โปรดเกล้าปธ.วุฒิ ทูลยุบสภา มาร์คได้ฤกษ์วันนี้

ยังโต้วุ่นงบเทกระจาดแสนล. ฝ่ายค้านขู่ยื่นกกต.-ปปช.สอบ โพลม.ขอนแก่นชี้เพื่อไทยนำลิ่ว


ขอพร – พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก นำสมาชิกพรรคเพื่อไทย ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในปราสาทพระเทพบิดร และสักการะพระแก้วมรกตภายในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในวันฉัตรมงคล เมื่อวันที่ 5 พ.ค.

“มาร์ค”แจงถกครม.ข้ามคืน อ้างรธน.ห้ามอนุมัติโครงการผูกพันครม.ชุดใหม่โวยลั่นคนวิจารณ์บวกตัวเลขมั่ว แสนล้าน ชี้บางโครงการไม่ใช่งบใหม่แต่เป็นแผนเดิม เผยส่งพ.ร.ฎ.ยุบสภาขึ้นทูลเกล้าฯ 6 พ.ค. ก่อนไปอินโดฯ “เทือก”ย้ำนายกฯไม่ผิดคำพูด ยอมรับวันยุบสภาอาจคลาดเคลื่อนบ้าง เลือกตั้ง 26 มิ.ย.ไม่ทัน อ้างกกต.ต้องมีเวลาเตรียมการ ระบุหลังยุบสภาเปิดตัวผู้สมัครทันที เหน็บ”แม้ว”ระวังเอาปี๊บคลุมหัว มั่นใจได้ ส.ส.มากกว่าเพื่อไทย ทีมศก.เพื่อไทยดาหน้าถล่มครม.เทกระจาดงบ แฉอนุมัติเงินหลวงนาทีละ 112 ล้าน จี้กกต.สอบกอ.รมน.ส่งทหารประกบพื้นที่กทม. 4 คนต่อเขต ยื่น ป.ป.ช.เชือด”มาร์ค-จุติ”หมกเม็ดหาประโยชน์ทีโอที “ณัฐวุฒิ”เย้ย”มาร์ค”รีบยุบสภา หวังอำนาจนอกระบบช่วยเลือกตั้ง “แม้ว”ตั้ง”จาตุรนต์”สกรีนขุนพลช่วยปราศรัย โพล มอดินแดงชี้พท.ยังแชมป์อีสาน ทิ้งห่างปชป. สามเท่า โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง”ธีรเดช มีเพียร” ประธานวุฒิสภาแล้ว

“มาร์ค”ปัดครม.เทกระจาดงบ

เมื่อ เวลา 09.00 น. วันที่ 5 พ.ค. ที่บ้านพักซ.สุขุมวิท 31 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 3 พ.ค. เพราะมีการวิจารณ์ทำนองว่าเร่งอนุมัติเงินเป็นแสนล้านบาท ซึ่งจริงๆ แล้ว การอนุมัติโครงการหรืองบประมาณไม่ได้มียอดขนาดนั้น ตนไม่ทราบว่าบวกตัวเลขกันอย่างไร เพราะบางเรื่องไม่ได้อนุมัติเงินใหม่ เป็นการดำเนินการตามแผนที่อนุมัติไปแล้ว เงินที่อนุมัติไปยอดใหญ่ เช่น ค่าตอบ แทนของบุคลากรทางการแพทย์กว่า 4 พันล้านบาท ถ้าไม่อนุมัติวันนี้จะทำให้การจ่ายเงินช้า ค่าจัดการเลือกตั้งกว่า 3 พันล้าน นอกจากนั้นเป็นการจ่ายเงินให้ประชาชนในเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งเป็นหลักพันล้านบาท รวมถึงปัญหาสถานการณ์ชายแดน บางทีไปเอารายการ เช่น ขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันซึ่งขอตามระเบียบ ไม่ได้อนุมัติโครงการใหม่

นาย อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าถามว่าทำไมต้องอนุมัติเงินในหลายโครงการ เพราะรัฐธรรม นูญฉบับปัจจุบันห้ามไม่ให้ครม.หลังยุบสภา อนุมัติงานหรือโครงการใดๆ ที่มีผลผูกพัน ครม.ชุดต่อไป ซึ่งบทบัญญัตินี้ยังไม่เคย มีใครตีความ หมายความว่าจะทำงานอะไร ถ้าไปเกี่ยวกับครม.ชุดต่อไป อนุมัติไม่ได้ แต่งานของประเทศ ของกระทรวงต้องเดินต่อ อย่างบางโครงการ เช่นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปช่วยเรื่องเมล็ดพันธุ์ ถ้าไม่อนุมัติในช่วงนี้ แล้วไปอนุมัติหลังยุบสภา การดำเนินการต้องทำให้เสร็จก่อนที่ ครม. ชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ ซึ่งในทางปฏิบัติทำไม่ได้ และถ้าเป็นเรื่องงบประมาณ ต้องไปขอความเห็น กกต. ทำให้ยุ่งยาก ที่จริงทำอย่างนั้นเป็นการหาเสียงมากกว่า อนุมัติอะไรไปก็ได้แล้วให้เป็นภาระกกต. ซึ่งเราไม่อยากทำ

อ้างรธน.ปัจจัยเร่งอนุมัติ

“ผม อยากย้ำว่า ไม่มี เรื่องที่บอกว่าเร่งอนุมัติ เหมือนมีการทุจริตคอร์รัปชั่น และ ถ้ามีโครงการไหนสงสัย ขอให้ถามมาเลยว่าโครง การไหนที่อนุมัติแล้วไม่เหมาะสม โครงการใหม่ก็เป็นโครงการใหม่เชิงนโยบาย เช่น กรณีบ้านหลังแรก เป็นเรื่องของธนาคารของรัฐดำเนินการ หรือโครงการประกันภัยพืชผล ความจริงพยายามให้ได้ข้อยุติมานานแล้ว และมีเรื่องปุ๋ย ซึ่งจะแจกแจงรายละเอียดอีกครั้งวันที่ 6 พ.ค.ต่อไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ตนเห็นมีอดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ บอกว่าทำไมต้องรีบอนุมัติรถตรวจการณ์ของกระทรวงมหาด ไทย ซึ่งไม่ใช่อนุมัติเงินใหม่ แต่เขาขอเปลี่ยนจากซื้อมาเป็นเช่า ซึ่งต้องขออนุมัติ ครม. และเราเห็นว่าควรเช่าเพราะเป็นรถที่ใช้การหนัก และมีหลายโครงการที่ครม.ไม่อนุมัติ หรือไม่อนุมัติให้ใช้เงินงบกลาง จึงอยากเรียนว่าที่เรื่องเข้ามาเยอะ เป็นผลมาจากรัฐธรรม นูญ ทำให้ทุกหน่วยงานจำเป็นต้องให้อนุมัติก่อนยุบสภา

โต้แบ่งเค้กให้ภูมิใจไทย

เมื่อ ถามว่าฝ่ายค้านวิจารณ์ว่าเหมือนเป็นสัญญาใจ ที่จะอนุมัติเทงบให้กับพรรคภูมิใจไทยเพื่อกลับมาเป็นรัฐบาลร่วมกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวเลย โครงการอะไร พรรคภูมิใจไทยโครงการไหน ซึ่งตนทำความเข้าใจแล้วว่าถ้าสงสัยโครงการไหน ขอให้ถามมา จะได้อธิบายว่ามันไม่ใช่การอนุมัติโครงการไม่ได้อนุมัติเงินใหม่ ส่วนเงินที่อนุมัติ ยืนยันว่าจำเป็น เช่น นำไปก่อสร้างบ้านให้กับประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ เราต้องมีเบี้ยเลี้ยงให้กับทหารที่ไปก่อสร้างกว่าพันล้านบาท หรือกรณีต้องแก้ปัญหาต่อเนื่องในเรื่องเมล็ดพันธุ์ เรื่องเพลี้ย และทุกอย่างผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติของสำนักงบประมาณ

ต่อข้อ ถามว่าคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ติงว่าการที่ครม. พิจารณาถึงตีสอง อาจไม่รอบคอบ นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ตนได้ทำเป็นพิเศษก่อนการประชุมครม.เมื่อวันที่ 3 พ.ค. คือทุกกรณี ที่เสนอเข้าครม. ตนเชิญหน่วยงานเจ้าของเรื่องมาพร้อมกับสำนักงบประมาณและเลขาธิการครม.เพื่อ ไล่ดูว่ามีอะไรผิดปกติ และไม่รอบคอบหรือไม่ ซึ่งมีหลายเรื่องที่ เราไม่อนุมัติ ฉะนั้นทุกเรื่องได้พิจารณาค่อนข้างรอบคอบ

ยินดีทบทวนถ้าชี้แจงไม่ได้

เมื่อ ถามว่าการถูกโจมตีลักษณะนี้ ทำให้เสียภาพลักษณ์ของรัฐบาลหรือไม่ เพราะดูเหมือนเป็นการผลาญเงินก่อนเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ เพราะถ้าสงสัยโครงการไหนขอให้ทักท้วงมา ทุกอย่างเปิดเผย ยินดีทบทวนให้ ถ้าชี้แจงไม่ได้ ก็ยกเลิกได้ ไม่มีปัญหาเลย ส่วนที่ทักท้วงว่าให้งบประมาณกองทัพจำนวนมากนั้น เรียนว่าต้องซื้อกระสุน เพราะมีเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา ก็ใช้ไปพอสมควร ส่วนเรื่องรถถังไม่เกี่ยวเพราะเป็นเรื่องเก่า ซึ่งเป็นระเบียบว่าถึงเวลาต้องมาก่อหนี้ผูกพันต้องมาขออนุมัติจากครม. เป็นโครงการที่อนุมัติซื้อไปนานแล้ว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายกฯนำ ร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภา ขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยัง เมื่อถามว่าต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนถึงจะนำขึ้นทูลเกล้าฯหรือ ไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวจะมีความชัดเจนเอง แต่ตนได้บอกแล้วว่า สิ่งที่ตนเคยพูดอะไรไว้ก็ดำเนินการตามนั้น

ยันทูลเกล้าฯยุบสภา 6 พ.ค.

เมื่อ ถามว่านายกฯจะแถลงเรื่องนี้ก่อน เดินทางไปร่วมประชุมผู้นำอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซียหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยัง ยุบสภาแล้วจะแถลง แต่วันที่ 6 พ.ค. ตนจะ ให้สัมภาษณ์ก่อนไปอินโดนีเซีย เมื่อถาม ย้ำว่าจะนำร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาขึ้น ทูลเกล้าฯในวันที่ 6 พ.ค.นี้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ครับ ผมบอกว่าผมดำเนินการตามที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ คำที่ผมใช้มาตลอดคือ ผมจะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค. ดำเนินการตามนั้น แต่การแถลงจะใช้เวลาที่เหมาะสม”

เมื่อถามถึงพระอาการประชวรของพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่คณะแพทย์ได้กราบบังคมทูลขอให้งดพระราชกิจ จะพิจารณาด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กำลังตรวจสอบเป็นการภายในว่าเป็นอย่างไร แต่โดยแถลงการณ์และจากที่มีการสอบถามไป ทราบว่าพระพลานามัยของพระองค์เป็นไปในทางที่ดีขึ้นหลังจากรับการถวายการ รักษา ตนจะไปสอบถามดูว่าให้งดพระราชกิจทุกเรื่องหรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อค่ำวันที่ 4 พ.ค. ทราบว่ามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธานวุฒิสภาคนใหม่แล้ว

ต่อ ข้อถามว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ระบุถ้าเลื่อนการประกาศยุบสภาออกไปในระยะสั้นก็ไม่กระทบกับตารางการเลือก ตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถูกต้อง มันจะมีความชัดเจนของมันเอง ซึ่งตารางนี้ใกล้เคียงกับของเดิม

เทือกลั่น”มาร์ค”รักษาคำพูด

ก่อน หน้านี้เวลา 07.30 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯย้ำจะยุบสภาในสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค.ว่า เชื่อว่านายกฯจะดำเนินการตามที่กำหนดไว้ นายกฯจะทูลเกล้าฯร่างพระราชกฤษฎีกาการประกาศยุบสภาในช่วง 1-2 วันนี้ แต่มีขั้นตอนและจะได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งในช่วงนี้มีงานพระราชพิธีต่างๆ ตนคิดว่าอาจเป็นช่วงเวลาที่สอด คล้องพอดีกับการประกาศกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งฉบับใหม่ ทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งสามารถทำคู่ขนานไปพร้อมกันได้ อย่าโยงว่าต้องอะไรก่อนหรือหลัง แต่ตนยังไม่ได้ปรึกษาในรายละเอียดกับนายกฯ แต่คาดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น


พลังชล – นาง สติล คุณปลื้ม มารดานายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดที่ทำการพรรคพลังชล ริมถนนบางแสนล่าง ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ประกาศส่งผู้สมัครลงส.ส.ชลบุรีครบทั้ง 8 เขต เมื่อวันที่ 5 พ.ค.

เมื่อ ถามว่านายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา แนะให้เลื่อนวันยุบสภาออกไปก่อน โดยไม่ถือว่านายกฯเสียคำพูด นายสุเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณากฎหมายลูกอยู่ คาดว่าภายในวันที่ 9-10 พ.ค.น่าจะมีคำวินิจฉัย จากนั้นประกาศเป็นกฎหมายใช้บังคับได้ ส่วนที่นายกฯแจ้งกับคนไทยทั้งประเทศว่าจะเสนอให้ยุบ สภา โดยทำหนังสือกราบบังคมทูลเพื่อตรา พ.ร.ฎ.ยุบสภาภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งนายกฯทำได้ ส่งเรื่องขึ้นแล้วทำให้กว้างเอาไว้ บอกไว้ว่ายุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งเมื่อไหร่

วันยุบสภาอาจคลาดเคลื่อน

“เวลา มีพ.ร.ฎ.เลือกตั้งลงมาจริงๆ อาจ มีผลในเวลาเดียวกัน หรือเวลาใกล้เคียง กับที่กฎหมายเลือกตั้งประกาศใช้ ผมว่า นายกฯละเอียด คงดูว่าทั้งหมดจะได้ประ โยชน์กับบ้านเมืองมากที่สุด โดยวิธีการ ทำอย่างนั้น ถือว่านายกฯไม่ได้เสียคำพูดและกระบวนการทางกฎหมายจะสมบูรณ์ มีกฎหมายเลือกตั้ง นายกฯเป็นคนรักษาคำพูดและจะดำเนินการตามนั้น ถ้าพ.ร.ฎ.ยุบสภาจะประกาศให้มีผลพร้อมกับประกาศใช้กฎหมาย ถือว่าสุดยอด แต่ถ้าเกิดนายกฯ ทำเรื่องไปแล้ว แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ทัน ก็ต้องแก้ปัญหาโดยวิธีอื่น เช่น กกต. อาจต้องใช้ประกาศหรือระเบียบ แต่ขอให้มองในแง่ดีไว้ก่อนว่าทุกอย่างมันจะไปได้ในแง่ดี” นายสุเทพ กล่าว

เมื่อ ถามว่าการเลื่อนวันยุบสภาจะทำ ให้ส.ส. กังวลว่าการเลือกตั้งจะเกิดความ ไม่แน่นอนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าวิตกกังวลให้มาก มันอาจคลาดเคลื่อนจากเวลาที่คาดคิดไว้บ้าง แต่ไม่ใช่เรื่องตกใจ ซึ่งเมื่อนายกฯจะเสนอยุบสภา ตนคาดว่าจะมีการเลือกตั้งปลายเดือนมิ.ย.หรือต้นเดือนก.ค. ซึ่งมันอยู่ในระยะเวลาอย่างนั้น ทุกพรรค ผู้สมัครส.ส.เตรียมตัวได้เหมือนเดิม ไม่มีอะไรต้องตื่นเต้น เพราะมีการเลือกตั้งแน่นอน

ชี้เลือกตั้ง 26 มิ.ย.ทำไม่ทัน

เมื่อ ถามว่ามีข่าวว่าวันเลือกตั้งจะเป็นวัน ที่ 26 มิ.ย. เป็นไปได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าถ้าเป็นวันที่ 26 มิ.ย.อาจทำไม่ทัน ขณะนี้ลองไปบวกลบเวลาดู เพราะกกต.ต้องมีเวลาเตรียมตัวต่างๆ อยู่ที่วันที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ ให้มีผลบังคับใช้ได้ด้วย

เมื่อ ถามว่าการที่ครม.อนุมัติงบประมาณมากถึง 3,817 ล้านบาทให้กกต.ไปจัดการเลือกตั้ง มองว่าคุณภาพของส.ส.จะคุ้มค่ากับจำนวนเงินหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า รู้สึกว่าจะโยงมากไปหน่อย และไม่คิดจะเป็นปัญหาอย่างนั้น ส.ส.จะดีมีคุณภาพหรือไม่ อยู่ที่ประชาชน เลือกคนดีเข้าไปใสภา ทำหน้าที่ได้ดีมีคุณภาพ ส่วนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง กกต.เสนอมาและครม.อนุมัติไปตามความเหมาะสม

ซัด”แม้ว”สร้างภาพปั่นกระแส

ผู้ สื่อข่าวถามถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุพรรคเพื่อไทยจะ ชนะเลือกตั้งด้วยเสียงเกินครึ่ง และพรรคประชาธิปัตย์ออกอาการว่าจะแพ้เลยอ้าง หลักการรวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สร้างภาพมาตลอด ตนรู้และติดตามพฤติกรรมมาตลอด โดยพ.ต.ท.ทักษิณ สั่งการให้ลิ่วล้อบริวารช่วยกันตีปี๊บว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะเด็ด ขาด ถล่มทลายได้คะแนน 270-280 เสียง สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว สร้างภาพเพื่อหวังผลทางจิตวิทยา

ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณปรามาสพรรคประ ชาธิปัตย์จะได้แค่ 160 เสียงนั้น เลขา ธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่พูดออกมาเช่นนี้ก็เตรียมปี๊บเอาไว้หลายๆใบ เดี๋ยววันหลังจะได้ไม่อาย พรรคได้มากกว่านั้นแน่ นอนและได้มากกกว่าพรรคเพื่อไทย หนึ่งคะแนนเป็นอย่างน้อย

เมื่อถามถึงการประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 3 พ.ค. มีการประเมินว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความรุนแรงเพราะพ.ต.ท. ทักษิณจะใช้เวทีตรงนี้เข้ามายุ่งเกี่ยว นายสุเทพ กล่าวว่า ทุกคนกังวล ดังนั้นต้องช่วยกันไม่ให้บรรยากาศเป็นเช่นนั้น ขอเรียกร้องาผู้ใส่เสื้อกีฬาสีว่าต้องไม่มาทำให้เสียบรรยากาศการเลือกตั้ง

หลังยุบสภาเปิดตัวผู้สมัคร

เมื่อ ถามว่าปัญหาการส่งบุคคลลงสมัครเลือกตั้งภายในพรรคคลี่คลายลงหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ต่อข้อถามว่าในวันที่ 9-10 พ.ค.จะเปิดตัว ผู้สมัครได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ให้กระบวนการยุบสภาเรียบร้อยก็เปิดตัวทันที ส่วนกรณีนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. เรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่ากรณีนายวัชระ และบุตรชายของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน มีการต่อรองกันอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตรงนี้มีคนพยายามพูดให้ร้ายพรรคตลอดเวลา จริงๆ มันคนละเรื่องกัน กรณีบุตรชายของนายบัญญัติ จะลงสมัครส.ส.กทม.ในฝั่งพระนคร ส่วนนายวัชระ เคยเป็นส.ส.กทม.ฝั่งธนบุรี ซึ่งคนละทิศกัน และการพิจารณาของพรรคจะดูว่าใครเหมาะสมกับเขตเลือกตั้งใด ไม่เกี่ยวกันและไม่มีเรื่องต่อรอง ซึ่งกรณีนายวัชระ พรรคเห็นว่าควรอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น ไม่มีเรื่องต่อรอง

สั่งผบ.ตร.คุมเข้มเหตุป่วน

ผู้ สื่อข่าวถามว่ากกต. มีมติเห็นชอบร่างระเบียบกกต.ว่าด้วยการหาเสียง มิบังควรนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของทุกพรรคต้องดูแล โดยกกต. และตำรวจต้องทำหน้าที่ให้เกิดความสงบเรียบร้อยด้วย

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ได้รายงานสถานการณ์ในช่วงใกล้เลือกตั้งหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรน่าห่วง ทุกอย่างเรียบร้อยดี ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดตั้งศูนย์อำนวยการเลือกตั้งนั้น เพื่อดูแลให้การเลือกตั้งสงบเรียบร้อย มีผบ.ตร.เป็นหัวหน้าศูนย์ดูแลเอง

“ผม บอกกับผบ.ตร.ไปว่า ตำรวจต้องใช้ทุกกองบัญชาการ ทั้งตำรวจสันติบาล ตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจภูธรภาคต่างๆ ต้องดูแลให้ดี มือปืนออกอาละวาดก็ต้องจัดการเพราะสั่งไปแล้ว” นายสุเทพ กล่าว

ปชป.โต้ทิ้งทวนงบหาเสียง

เวลา 10.30 น. ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การผ่านวาระต่างๆ ในการประชุมครม.นัดสุดท้าย ไม่ใช่การทิ้งทวนก่อนประกาศยุบสภา และการอนุมัติ ให้ผ่านวาระต่างๆ ไม่สามารถใช้ประชา สัมพันธ์ได้ เนื่องจากงบที่อนุมัติ เป็นนโยบายและมาตรการที่จำเป็น ทั้งนี้ นายกฯยังสนับสนุนแนวทางให้ความเป็นธรรม ในการเตรียมการเลือกตั้ง โดยให้ปลดป้ายโฆษณาของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงที่มีลักษณะส่อหาเสียง เพื่อป้องกันการหาเสียงอย่างไม่เป็นธรรม

น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ส่วนที่พรรคเพื่อไทยวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะในการประชุม ครม.นัดสุดท้ายยังมีวาระการแก้ปัญหาที่สืบเนื่องมาจากคำตัดสินของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในเรื่องเอาผิดกับผู้ควบรวมบริษัทเครือข่ายมือถือ ที่มีนักการเมืองของพรรคเพื่อไทยหลายคนมีส่วนรับผิดชอบในการเอื้อประโยชน์

ห่วงพท.ผนึกแดงป่วนลต.

น.พ.บุ รณัชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนกังวลต่อการเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ที่แสดงความชัดเจนในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่ยังคงชุมนุมเคลื่อน ไหว เพราะอาจเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้ง และหากแกนนำที่ติดคดี ได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส. พรรคเพื่อไทยจะแปรสภาพเป็นพรรคคนเสื้อแดงสมบูรณ์แบบ

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่นปช.ประกาศชุมนุมวันที่ 19 พ.ค.นี้ โดยอ้างครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์สลายการชุมนุมนั้น อยากถามว่าถ้ามีพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง กลุ่มนปช.ยังจัดการชุมนุมทางการเมืองได้หรือไม่ เพราะมีเจตนาหวังผลทางการเมืองแอบแฝง ทั้งนี้ กกต. ต้องตรวจสอบในพฤติกรรมดังกล่าว เช่นเดียวกับกรณีการขัดขวางโห่ไล่ผู้สมัครในช่วงหาเสียงที่อาจเกิดขึ้น

นาย เทพไท กล่าวว่า ขณะนี้ชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังใช้เครื่องมือและกลไกของตัวเองทุกรูปแบบในการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้รับชัยชนะ ประกอบด้วย 1.ใช้พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้ง 2.นอกสนามเลือกตั้งใช้กลุ่มนปช. และ3.ใช้สื่อตัวเองจัดรายการใส่ร้ายโจมตีคู่แข่งทางการเมือง ส่วนที่พ.ต.ท. ทักษิณ ระบุพรรคประชาธิปัตย์จะได้ส.ส. 160 ที่นั่งนั้น คงดูผลโพลผิดไป เพราะตัวเลขดังกล่าวอาจยังไม่รวมส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ถ้ารวมแล้วจะได้ส.ส.กว่า 200 ที่นั่งตามที่ผลสำรวจระบุ

หวั่นนายทุนเบียดเข้าเซฟโซน

รายงาน ข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่า ขณะนี้มีผู้เสนอตัวลงสมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ต่อคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นประธาน เกิน 125 คนแล้ว ซึ่งคณะกรรม การจะพิจารณาจัดลำดับเริ่มตั้งแต่กลุ่ม ส.ส. บัญชีรายชื่อเดิม 33 อันดับแรก กลุ่ม ส.ส. เขต ที่ถูกดันขึ้นบัญชีรายชื่อ โดยพรรคได้เลื่อนอันดับเซฟโซนจาก 55 มาอยู่ที่ 45 และในการจัดส.ส.กลุ่มแรก 33 อันดับ คณะกรรมการจะพิจารณาคุณสมบัติและอาวุโส ซึ่งอาจมีส.ส.บัญชีรายชื่อเดิมที่ถูกเบียดและขยับลำดับไปอยู่กลุ่มอื่นแทน เนื่องจากมีส.ส. เขต ที่เป็นรัฐมนตรี หรือมีคุณสมบัติเหมาะสมกว่า ถูกดันขึ้นบัญชีรายชื่อมาเสียบแทน เช่น นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ถูกดันจาก ส.ส.เขต ขึ้นระบบบัญชีรายชื่อ จะอยู่ในกลุ่มแรกด้วย เนื่องจากมีคุณสมบัติเหมาะสมทั้งนี้ วันที่ 9 พ.ค.นี้จะประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่ออนุมัติผู้สมัครส.ส.เขตเพิ่มเติม

รายงาน ข่าวแจ้งว่า มีส.ส.เขตที่ถูกดันขึ้นบัญชีรายชื่อ กังวลว่าอาจจะไม่ได้อยู่ในลำดับที่ปลอดภัย ตามที่ผู้ใหญ่ของพรรคสัญญาไว้ เนื่องจากในช่วงแรก นายกฯตั้งเป้าว่าเซฟโซนของพรรคอยู่ก่อนลำดับที่ 55 แต่เมื่อมีการลดลำดับเซฟโซนลงมา โอกาสที่จะได้กลับมาเป็นส.ส. ทำให้มีลดน้อยลงไปด้วย เพราะนอกจากจะถูกเบียดจากส.ส. ที่เป็นรัฐมนตรี หรือบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกว่าแล้ว ยังกังวลว่าอาจถูกตัวแทนนายทุนพรรคเข้ามาเบียดด้วย

ลดปักธงกทม.เหลือแค่ 20

นาย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.กทม. ในฐานะผอ.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพรรคเพื่อไทยประกาศกวาดส.ส.กทม. 22 ที่นั่งว่า พรรคมั่นใจว่าจะได้ส.ส.ในกทม.เกิน 20 ที่นั่ง จากเดิมตั้งเป้ารักษาที่นั่งเดิม 30 ที่นั่งไว้ให้ได้ การที่พรรคลดตัวเลขลงมา เพราะไม่อยากให้ผู้สมัครประมาท แต่เราพร้อมสู้ทุกรูปแบบ ยอมรับว่ามีเขตที่แข่งกันดุเดือด มีคะแนนสูสีหลายเขต ทั้งเขตที่ 11 หลักสี่ ดอนเมือง(เฉพาะแขวงสนามบิน) เขตที่ 12 ดอนเมือง (ยกเว้นแขวงสนามบิน) เขตที่ 13 สายไหม เขตที่ 26 ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ และยังมีเขตย่านฝั่งธนฯ เช่น เขตที่ 28 บางบอน หนองแขม

นายณัฏฐพล กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีเขตที่พรรคส่งผู้สมัครหน้าใหม่ ถือว่าพรรคมีโอกาสได้รับเลือกตั้ง เพราะเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ มีประสบการณ์ด้านธุรกิจ และ มีอุดมการณ์ทางการเมือง เช่น เขตที่ 17 มีนบุรี คันนายาว ที่ส่งนายชาญวิทย์ วิภูศิริ ลงชนกับนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เขตที่ 5 ดุสิต ราชเทวี น.ส. จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ชนกับน.ส.ลีลาวดี วัชโรบล จากพรรคเพื่อไทย เขตที่ 15 บางกะปิ นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ชนกับนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ จากพรรคเพื่อไทย

มั่นใจ”มาร์ค”ดึงอีสานได้เพิ่มขึ้น

ที่ จ.ขอนแก่น นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า มั่นใจว่านายกฯจะทูลเกล้าฯร่าง พ.ร.ฎ.ยุบสภาภายในกำหนดเดิม เพราะยังไม่มีสัญญาณใดๆ ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลง หรือเลื่อนวันยุบสภาออกไป ส่วนพื้นที่อีสาน พรรคยอมรับว่าไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร แต่พรรคพยายามทำงานอย่างหนัก เชื่อว่าคนอีสานจะให้การสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากเดิม ซึ่งดูได้จากการสำรวจความนิยมของคนอีสานที่มีต่อตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ซึ่งมีคะแนนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว รวมทั้งคะแนนนิยมต่อรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน และในขณะนี้พรรคจัดวางตัวผู้สมัครส.ส. เขตและบัญชีรายชื่อได้แล้ว 95 เปอร์เซ็นต์ ยืนยันไม่มีปัญหาขัดแย้งเรื่องจัดตัวผู้สมัคร

พท.ฉะครม.ตีไก่ง่วง

เวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นาย วิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาคกทม. แถลงถึงกรณีที่ประชุมครม.วันที่ 3 พ.ค. อนุมัติ งบในโครงการต่างๆ จำนวนมากว่า การที่รัฐบาลอนุมัติเม็ดเงินกว่าแสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงบผูกพัน และอ้างว่าเป็นเรื่องจำเป็น เช่น การจัดซื้อกระสุนปืน รถถัง เหตุใดจึงต้องรีบร้อนซื้อขนาดนี้ ทั้งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ บอกแล้วว่าจะยุบสภาในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค. แต่กลับเร่งรีบพิจารณากว่า 200 โครงการ และอนุมัติเม็ดเงินจำนวนมาก เมื่อเทียบแล้วพบว่าประมาณ 100 ล้านบาทต่อหนึ่งนาที ซึ่งไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติ และการประชุม ครม.ไม่เคยประชุมรวบรัดและพิจารณาในช่วงกลางดึกเช่นนี้เหมือนตีไก่ง่วง

นาย วิชาญ กล่าวว่า เท่าที่ตนสอบถามจากพรรคพวกในครม. ทราบว่าเรื่องต่างๆ ที่นำมาพิจารณา บางเรื่องไม่ทราบว่ามีการบรรจุเข้ามาในวาระ และส่วนใหญ่พูดคุยในลักษณะแลกเปลี่ยนกัน เพื่อให้งานเดินหน้าได้ นอกจากนั้นยังพบว่าหลายโครงการที่รัฐบาลอนุมัติ เช่น กรณีการจัดซื้อรถถัง ซึ่งมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ โดยมาฝากไว้ในการจัดซื้อในวิธีการต่างๆ และยังมีวาระจรที่เสนอแต่หัวเรื่อง แต่กลับได้รับการอนุมัติในหลักการ นอกจากนั้นยังอนุมัติงบอุดหนุนจำนวนมาก เช่น กระทรวงสาธารณ สุข ตนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมต้องเร่งพิจารณาอนุมัติ การประชุมครั้งนี้เป็นการต่อรองหรือเอาใจข้าราชการหรือไม่

จี้กกต.สอบกอ.รมน.

นาย วิชาญ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังพบว่ามีกำลังทหารจากกอ.รมน.ทั่วทุกภาคเข้าไปในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่กทม. มีการเพิ่มกำลังทหาร 4 นายต่อหนึ่งเขต โดยบอกว่าเข้ามาเพื่อตรวจยาเสพติด แต่ตนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมต้องเข้ามาในช่วงนี้ ขอให้ติดตามดูในเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะบางเขตมีอยู่ในพื้นที่แค่ 2 คน แต่อีก 2 คนเบิกค่าใช้จ่ายลอย ขอให้กกต.เข้ามาตรวจสอบ ว่าเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องหรือไม่ ทุกอย่างอนุมัติเร็วเกินไปหรือไม่ มีการผูกพันงบประมาณในหลายโครงการ จัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งชัดเจนว่าหวังผลทางการเมืองแน่นอน

นายวิน รุ่งวัฒนะจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมครม.ใช้เวลากว่า 15 ชั่วโมง และอนุมัติงบประมาณนับแสนล้านบาท ซึ่งเป็นงบข้ามปี ไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนทำในลักษณะนี้ ถือว่าไม่เหมาะสม

แฉพิรุธงบธงฟ้าของพาณิชย์

ด้าน นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอนุมัติกว่า 200 โครงการและใช้เวลาสั้นมาก เป็นเรื่องไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะเสียมารยาท ในขณะที่รัฐบาลประกาศยุบสภาแล้ว ถือเป็นการเตรียมเอางบประมาณของรัฐไปหาเสียง โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ที่ได้รับงบประมาณ 169 ล้านบาทตามโครงการธงฟ้าลดค่าครองชีพประชาชน และต้องดำเนินการโครงการให้เสร็จภายใน 90 วันโดยอ้างว่าเพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ตนเห็นว่าการบรรเทาปัญหาค่าครองชีพด้วยการอนุมัติเงิน 169 ล้านบาทไม่เพียงพอ เพราะราคาสินค้าสูงขึ้น โดยเฉพาะไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม เนื้อหมู คิดว่าเป็นการหาเสียงในพื้นที่ตัวเองมากกว่า เป็นการทำงานที่ไม่โปร่งใส ถือเป็นเรื่องที่ผิดและไม่โปร่งใส เพราะเป็น การนำงบไปหาเสียง

โวยครม.อนุมัตินาทีละร้อยล.

นายประเกียรติ กล่าวว่า การที่ครม. อนุมัติงบประมาณและโครงการต่างๆ ผูกพันกว่าแสนล้านบาท คิดว่าเป็นนาทีละ 112 ล้านบาท ซึ่งตามปกติ การประชุมครม.จะเป็นการถกเถียง ท้วงติงและซักถามกัน แต่ ครม.ชุดนี้กลับเอื้อประโยชน์ต่อกัน ขอให้ทุกฝ่ายจับตามองสิ่งที่ครม.อนุมัติ และฝ่ายค้านจะคอยตรวจสอบด้วย ถือเป็นการสร้างวัฒน ธรรมที่ผิด และจะส่งผลกระทบต่อการเงิน การคลังของประเทศ ครม.ชุดนี้ไม่มี วัฒนธรรมและมารยาททางการเมือง ทั้งนี้ ต้องขอบคุณนักวิชาการหลายฝ่ายออกมาพูดถึงการประชุมครม.ที่อัปยศที่สุด

นาย ประเกียรติ กล่าวว่า นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่นายกฯและนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ต้องรับผิดชอบ เพราะมีการหมกเม็ดกลบเกลื่อน ด้วยการอนุมัติให้บอร์ดทีโอทีเซ็นสัญญากับกลุ่มร่วมค้าเอสแอลกรณีเครือข่าย ระบบ 3 จี ซึ่งเป็นการทุจริตมหาศาลเรื่องหนึ่ง เพราะเรื่องเหล่านี้ยังมีปัญหากันอยู่ ในชั้นศาล ทางพรรคจึงสั่งให้ทีมงานร่างเอกสารเพื่อยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาตรวจสอบ และคาดว่าจะยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ในวันที่ 9 พ.ค.นี้

ยื่นกกต.-ป.ป.ช.สอบหาเสียง

นาย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เขต 8 ลาดพร้าว วัง ทองหลาง บริเวณซ.ลาดพร้าววังหิน 49 โดยมีพล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รองหัวหน้าพรรค นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ว่าที่ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อ และนายสิงห์ทอง บัวชุม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 8 รวมทั้งสมาชิกพรรคและกลุ่มคนเสื้อแดง 100 คนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ผลสำรวจของสำนักงานตำรวจสันติบาล ระบุในพื้นที่กทม.ที่มีเขตเลือกตั้ง 33 เขตนั้น พรรคจะชนะ 18 เขต เพราะประชาชนในกทม.ต้องการเปลี่ยนแปลงให้พรรคเพื่อไทยมาคานอำนาจ เพราะนายกฯและผู้ว่าฯกทม.ต่างเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้น

นาย พร้อมพงศ์ กล่าวว่า พรรคตั้งข้อสังเกตว่าการประชุมครม.ครั้งสุดท้ายที่ประชุมนานกว่า 15 ชั่วโมงนั้น ส่อในลักษณะกินมื้อสุดท้าย จึงขอเรียกร้องไปยัง ส.ว. ขอให้ตรวจสอบการอนุมัติงบประมาณในครั้งนี้ด้วย และพรรคจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกกต. และป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบว่าการอนุมัติงบประมาณในวันดังกล่าวเอื้อ ประโยชน์แฝงการหาเสียงล่วงหน้าหรือไม่ โดยจะยื่นเรื่องหลังจากนายกฯ ทูลเกล้าฯพ.ร.ฎ.ยุบสภาทันที

“เต้น”เย้ย”มาร์ค”อยากยุบสภา

นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ และรองประธานภาคใต้ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการยืนยันจะยุบสภาตามกำหนดเวลาของนายกฯว่า เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯต้องการยุบสภาโดยเร็ว และอยากเลือกตั้ง เพราะหากดึงระยะเวลาออกไป ยิ่งจะทำให้ตัวนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์เสื่อมเสีย จึงอยากพ้นภาระหน้าที่โดยเร็ว และผลักภาระให้กับอำนาจนอกระบบ เพื่อบอกเป็นนัยว่าถึงตอนนี้ต้องรับผิดชอบร่วมกันแล้ว และหากมีการเลือกตั้ง อำนาจนอกระบบต้องช่วยเหลือพรรคประชาธิปัตย์ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอย่างเต็มที่ หรือแม้จะแพ้เลือกตั้ง ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลให้ได้

ตั้ง”อ๋อย”สกรีนทีมปราศรัย

รายงาน ข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า สำหรับความคืบหน้าการปราศัยหาเสียงในพื้นที่เลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยนั้น ล่าสุด พ.ต.ต. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ให้นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ ไอทีวี ทำหน้าที่คัดเลือกทีมปราศรัยส่วนกลางที่จะช่วยลงพื้นที่หาเสียง รวมถึงมอบนโยบายของพรรคให้ว่าที่ผู้สมัครนำไปปราศรัย โดยเนื้อหาที่จะนำไปปราศรัยนั้น จะเป็นนโยบายที่มีความสอด คล้องและเป็นความต้องการเฉพาะของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งพรรคจะตั้งทีมติวให้กับผู้สมัคร เพื่อให้เข้าใจนโยบายนั้นๆ อย่างถ่องแท้ ก่อนนำไปเสนอให้กับประชา ชนต่อไป

กกต.ลั่นพร้อมจัดเลือกตั้ง

นาย ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงความพร้อมในการเลือกตั้ง ภายหลังนายกรัฐมนตรียืนยันวันยุบสภาวันเดิมคือวันที่ 6 พ.ค.ว่า หากเป็นวันที่ 6 พ.ค. ก็เป็นวันเดิมที่นายกฯได้ประกาศเอาไว้ จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหาที่จะจัดการเลือกตั้ง โดยวันเลือกตั้ง ที่คาดการณ์เป็นวันที่ 26 มิ.ย. หรือวันที่ 3 ก.ค.นั้น ยังคงเดิม ส่วนกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 3 ฉบับนั้น คาดว่าไม่น่าจะเกินสัปดาห์หน้า ศาลรัฐธรรมนูญน่าจะพิจารณาเสร็จ และระเบียบกกต. ว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้ง และการดำเนินการของรัฐในการสนับสนุนการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่3) พ.ศ. 2554 ก็ผ่านความเห็นชอบจากกกต.แล้ว จึงมั่นใจได้ว่ากกต.พร้อมจัดการเลือกตั้งแน่นอน

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงความพร้อมจัดการเลือกตั้งว่า ที่ประชุมกกต.ยังเห็นชอบรูปแบบบัตรเลือกตั้งที่ จะใช้โรงพิมพ์ของรัฐ ระหว่างจะใช้โรงพิมพ์ของกรมการปกครอง และโรงพิมพ์กองสลาก ซึ่งมีมาตรฐานในการพิมพ์ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาราคากลางของการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง รวมทั้งจะให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์ในการพิมพ์ เพื่อสร้างความสบายใจว่าบัตรเลือกตั้งจะไม่มีปัญหา

“สนธยา”เปิดตัวพรรคพลังชล

ที่ ทำการศูนย์เรารักชลบุรี ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมพิธีเปิดที่ทำการพรรคพลังชล ซึ่งมีนางสติล คุณ ปลื้ม มารดาของนายสนธยา เป็นผู้ก่อตั้ง และนายเชาว์ มณีวงศ์ หัวหน้าพรรคพลังชล โดยมีประชาชนและกลุ่มพลังมวลชนในพื้นที่มาร่วมงานจำนวนมาก และได้เปิดตัวผู้สมัครทั้ง 8 เขตของจ.ชลบุรี

นายสนธยา ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคพลังชลจะเป็นกลาง เราจะไม่เป็นศัตรูกับใครและไม่แบ่งข้างแบ่งสีกับใครทั้งนั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสามัคคีในบ้านเมืองและเป็นทางออกของการเมืองใน ขณะนี้ซึ่งกำลังมีความแตกแยกขัดแย้งกันอย่างหนัก

พท.บุรีรัมย์ลั่นล้มช้าง

เมื่อ เวลา 16.00 น. ที่บ้านพักต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายโสภณ เพชรสว่าง แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทยทั้ง 9 เขตเลือกตั้ง ว่า ขอให้จับตา ดูการเลือกตั้งที่จ.บุรีรัมย์ จะมีการล้มยักษ์ ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนส่วนใหญ่คิดถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยากให้กลับมาบริหารประเทศเพราะรู้แล้วว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริหารล้มเหลว ส่วนที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยบอกจะกวาดบุรีรัมย์ยกจังหวัดนั้น น่าจะเลือกพรรคเพื่อไทยมากกว่า เชื่อว่าพื้นที่บุรีรัมย์จะมีการล้มช้าง อาจจะ 4-5 ที่นั่ง

นายโสภณ กล่าวว่า ตนขอท้าสาบานกับนายเนวินและผู้สมัครส.ส.บุรีรัมย์ของพรรคภูมิใจไทยทุกคน ให้เลือกตั้งโดยสุจริตและตนจะทำหนังสือถึงประธานกกต.ให้ลงมาดูวิธีทุจริต เลือกตั้งในพื้นที่ และจะทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้สั่งย้ายผู้ว่าฯบุรีรัมย์ และกำชับข้าราชการให้วางตัวเป็นกลางด้วย

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s