มาร์คนัดแจงวันนี้ ยุบสภา! ‘ชัย’ แย้มทำงานต่อ

“ปู่ ชัย” ปูด9-10 พ.ค. “พ.ร.ฎ.ยุบสภา” ยังไม่มีผลทางการ อ้าง “ผู้ใหญ่” สั่งรูดซิปปากจ้อบิ๊กเซอร์ไพร้ส์พร้อมปิดทาง “ภูมิใจไทย” จับมือ “เพื่อแม้ว” ตั้งรัฐนาวาสมัย ด้าน “ทักษิณ”สไกป์รายวันลั่นกลับไทย พ.ย. นี้ แถมฟุ้งไม่ซื้อเสียงแข่ง ยัน “บิ๊กจิ๋ว” ยังเป็นกุนซือเพื่อแม้ว ฟุ้ง “ชิดชัย” ร่วมทัพปราบยาเสพติดรอบใหม่ ฟันธง “ยิ่งลักษณ์” ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ด้าน “ปชป.” เมิน “พท.” ตั้งทีมจับตาข้าราชการ ยันรัฐนาวา “มาร์ค” ไม่ใช้เกมใต้ดินถล่มคู่ต่อสู้  ฝ่าย “ปุระชัย” ได้ทียุ “พลังเงียบ” กาเลือกคนดี ขณะที่ “โพล” หวั่น “ 5 เสือ” เจอล้วงลูก

“ปู่ชัย”แทงกั๊ก“พ.ร.ฎ.ยุบสภา”

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวระหว่างการสัมมนา “เสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยให้กับข้าราชการตำรวจ” ตอนหนึ่งว่า คาดว่าคงไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภาภายในวันที่ 9-10 พ.ค.นี้ เพราะต้องการให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาทำงานต่อไปเนื่องจากมีกฎหมาย ค้างอยู่ 155 ฉบับ นอกจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้วินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการ เลือกตั้งทั้ง 3 ฉบับขัดกฎหมายหรือไม่

นายชัย ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงวันยุบสภาว่า คาดว่าจะเป็นวันที่ 9 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่ทราบว่าโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้วหรือไม่ เพราะตนมิบังอาจก้าวล่วงพระราชอำนาจ เมื่อถามว่า เป็นไปตามกรอบเวลาที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะแถลงในวันที่ 9 พ.ค. หรือไม่ นายชัย กล่าวว่า นายกฯ พูดไว้แล้วก็ต้องปฏิบัติตามคำพูด ส่วนที่ตนบอกว่าจะพูดเรื่องเซอร์ไพร้ส์นั้น ตอนนี้คนที่มีอำนาจสั่งห้ามไม่ให้พูดแล้ว

หนุนศาลเร่งตีความ“ก.ม.ลูก”

ต่อข้อถามว่า ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกฎหมายเลือกตั้งก่อนใช่หรือไม่ ประธานสภา กล่าวว่า เข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญรู้เรื่องนี้ดี สภาส่งเอกสารให้ทุกอย่างและส่งไป 10 ชุดสามารถแจกให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ทันที ฉะนั้นศาลรัฐธรรมนูญแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจถูกแทรก แซงนั้น ไม่มี ตอนนี้ชาวบ้านรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ซื้อเสียงไม่มีประโยชน์ ตอนนี้ใครซื้อเสียงก็กินฟรี

ส่วนที่หลายฝ่ายเป็นห่วงความรุนแรงในการหาเสียงเลือกตั้ง นายชัย ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า คนลงสมัครรับเลือกตั้งต้องแข็งพอ ไม่กลัวอิทธิพลใด ๆ เพราะถ้าอ่อน กลัว จะเป็นผู้แทนบ้านนอกไม่ได้ นอกจากในกรุงเทพฯ เมื่อถามว่า พื้นที่ภาคอีสานอาจจะดุเดือด นายชัย กล่าวว่า ทุกแห่งดุเดือดทั้งนั้น เพราะเขตเดียวมีคนสมัคร 10-40 คน หากใครมีเสียงมากจะถูกรุม เมื่อถามว่า ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย จะย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย นายชัย กล่าวว่า ไม่ทราบ รอดูวันยุบสภา 1-2 วันก็รู้ว่าใครสมัครเขตไหนอย่างไร สำหรับพรรคภูมิใจไทยจะส่งผู้สมัคร 200 คน

ปิดทาง“ภท.-พท.”ตั้งรัฐนาวา

นายชัย กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โฟนอินมาช่วยหาเสียงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าใจกฎหมายดีและคงจะพูดจนถึงวันประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาเท่านั้น หลังจากนั้นอาจเลี่ยงใช้วิธีอื่น เพราะกฎหมายมีช่องโหว่ ขนาดฆ่าคนตายยังรอด

“หากพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็เป็นฝ่ายค้าน ส่วนจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ผมไม่ทราบ เพราะพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยแยกมาจากพรรคพลังประชาชน พวกกันทั้งนั้น ตีหัวกันไม่แตก ไปด้วยกันได้” แกนนำพรรคภูมิใจไทย ระบุ เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยไม่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยจะไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า เหมือนข้อตกลงระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และสมเด็จฮุนเซน นายกฯ กัมพูชา ทั้งนี้ไม่ว่าจะได้เสียงอันดับหนึ่งหรือสองก็จัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้าพรรคนั้นสามารถรวมเสียงได้

“แม้ว”ชี้“บิ๊กจิ๋ว”ยังเป็นกุนซือ

วันเดียวกัน ที่วัดสะพาน เขตคลองเตย พรรคเพื่อไทยจัดเวทีรับฟังปัญหาเรื่อง “ร่วมใจแก้ไขปัญหายาเสพติด” โดยมีแกนนำพรรค ส.ส. และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค   นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพฯ พร้อมด้วยนายวรพงษ์ ตันติเวชยานนท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ เขต 4 คลองเตย-วัฒนา ทั้งนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ร่วมพูดคุยและตอบคำถามผ่านโปรแกรมสไกป์เป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะแก้ปัญหายาเสพติดให้ได้ภายใน 12 เดือน พร้อมระบุว่าบุคลากรที่ทำงานแก้ไขปัญหายาเสพติดยังอยู่ช่วยงานกันครบ ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ หรือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตประธานพรรค ก็ไม่ได้ไปไหน เพียงแต่พักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่ยังคงให้คำปรึกษากับพรรคเหมือนเดิม รับรองว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยปลายปีนี้อย่างแน่นอน แต่ถ้าชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายก็จะกลับมาในเวลาเร็วกว่านั้น

ลั่นกลับเมืองไทยเดือน พ.ย.นี้

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อว่าการซื้อเสียงจะดุมาก เพื่อที่จะได้กลับมาหาเงินใหม่ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าได้ตอบสนอง ใครให้เงินมาก็รับไว้ แต่   อย่าเลือก เพราะถ้าเลือกประชาชนจะเหนื่อยและถูกข่มเหงอีกตลอด 4 ปี สำหรับพรรค   เพื่อไทยจะไม่มีการซื้อเสียงอย่างเด็ดขาด ถ้ามีใครซื้อเสียงให้จดเอาไว้ได้เลย ตนไม่รับผิดชอบและไม่รับให้อยู่ในพรรค ทั้งนี้ขอฝากประชาชนให้ช่วยกันเผยแพร่นโยบายของพรรค และให้ช่วยเป็นหูเป็นตา ป้องกันการโกงเลือกตั้ง เพื่อที่ตนจะได้กลับบ้าน และกลับมาเป็นรัฐบาล นอกจากนี้ปัญหาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าหากเป็นตนรับรองว่าไม่มีปัญหา เพราะยกหูถึงกันได้และพูดจากันด้วยภาษาคนก็จบ อย่าพูดภาษาคนบ้า รับรองว่าไม่มีทางจบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะเสร็จสิ้นการสไกป์ ได้มีประชาชนถาม พ.ต.ท.ทักษิณ อีกครั้งว่าจะกลับประเทศไทยเมื่อใด พ.ต.ท. ทักษิณ ตอบว่า “ผมกลับเดือน พ.ย. ครับ”

เชื่อ“น้องปู”เบอร์1ชิงนายกฯ

ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิด พ.ต.ท. ทักษิณ เปิดเผยว่า ผู้ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยยังคงเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ด้วยเหตุผลที่อาจมีอุบัติเหตุทางการเมืองทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำสำคัญของพรรคจึงยังไม่เปิดตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างเป็นทางการ นอกจากเพื่อประเมินสถาน การณ์ให้ชัดแล้วยังมีการเช็กกระแสตอบรับของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อีกทางหนึ่งด้วย

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดเผยว่า คิดว่าขณะนี้ผู้ใหญ่ของพรรคน่าจะตัดสินใจแล้ว แต่คงรอประกาศหลังยุบสภาไปแล้ว 1-2 วัน ซึ่งน่าจะเป็นคน ที่ประชาชนได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาบ้าง “สมมุติว่าเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผมเชื่อว่าเป็นผลดีกับพรรคเพื่อไทยในแง่ที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าใจแนวคิด ปรัชญาของอดีตนายกฯ พรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน และคะแนนนิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะโอนมาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกอบกับมีประสบการณ์บริหารทั้งด้านการเงินและบุคคลมากกว่านายอภิสิทธิ์ จะเป็นรองแค่ประสบการณ์การเมืองเท่านั้น”

“ลูกเจ๊เกียว”ไม่กล้าชิ่งเพื่อแม้ว

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เชื่อว่าการเลือกแคนดิเดต นายกฯ จะไม่มีผลให้เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจลงคะแนนเลือกพรรคเพื่อไทยที่ผลโพลทุก สำนักระบุว่านำพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเชื่อว่าประชาชนตัดสินใจแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่โพลบอกว่ามีพลังเงียบกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ตัดสินใจนั้น ไม่น่าจะถูกต้อง มิฉะนั้นแล้ว ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เปิดตัวพรรคและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรครักษ์สันติ ต้องฮือฮามากกว่านี้ อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งครั้งนี้โอกาสที่พรรคจะได้ ส.ส.ภาคเหนือยกจังหวัดมีสูงกว่าการเลือกตั้งปี 2548

นายอัสนี เชิดชัย ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าว ส.ส.นครราชสีมาจะย้ายไปร่วมงานกับพรรคชาติพัฒนาเพื่อ  แผ่นดินว่า ส.ส.นครราชสีมา พูดคุยประเมิน    สถานการณ์การเมืองแทบทุกวัน แต่ไม่เคยคุยเรื่องย้ายพรรค จึงไม่ทราบว่ามีข่าวนี้ได้อย่างไร ยืนยันว่าตนและนางลินดา เชิดชัย ส.ส. นครราชสีมา จะไม่ย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยไปไหน เพราะจากการลงพื้นที่ประชาชนยังบอกให้อยู่กับพรรคเพื่อไทย จึงต้องเอาเสียงประชาชนเป็นหลัก ทำให้ไม่กล้าไปไหน

ตีปี๊บท้า“ปชป.”ลงสัตยาบัน

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า โพลหลายสำนักระบุตรงกันว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับเลือกเป็นเสียงข้างมาก โดยเฉพาะภาคอีสานจะได้รับเลือกตั้งถึง 63 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้ 27 เปอร์เซ็นต์ แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาบอกว่าไม่สนใจโพลและเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส. ไม่ต่ำกว่า 200 ที่นั่งนั้น พรรคเพื่อไทยจึงเสนอพรรคประชาธิปัตย์ลงสัตยาบันให้พรรคที่ได้รับเลือกเป็น อันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เสียงข้างมาก พรรคเพื่อไทยก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน

“ผลสำรวจความเห็นประชาชนทั้ง 4 ภาคหลังเปิดนโยบายเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ประชาชนเชื่อมั่นว่านโยบายทำได้จริงถึง 81.50 เปอร์เซ็นต์ นี่แค่เปิดนโยบายยังไม่เปิดตัวหัวหน้า ประชาธิปัตย์ยังสะเทือนทั้งพรรค เพราะบริหารประเทศมา 2 ปี คะแนนนิยมไม่กระเตื้องขึ้น มีแต่ตกต่ำ เพราะแก้ปัญหาล้มเหลว โดยเฉพาะสินค้าราคาแพง ปัญหายาเสพติด การทุจริตคอร์รัปชั่น ล่าสุดประชุม ครม. ทิ้งทวนอย่างน่าเกลียดถึง 1.3 แสนล้านบาท” โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุ
หวั่นบัตรเกินขอร่วมวงจับตา

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีที่นายกฯ สั่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ ปลดป้ายรัฐมนตรี เนื่องจากใกล้มีการเลือกตั้งแล้วนั้น ปรากฏว่าผ่านมา 2 สัปดาห์ยังพบว่าตามสถานที่ราชการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดยังมีการขึ้นป้ายหาเสียงโดยใช้งบประมาณของรัฐอยู่ มีทั้งรูปของนายอภิสิทธิ์คู่กับรัฐมนตรี ถือเป็นการเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมืองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขอเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 3 ข้อ ดังนี้  1. ตั้งคณะกรรมการ ตรวจสอบการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง เปิดให้ทุกพรรคการเมืองส่งตัวแทนเป็นกรรมการ รวมถึงภาคประชาชน สื่อมวลชน และองค์กรที่อยากมีส่วนร่วม เพื่อป้องกันการโกงพิมพ์บัตรเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคมีข้อมูลว่า มีขบวนการของกลุ่มการเมืองเตรียมที่จะเปลี่ยนหีบบัตรแล้วเอาบัตรที่พิมพ์ เกินใส่ลงไป และอีกวิธีคือให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยหาโอกาสหย่อนบัตรลงหีบ ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับการสรรหา กกต. จังหวัด 62 จังหวัดที่มีข้อสังเกตว่าจะมีการล็อกสเปกถึง 42 จังหวัด

สะกิดแผลเก่า“เผาบัตร”ปี 2550

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า 2. ขอให้ กกต. เปิดเผยจำนวนพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ส.ส. ระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงกระบวนการจำหน่าย การขนส่งบัตรเลือกตั้งไปยังหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ และ 3. ขอให้ กกต. ยึดระเบียบ ตรวจสอบการขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างเคร่งครัด วันที่ 10 พ.ค. นี้ ตนและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายจะเดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องเหล่านี้ต่อ กกต. เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใส ป้องกันการร้องเรียนภายหลัง ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยการเลือกตั้งปี 2550 ที่มีการพิมพ์บัตรเกินถึง 17.8 ล้านใบ และต่อมา พล.ต.ต.เสวก ปิ่นสินชัย ได้นำบัตรเลือกตั้งที่ถูกเผาทำลายคาดว่ามาจากส่วนที่พิมพ์เกิน มายื่นร้องเรียนต่อกรมสอบสวน    คดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเอาผิด กกต. กรณีพิมพ์บัตรเกิน จากนั้นดีเอสไอได้ส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิด แต่ขณะนี้ผ่านมาแล้ว 3 ปี คดีดังกล่าวก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ

“ปชป.”ว้ากรัฐไม่สั่งขรก.เอียง

ด้าน นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยจะตั้งทีมประกบหน่วยงานราชการในช่วงเลือกตั้งว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีพฤติกรรมใช้อำนาจรัฐคุกคามคนที่มีความเห็นต่าง ไม่ใช้กฎหมู่นอกกฎหมายหรือขจัดศัตรูทางการเมือง ส่วนที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง ระบุว่าพรรคเพื่อไทยจะขับเคลื่อนบันได 3 ขั้นไปสู่ชัยชนะเลือกตั้ง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศนโยบาย พรรคเพื่อไทยและเสื้อแดงรวมกัน และร่วมเคลื่อนไหวสนับสนุนการเลือกตั้งนั้น พรรคประชาธิปัตย์ประเมินว่าเป็นการเดินหน้าเพื่อขอนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และจะตอกย้ำเรื่องความแตกแยกให้มากขึ้น

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ลงนามสัตยาบันให้พรรคที่ได้เสียง ข้างมากจัดตั้งรัฐบาล โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2550 กำหนดให้ ส.ส. มีเอกสิทธิ์ในการเลือกนายกฯ ได้ ดังนั้นการตั้งรัฐบาลต้องเป็นไปตามเจตนา รมณ์รัฐธรรมนูญ แต่หากพรรคเพื่อไทยรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ พรรคประชาธิปัตย์ก็ยอมรับ

“ปุ”โวฟันซื้อเสียงไม่รอ“กกต.”

วันเดียวกัน ที่อาคารใบหยก 2 ชั้น 17 ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประธานพรรครักษ์สันติ เป็นประธานสัมมนาอบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ 33 เขต และต่างจังหวัด โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอย้ำว่าผู้สมัครทุกคนของพรรคอย่าได้ซื้อเสียง แต่ต้องใช้วิธีเข้าไปนั่งในหัวใจประชาชนให้ได้ เน้นเคาะประตูบ้านเป็นหลัก และระวังการปราศรัยมิฉะนั้นจะพังกันทั้งพรรค ทุกคนจะต้องทำการเมืองให้สุจริต ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือเป็นรัฐบาลหรือไม่ คนของพรรคจะไม่มีเรื่องเงินใต้โต๊ะ

ร.ต.อ.ปุระชัย ให้สัมภาษณ์ถึงการ เตรียมส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งว่า ในกรุงเทพฯ จะส่งครบทุกเขต ส่วนต่างจังหวัดจะส่งครบทุกภาค แต่อาจไม่ครบทุกจังหวัด ผู้สมัครจะเน้นให้โอกาสหน้าใหม่เป็นสำคัญ เพื่อให้การเมืองเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์มากขึ้น พร้อมกันนี้จะชูนโยบาย 5 ส คือ สามัคคี สุจริต สิ่งแวดล้อม สัมพันธ์ระหว่างประเทศและเสียสละ ที่สำคัญหากพรรคพบว่าผู้สมัครซื้อเสียงก็จะไม่รอให้ กกต. ดำเนินการ แต่จะไล่คนเหล่านั้นออกจากพรรคทันที นอกจากนี้จะกระตุ้นให้พลังเงียบออกมาใช้สิทธิเลือกคนดี

“บก.ลายจุด”ตบเท้าต้านปฏิวัติ

อีกด้านหนึ่ง ที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง พร้อมผู้ชุมนุมประมาณ 60 คน มาทำกิจกรรม “ตบเท้าเช็กกรรม” เพื่อเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหาร ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับ การตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) ร่วมกับ สน. ทุ่งมหาเมฆ จัดหน่วยควบคุมฝูงชน พร้อมนำแผงเหล็กกั้นการจราจรมาปิดบริเวณทางเข้าออกของธนาคาร เพื่อป้องกันผู้ชุมนุมรุกล้ำเข้าไปภายใน ซึ่งการชุมนุมผ่านไปด้วยความเรียบร้อยก่อนที่นายสมบัติจะนำกลุ่มผู้ชุมนุม ดังกล่าวไปรวมตัวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่บริเวณสวนเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท 24 ในเย็นวันเดียวกัน

“ปชช.”หวั่น“กกต.”เจอใบสั่ง

สวนดุสิตโพล สำรวจความเห็นประชาชน 1,629 คน พบว่า ร้อยละ 61.3 เห็นว่าเลือกตั้งครั้งนี้จะดุเดือดเข้มข้นกว่าที่ผ่าน     มา ร้อยละ 54.01 เห็นว่าจะมีวิธีซื้อสิทธิขายเสียงที่แยบยลมากขึ้น ขณะที่ร้อยละ 41.93 เห็นว่า กกต. อาจถูกแทรกแซงทางการเมือง และร้อยละ 39.17 กังวลว่าจะมีการสร้างสถานการณ์/ความรุนแรงทางการเมือง/การทะเลาะเบาะแว้ง

ส่วนสำนักวิจัยเอแบคโพล เปิดเผยผลสำรวจเปรียบเทียบจุดแข็งของ 2 พรรคใหญ่จาก 2,143 ตัวอย่างใน 17 จังหวัดพบว่า พรรคเพื่อไทยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเหนือพรรคประชาธิปัตย์เกือบทุกตัว ชี้วัด เช่น วิสัยทัศน์ นโยบาย ความสามารถด้านเศรษฐกิจ การยอมรับของประชาชน การยอมรับของนานา ชาติ ยกเว้นเรื่องความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวไม่มีนัยทางสถิติ เพราะเป็นตัวเลขที่ไม่แตกต่างกันมากนัก และเมื่อถามว่าถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้งจะเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคใด พบว่าเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 34.1 ซึ่งลดลงจากการสำรวจในต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ได้ร้อยละ 39.6 ขณะที่เลือกพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 36.4 เพิ่มจากเดิมที่ได้ร้อยละ 36.2 เป็นต้น.

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s