เจาะใจ “พิชัย”ทำไม”เพื่อไทย”จ่อ 300 เสียง เว่อร์หรือไม่เว่อร์ ? โปรดอย่าสร้างผีให้คนกลัว(ดูคลิป)

รับชมข่าว VDO

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตร.ม.ช.กระทรวงการคลังและคณะการทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย เป็นหนึ่งในดรีมทีมเศรษฐกิจที่ทำงานร่วมกับ ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในการเขียนนโยบายเศรษฐกิจของพรรค

ล่าสุด เขาให้สัมภาษณ์ “มติชนออนไลน์” ถึงความเชื่อมั่นว่า เลือกตั้งเที่ยวนี้ พรรคเพื่อไทยจะกวาด ส.ส. 270-300 ที่นั่ง  เว่อร์หรือไม่เว่อร์ ต้องอ่านบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้

” ผมเชื่อว่าเป็นไปได้สูง เนื่องจากว่าหลายคนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาประชาธิปัตย์บริหารงานแย่มาก เราฝากความหวังว่าคุณอภิสิทธิ์จะมาบริหารประเทศได้ แต่ปรากฎว่าแย่มาก แต่ก่อนเคยบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดีบริหารไม่ได้ แต่พอเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาดีขึ้นก็บริหารแย่อีก ประชาชนไม่ได้รับผลประโยชน์จากเศรษฐกิจที่โตขึ้นเลย นี่ก็เป็นปัญหาเพราะประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากข้าวของแพง ทั้งนี้อยากให้ประชาชนมองว่าพรรคเพื่อไทยทำงานได้ดีกว่า ฝากความหวังไว้ตรงนี้

เมื่อคราวที่โดนปฎิวัตินั้น พรรคพลังประชาชนยังได้ ส.ส.ถึง 230 กว่า และด้วยความล้มเหลว ภาวะการเมือง ของพรรคประชาธิปัตย์ ยิ่งทำให้เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยได้ที่นั่งเยอะแน่นอน และจากการลงพื้นที่สำรวจในภาคเหนือ ภาคอีสาน มันค่อนข้างจะมาแรงในสายตาของประชาชนที่จะเห็นพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล หากเอาเอแบคโพลล์ มาเป็นตัวชี้วัด คนกรุงเทพเลือกพรรคเพื่อไทยประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับพรรคประชาธิปัตย์เพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงพรรคเพื่อไทยจะชนะ 20 กว่าเสียง แต่เราคาดว่าได้ประมาณ 10 เสียง ในจำนวนเสียงที่จะได้ทั้งหมด

จากผลการสำรวจเอแบคโพลล์พบว่า ภาพลักษณ์ของอภิสิทธิ์เหนือกว่ายิ่งลักษณ์ เกือบทุกด้าน

ขณะนี้ทางพรรคยังไม่ได้สรุปว่าเป็นคุณยิ่งลักษณ์หรือไม่ แต่ถ้าหากเป็นจริงแล้วนั้นมองว่า คนที่ได้ตำแหน่งกับคนที่ไม่ได้ตำแหน่งลักษณะก็ต่างกัน เพราะคนที่ได้ตำแหน่งจะมีบารมีขึ้นมาเอง และก็ไม่เชื่อว่าคนที่จะได้เป็นนายกฯแล้วจะทำได้แย่กว่าคุณอภิสิทธิ์ที่ล้ม เหลวแทบทุกด้าน เท่าที่ได้สัมผัสกับคุณยิ่งลักษณ์มานั้น เป็นคนเก่ง ฉลาด และรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ รู้ว่าทิศทางของประเทศควรเป็นอย่างไร และเชื่อว่าหากได้รับเลือกเป็นปาร์ตี้ลิสหรือหมายเลขหนึ่งแล้วได้เป็นนายก รัฐมนตรีนั้น จะต้องทำงานได้ดีแน่นอน

คุณยิ่งลักษณ์มีความพิเศษอย่างไร

ในแง่ของพรรคนั้นได้กระแสจากคุณทักษิณ เมื่อนำคุณยิ่งลักษณ์มาเป็นตัวชูก็จะได้ประโยชน์ในแง่ของคะแนนเสียง คือทางเหนือกับอีสานจะได้คะแนนเสียงอย่างมาก ประเด็นต่อมาก็คือในฐานะที่คุณยิ่งลักษณ์เป็นผู้หญิง และในภาวะที่กำลังสับสนวุ่นวายและค่อนข้างจะรุนแรงนั้น การเอาผู้หญิงมาเป็นผู้นำอาจช่วยลดทอนเรื่องเหล่านี้ได้ อีกทั้งคุณยิ่งลักษณ์มีบุคลิกที่อ่อนโยน ก็จะสามารถพาประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตได้

มีความเชื่อว่า ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยอาจชนะ แต่ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ?

พรรคเพื่อไทยกำหนดนโยบายอย่างชัดเจนว่า ถ้าหากเป็นรัฐบาลจะทำเรื่องเศรษฐกิจให้ดีที่สุด จะเดินหน้าเรื่องเศรษฐกิจโดยเล่นการเมืองน้อยลง เนื่องจากประเทศเสียโอกาสมามากแล้ว ประชาชนที่จะได้รับความเป็นอยู่ที่ดีก็เสียโอกาสมากเช่นกัน ฉะนั้นจะเร่งทำงานให้ประชาชนเห็นว่าหากพรรคเพื่อไทยทำแล้วดีขึ้นในอีก 5-10 ปี อีก 20 ปี จะเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้อย่างไร มีรูปธรรมชัดเจนดังที่ได้เสนอนโยบายไปแล้ว อันนี้ก็ถือว่าเป็นแรงดันทำให้ประชาชนมั่นใจในตัวพรรค หากทำให้ประชาชนมั่นคง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็จะทำให้พรรคมีความมั่นใจ และอย่าไปเชื่อที่ว่า “สร้างผีให้คนกลัว”

จริง ๆ แล้วประเทศมันผ่านปัญหามาเยอะ ทั้งยุบพรรคต่างๆ มันไม่ดีขึ้นเลย ซึ่งต้องถามตัวเองก่อน หรือหากคิดว่าดีแล้วทำต่อ ความรุนแรงก็จะเกิดขึ้นและแก้ปัญหาไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วประชาชนจะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคไหนเป็นผู้บริหารแล้วให้ พรรคนั้นทำงานอย่างจริงจัง ไม่มีการคอร์รัปชั่นกันอย่างรุนแรงเหมือนปัจจุบันด้วย

เบื้องหลังนโยบายของพรรคเพื่อไทย ใครเป็นคนคิดกันแน่

แนวคิของนโยบายพรรคมาจากทุกด้าน คุณทักษิณก็เสนอแนวคิดว่าแนวทางแก้ปัญหาเป็นอย่างไร อยากเห็นประเทศนี้อย่างไร ประชาชนได้ประโยชน์จากไหน อาทิ เครดิตการ์ดชาวนา การจำนำราคาข้าว การสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ส่วนคนกรุงเทพก็จะมีในเรื่องของการสร้างเมืองใหม่ การสร้างเขื่อนกั้นน้ำ ตั้งกองทุนมหาวิทยาลัยเพื่อสร้าง creative economy การศึกษาที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ทุกคน

อะไรคือ จุดแตกต่างอย่างชัดเจนของนโยบาย เพื่อไทย -ปชป.

ที่ชัดเจนเลยคือการคิดว่าจะเป็นผู้นำของอาเซียนได้อย่างไร มีการเจริญเติบโตกี่เปอร์เซ็นต์ จะขับเคลื่อนทุกคนได้ประโยชน์อย่างไร เท่าที่ฟังคุณกอร์ปศักดิ์ยังมองไม่เห็นทิศทางเลยว่าคนจะได้ประโยชน์อะไร ประชาธิปัตย์คิดอะไรแบบเล็กๆ ไม่ได้คิดกรอบใหญ่ของประเทศเหมือนที่เพื่อไทยคิด ทั้งระยะสั้นถึงระยะยาว ว่าจะให้มันเข้มแข็งอย่างไรเพื่อก้าวให้ทันประเทศที่เจริญเติบโต เหมือนกับโลกกำลังจะเปลี่ยน อเมริกา ยุโรป กำลังจะทรุดตัวลง ขณะที่ประเทศใหม่ๆ กำลังจะก้าวขึ้นมา หากเราทำตัวดีก็จะก้าวมาเป็นผู้นำของโลกได้

“โดยความคิดส่วนใหญ่ก็ยอมรับว่าเป็นของคุณทักษิณ แต่จุดหนึ่งที่คิดนั้นจะมองแบบกรอบรวม มีทิศทางชัดเจน เน้นการทำงานเป็นทีม ส่วนประชาธิปัตย์เองหลายคนดูดีมาก แต่ทำจริงๆ ไม่ได้ ความคิดไม่ตรงกันบ้าง เลยมองว่าเป็นปัญหามากกว่า ฉะนั้นทุกคนในกลุ่มต้องมีแนวคิด นโยบาย และการทำงานร่วมกัน และในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทยเราสามารถดำเนินนโยบายได้”

ประชาธิปัตย์ วิจารณ์นโยบายเพื่อไทยว่า มีแต่สร้างเมกกะโปรเจ็ค

เราต้องกำหนดทิศทางเจริญเติบโตว่าเท่าไหร่ เพราะมันมีเรื่องของการจ้างงานด้วย หากเราไม่โตก็ไม่มีการจ้างงาน ปัญหาของประชาชนก็จะเกิด และยังมีหนี้เดิมที่ประชาธิปัตย์ทำไว้อีกที่จะต้องจ่าย 5 เปอร์เซ็นต์ หากโตต่ำกว่านี้ก็จะมีปัญหาการจ้างงานและการใช้หนี้ เชื่อว่าหากคิดแค่นี้ไม่ออกพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่สมควรมาบริหารประเทศ อย่างการสร้างเมืองใหม่นั้นเรามองในเรื่องความจำเป็น เนื่องจากกรุงเทพมันไม่โตแล้ว ต้องดูที่ใหม่ ต่างประเทศเองก็มีเมืองใหม่ ซึ่งพรรคได้เอามาเป็นโมเดล ส่วนแลนด์บริดจ์มองว่าเป็น Strategic ของโลก ที่ไม่ใช่เฉพาะของไทยอย่างเดียว เนื่องจากช่องแคบมะละกาเริ่มหนาแน่น

ความน่าจะเป็นในการร่วมมือกับพรรคอื่นๆ ในการจัดตั้งรัฐบาล

ภูมิใจไทยอาจมีความกระทบกระทั่งกันเยอะ โอกาสที่จะร่วมงานกันอาจมีน้อยกว่าพรรคอื่น และตอนนี้หากเป็นรัฐบาลพรรคเดียวก็มีสูง อย่างไรก็ตามการที่มีพรรคร่วมก็อาจจะเป็นไปได้ ส่วนตนจะได้รับตำแหน่งใดนั้นขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในพรรคอีกทีและยังไม่ขอพูด แต่ก็จะเปิดปาร์ตี้ลิสในวันสุดท้ายว่าใครอยู่ตำแหน่งไหน แต่ตนก็จะทำงานอย่างเต็มที่ ไม่อยากให้ทุกคนยึดติด อยากให้มีเค้กก่อนแล้วค่อยแบ่ง เพราะการที่จะได้เป็นอะไรมันเป็นเรื่องภายหลัง จุดมุ่งหมายคือให้ประเทศเจริญที่สุด

มองเรื่องการปะทะในเขตชายแดนไทย-เขมรอย่างไร

เมื่อมาดูย้อนหลังแล้ว หากรับบาลตั้งใจให้เรื่องนี้เกิดขึ้น (กรณีที่นายกฯส่งคุณพนิช วิกิตเศรษฐ์ เข้าไปแหย่ให้เกิดปัญหา) จะบอกว่าเราเองไม่สร้างปัญหาเลยก็ไม่ได้ แต่การที่เข้าไปแบบนั้น สร้างความรักชาติขึ้นมามันดูไม่เหมาะสม ก็ควรจะลดเรื่องพวกนี้ลงบ้าง เพราะในอนาคตการร่วมมือกับอาเซียนเป็นสิ่งจำเป็น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นเขตเจริญเติบโตในอนาคตอันหนึ่ง การร่วมมือ 570 กว่าล้านคนเพื่อขับเคลื่อน การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็น

อีกอย่างหนึ่งก็คือว่าผลประโยชน์ระหว่างไทยกับเขมรมีมาก โดยเฉพาะพื้นที่ทับซ้อนซึ่งมีแก๊สธรรมชาติ

สุดท้ายเชื่อว่ารัฐบาลในอนาคตทั้งไทยและเขมรต้องมาหาประโยชน์ร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนของประเทศตนได้รับประโยชน์มากกว่าการรบกัน ยิ่งอนาคตที่พลังงานจะมีปัญหานั้น ถ้าไม่ได้มองจุดนี้ มัวแต่ตีกันด้วยจุดประสงค์ทางการเมือง ก็จะดำเนินไปข้างหน้าไม่ได้

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์มติชน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s