ครม.ทิ้งทวน! แบ่งเค้กกันอู้ฟู่

ชัยย้ำชัด ทูลฯแล้ว “ยุบสภา”


อยู่ต่อ – นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ปรากฏตัวครั้งแรกหลังจากกบดานไปพักใหญ่ โดยเข้าร่วมประชุมพรรคเพื่อไทย มีพล.ต.อ. ประชา พรหมนอก ต้อนรับทักทายกันเอิ๊กอ๊าก ที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อ 3 พ.ค.

นายกฯ ทูลเกล้าฯยุบ”มาร์ค”จะอ้างประธานสภาเข้าใจผิด เผยนายกฯ ใช้วิธีเดินหนีตลอดไม่ยอมระบุเรื่องวันยุบสภา หลังศาลรธน.นัดชี้กฎหมายลูกเลือกตั้ง 9 พ.ค. ไม่ใช่ 2 พ.ค.ตามที่ประเมินไว้ ครม.ประชุมส่งท้ายแบบมาราธอนตั้งแต่เช้ายันดึก ใช้ทั้งสภาและทำเนียบเป็นที่ประชุม มีพิจารณาถึง 160 กว่าวาระ งบนับแสนล้าน 2 สภาก็ประชุมสั่งลาแบบต้องลุ้นล่มไม่ล่ม ก่อนปิดฉากได้อย่างชื่นมื่น ประธานชัยประกาศอำลาการเมือง

รัฐสภาลุ้นล่ม-ไม่ล่มส่งท้าย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นประธานประชุมร่วมรัฐสภา โดยที่ประชุมเปิดให้สมาชิกหารือ เนื่องจากองค์ประชุมยังไม่ครบ กระทั่งเวลา 11.10 น. จึงเข้าสู่วาระประชุม นายชัยแจ้งว่า ครม.ขอถอนหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชการอาณาจักรไทย 8 ฉบับ ได้แก่ 1.การดำเนินงานของประเทศไทยภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ 2.อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง 3.ข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอา เซียน

4.บัญทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งออสเตรเลีย 5.บันทึกการหารือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสหภาพพม่า และร่างความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและ รัฐบาลแห่งสหภาพพม่า 6.ร่างกรอบการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงด้านการขนส่งทางบกระหว่างไทย-ลาว-จีน 7.บันทึกการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 7 และ 8.กฎบัตรสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ดังนั้น ที่ประชุมจึงต้องลงมติว่าจะให้ถอนหรือไม่

เซ็นชื่อ 400 แต่ห้องโหรงเหรง

จากนั้นนายชัยกดออดเรียกสมาชิกนาน 10 นาที เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่ายังไม่สามารถตรวจสอบได้ นายชัยจึงกล่าวว่า ขณะนี้มีสมาชิกมาเซ็นชื่อเกือบ 400 คน ดังนั้นขอให้มาลงคะแนน จะได้รู้ว่าใครที่มาเซ็นชื่อแล้วไม่อยู่ในห้อง แต่เข้าใจว่าใกล้เลือกตั้งแล้ว ตอนนี้สมาชิกพรรคเพื่อไทยหายไปเกือบหมด

ขณะที่ส.ส.ฝ่ายค้านและส.ว.ต่างอภิปรายขอให้รัฐบาลส่งรมต.มาชี้แจงเหตุผลที่ ต้องถอนร่างดังกล่าวออกไป แต่รัฐบาลไม่ได้เตรียมรมต.มาชี้แจง นายชัยจึงสั่งพักประชุม 10 นาที

“ปู่ชัย”โล่ง-อวยพรส.ส.

ต่อมาเวลา 11.45 น. เปิดประชุมอีกครั้ง นายชัย กล่าวว่า ตอนนี้มีผู้มาลงชื่อถึง 414 คน ถือว่าครบองค์ประชุม จากนั้นนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ตัวแทนครม. ขอถอนระเบียบวาระทั้ง 8 ฉบับออกไป โดยให้เห็นผลว่า เนื่องจากหนังสือสัญญาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ขณะนี้มีการแก้ไขมาตรา 190 และจะออกกฎหมายลูก จึงขอถอนหนังสือสัญญาทั้งหมดออกไปก่อน

นายชัย กล่าวว่า ขออ้อนวอนขอความกรุณาเข้าห้องประชุม และช่วยอนุเคราะห์เสียบบัตรแสดงตนจะเป็นความกรุณาอย่างสูงยิ่ง คนที่เสียบบัตรแสดงตนที่อยู่ในห้องนี้ ขอให้ได้รับเลือกตั้งทุกคนในรอบหน้า จากนั้นที่ประชุมเริ่มทยอยลงมติ ซึ่งเสียงข้างมากมีมติเห็นชอบถอนหนังสือสัญญาทั้ง 8 ฉบับออกจากระเบียบวาระประชุม

จากนั้นนายชัย กล่าวว่า เราในฐานะสมาชิกรัฐสภาได้ทำหน้าที่ครบหมด ไม่มีตกค้างในสภาแม้แต่เรื่องเดียว เราได้ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติมหาศาล ถึงจะยุบสภาวันนี้เราก็พร้อม ดังนั้นก่อนจากกัน ในฐานะประธานรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร โดยเลขาฯ ทั้งสองสภา ขอเชิญสมาชิกทุกคนร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน และสั่งปิดประชุมเวลา 12.10 น.

ปูดมาร์คทูลเกล้าฯยุบสภาแล้ว

นายชัยให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้นายกฯ ประธานสภา และกกต. ส่งเอกสารเพิ่มเติมกฎหมายลูกประกอบการเลือกตั้งทั้ง 3 ฉบับ หลังส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า ได้หารือกับนายกฯ และกกต.แล้ว เห็นพ้องว่าจะไม่ยื่นเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งนายกฯ สามารถยุบสภาได้ตั้งแต่วันนี้ แม้จะอยู่ระหว่างการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยกกต.สามารถออกระเบียบจัดการเลือกตั้งได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 แต่หากดูตามมารยาทและกระบวน การ ควรมีการโปรดเกล้าฯ และประกาศใช้กฎหมายลูก 3 ฉบับในราชกิจจานุเบกษาก่อน จากนั้นจึงจะเดินเรื่องยุบสภา

“ที่ผ่านมานายกฯ เป็นห่วงเรื่องวันยุบสภา เนื่องจากได้ประกาศออกไปแล้ว ตอนนี้จึงต้องรอฟังข่าวว่าจะโปรดเกล้าฯ ลงมาวันไหน ทราบว่านายกฯ ส่งเรื่องทูลเกล้าฯ แล้ว โดยส่งให้สำนักนายกรัฐมนตรียื่นสำนักราชเลขาสำนักพระราชวัง แต่จะจริงเท็จแค่ไหนต้องถามนายกฯ เพราะผมไม่ทราบว่านายกฯยื่นเรื่องไปวันไหนและถือเป็นพระราชอำนาจของพระองค์ ท่าน เพราะเมื่อทูลเกล้าฯยุบสภาแล้ว นายกฯไม่มีอำนาจกำหนดแล้ว” นายชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ช่วงนี้ทรงมีอาการพระประชวรอยู่ นายชัย กล่าวว่า ใครไปรบกวนเบื้องพระยุคลบาท ทุกคนคงรู้ว่าควรทำอย่างไร เมื่อถามว่าหากมีปัญหาเรื่องกฎหมายลูกหลังยุบสภาแล้วใครจะรับผิดชอบ นายชัย ตอบว่า ประชาชนทั่วประเทศต้องรับผิดชอบด้วยการใช้สิทธิ์เลือกตั้งส.ส.

ป้องนายกฯประเมินวันผิด

นายชัยกล่าวอีกว่า ส่วนตัวคิดว่านายกฯ คงประเมินว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยกฎหมายลูกเสร็จในวันที่ 2 พ.ค. แต่เกิดเหตุขัดข้องบางประการ เพราะถ้าวันที่ 2 พ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เรื่องก็ส่งกลับมาที่รัฐสภา ที่ผ่านมาตนเคยพูดเรื่องนี้กับนายกฯ ว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นคงยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาได้วันที่ 4 พ.ค. และวันที่ 5 พ.ค. จะมีงานพระราชพิธี ทำให้ต้องยุบสภาวันที่ 6 พ.ค. ซึ่งตรงกับช่วงต้นเดือนพ.ค.พอดี

จากนั้นเวลา 12.30 น. ที่ห้องโถง อาคารรัฐสภา 1 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา จัดงานเลี้ยง “สานสัมพันธ์รัฐสภาและสื่อมวลชน” โดยมี ส.ส. ส.ว. ร่วมงานคับคั่ง ส่วนใหญ่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้านมีเพียงประมาณ 10 คน ยืนอยู่รอบๆ งานเพื่อรับประทานค็อกเทล ไม่ได้เข้าไปนั่งโต๊ะจีนที่จัดไว้ ทั้งนี้ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ปรากฏตัวด้วยพร้อมกับทักทาย ส.ส.ร่วมพรรค

ปู่ชัยประกาศอำลาการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานจัดโต๊ะจีนไว้ 15 โต๊ะ รวม 150 ที่นั่ง จัดค็อกเทลไว้ด้านข้าง อาหารสั่งจากโรงแรมปริ๊นเซส หลาน หลวง ค่าใช้จ่ายจัดเลี้ยง 500,000 บาท ยังแจกหนังสือ 2 เล่ม คือ หนังสือสรุปผลงานสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 23 และหนังสือชัยมงคลวัฒนายุ 84 ปีของนายชัย ชิดชอบ

“ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีวันเลิกรา สำหรับผมคงขอหยุดพักจากการเมือง” นายชัย กล่าว

มาร์คเดินหนีเลี่ยงตอบวันยุบ

ส่วนความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงรัฐสภาเวลา 07.50 น. จากนั้นให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือแจ้งประธานรัฐสภา นายกฯ และประธานกกต. เพื่อทราบการรับคำร้องการวินิจฉัยว่าร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และถ้ามีคำชี้แจงหรือเสนอความเห็นเพิ่มเติมให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลรัฐ ธรรมนูญในวันที่ 6 พ.ค.ว่า “ผมจะทำหนังสือกลับไปถึงศาลรัฐธรรมนูญภายในวันนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีประเด็นใดบ้าง”

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทันยุบสภาวันที่ 6 พ.ค.นี้หรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบโดยเดินเลี่ยงออกไป

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขอให้นายกฯ ดูรายละเอียดเรื่องนี้ก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะศาลรัฐธรรมนูญสอบถามฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องว่าใครมีความเห็นหรือคำชี้แจงเพิ่มเติมหรือไม่

เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบการยุบสภา นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องขอรอดูสถานการณ์วันนี้ พรุ่งนี้ก่อน ต้องใจเย็นนิดหน่อย เมื่อถามว่าหากยุบสภาทอดยาวออกไป จะเกิดเหตุการณ์แทรก ซ้อนขึ้นมาหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เกรงในเรื่องนั้น เพราะต้องยุบสภาอยู่แล้ว

ขู่ตัดหาง”วัชระ เพชรทอง”

นายสุเทพ กล่าวถึงปัญหาจัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ทำเสร็จเมื่อไหร่ก็เปิดตัวไปเรื่อยๆ เอาเป็นว่าทำเสร็จก่อนเลือกตั้ง บางกรณีตนใช้วิธีทำโพลเพราะผู้สมัครมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน แต่ต้องดูว่าประชาชนชอบคนไหน ส่วนพื้นที่กทม. ขณะนี้เกือบเรียบร้อยแล้ว เหลืออีก 2-3 เขตในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวัชระ เพชรทอง ส.ส. กทม. ไม่พอใจที่พรรคจะส่งลงระบบบัญชีรายชื่อเพื่อเปิดทางผู้สมัครหน้าใหม่ที่ใกล้ ชิดกับผู้ใหญ่ในพรรค นายสุเทพ กล่าวว่า “พรรคจะให้ลงบัญชีรายชื่อถ้าคุณวัชระเรียบร้อยหมาย ความว่าพูดจาเรียบร้อย ถ้าพูดจาไม่เรียบร้อยพรรคก็จะดำเนินการในทางอื่น” เมื่อถามว่าหมายความว่าหากนายวัชระไม่ยอมลงส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคจะไม่ส่งลงสมัครใช่หรือไม่ นาย สุเทพกล่าวว่า อย่าเพิ่งพูดอย่างนั้น ต่อข้อถามว่าพรรคจะดำเนินการอย่างไรกับคนที่ผิดหวัง นายสุเทพ ย้อนทันทีว่า จะผิดหวังได้อย่างไร พรรคให้เป็นผู้แทนราษฎรโดยไม่ต้องลงเขตก็ดีแล้ว


นัดส่งท้าย – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมครม.นัดสุดท้าย แบ่งเป็น 2 ช่วง ที่รัฐสภาและทำเนียบรัฐบาล โดยมีวาระพิจารณามากเป็นประวัติการณ์ถึง 165 วาระ และประชุมยืดเยื้อจนถึงดึก เมื่อ 3 พ.ค.

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุกอ.รมน.จัดทำโพลรอบที่ 4 เพื่อไทยจะได้ส.ส.ถึง 284 ที่นั่ง นายสุเทพ กล่าวว่า “อย่าไปเชื่อคุณจตุพร แล้วประเทศไทยจะดีขึ้น” เมื่อถามถึงภูมิใจไทยตั้งเป้ากวาดส.ส. 80 ที่นั่ง และประกาศส่งนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ชิงตำแหน่งนายกฯ ด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคการเมืองต้องทำหน้าที่ไปตามปกติ

จิ้นชี้พรรคที่ 1-2 มีสิทธิตั้งรัฐบาล

ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาด ไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคจะได้ที่นั่งส.ส. 60-80 เสียง หากพรรคไม่ได้ที่นั่งส.ส.สูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง คงไม่เสนอตัวเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ควรเป็นโอกาสของพรรคที่ได้ที่นั่งส.ส.สูงสุด อันดับ 1 และ 2 มากกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าพรรคมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่ได้ส.ส.สูงสุด จะเสนอตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า พรรคคงไม่ทำเช่นนั้น หากได้ส.ส.มาเป็นอันดับ 3 คงไม่เสนอตัวเป็นนายกฯ แน่นอน เพราะการเป็นนายกฯ ยุคปัจจุบันมีแต่ความลำบาก ต้องทำงานอยู่บนปัญหาและความขัดแย้ง สู้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเหมือนที่เคยเป็นแต่มีผลงานชัดเจนดีกว่า

ภท.ดีดลูกคิดได้ขั้นต่ำ 61 ส.ส.

รายงานข่าวจากแกนนำพรรคภูมิใจไทย แจ้งว่า แกนนำพรรคประเมินตัวเลขส.ส. ตัดจังหวัดสุ่มเสี่ยงออก คาดว่าจะได้ส.ส.อย่างต่ำ 61 คน เป็นส.ส.เขต 51 คน และสัดส่วน 10 คน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้ส.ส.มากที่สุด อาทิ บุรีรัมย์ 9 คนยกจังหวัด สุรินทร์ 4 คน นคร ราชสีมา 4 คน ขอนแก่น 1 คน บึงกาฬ 2 คน นครพนม 1 คน มหารสารคาม 1 คน อำนาจ เจริญ 1 คน มุกดาหาร 1 คน ร้อยเอ็ด 1 คน

ภาคกลาง ปทุมธานี 1 คน สระบุรี 3 คน ปราจีนบุรี 1 คน สมุทรปราการ 2 คน ชัยนาท 2 คน ราชบุรี 2 คน กาญจนบุรี 2 คน ลพบุรี 1 คน ภาคเหนือ เชียงราย 1 คน พะเยา 1 คน และภาคใต้ ปัตตานี 1 คน อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าจังหวัดที่จะไม่ได้ส.ส. เนื่องจากเป็นพื้นที่เสื้อแดง คือ อุดรธานี หนองคาย เลย และเชียงใหม่

ครม.ประชุมมาราธอน

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุม ครม. ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ว่า การประชุมครม.แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกประชุมที่ห้องประชุมงบประมาณชั้น 3 อาคารรัฐสภา 3 เนื่องจากมีประชุมร่วมรัฐสภา ทั้งนายกฯ และครม.ต้องอยู่ร่วมประชุมรัฐสภาด้วย โดยประชุมระหว่างเวลา 08.00-16.00 น. จากนั้นพักการประชุม เวลา 19.00 น. จะประชุม ครม.อีกครั้ง แต่ย้ายสถานที่มาสำนักเลขาธิการ ครม. ทำเนียบรัฐบาล

ส่วนช่วงเย็นที่พักประชุมก่อนย้ายไปทำเนียบรัฐบาลนั้น เนื่องจากเวลา 16.30 น. นายกฯ มีภารกิจเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง สำหรับการประชุมครม.นัดสุดท้ายของรัฐบาลนี้มีวาระทั้ง หมด 165 วาระ ทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต้องทำงานอย่างหนักและวุ่นวายพอสมควรเพราะต้องขนเอกสารเปลี่ยนย้ายสถานที่ไป มา

โฆษกแจงวุ่นไม่มีทิ้งทวน

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมครม.นัดสุดท้ายได้พิจารณาโครงการเร่งด่วนหลายโครงการที่แก้ปัญหา ความเดือดร้อนประชาชน ซึ่งเป็นการลงทุนด้านสังคมและการศึกษา โดยการอนุมัติงบอยู่ในกรอบที่เป็นโครงการต่อเนื่อง เป็นไปตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินอยู่แล้ว ส่วนงบกลาง งบฉุกเฉินอนุมัติไป 733 ล้านบาท เป็นไปตามวงรอบปกติ ไม่ใช่ 1 แสนล้านบาทอย่างที่เป็นข่าว โครงการไหนถ้าไม่จำเป็นเร่งด่วนก็ให้ทบทวน

นายปณิธาน กล่าวว่า ครม.ยังอนุมัติหลักการเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูประดับชาติทั้ง 3 คณะ ได้แก่ ด้านโครงสร้างอำนาจ ปฏิรูปการเมือง และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้ให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการรับข้อเสนอของคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว

น.พ.มารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำ สำนักนายกฯ แถลงผลประชุมครม.ช่วงเช้าว่า ครม.พิจารณาวาระผ่านไปแล้ว 42 เรื่อง จากที่กำหนดในวาระพิจารณา 127 เรื่อง แต่ยังไม่เข้าสู่การประชุมวาระเพื่อทราบ และวาระจร โดยก่อนเข้าสู่ประชุม นายกฯ แจ้งที่ประชุมทราบว่า จะประชุมถึงกี่โมงไม่มีกำหนด อย่างไรก็ตามการประชุมครม.ช่วงครึ่งแรก ถือว่าพิจารณาได้เร็วเป็น 2 เท่าของทุกสัปดาห์ที่ผ่านมาเพราะปกติ 42 เรื่องเคยหารือกันทั้งวัน และครึ่งวันแรกนี้สามารถจ่ายงบกลางไปทั้งหมด 700 กว่าล้านบาท

ยันยังไม่ได้ทูลเกล้าฯยุบสภา

เมื่อเวลา 15.45 น.ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมครม. ถึงกรณีนายชัย ชิดชอบ ระบุว่านายกฯ ทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภาแล้วว่า ยังไม่ได้ทูลเกล้าฯ นายชัยจะมาทราบว่าตนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้อย่างไร จากนั้นนายกฯ ถามผู้สื่อข่าวว่านายชัยให้สัมภาษณ์ว่าอย่างไร ผู้สื่อข่าวบอกว่านายชัยระบุว่านายกฯ ทูลเกล้าฯ แล้ว นายอภิสิทธิ์ จึงกล่าวว่า ตนเพียงส่งคำชี้แจงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่เรื่องทูลเกล้าฯ ยังไม่ได้ดำเนินการ

“ท่านชัยคงเข้าใจผิด ท่านก็คงส่ง(คำชี้แจง) แล้วเช่นกัน”

เมื่อถามว่าจะนำพ.ร.ฎ.ขึ้นทูลเกล้าฯ ได้เมื่อ ไร นายกฯ ไม่ตอบโดยเดินแหวกวงล้อมผู้สื่อข่าวออกไปทันที

ปู่ชัยย้ำอีกไม่ได้เข้าใจผิด

ด้านนายชัย ให้สัมภาษณ์หลังจากนายอภิสิทธิ์ปฏิเสธว่ายังไม่ได้ทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภาว่า “เรื่องนี้ไม่ใช่เข้าใจผิด แต่หากนายกฯ ตอบแบบนั้น ขอให้เชื่อนายกฯ เพราะการตัดสินใจว่าจะยุบสภาวันไหนเป็นอำนาจของนายกฯ”

กกต.ไฟเขียวหาเสียงทางเน็ต

วันเดียวกัน นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน กล่าวถึงการหาเสียงบนสื่อออนไลน์ในช่วงมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้งว่า เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม และเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้บ้านเมืองไม่สกปรก ไม่ต้องติดป้ายหาเสียงในพื้นที่ต่างๆ สร้างความรำคาญทางสายตา ส่วนผู้ที่เข้าดูทางทวิตเตอร์หรือเฟซบุ๊กเป็นเพียงแค่กลุ่มคน ไม่ใช่คนทั้งหมด อีกทั้งกฎหมายไม่ได้ห้ามหาเสียงทางสื่ออินเตอร์เน็ต กฎหมายห้ามเฉพาะการหาเสียงผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ ป้าย แผ่นพับ สิ่งพิมพ์

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากใส่ร้ายป้ายสีกันผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตถือว่าผิดหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ยอมรับว่าสื่อออนไลน์ควบคุมยาก เมื่อถามถึงการหาเสียงผ่านสถานีวิทยุชุมชนหรือสถานีวิทยุเถื่อน จะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องสืบสวนสอบสวน เพราะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตรวจสอบยาก อาจมีการกลั่นแกล้งจากฝั่งตรงข้ามเพื่อให้ยุบพรรค หากสืบสวนสอบสวนได้ว่าพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือว่าไม่มีความผิด

ส่วนที่บางกลุ่มบางม็อบระบุจะโหวตโนในการเลือกตั้ง นายสมชัย กล่าวว่า การที่ใครจะลงคะแนนโหวตโน ไม่มีความผิด แต่การโหวตโนแล้วระบุว่าไม่เลือกพรรคนั้นเพราะเหตุนั้นเหตุนี้ ทำให้ได้รับความเสียหายในเรื่องคะแนนนิยม หากพรรคการเมืองดำเนินการเช่นนี้จะเข้าข่ายความผิดถึงขั้นยุบพรรคได้

เรื่องสถาบันทุกพรรครู้อยู่แล้ว

ด้านนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีประธานรัฐสภาระบุนายกฯ ทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภาแล้วว่า หากมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้งลงมา กกต.ต้อง จัดการเลือกตั้งตามกฎหมาย ส่วนพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 3 ฉบับที่อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น หากพิจารณาเสร็จไม่ทันตามมาตรา 7 วรรคท้ายก็ให้อำนาจกกต.ออกระเบียบประกาศกกต. เกี่ยวกับการเลือกตั้งได้ คิดว่าไม่มีปัญหา แต่หากจะใช้ประกาศดังกล่าวต้องใช้ตั้งแต่วันเปิดรับสมัครส.ส.

ผู้สื่อข่าวถามว่ากกต.จะส่งหนังสือให้ความเห็นชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า กกต.จะนำเข้าที่ประชุมกกต. วันที่ 4 พ.ค. ก่อนส่งหนังสือชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าพ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับมีการแก้ไขเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญเท่า นั้น แต่หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วมีข้อความหรือถ้อยคำที่ขัดแย้งก็จะตกไปเฉพาะ ประเด็นนั้น แต่ไม่ถือว่าตกทั้งร่าง เชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะไม่มีประเด็นใดที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามถึงความชัดเจนของระเบียบกกต.ที่เสนอว่าไม่ควรนำสถาบันมาใช้หาเสียง นายประพันธ์ กล่าวว่า กกต.ให้คณะกรรมการยกร่างไปพิจารณามาว่าจะเสนอต่อกกต.รูปแบบใด แต่คิดว่าไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้ เพราะเชื่อว่าทุกพรรคมีดุลพินิจอยู่แล้วว่าควรทำอะไรได้มากน้อยอย่างไร และคิดว่าทุกพรรคคงร่วมมือและปฏิบัติตาม

เจ๊สดลั่นไม่ออกก่อนเลือกตั้ง

ขณะที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์ว่า ประชาชนนอกจากมีหน้าที่ไปเลือกตั้งแล้ว ยังมีสิทธิ์เคารพต่อความคิดเห็นของตัวเองที่ไม่ประสงค์เลือกใคร แต่กระแสโนโหวตไม่ใช่มาตรการของบุคคลหรือกลุ่มใดที่จะปฏิเสธไม่ให้มีการ เลือกตั้งหรือมาปกครองประเทศ โดยลิดรอนสิทธิ์ของประชาชน โดยเฉพาะหากการเมืองภายในประเทศยังแบ่งสี แบ่งฝ่าย มีม็อบ แน่นอนที่สุดอาจทำให้เกิดวิกฤตที่ไม่พึงประสงค์และจะมีคนเข้ามาดูแล ทุกพรรค ต้องจับมือกันเดินไปสู่สนามเลือกตั้ง ทั้งนี้กังวลว่าหากกฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับซึ่งถือเป็นเครื่องมือของกกต.ในการจัดการเลือกตั้งไม่ผ่านการพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนประกาศยุบสภา จะทำให้เกิดปัญหาตามมา ยืนยันว่าแม้จะถูกกดดันอย่างหนักแต่ไม่ลาออกก่อนการเลือกตั้งแน่นอน

มาร์คถกกกต.เลือกตั้ง 26 มิ.ย.

รายงานข่าวจากกกต.แจ้งว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค. นายกฯ ได้ปรึกษานายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. และนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ว่า ภายหลังมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว จะรับเชิญไปสถานที่ใดได้บ้าง หรือปฏิบัติหน้าที่หรือกิจกรรมอะไรได้บ้าง นอกจากนี้ นายกฯ ยังบอกกับกกต.ว่า ภายในสัปดาห์นี้จะทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภา และให้มีเลือกตั้งวันที่ 26 มิ.ย.

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า หากเป็นจริงตามที่นายกฯ ระบุกกต.เตรียมกำหนดวันเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อวันที่ 12-16 พ.ค. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เปิดรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตวันที่ 17-21 พ.ค. ที่ศาลากลางจังหวัด ส่วนกทม.ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง แต่หากมีเหตุการณ์ทำให้คลาดเคลื่อน กำหนดการต่างๆ ต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ขึ้นกับนายกฯ จะกำหนดวันยุบสภาให้ชัดเจน

มิ่ง-ไพจิต-สุพลเข้าพท.พร้อมหน้า

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 โดยสมาชิกพรรค สาขาพรรค และส.ส.เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง รวมทั้งนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม นายสุพล ฟองงาม ส.ส.อุบล ราชธานี อดีตเลขาธิการพรรค นอกจากนี้ยังมีพล.ต.อ. ประชา พรหมนอก อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ทั้งนี้ วาระสำคัญคือเลือกกรรมการบริหารพรรคแทนผู้ที่ลาออก ประกอบด้วย รองหัวหน้าพรรค 3 ตำแหน่ง เลขาธิการพรรค 1 ตำแหน่ง รองเลขาธิการ 1 ตำแหน่ง นายทะเบียน 1 ตำแหน่ง และกรรมการบริหารพรรค 5 ตำแหน่ง ซึ่งผู้ที่ได้รับเสนอชื่อเป็นรองหัวหน้าพรรค ได้แก่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีต ส.ส.อ่างทอง พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน และพล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี เพื่อนร่วมรุ่นตท.10 ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

จารุพงศ์เลขาฯ-กก.บห.ใหม่

เลขาธิการพรรค ได้แก่ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตปลัดกระทรวงแรงงาน รองเลขา ธิการพรรค คือ นายวิมล จันทร์จิราวุฒิกุล อดีตกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และกรรมการ บริษัทเดโมเครซี่ นิวส์ เน็ตเวิร์ค หรือดีเอ็นเอ็น ผู้ผลิตรายการสถานีเอเชีย อัพเดท นายทะเบียนพรรค ได้แก่ นายเอกธนัช อินทร์รอด อดีตส.ส. หนองคาย พรรคไทยรักไทย

ส่วนกรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วย นายปรีชา ธนานันท์ อดีตผู้สมัครส.ว.สรรหา พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ อดีตผบช.ภ.1 นายภาคิน สมมิตร กรรมการมูลนิธิ 111 และอดีตคณะทำงานพรรคไทยรักไทย นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และนายจักรพงษ์ แสงมณี อดีตนักธุรกิจนำเข้ารถยนต์ จากนั้นที่ประชุมมีมติรับรองรายชื่อกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ด้วยเสียง เอกฉันท์

ยก 3 ปลัด-บิ๊กทหาร-ตร.โต้ป้ายสี

เวลา 13.00 น. พรรคเพื่อไทยสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร โดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค แนะนำกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้ว่าที่ผู้สมัครทราบ ว่า กรรมการบริหารทั้งหมดยังมี 21 ตำแหน่ง ทั้งนี้กรรมการบริหารพรรคมีอดีตปลัดกระทรวงถึง 3 คน คือ ตน นายปลอดประสพ สุรัสวดี และนายจารุพงศ์ นอกจากนี้ยังมีนายทหารยศพล.อ. พล.ท. นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อีกจำนวนมาก รวมถึงสมาชิกพรรคที่เป็นอดีตนายทหารยศสูงจำนวนมาก ข้อกล่าวหาต่างๆ ที่มีต่อพรรคจึงไม่เป็นเรื่องจริง

นายยงยุทธ กล่าวว่า การประชุมร่วมกับกกต.เมื่อวันที่ 2 พ.ค. พูดถึงเรื่องการใช้สถาบันหาเสียง ได้หารือกันว่าจะให้เป็นข้อตกลงหรือข้อห้าม หลายฝ่ายเห็นว่าควรเป็นข้อตกลง แล้วใช้ความเป็นลูกผู้ชาย แต่พรรคโดยนายปลอดประสพอธิบายเหตุผลว่าควรเป็นข้อห้ามไปเลย ทำให้หัวหน้าพรรคต่างๆ เห็นด้วย และลงนามร่วมกันว่าเรื่องสถาบันจะเป็นข้อห้ามหาเสียง ทำให้พรรคการเมืองบางพรรคต้องปลดป้ายออก ถือว่าดีต่อทุกฝ่ายโดยเฉพาะสถาบัน

นายปลอดประสพ รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า การยุบสภาจะเกิดขึ้นแน่นอน พรรคต้องจัดสรรพสิ่งให้พร้อมที่สุด โดยตั้งคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งเป็นทางการ มีหัวหน้าพรรคเป็นประธาน กรรมการบริหารและผู้อาวุโสพรรคเป็นกรรมการ สำนักงานอยู่ชั้น 6 ที่ทำการพรรค รูปแบบการทำงานเป็นวอร์รูม มีหน้าที่ประเมินคู่แข่งแต่ละพื้นที่ วิธีตอบโต้หากถูกกลั่นแกล้ง การจัดปราศรัย การทำสื่อประชาสัมพันธ์ การป้องกันการโกง การวิเคราะห์ฐานเสียง และการรณรงค์ทั่วประเทศ

พายัพแย้ม”ย”ในสายเลือดชิงนายกฯ

ด้านนายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท. ทักษิณ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผู้ที่พรรคจะเสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ ว่า ในวันรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อวันแรก พรรคจะเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งจะเป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 อักษรย่อ “ย” เพราะเป็นคนธรรมดาสู้ไม่ได้เลยต้องเป็น ย.ยักษ์ เขี้ยวใหญ่ เมื่อถามว่าได้ข้อสรุปแล้วว่าเป็นใคร นายพายัพ กล่าวว่า “จะมีใคร ถ้าไม่ใช่สายเลือด”

นายสง่า ธนสงวนวงศ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ชลบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ จะมาร่วมงานกับเพื่อไทยล้านเปอร์เซ็นต์ โดยลงส.ส.ชลบุรี เขต 2 ส่วนการตั้งพรรคพลังชลของกลุ่มนายสนธยา คุณปลื้ม พรรคไม่วิตก เพราะเลือกตั้งครั้งนี้ชลบุรีแข่งกันระหว่าง 2 พรรคใหญ่ คือเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ เรามองผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก นำเสนอนโยบายที่ทำสำเร็จมาแล้ว ต่างจากพลังชลที่มองตัวเองเป็นหลักว่าจะไปเกาะพรรคใด ซึ่งจะเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนจะใช้ตัดสินใจลงคะแนน

โวยครม 1.ทิ้งทวนกว่า 1.2 แสนล.

ต่อมา นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อดีตรมช.พาณิชย์ แถลงว่า การประชุมครม.นัดสุดท้ายเหตุใดรัฐบาลจึงเร่งประชุมครม. และเดินเรื่องให้กระทรวงต่างๆ ของบทิ้งทวนสูงจนน่าตกใจกว่า 120,000 ล้านบาท ถือเป็นมารยาททางการเมืองที่ไม่เหมาะสม และหลายโครงการตั้งขึ้นอย่างเร่งด่วน ส่อเจตนานำเงินภาษีไปใช้หาเสียง หรือกันงบไว้เพื่อจัดสรรผลประโยชน์ทางการเมือง

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรค กล่าวว่า มีหลายกระทรวงที่ของบทิ้งทวนอย่างหน้าไม่อาย เช่น กระทรวงคมนาคม เสนอโครง การเร่งด่วน 8 โครงการมีงบรวมสูงถึง 32,000 ล้านบาท น่าสังเกตว่าที่อนุมัติล้วนเป็นโครงการที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งสิ้น

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค กล่าวว่า ครม.ครั้งสุดท้ายพิจารณา 162 วาระ ทิ้งทวนแบบปล่อยผี เปรียบได้กับ “ครม.ฮาโลวีน ครม. นี้ผียังกลัว” ขอเรียกร้องกกต.ตรวจสอบว่าใช้งบต่างตอบแทนหรือไม่ ทั้งนี้พรรคตั้งคณะทำงานไว้แล้วหากพบว่าไม่ถูกต้องจะยื่นคณะกรรมการ ป.ป.ช.ตรวจสอบ

สุรินทร์วุ่นอดีตส.ส.แย่งเสื้อแดง

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ฝากมาบอกว่าเหตุที่ไม่ได้ปรากฏตัวหรือให้ข่าวใดๆ เพราะได้รับมอบหมายจากทีมเศรษฐกิจของพรรคให้คิดนโยบาย ขณะนี้ส่งนโยบายที่คิด อาทิ นโยบายถุงเงินแห่งอาเซียน ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเงินเอเชีย

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า ขณะนี้มีปัญหาจัดพื้นที่เลือกตั้งในเขตที่พรรคเคยประกาศตัวผู้สมัครไปแล้ว อาทิ จ.สุรินทร์ เขต 2 ที่พรรคให้จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ แกนนำเสื้อแดงสุรินทร์ ลงสมัคร แต่นายชูชัย มุ่งเจริญพร อดีตส.ส.สุรินทร์ ประสงค์ให้เปลี่ยนตัว โดยส่งนายสมบัติ ศรีสุรินทร์ อดีตส.ส.สุรินทร์ และรมช.ต่างประเทศ ลงสมัครแทน ทำให้แกนนำเสื้อแดงในพื้นที่ไม่พอใจอาจไม่ยอมรับผู้สมัครของพรรคถ้ามีการ เปลี่ยนตัว

จ.ส.ต.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีปัญหาเรื่องผู้สมัครจ.สุรินทร์หลายเขต เพราะมีนักการเมืองที่ไม่มีอุดมการณ์พยายามผลักดันคนในกลุ่มเข้ามา ทำให้คนสุรินทร์รับไม่ได้ และตัวบุคคลที่เสนอเข้ามา ประชาชนเห็นแล้วว่าสู้คู่แข่งไม่ได้ หากได้รับชัยชนะก็อาจทิ้งพรรคไปอีกเหมือนที่เคยทำมา ประชาชนหลายคนถึงกับร้องไห้ จึงอยากให้พรรคคิดถึงความต้องการของประชาชนด้วย

ทักษิณลิงก์ช่วยเติมเต็ม

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณวิดีโอลิงก์มายังที่ประชุมส.ส. นาน 20 นาที โดยกำชับผู้สมัครส.ส.ลงพื้นที่ ระวังการพาดพิงสถาบัน แต่ไม่ต้องกลัวกรณีที่ตนจะวิดีโอลิงก์ไปยังเวทีปราศรัยหลังมีพ.ร.ฎ.เลือก ตั้งเพราะจะพูดเฉพาะประเด็นที่พูดได้ โดยปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้ว ดังนั้นว่าที่ผู้สมัครส.ส.คนใดต้อง การให้วิดีโอลิงก์ไปในพื้นที่แจ้งความจำนงผ่านพรรคได้เลย

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังมอบหมายนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก พร้อมเพื่อนตท.10 ทั้งหมด ช่วยดูแลและป้องกันการโกงเลือกตั้ง โดยระบุว่าหากป้องกันเรื่องโกงได้ มั่นใจว่าพรรคได้เป็นรัฐบาลแน่นอน เพราะวันนี้กระแสความนิยมดีมาก แนวโน้มจะได้ไม่ต่ำกว่า 260 ที่นั่ง จึงขอให้ผู้สมัครส.ส.เขตทุกคนมั่นใจและตั้งใจทำงานเต็มที่ ส่วนเขตใดดูแล้วหนัก พรรคจะช่วยผลักดัน เพราะมีทีมสำรวจคะแนนนิยมเขตต่างๆ ว่าใครเป็นอย่างไร ไม่ต้องห่วงว่าพรรคจะไม่สู้ในเขตที่ก้ำกึ่ง ยืนยันช่วยเต็มที่ แต่พื้นที่ไหนสู้ไม่ไหวต้องยอมรับสภาพ

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ในช่วงเปิดให้แลกเปลี่ยนความเห็น ว่าที่ผู้สมัครส.ส.สุรินทร์ถามพ.ต.ท.ทักษิณ ถึงการแก้ปัญหากรณีพื้นที่ทับซ้อน แต่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ร่วมสังเกต การณ์การประชุม ชิงตอบแทนว่า มีกรรมการบริหารพรรคดูแลอยู่แล้ว เมื่อถึงวันเลือกตั้งจะชัดเจน จากนั้นพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า พื้นที่ที่ยังไม่ชัดเจน ขอให้ทุกคนทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งต่อไป ใครเข้มแข็งพรรคก็เลือกคนนั้น ระหว่างวิดีโอลิงก์ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อยู่ในห้องประชุมด้วย แต่พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้กล่าวถึงนายมิ่งขวัญเป็นพิเศษ

ปชป.ระรื่นรับซองจากพรรค

เวลา 14.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมส.ส.ประจำสัปดาห์ แต่มีส.ส.เข้าประชุมบางตา ซึ่งน่าสังเกตว่าส.ส.ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสพากันหอบซองสีน้ำตาลออกจาก พรรคเพื่อลงพื้นที่ คาดว่าเป็นซองปัจจัยสนับสนุนการเลือกตั้ง นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค วิเคราะห์ในที่ประชุมถึงสถาน การณ์ช่วงเลือกตั้งว่า จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และสาเหตุที่พ.ต.ท.ทักษิณ ดึงนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ และสมาชิกคนอื่นๆ กลับเพื่อไทยได้ ส่วนหนึ่งมาจากพ.ต.ท.ทักษิณทำเหมืองแร่ได้กำไรมหาศาล

น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงหลังประชุมว่า ที่ประชุมเชื่อว่าจะมีเลือกตั้งแน่นอน เพราะทราบจากกระแสข่าวว่ากราบบังคมทูลพ.ร.ฎ.ยุบสภาแล้ว แต่การ ยุบสภา อาจเคลื่อนไปบ้าง จึงขอให้ส.ส.เตรียมพร้อมเลือกตั้ง

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่า นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปรัฐบาล วิเคราะห์ให้ส.ส.บางกลุ่มฟังถึงแนวโน้มการยุบสภาว่า ขณะนี้มีช่องว่าง เพราะหากยุบสภาช่วงนี้ จะไม่มีรองประธานรัฐสภาทำหน้าที่รับสนองพระบรมราชโองการยุบสภา เนื่องจากยังไม่มีประธานวุฒิสภา เพราะขั้นตอนอยู่ระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ให้พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ส.ว.สรรหา เป็นประธานวุฒิสภา จึงเกรงว่าจะกลายเป็นปัญหาได้

ส.ส.เก่าส่งทายาทลงสนาม

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า คณะกรรมการบริหารพรรคอนุมัติรายชื่อผู้สมัครส.ส.ไปกว่า 200 เขต ส่วนใหญ่เป็นส.ส.ปัจจุบัน รวมถึงทายาทส.ส. ปัจจุบันที่ส่งลงเลือกตั้งแทน อาทิ นายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน บุตรนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ลงเขต 15 กทม. นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ บุตรติดภรรยาของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ลงเขต 29 กทม. นายสุชีน เอ่งฉ้วน บุตรนายอาคม เอ่งฉ้วน ลงเขต 5 กระบี่ แทนนายอาคมที่ขึ้นระบบบัญชีรายชื่อ

นายถิรพล ลาภาโรจน์กิจ บุตรนายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ ลงเขต 2 สงขลา เนื่องจากนายลาภศักดิ์มีปัญหาสุขภาพ น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย บุตรสาวนายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมฯ ลงเขต 8 อุบลราชธานี นอกจากนี้ยังมีผู้สมัครที่เป็นเซอร์ไพรส์ ได้แก่ นางสลวยเลิศ กิมสูนจันทร์ ภรรยานายมงคล กิมสูนจันทร์ อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ลงเขต 20 กทม. ที่ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยแน่นหนา โดยนายสุเทพลงทุนทาบทามนายมงคลมาร่วมงานด้วยตัวเอง

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า แต่ยังมีหลายพื้นที่ไม่สามารถหาตัวผู้สมัครส.ส.เขต เนื่องจากผู้ที่เสนอตัวมีคุณสมบัติไม่ดีพอหรือมีมากกว่า 1 คน อาทิ เขต 1 ภูเก็ต กำลังเลือกคนมาแทนนายทศพร เทพบุตร ที่จะเลิกเล่นการเมือง ระหว่างนางอัญชลี วานิช เทพบุตร เลขาธิการนายกฯ และเป็นภรรยานายทศพร กับนายบุญศุภภะ ตัณฑัยย์ ที่ปรึกษารมว.แรงงาน เช่นเดียวกับจ.พังงา ซึ่ง ส.ส.ลดลงจาก 2 คนเหลือเพียง 1 คน จึงต้องเลือกระหว่างนางกันตวรรณ ตันเถียร กับ นาย จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ น้องชายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ซึ่งกรรมการบริหารพรรคแขวนเรื่องนี้ไว้ก่อน ทั้งนี้ แกนนำพรรคแจ้งกับส.ส.ว่าจะเปิดตัวผู้สมัครส.ส.เขตทั้ง 375 คน วันที่ 9 พ.ค.นี้

ครม.ทิ้งทวนแบ่งเค้กกันอิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมถึงการประชุม ครม.นัดสุดท้ายในวันนี้ว่า กระทรวงและหน่วย งานต่างๆได้เสนอขออนุมัติงบประมาณจำนวนมาก ซึ่งครม.ได้อนุมัติตามที่ขอดังนี้ งบกลาง 18.85 ล้านบาท ดำเนินแผนงานด้านผู้ค้าหาบเร่แผง ลอยตามโครงการประชาวิวัฒน์ รวมทั้งงบจัดระเบียบมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

เห็นชอบงบกระทรวงแรงงาน 200 ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์การขยายความคุ้มครองประกันสังคม อนุมัติโครงการบ้านหลังแรก โดยให้ธอส. ปล่อยกู้แก่ประชาชนที่ซื้อบ้านหลังแรก ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 2 ปี วงเงินไม่เกินรายละ 3 ล้านบาท อนุมัติงบเพื่อโครงการนี้ 25,000 ล้านบาท กำหนดเริ่มเปิดโครงการวันที่ 9 พ.ค. อนุมัติงบเพิ่ม 382 ล้านบาทแก่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ อนุมัติงบกระทรวงคมนาคมกู้เงินจากเอดีบี 752.15 ล้านบาท

อนุมัติงบช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม วงเงิน 2,000 ล้านบาทเดิมของโครงการราชประสงค์ฯ กู้ต่อรายไม่เกิน 50 ล้านบาท อนุมัติงบช่วยเหลือผู้ประสบภัยปี 2553-54 เพิ่มเติม โดยขยายวงเงินสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อย เพิ่มอีก 887.56 ล้านบาท รวมถึงปูนบำเหน็จทีมงานระดมสมองทำโครงการประชาวิวัฒน์ 40 ราย โดยข้าราชการได้เลื่อนเงินเดือน 4% หรือเลื่อนขั้นเงินเดือนครึ่งปีแรก 1 ขั้น หน่วยงานอื่นเลื่อนเงินเดือนตามความเหมาะสม

อนุมัติงบกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 (พ.ศ.2555-2561) แยกเป็น งบตามนโยบายเร่งด่วน 15,839.956 ล้านบาท และแผนงานงบประมาณขับเคลื่อนอีก 371,598.379 ล้านบาท ทั้งยังจัดสรรงบเพิ่มเติมเพื่อปรับอัตราค่าใช้จ่ายจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย 397.21 ล้านบาท และอนุมัติงบจัดสรรเพิ่มเติมสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยที่จ้างโดยเงินรายได้ ของมหาวิทยาลัย สำหรับใช้จ่ายในปี 2554 อีก 174.91 ล้านบาท

อนุมัติงบกลาง ในส่วนรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นโครงการกรุงเทพฯ เมืองปลอดภัยห่างไกลอาชญากรรม 123 ล้านบาท ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ อนุมัติงบ 1,641 ล้านบาท แก้ปัญหาเกษตรกรยากจน ไม่มีที่ดินทำกิน อนุมัติงบกระทรวงไอซีที ผลักดันภารกิจความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของประเทศเพื่อการพัฒนาธุรกรรม ทางอิเล็ก ทรอนิกส์กว่า 258 ล้านบาท อนุมัติโครงการทศวรรษการผลิตและพัฒนากำลังคนในร.พ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล พ.ศ.2555-2564 เป็นเงิน 1.79 หมื่นล้านบาท ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ (อ่านรายละเอียดหน้า 3)

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุมครม.ครั้งสุดท้าย มีการอนุมัติงบประมาณเบื้องต้นในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การจัดประชุม เงินตอบแทน การชดเชยต่างๆ วงเงิน 60,720 ล้านบาท แยกเป็น โครงการธนาคารอาคารสงเคราะห์กู้ซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท โดยใช้งบอุดหนุนดอกเบี้ยจากภาครัฐ 400-500 หมื่นล้านบาท มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติปี 2553 และ 2554 วงเงิน 4,890 ล้านบาท โครงการระบบส่งเพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อน มูลค่า 2,740 ล้านบาท ของกฟผ. โครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมสำหรับการพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวล ชน วงเงิน 752.15 ล้านบาท มาตรการนำเทคโนโลยีระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (จีพีเอส) มาใช้กับรถสาธารณะวงเงิน 10 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังอนุมัติให้ไทยเป็นเจ้าภาพ ประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม งบประมาณ 15-21 ล้านบาท ขอรับการสนับสนุนงบปี 2554 งบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทางการเมือง วงเงิน 212 ล้านบาท โครงการซ่อมแซมความเสียหายสำหรับสิ่งก่อสร้างของบีทีเอสจากการชุมนุมที่ราช ประสงค์ มูลค่า 5.5 ล้านบาท โรงไฟฟ้าพลังความร้อนมายกก 2,740 ล้านบาท

ขออนุมัติงบในการเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์บีช วงเงิน 630.19 ล้านบาท อนุมัติให้ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมคณะกรรมาธิการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และคณะกรรมการภาคเอเชียวงเงิน 8 ล้านบาท โครงการแก้ไขปัญหาเกษตรกรผู้ยากจนที่ไม่มีที่ดินทำกิน วงเงิน 1,641 ล้านบาท

โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าระยะที่ 9 ของกฟภ. วงเงิน 31,170 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ 1 วงเงินลงทุน 7,060 ล้านบาท ส่วนที่ 2 ลงทุน 4,540 ล้านบาท ส่วนที่ 3 ลงทุน 15,085 ล้านบาท ส่วนที่ 4 วงเงินลงทุน 4,485 ล้านบาท โดยใช้การกู้เงินในประเทศ 23,374 ล้านบาท และเงินรายได้ของกฟภ. 7,796 ล้านบาท จ่ายเงินตอบแทนพิเศษรายเดือนให้พนักงานกปภ. ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยปรับเพิ่มเงินพิเศษจากอัตราคนละ 2,500 บาทต่อเดือน เป็นคนละ 5,000 บาทต่อเดือน

การขยายความคุ้มครองประกันสังคมตามมาตรา 40 แห่งพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2553 วงเงิน 200 ล้านบาท การลงทุนรถจักรและล้อเลื่อนของรฟท. ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ วงเงินงบกว่า 14,800 ล้านบาท

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s