ฉะจับวิทยุแดง-นปช.แฉ แผนปฏิวัติ

“ณัฐวุฒิ”ชี้ระวัง หลังวันยุบสภา 13สถานีชุมชน แจ้งกลับคุกคาม


ทวงวิทยุ – แกน นำนปช.นำโดยนางธิดา โตจิราการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แถลงเตรียมแจ้งความเอาผิดกอ.รมน. ทวงคืนวิทยุชุมชนที่ถูกจับ 13 สถานีรวด โดยเชื่อว่าอำนาจรัฐต้องการปิดหูปิดการสื่อสารของประชาชน ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว วันที่ 27 เม.ย.

นปช.ดา หน้าฉะลุยจับ 13 สถานีวิทยุชุมชนเสื้อแดง โวยคุกคามสิทธิ เสรีภาพประชาชน “ณัฐวุฒิ” ชี้มีแต่ยุคเผด็จการที่ทำกัน มุ่งปิดหูปิดตา เป็นแผนนำไปสู่รัฐประหาร เว้นวรรคเลือกตั้ง เตรียมแจ้งจับจนท.ชุดจับกุม ปฏิบัติ หน้าที่มิชอบ “ตู่” ปูดข่าววงใน เตรียมก่อการวันที่ 30 เม.ย. ท้าลั่นให้ทำเลย แล้วเจอกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย “ธิดา” แนะคู่มือ 10 ข้อสันติวิธีต้านรัฐประหาร เล็งฟ้องสิทธิมนุษยชนสากลซ้ำ ด้าน “ผบ.ตร.” ชี้แจงจับวิทยุแดง ทำตามหลักฐาน หลังได้รับร้องเรียน โต้ใบสั่งรัฐบาล คิวต่อไปสถานีในภาคเหนือ อีสาน ส่วนอัยการยังไม่เร่งยื่นศาลถอนประกัน 9 นปช. ส่งให้ “ดีเอสไอ” ถอดเทปคำปราศรัยแกนนำใหม่ มีข้อความตกหล่น ไม่เป็นธรรมแก่ฝ่ายถูกร้อง

ผบ.ตร.ชี้แจงจับวิทยุแดง

เมื่อ วันที่ 27 เม.ย. ที่กองบินตำรวจ พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท. วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร. และ พล.ต.ต. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกตำรวจ ร่วมแถลงกรณีจับกุมวิทยุชุมชนของกลุ่มคนเสื้อแดง จำนวน 13 สถานี ในพื้นที่บช.น.และบช.ภาค 1 โดย พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีวิทยุชุมชนเผยแพร่การปราศรัยที่สร้างความขัดแย้งในสังคม โดยนำคำปราศรัยของกลุ่มเสื้อแดงที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันมาเผยแพร่ซ้ำ จึงประสานงานกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เข้าตรวจสอบสถานีวิทยุชุมชน 14 แห่ง โดยมอบ หมายให้ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. เป็นหัวหน้าชุดนำกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบ

พล.ต.อ. วิเชียร กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีสถานีวิทยุ 13 แห่ง ที่กระทำการในลักษณะดังกล่าวจริง และบาง สถานีตั้งวิทยุชุมชนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีสถานีวิทยุชุมชน 3 แห่ง ที่ถูกต่อต้านจากกลุ่มคนเสื้อแดง จนตำรวจไม่สามารถยึดเครื่องกระจายเสียงได้ ประกอบด้วย 1.สถานีวิทยุชุม ชนคนไทยหัวใจเดียวกัน คลื่น 89.85 เมกะเฮิร์ตซ์ ตั้งอยู่ที่ตลาดวงศกร ซอยสายไหม 19 2.สถานีวิทยุชุมชนคนไทยหัวใจเดียวกัน คลื่น 102.75 เมกะเฮิร์ตซ์ ตั้งอยู่อาคารวังหินเพลส 3.สถานีวิทยุชุนชนมวลชนคนลำลูกกา คลื่น 96.35 เมกะเฮิร์ตซ์

โต้ทำตามคำสั่งรัฐบาล

ผบ.ตร. กล่าวว่า ขอยืนยันว่าการปฏิบัติงานของตำรวจเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทำตามคำสั่งของรัฐบาล ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าวิทยุชุมชนทำเพื่อประโยชน์แก่ชุมชนและประชาชน แต่อาจมีบางช่วงบางตอนที่ประชาชนไม่ได้ฟังผู้ดำเนินรายการพูดในลักษณะที่ เข้าข่ายจาบจ้วงสถาบัน ส่วนสถานีวิทยุ 3 แห่งที่ไม่สามารถตรวจยึดเครื่องกระจายเสียงได้นั้น ทางตำรวจจะเข้าไปดำเนินการอีกครั้ง หากมีประชาชนเข้ามาขัดขวางการทำงานของตำรวจ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที

ผู้ สื่อข่าวถามว่าเหตุใดตำรวจจึงเข้มงวดจับ กุมในช่วงใกล้ยุบสภา พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนมานานแล้ว และตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง ตั้งแต่เดือนมี.ค. เป็นต้นมา ส่วนสาเหตุการกระทำผิดอาจเป็นไปได้หลายอย่าง รวมถึงเป็นการกระทำเพื่อหวังผลทางการเมือง และปลุกระดมประชาชนไปในทางที่ผิด เพื่อผลประโยชน์ในการเลือกตั้ง และหากการสอบสวนขยายผล พบว่ามีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยว ข้อง ก็จะมีผลต่อใบเหลืองและใบแดงในอนาคต

สถานีเหนือ-อีสานคิวต่อไป

ต่อ ข้อถามว่ามีสถานีวิทยุชุมชนอื่นเข้าข่ายผิดกฎหมายอีกหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ต้องตรวจสอบต่อไป โดยเฉพาะสถานีวิทยุชุมชนในภาคเหนือ อีสาน และภาคใต้ ส่วนกรณี 14 สถานีที่เข้าตรวจสอบนั้น พบว่ามีผู้ดำเนินรายการ 2 ราย จาก 14 คลื่น เคยมีหมายจับในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง เป็นหมายจับของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และมาทำผิดซ้ำอีกจนถูกจับกุม นอกจากนี้ ตำรวจจะจับตาเว็บไซต์อีก 326 แห่ง ที่อาจมีการโพสต์ข้อความ หรือบทความที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน

ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีจับกุมสถานีวิทยุชุมชนเสื้อแดงว่า สถานีวิทยุที่กระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคง จะต้องถูกดำเนินคดี เมื่อถามว่าการจับกุมจะทำให้เกิดปัญหาก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะคนเสื้อแดงออกมาต่อต้านการกระทำของเจ้าหน้าที่ นายสุเทพ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องรักษากฎหมาย ใครทำผิด เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ และเมื่อถามว่ารัฐบาลก็โจมตีฝ่ายตรงข้ามเช่นเดียวกัน นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ไปทำอะไรที่ผิดกฎหมาย

“ลายจุด”ชี้สกัดต้านรัฐประหาร

ด้าน นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก. ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวว่า สถานีวิทยุชุมชน 3 แห่งที่ถูกตรวจค้นและยึดเครื่องส่งสัญญาณ ล้วนเป็นสถานีที่คนเสื้อแดงใช้สื่อสารกันเกี่ยวกับการนัดหมายชุมนุมแต่ละ ครั้ง และส่งข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับการเมืองให้ทราบ จึงทำให้ฝ่ายรัฐบาลและกองทัพวิตกว่าหากก่อรัฐประหารเกิดขึ้นอีก สถานีวิทยุเหล่านี้จะคอยส่งข่าวไปถึงคนเสื้อแดงตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศให้ออกมาต่อต้าน จึงต้องตรวจยึดและปิดสถานี เพื่อตัดช่องทางการสื่อสารกัน โดยมีนักการเมืองสั่งการ และคิดแผนการนี้อยู่เบื้องหลัง อีกทั้งเชื่อว่า ต่อเนื่องจากกรณีดาว เทียมไทยคมดับ ซึ่งฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าเป็นปัญหาทางเทคนิค ฟังแล้วยังไม่เคลียร์ จึงขอตั้งข้อสงสัยว่าเหตุการณ์ดาวเทียมดับ น่าจะเป็นการปฏิบัติการทางทหาร เพื่อปิดช่องทางการสื่อสารของคนเสื้อแดงเหมือนกับครั้งนี้

แกนนำ กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวถึงการจัดกิจกรรมทางการเมืองว่า วันอาทิตย์ที่ 1 พ.ค. เวลา 16.00 น. นัดคนเสื้อแดงมารวมตัวร่วมกันทำกิจกรรมทางการเมืองที่สวนรถไฟ เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากที่สวนลุมพินีเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ครั้งนั้นได้รับการขานรับจากประชาชนล้นหลาม จึงมั่นใจว่าวันอาทิตย์นี้จะมีประชาชนมาร่วมทำกิจกรรมกันมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า โดยยึดรูปแบบเดิม คือ ตบเท้า ตบมือ ต้านรัฐประหาร ส่วนวันอาทิตย์ที่ 8 พ.ค. จัดที่สวนสันติภาพ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 16.00 น.

“นที”ยันเป็นแผนล้มเลือกตั้ง

ขณะ ที่ นายนที สรวารี นายกสมาคมสร้าง สรรค์อิสรชน กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นและสั่งปิดสถานีวิทยุชุมชนเสื้อแดง โดยอ้างว่าสถานีนำถ้อยคำและคลิปปราศรัยของนายจตุพร พรหมพันธุ์ มาเผยแพร่ แต่ทราบว่าบางแห่งไม่ได้นำคลิปเผยแพร่ก็ยังถูกสั่งปิดไปด้วย จึงขอตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการวางแผนของฝ่ายทหาร หรือกลุ่มที่จะเข้ามายึดอำนาจจากรัฐบาลชุดนี้ โดยไม่ต้องการให้มีเลือกตั้ง พยายามสกัดคนเสื้อ แดง และประชาชนไม่ให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะกลัวว่าหากนายเก่าแพ้ และนายใหม่มา ก็จะถูกตรวจสอบเรื่องปัญหาทุจริตต่างๆ จึงต้องออกมาปกป้องตัวเองโดยแอบอ้างสถาบัน ใช้เป็นเครื่องมือจัดการกับฝ่ายตรงข้าม

นายกสมาคมสร้างสรรค์อิสรชน กล่าวต่อว่า ดังนั้น ขอให้คนเสื้อแดงและประชาชนใจเย็นๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเตรียมตัวให้พร้อมออกมาต่อต้านรัฐประหาร โดยสวมเสื้อแดง ถอนเงินจากธนาคาร และนำทองคำออกมาขาย เพราะเราไม่มีอาวุธ ก็ต้องใช้วิธีการนี้ตอบโต้รัฐประหาร

ร้องกมธ.สอบจับวิทยุแดง

ที่ รัฐสภา นายจุติพงษ์ พุ่มมูล เลขาธิการ สมาคมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมตัวแทนผู้ประกอบการวิทยุชุมชนเสื้อแดง ที่ถูกจับกุมและตรวจยึด 13 แห่ง เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน โดยยื่นผ่านนายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ เพื่อขอให้ตรวจสอบความถูกต้อง และเป็นธรรมเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย

นายจุติพงษ์ กล่าวว่า นอกจากการปิดสถานีวิทยุชุมชนที่บางแห่งมีใบขออนุญาตถูกต้อง แล้ว ยังปิดเว็บไซต์กว่า 2,000 เว็บไซต์ ถือเป็นการคุกคามสื่อ และสองมาตรฐาน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเคยปิดสถานีวิทยุชุมชน ยึดเครื่องมือไปและไม่ยอมคืน โดยทราบว่านำเครื่องมือไปให้สถานีวิทยุสีน้ำเงินในภาคอีสานใช้จัดรายการ

ณัฐวุฒิแฉเตรียมปล้นประเทศ

ที่ ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ กลุ่มนปช.แถลงถึงกรณีตรวจค้นจับกุมสถานีวิทยุชุมชนเสื้อแดง โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า ภายใต้สถาน การณ์ตึงเครียดทางการเมืองทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ พร้อมทั้งมีความพยายามหลายรูปแบบจากฝ่ายรัฐ ที่จะทำลายการต่อสู้ของประชาชน โดยล่าสุดออกหมายจับและหมายค้นสถานีวิทยุเสื้อแดง รวมทั้งพยายามจะยึดอุปกรณ์ออกอากาศ ทำให้สถานีวิทยุหลายแห่งต้องหยุดการออกอากาศ ถือว่าเป็นการใช้อำนาจข่มขู่คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ซึ่งไม่เคยมีในยุคที่บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย แต่จะเกิดขึ้นในยุคเผด็จการ

นาย ณัฐวุฒิ กล่าวว่า การกระทำที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยของรัฐบาล ในสถานการณ์ที่ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ คนเสื้อแดงไม่มีการนัดหมายชุมนุมใหญ่ และไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมทั้งยังประ กาศพร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างนี้ ทำให้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่ามีความพยายามที่จะปิดหูปิดตา และปิดช่องทางการสื่อสารกับประชาชน เพื่อเตรียมการปล้นประเทศครั้งใหญ่ใช่หรือไม่ และคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากเป็นการวางแผนเพื่อทำรัฐประหาร และกลัวว่าสถานีวิทยุชุมชนจะกลายเป็นกองบัญชาการต่อต้านการรัฐประหาร ทำให้คิดไปได้อีกว่าการหลุดวงโคจรของดาว เทียมไทยคมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เกี่ยวพันกับการเข้าไปกดดันสถานีวิทยุชุมชน

แจ้งความจับกระทำมิชอบ

แกน นำนปช. กล่าวต่อว่า ทางแกนนำนปช. ได้ประชุมหารือ มีมติเรียกร้องให้ผู้ประกอบการสถานีวิทยุชุมชนที่ถูกคุกคาม ให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับชุดปฏิบัติการที่เข้าตรวจค้น ในข้อ หาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ส่วนการกระทำของเจ้าหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือมีบุคคลได้รับบาดเจ็บก็ให้แจ้งความไปตามกรณี

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ขอให้ผู้บริหารสถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศ ประชุมเพื่อกำหนดแนวทางในการป้องกันการบุกยึดตรวจค้นของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะตามกฎหมายแล้ววิทยุชุมชนทุกแห่งยังคงเปิดทำการได้ เพราะยังไม่มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้ามาทำหน้าที่ออกใบอนุญาตเรื่องนี้ และขอให้ระมัดระวังอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เพื่อให้การออกอากาศเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะ หากมีการรัฐประหาร สถานีวิทยุชุมชนจะเป็นจุดที่จำเป็นต้องใช้ หากมีการยึดอำนาจ ขอยืนยันว่าที่ระบุออกมานี้ไม่ใช่แค่วิตกจริต แต่บ้านเมืองอยู่ภาวะสุ่มเสี่ยงจริงๆ เพราะแม้แต่คนบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่ไปร่วมกับรัฐบาล ก็ยังกังวลว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง

“ตู่”ปูดวันก่อการ 30 เม.ย.

ส่วน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กล่าวว่า นอกจากตำรวจ และเจ้าหน้าที่กสทช. ยังมีเจ้าหน้าที่กอ.รมน.ร่วมด้วย โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุบรรณ เสธ.ทบ. รู้เห็น ซึ่งการปฏิบัติการสอดคล้องกับครม.อนุมัติงบประมาณให้กอ.รมน. 8,792 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการใส่ความปฏิปักษ์ทางการเมืองมาตลอด จนได้ทราบข้อ มูลจากวงในว่า เตรียมจะก่อการในวันที่ 30 เม.ย.นี้ อยากท้าว่าขอให้ทำเลย ประชาชนที่ต่อต้านจะได้ออกมาครั้งเดียว

“ขอให้คนเสื้อแดงทุกคน สถานีวิทยุชุมชนตั้งมั่นไว้ให้ดี อย่าหวั่นไหวกับการสร้างสถาน การณ์ เพราะเขาเริ่มตั้งแต่ปลุกเรื่องล้มสถาบัน มาตอนนี้ก็เป็นเรื่องของการสร้างกระแสชาติ นิยม จากนั้นจึงปิดกั้นการสื่อสารของประชาชน ด้วยการเข้าไปบุกค้นตรวจยึด แล้วก็หวังว่าจะเช็กกำลังฝ่ายตรงข้าม ว่าจะมีใครออกมาต่อต้านมากน้อยขนาดไหน หากต่อต้านมากก็จะใช้เป็นการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายเพื่อรัฐประหาร ทันที ดังนั้น ขอให้ทุกคนอยู่ในที่ตั้ง หากบุกค้นตรวจยึดก็ขอให้ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานแจ้งความดำเนินคดี แต่อย่าออกมาให้เกิดความวุ่นวาย ไม่งั้นจะเข้าทางเขา ตอนนี้เขากำลังจะเข้าฮอสแล้ว อย่าไปเปิดโอกาสให้เขา เอาไว้ยึดอำนาจแล้วเราไปเจอกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เลยทันที” แกนนำนปช.กล่าว

ธิดาแนะ 10 ข้อต้านรัฐประหาร

ขณะ ที่ นางธิดา โตจิราการ ประธานนปช. กล่าวว่า หากมีรัฐประหาร ขอให้แกนนำระดับต่างๆ ที่อยู่ในกลุ่มนั้นๆ ปฏิบัติการแทนแกนนำเดิมที่ถูกคุกคามจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ขอให้ใช้แนวทางสันติวิธี และสามัคคีคนให้มากที่สุดเพื่อต่อต้านรัฐประหาร ขอให้ปฏิบัติการต่อต้านรัฐประหารในฐานะบุคคล หรือกลุ่มองค์กร ตามคู่มือของยีนส์ชาร์ป จากสถาบันอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ 10 ข้อ ประกอบด้วย 1.ออกมายืนตามถนน ถ้ามีการปราบให้สลายตัวแล้วออกมาใหม่ ไม่เป็นเป้านิ่ง เคลื่อนไหวเร็วไม่ต้องมีเวที 2.จอดรถ นำสิ่งของมาทิ้งไว้กลางถนน เพื่อขัดขวางการเคลื่อนกำลัง 3.ปฏิเสธ คำสั่ง หรือประกาศใดๆ ไม่ให้ความร่วมมือกับคณะรัฐประหาร

ประธานนปช. กล่าวต่อว่า 4.ชวนทหารที่เป็นมิตรออกมาร่วม 5.ยึดมั่นสันติวิธี 6.สร้างสัญลักษณ์การต่อต้านที่เสื้อ หรือผูกผ้าสีดำที่แขนเสื้อ หรือสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร เป็นสติ๊กเกอร์ หรือธง ติดในทุกที่ หากถูกเอาออกให้นำไปติดใหม่ 7.บันทึกภาพการปราบปรามประชา ชน หรือการเคลื่อนกำลัง ใช้เครือข่ายออนไลน์เผยแพร่ 8.ต่อต้านการสนับสนุนรัฐประหารทุกกรณี ทำจดหมายจากประชาชน เรียกร้องไม่ให้ศาลรับรองคณะรัฐประหารว่าได้รัฏฐาธิปัตย์ 9.ต่อต้านพวกสนับสนุนการทำรัฐประหารทางเศรษฐกิจ ประจานและประท้วงกลุ่มทุนที่สนับ สนุน และ 10.หยุดงานชุมนุมประท้วง อธิบายเหตุผลต่อประชาชนให้มาร่วมชุมนุมมากที่สุด

เล็งฟ้องสิทธิมนุษยชนสากล

นาง ธิดา กล่าวอีกว่า สำหรับการคุกคามสถานีวิทยุชุมชนนั้น ทางนปช.กำลังพิจารณา เพื่อจะยื่นหนังสือถึงองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล เพราะถือว่าเป็นการคุกคามตามสิทธิมนุษยชนสากลด้วย รวมทั้งยื่นเรื่องให้องค์กรฮิวแมนไรต์วอชต์เข้ามาตรวจสอบอีกทางหนึ่งด้วย

ส่วน นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำนปช. และผู้จัดรายการสถานีวิทยุคนแท็กซี่ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าคลื่นวิทยุคนแท็กซี่ได้แจ้งความจำนงต่อคณะกรรมการกิจการโทร คมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในขณะนั้นว่าจะประกอบกิจการวิทยุชุมชน ต่อมากสทช.อนุญาตให้สถานีวิทยุชุมชนทดลองออกอากาศไปก่อน เพราะยังไม่มีองค์กรที่จะเข้ามาดูแล แต่กลับเข้ามาตรวจค้นและอ้างว่าประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งที่คลื่นวิทยุชุมชนทั้งหมดของประเทศนี้ ก็ไม่มีใครได้รับอนุญาต เพราะยังไม่มีองค์กร และกฎหมายออกมาดูแล ขณะที่สถานีวิทยุของพรรคภูมิใจไทย และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้รับผลกระทบ

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า ในเวลา 13.00 น. ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว มีการประชุมผู้ประกอบการสถานีวิทยุชุมชนของเครือข่ายคนเสื้อแดง เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติตัวหากถูกเข้าบุกค้นตรวจยึดอีก โดยกำชับให้รักษาอุปกรณ์ส่งสัญญาณไว้ให้ดีที่สุด

แกนนำนปช.พบสื่อนอก

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อค่ำวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา นายธิดา โตจิราการ ประธาน แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ร่วมแถลงที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ประจำประเทศไทย โดยมีผู้สื่อข่าว นักวิชาการ ตัวแทนสถานทูต และชาวต่างประเทศจำนวนหนึ่ง รวมประ มาณ 100 คน เข้าร่วมรับฟัง

นางธิดา กล่าวว่า แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำลังจะประกาศยุบสภา เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง แต่มีความพยายามก่อรัฐประ หารครั้งใหม่ โดยที่ภาระและผลผลิตของรัฐ ประหารชุดเก่ายังอยู่ และใช้เครื่องมือคือข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยให้กองพลต่างๆ ออกมาตบเท้าทุกวัน การพยายามรัฐประหารเป็นความล้าหลังซ้ำซากของรัฐ ที่ไม่ยอมให้ประชาชนเลือกผู้นำด้วยตนเอง โดยกลัวว่าจะได้พรรค และผู้นำที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ต้องการให้เปิดเผยความจริงของการพยายามเข่นฆ่าประชา ชน และประการต่อมา คือ การเกิดของนปช. แดงทั้งแผ่นดิน ทั้งที่ปรากฏตัว และไม่ปรากฏตัว ซึ่งจะเป็นผู้ลงคะแนนเลือกพรรคการเมือง ฝ่ายประชาธิปไตย

ณัฐวุฒิไม่มั่นใจมีเลือกตั้ง

“การ เติบโตของคนเสื้อแดงทั้งคุณภาพและปริมาณ จะมีผลสำคัญต่อการต่อต้านการรัฐ ประหาร น่าเป็นห่วงว่าการรัฐประหารโดยกองทัพ ไทย จะต้องถูกต่อต้านจากประชาชนไทย เพราะเป็นการทวนกระแสสังคมโลก จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกกับสังคมไทย และจะมีคนบาดเจ็บล้มตายอีกเท่าไหร่ ทั้งนี้ คนบาดเจ็บล้มตายไม่ใช่ดัชนีความรุนแรงแต่อย่างเดียว แต่ยังมีความล้าหลังที่เป็นดัชนีความเลวร้ายป่าเถื่อน ไม่เคารพความเท่าเทียมของสิทธิเสรีภาพของประชาชน หรือต้องรอให้คนตายอีกนับหมื่นคนจึงตระหนัก” นางธิดา กล่าว

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า ในช่วงถามตอบระหว่างแกนนำนปช.กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศ มีเนื้อหาบางส่วนที่น่าสนใจ โดยเมื่อถามถึงสถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้ รวมถึงการปะทะกันที่ชายแดนไทย-กัมพูชา อาจเป็นสัญญาณว่าจะไม่มีการยุบสภา นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ต้องบอกว่าเวลานี้ยังไม่มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งจริงๆ เพราะสถานการณ์ทางการเมืองอธิบายว่า กลุ่มผู้คุมอำนาจไม่ประสงค์จะยอมรับผลการเลือกตั้ง หากพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ชนะ

ไทยรบเขมรบาน-เลื่อนยุบ

นาย ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า มีการสำรวจข้อมูลการตัดสินใจของประชาชนหากมีการเลือกตั้ง ของหน่วยงานความมั่นคงหลายหน่วยงาน ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่า ก่อนเทศกาลสงกรานต์มีการพบปะกันของนายทหาร กับกลุ่มชนชั้นนำ 3-4 คน ในระหว่างสนทนาได้นำเอาผลสำรวจ หรือโพลฝ่ายความมั่นคงมาดู ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับเลือกตั้งไม่ต่ำกว่า 250 ที่นั่ง มีการถามกันในเวลานั้นว่าตรวจสอบเรียบร้อยหรือ ยัง ผู้ที่นำผลสำรวจมาให้คือ นายทหารคนดังที่ทำหน้าที่แถลงข่าวให้กองทัพมาตลอดเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยืนยันว่าตรวจสอบแล้ว 2-3 รอบ

แกนนำนปช. กล่าวว่า ถ้าไปถามนักการเมือง ที่เป็นแกนนำตัวจริงของพรรคร่วมรัฐบาล ท่าทีล่าสุดของคนเหล่านั้นก็เชื่อลึกๆ ว่าอาจจะไม่มีเลือกตั้ง นี่เป็นข้อมูลที่ได้ฟังมาจากอดีตรัฐ มนตรีของรัฐบาลทักษิณ ซึ่งเล่าว่าไปพบอดีตรัฐ มนตรีที่เคยร่วมรัฐบาลกัน ภาวนาอย่าให้เหตุการณ์ปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา จะถูกขยายเป็นเหตุผลเลื่อนยุบสภาออกไป แต่ความเชื่อเดิมของตน และแกนนำนปช. บังเอิญตรงกันว่า สัญญาณที่จะไม่มีการเลือกตั้ง จะปรากฏชัดเจนหลังนายอภิสิทธิ์ประกาศยุบสภา

ฟ้องโลก-ไทยต้องการเลือกตั้ง

“ผม จึงอยากประกาศต่อทุกท่าน และยืนยันต่อสังคมโลกว่า คนไทยต้องการเลือกตั้ง และวิกฤตความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร จะมีโอกาสนับหนึ่งในการคลี่คลาย ก็ต่อเมื่อมีการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ตรงกันข้ามหากไม่มีการเลือกตั้ง ก็จะทำให้สภาพการณ์ที่เป็นอยู่ทวีความเข้มข้น มีสภาพขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น จนมองไม่เห็นทางออกใดๆ” แกนนำนปช.กล่าว

ต่อข้อถามว่าถ้าพรรคเพื่อไทย ไม่ชนะ พร้อมยอมรับรัฐบาลที่ชนะเลือกตั้งหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากเลือกตั้งโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ว่าพรรคการเมืองใดชนะ เรายินดียอมรับผลการเลือกตั้ง ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ชนะ เรายินดียอมรับโดยไม่คัดค้านใดๆ ขอเรียนว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยออกมาต่อสู้เพราะแพ้เลือกตั้ง เราเป็นประชาชนส่วนมากในประเทศ ที่เลือกพรรคการเมืองที่เราสนับสนุน และได้เป็นรัฐบาล แล้วรัฐบาลของเราถูกทำลายครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยวิธีของผู้เผด็จการ เราจึงต้องออกมาต่อสู้

ธิดายันแนวทางสันติวิธี

ผู้ สื่อข่าวถามว่าการชุมนุมครั้งต่อไปจะมีหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า กฎหมายเลือกตั้งระบุแล้วว่า นักการเมืองทำอะไรได้บ้าง แล้วประชาชนทำอะไรได้บ้าง เช่น การรำลึก 19 พ.ค. จะทำอะไรได้บ้าง การชุมนุมป็นการระดมความคิด และจริงๆ แล้วมีทุกวัน เช่นวันนี้ (26 เม.ย.) ก็มีที่ จ.สระบุรี

ต่อข้อถามว่าหลังถูกสลายการชุมนุมเมื่อเดือน พ.ค.2553 มีแกนนำบางคนบอกว่าจะลง ใต้ดิน จะหนีและต่อสู้โดยใช้อาวุธ แม้ว่าที่ผ่านมาไม่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น แต่ถ้าหากยังยืดเยื้อไม่มีประชาธิปไตย เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะใช้อาวุธและความรุนแรง นางธิดากล่าวว่า เราไม่ใช้อาวุธ เราเคลื่อนไหวอย่างสงบและสันติ นี่คือหลักการของนปช. คำถามว่าหากการต่อสู้ยืดเยื้อจะมีอนาคตเช่นไร ที่ผ่านมาเราก็ต่อสู้ยืดเยื้อมา 5 ปี ทำจากการไม่มีการจัดการองค์กร จนกระทั่งรวมตัวเป็นองค์กรได้ เราหวังว่าจะต่อสู้ได้ยืดเยื้อ และมีระบบมากขึ้น แม้แต่หนังสือที่เรามี ก็คือส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะจัดโรงเรียน เพื่อยกระดับแกนนำ เราเลือกสันติวิธี เพราะต้องการชัยชนะที่แท้จริง นปช.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเรา และเข้มแข็งมากขึ้นทุกวันๆ เพราะเราเลือกสันติวิธี

มั่นใจมือเปล่าสู้ชนะกองทัพ

“แน่ นอนว่าอาจจะมีบางส่วนที่ไม่เชื่อในหน ทางสันติวิธี เขามีสิทธิคิดต่าง และนั่นเป็นเรื่องในอนาคตที่มีปัจจัยหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจรัฐ แต่เรานปช. จะทำตามพันธสัญญาที่ตกลงกันไว้ เราจะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้ชัยชนะ ให้ประเทศไทยเป็นประชา ธิปไตย และประชาชนมีความสุขอย่างแท้จริง” ประธานนปช.กล่าว

ส่วนนายณัฐวุฒิ กล่าวถึงเรื่องเดียวกัน พวกเรามีความเชื่อตรงกันว่า การต่อสู้ของเราเป็นการต่อสู้ระยะยาว ดังนั้น หากการต่อสู้จะยืดเยื้อออกไป ย่อมไม่เป็นเหตุผลให้เราเปลี่ยนแนว ทางจากสันติวิธีไปจับอาวุธ ใช้ความรุนแรง ขณะที่ นายจตุพรกล่าวว่า การชุมนุมของนปช. ทั้งหมดที่เป็นมติ คือสันติวิธี เราเชื่อว่ามือเปล่าจะชนะกองทัพ เพราะเราจะไม่มีทางเอาอาวุธมาสู้ให้ชนะกองทัพ ก่อนที่นางธิดากล่าวปิดท้ายว่า สนามการต่อสู้ของเรา คือความชอบธรรม ไม่ใช่สนามรบ

สภาเห็นชอบ”พรบ.ชุมนุม”

ขณะเดียวกัน ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมสภา โดยพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ที่ผ่านการพิจารณาครบทุกมาตราแล้ว แต่ค้างการลงมติ ก่อนลงมติ นายชัยกดออดเรียกสมาชิกที่ติดประชุมคณะกรรมาธิการให้เข้าห้องประชุม นานกว่า 10 นาที โดยนายชัยพูดย้ำว่า ขอให้ช่วยกันเสียบบัตรให้พร้อมกัน ก่อนจะแยกกันไปหาเสียง ถ้าครบก็โหวต ไม่ครบก็เลิก ปรากฏว่ามีสมาชิก 252 เสียง ที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยเสียง 217 ต่อ 8 งดออกเสียง 41 พร้อมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมา ธิการฯ ท้ายร่างด้วย

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ที่ส.ส.ส่วนใหญ่ให้ความสนใจอภิปรายกันมาก คือมาตรา 8 โดยเห็นด้วยว่าการชุมนุมจะต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกสถานที่สำคัญ รวมทั้งสถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท สถานที่พำนักของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และสถานที่พำนักของพระราชอาคันตุกะ

อัยการไม่เร่งถอน 9 นปช.

ส่วน นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 กล่าวถึงความคืบหน้าพิจารณาคำร้องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม ขอให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อเพิกถอนประกันนายจตุพร กับพวกแกนนำนปช. รวม 9 คน จำเลยคดีร่วมกันก่อการร้าย กรณีปราศรัยมื่อวันที่ 7 และ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่าตรวจสอบข้อความถอดเทปเปรียบเทียบกับเทปบันทึกภาพ และเสียงคำปราศรัยของแกนนำนปช. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ร่วมกับพ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผอ. สำนักคดีอาญาพิเศษ 2 ของดีเอสไอแล้ว พบว่าการถอดเทปยังมีคำพูดตกหล่นบางตอน ซึ่งเป็นสาระสำคัญ ทำให้ประโยคข้อความไม่ต่อเนื่อง หากข้อความตกหล่น อาจทำให้ความหมายของคำพูดเปลี่ยนไปได้ จึงให้ดีเอสไอกลับไปแก้ไขการถอดเทปให้ได้ข้อความครบถ้วนก่อน แล้วจึงจะพิจารณาได้ว่าผู้พูดมีเจตนาอย่างไร ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพราะหากรีบเร่งรัดเกินไปอาจไม่เป็นธรรมกับผู้ถูกร้อง

แต่”ธาริต”จี้อัยการยื่นศาล

ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้ายื่นคำร้องขอถอนประกันตัวแกนนำนปช. ที่ขึ้นเวทีปราศรัยเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ว่ามอบหมายให้ พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย ไปประชุมร่วมกับพนักงานอัย การ เพื่อชี้แจงข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติมตามที่อัยการร้องขอ คาดว่าอัยการจะยื่นคำร้องขอถอนประกันได้ภายในวันที่ 29 เม.ย. ตามที่ออกมา ระบุไว้ก่อนหน้านี้

นายธาริต กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ น.ส. ขัตติยา สวัสดิผล ลูกสาว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ทำหนังสือสอบถามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของบิดา ไปยังรัฐบาลนั้น น.ส.ขัตติยา ไม่ได้ติดต่อสอบถามเรื่องนี้กับ ดีเอสไอ เมื่อถามว่าจะใกล้ครบ 1 ปี เหตุการณ์ 19 พ.ค. ดีเอสไอจะแถลงความคืบหน้าคดี 91 ศพ หรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า ขอตรวจสอบก่อน หากเนื้อหาคดีมีความคืบหน้า ดีเอส

ไอก็พร้อมแถลงข่าวให้ประชาชนทราบ

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s