ลดอันดับประเทศไทย เสรี”สื่อ”วูบ!

รัฐปิดกั้นตกต่ำเท่าพม่า รายงาน”ฮิวแมนไรต์”ชี้ มาร์คผิด-ใช้”สไนเปอร์” ทหารยิง 6 ศพวัดปทุมฯ


ผลสอบ – องค์กรฮิวแมน ไรต์ วอตช์ แถลงพร้อมกับนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ “น้องเกด” เกี่ยวกับผลสอบของฮิวแมน ไรต์ กรณีการชุมนุมและสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง ปี 2553 โดยชี้ว่าทหารยิงคนในวัดปทุมฯ แน่

“ฟรี ดอมเฮาส์” ลดอันดับเสรีภาพสื่อมวลชนไทยถอยหลังไปติดกลุ่ม “ไม่เสรี” จวกรัฐบาลยุคอภิสิทธิ์ปิดกั้นสื่อจนประเทศไทยมีสถานะย่ำแย่พอๆ กับพม่า อิรัก เกาหลีเหนือ โซมาเลีย ด้าน “ฮิวแมนไรต์วอตช์” องค์กรสิทธิมนุษยชนชื่อก้องโลกอีกแห่ง เผยแพร่รายงานผลสอบสวนเหตุสลายม็อบแดงช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. 53 ชี้ รบ.มาร์คนำ “กระสุนจริง-สไนเปอร์” มาใช้ปราบผู้ชุมนุมทางการเมืองถือว่ามีความผิดชัดเจน ฟันธงเหยื่อ 6 ศพวัดปทุมฯ ตายเพราะทหารลั่นไก “บ.ก.ลายจุด”กังขากองทัพเอารถถังมาจอดแถวสวนจตุจักรช่วงกลางดึกทำไม ศาลอาญาเปิดไต่สวนคำร้องขอถอนประกันตัว 9 แกนนำแดงวันนี้

เปิดรายงาน”หายนะไทย”

เมื่อ เวลา 10.30 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย อาคารมณียา ถ.เพลินจิต ปทุมวัน กทม. กลุ่มสิทธิมนุษยชนสากล “ฮิวแมน ไรต์ วอตช์” ภาคพื้นเอเชีย จัดงานแถลงข่าวเปิดเผยรายงานผลการสอบสวนสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองของ ประเทศไทยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นไปที่เหตุสลายการชุมนุมช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 มีนายแบร็ด อดัมส์ ผอ.ภาคพื้นเอเชียของฮิวแมน ไรต์ วอตช์ เป็นผู้ดำเนินรายการ และรายงานผลสรุป พร้อมกันนี้ยังเชิญนางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของน.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือ “น้องเกด” พยาบาลอาสา 1 ใน 6 ศพ ที่ถูกสังหารหมู่ในวัดปทุมวนาราม เมื่อ 19 พ.ค. 2553 มาร่วมชี้แจง

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า รายงานดังกล่าวที่ทางฮิวแมน ไรต์ฯ จัดทำและนำมาเผยแพร่ มีชื่อว่า “Descent into Chaos. Thailand”s 2010 Red Shirt Protests and the Goverment Crackdown.” หรือ “จมดิ่งสู่หายนะ. การชุมนุมประท้วงของคนเสื้อแดงและการปราบปรามของรัฐบาลไทยในปี 2553” โดยตลอดการแถลงข่าวนายอดัมส์เปิดคลิปเหตุการณ์ประกอบ อาทิ ภาพทหารถืออาวุธ ภาพทหารถือปืนสไนเปอร์บนที่สูง ภาพทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าหน้าวัดปทุมวนาราม ภาพผู้สื่อข่าวไทยและผู้สื่อข่าวต่างประเทศถูกหามออกหลังจากถูกยิง เป็นต้น

“ดีเอสไอ”ทำงานล่าช้า

นา ยอดัมส์ กล่าวว่า จากการติดตามผลของสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในประเทศไทยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า 2 ฝ่าย ประกอบด้วย รัฐบวกกับกองทัพ และฝ่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังไม่ยอมรับความจริงที่แต่ละฝ่ายใช้ความรุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่าง ร้ายแรง ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน ถ้าไม่มีการยอมรับก็ไม่อาจนำไปสู่การเอาผิดกับผู้ที่ทำผิดได้ ทำให้การสืบสวนหาผู้กระทำความผิดไม่คืบหน้า

โดยเฉพาะผลการสอบสวน ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่มีความชัดเจนและไม่ไปถึงไหน สังคมมีข้อกังขา มีแต่เพียงการแถลงข่าว การสอบสวนไม่ให้ข้อมูลแก่สาธาร ณะ อย่างเช่นการจับคนชุดดำตามที่รัฐกล่าวอ้างมีจริงหรือไม่ และจับตามจำนวนข้อเท็จจริงมีกี่คนแล้ว สถานะเป็นอย่างไร สังคมไม่ได้รับรู้

ใช้”สไนเปอร์”ผิดชัดเจน

นา ยอดัมส์ ผอ.ฮิวแมนไรต์ฯ ภาคพื้นเอเชีย ระบุต่อไปว่า อย่างกรณีการใช้สไนเปอร์ของทหารถือว่ามีความผิดชัด เพราะกรณีนี้ไม่ใช่สงคราม และการจะยิงคนต้องมีอาวุธ แต่ที่เห็นภาพการตาย ส่วนใหญ่พบว่าจะยิงคนไม่มีอาวุธ และยิงบนจุดสำคัญ เช่น ศีรษะ หัวใจ จนถึงแก่ความตาย หรือถ้ายิงก็ไม่ควรถึงตาย ฉะนั้นการที่จะยิงคนได้คนๆ นั้นต้องมีอาวุธ และที่หนักกว่าก็คือในกลุ่มผู้เสียชีวิตยังมีผู้สื่อข่าวและอาสาพยาบาลรวม อยู่ด้วย

ผอ.ฮิวแมนไรต์ฯ กล่าวอีกว่า การสอบสวนในส่วนการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น การใช้สไนเปอร์ที่วัดปทุมวนารามมีแต่ความล่าช้า ไม่โปร่งใส จนทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ดูเหมือนว่าหน่วยงานรัฐมีความตั้งใจดำเนินคดีกับคนเสื้อแดงมากกว่า ขณะเดียวกัน การเผาสถานที่สำคัญๆ ไม่ได้เกิดเฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลเวิล์ดเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกว่า 30 จุดทั้งในกทม.และต่างจังหวัด ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่แกนนำเสื้อแดงประกาศบนเวที เหมือนกับเป็นนโยบาย จึงขอให้คนเสื้อแดงยอมรับการตรวจสอบในส่วนนี้ด้วย

“แม่เกด”ชี้แจงทั้งน้ำตา


คึกคัก – คน เสื้อแดงหลายจังหวัดภาคอีสานกว่า 35,000 คน จัดเวทีชุมนุมหน้าอบต.โพธิ์ใหญ่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.ขึ้นปราศรัย เมื่อ 3 พ.ค.

ด้าน นางพะเยาว์ แม่น้องเกด ชี้แจงทั้งน้ำตาว่า ตั้งแต่ลูกสาวเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ผ่านมาถูกใส่ร้ายจากเจ้าหน้าที่รัฐว่า ลูกตายเพราะฝีมือผู้ก่อการร้าย ลูกสาวตนเป็นอาสาสมัครพยาบาลดูแลผู้ชุมนุมไม่เลือกสีเลือกฝ่าย แต่สิ่งที่ลูกได้รับคือถูกยิงเสียชีวิตในวัด ซึ่งถือว่าเป็นเขตอภัยทาน ขอย้ำว่า เขตอภัยทาน คำว่า เขตอภัยทานในความหมายของศาสนาพุทธคือแม้แต่สัตว์ที่อยู่บริเวณพื้นที่นี้ก็ ห้ามทำลายชีวิต การฆ่าประชาชนเช่นนี้ถือว่าโหดร้ายมาก ขอเรียนว่า ลูกสาวถูกยิงขณะที่อยู่ในเต็นท์บริการประชาชน ซึ่งอยู่ในเขตอภัยทานของวัด

“การ ที่รัฐบาลบอกสื่อต่างประเทศว่า ไม่ได้ฆ่าประชาชน ดิฉันยืนยันว่าไม่ใช่ ที่รับไม่ได้คือการที่ลูกสาวดิฉันช่วยเหลือมวลชน ลูกสาวดิฉันบอกเสมอว่า ไม่เป็นอะไร เพราะเป็นอาสาพยาบาล” นางพะเยาว์ กล่าว

พร้อมให้แฉข้อมูลทั่วโลก

นาง พะเยาว์ กล่าวว่า ขณะนี้ตนตั้งศูนย์ข้อมูลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของรัฐ ที่ทั้งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิต ตั้งแต่ปี 2552-2553 เพื่อรวบรวมข้อมูลนำความจริงมาปรากฏให้ได้ และขอร้องไปยังกองทัพว่า อย่าหยิบปืนมายิงประชาชนอีก การให้ข้อมูลของตน ไม่ได้มีเพียงทางวาจาเท่านั้น ตนยังให้ข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับคลิปวิดีโอด้วย อาทิ คลิปที่ลูกสาวถูกยิง คลิปการสลายการชุมนุม ฯลฯ

เบื้องต้นทางฮิวแมน ไรต์ วอตช์ ยินดีจะให้การช่วยเหลือและสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ ตนยังขอใช้ช่องทางนี้ฝากส่งไปยังเวทีนานาชาติ หากประเทศไหนสนใจข้อมูลข้อเท็จจริง ตนพร้อมเดินทางไปชี้แจงทั่วประเทศทั่วโลก ที่ผ่านมาเราไม่มีช่องทางอื่นแล้ว เราถูกกดขี่มาโดยตลอด

“รบ.มาร์ค”ละเมิดสิทธิฯ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า รายงานเรื่องจมดิ่งสู่หายนะฯ เขียนเป็นภาษาอังกฤษ มีความยาว 156 หน้า โดยฮิวแมนไรต์ฯ สรุปว่า เป็นข้อมูลได้จากการสัมภาษณ์พยานผู้อยู่ในเหตุการณ์ นักข่าว นักสิทธิมนุษยชน นักการเมือง นักกฎหมาย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ความมั่นคง และผู้มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ความรุนแรง รวม 94 คน มีเนื้อหาให้ข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเหตุรุนแรงโดยน้ำมือรัฐบาลและ กลุ่มนปช.

เนื้อหาในปกหลังรายงานฮิวแมนไรต์ฯ ชี้ว่า สาเหตุที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากส่วนใหญ่เพราะเจ้าหน้าที่ความ มั่นคงของรัฐ ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ รวมถึงการใช้กระสุนจริงยิงใส่ผู้ชุมนุม และใช้สไนเปอร์ หรือทหารพลซุ่มยิงยิงใส่ผู้ชุมนุม นอกจากนั้น รัฐบาลไทยยังปิดกั้นสื่อ และดำเนินมาตรการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงหลายประการ อีกทั้งเมื่อสลายม็อบไปแล้วก็ยังไม่ยุติการละเมิดสิทธิ อาทิ จับกุมสมาชิกนปช.โดยไม่ตั้งข้อกล่าวหา พร้อมนำตัวไปคุมขังยังสถานที่ที่ไม่เหมาะสม และปล่อยให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงทำร้ายคนเหล่านี้

จี้ทำคดีอย่างโปร่งใส

ใน หน้าที่ 23 ของรายงาน ฮิวแมนไรต์ฯ เสนอคำแนะนำถึงรัฐบาลไทยเพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางการเมือง อาทิ 1.เปิดการสอบสวนอย่างอิสระ เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย 2.กองทัพ ตำรวจ และหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ของไทย ต้องให้ความร่วมมือในการสอบสวนหาความจริง

ข้อ 3.เปิดเผยรายชื่อ-ข้อมูลของบุคคลที่ถูกจับกุมตัวไปภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน 4.ช่วยเหลือเยียวยาบุคคลและญาติของบุคคลที่ตกเป็นเหยื่อของรุนแรงจากฝีมือ เจ้าหน้าที่รัฐ 5.ยกเลิกการปิดกั้นเสรีภาพสื่อสารมวลชนโดยทันที รวมถึงสื่อในเครือข่ายนปช. และยุติการนำกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาดำเนินคดีกับผู้ที่มีความเห็นไม่ ตรงกับรัฐบาล

ชี้ทหารยิงใส่”วัดปทุมฯ”

สำหรับคดีการ เสียชีวิตของประชาชน 6 ศพในวัดปทุมฯ ซึ่งถูกกำหนดเป็นเขตอภัยทาน หรือ เขตเซฟโซน รายงานฮิวแมนไรต์ฯ ระบุไว้ว่า วันที่ 19 พ.ค. 2553 หลังจากแกนนำนปช.ประกาศยุติการชุมนุม ผู้ชุมนุมที่ยังเหลืออยู่ประมาณ 2,000 คนได้เข้าไปอยู่ในวัดปทุมฯ

จากการลงพื้นที่สำรวจวัดปทุมฯ วันที่ 13 มิ.ย. 2553 ฮิวแมนไรต์ฯ พบว่า กระสุนไรเฟิลที่ประทับรอยอยู่ตรงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ใกล้กับวัดปทุมฯ นั้นยิงมาในแนวราบ จึงเท่ากับว่ายิงมาจากจุดที่ไกลจากวัดปทุมฯ ซึ่งเชื่อว่ายิงมาจากบริเวณใกล้ประตูทางเข้าห้างฯ สยามพารากอน และจากจุดดังกล่าว ทหารได้ไล่ยิงคนที่อยู่หน้าวัดปทุมฯ แต่ดีเอสไอและกองทัพโต้แย้งข้อมูลนี้ของฮิวแมนไรต์ฯ

จากการสำรวจ กำแพง ผนัง และพื้นในวัดปทุมฯ มีหลักฐานชัดว่า มีการยิงกระสุนปืนไรเฟิลลงมาจากรางรถไฟฟ้าบีทีเอสเข้าใส่วัดปทุมฯ ขณะที่ภาพจากคลิปวิดีโอที่ถ่ายในวันที่ 19 พ.ค. ชี้ว่า มีทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีที เอสดังกล่าวและยิงลงมาสู่พื้นราบ โดยสรุป ฮิวแมนไรต์ฯ สอบพบว่า มีทหารกลุ่มหนึ่งเดินเท้าจากฝั่งตะวันตกมายังวัดปทุมฯ ส่วนกลุ่มที่สองประจำการอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสตรงข้ามวัดปทุมฯ พอดี ด้านทหารโต้แย้งว่าเป็นการยิงปะทะกับคนเสื้อแดง พวกปล้นสะดม และมือวางเพลิง

โชว์ภาพศพเกลื่อนวัด

ผู้ สื่อข่าวแจ้งว่า รายงานฮิวแมนไรต์ฯ หน้า 22 ตีพิมพ์ภาพผู้เสียชีวิต 4 ศพ จากทั้งหมด 6 ศพในวัดปทุมฯ รวมถึงน.ส.กมนเกด อัคฮาด อาสาพยาบาล และเขียนใต้ภาพกำกับว่า “The bodies of Red Shirt protesters and medic volunteers who were shot and killed by soldiers while seeking fefuge in Bangkok”s Wat Pathum Wanaram temple on May 19, 2010.” หรือ ศพผู้ชุมนุมเสื้อแดงและอาสาพยาบาล ซึ่งถูกทหารยิงและฆ่าตายขณะหลบภัยอยู่ในวัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553

ไทยติดกลุ่ม-สื่อขาดเสรีภาพ

วันเดียว กัน กลุ่มฟรีดอมเฮาส์ สหรัฐอเมริกา องค์กรติดตามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก เปิดเผยรายงานผลสำรวจเสรีภาพสื่อมวลชน 196 ประเทศ ประจำปี 2554 เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ระบุว่า ผลการจัดอันดับประเทศสื่อมวลชนมีเสรีภาพสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ ฟินแลนด์

ส่วน ประเทศไทย ผลจัดอันดับเสรีภาพสื่อปีนี้ร่วงตกไปอยู่อันดับ 138 ทั้งยังถูกลดชั้นจากชาติกลุ่ม “กึ่งเสรี” ไปอยู่ในกลุ่ม “ไม่เสรี” ร่วมกับอิหร่าน อิรัก เกาหลีเหนือ พม่า คิวบา จีน โซมาเลีย อัฟกานิสถาน และอีก 63 ประเทศทั่วโลก เมื่อแยกการจัดอันดับชาติกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก 40 ประเทศ ไทยติดอันดับ 29

ฟรีดอมเฮาส์ ให้เหตุผลว่า สาเหตุหลักที่ไทยติดกลุ่มสื่อไม่เสรี เพราะผลจากการที่รัฐบาลไทยปิดกั้นสื่อประเภทออนไลน์ และผลกระทบจากเหตุไม่สงบทางการเมือง ด้านนายเดวิด เจ. เครเมอร์ ผอ.ฟรีดอมเฮาส์ กล่าวว่า มีสิ่งน่าเป็นห่วงในปีนี้ หลังจากสถานการณ์ปิดกั้นเสรีภาพสื่อในประเทศประชาธิปไตยเกิดใหม่ หรือชาติที่ประชา ธิปไตยเปราะบางอย่างเม็กซิโก ฮังการี และไทยลดลงไปมาก

“ลายจุด”นัดรวมตัวหน้าแบงก์

นาย สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ “บ.ก.ลาย จุด” แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดกิจกรรมทางการเมืองเพื่อต่อต้านรัฐประ หารว่า วันอาทิตย์ 8 พ.ค. นี้ เวลา 13.00 น. ตนนัดหมายสมาชิกวันอาทิตย์สีแดง ประมาณ 200 คน พร้อมบัตรเอทีเอ็ม ไปรวมตัวกันด้านหน้าธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ย่านสีลม เพื่อเช็กยอดเงินในบัญชีของแต่ละคนว่ายังอยู่ปกติดีหรือไม่ โดยยังไม่จำเป็นต้องถอนเงินออกมาเก็บไว้ กิจกรรมครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “ตบเท้าเช็ก กรรม ต้านการทำรัฐประหาร” เป็นการแสดงสัญ ลักษณ์ต่อต้านและไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐ ประหาร เพราะจะทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยตกต่ำลงกว่านี้

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า สถานการณ์การ เมืองที่ผ่านมาทราบกันดีว่า ทางกองทัพออกมาเคลื่อนไหวตบเท้าพร้อมโชว์แสนยานุภาพ ยิ่งทำให้พวกเราไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะไม่เกิดรัฐประหารขึ้น นอกจากนี้ ตนยังได้รับข้อมูลทางเว็บไซต์ว่ามีการนำรถถังมาจอดหน้าสวนจตุจักรช่วงกลาง ดึก ทำให้ประชาชนยิ่งเกิดความตื่นกลัว จึงมีคำถามไปยังกองทัพว่ากำลังทำอะไรอยู่ แล้วรถถังดังกล่าวมาจอดตรงนั้นได้อย่างไร ทำไมไม่ไปอยู่ตามแนวชายแดนที่มีการสู้รบ

บ.ก.ลายจุด ระบุว่า ส่วนกรณีกลุ่มสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรต์ วอตช์ เชิญนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาน้องเกด ไปพบเพื่อแจ้งผลตรวจสอบการเสียชีวิตของน้องเกดในวัดปทุมฯ เท่า กับว่า ขณะนี้องค์กรสิทธิมนุษยชนบ้านเราไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชา ชนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐได้อีกต่อไป จึงต้องหันหน้าไปพึ่งองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างประเทศ

ลุ้นถอนประกัน” 9 นปช.”

ความ คืบหน้ากรณีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ยื่นเรื่องให้อัยการถอนประกันตัวแกนนำนปช. ล่าสุด นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 กล่าวถึงการไต่สวนคำร้องที่ขอให้ศาลอาญาไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อเปลี่ยน แปลงเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กับพวกแกนนำนปช. ที่ตกเป็นจำเลยคดีร่วมกันก่อการร้าย รวม 9 คน ในวันพุธที่ 4 พ.ค. เวลา 09.00 น. ว่า อัยการเตรียมพยานไว้ 4-5 ปาก ส่วนใหญ่เป็นพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งคาดว่านายธาริตจะเดินทางมาเป็นพยานด้วย แต่จะไม่มีทหาร หรือผู้ร่วมชุมนุม เป็นพยาน

ขณะเดียวกัน อัยการจะยื่นเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำถอดเทปปราศรัยของแกนนำนปช. ส่งต่อศาลพิจารณาเพิ่มเติมเช่นกัน

โวยยัดข้อหาหมิ่นสถาบัน

นาย คารม พลทะกลาง ทนายนปช. เผยว่า เตรียมยื่นคำคัดค้านคำร้องอัยการแล้ว ยืนยันว่าการกระทำของแกนนำนปช. ไม่ได้ผิดเงื่อน ไขปล่อยตัวชั่วคราวของศาล ซึ่งหากมีการกระทำผิดกฎหมายอื่นนอกเหนือจากคำสั่งศาล ก็ให้ดำเนินคดีในความผิดนั้นๆ ไป โดยแกนนำนปช.ทั้ง 9 คนจะเดินทางมาศาลเพื่อร่วมเป็นพยาน นอกจากนี้ ยังจะขอให้ศาลออกหมายเรียก พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1, นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ และผู้ร่วมชุมนุม มาเป็นพยานด้วย ซึ่งรวมพยานทั้งหมดกับ 9 แกนนำนปช. จะประมาณ 15 ปาก รวมทั้งจะยื่นวัตถุพยาน ซีดีการปราศรัย และคำถอดเทปคำปราศรัยให้ศาลพิจารณาประกอบสำนวนด้วย ขณะที่การคัด ค้านคำร้องจะชี้ให้ศาลเห็นว่า การชุมนุมของกลุ่มนปช. ในวันที่ 10 เม.ย. 2554 ที่ผ่านมานัดหมายไว้ล่วงหน้าเพื่อรำลึกครบรอบ 1 ปี การสลายการชุมนุมกลุ่มนปช. วันที่ 10 เม.ย. 2553

“หากคำพูดของนาย จตุพร แกนนำนปช. เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ก็ให้ดำเนินคดีกับนายจตุพรในความผิดดังกล่าวไป ไม่เกี่ยวกับการขอถอนประกันในคดีก่อการร้าย คำพูดของนายจตุพรนั้นแกนนำนปช. คนอื่นๆ ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย อีกทั้งคดีก่อการร้ายก็อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกล่าวหาว่าแกนนำนปช.หมิ่นสถาบัน เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง” นายคารม ระบุ

เตือนมาร์คอย่าแทรกแซงสื่อรัฐ

วันที่ 3 พ.ค. ที่ชั้น 1 อาคารรัฐสภา 3 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ รับมอบเข็มกลัดที่ระลึกและเสื้อยืดวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เนื่องในโอกาสวันที่ 3 พ.ค.ของทุกปี เป็น “วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก” ตามที่ยูเนสโกประกาศไว้ ทั้งนี้ ตัวแทนสมาคมวิชาชีพสื่อยื่นต่อรัฐบาลผ่านนายกฯ ดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการปฏิรูปสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุ โทรทัศน์ และรัฐบาลควรระวังการแทรกแซงและใช้สื่อของรัฐเป็นเครื่องมือทางการเมือง 2.รัฐบาลต้องยุติการออกกฎหมายที่มีลักษณะจำกัดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของ ประชาชนและสื่อมวลชน โดยเฉพาะการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่ปัจจุบันยังไม่เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯสั่งระงับการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แล้ว โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และกลุ่มให้บริการรับฝากเว็บไซต์ เป็นต้น ทั้งนี้ นายกฯแสดงความห่วงใยเรื่องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ฟ้องร้องศาลปกครองกันไปมา ทำให้กระบวนการสรรหาล่าช้า

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s