มาร์คพัลวัน รุมฉะครม.ทิ้งทวน 5แสนล้าน

นายกไม่เลื่อนทูลฯยุบ แม้วลั่นอีกกลับปลายปี หยามปชป.ได้ไม่เกิน160

“มา ร์ค” ยันขึ้นทูล เกล้าฯ “ยุบสภา” ตามปฏิทินเดิม “เทือก”บอกขยับไปอีก 1-2 วันไม่น่ามีปัญหาประชุม ครม.นัดทิ้งทวนยาว 15 ชั่วโมง ผ่าน 244 วาระ วงเงินงบประมาณกว่า 5 แสนล้าน ระบุเป็นการต่างตอบแทน “มาร์ค”พัลวันส่วนใหญ่เป็นงบเงินเดือน-ค่าตอบแทนตามแผนเดิม “ปณิธาน”แถลงแค่ 1.3 หมื่นล้าน อ้างที่เหลือเป็นงบผูกพันที่อนุมัติไปก่อนแล้ว นายกฯ ยืนยันทูลเกล้าฯ ยุบสภาตามปฏิทินเดิม “สุเทพ”ชี้วันยุบสภาขยับไป 1-2 วันไม่มีปัญหา รอให้ศาลรธน.พิจารณากฎหมายลูก 3 ฉบับให้เสร็จก่อน “ชัย”เตือนยุบสภาตอนไม่มีประธานวุฒิฯ จะเกิดสุญญากาศ “แม้ว”มั่นใจเพื่อไทยชนะเกินครึ่ง หยามปชป.อย่างเก่งได้ไม่เกิน 160 ที่ ลั่นอีกปลายปีได้กลับประเทศ

“มาร์ค”ยันไม่เลื่อนทูลฯยุบสภา

วัน ที่ 4 พ.ค. ที่อาคารรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการยุบสภา ว่า ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน แปลง ตนเคยพูดว่าจะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค. ยังคิดว่าดำเนินการได้อยู่ เมื่อถามว่าจนถึงวันนี้ตำแหน่งประธานวุฒิสภาก็ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ลงมา อาจมีปัญหาเรื่องคนรับสนองพระบรมราชโองการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เรื่องการยุบสภา ผมเป็นคนรับสนองฯ และมันไม่ได้เกิดอะไร เอาเป็นว่าขณะนี้ยังไม่มีอะไรกระทบกับสิ่งที่ได้พูดไว้”

เมื่อถามว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดวินิจฉัยพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เกี่ยว กับการเลือกตั้ง 3 ฉบับ ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเพราะเป็นข้อกำหนดภายในของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ก้าวล่วงตรงนั้น เมื่อถามย้ำว่าภายในสัปดาห์นี้ ภายในวันที่ 6 พ.ค. นายกฯ จะนำร่างพ.ร.ฎ.ยุบสภาขึ้นทูลเกล้าฯ ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เคยพูดไว้อย่างไรก็ปฏิบัติอย่างนั้น

ยังพูดไม่ชัดเลือกตั้งวันไหน

เมื่อ ถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ระบุการยุบสภาอาจยืดหยุ่นเวลาออกไปได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนเคยพูดไว้อย่างไรก็ปฏิบัติตามที่พูด เมื่อถามย้ำว่านายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุควรเลื่อนการยุบสภาออกไป 1 สัปดาห์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบขอไปฟังก่อน ตอนนี้ยังไม่ทราบว่านายบรรหาร แนะนำอะไร แต่คิดว่าสิ่งที่ได้พูดเอาไว้ปฏิบัติได้

เมื่อถามว่า มีข่าวว่านายกฯ กำหนดปฏิทินวันเลือกตั้งในวันที่ 26 มิ.ย. โดยหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้วจริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้คุยกับ กกต. เมื่อถามว่าตัวร่างพ.ร.ฎ. ที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต้องกำหนดวันเลือกตั้งในร่างด้วยใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใช่ เมื่อถามว่า ถ้านำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้วันเลือกตั้งจะเป็นวันไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วจะเรียนให้ทราบ เมื่อถามว่าใช่วันที่ 3 ก.ค.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถึงเวลาจะเรียนให้ทราบ

สถานการณ์ยังจัดเลือกตั้งได้

เมื่อ ถามว่า บรรยากาศการเมืองขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ในวันที่พรรคการเมืองร่วมประชุมกับกกต.ค่อนข้างดีในแง่การแสดงออกหลายเรื่อง มองตรงกัน และถ้ามุ่งเรื่องการเลือกตั้งที่สันติเป็นธรรมจะเป็นเรื่องที่ดี สมกับเจตนารมณ์ที่เราคิดว่าน่าจะจัดเลือกตั้งเร็วคือไม่ต้องรอให้สภาครบวาระ เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา ยังมีการเคลื่อนไหวของบางกลุ่ม นายกฯ กล่าวว่า ยังมีอยู่บ้าง แต่คิดว่าถ้ามีพ.ร.ฎ.แล้ว จะระวังกันมากขึ้น การเคลื่อนไหวต่างๆ ต้องดูตามข้อเท็จจริงว่ามีพรรคการเมืองไปยุ่งเกี่ยวหรือไม่ ซึ่งชัดเจนการไปขัดขวางการรณรงค์ถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้ง

เมื่อถาม ว่า มีการประเมินว่าสองพรรคใหญ่จะแข่งขันกันรุนแรง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เข้มข้นแต่อย่าให้รุนแรง และยังคิดว่าจะดูแลการเลือกตั้งไม่ให้เกิดความรุนแรงได้ ไม่เช่นนั้นเราจะเป็นสังคมประชาธิปไตยไม่ได้ ดังนั้น เราต้องจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย การแข่งขันจะเข้มข้นอย่างไรต้องอยู่ในกรอบ

“มาร์ค”แจงทิ้งทวนงบแสนล้าน

นาย อภิสิทธิ์ กล่าวถึงการประชุมครม. วันที่ 3 พ.ค. ซึ่งนายกฯ กำหนดเป็นการประชุมนัดสุดท้าย มีวาระเพื่อพิจารณาและเพื่อทราบกว่า 200 เรื่อง ว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าหากยุบสภาแล้วห้ามพิจารณาเรื่องที่จะมีผล ผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป ดังนั้น จะดำเนินการอะไรไม่ได้ เพราะยังมีเรื่องงบช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ภัยแล้งที่ต้องเร่งอนุมัติ หากไม่อนุมัติในครั้งนี้ ต้องรออีก 3 เดือน

นายกฯ กล่าวว่า งบฯที่อนุมัติส่วนใหญ่อยู่ในแผนเดิม เป็นเรื่องเงินเดือนค่าตอบแทนของครูและแพทย์พยาบาล เป็นเรื่องที่ต้องทำ ไม่เช่นนั้นต้องรออนุมัติอีก 2 เดือน ส่วนที่วิจารณ์ว่าอนุมัติงบฯมากนั้นมันอยู่ในแผนอยู่แล้วกว่าแสนล้านบาท ส่วนของกระทรวงกลาโหมที่อนุมัติเป็นเรื่องเก่า ยกเว้นปัญหาชายแดน

“เทือก”อ้างที่อนุมัติล้วนงบจำเป็น

ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิจารณ์ครม.นัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 พ.ค. อนุมัติงบประมาณแบบทิ้งทวน เทกระจาดว่า รัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งกำหนดว่าในช่วงยุบสภา รัฐมนตรีและครม. ไม่สามารถกระทำการบางอย่างได้ เช่น การอนุมัติโครงการหรือการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ทำให้ช่วงเป็นรัฐบาลรักษาการ 2 เดือน และอีก 1 เดือนกว่าจะมีครม.ชุดใหม่ รวมแล้ว 3 เดือนที่การบริหารราชการอาจเกิดชะงักงันได้ กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ จึงจำเป็นต้องรีบทำเรื่องขอความเห็นชอบในโครงสำคัญ หรือขอใช้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนและประเทศ เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หรือกรณีจะไปประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่อินโดนีเซีย ก็ต้องนำเข้าให้ครม.ตัดสินก่อน

นายสุเทพกล่าวว่า เมื่อทุกกระทรวง ทบวง กรม ประดังเข้ามาพร้อมกัน ทำให้วาระการประชุมมี 100 กว่าเรื่อง แต่ไม่ถึง 200 กว่าวาระ มีแค่ 100 กับอีก 2-3 เรื่อง จึงต้องประชุมกันถึงเวลา 02.00 น. แต่ไม่ใช่เรื่องทิ้งทวนอย่างที่กล่าวหากัน สิ่งเหล่านี้ตรวจสอบได้ โครงการที่ครม.อนุมัติไปได้พิจารณาด้วยความรอบคอบ เงินที่จะใช้ก็พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ไม่มีเรื่องทิ้งทวนหรือแบ่งเค้ก ยอมรับมีบางวาระที่ตนแปลกใจที่บางกระทรวงพยายามเสนอให้ครม. พิจารณาวันที่ 3 พ.ค.ให้ได้ อย่างน้อย 7-8 เรื่อง เกี่ยวกับการเสนอร่างพ.ร.บ. ซึ่งแม้ครม.จะเห็นชอบก็ไม่สามารถส่งไปสภาได้แล้ว ทำให้ ครม.ต้องใช้เวลาพิจารณากันนานมาก

ประธานวุฒิฯไม่กระทบยุบสภา

เมื่อ ถามว่าหลายฝ่ายกังวลว่าการยุบสภาต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานวุฒิสภา นายสุเทพกล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีปัญหา เพราะขั้นตอนการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธานวุฒิสภาคงดำเนินการไปได้ ถ้ามีเหตุการณ์อะไร วุฒิสภาก็ทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อถาม ว่าการยังไม่มีประธานวุฒิสภา การยุบสภาต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่าไม่เกี่ยวกัน การโปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธานวุฒิสภากับการยุบสภามันคนละเรื่องกัน เมื่อถามว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้การยุบสภาต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่าตอบยาก วันนี้ลุ้นกันอยู่เรื่องกฎหมายลูกที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ คาดหวังอาจมีคำวินิจฉัยออกมาได้ทันเวลากับวันยุบสภา เพื่อให้กกต.ใช้เป็นเครื่องมือเลือกตั้งได้ จึงมีประเด็นจังหวะเวลาที่ขยับเขยื้อนนิดหน่อย

เมื่อถามว่าอาจต้อง เลื่อนวันยุบสภาออกไปเป็นสัปดาห์หน้า นายสุเทพกล่าวว่ากระบวนการอาจเดินไปได้ เชื่อว่านายกฯกำลังดูประเด็นข้อกฎหมายว่าทำอะไรก่อนหลัง น่าเสียดายถ้ากฎหมายลูกที่กกต.ต้องการประกาศใช้ไม่ทัน จะเกิดความยุ่งยากในการเลือกตั้งและต้องใช้ประกาศที่ กกต.ไม่สบายใจแทน จุดนี้นายกฯต้องประเมินวันเวลาว่าควรเป็นอย่างไร แต่เป้าหมายของนายกฯยังเหมือนเดิมคือให้มีการยุบสภา

ขยับไป 1-2 วันไม่น่ามีปัญหา

เมื่อ ถามว่า แสดงว่าต้องรอความชัดเจนเรื่องกฎหมายลูกก่อนใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่าเวลาอาจต่างกัน 1-2 วัน สำหรับตนไม่รู้สึกอะไร ขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ก็ทนได้ แต่ทั้งหมดอยู่ที่ดุลยพินิจของนายกฯ เมื่อถามว่าแต่ละฝ่ายจะกุมความลับกันเอาไว้ นายสุเทพปฏิเสธว่าไม่ใช่ แต่เป็นเรื่องที่แต่ละฝ่ายต้องทำตามหน้าที่ เช่น ศาลมีขั้นตอนพิจารณา ไม่ใช่ส่งเรื่องไปแล้วพิจารณาได้เลย เท่าที่ฟังดูเหมือนกับว่าวันที่ 9 พ.ค.นี้ ศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สมมติว่าวินิจฉัยออกมาวันที่ 9 พ.ค.จริง เย็นวันนั้นนำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯได้ และวันที่ 10 พ.ค.ประกาศใช้ มีสภาพเป็นกฎหมายได้ ถ้ายุบสภาในช่วงนั้นก็เป็นได้

นายสุเทพกล่าว ว่า ตนก็พูดไปเรื่อย เช่น ถ้าศาลวินิจฉัยปั๊บ นายกฯก็ดำเนินการไป และยุบสภาวันนั้นทันทีก็อาจเป็นไปได้ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกับนายกฯ เช่นเดียวกับครม.คนอื่น แต่ในการประชุมครม.เมื่อคืนวันที่ 3 พ.ค. มีคนถามนายกฯ ตอนจะเลิกประชุมว่าตกลงยุบสภาเมื่อไหร่ นายกฯก็บอกว่าให้รอฟังวิทยุแล้วกัน

ชัดเจนแล้วมีเลือกตั้ง

เมื่อ ถามว่าตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับศาลอย่างเดียว นายสุเทพกล่าวว่า ตนไม่ได้โทษหรือโยนภาระให้ศาล เดี๋ยวจะมีปัญหากับศาลได้ แต่รัฐบาลก็ตัดสินใจได้ นายกฯอาจเดินหน้ากระบวนการทำเรื่องกราบบังคมทูลฯ ขึ้นไป ซึ่งการประชุมครม.วันที่ 3 พ.ค. ครม.ให้ความเห็นชอบงบประมาณจัดการเลือกตั้งให้กกต.แล้ว 2-3 พันล้านบาท

เมื่อ ถามว่าหากต้องเลื่อนวันยุบสภาออกไปจะมีผลกระทบให้เกิดความอึมครึม และเกิดสถานการณ์อะไรตามมาหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่าไม่มีสถานการณ์อะไรจะอึมครึมแล้ว วันนี้ชัดเจนทั้งประเทศแล้วว่าเลือกตั้งแน่นอน เพียงแต่นายกฯจะเสนอเรื่องขึ้นไปวันที่เท่าไหร่

เมื่อถามถึงข่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์แจกงบประมาณเพื่อให้ส.ส.คนละ 1 ล้านบาท เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า “ผมจะไปแจกใครที่ไหน เมื่อวาน (3 พ.ค.) ก็ประชุมครม. แต่ให้ส.ส.ไปลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง”

“เติ้ง”หนุนชะลอยุบ

ที่ พรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลอาจเลื่อนวันยุบสภา ว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ได้ถวายการผ่าตัด หากเสนอขอโปรดเกล้าฯ ยุบสภา ก็ต้องคิดว่าเหมาะสมหรือไม่ เมื่อพระองค์ทรงประชวรอย่างนี้ ถ้าจำเป็นต้องเลื่อนก็เลื่อน ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายหรือเสียคำพูด เพราะมีเหตุจำเป็นจริงๆ

นายบรรหาร กล่าวว่า หากราชเลขาธิการจะเสนอเรื่องขอทูลเกล้าฯ ต้องดูด้วยว่าพระองค์ทรงประชวรอยู่หรือไม่ หากประชวรอยู่ เสนอเรื่องขึ้นไปคงไม่ดี ถ้าเป็นอย่างนี้น่าจะเลื่อนมากกว่า แต่การจะเลื่อนไปเมื่อไหร่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จะเลื่อนไปอีก 7 วันไม่น่ามีปัญหา ส่วนที่ระบุจะต้องรอกฎหมายลูก 3 ฉบับที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาในวันที่ 9 พ.ค. ทราบจากข่าวว่าศาลฯ ระบุไม่จำเป็นต้องรอ แต่หากกกต.บอกว่าจำเป็นก็ต้องรอดูก่อน แต่ตอนนี้ควรดูในเรื่องที่แพทย์ถวายการรักษาพระองค์ท่านมากกว่า เราไม่ควรรบกวนเบื้องยุคลบาท

“ชัย”อ้างสุญญากาศ

ที่ รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีประธานวุฒิสภายังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ หากยุบสภาจะมีปัญหาเพราะไม่มีรองประธานรัฐสภามาทำหน้าที่แทนประธานรัฐสภา ว่า ตามหลักกฎหมาย ถ้ายุบสภาวันนี้ก็เหมือนเป็นสุญญา กาศเพราะประธานวุฒิสภายังไม่ได้โปรดเกล้าฯ และรองประธานวุฒิสภาที่รักษาการประธานวุฒิสภาไม่มีอำนาจเป็นรองประธานรัฐสภา ได้

เมื่อถามว่ามีแนวโน้มเลื่อนการยุบสภาออกไป นายชัย กล่าวว่า เรื่องยุบสภาอยู่ที่นายกฯ ส่วนจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดสุญญากาศ เป็นดุลพินิจของฝ่ายบริหาร

เมื่อถามว่าหมายความว่าหากยุบสภาตอนนี้ มีปัญหาแน่เพราะจะเกิดสุญญากาศทางการเมือง นายชัย กล่าวว่า ปัญหาไม่มี แต่เมื่อสภาผู้แทนราษฎรยุบไป วุฒิสภาก็ประชุมไม่ได้เพราะไม่มีประธานวุฒิสภาก็เหมือนเกิดสุญญากาศ แต่ไม่นานอาจ 5-10 วัน เมื่อถามว่าสุญญากาศ 5-10 วัน จะเกิดผลกระทบกับการบริหารบ้านเมืองหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ไม่มี เพราะนายกฯ รักษาการอยู่แล้ว ไม่เสียหาย เพียงแต่ประชุมสภาไม่ได้ วุฒิสภาประชุมไม่ได้ แม้จะมีรองประธานวุฒิสภาก็ตาม จะประชุมได้เฉพาะตามมาตรา 136

นายกฯยังไม่ส่งสัญญาณ

เมื่อ ถามว่านายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย คาดการณ์ว่าจะยุบสภาในสัปดาห์หน้า นายชัย กล่าวว่า ต้องถามนายเนวิน เดี๋ยวตนพูดไปมันจะผิดอีก เมื่อถามว่านายกฯ ได้ประสานอะไรมาหรือยัง นายชัย กล่าวว่า ไม่มี แต่วันที่ 3 พ.ค. พูดกันนิดหน่อยตอนปิดประชุมสภาแล้ว ซึ่งนายกฯ รอโปรดเกล้าฯ ประธานวุฒิสภา

เมื่อถามว่าส่วนตัวจะเว้น วรรคทางการเมืองหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ตนอยู่อย่างนี้แหละ ถ้าสื่อเห็นว่ายังมีคุณสมบัติอยู่ให้มาเล่นต่อก็จะเล่น ถ้าบอกว่าแก่แล้วอย่ามาเล่นเลยก็จะหยุด เมื่อถามว่าจะกลับมาเป็นประธานสภาอีกหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า คงไม่มีวาสนา เพราะการเมืองพรรคไหนได้เสียงข้างมาก พรรคนั้นเขาจัดตั้งทั้งรัฐบาลและประธานสภา

“นิคม”ให้รอกฎหมายลูก

นาย นิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง กล่าวว่า ระหว่างที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ประธานวุฒิสภา ตนในฐานะรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง จะปฏิบัติหน้าที่แทนไปก่อน การประชุมจะเป็นไปตามปกติ แต่อาจเกิดช่องว่างอยู่บ้างถ้าหากมีพ.ร.ฎ.ยุบสภา แต่ยังไม่มีประธานวุฒิสภามาทำหน้าที่ประธานรัฐสภา เพราะเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ กฎหมายเลือกตั้ง ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งอาจเป็นประเด็นขึ้น ฉะนั้นต้องรอดูว่าศาลฯ จะพิจารณากฎหมายเลือกตั้งเสร็จเมื่อไหร่ และมีการโปรดเกล้าฯ ยุบสภาเมื่อไหร่

เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่ว่าจะมี สุญญากาศเกิดขึ้น นายนิคม กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เกิดเพราะยังไม่มีการยุบสภา ยังปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม คิดว่าคงไม่มีสุญญากาศ เพราะทุกคนรู้ช่วงว่าง รู้ปัญหา ถ้าการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งเสร็จไม่ทัน กกต.สามารถออกระเบียบในการเลือกตั้ง จึงเชื่อว่าไม่มีปัญหา คิดมากกันไปเอง

กกต.รอประธานเซ็นกฏหาเสียง

ที่ สำนักงานกกต. นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ส่งข้อหารือเรื่องการใช้ทรัพยากรและเครื่องมือของ รัฐว่า กกต.ยังไม่ได้รับข้อหารือที่เป็นลายลักษณ์อักษร มีเพียงการสอบถามจากนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการประชุมร่วมกับกกต.เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ว่ากกต.ได้ออกระเบียบตามที่สำนักงานเคยยกร่างไว้ ส่วนการห้ามมิให้นำสถาบันมาหาเสียงอยู่ในข้อ 5 ข้อควรปฏิบัติ ซึ่งผ่านการพิจารณาของกกต.แล้ว รอเพียงประธานกกต.ลงนาม

เมื่อถามว่า การรับเชิญไปออกสื่อของนายกฯในช่วงที่มีพ.ร.ฎ.เลือกตั้งทำได้หรือไม่ นายสุทธิพลกล่าวว่ากกต.มีระเบียบแนวทางเดิมที่เคยปฏิบัติว่า หากสถานีโทรทัศน์ใดเชิญก็ต้องดูข้อปฏิบัติ และผู้สมัครทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ยึดหลักจรรยาบรรณ การจะออกสื่อของรัฐตามกฎหมายเลือกตั้ง ระบุให้กกต.เป็นผู้สนับสนุนแก่ผู้สมัครและพรรค รวมถึงการจัดเวทีกลางหาเสียง ซึ่งตัวรูปแบบจะยืดหยุ่นได้ แม้กฎหมายห้ามไม่ให้ผู้สมัครใช้สื่อของรัฐหาเสียง แต่ยังหาเสียงตามสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือเว็บไซต์ได้ แต่ต้องนำไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการหาเสียงด้วย

เมื่อถามว่าหากเลื่อน การยุบสภาออกไปจะกระทบต่อการเลือกตั้งที่กกต.กำหนดไว้หรือไม่ เลขาธิการกกต.กล่าวว่า หากเลื่อนออกไปในช่วงเวลาสั้นๆไม่กี่วัน คงไม่กระทบ แต่หากเลื่อนไป 2-3 เดือน ย่อมส่งผลกระทบต่อแผนงานของกกต.แน่นอน ทั้งนี้ ที่ประชุมกกต.มีมติว่าไม่มีข้อสังเกตเพิ่มเติมในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 3 ฉบับตามที่ศาลรัฐธรรมนูญสอบถามมา

“จรัญ”ยันศาลรธน.ไม่กดดัน

นาย จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรม นูญ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณากฎหมายลูก ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะต้องพิจารณาให้เร็วที่สุดและดีที่สุด รวมทั้งต้องมีความถูกต้อง โดยมีเงื่อนเวลา 30 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งความเห็นมายังศาลภายในวันที่ 6 พ.ค. และศาลจะพิจารณาในวันที่ 9 พ.ค. ส่วนจะพิจารณาเสร็จในวันนั้นเลยหรือไม่ ยังบอกไม่ได้ ควรทำให้เสร็จโดยเร็วแต่ไม่ควรผลีผลาม

เมื่อถามว่าการ ที่ศาลยังไม่สามารถวินิจฉัยร่างกฎหมายดังกล่าวได้ อาจกระทบต่อการยุบสภา นายจรัญกล่าวว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับศาล เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะพิจารณาว่าทำอย่างไรไม่ให้กระทบต่อผลประโยชน์ของ ประชาชน และต้องปล่อยให้เป็นดุลพินิจของศาลในการวินิจฉัยด้วย ยืนยันได้ว่าไม่มีใครมากดดันศาลจนทำให้ไม่ สามารถวินิจฉัยได้

อัดครม.แบ่งเค้ก-ต่างตอบแทน

นาย จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา กล่าวว่า ตามที่ครม.ประชุมเมื่อวันที่ 3 พ.ค. แบบมาราธอน มีการอนุมัติจัดซื้อโครงการต่างๆ มูลค่านับแสนล้านบาท จนถูกมองว่าเป็นการกระทำต่างตอบแทนให้กับกองทัพและพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ตนเห็นว่าด้วยเงื่อนเวลาที่รัฐบาลใกล้ยุบสภาในอีกไม่กี่วัน ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และวาระการพิจารณาที่มีเยอะทั้งวาระปกติ และวาระจรกว่า 200 วาระ แต่ครม.มีเวลาพิจารณาน้อยมาก จึงมีข้อกังขาว่าอนุมัติด้วยความรอบคอบขนาดไหน ซึ่งมีหลายฝ่ายมองว่าเป็นการทิ้งทวน ดังนั้น คณะกรรมาธิการฯจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาเพื่อตรวจสอบรัฐบาลต่อไป

นักวิชาการห่วงใช้งบไม่ทัน

นาย วรากรณ์ สามโกเศศ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกรัฐบาลต้องเคลียร์งานต่างๆ ซึ่งทุกรัฐบาลก็ต้องทำ เช่น รัฐบาลชุดนายบรรหาร ชุดพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ถือเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ผิดปกติ แต่ต้องดูว่าก่อนเข้าสู่การประชุมครม. มีการกลั่นกรองดีหรือไม่ และเมื่ออยู่ในวาระการประชุมครม. พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบหรือไม่ แต่ดูจากระยะเวลาการประชุมครม. เมื่อวานที่ผ่านมา คิดว่าน่าจะมีการถกเถียงอยู่หลายประเด็นจึงทำให้การประชุมครม.คราวนี้ใช้ ระยะเวลานานพอสมควร

นายวรากรณ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หากเป็นการอนุมัติวงเงินเมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน การอนุมัติวงเงินครั้งนี้จึงเป็นการอนุมัติแบบเลื่อนลอยและเป็นวงเงินที่ไม่ แน่นอน แต่ถ้าเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรืองบกลาง ก็อาจจะใช้ไม่ทัน เพราะในเร็วๆ นี้ จะมีการประกาศยุบสภาแล้ว

ซัดงบ”บ้านหลังแรก”ไม่จำเป็น

นาย สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงว่า ไม่น่าแปลกใจ เพราะทุกครั้งที่มีการยุบสภาทุกรัฐบาลก็มักถือโอกาสเทกระจาดในลักษณะนี้ ถ้าดูงบประมาณที่อนุมัติไปจะเห็นว่ามีอยู่ 2-3 เรื่องที่ไม่น่าจะเป็นความผิดอะไร คืองบประมาณเพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขัน และการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ส่วนงบประมาณประชานิยมที่เอาใจคนรากหญ้าก็ไม่น่าเป็นปัญหา แต่ต้องระวังไม่ให้กระทบวินัยทางการเงิน การคลัง ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่าไม่น่าจะกระทบ เพราะงบประมาณทั้งหมดแสนกว่าล้าน เป็นงบพิเศษเพียงหมื่นกว่าล้าน

นายสมชายกล่าวว่า ขณะนี้งบประมาณขาดดุลของไทยและหนี้สาธารณะก็อยู่ในระดับต่ำ กรณีนี้จึงไม่เพิ่มปัญหาวินัยทางการเงินการคลัง แต่อาจจะมีปัญหาระยะยาวว่างบประมาณบางตัวขึ้นแล้วอาจลงไม่ได้ ต้องคิดกันต่อว่ารัฐบาลหน้าจะหางบจากไหนมาสานต่อ ส่วนงบประมาณที่เห็นว่าไม่จำเป็น คือการช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านหลังแรก เพราะเศรษฐกิจปีนี้ก็ไปได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกระตุ้นอีก ดูจากภาพรวมทั้งหมดมีบางส่วนที่ควรจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ และบางส่วนที่ทำได้ เพราะเป็นไปตามแนวนโยบายที่รัฐบาลประกาศมาก่อนหน้านี้แล้ว

จี้รบ.ชี้แจงผ่านเป็นร้อยวาระ

นาย สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า เรื่องวาระพิจารณาที่มากขนาดนี้น่าจะเป็นปัญหาในการจัดการของแต่ละหน่วยงาน ที่ไม่วางแผนล่วงหน้า แม้นายกฯประกาศยุบสภาล่วงหน้าหลายเดือน แต่ละหน่วยงานต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมหลายเรื่อง แต่ไม่เตรียมพร้อม เรื่องที่นำเข้าก็มีทั้งดีและไม่ดี เหมาะสมและไม่เหมาะสม เรื่องที่เร่งด่วนอย่างช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมควรรีบพิจารณาให้เสร็จ เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อน

นายสมเกียรติกล่าวว่า การประชุมแบบนี้ไม่ถือว่าเป็นประเพณีเทกระจาดเพราะทุกรัฐบาลก็ทำอยู่แล้ว แต่ปกติก่อนยุบสภาจะไม่แจ้งล่วงหน้านาน ที่ผ่านมาจึงมีเรื่องให้พิจารณาไม่มาก ผลเสียในการประชุมพิจารณาแต่ละโครงการครั้งนี้คืออาจพิจารณาไม่ละเอียด รอบคอบ ดังนั้นโครงการขนาดใหญ่ควรจะให้รัฐบาลชุดต่อไปมาพิจารณา เพราะต้องพิจารณาอย่างรอบ คอบเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน หลังจากนี้รัฐบาลต้องออกมาชี้แจงถึงความจำเป็นที่ต้องพิจารณาถึง 206 วาระให้ได้ เพื่อความโปร่งใสและความบริสุทธิ์ใจ

ครม.นัดท้ายถกมาราธอน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครม.นัดสุดท้ายวันที่ 3 พ.ค. ภายหลังประชุมที่รัฐสภาในเวลา 08.00 น. เสร็จสิ้นในเวลา 16.00 น.แล้ว มีการประชุมกันต่ออีกครั้งที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 19.00 น. ข้ามคืนมาจนถึงเวลา 02.00 น. ของวันเดียวกันนี้

เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่าครม.ใช้เวลาประชุมทั้งสิ้น 15 ชั่วโมง แบ่งเป็นวาระเพื่อพิจารณา 155 วาระ วาระจร 53 วาระ วาระพิจารณาปกติ 102 วาระ

ทิ้งทวน 244 วาระ 5 แสนล้าน

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ครม.นัดสุดท้าย ถือเป็นการประชุมครม.ที่ใช้เวลามากที่สุด 15 ชั่วโมง ทำลายสถิติครั้งประวัติศาสตร์ เนื่องจากสมัยรัฐบาลของนายอานันท์ ปันยารชุน ประชุมนานถึง 24.00 น. โดยครม.นัดสุดท้ายของนายอภิสิทธิ์ ได้พิจารณาวาระทั้งหมด 244 เรื่อง แบ่งเป็นวาระพิจารณาปกติ 102 เรื่อง วาระพิจารณาจร 53 เรื่อง วาระเพื่อทราบ 58 เรื่อง วาระเพื่อทราบจร 31 เรื่อง โดยอนุมัติงบฯ ไป 557,517 ล้านบาท

การอนุมัติมีบางโครงการ ได้รับงบฯ จำนวนมาก อาทิ โครงการบ้านหลังแรกตามที่ธอส. เสนอให้ขยายวงเงินสินเชื่อเป็น 25,000 ล้านบาท อนุมัติให้กฟผ. ดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ 9 วงเงิน 31,170 ล้านบาท อนุมัติ 4,200 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนกำลังพลด้านสาธารณสุข อนุมัติ 17,900 ล้านบาท ใช้ในโครงการทศวรรษการผลิตและพัฒนากำลังคนในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (ปี”55-64) อนุมัติ 15,839 ล้านบาท ใช้ขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ในจำนวน 10 โครงการ และอนุมัติแผนงบประมาณในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาอีก 371,598 ล้าน บาท อนุมัติ 457,127 ล้านบาท

งบเลือกตั้ง 3 พันล้าน

ให้ กระทรวงคมนาคม ดำเนินโครงการจัดหาเครื่องบินของบริษัทการบินไทย 7 ลำ และอนุมัติ 170,000 ล้านบาท อนุมัติให้รฟท.ลงทุนรถจักรและล้อเลื่อน และงบฯ ส่วนอื่น อาทิ อนุมัติ 4,887 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ช่วยผู้ประสบภัย และงบจัดการเลือกตั้งของกกต. 3,817 ล้านบาท

ขณะที่บางโครงการอยู่ใน โครงการประชาวิวัฒน์ ซึ่งเป็นนโยบายหาเสียงของรัฐบาล อาทิ อนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์ จัดงานมหกรรมลดค่าครองชีพทั่วประเทศ 169 ล้านบาท อนุมัติดำเนินโครงการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้าง 7 ล้านบาท และหาบเร่แผงลอย 11 ล้านบาท อนุมัติงบฯ กลาง 212 ล้านบาท เพื่อเยียวยาส่วนราชการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง (นอกเหนือจากที่อุดรธานี) และช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมพื้นที่กทม. อนุมัติ 200 ล้านบาท

ไม่แถลงงบกลาโหม

ให้กระทรวงแรง งาน เพื่อบริหารจัดการประชาสัมพันธ์ขยายความคุ้มครองประกันสังคม อนุมัติ 171 ล้านบาท ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำนินโครงการกรุงเทพเมืองปลอดภัย (ประชาวิวัฒน์) และค่าใช้จ่ายในการจัดหาที่พักอาศัย

มีบางกระทรวงที่ เสนอให้ครม.พิจารณาโครงการใหญ่ๆ เช่น กระทรวงกลาโหม ที่มีกระแสข่าวว่าเสนอให้ครม.อนุมติจัดซื้อรถถังยูเครน 54 คัน มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท เมื่อพิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้วได้เก็บเอกสารกลับคืนและไม่เป็นที่เปิดเผยม ติครม.ดังกล่าว

อนุมัติงบกลาง 1.3 หมื่นล้าน

นาย ปณิธานกล่าวว่า โดยสรุปตัวเลขงบประมาณในการขออนุมัติจากงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 13,745 ล้านบาท จำแนกได้ 12 ประเภท อาทิ มหาดไทยกว่า 237 ล้านบาท ใช้ในการช่วยเหลือเยียวยาส่วนราชการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการ เมือง การช่วยเหลือผู้ประกอบการ และโครงการประชาวิวัฒน์ ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย กระทรวงสาธารณสุข 4,200 ล้านบาท เพื่อตอบแทนกำลังพลภาครัฐ กระทรวงกลาโหม ปรับเบี้ยเลี้ยงทหารพราน ค่าใช้จ่ายในการป้องกันชายแดนไทย-กัมพูชา ค่าใช้จ่ายจัดหมู่เรือไปปราบโจรสลัด(โซมาเรีย) ค่าใช้จ่ายในการจัดหากระสุนสำรองคงคลัง และมีค่าใช้จ่ายของกกต.ในการจัดเลือกตั้ง 3,164 ล้านบาท

นายปณิธาน กล่าวว่า ส่วนตัวเลขที่มีการนำเสนอมากเป็นหลักแสนล้าน เป็นการนำตัวเลขที่มีการอนุมัติในหลักการ หรือเป็นงบผูกพัน เช่น งบพัฒนาของรัฐวิสาหกิจกว่า 4 แสนล้านนั้น ซึ่งมีการอนุมัติไปล่วงหน้า จึงเป็นการบวกตัวเลขที่คลาดเคลื่อนและซ้ำซากจนดูว่าอนุมัติมากกว่าแสนล้าน ตัวเลขดังกล่าวที่ผ่านความเห็นชอบของครม.แล้ว ทางสำนักงบประมาณต้องไปดูในรายละเอียด ตัวเลขอาจจะมีปรับการลดเล็กน้อย

นายกฯเร่งรมต.ปลดป้าย

นาย วัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่าครม.เห็นชอบตามที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) เสนอแนวทางปฏิบัติอันเนื่องมาจากการยุบสภา โดยเป็นข้อสรุปแนวทางการปฏิบัติตัวของครม.และ ข้าราชการการเมือง เน้นที่มาตรา 181 ของรัฐธรรมนูญ และการใช้ชื่อตำแหน่งจะไม่มีคำว่ารักษาการ ทั้งนี้ ครม.มีมติให้ปลดป้าย ถอดป้ายต่างๆ ที่รัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ นำเสนอเป็นสปอตโฆษณา ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ นายกฯย้ำว่าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส รัฐมนตรีทุกคนต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนในเรื่องนี้

ส่งหนังสือถามกกต.

นาย วัชระกล่าวว่า นายกฯยังแจ้งต่อครม.ว่า จากการที่เข้าร่วมประชุมกับกกต. มีหลายประเด็นที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจน จึงทำหนังสืออย่างเป็นทางการสอบถาม กกต.ถึงแนวทางปฏิบัติตัว เชื่อว่าวันที่ 4 พ.ค.นี้ กกต.น่าจะมีคำตอบออกมาให้ชัดเจน นายกฯยกตัวอย่างข้อสงสัย เช่น กรณีการใช้รถกันกระสุนของนายกฯ หรือบุคคลสำคัญอื่นๆ ยังใช้ได้อยู่หรือไม่ การใช้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการไปหาเสียงหรือทำกิจกรรมการเมือง เนื่องจากตามระเบียบจริงอาจต้องส่งตัวรปภ.คืนหน่วยงานต้นสังกัด หากจำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่รปภ. จะใช้หลักเกณฑ์อย่างไร หรือกรณีนายกฯมีภารกิจ รับเชิญบรรยาย ไปดินเนอร์ทอล์ก แสดงปาฐกถาแล้วเลี้ยงกาแฟ เลี้ยงอาหาร ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และยังมีกรณีนายกฯลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมราษฎรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม หรือภัยสงครามต่างๆจะกระทำได้หรือไม่

นายวัชระกล่าวว่า รัฐมนตรีบางคนสอบถามปัญหาข้อต้องห้ามที่ต้องระวัง เช่น นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา สอบถามเกี่ยวกับการใช้เครื่องมืออุปกรณ์สื่อสาร เช่น โทรศัพท์ที่เป็นของหลวงระหว่างปฏิบัติราชการ แต่มีผู้โทร.เข้ามาถามเรื่องการเมืองในฐานะหัวหน้าพรรคจะพูดได้หรือไม่ นายกฯกำชับครม. และข้าราชการการเมืองทุกคนว่าขอให้เคร่งครัดรักษากฎระเบียบของการเลือกตั้ง หรือตามกฎหมาย ยึดหลักมติครม.เมื่อปี 2543 สามารถนำมาปรับใช้ได้ เพื่อความเป็นธรรม ภาพพจน์ที่ดี

ทร.เสียดายวืด”เรือดำน้ำ”

พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมไม่ได้เสนอโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพ เรือ(ทร.) รุ่นยู-206 เอ จากเยอรมัน 6 ลำ วงเงิน 7.7 พันล้านบาทเข้าสู่การพิจารณาของครม.ว่า กองทัพเรือเสนอเรื่องให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย. แต่แจ้งว่าเสนอเข้าครม.ไม่ทัน ไม่ทราบรายละเอียด ต้องถามพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม หมดหน้าที่ของตน ทำดีที่สุดแล้ว ผู้บังคับบัญชาว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น ถือว่าจบ

เมื่อถามว่าจะ เดินหน้าโครงการนี้อย่างไรต่อไป พล.ร.อ.กำธรกล่าวว่า ทร.ต้องกลับไป ทบทวนข้อบกพร่อง แต่เรายังยืนยันถึงความจำเป็น บอกตามตรงว่าเสียดาย เป็นโครงการที่ดี มีอดีตผู้บัญชาการทหารเรือและนายทหารชั้นผู้ใหญ่โทร.มาแสดงความเสียใจ แต่ทหารต้องเข้มแข็ง ไม่น้อยใจ เรายังมีภารกิจอื่นอีกมากมาย กองทัพเรือไม่มีเรือดำน้ำมา 60 ปีแล้ว ถ้าเรามีความซื่อตรงในหน้าที่ จรรยาบรรณ และวิชาชีพทหาร ต้องดำเนินการต่อไป

อ้างโพลพท.ปักธงกทม. 22 เก้าอี้

เวลา 08.30 น. ที่สวนลุมพินี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.ครบทั้ง 33 เขต พร้อมนโยบายสำหรับคนกทม. อาทิ แก้ปัญหาน้ำท่วมถาวรด้วยการสร้างเขื่อนรอบกทม. สร้างรถไฟฟ้า 10 สาย 20 บาทตลอดเส้นทาง กองทุนเถ้าแก่น้อย การให้บริการระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่สาธารณะ และนโยบายแจกแท็บเล็ตสำหรับเด็กนักเรียน นักศึกษา ตั้งแต่ชั้นป.1 เพื่อประกาศความพร้อมสู้การเลือกตั้งภายใต้สโลแกน “คืนความสุข เพิ่มความสบายให้คนกรุงเทพมหานคร” และ “ลงมือทำทันที”

นายยงยุทธ กล่าวว่า สนามเลือกตั้งกทม. พรรคมีตัวช่วยที่ดีคือนโยบายดีๆ ที่พรรคอื่นไม่มี และเรายังมีความนิยมชมชอบมาก่อน ดังนั้น เลือกตั้งครั้งนี้ กทม.ไม่ขี้เหร่แน่นอน จากการทำโพลของหน่วยงานข้างนอกทราบว่าพรรคจะได้ส.ส.ไม่ต่ำ 22 คน จึงขอเป็นกำลังใจให้พวกเราสู้ต่อไป

ลูก”สมบัติ”ลงเขต 7

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่เป็นอดีต ส.ส.และผู้สมัครส.ส.จากพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน ส่วนการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ทับซ้อน เช่น เขต 7 (วังทองหลาง ห้วยขวาง) พื้นที่เดิมของน.ส.ภูวนิดา คุนผลิน อดีตส.ส.ไทยรักไทย ต้องขยับขึ้นบัญชีรายชื่อ หลีกทางให้กับน.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ บุตรสาวพล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)

เขต 27 (บางขุนเทียน) นายสุเทพ ม่วงศิริ ขยับขึ้นบัญชีรายชื่อเพราะไม่ต้องการชนกับน้องชาย คือนายสากล ม่วงศิริ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ประชาธิปัตย์ โดยส่งนายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ หรือนายสมชาย ไพบูลย์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ลงแทน และเขต 1 (พระนคร ป้อม ปราบฯ สัมพันธวงศ์) พรรคเพิ่งอนุมัติส่งพล.ต.ต.รุ่งโรจน์ เภกะนันท์ อดีตผู้บังคับการส่วนตรวจราชการ 1 และอดีตผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคมัชฌิมาธิปไตย

นายยงยุทธให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคยังไม่ชัดเจน เรื่องแคนดิเดตนายกฯ จะทำให้เสียความเชื่อถือหรือไม่ว่า เชื่อว่าคงไม่เกี่ยวกับคะแนนนิยม ถึงตอนนี้จะยังไม่ประกาศ แต่คะแนนนิยมของพรรคก็ยังสูงอยู่ ดังนั้นไม่น่ามีปัญหา

โพลสนามกรุงพท.เบียดปชป.

รายงาน ข่าวแจ้งว่า ผลสำรวจทั้งจากพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ สันติบาล และกอ.รมน. มีแนวทางเดียวกัน ว่าในพื้นที่กทม. เพื่อไทยจะได้ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 18 คน โดยเป็นการแบ่งกันระหว่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ไม่มีพรรคอื่นเข้ามาสอดแทรก พื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นพื้นที่กทม.ชั้นใน อาทิ เขตป้อมปรามศัตรูพ่าย พระนคร สัมพันธ์วงศ์ บางรัก สาทร ส่วนเพื่อไทย จะเป็นพื้นที่ชั้นนอก อาทิ สายไหม ดอนเมือง คันนายาว หนองจอก ลาดกระบัง สะพานสูง ส่วนพื้นที่กทม.ชั้นกลาง ยังมีคะแนนเสียงสูสี

เวลา 13.30 น. ที่โรงแรมโกลเด้นทิวลิป คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายโอฬาร ไชยประวัติ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายพิชัย นริพทะพันธุ์ และนายคณวัฒน์ วศินสังวร จัดเสวนานโยบายเศรษฐกิจและสังคม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับสมาชิกสมาคมหอการค้าไทย-จีน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ร่วมเสวนาผ่านโปร แกรมสำหรับคุยโทรศัพท์ทางอินเตอร์เน็ต หรือสไกป์

“แม้ว”สไกป์ติวเศรษฐกิจ

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเปิดให้มีการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ จึงมีความคิดเรื่องการสร้างเมืองใหม่ จะช่วยลดความแออัด สังคายนากฎหมายธุรกิจ จัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ำ โดยตั้งเป้าปี 2555 ลดเหลือ 23% และปี 2556 อยู่ที่ 20% ที่สำคัญเศรษฐกิจระดับบนต้องคู่ขนานกับการพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้า เพื่อความมั่นคงของประเทศควรตั้งกองทุนจำนวนหนึ่ง เพื่อส่งเสริมนักธุรกิจไทยไปเติบโตต่างประเทศ ถ้าในปีหรือปีครึ่งข้างหน้าตนยังไม่ได้กลับ จะนำบริษัทเข้าตลาดน่าจะได้ 3-4 ล้านบาท ทั้งที่ลงทุนไม่กี่ตังค์

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า การแก้ปัญหาและการบริหารประเทศวันนี้อยู่ที่วิธีคิด เช่น สนามบินดอนเมืองสามารถใช้เป็นศูนย์กลางของเครื่องบินส่วนตัวและเปิดเป็น ศูนย์ซ่อมได้ แต่ติดตรงที่กฎหมายไทยยังจำกัด และวิธีคิดของผู้บริหารที่คิดแบบผิดๆ คิดแต่จะเอาเงินก่อน อย่างกรณีหลังปฏิวัติใหม่ๆ ออกมาบอกว่าสนามสุวรรณภูมิร้าว วิธีการคือเขาเอาน้ำไปใส่ปูนแห้งให้แตกแล้วไปถ่ายรูป บอกสนามบินร้าว ที่จริงแค่อยากเปิดใช้ดอนเมืองเพื่อที่ตัวเองจะได้เงิน นี่คือฝีมือของพลเอกที่รวยไปแล้ว คิดแต่เอาเงิน เอาการเมืองก่อน

ลั่นปลายปีนี้ได้กลับ

จาก นั้นพ.ต.ท.ทักษิณตอบคำถามเรื่องการป้องกันทุจริตคอร์รัปชั่นหากเพื่อไทยเป็น รัฐบาล ว่าตนมีแนวคิดหนึ่ง แต่ยังไม่ตกผลึกคือการตั้งกรรมการตั้งราคากลางที่เป็นธรรม ดึงมหา วิทยาลัยเข้าร่วม เมื่อประมูลแล้วรัฐประหยัดเงินไปเท่าไหร่ก็แบ่งคนละครึ่งระหว่างรัฐและคนทำ งาน เป็นการเอาเงินใต้โต๊ะมาไว้บนโต๊ะ รายได้ไม่หายไปไหน แต่ถ้ายังปล่อยให้มีระบบฮั้ว ราคากลางก็ไม่เป็นกลางที่แท้จริง

เมื่อ ถามถึงโอกาสกลับประเทศไทย พ.ต.ท. ทักษิณกล่าวว่าอยู่ที่ประชาชน ถ้าเห็นว่าตนเป็นประโยชน์ก็กลับมารับใช้ แต่ถ้าไม่คิดว่าเป็นประโยชน์ก็จะอยู่เมืองนอกเลี้ยงลูกต่อไป แต่มั่นใจว่าเลือกตั้งงวดนี้เพื่อไทยน่าจะชนะขาด เพราะอาการรัฐบาลเริ่มออกแล้ว ชัดเจนว่าเขาสู้เราไม่ได้ด้วยการที่นายอภิสิทธิ์ออกมาบอกว่าถ้ารวมกันได้ เสียงเกินครึ่งหนึ่งก็ตั้งรัฐบาลได้แล้ว เท่ากับนายอภิสิทธิ์ยอมรับแล้วว่าสู้เพื่อไทยไม่ได้ แต่ยังอุตส่าห์คิดอย่างนี้ ส่วนพรรคร่วมก็เบ่งตัวเลขกันใหญ่ เอามาต้มเพื่อจะได้งบไปใช้เลือกตั้ง

“160 ที่นั่งพรรคประชาธิปัตย์เบ่งบานเต็มที่ แต่วันนี้อิมเมจแย่เยอะ หายังไงให้ได้ 160 ที่นั่ง บางพรรคซื้อตัวคนไปจากผมแต่ซื้อได้แค่ตัว ฐานเสียงยังเป็นของผมก็คืนกลับมาที่เพื่อไทยอีก ดูยังไงเพื่อไทยก็เกินครึ่ง ผมตั้งใจว่าปีนี้น่าจะได้กลับ ประมาณปลายปีนี้” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

“เหลิม”โวคัมแบ๊กมท.1

ส่วน โอกาสที่พรรคเสียงข้างน้อยจะได้จัดตั้งรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า พรรคเสียงข้างน้อยไปตั้งรัฐบาลในค่ายทหารโดยบีบพรรคเล็กเข้าร่วมเป็นสิ่งที่ ไร้จรรยาบรรณ ไร้คุณธรรมที่สุด พรรคเสียงข้างน้อยจะตั้งรัฐบาลได้ต่อเมื่อพรรคเสียงข้างมากตั้งรัฐบาลไม่ สำเร็จ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยึดหลักการนี้ แต่นายอภิสิทธิ์คงโคลนนิ่งดีเอ็นเอเพี้ยนไปนิด หรือคงคิดว่าจะเป็นเสียอย่าง เพราะอยากเป็นเหลือเกิน แต่ครั้งนี้ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

จ.หนองบัวลำภู ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ไปช่วยปราศรัยหาเสียงให้ผู้สมัครส.ส.หนองบัวลำภู เน้นชี้แจงนโยบายพรรคเรื่องการพักหนี้เกษตรกร การรับจำนำข้าว 30 บาทรักษาทุกโรค และบัตรเครดิตเพื่อเกษตรกร พร้อมระบุได้รับการร้องเรียนเรื่องผู้ว่าฯวางตัวไม่เป็นกลาง โดยเฉพาะภาคอีสานถึงร้อยละ 70-80 ตนเตรียมตำแหน่งผู้ตรวจราชการ 20 ตำแหน่งไว้รองรับ จะกลับมาเป็นรมว.มหาดไทยอีกรอบ เลือกตั้งครั้งนี้พรรคจะกลับมาเป็นรัฐบาล มีส.ส.มากกว่า 280 เสียง มากกว่าฝ่ายค้านถึง 30 ที่นั่ง จะเสนอพรรคให้พิจารณาตนเป็นรมว.มหาดไทยอีกครั้ง

ปชป.เคลียร์ส.ส.กรุง

นาย เทพไท เสนพงศ์ โฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข่าวความขัดแย้งในการจัดตัวผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในพื้นที่ภาคใต้ลงตัวในทุกเขตเลือกตั้ง ผู้สมัครทุกคนยอมรับในมติของกก.บห.พรรคโดยไม่มีเงื่อนไข ส่วนในกทม.ที่ยังมีเขตทับซ้อนอยู่ 2-3 เขต ก็คงไม่มีปัญหา เพราะบุคคลที่มีปัญหาในพื้นที่ทับซ้อน เช่น นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.กทม. ได้เข้าพบหัวหน้าพรรคและทำความเข้าใจกันแล้ว ทั้งหมดยอมรับในกติกา จึงเชื่อว่าหลังจากนี้จะไม่มีเรื่องดังกล่าวออกมาอีก

สภาล่มหนที่7

เวลา 10.00 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าเป็นประธาน ก่อนเข้าสู่วาระเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาต่างๆ นาน 1 ชั่วโมง เนื่องจากองค์ประชุมยังไม่ครบ กระทั่งเวลา 11.00 น. จึงเข้าสู่วาระการประชุม ลงมติผ่านร่างพ.ร.บ.องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วในวาระ 3 ด้วยเสียง 212 ต่อ 32 เสียง และลงมติผ่านร่างพ.ร.บ.เงินทดแทน(ฉบับที่.) พ.ศ. ที่คณะ กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระที่ 3 ด้วยเสียง 245 ต่อ 1 เสียง ซึ่งค้างมาจากการประชุมเมื่อวันที่ 7 เม.ย. และลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จ ในวาระที่ 3 ด้วยเสียง 257 ต่อ 0 เสียง

จาก นั้นได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.วิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว แต่เมื่อพิจารณาถึงมาตรา 5 เกี่ยวกับการให้รมว.สาธารณสุขรักษาการตามกฎหมาย ก่อนจะลงมติได้ตรวจสอบองค์ประชุม มีส.ส.อยู่เพียง 194 คน ไม่ครบองค์ประชุม พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาคนที่สอง ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม จึงแจ้งว่าให้เลื่อนการลงมติไปในการประชุมครั้งต่อไป และสั่งปิดประชุมเมื่อเวลา 16.20 น. องค์ประชุมสภาก็ล่มอีก เป็นครั้งที่ 7

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s