ถอนประกันแดง ไต่สวนไม่จบ


ชี้ดีเอสไอ ถอดเทป ไม่ครบ!


ขึ้นศาล – นาย จตุพร พรหมพันธุ์ พร้อม 8 แกนนำนปช. ขึ้นศาลอาญารัชดาฯ คดีที่อัยการยื่นให้พิจารณาถอนประกันตัว เพราะปราศรัยหมิ่นสถาบัน เมื่อวันที่ 4 พ.ค. โดยศาลนัดไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 9 พ.ค. นี้

9 แกนนำเสื้อแดงนำโดยวีระ-ณัฐวุฒิ-จตุพรขึ้นศาล ไต่สวนกรณีอัยการยื่นถอนประกัน อัยการเปิดซีดีคำปราศรัย รองผบช.น. “อำนวย นิ่มมะโน” เบิกความซัด “จตุพร” หมิ่นสถาบัน แกนนำเสื้อแดงค้านเรียกร้องต้องฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ใช่ฟังเป็นช่วงๆ แล้วสรุป ศาลพิจารณาก่อนนัดไต่สวนครั้งต่อไป 9 พ.ค. “เทือก” ไล่ฮิวแมน ไรต์ วอตช์ กลับไปดูเรื่องประเทศตัวเอง ขนาดปธน.เคนเนดี้ถูกยิงตายยังสรุปไม่ได้ โวยทำไมคนไทยต้องฟังฝรั่งกล่าวหา “ธิดา” ให้คนเสื้อแดงติดตาม “มาร์ค” ยุบสภาตามที่พูดหรือไม่ นัดชุมนุมใหญ่ 19 พ.ค. รำลึก 1 ปีราชประสงค์

เทือกไล่”ฮิวแมนไรต์วอตช์”โกโฮม

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มสิทธิมนุษยชนชื่อดังของโลก ฮิวแมน ไรต์ วอตช์ ภาคพื้นเอเชีย เปิดเผยผลการตรวจสอบเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง เดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 ที่มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดชัดเจนเพราะใช้กระสุนจริง และสไนเปอร์กับประชาชน ว่า ตนเห็นข่าวแล้วรู้สึกเสียใจ เพราะองค์กรนี้ควรเป็นกลางและปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่เอนเอียง และก่อนจะพูดอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรในประเทศไทยหรือภาพรวมของ ประเทศไทย ควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อน และน่าเสียดายตอนที่มีคดีอุ้มฆ่า 3,000 ศพ สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร องค์กรนี้ไม่รู้อยู่ที่ไหนไม่เคยได้ยินเสียง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นเพราะความไม่ชัดเจนเรื่องคดีที่ผ่านไป 1 ปี ยังไม่คืบหน้า นายสุเทพ กล่าวว่า ตนมองว่าองค์กรพวกนี้ให้กลับไปดูที่ประเทศตัวเอง สมัยประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ ถูกลอบยิงเสียชีวิต จนเดี๋ยวนี้ยังไม่ชัดเจน

ทำไมต้องฟังฝรั่งกล่าวหาไทย

เมื่อถามว่าทำไมรัฐบาลไม่ทำให้เกิดความชัดเจน นายสุเทพ ย้อนถามว่า ทำไมเราถึงต้องว่าถ้าเกิดความยากลำบากในการทำหน้าที่แล้ว ทำไมยังต้องไปลงโทษ เพราะคณะกรรมการต่างๆ เช่น คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ยังทำงานกันอยู่ ทำหน้าที่ค้นหาข้อเท็จจริงกันอยู่ ทำไมไม่ฟังคนอย่างนายคณิต แต่กลับไปฟังฝรั่งที่มันกล่าวหาประเทศไทย

เมื่อถามว่าคณะกรรมการบางคณะผิดหวังรัฐบาล เพราะเสนอแนะอะไรก็เหมือนรัฐบาลไม่สนใจไม่ได้ยิน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่จริง รัฐบาลไม่ได้ปัดข้อเสนออะไรเลย แต่ข้อเสนอบางอย่างยังต้องมีรายละเอียด เช่น เรื่องที่ดิน ยอมรับว่ายากเพราะกระทบกับคนจำนวนมาก และต้องเปลี่ยนทั้งกฎหมาย มาตรฐานทางความคิดของตน บางประเทศทำผิดก็เกิดสงครามกลาง เมือง

สภาสอบปิดวิทยุชุมชนมิชอบ

ที่รัฐสภา นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนฯ แถลงว่า กมธ.ได้พิจารณากรณีที่ชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิป ไตย ได้รับผลกระทบจากเจ้าหน้าที่รัฐปิดสถานีวิทยุชุมชน 13 สถานี โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าหารือ อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กอ.รมน. สำนักงานกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)

นายไพโรจน์ กล่าวว่า กมธ.รับทราบจากกทช.ว่าตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมหรือจัดระเบียบกิจการวิทยุ ชุมชนกว่าหมื่นสถานีในประเทศไทย เพราะยังไม่มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่ง ชาติ (กสทช.) ทำให้การออกอากาศของวิทยุชุมชนขณะนี้เป็นลักษณะทดลองออกอากาศ ดังนั้นกมธ.เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวของเจ้าหน้าที่รัฐจึงไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้หาก 13 สถานีทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับสถาบัน ทางตำรวจระบุว่า จะต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการที่รับผิด ชอบเสียก่อน จึงจะสามารถเข้าจับกุมได้ แต่เรื่องดังกล่าวไม่ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการ และผู้ร้องยังเชื่อว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อประโยชน์ของพรรคประชา ธิปัตย์

นายจุติพงษ์ พุ่มมูล เลขานุการชมรมสื่อฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐบังคับใช้กฎหมายลักษณะเลือกปฏิบัติ กทช.ระบุว่า ไม่มีอำนาจปิดวิทยุชุมชน แต่ทำไมมาเลือกปิดเฉพาะ 13 สถานีนี้ ทั้งๆ ที่วิทยุชุมชนมีเป็นหมื่นสถานี ถือว่าเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ที่สำคัญมีจุดผิดสังเกตคือการอ้างข้อกฎหมายในการจับกุม เพราะข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการ คือ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 116 เกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ปรากฏว่าในหมายศาลที่ขอตรวจค้นสถานี ไม่ได้ระบุข้อหาดังกล่าว เพียงแต่ระบุว่าไม่มีใบอนุญาตออกอากาศ จึงสงสัยว่ามีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

นปช.จับตา”มาร์ค”ยุบสภา

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่อิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว นางธิดา โตจิราการ ประธานนปช. นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกนปช. ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายวรวุฒิแถลงว่า แม้ศาลยังไม่ตัดสินว่าจะปล่อยตัวแกนนำหรือไม่ หรือจะเพิ่มเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ แต่ขอให้พี่น้องเสื้อแดงอยู่ในความสงบ ยิ่งผลโพลออกมาว่าเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยจะชนะ เชื่อว่ามือที่มองไม่เห็นคงไม่ยอมให้มีการเลือกตั้ง หรือให้พรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาลแน่ ส่วนกระแสข่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเลื่อนยุบสภาไปเป็นวันที่ 10 พ.ค. หากยุบก่อนวันที่ 10 พ.ค.ถือว่าพูดจริง หากไม่ใช่ถือว่าโกหกคนทั้งประเทศ แต่คนเสื้อแดงก็อยู่ด้วยความสงบเรียบร้อย

นางธิดากล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่แกนนำจะไม่ถูกถอนประกัน แต่อาจถูกจำกัดบทบาทการมีส่วนร่วมต่อประชาชน และไม่ว่าจะเป็นอย่างไรต้องรอคำสั่งศาล ส่วนกรณีนายอภิสิทธิ์ยังไม่ยอมยุบสภา ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งเลื่อนยุบสภาออกไป แล้วเกิดช่องว่างไม่มีเลือกตั้ง หรือเลื่อนยุบแล้วมีเลือกตั้ง แต่ฝ่ายชนะอาจไม่ได้เป็นรัฐบาล หรือที่ดีที่สุดยุบสภาแล้วมีเลือกตั้งและพรรคที่ชนะได้ตั้งรัฐบาล ซึ่งประ การดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนเสื้อแดงสามัคคีผลักดันให้ตั้งรัฐบาล ของประชาชนให้ได้ มีแต่ความเข็มแข็งของประชาชนเท่านั้น ถึงจะเป็นหลักประกันว่าประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเราต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับขบวนการประชาชน

รับข้อเสนอฮิวแมนฯเรียกร้อง

นางธิดากล่าวถึงกรณีกลุ่มสิทธิมนุษยชนสากล “ฮิวแมน ไรต์ วอตช์” ภาคพื้นเอเชีย เปิดเผยรายงานสอบสวนสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองของประเทศไทยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ว่าก่อนแถลงข่าวขององค์กรดังกล่าว ทางเขาได้มาพบกับเรา มีการเฉลยปัญหาในใจมากมายทีเดียว เราได้รับการตอบรับที่ดี ฮิวแมน ไรต์ วอตช์ มีข้อเสนอเรียกร้องมาทางเรา อาทิ 1.ให้เสนอมาตรการการปรองดองเสนอออกสื่อให้มากที่สุด ซึ่งเราตอบรับ 2.ขอให้ขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวโดยสันติวิธี ตรงนี้ก็ยืนยันว่าขบวน การของเราเคลื่อนไหวโดยสันติแน่นอน และ 3.ขอให้พยายามควบคุมกลุ่มบุคคลที่กระทำความรุนแรง ที่ผ่านมาเราเคลื่อนไหวโดยสันติวิธีโดยตลอด และขอบอกไปยังผู้คนที่อยู่ในกลุ่มนี้ ก่อนทำอะไรขอให้คิดให้มากว่าจะเกิดผลดีผลเสียต่อส่วนรวมอย่างไร

นางธิดากล่าวต่อว่า การดำเนินการของฮิวแมน ไรต์ วอตช์ ถือเป็นเรื่องดีในฐานะองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลก แต่เมื่อมามององค์กรสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ที่ผ่านมาไม่เคยพูดหรือเคยทำอะไรเลย เป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนในระบอบอำมาตย์ เราขอส่งสารนี้ไปยังองค์กรสิทธิมนุษยชนประจำประเทศไทย ให้ประจักษ์ต่อสังคมโลก ในฐานะที่เป็นองค์กรของอภิสิทธิ์ชนและพวกพ้องอำมาตย์

19 พ.ค.ชุมนุมใหญ่ราชประสงค์

นางธิดากล่าวว่า วันที่ 19 พ.ค. คนเสื้อแดงจะจัดชุมนุมที่ราชประสงค์เหมือนเดิม เพื่อสดุดีวีรชน ทำบุญอุทิศส่วนกุศลวีรชน 10 เม.ย.และ 19 พ.ค. ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้วหรือยัง เราก็จะจัดเวทีชุมนุมเหมือนเดิม เพราะเชื่อว่าไม่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ช่วงพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เวทีคนเสื้อแดงกับเวทีพรรคเพื่อไทยจะแยกจากกันชัดเจน มีความเป็นไปได้ที่เวทีปราศรัยคนเสื้อแดงจะลดน้อยลงกว่าเดิม รวมทั้งการปราศรัยจะระมัดระวังมากขึ้น ส่วนความกังวลที่ว่ามวลชนเสื้อแดงอาจไปชุมนุมประท้วงการลงพื้นที่ของพรรคประ ชาธิปัตย์นั้น ยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมเสื้อแดงได้ทุกคน บางคนอาจไปในนามส่วนตัว คนเสื้อแดงก็ไม่ได้เชียร์ผู้สมัครเพื่อไทยทุกเขต ทุกคน บางพื้นที่มีความขัดแย้งกันอยู่ อย่างไรก็ตามเมื่อมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง แกนนำนปช.จะประชุมร่วมกันเพื่อหามาตรการต่อมวลชนว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควรทำ คนเสื้อแดงอยากให้มีเลือกตั้งอย่างสงบเรียบร้อย

นายสุวิทย์ เลิศไกรเมธี แกนนำกลุ่ม 24 มิ.ย.2475 แถลงกรณีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิ.ย. ไม่ได้รับการประกันตัว ว่านายสมยศไม่ได้รับความเป็นธรรม ถ้านายสมยศจะหนีจริงจะเดินมาให้ถูกจับที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองทำไม และที่ระบุว่าไม่ให้ประกันเพราะเกี่ยวกับความมั่นคงและเรื่องสถาบันกรณีจัด ทำหนังสือวอยซ์ ออฟ ทักษิณ ก็ยังไม่มีการพิสูจน์จากศาลว่าหมิ่นสถาบันจริงหรือไม่ แกนนำ 24 มิ.ย.ขอแจ้งให้ทราบว่า แม้นายสมยศจะถูกจับก็มีคนใหม่สานต่อเรื่อยๆ และจะทำให้ดียิ่งขึ้น ขณะนี้ได้รับการตอบรับจากองค์กรต่างประเทศหลายแห่งว่าจะเคลื่อนไหวพร้อมกับ กลุ่ม 24 มิ.ย. จนกว่านายสมยศจะได้ประกันตัว ดีเอสไอและรัฐบาลกำลังชักศึกเข้าบ้าน สำหรับวันที่ 19 พ.ค.จะจัดงานรำลึกเหตุการณ์ราชประสงค์ บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินี จุดที่พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ถูกยิง

ศาลไต่สวนถอนประกัน 9 แกนนำ

วันเดียวกันเวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ศาลออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาประกอบการเปลี่ยนแปลง เงื่อนไข การอนุญาตปล่อยชั่วคราว นายวีระ มุสิกพงศ์ อายุ 62 ปี อดีตประธานนปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ อายุ 44 ปี ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 35 ปี น.พ.เหวง โตจิราการ อายุ 59 ปี นายก่อแก้ว พิกุลทอง อายุ 45 ปี นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา อายุ 58 ปี นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก อายุ 52 ปี นายนิสิต สินธุไพร อายุ 54 ปี และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท อายุ 58 ปี จำเลยที่ 1-8 และ 10 คดีร่วมกันก่อการร้าย หลังจากที่จำเลยทั้ง 9 คนขึ้นเวทีปราศรัยหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2554 ในวาระครบ 1 ปีรำลึกถึงสมาชิกนปช.ที่เสียชีวิตจากการถูกสลายการชุมนุม โดยจำเลยทั้ง 9 คนเดินทางมาศาล ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 300 คนมาให้กำลังใจ

นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 นำพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. ขึ้นเบิกความสรุปว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายจตุพรขึ้นปราศรัยกล่าวถ้อยคำพาดพิงสถา บันเบื้องสูง เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานความมั่นคง และดีเอสไอ ได้บันทึกเทปคำปราศรัยการชุมนุมดังกล่าวไว้อย่างต่อเนื่อง จากการตรวจสอบพบว่ามีถ้อยคำหลายส่วนพาดพิงสถา บัน จึงรวบรวมพยานหลักฐานส่งดีเอสไอที่รับผิดชอบคดีหมิ่นสถาบันไว้เป็นคดีพิเศษ นอก จากนี้กองทัพบกยังส่งนายทหารพระธรรมนูญ แจ้งความดำเนินคดีกับนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.เพื่อไทย ที่สน. สำราญราษฎร์ ก่อนส่งคดีให้ดีเอสไอเช่นกัน

อัยการเปิดซีดี-ตู่ยันป้องสถาบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเบิกความ อัยการเปิดวีซีดีบันทึกการปราศรัยให้ศาลฟังในห้องพิจารณา ขณะที่นายจตุพร แถลงต่อศาลว่า ในการฟังคำปราศรัยที่บันทึกไว้อยากให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ใช่ฟังแค่บางช่วงบางตอนอย่างที่อัยการเปิดและนำพยานมาเบิกความ ขอยืนยันว่ามีเจตนาปกป้องสถาบัน

นัดไต่สวนครั้งต่อไป 9 พ.ค.

สำหรับการซักค้านของทนายจำเลยซักค้านในประเด็นเกี่ยวกับกรณีเจ้าหน้าที่ ตำรวจและดีเอสไอ เคยร้องให้ถอนประกันจำเลยหลายครั้ง กระทั่งการไต่สวนดำเนินมาถึงเวลา 16.30 น. ศาลมีคำสั่งให้เลื่อนนัดการไต่สวนพยานโจทก์ที่ประสงค์นำเข้าเบิกความอีก 4 ปาก คือ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี ดีเอสไอ พ.ต.ท.ถวัลย์ มั่งคั่ง ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 2 ดีเอสไอ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ถอดเทปคำปราศรัย และตำรวจที่แฝงตัวเข้าไปฟังคำปราศรัยในพื้นที่ชุมนุม นอกจากนี้อัยการโจทก์ยังขอส่งเอกสารคำถอดเทปรวม 25 ฉบับ และแผ่นวีซีดีบันทึกคำปราศรัยรวม 14 แผ่น ขณะที่ทนายความนายจตุพร จำเลยที่ 2 ขอส่งวีซีดีบันทึกคำปราศรัย 1 แผ่น ซึ่งศาลนัดไต่สวนคู่ความครั้งต่อไปวันที่ 9 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

นักวิชาการชี้ลดอันดับสื่อไทย

วันเดียวกันมีความเห็นนักวิชาการต่อกรณีกลุ่มฟรีดอมเฮาส์ สหรัฐ จัดอันดับเสรีภาพสื่อไทยอยู่ในอันดับต่ำลง โดยถูกลดชั้นจากชาติกลุ่มกึ่งเสรี ไปอยู่ในกลุ่มไม่เสรี ร่วมกับอิหร่าน อิรัก เกาหลีเหนือ พม่า คิวบา จีน โซมาเลีย อัฟกานิสถาน และอีก 63 ประเทศทั่วโลก ซึ่งน.ส.ขนิษฐา ปาลโมกข์ นักวิชาการหลักสูตรนิเทศศาสตร์ มรภ.สวนดุสิต กล่าวว่า สถาน การณ์ความรุนแรงทางการเมืองของไทยช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เราถูกจัดอันดับเช่นนี้ การแก้ไขคือรัฐบาลต้องมาจากการยินยอมของประชาชนทั้งประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายและความไม่สงบ รวมถึงไม่ปิดกั้นสื่อในการนำเสนอข่าว

ขณะที่นายสุรพงษ์ โสธนะเสถียร อาจารย์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ม.ธรรม ศาสตร์ ไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับดังกล่าว โดยเฉพาะการลดบทบาทลงไปเทียบเท่าพม่า ทั้งที่สื่อไทยมีเสรีภาพมากกว่าประเทศในเอเชียอาคเนย์ สามารถวิจารณ์ตั้งแต่นางเอกละครไปจนถึงระดับผู้นำประเทศ รวมทั้งผบ.ทบ. ซึ่งหลายๆ ประเทศทำไม่ได้ (อ่านรายละเอียดหน้า 3)

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s