ผบ.ตร.ขู่จับเสื้อแดงขัดขวางบุกตรวจค้นยึดอุปกรณ์วิทยุชุมชน

ผบ.ตร. อ้างเข้าตรวจค้นวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงเพราะได้รับร้องเรียนนำเสนอเนื้อหาปลุก ปั่น จึงประสาน กอ.รมน. เข้าดำเนินการ ระบุอีก 3 สถานีที่คนเสื้อแดงมาล้อมเจ้าหน้าที่จนต้องล่าถอยจะกลับไปตรวจค้นและยึดใหม่ ประกาศหากใครขวางอีกต้องถูกจับดำเนินคดี เล็งขยายเป้าหมายปิดเว็บไซต์ 326 เว็บที่เปิดให้โพสต์ข้อความหมิ่นเบื้องสูง แกนนำเสื้อแดงยืนยันทุกสถานีได้รับใบอนุญาตทดลองออกอากาศจาก กสทช. ถูกต้อง โวยเลือกปฏิบัติชัดเจน ไม่แตะสถานีของพรรคภูมิใจไทยที่เสนอเนื้อหาด่าฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่าง เดียว แถมส่งสัญญาณไกลกว่าระเบียบที่กำหนด ขณะที่สถานีของพันธมิตรฯก็มีเนื้อหากระทบต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน เตรียมแจ้งดำเนินคดีชุดตรวจค้นฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เชื่อเป็นการส่งสัญญาณชัดว่าจะมีการยึดอำนาจในเร็วๆนี้

วันที่ 27 เม.ย. 2554 ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง

นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำ นปช.  กล่าวว่า ในฐานะที่ดำเนินการเกี่ยวกับวิทยุชุมชนมาหลายปี ขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำหมายศาลเข้าค้นและยึดอุปกรณ์สถานีวิทยุชุมชนที่แนวคิดทางการเมืองสอดคล้อง กับคนเสื้อแดง 13 แห่ง เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งบางแห่งจับกุมผู้ดูแลสถานีไปด้วย

แจงต้นกำเนิดวิทยุชุมชน

นายชินวัฒน์กล่าวว่า กิจการวิทยุชุมชนเกิดมาตามรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่มีช่องว่างทางกฎหมาย เพราะยังไม่มีกฎหมายออกมาควบคุมก็มีการจัดตั้งสถานีกันก่อนหลายพันแห่งทั่ว ประเทศ ต่อมามีการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการโทรคมนามแห่งชาติ (กทช.) ขึ้นมารับผิดชอบดูแล และแปลงสภาพมาเป็น กสทช. ในปัจจุบัน

มีใบอนุญาตทดลองออกอากาศ

“เมื่อ กสทช. เข้ามาแล้ว ในช่วงที่ยังไม่มีกฎหมายควบคุมก็เรียกสถานีวิทยุต่างๆไปขึ้นทะเบียนเอาไว้ ในช่วงที่ขึ้นทะเบียนนี้ให้ทดลองออกอากาศเพื่อเตรียมความพร้อมได้ โดยได้มีการต่อใบอนุญาตทดลองออกอากาศเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสถานีวิทยุ ที่ไปขึ้นทะเบียนเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ครั้งหลังสุดที่ต่อให้นับจากวันที่ 17 มี.ค. 2554-10 มี.ค. 2555 สถานที่ที่ออกอากาศในตอนนี้ถือว่าได้รับอนุญาตจากทางราชการถูกต้อง”

ใช้ข้ออ้างตั้งสถานีเถื่อนไม่ได้

แกนนำ นปช. กล่าวอีกว่า ที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ กสทช. เข้าตรวจค้นและยึดอุปกรณ์สถานีวิทยุของคนเสื้อแดงไป 13 แห่งนั้น แจ้งความผิดข้อหาเดียวคือตั้งสถานีโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะทุกสถานีออกอากาศโดยได้รับอนุญาตจาก กสทช. ทั้งสิ้น การเข้ามาดำเนินการของเจ้าหน้าที่จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157

แจ้งเอาผิดชุดตรวจค้นยึดอุปกรณ์

“ขอให้ผู้ดูแลสถานีทุกแห่งเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 157 กับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เข้ามาตรวจค้นและยึดอุปกรณ์ และขอให้ดำเนินการสถานีวิทยุต่อไป เพราะได้รับอนุญาตทดลองออกอากาศอย่างถูกต้องจาก กสทช.” นายชินวัฒน์กล่าวและว่า การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการกระทำ 2 มาตรฐานอย่างชัดเจนที่สุด เพราะเลือกดำเนินการกับสถานีที่มีแนวคิดทางการเมืองเหมือนคนเสื้อแดง ไม่ดำเนินการกับสถานีอื่นๆ เช่น คลื่น 90.25 ของพรรคภูมิใจไทยที่นำเสนอเนื้อหาใส่ความคนเสื้อแดงและพรรคการเมืองอื่นอยู่ ตลอดเวลา เป็นการกระทำในลักษณะปลุกระดมอย่างชัดเจน แถมยังมีเครือข่ายการออกอากาศไปทั่วประเทศ กำลังของเครื่องส่งก็แรงกว่าที่กำหนด หรือคลื่น 97.75 ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีเนื้อหาด่าคนในประเทศและด่าประเทศเพื่อนบ้านตลอดเวลา ก็ไม่มีใครเข้าไปดำเนินการ การเลือกดำเนินการกับสถานีของคนเสื้อแดงไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อปิดปากคนเสื้อแดงเท่านั้น

เผยสถานีอื่นกลัวต้องเปลี่ยนเนื้อหา

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า แม้จะมีการออกหมายค้นเพียง 13 สถานี แต่การดำเนินการครั้งนี้ได้ส่งผลให้สถานีวิทยุชุมชนที่มีแนวทางสนับสนุน ประชาธิปไตยต้องลดบทบาทหรือยุติบทบาทของตัวเอง เพราะเกรงจะถูกเข้ามาดำเนินการ

“สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากเป็นการคุกคามสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข่าวสาร คุกคามสื่อแล้ว ไม่สามารถมองในมิติอื่นได้เลย นอกเสียจากว่าเป็นการเตรียมการเพื่อที่จะยึดอำนาจ จึงต้องจัดการกับสื่อของคนเสื้อแดงก่อน เพราะเกรงว่าสถานีวิทยุเหล่านี้จะเป็นศูนย์กลางของการกระจายข่าวต่อต้านการ ยึดอำนาจ หรือนัดรวมพลเพื่อต่อต้านการยึดอำนาจ เรื่องนี้ไม่ได้วิตกจริต แต่สถานการณ์มันบ่งบอกอย่างนั้น”

ไม่มีเหตุผลที่จะยึดอำนาจ

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ขณะนี้ไม่มีเหตุผลใดๆที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจ เพราะคนเสื้อแดงประกาศชัดเจนว่าสนับสนุนแนวทางการเลือกตั้ง เพื่อให้เป็นจุดเริ่มของประชาธิปไตยและกระบวนการยุติธรรมที่เป็นอิสระ

“เราต้องไม่ยอมแพ้กับการกระทำเหล่านี้ ขอให้พี่น้องที่ดำเนินการวิทยุชุมชนทั่วประเทศทำงานของท่านต่อไป 13 สถานีที่ถูกบุกเข้าค้นและยึดอุปกรณ์ขอให้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ชุด ปฏิบัติการตามมาตรา 157 และหากมีทรัพย์สินเสียหายก็ให้แจ้งความเพิ่มตามแต่กรณี”

ย้ำสถานการณ์สุ่มเสี่ยงยึดอำนาจ

นายณัฐวุฒิย้ำว่า สถานการณ์ขณะนี้สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการรัฐประหาร  เพราะนักการเมืองในบ้านเลขที่ 111 ที่ไปเป็นแกนนำรัฐบาลอยู่ในเวลานี้พูดตรงกันว่าไม่น่าจะมีเลือกตั้ง ซึ่งหากจะมีรัฐประหารก็น่าจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้

นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศเดินมาถึงทางแยกที่สำคัญที่ผู้มีอำนาจต้องตัดสินใจเลือก 2 ทางคือ คืนอำนาจให้ประชาชนผ่านการเลือกตั้งเพื่อให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปตามหลักสากล ซึ่งแนวทางนี้จะทำให้ประเทศพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น หรือจะยึดอำนาจเอาไว้ในมือ ไม่คืนให้ประชาชน

ให้จับตาสร้างกระแสปลุกปั่น 2 เรื่อง

“ตอนนี้มีความพยายามปลุกปั่นอยู่ 2 เรื่องคือ เรื่องปกป้องสถาบัน กับปกป้องประเทศชาติจากการทำสงครามกับเพื่อนบ้าน เพื่อกลบกระแสความขัดแย้งในประเทศ และหาแนวร่วม” นางธิดากล่าวและว่า มีเหตุผลอยู่ 3 ข้อหากจะมีการยึดอำนาจคือ 1.เป็นเพราะพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ จึงจะไม่ยอมให้มีเลือกตั้ง เพราะจะทำให้จัดการอะไรได้ยากขึ้น 2.กลัวว่าหลังการเลือกตั้งหากอำนาจเปลี่ยนมือจะถูกเปิดเผยความจริงในการปราบ ปรามประชาชน และ 3.เห็นว่าดุลอำนาจของประชาชนเริ่มมีสูงเกินไป จะปล่อยให้พลังอำนาจของประชาชนขยายใหญ่กว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว จึงต้องยึดอำนาจ ขอให้สังเกตดูให้ดี หากจะมีการยึดอำนาจคงจะมีการดำเนินการอะไรตามออกมาอีกหลังจากที่เข้าไป จัดการกับวิทยุชุมชนแล้ว

กลัวปล่อยเลือกตั้งแล้วสู้ยาก

นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวเสริมว่า แนวคิดของเขาคือ หากปล่อยให้มีเลือกตั้งจะสู้ยาก จึงต้องชิงลงมือยึดอำนาจเอาไว้ก่อน

“ผมก็ภาวนาว่าคนที่มีแนวคิดนี้อย่าเปลี่ยนใจ ทำเถอะครับ แล้วจะได้รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง”

เตรียมร้ององค์กรสิทธิฯนานาชาติ

นพ.เหวง โตจิราการ กล่าวว่า ภายใน 2-3 วันนี้ ตนและนายก่อแก้ว พิกุลทอง จะไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลกและระดับเอเชีย เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะการละเมิดสิทธิในการรับรู้ข่าวสารและสิทธิในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

ร้องกรรมาธิการสอบใช้อำนาจ

ที่รัฐสภา ตัวแทนชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายจุติพงษ์ พุ่มมูล เลขาธิการชมรม เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กรณีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและยึดอุปกรณ์สถานีวิทยุชุมชน 13 สถานี เนื่องจากเห็นว่าเป็นการดำเนินการอย่างไม่มีเหตุผลอันสมควร ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ที่สำคัญคือสถานีวิทยุบางแห่งมีใบอนุญาตทดลองออกอากาศจาก กสทช. ถูกต้อง แต่กลับถูกยึดเครื่องส่งไป ปัจจุบันมีสถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศกว่า 6,000 สถานี แต่กลับเลือกดำเนินการเฉพาะสถานีที่มีเนื้อหาส่งเสริมประชาธิปไตย

ปิดไปแล้ว 2,000 เว็บไซต์

“นอกจากการเข้าตรวจค้นและยึดอุปกรณ์สถานีวิทยุแล้ว ที่ผ่านมายังมีการปิดเว็บไซต์อีกกว่า 2,000 แห่ง โดยเลือกดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรม ถือเป็นการคุกคามสื่อที่ไม่มีเหตุอันควร และเป็นการปิดหูปิดตาประชาชน จึงอยากให้คณะกรรมาธิการช่วยตรวจสอบเรื่องนี้”

ผบ.ตร. แจงทำตามคนร้องเรียน

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า การเข้าดำเนินการกับวิทยุชุมชนทั้ง 14 แห่ง เนื่องจากได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่ามีวิทยุชุมชนกระจายเสียงสร้างความขัด แย้งในสังคม และนำคำปราศรัยของกลุ่มเสื้อแดงที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันมาเผยแพร่ซ้ำ จึงได้ประสานกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ตรวจสอบว่ามีการดำเนินการตามที่ร้องเรียนจริง และบางสถานีจัดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้สั่งการให้เข้าดำเนินการ แต่พบว่ามี 1 สถานีที่ปิดไปก่อน จึงจับกุมได้ 13 สถานี ส่วนผู้ต้องหา 2 รายที่จับตัวมานั้น เป็นไปตามหมายจับคดีหมิ่นสถาบันก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นหมายจับของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เมื่อมาทำความผิดซ้ำก็ต้องถูกจับกุม

จะกลับไปยึดอีก 3 สถานีแน่

“มี 3 สถานีที่ระดมคนเสื้อแดงมาต่อต้านจนไม่สามารถยึดเครื่องส่งได้ คือคลื่น 89.85 ตั้งอยู่ซอยสายไหม คลื่น 102.75 สถานีวิทยุชุมชนคนไทยหัวใจเดียวกัน ตั้งอยู่อาคารวังหินเพลส และคลื่น 96.35 สถานีวิทยุชุมชนคนลำลูกกา ยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายและพยานหลักฐาน ไม่ได้มีเป้าหมายอื่นหรือทำตามคำสั่งใคร สำหรับสถานีที่ยังไม่สามารถยึดของกลางมาได้จะเข้ามาดำเนินการอีกครั้ง หากมีมวลชนมาขัดขวางก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายด้วย”

ตรวจพบความผิดตั้งแต่เดือน มี.ค.

พล.ต.อ.วิเชียรย้ำว่า ได้ดำเนินการหาพยานหลักฐานมาตั้งแต่เดือน มี.ค. เมื่อพบการกระทำผิดจึงเข้าดำเนินการ ส่วนเหตุจูงใจในการทำผิดมีหลายอย่าง อาจจะหวังปลุกระดมประชาชนเพื่อผลทางการเมืองในการเลือกตั้ง หากสอบสวนขยายผลแล้วพบว่ามีนักการเมืองที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งไปเกี่ยว ข้องก็ต้องได้รับใบเหลือง ใบแดงด้วย

เล็งฟัน 326 เว็บไซต์โพสต์ข้อความหมิ่น

ผู้สื่อข่าวถามว่านอกจาก 13 แห่งนี้แล้วจะดำเนินการที่อื่นอีกหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า ต้องตรวจสอบต่อไป โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และภาคใต้ นอกจากวิทยุชุมชนแล้วตำรวจยังได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเว็บไซต์ต่างๆ 326 แห่ง ที่อาจมีการโพสต์ข้อความที่มีเนื้อหาหมิ่นสถาบัน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ว่าสถานีไหนเมื่อทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกจับกุม ส่วนที่มีการระดมมวลชนมาปกป้องขัดขวางนั้น อยากให้เข้าใจว่าถ้าผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ

**********************************************************************

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s