‘ตัวแปร’การเมืองในอนาคต เมื่อ 3 พี เหลือ 2 พี!

หลายคนประเมินว่า…ในกลุ่มของ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี จะได้ส.ส. เยอะ และอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญ หลังการเลือกตั้ง และในวันจัดตั้งรัฐบาล

ก่อนหน้านี้กระแสการรวมพรรค ระหว่าง พรรครวมชาติพัฒนา-เพื่อแผ่นดิน ถูกจับตามองเป็นพิเศษ…

เนื่องจากมีนักการเมืองรุ่นเก๋าอย่าง “กลุ่ม 3 พี” ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี พินิจ จารุสมบัติ และ ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ

ซึ่งตัดสินใจผนึกกับ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง โดยเฉพาะการต่อกรกับพรรคใหญ่ทั้ง “ประชาธิปัตย์” และ “เพื่อไทย” และน้องใหม่มาแรงอย่าง “ภูมิใจไทย”

กล่าวได้ว่า…ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี คือ “กุญแจสำคัญ” ในการขับเคลื่อนการเมืองในอนาคต…และอิทธิพลของ “กลุ่ม 3 พี” ก็ได้มีบทบาทต่อการเมืองไทยเสมอมาในฐานะการเป็น “พรรคร่วม”

หลายคนประเมินว่า…ในกลุ่มของ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี จะได้ส.ส. เยอะ และอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญ หลังการเลือกตั้ง และในวันจัดตั้งรัฐบาล

โดยเฉพาะหาก “พรรคชนะเลือกตั้งเบอร์ 1” มีคะแนนเสียงไม่ถึงครึ่ง…ส.ส. ในกลุ่มของ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อาจสามารถชี้ขาดว่า…สุดท้ายพรรคการเมืองใหญ่พรรคใดจะสามารถ “ควบรวมเสียง ส.ส.” และ “จัดตั้งรัฐบาล”

ก่อนหน้านี้ “ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์” เคยระบุว่า…ประการที่ 1 พรรคเพื่อแผ่นดินแตกเป็นหลายกลุ่ม และ ประการที่ 2 โคราชเป็นจังหวัดใหญ่มี ส.ส.มาก จึงอยากเห็นความปรองดองสมานฉันท์ของนักการเมืองโคราช

ซึ่งปัจจุบันแยกเป็นหลายพรรค รวมชาติพัฒนา เพื่อแผ่นดิน เพื่อไทย ภูมิใจไทย และยังมีประชาธิปัตย์ในสายสัดส่วนอีก

ดังนั้น ตนจึงอยากเห็นความเป็นหนึ่งเดียวรุ่งเรืองเหมือนในยุค “พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ” ซึ่งได้เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า

ประการที่ 3 วันนี้ผู้แทนฯ มีทั้งหมด 500 คน และ 1 ใน 4 คือ 125 เป็นบัญชีรายชื่อ ทำให้พรรคเล็กยากที่จะต่อกร จึงต้องรวมกันเพื่อความแข็งแรง

ประการที่ 4 ทั้ง สุวัจน์ ลิปตพัลลภ พินิจ จารุสมบัติ ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ หรือ สิทธิชัย โควสุรัตน์ เคยร่วมงานการเมืองด้วยกันมานาน

แต่ทว่า ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน

เพราะ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ได้เสียชีวิตตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลา 15.50 น. แต่มาแจ้งตายต่อสำนักงานเขต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พ.ค.

ดังนั้น กลุ่ม 3 พี จึงเหลือแค่ 2 พี…ว่าที่ ร.ต. ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ต้องมาเสียชีวิตก่อนเพื่อน เพราะโรคมะเร็ง ด้วยวัย 62 ปี

ตลอดเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา ว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ นับเป็นผู้หนึ่งที่มีความเจนจัดทางด้านการเมืองเป็นอย่างมาก สามารถมองเรื่องการเมืองเรื่องต่างๆ ได้อย่างคมกริบ ทะลุปรุโปร่ง อธิบายหลักการและเหตุผล ความเป็นมาเป็นไปได้เป็นฉากๆ

ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า…เขาเริ่มเข้าสู่แวดวงการเมืองด้วยการเป็นนายอำเภอ โดยได้รับฉายาว่า “นายอำเภอแหวนเพชร”

เมื่อเร็วๆ นี้ เขาได้นำเอาการวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งที่จะมาถึง (3 ก.ค. 54) แบบวิทยาศาสตร์ ระหว่าง “เพื่อไทย” และ “ประชาธิปัตย์” ต่อหน้าผู้มีบารมีทางการเมืองอย่าง “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ”

โดยระบุว่า “หากพิจารณา 2 พรรค เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ จะพบว่าฐานเดิมกับรูปแบบเลือกตั้งใหม่ จำนวน ส.ส.ที่จะได้คงไม่หนีกันเท่าไร แต่ยอดรวมเพื่อไทยชนะประชาธิปัตย์แน่นอน ผมเชื่อว่าประชาธิปัตย์ได้ระบบเขตเพิ่มขึ้น บวก-ลบ ไม่เกิน 1-2 คน”

แต่เพื่อไทยชนะที่หนึ่งแล้ว จะได้ตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง…แต่เขามีความชอบธรรมทางการเมือง ใครจะมาทำตามใจไม่ได้

ถ้าเพื่อไทยชนะ เขาก็มีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล!

ในเมื่อตัวแปรกลุ่ม 3 พี เหลือแค่ 2 พี…ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าการเมืองไทยจะออกมาทิศทางใด?

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s