โลกถามไทย

การถอนประกันนาย จตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิสิต สินธุไพร แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ่วงความผิดคดีก่อการร้ายที่เป็นภัยต่อความมั่นคงเข้าไปด้วย ทำให้โทษมีความรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต จึงไม่แปลกที่ศาลจะไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

แต่ยังมีผู้ถูกกล่าวหาและถูกคุมขังในข้อหาหมิ่นสถาบันตามมาตรา 112 อีกหลายคน ซึ่งมีทั้งนักวิชาการ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป จนมีการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามในหลายกรณีว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันทางการ เมืองหรือถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือของรัฐในการข่มขู่ประชาชนหรือไม่ และควรจะให้บุคคลทั่วไปยังมีอำนาจกล่าวโทษได้หรือไม่

อย่างที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกำลังตรวจสอบและหาข้อมูลข้อเท็จจริง ต่างๆ เพราะมีความเห็นว่าการประกันตัวชั่วคราวน่าจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ ถูกกล่าวหา

โดยเฉพาะกรณีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการนิตยสารเรด พาวเวอร์ ที่ถูกจับกุมและคุมขังตามมาตรา 112 และล่าสุดนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ถูกกองทัพบกยื่นฟ้องในคดีเดียวกัน ทำให้นักการเมือง นักวิชาการ และนักสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ได้เรียกร้องและยื่นหนังสือให้รัฐบาลไทยปล่อยตัว เช่น ส.ส. ฝ่ายค้านมาเลเซีย สหภาพแรงงาน และองค์กรสิทธิมนุษยชนของมาเลเซีย

ขณะที่นักวิชาการจากออสเตรเลียมองว่ารัฐบาลควรรับฟังความเห็นทางวิชาการ อย่างอดทน และยังตั้งคำถามว่าทำไมกองทัพจึงฟ้องร้องดำเนินคดีกับนักวิชาการ ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่กองทัพยื่นฟ้องดำเนินคดีกับประชาชน ทั้งที่ควรจะผ่านการตรวจสอบพิจารณาอย่างรอบคอบรัดกุมก่อน ทั้งยังวิเคราะห์ว่าการกระทำเช่นนี้จะยิ่งเป็นการสร้างความเสียหายอย่าง รุนแรงต่อปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศไทย

ด้านนิวยอร์ก ไทม์ส ได้รายงานคดีนายสมศักดิ์ว่า ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมครั้งใหญ่ที่กำลังเกิด ขึ้นในเมืองไทยไปแล้ว แม้ประชาชนชาวไทยจะให้ความเคารพนับถือสถาบันกษัตริย์อยู่ แต่ไม่ใช่การนำกฎหมายมาใช้กล่าวหาและฟ้องร้อง การตบเท้าของทหารอาจยิ่งทำให้ความแตกแยกในสังคมร้าวลึกยิ่งขึ้น หลังจากที่ทหารใช้กำลังปราบปรามการชุมนุมประท้วงของคนเสื้อแดงอย่างรุนแรงจน มีผู้เสียชีวิตถึง 91 คน

วันนี้จึงยิ่งทำให้ประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามว่ารัฐบาลและกองทัพใช้มาตรา 112 เพื่อข่มขู่คุกคามและเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองหรือ ไม่ เพราะในอดีตแต่ละปีจะมีคดีหมิ่นสถาบันไม่ถึง 10 คดี แต่ปัจจุบันมีกว่า 100 คดี

**********************************************************************

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s