกว่า

3 เสื้อแดงพ้นคุกหลังติด 1 ปี

ต่อ มาเวลาประมาณ 10.00 น.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปล่อยตัวคนเสื้อแดงที่ครบกำหนดคุมขัง จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายปรีชา มะละรัตน์ อายุ 34 ปี, นายเสถียร ศรีชมพู อายุ 51 ปี และนายวิโรจน์ โตงามรักษ์ อายุ 21 ปี โดยผู้ต้องขังทั้ง 3 รายนี้ถูกดำเนินคดีข้อหาละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคดีลักทรัพย์ ถูกจับเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 ทั้งนี้ ระหว่างปล่อยตัวมีคนเสื้อแดงเข้ามาให้กำลังใจ จำนวนมาก

นายปรีชา มะละรัตน์ เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพ ขับรถแท็กซี่ ก่อนถูกจับเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ขับรถแท็กซี่เข้าไปรอรับผู้โดยสารบริเวณราชประ สงค์ วันนั้นทราบว่ารัฐบาลสั่งให้ทหารกระชับพื้นที่ และสั่งตั้งด่านปิดล้อมคนเสื้อแดงที่ชุมนุมอยู่ ทำให้ตนไม่สามารถขับรถหนีออกได้ จนกระทั่งบ่ายได้ยินบนเวทีประกาศยุติการชุมนุม หลังจากนั้นในพื้นที่ก็เริ่มยิงกันและปาระเบิดตลอดเวลา และได้ยินเสียงประกาศว่าให้ผู้ชุมนุมเข้าไปหลบภัยอยู่ในวัดปทุมวนาราม ซึ่งทางวัดจัดเป็นพื้นที่อภัยทาน ตนคิดว่าน่าจะปลอดภัยที่สุดจึงเข้าไปหลบพร้อมกับคนเสื้อแดงจำนวนมากตอนนั้น เวลาประมาณหกโมงเย็น

แฉเหตุการณ์ยิงคนตายในวัด

นายปรีชา กล่าวต่อว่า ขณะหลบภัยเห็น คนเสื้อแดงกระจายอยู่ตามจุดต่างๆภายในวัด แบบไม่ได้ระมัดระวังตัวอะไรมากนัก เพราะ คิดว่าคงไม่มีใครกล้าทำอะไรในเขตอภัยทาน ระหว่างนั้นได้ยินเสียงปืนดังบริเวณหน้าวัด และมองออกไปเห็นคนเสื้อแดงล้มฟุบลงที่พื้น 2 คน เลือดท่วมตัว แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย มาทราบภายหลังว่าทั้งสองเสียชีวิตจากการถูกยิง และช่วงที่อยู่ในวัดไม่เห็นชายชุดดำ มีแต่ผู้ชุมนุมเสื้อแดง บางคนก็เสื้อธรรมดา ไม่มีอาวุธกันเลย ตลอดทั้งคืนวันนั้นมีเสียงปืนดังตลอด จนกระทั่งเช้าวันที่ 20 พ.ค.มีตำรวจมารับกลับบ้าน แต่ตนไม่มั่นใจกลัวถูกหลอกและเห็นคนตายในวัด จึงหนีเข้าไปหลบอยู่หลังวัด ก่อนที่ทหารจะเข้าเคลียร์พื้นที่ในวัดและพบตนจึงนำตัวออกมานั่งรวมกับคน อื่นๆ ที่ถูกจับ แล้วแจ้งข้อหาละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่งเข้าเรือนจำเป็นเวลา 1 ปี จนครบกำหนดวันนี้ ส่วนการเรียกร้องความเป็นธรรมนั้น ขอปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน คงต้องต่อสู้แน่นอน

เมียอุ้มลูกน้อยเยี่ยม”ตู่”

ต่อ มาเวลา 13.45 น.นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำนปช. และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และภรรยาเข้าเยี่ยมนายจตุพร เพื่อปรึกษาเรื่องคดี และนัดหมายเรื่องที่นายจตุพรจะไปขึ้นศาลไต่สวนในวันที่ 23 พ.ค.นี้

นอกจากนี้นางพรหมภัสศร พรหมพันธุ์ ภรรยาของนายจตุพรในชุดเสื้อเชิ้ตสีแดงสดอุ้มลูกชายวัยขวบเศษมาเยี่ยมนายจตุพรด้วย

พท.เป็นรัฐบาลเยียวยาทันที

นาย ณัฐวุฒิ กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ระบุหากได้เป็นรัฐบาลจะเร่งสร้างความปรองดอง เยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พูดอยู่เสมอว่าจะให้ความเป็นธรรมตามหลักนิติธรรมกับผู้เสีย ชีวิตและบาดเจ็บทั้งหลาย เป็นธรรมดาของรัฐบาลที่เข้ามาใหม่จะต้องเร่งดำเนินการ เพราะรัฐบาล ที่เป็นผู้ก่อเหตุย่อมปฏิเสธความรับผิดชอบอยู่แล้ว จะดำเนินการทันทีเมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เร่งเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยไม่จำเป็นต้องให้ญาติของบุคคลเหล่านี้มาเรียกร้อง

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เราเชื่อว่ายอดงบประมาณที่จะใช้เยียวยาทั้งหมดจะน้อยกว่างบประมาณที่รัฐบาล ใช้ในการก่อเหตุปราบปรามประชาชนที่ใช้ไปกว่า 6,000 ล้านบาท จนทำ ให้ประชาชนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก และข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดจะต้องเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ เพราะธรรมชาติของผู้มีอำนาจจะปกปิดเรื่องราวและข้อเท็จจริงทั้งหมดตราบที่ ยังอยู่ในอำนาจ นอกจากนี้จะต้องทำให้กระบวนการยุติธรรมมีอิสระ ใครที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จะต้องได้รับการพิสูจน์ว่ามีส่วนในการกระทำผิด ส่วนไหน อย่างไร

หาคนผิดอย่างอิสระยุติธรรม

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดที่ผ่านมา กองทัพ หรือคนเสื้อแดง หากกระบวนการยุติธรรมที่มีอิสระพิสูจน์ได้ว่าเป็น ผู้กระทำความผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีไปตามกระบวนการยุติธรรม ตรงนี้ถือเป็นการแก้ไขที่ไม่ใช่การแก้แค้น เนื่องจากวันนี้กระบวนการยุติธรรมไม่ได้เป็นอิสระ และปราศจากหลักนิติธรรม เป็นกระบวนการยุติธรรมที่เป็นไปตามความต้องการของผู้มีอำนาจ ดังนั้น หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทยได้ตั้งรัฐบาล กระบวนการยุติธรรมต้องไม่เป็นไปตามความต้องการของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ ต้องเป็นกระบวนการยุติธรรมที่เป็นอิสระ และค้นหาผู้กระทำความผิดตัวจริงได้

นาย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยต้องการเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบทุกคนอย่างเพียงพอและเหมาะสม ซึ่งทันทีที่ได้เป็นรัฐบาลจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมๆ กับการสร้างหลักนิติธรรม เพราะวันนี้สิ่งที่ผู้เสียหาย ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทุกรายต้องการคือการค้นหาตัว ผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ซึ่งทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง จุดนี้พรรคเพื่อไทยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะผู้สั่งการคือฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มี อำนาจ ผู้มีอำนาจสั่งการก็คือฝ่ายการเมือง ซึ่งเป็นรัฐบาล ที่จะต้องเข้ามารับผิดชอบการกระทำทั้งหมด

ตร.ชี้ชุมนุม 19 พ.ค.เรียบร้อยดี

พล.ต.ต. กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้งแต่อย่างใด

จัดงานวันที่ 10 กับ 19 ทุกเดือน

นาย นที สรวารี นายกสมาคมสร้างสรรค์อิสรชน แกนนำกลุ่มอาทิตย์ซาบซึ้ง กล่าวถึงงานรำลึกครบรอบ 1 ปีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง ว่า เมื่อวานนี้มีมวลชนคนเสื้อแดงเดินทางมาร่วมงานรำลึกจำนวนมากทั้งที่ราช ประสงค์ และสวนลุมพินี ที่ตนนำสมาชิกไปจัดงานรำลึกให้กับพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง อย่างไรก็ตามหลังจากนี้การเคลื่อนไหวต่างๆ ของคนเสื้อแดงในการเรียกร้องประชาธิปไตย และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตกว่า 90 ศพ ผู้บาดเจ็บอีกกว่า 2,000 รายยังคงเดินหน้าต่อไป แต่รูปแบบการเคลื่อนไหวคงต้องปรับเปลี่ยนไป เนื่องจากแกนนำ นปช.บางส่วนติดเงื่อนไขการเลือกตั้ง ห้ามขึ้นเวทีปราศรัยเด็ดขาด รวมทั้งจะออกรณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากๆ

นายนที กล่าวต่อว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงหลังจากนี้ยังเป็นไปตามกำหนดเดิม โดยชุมนุมเดือนละ 2 ครั้ง คือ วันที่ 10 และ 19 ของทุกเดือน เพื่อร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์การต่อสู้ของประชาชน เนื่องจากตลอด 1 ปีที่ผ่านมายังไม่มีคำตอบใดๆ จากรัฐบาลชุดนี้ จึงจำเป็นต้องเคลื่อนไหวเพื่อตอกย้ำ ไม่อย่างนั้นคนจะลืม และให้สังคมรับทราบว่าเหตุการณ์ 1 ปีที่ผ่านมาพวกเรายังไม่ได้คำตอบ พร้อมทั้งย้ำเตือนไปยังฝ่ายการเมืองเพื่อให้รับรู้รับทราบว่าฝ่ายเสื้อแดง ยังเรียกร้องความเป็นธรรมอยู่ นอกจากคนตายคนเจ็บแล้วยังเรียกร้องให้กับ ผู้ถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรมในตอนนี้กว่า 100 คนทั่วประเทศ

นายนที กล่าวอีกว่า วันที่ 22 พ.ค.นี้เวลา 17.00-22.30 น. กลุ่มนีโอ 2475 ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่ นัดรวมตัวหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ งามวงศ์วาน เพื่อจัดกิจกรรม “ปูเสื่อกินข้าวแดงหน้าคุก” ให้กำลังใจนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ที่จะครบกำหนด 3 เดือนการถูกคุมขัง และวันที่ 28 พ.ค.จัดกิจกรรมรับขวัญคนเสื้อแดงที่พ้นโทษ บริเวณชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว

มาร์คกลัวดื้อๆทักษิณ-ปู-นปช.

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายก รัฐมนตรี กล่าวระหว่างหาเสียงที่ จ.กาญจนบุรี ตอนหนึ่งว่า มีประเด็นใหม่ที่พรรคเพื่อไทย โดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายปลอดประสพ สุรัสวดี และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บอกว่านโยบายสำคัญของเพื่อไทยคือการนิรโทษกรรมพาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน ตนไม่เถียงว่าการล้างความผิดคนดีหรือไม่ แต่เวลาที่จุดประเด็นนี้บ้านเมืองวุ่นวายหรือไม่ ตนตั้งใจยุบสภาเพื่อให้การเมืองเป็นเรื่องของประชาชน ไม่อยากให้กลับไปเป็นเรื่องทักษิณไม่ทักษิณ ล้างหรือไม่ล้างความผิด ให้กลับไปวุ่นวายเหมือน ปี 2551 จนทำอะไรไม่ได้ ทั้งนี้ ประชาธิปัตย์ไม่ใช่ไม่ปรองดอง 2 ปีที่ผ่านมาตนทำงานด้วยความอดทน ไม่คิดทำร้ายใคร แต่หลายปัญหาลุกลามบานปลายต้องรักษากฎหมาย และเมื่อเกิดเหตุขึ้นเรียกร้องความปรองดองก็เอาคน กลางเข้ามา เขาบอกให้เยียวยาเราก็ทำ เรื่องสิทธิประกันตัวเราก็ทำ เอาคนกลางไม่มีส่วนได้เสียมาเดินปรองดองก็เดินได้ แต่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียมาทำปรองดองวุ่นแน่

“ผมไม่รู้จักคุณยิ่ง ลักษณ์เป็นการส่วนตัว เขาอาจตั้งใจมาปรองดอง แต่ผมกลัวทีมปรองดองของคุณยิ่งลักษณ์ เพราะผมอ่านรายชื่อบัญชีรายชื่อส.ส.ของเพื่อไทย ผมเห็นแล้วผมกลัว 1.นายจตุพร พรหมพันธุ์ 2.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 3.น.พ.เหวง โตจิราการ และยังมีนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ที่ขาดคุณสมบัติก็นำชื่อภรรยามาใส่ พี่น้องคิดแล้วกันว่าทีมอย่างนี้มาทำงานปรองดองจะได้หรือไม่ พี่น้องเสียเวลา ประเทศเสียเวลามามากแล้ว ต้องเอาปัญหาของพี่น้องมาคุยกัน ถ้าพรรคเพื่อไทยมาพร้อมทีมปรองดองของคุณยิ่งลักษณ์ หลายคนในประเทศคงมีปัญหาแน่ และปัญหาของประเทศก็จะวุ่นวายอีก” นายอภิสิทธิ์กล่าว

มาต่อนครปฐมยังใช้มุขเดิม

เวลา 14.00 น.นายอภิสิทธิ์ไปช่วยผู้สมัครหาเสียงที่จ.นครปฐม ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยชั้นสูงสุด โดยเข้านมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิง จากนั้นมาพบปะชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนวัดไร่ขิง ซึ่งก่อนหน้าที่นายอภิสิทธิ์จะมาถึงบริเวณวัดไร่ขิงมีคนเสื้อแดงประมาณ 50 คน พร้อมรถเครื่องขยายเสียง ตีนตบ มาปักหลักชุมนุมเตรียมขับไล่ แต่ตำรวจขอความร่วมมือเพื่อความสงบเรียบร้อยของการเลือกตั้ง กลุ่มคนเสื้อแดงจึงย้ายไปบริเวณด้านหน้าทางเข้าวัดไร่ขิง เปิดเพลง คนเสื้อแดงตลอดเวลาที่นายอภิสิทธิ์หาเสียง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า เพื่อไทยบอกว่าจะปรองดอง แต่ตนเห็นว่ามีแต่ทะเลาะกัน สำหรับประชาธิปัตย์ไม่มีเรื่องนี้ งานปรองดองควรทำโดยคนกลาง ถ้าบอกว่า ปรองดองด้วยการล้างผิดก็จะไม่มีทางปรองดอง เพื่อไทยบอกว่าผู้สมัครเป็นนายกฯ เป็นคนนิ่มนวล คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนไม่รู้จักน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ห่วงทีมของน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดย เฉพาะทีมที่ชอบพูดเรื่องเกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ตนกลัวทีมปรองดองจริงๆ ไม่ว่านายจตุพร นายณัฐวุฒิ น.พ.เหวง ภรรยานายอริสมันต์ ไม่แน่ใจว่าทีมปรองดองนี้จะปรองดองกับใคร เรื่องอะไร

ชาวบ้านโวยเรียนฟรีไม่จริง

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์ปราศรัยเสร็จเปิดโอกาสให้ซักถาม มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งลุกขึ้นกล่าวทันทีว่า ไม่เชื่อคำพูดของนายอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะเรื่องเรียนฟรี เงินค่าซื้อชุดนักเรียน 360 บาท ซื้อชุดนักเรียนได้ไม่ครบ

เหยื่อ 10 เมย.ซัดไม่เคยรับผิด

นา งมนัชยา สิริพงษ์ อายุ 44 ปี ผู้ได้รับผลกะทบจากการขอพื้นที่คืนของรัฐบาลลุกขึ้นยืนตะโกนเสียงดัง ท่ามกลางกลุ่มรปภ.นายกฯที่พยายามเข้ามาดึงตัวออกไป ว่า “พวกเราตกเป็นเหยื่อของการกระชับพื้นที่ เราทุกข์ทรมานมาตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.2553 แล้วคุณรู้สึกอย่างไรกับประชาชนที่ล้มตาย และคนที่ได้รับบาดเจ็บ พวกเรามีหลักฐาน” เมื่อพูดถึงตรงนี้นางมนัชยาชูเอกสารสำเนาใบแจ้งความของสำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ จากนั้นตะโกนต่อว่า “นายกฯไม่เคยรับผิดชอบหรือเยียวยาอะไร นายกฯไม่รับผิดชอบเหยื่อที่ได้รับผลกระทบทั้งจากการปะทะ การยิงด้วยกระสุน หรือแก๊ส น้ำตา”

ระหว่างนั้นกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ 3-4 คน เดินไปหานางมนัชยา แล้วโห่ไล่ นายอภิสิทธิ์ พูดผ่านไมโครโฟนว่า “ไม่เป็นไร อย่าไปทำอะไร” และเชิญนางมนัชยามาพูดคุยที่ด้านหน้า นางนนัชยา กล่าวว่า พวกตนไม่ต้องการมาก่อกวนอะไร แต่อยากมาขอความเป็นธรรม และความจริงใจจากรัฐบาล

ไม่เคยขอโทษประชาชน

นายอภิสิทธิ์ พยายามชี้แจงถึงเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. ว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เกิดขึ้น เราเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ที่สำคัญมันมีการไปปิดล้อม รัฐบาลเอง ก็พยายามดำเนินการโดยตั้งกรรมการซึ่งเป็นคนกลางเข้ามา และเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาพบและพูดคุยกันเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุก ฝ่าย

นางมนัชยา กล่าวว่า เราเป็นเหยื่อของการกระชับพื้นที่ วันที่ 10 เม.ย. เราทุกข์ทรมานใจ เรื่องการยิงแก๊สน้ำตา การยิงลูกกระสุนเข้ามาหาประชาชน ถามว่าถ้าลูกกระสุนเหล่านี้ไปโดนครอบครัวของคุณบ้างจะเป็นอย่างไร คุณมาขอคะแนนเสียงจากประชาชน แต่พวกคุณยังไม่เคยขอโทษกับความรู้สึกของประชาชนที่สูญเสียและได้รับผลกระทบ จากการกระชับพื้นที่ เราพยายามไปพบหลายครั้งแต่ก็ไม่อนุญาตให้เราพบ จนถึงวันนี้เราไม่เชื่อใจ ไม่มั่นใจพวกคุณ”

รีบลุกให้รปภ.พาขึ้นรถกลับ

นาย อภิสิทธิ์ โต้กลับว่า เหตุการณ์บานปลายเพราะมีการยิงเอ็ม-79 เข้าไป จนกระทั่งทหารเสียชีวิต นางมนัชยา กล่าวว่า ตนไม่ทราบ นายอภิสิทธิ์จึงพยายามขอเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่นางมนัชยามี แต่นางมนัชยาไม่ให้ โดยให้เหตุผลว่าไม่ให้เพราะไม่เชื่อใจ

จากนั้น ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันระยะหนึ่ง โดยใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 10 นาที นายอภิสิทธิ์จึงลุกขึ้น โดยมีทีมรปภ.เข้ามาล้อมพานายอภิสิทธิ์ขึ้นรถเดินทางกลับทันที

ท้าส่ง”ชำนิ”ดีเบต”เหลิม”

ขณะ ที่น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พูดหลายครั้งในการใช้แนวทางด้านกฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้น การที่ร.ต.อ.เฉลิมออกมาท้าพรรคประชาธิปัตย์ดีเบตเรื่องนี้ ถือเป็นสิ่งที่ร.ต.อ.เฉลิมมีความพร้อมที่จะดำเนินการในสิ่งนี้ การดำเนินการล้างผิดทางการเมืองจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อไม่ให้นำไปสู่ความ ขัดแย้งวุ่นวายเหมือนยุคนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่พยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ แนวทางที่พรรคเพื่อไทยเสนอทั้งผ่านร.ต.อ.เฉลิมและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดูเหมือนจะสอดรับกับการจัดอันดับผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยที่มี แกนนำคนเสื้อแดงเข้ามาผนวก

น.พ.บุรณัชย์กล่าวอีกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรับทราบแนวทางและ รายละเอียดของพรรคเพื่อไทยในการเริ่มต้นแนวทางล้างผิดว่าเป็นอย่างไร เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิมเสนอมาเช่นนี้ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมรับข้อเสนอ เพราะพรรคชัดเจนว่าการสร้างแนวทางปรองดองควรขับเคลื่อนโดยบุคคลที่ไม่มีส่วน สร้างความเสียหาย ดำเนินการโดยคนกลาง ประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการตามแนวทางคณะกรรมการสมานฉันท์อย่างต่อเนื่อง และชัดเจนว่านายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ กก.บห. พรรค มีส่วนร่วมในคณะกรรมการที่เคยเจรจาทางการเมือง และนายชำนิยินดีดีเบตกับร.ต.อ. เฉลิม ส่วนวันเวลาสถานที่อยู่ที่ร.ต.อ.เฉลิม หรือสื่อมวลชนจะระบุ

ปรองดองต้องทำแบบปชป.

ด้านนายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นโยบายปรองดองของนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ หลักการคือคนที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ผู้ชุมนุม เป็นแกนนำชุมนุม หรือทำให้คนบาดเจ็บเผาบ้านเผาเมือง ไม่ควรมีส่วนร่วมในการปรองดอง การปรองดองน่าจะหาคนกลางมากกว่า ก็ให้รอดูทีมปรองดองของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่พรรคเพื่อไทยเสนอแกนนำคนเสื้อแดงมาเป็นผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อ ขอตั้งคำถามว่าเป็นทีมที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ตั้งไว้มาปรองดองกับสังคมไทยและคน ไทยหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ น.พ.เหวง โตจิราการ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นายชินวัฒน์ หาบุญพาด น.ส. ขัตติยา สวัสดิผล พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย นายสุนัย จุลพงศธร นายวิเชียร ขาวขำ เป็นต้น ตนเห็นว่าต่อไปนี้ต้องเลิกฟังว่าพรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดง และเป็นคนละพวกเดียวกันได้แล้ว

ผู้ประกอบการฟ้องรัฐบาล-ม็อบ

วัน เดียวกันเวลา 10.30 น.บริเวณสะพานลอยกลางสี่แยกราชประสงค์ นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจย่านราชประสงค์ และตัวแทนเครือข่ายประชาธิปไตยไม่ละเมิด แถลงว่า ขณะนี้ทางสมาคมและ เครือข่ายอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้เตรียมเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องรัฐบาล และแกนนำเสื้อแดง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากผลกระทบการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้ปิดเส้นทางการจราจรเพื่อตั้งเวทีปราศรัย ส่งผลให้รถประจำทางต้องเปลี่ยนเส้นทาง สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนหลายแสนคน อีกทั้งผู้ประ กอบการบริษัทห้างร้านโดยรอบต้องปิดทำการก่อนเวลา ส่งผลให้พนักงานกว่า 1,000 คนต้องหยุดทำงาน ขณะเดียวกันความเสียหายที่ประเมินเบื้องต้นได้ขณะนี้ของกลุ่มธุรกิจโรงแรม ที่อยู่บริเวณโดยรอบราชประสงค์ ซึ่งลูกค้ายกเลิกการเข้าพักถึง 1,100 ห้อง เป็นเงิน 7-8 ล้านบาท ในจำนวนนี้ยังไม่รวมความเสียหายที่เกิดจากการถูกยกเลิกการจัดกิจกรรมต่างๆ ของห้างสรรพสินค้า ตลอดจนความเสียหายจากการปิดให้บริการก่อนเวลาของห้างต่างๆ ด้วย

ธาริตจัดให้เพิ่มคดีนปช.

ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงภายหลังประชุมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งรัฐ และล่วงละเมิดสถาบัน ว่า ที่ประชุมพิจารณา 2 เรื่องสำคัญคือ กรณีที่บช.น.ประสานดีเอสไอตรวจสอบวิทยุชุมชน 6 แห่ง ที่นำคำปราศรัยเข้าข่ายล่วงละเมิดสถาบันของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. และพวก เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ไปเผยแพร่ซ้ำ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลของตำรวจและทหารพบว่ามีวิทยุชุมชนที่กระทำผิดลักษณะ เดียวกันถึง 21 แห่ง ดีเอสไอพิจารณารายละเอียดแล้วเห็นว่าคดี มีมูลจึงรับคดีดังกล่าวไว้พิจารณา โดยจะแยกสำนวนการสอบสวนจากคดีของนายจตุพรและพวก เนื่องจากลักษณะการกระทำความผิดแตกต่างกัน เพราะเป็นการนำเทปคำปราศรัยไปเผยแพร่ซ้ำหลายครั้ง รวมถึงสถานที่ที่กระทำความผิดแตกต่างกันหลายแห่ง

นายธาริตกล่าวต่อ ว่า ดีเอสไอยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อสถานีวิทยุชุมชนดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบกับการออกหมายจับ ส่วนการดำเนินคดีกับนายจตุพรและพวกคดีความผิดกระทบความมั่นคงแห่งรัฐ จากการพิจารณาคดีพบว่ามีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับการกระทำความผิดเมื่อ ปี 2553 กระทั่งถึงวันที่ 10 เม.ย. โดยพบว่ากลุ่มคนดังกล่าวทำงานลักษณะเป็นเครือข่าย แบ่งหน้าที่เป็นตัวการร่วม และผู้สนับสนุน ทำแผ่นพับ ทำเว็บไซต์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นฐานความผิดในคดีล้มเจ้า และเป็นความผิดคู่ขนานกับความผิดฐานก่อการร้าย ซึ่งเกี่ยวพันกับบุคคลกลุ่มเดียวกัน ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าวเป็นกลุ่มเดียวกับแผนผังที่หน่วยงานความมั่นคงระบุไว้ ก่อนหน้านี้ โดยเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา นายจตุพรไม่ได้กระทำความผิดเพียงคนเดียว แต่แบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน แต่ข้อเท็จจริงมีผู้เกี่ยวข้องที่ไม่ได้เป็นความผิดตามมาตรา 83 ในฐานะ ตัวการแต่ถือเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 86 และมีความผิดตามมาตรา 116 และ 112

ฟัน19คน-ส่งศาล-ค้านประกัน

อธิบดี ดีเอสไอกล่าวอีกว่า จากพฤติการณ์ดังกล่าวพนักงานสอบสวนเห็นว่าเพียงพอต่อการแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 19 คน จากเดิม 18 คน โดยเพิ่มนายพายัพ ปั้นเกตุ อีกหนึ่งคน ซึ่งรายชื่อของกลุ่มคนดังกล่าวอยู่ในแผนผังของหน่วยงานความมั่นคงที่ได้ร้อง ทุกข์กล่าวโทษขอให้ดีเอสไอดำเนินคดี ทุกครั้งเมื่อมีการขึ้นปราศรัยบนเวทีจะพูดปราศรัยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน และรอให้มีการชุมนุม ซึ่งการพิจารณาคดีของดีเอสไอจะดูทั้งองคาพยพ ดังนั้น วันที่ 23 พ.ค.นี้ ดีเอสไอจะออกหมายเรียกทั้ง 19 คนมารับทราบข้อกล่าวหา โดยแจ้งหมายทางไปรษณีย์ให้รับทราบ จากนั้นจะให้เวลาประมาณ 10 วัน ส่วนนายจตุพรและนายนิสิต พนักงานสอบสวนจะไปแจ้งข้อกล่าวหาในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยวันที่ 2 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ดีเอสไอนัดผู้ต้องหาทั้ง 19 คนให้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาพร้อม กันทั้งหมด และจะส่งตัวไปยังศาลอาญาเพื่อขออำนาจศาลฝากขังทันที ส่วนศาลจะให้ประกันตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล และหากผู้ต้องหาไม่มาตามหมายเรียก ดีเอสไอจะขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป

ธิดา-ณัฐวุฒิ-ก่อแก้วโดนหมด

สำหรับ 19 แกนนำนปช.และผู้สมัครส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่ถูกดีเอสไอออกหมายเรียกคดีล้มเจ้าครั้งนี้ ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์, น.พ.เหวง โตจิราการ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นางธิดา โตจิราการ, นายการุณ โหสกุล, นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายชินวัฒน์ หาบุญพาด, นายวิเชียร ขาวขำ, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา, นายนิสิต สินธุไพร, จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ, นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, นายสมชาย หรือพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ และนายพายัพ ปั้นเกตุ ที่ถูกเพิ่มชื่อเข้ามาล่าสุด

ศาลอุทธรณ์ยก”ตู่”ขอประกัน

วัน เดียวกัน ศาลอาญาอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอประกันตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ จำเลยที่ 2 คดีร่วมกันก่อการร้าย หลังทนายยื่นอุทธรณ์ขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวกับที่ศาลชั้นต้นให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวว่าเป็น คำสั่งที่ไม่ชอบนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาคดียังไม่เสร็จการพิจารณา จึงห้ามไม่ให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นจนกว่าคดีจะมีคำพิพากษา หรือคำสั่งในประเด็นสำคัญ และมีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นด้วย ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัย

ส่วนที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวกับการที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้ง เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2554 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต การกระทำของจำเลยที่ 2 ที่ปรากฏในสำนวนมีการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลและสถาบันต่างๆ ด้วยถ้อยคำรุนแรง อันมีลักษณะส่อไปในทางก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองได้ จึงมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยที่ 2 ระหว่างพิจารณาแล้ว จำเลยที่ 2 จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ดังที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุอันสมควรจะให้ปล่อยชั่ว คราว คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย จึงให้ยกคำร้อง

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s