Monthly Archives: April 2011

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 30/04/54

http://3blabla.blogspot.com/

หากคิดเป็น ทำเป็น ต้องฟังเป็น
สองตาเห็น หูได้ยิน ถวิลสร้าง
อย่าแอบแฝง ซ่อนระยำ เพื่ออำพราง
ให้บาดหมาง และสับสน คนกันเอง….

พูดเอาหน้า พูดเอาดี ตีฝีปาก
ไม่กระดาก อวดตน ว่าคนเก่ง
เกมส์ต่อรอง เงื้อง้า ท่านักเลง
ทำอวดเบ่ง ตนแน่ ที่แท้คุย….

พูดเพื่อพรรค ประชาชน และเพื่อชาติ
ช่วยเติมวาด ความจริงใจ ให้ฉลุย
มือไม่พาย เท้าราน้ำ ทำเป็นคุย
เผยความชุ่ย สามานย์ สันดานคน….

ไม่อยากอยู่ เหตุไฉน ใยทนอยู่
พวกอวดรู้ คุยโว โง่หลายหน
สำคัญผิด คิดเข้าข้าง อำพรางตน
แล้ววกวน แสวงหา โก่งค่าตัว….

คนคิดดี ทำดี ต้องมีหวัง
เติมพลัง เอาไว้ ไล่คนชั่ว
ยังมีคน ต่ำช้า ตามืดมัว
เห็นแก่ตัว เกาะกระแส แค่พวกตน….

มาร่วมกัน ปูทาง เพื่อสร้างฝัน
คิดด้วยกัน ทำด้วยกัน มันคือ”ผล”
ทำเพื่อพรรค เพื่อชาติ เพื่อประชาชน
หล่อหลอมคน คิด-ทำดี ให้มีชัย….

๓ บลา / ๓๐ เม.ย.๕๔

Advertisements

Leave a comment

Filed under การ์ตูนการเมือง, หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

ไขข้อข้องใจ ปริศนาค้างคาวันพิธีเสกสมรส “เจ้าหญิงเคท-เจ้าฟ้าชายวิลเลียม”

เด็กหญิงหน้าบึ้งที่เอามือปิดหู ระหว่างที่เจ้าชายวิลเลียมและเคท มิดเดิลตัน กำลังจุมพิตประวัติศาสตร์คือใคร?

เธอคือ ด.ญ.เกรซ แวน คัทเซม วัย 3 ขวบ บุตรสาวของพ่อแม่อุปถัมภ์ของเจ้าชายวิลเลียม และเป็นหนึ่งในเพื่อนเจ้าสาว (ตามธรรมเนียมการแต่งงานของอังกฤษจะไม่มีเด็กหญิงผู้ถือช่อดอกไม้ ดังนั้นเด็กหญิงจึงต้องทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาว) เธอเป็นบุตรของเลดี้ โรส แอสเตอร์ และนายฮิวจ์ แวน คัสเซม และหลานทวดของนายวิลเลียม วาลดอล์ฟ แอสเตอร์ ทนายความและนักการเมืองชาวนิวยอร์ค เจ้าของกิจการโรงแรมวาลดอล์ฟ ในนครนิวยอร์ค ซึ่งต่อมาได้เป็นสมาชิกของกลุ่มชนชั้นสูงของอังกฤษ และคาดว่าที่เธอทำเช่นนั้นก็เพราะเสียงเครื่องบินจากกองทัพอากาศที่ร่วมบิน เฉลิมพระเกียรติอยู่บนท้องฟ้า และเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีจากประชาชน

ปกติแล้ว ในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์มีต้นไม้หรือไม่?

ตามข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลีเมล์กล่าวว่า เคทเป็นผู้ที่หลงไหลการใช้ชีวิตกลางแจ้ง เธอจึงได้สั่งต้นไม้ประเภทต่างๆจำนวน 4 ตัน เพื่อมาตกแต่งเป็นสวนแบบอังกฤษในมหาวิหาร ซึ่งรวมถึงต้นเมเปิ้ลที่มีอายุ 15 ปี ขนาดความสูง 6 เมตร มาวางเรียงรายเสมือนหนึ่งเป็นถนนที่นำไปสู่แท่นพิธี ซึ่งทั้งหมดมีมูลค่าทั้งสิ้น 50,000 ปอนด์ (ประมาณ 2,500,000 บาท)

เพลงที่บรรเลงระหว่างที่เคทเดินเข้ามหาวิหารคือเพลงอะไร?

เพลงที่ใช้ คือเพลง  “I Was Glad” ซึ่งประพันธ์โดยเซอร์ชาร์ลส ฮูเบิร์ต ฮาสติ้งส์ แพร์รี ซึ่งใช้ในพิธีขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ปู่ทวดของเจ้าชายวิลเลียม เมื่อปี 1902

ทำไมเจ้าชายวิลเลียมจึงไม่หันมองระหว่างที่เคท มิดเดิลตัน กำลังเดินมายังแท่นพิธี?

ตามธรรมเนียมแล้ว เจ้าบ่าวจะเป็นคนสุดท้ายที่ได้เห็นเจ้าสาว หลังจากที่เธอค่อยๆเดินมาตามทางเดินจากหน้าประตูโบสถ์สู่แท่นพิธี และเนื่องจากทางเดินในมหาวิหารเวสต์มินส์เตอร์มีความยาวถึง 90 เมตร เจ้าชายจึงต้องรออย่างกระสับกระส่ายถึงอย่างน้อย 4 นาที

เจ้าชายวิลเลียมกระซิบอะไรกับเคท?

ตามข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านคำพูดจากปาก เจ้าชายวิลเลียมกล่าวต่อเคทว่า “คุณดูสวยมาก” ก่อนที่จะหันไปบอกนายไมเคิล บิดาของเคทว่า “เราอยากจะมีครอบครัวเล็กๆ”

เจ้าชายวิลเลียมและเคท มิดเดิลตันหายไปไหน ระหว่างช่วงกลางพิธี?

ทั้งสองเดินไปยัง  Shrine of Saint Edward the Confessor ซึ่งเป็นห้องด้านในของมหาวิหาร เพื่อจดทะเบียนสมรส

เหตุใดเจ้าชายวิเลียมจึงทรงฉลองพระองค์ในชุดสีแดง?

เจ้าชายวิลเลียมทรงได้รับแต่งตั้งเป็นนายทหารยศพันเอกแห่งหน่วยไอริช การ์ด ซึ่งเป็นหน่วยทหารราบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยฉลองพระองค์จะเป็นเครื่องแบบสีแดง นอกจากนั้น ยังทรงสวมเครื่องหมายประดับยศแห่งกองทัพอากาศ เนื่องจากปัจจุบันทรงเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ให้แก่หน่วยค้นหาและกู้ภัยแห่ง กองทัพอากาศอังกฤษ

ชุดเจ้าสาวของเคท มิดเดิลตัน ได้รับแรงบันดาลใจจากเกรซ เคลลีหรือไม่?

หลายฝ่ายกล่าวว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะชุดที่เกรซ เคลลี นักแสดงฮอลลีวู้ด ใช้สวมใส่ระหว่างพิธีเสกสมรสกับเจ้าชายเรเนียร์ที่ 3 แห่งโมนาโค เมื่อเดือนเมษายน 1956 มีความคล้ายคลึงกับชุดนี้มาก และทั้งสองชุดต่างก็เป็นชุดแต่งงานแบบแขนยาวและเข้ารูป ปกคอสั้น และชายกระโปรงยาวปานกลาง พร้อมด้วยลูกไม้ประดับตกแต่งจำนวนมาก

ช่อดอกไม้ของเคท มิดเดิลตันประกอบด้วยดอกอะไรบ้าง?

ตามข้อมูลของเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพิธีเสกสมรสกล่าวว่า ช่อดอกไม้ออกแบบมาในรูปทรงโล่ ประกอบด้วยดอกเมอเทิล, ดอกลิลลีป่า, ดอกสวีท วิลเลียม, เถาไม้เลี้อย และดอกไฮยาซินธ์ โดยดอกเมอเทิลที่ใช้นำมาจากพื้นที่ปลูกเดียวกับที่เคยใช้ทำช่อดอกไม้ในพิธี สมรสให้กับสมเด็จพระราชินีวิคตอเรีย ในปี 1845 และสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ เมื่อปี 1947

มีข้อความใดแอบแฝงอยู่อีกหรือไม่?

-ชุดของเพื่อนเจ้าสาวแต่ละคน จะมีการปักชื่อของพวกเธอ และวันพิธีเสกเสกสมรสด้วยมือลงบนลายผ้า

-เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะไม่กล่าวคำสาบานต่อกัน แต่ทั้งสองจะร่างคำสวดภาวนาด้วยตนเองและส่งให้บาทหลวงริชาร์ด ชาร์เทรส บิชอปแห่งลอนดอน เพื่ออ่านในระหว่างพิธี

-ดอกไม้แต่ละประเภทในช่อดอกไม้มีความหมายต่างกันไป ดอกลิลลีป่า แสดงถึงการหวนคืนของความสุข ดอกสวีท วิลเลียม แสดงถึงความกล้าหาญ ดอกไฮยาซินธ์ แสดงถึงความมั่นคงในรัก ดอกเมอเทิล  แสดงถึงการสมรสและความรัก ขณะที่เถาไม้เลี้อย แสดงถึงความซื่อสัตย์ การสมรส ความรักที่เกิดการสมรส มิตรภาพ และความรักใคร่

ชื่อเต็มของทั้งสองพระองค์หลังการสมรสคืออะไร?

เจ้าชายวิลเลียมแห่งเวลส์ ได้รับพระอิสริยยศใหม่เป็น”ดยุคแห่งแคมบริดจ์” หรือ “His Royal Highness Prince William Arthur Philip Louis, Duke of Cambridge, Early of Strathearn, Baron Carrickfergus, Royal Knight Companion of the Most Noble Order of the Garter, Master of Arts” (ตามข้อมูลของเว็บไซต์ของราชวงศ์อังกฤษระบุว่า ผู้ที่มีคำนำหน้าว่า เจ้าฟ้าชาย(His Royal Highness) หรือเจ้าฟ้าหญิง (Her Royal Highness) ไม่จำเป็นต้องใช้นามสกุล โดยราชสกุลเดิมของเจ้าชายวิลเลียมคือ  Mountbatten-Windsor) ขณะที่เคท มิดเดิลตัน ได้รับพระอิสริยยศใหม่เป็น”ดัชเชสแห่งแคมบริดจ์” (Her Royal Highness, The Duchess of Cambridge) แต่ประชาชนก็อาจเรียกชื่ออย่างไม่เป็นทางการของพระองค์ อาทิ “เจ้าหญิงแคเธอรีน” หรือ”เจ้าหญิงเคท” ได้เช่นกัน

เจ้าหญิงเคท สวมมงกุฎเทียร่าของเจ้าหญิงไดอานาหรือไม่?

ไม่ได้สวม เจ้าหญิงไดอานาสวมมงกุฎเทียร่าของตระกูลสเปนเซอร์ ซึ่งออกแบบเป็นรูปดอกไม้ที่ประดับด้วยเพชร และโครงที่ทำจากเงิน ขณะที่มงกุฎที่เคทสวมในพิธี เธอได้รับมาจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งสมเด็จพระเจ้าจอร์จ มอบให้แก่สมเด็จพระมารดาของพระองค์เมื่อปี 1936 และตกทอดมายังพระองค์ขณะทรงมีพระชันษา 18 ปี

ต่างหูของเจ้าหญิงเคทได้มาจากที่ใด?

ตามข้อมูลของเว็บไซต์พิธีเสกสมรส ต่างหูดังกล่าวออกแบบโดยโรบินสัน เพลแลม โดยมีเพชรซึ่งออกแบบเป็นรูปผลต้นโอ๊กซึ่งล้อมด้วยกรอบทรงน้ำหยด โดยเธอได้รับจากบิดามารดาของเธอ ซึ่งต้องการให้เข้ากับมงกุฎเทียร่าที่เธอสวมใส่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตราสัญลักษณ์ของครอบครัวมิดเดิลตัน

ใครอยู่บนระเบียงหลวงบ้าง?

เรียงจากซ้ายไปขวา นายริชาร์ด นางแคโรล มิดเดิลตัน, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส, ดัชเชส ออฟ คอร์นวอลล์, เลดี้หลุยส์ เมาท์แบทเทน-วินด์เซอร์, เกรซ แวน คัทเซม, เจ้าหญิงแคทเธอรีน, เจ้าชายวิลเลียม, มาร์การิต้า อาร์มสตรอง-โจนส์, ทอม เพติฟเฟอร์, วิลเลียม โลว์เธอร์-พิงเคอร์ตัน, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, เจ้าชายฟิลิป, น.ส.พิปปา มิดเดิลตัน, เจ้าชายแฮร์รี และเจมส์ มิดเดิลตัน

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ข้อเสนอ “ลับ” จาก บิ๊กจิ๋ว-เสนาะ ที่ “ทักษิณ” ไม่พิจารณา กับสายโทรศัพท์ปลายทางที่ไม่ปกติ !!

การจากไปของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เงียบยิ่งกว่าเงียบ

แต่ตอกย้ำสัญลักษณ์อันตรายของการ “ไม่จงรักภักดี” และพาดพิง “สถาบัน” ของพลพรรคเพื่อไทย และเสื้อแดง

เหตุผลการไปของบิ๊กจิ๋วสอดคล้องกับเหตุผลการไม่กลับเข้ามาเพื่อไทยของ “เสนาะ เทียนทอง”

สอดรับกับใบลาออกของ “สุพล ฟองงาม” เลขาธิการพรรค

ใบ ลาออกของ “บิ๊กจิ๋ว” และผองเพื่อนมาจากวงเจรจาข้ามฟ้า-มาจาก “ทักษิณ” ที่ส่งสัญญาณโฟนอินกับคณะบิ๊กจิ๋วที่ห้อง “ลับ” ในพรรคเพื่อไทย และวงเจรจาที่บ้าน “เสนาะ เทียนทอง”

บุคคลที่นั่งอยู่ในวงเจรจาลับ วงแรก ซึ่ง “เสนาะ” ลงแรง-ลงทุนออกจากถ้ำพรรคประชาราชไปถึงพรรคเพื่อไทย ร่วมโต๊ะกับบิ๊กจิ๋ว-นายจาตุรนต์Œ-นายสุพล ฟองงาม

วาระการเจรจาจาก เมืองไทย ส่งสัญญาณร้อนไปถึง “ทักษิณ” คือ วิวาทะที่แกนนำแดง-นปช. ที่ปราศรัยพาดพิง “สถาบัน” หมิ่นเหม่ต่อการถูกตอกย้ำเรื่อง “ความจงรักภักดี” ในเวที 10 เมษา 54

บิ๊กจิ๋วและคณะกดดันให้ “ทักษิณ” สั่งห้ามแกนนำแดง-เพื่อไทย “หยุด” ปฏิบัติการตอกย้ำเรื่องความไม่จงรักภักดี

และวาระให้ “ทักษิณ” พิจารณา แยกการเคลื่อนไหวระหว่างเสื้อแดง กับพรรคเพื่อไทย

วาระ แนบท้าย เพิ่มเติมที่นำไปสู่ความไม่ลงตัว-ไม่ลงรอยระหว่าง “บิ๊กจิ๋วและคณะ” กับ “ทักษิณ” คือ ข้อเสนอให้แยกครอบครัว “ชินวัตร” ออกจากเพื่อไทย เพื่อลดดีกรีการถูกต่อต้านและกวาดล้าง

เมื่อการเจรจาจบไม่ลง “ทักษิณ” ไม่รับพิจารณาข้อเสนอ “บิ๊กจิ๋ว” จึงต้องลาออกภายใต้แรงกดดันที่มาจากทางสายโทรศัพท์ที่ “ไม่ปกติ”

สายแรกมาจาก พล.อ.หาญ ลีลานนท์ คนเคยสนิทที่ไม่เคยติดต่อ “บิ๊กจิ๋ว” มานาน

สายที่สองมาจาก “ผู้หญิง” ที่มีน้ำหนัก-ข้อมูลแน่น พร้อมคำถาม “มีการพูดพาดพิงขนาดนั้น บิ๊กจิ๋วยังทนอยู่ได้อย่างไร”

ระหว่าง ที่ “บิ๊กจิ๋ว” เจรจาไม่จบมีข่าวปล่อยผสมโรง ท่วงทำนองมีนัยว่า “บิ๊กจิ๋ว” ตกกระไดพลอยโจน ย้ายหัวไปอยู่ร่วมชายคากับ “เสนาะ-ประชาราช”

พร้อม ๆ กับเกิดวงเจรจา “ลับ” วงที่สองของบิ๊กจิ๋ว ที่ถกเครียดวาระ รอ “ตั้งพรรคใหม่” ในเวลาอันควร

ระหว่างนี้ “บิ๊กจิ๋ว” ต้องเก็บตัวเงียบแล้วเมื่อสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนจึงค่อยออกมาแสดงตัวอีกครั้ง

……….

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์มติชน

ชมคลิป งานเสกสมรสหยุดโลก เจ้าชายวิลเลียมจุมพิตเคต

เมื่อ 29 เม.ย. อังกฤษจัดงานพระราชพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียมและเคต มิดเดิลตัน ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลกที่เฝ้าชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์กว่าสองพัน ล้านคน

The day is here: A military band perform as 

they march on the Mall this 
morning 

hours 
before 

William and 
Kate 

marry at 

Westminster 

Abbey

  • ภาพ : เดวิด-วิกตอเรีย เบ๊กแฮม
  • ภาพ : เซอร์เอลตัน จอห์น

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

รัฐบาลเทพ(รับ)ประทาน

สะบัก สะบอมจนแทบไม่เหลือสภาพเป็นผู้เป็นคน แต่ยังอุตส่าห์ลากถูลู่ถูกัง..ไปต่อกันจนได้ เหนือคำบรรยายจริงๆสำหรับรัฐบาลลูกเทวดา ที่หน้าด้านหน้าทนเกินกว่าที่มนุษย์เดินดินกินข้าวแกง อย่างเราๆท่านๆจะจินตนาการได้

ก็ขนาดลากไส้ออกมากองกลางสภาเป็นขดๆ มันยังดิ้นกระแด่วๆ แถกเหงือกกระเสือกกระสนเอาตัวรอดไปน้ำขุ่นๆ ไม่อายฟ้า ไม่อายดิน

“ประเทศไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ…คนนี้ผมเชียร์”

นึก ถึงคำๆนี้ขึ้นมาทีไร มันให้เจ็บหัวใจจี๊ดๆ อยากเขกกะโหลกเจ้าเฒ่าจอมเชียร์แขก ที่นานทีปีหนจะปล่อยดอกพิกุลร่วงลงจากเรียวปากสัก 2-3 กลีบ แต่ถ้าหลุดออกมาเมื่อไหร่ เป็นอันรับประกันได้ว่า ต้องเน่าคลุ้งส่งกลิ่นเหม็นโชย จนอ้วกแตกอ้วกแตนไปทั่วบ้านทั่วเมือง

ก่อน หน้านั้นไม่นาน ก็เจ้าเฒ่าหนึ่งเดียวคนนี้นี่เอง ที่เรียกเสียงฮือฮาจากการรับจ๊อบออกแขกให้นายกฯลากตั้งคนก่อน ด้วยวลียอดฮิตที่ว่า “คนๆนี้ยกมือไหว้ได้อย่างสนิทใจ”

เล่น เอาพ่อยกแม่ยกที่หลงไหว้เข้าเต็มเปา ต้องวิ่งแจ้นไปล้างมือแทบไม่ทัน โถ…นึกว่าคนดิบคนดีมาจากไหน ที่แท้ก็”เฒ่ายุทธเขายายเที่ยง” คนที่อมภูเขาเป็นลูกๆแข่งกับนายมัน คนนั้นนั่นเอง

มา ถึง”รัฐบาลเทพประทาน” ที่จัดแจงแปลงกายเป็น “รัฐบาลเทพ(รับ)ประทาน” ไปในชั่วพริบตา หลังจากที่บุญพาวาสนาส่ง ท.ทหารอดทนอุ้มกระเตงใส่ตะกร้าล้างน้ำ แบกขึ้นวอไปนั่งแท่นกินบ้านกินเมืองได้ไม่นาน เรียกว่าตดยังไม่ทันหายเหม็น กฎเหล็ก 9 ข้อยังท่องจำได้ไม่หมดด้วยซ้ำไป

“ไม่ มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ที่เราแหลกม่ายล่าย” กลายเป็นสโลแกนท็อปฮิตติดชาร์ท สำหรับรัฐบาลผสม เสือสิงห์กระทิงแรด เหี้ยห่าสารพัดสัตว์ ที่สวาปาล์มกันไม่เลือก ตั้งแต่ปลากระป๋องเน่า นมบูด ไปจนถึงรถถังซังกะบ๊วย เรือเหาะเซียงกง ยันไม้ส่องผี “จีที-200”

แล้วอย่างนี้ยังมีอะไรอีกที่…เราม่ายล่ายแหลก

หลัง จากที่อดอยากปากแห้งมานานแสนนาน ก็ถึงเวลาของบุฟเฟ่ท์คาบิเน็ต 30% อ๊อฟ ใครใคร่ยัด..ยัด ใครใคร่แดก..แดก เอากันให้พุงปลิ้น ฟาดกันให้ปากมัน ล่อแม่มันกลางวันแสกๆ ไม่ต้องกลัวใครพบ ไม่ต้องกลัวใครเห็น พ่อกูใหญ่ซะอย่าง ชาวบ้านจะไปทำอะไรได้ นอกจากยืนมองทำตาปริบๆ

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว น่าจะจัดสอบชิงทุน สปก.4-01 อีกซักกระทอก ให้มันลือลั่นไปชั่วลูก หลาน เหลนซะ ให้รู้แล้วรู้รอด

แต่ ถึงยังไง ผลงานการงาบระดับนี้ ก็ต้องถือว่าเข้าขั้นเทพ อย่างไม่มีข้อสงสัย ว่ากันว่า ถึงขนาดทำลายสถิติตลอดกาลของตอแหลแลนด์อย่างย่อยยับ กินขาดทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่เว้นแม้แต่รัฐบาลเผด็จการทหาร ซึ่งถือเป็นจอมงาบระดับตำนานของโลกมาทุกยุคทุกสมัย

ไม่ ต้องไปหาใบส่งใบเสร็จให้มันเมื่อยตุ้ม อภิมหากาพย์การงาบระดับนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องยากที่ประชาชนจะสามารถจับต้องได้ด้วยตัวเอง สุดยอดผลงานขนาดนี้ย่อมบาดลึกไปถึงกึ๋น และเจ็บกว้างไปทุกหย่อมหญ้า

แม้ สื่อขี้ข้าทั้งหลายจะพยายามเจือจางด้วยน้ำยาขัดโถส้วมยี่ห้อ “คุณชายสะอาด” แต่ประชาชนที่ไม่ได้บริโภคหญ้าเป็นอาหารหลัก ย่อมมีวิจารณญาณพอ ที่จะชี้ขาดได้ว่า อะไรเป็นอะไร

“คุณชายสะอาด” ของสื่อตอแหล จึงกลายเป็น “คุณชายมอมแมม” ของประชาชน โดยไม่ต้องอาศัยการโฆษณาชวนเชื่อ แม้แต่น้อย

นับเป็นความชาญฉลาดของระบอบอำมาตย์ ในการเลือกเฟ้นนกกระสามาปกครองฝูงกบในสระน้อย คุณไม่ต้องพกความทะเยอทะยานอยากมา เพราะพวกเผด็จการมี มันมากพออยู่แล้ว ขอเพียงคุณมีความง่าน ถึงขนาดอยากเป็นนายกฯจนตัวสั่น และตอแหลลงตับขนาดได้โล่ห์ยิ่งดี แค่นี้คุณก็เป็นนายกฯของเราได้ อย่างสบายๆ

นอก จากชวนป๋วยเป่าปี่กู ผู้ไม่เคยเลี้ยงกาแฟใครแล้ว กราดสายตาไปทั่วทั้งปฐพี ยากที่จะหาผู้ใดส่องประกายรัศมีตอแหลเจิดจ้า แม้เพียงเศษเสี้ยวของมาร์คได้ จึงไม่ใช่ เรื่องแปลก ที่สุดท้ายแล้วเขาจะพบสัจธรรม หลังจากที่ดิ้นรนมาแทบตายว่า ถ้าคุณมีโทษสมบัติพร้อม ประตูสู่นายกฯ ก็ไม่ไกลเกินไปกว่าประตู “ร้านราบ 11”

จาก หนุ่มนักเรียนนอกไฟแรง ที่ถูกตาเฒ่าชวนไล่ให้กลับไปดูดนม ก่อนมาแสดงความคิดเห็นสวนทวารผู้หลักผู้ใหญ่ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครรู้ว่า เขาแอบไปดูดนมอะไรมา ถึงได้มีอินทรีย์แก่กล้าทันตาเห็น ชนิดที่ซาตานยังขยาด ปีศาจยังต้องชิดซ้าย ถ้าศรีธนญชัยไม่หักหลบลงคู เป็นได้โดนบี้แบนติดถนน อย่างไม่ต้องสงสัย

ชีวิต ในวัยเยาว์ของเขา ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เหมือนรถปิคอัพทั่วๆไป ที่มีความใฝ่ฝันอันบรรเจิดว่า เมื่อโตขึ้นเขาจะเป็นรถบรรทุก ไม่ใช่เพราะว่ารถคันใหญ่บรรทุกได้มาก ทำประโยชน์ได้เยอะ แต่หลักใหญ่ใจความอยู่ที่ว่ามันเท่ห์ดี เป็นศักดิ์เป็นศรีแก่วงศ์ตระกูล

ด้วย โทษสมบัติ โกหกน้ำไหลไฟดับ อันเป็นพรนรกที่มีติดตัวมาแต่อ้อนแต่ออก เขาได้พัฒนาตัวเองจนก้าวขึ้นสู่ ความเป็นมนุษย์โพเดียม ที่ไม่มีการพูดเท็จอีกต่อไป

จาก หลักปรัชญาที่ว่า ถ้าคุณโกหกได้มากพอ และด้วยอัตราความถี่ที่เหมาะสม คุณจะสามารถทำให้ตัวเองเชื่ออย่างสนิทใจ ว่ามันเป็นความจริง และเมื่อนั้นคุณจะไม่ใช่คนโกหกอีกต่อไป เพราะคุณจะพูดแต่ความจริงที่คุณเชื่อ และจะเชื่อทุกสิ่งที่คุณพูด

สุดท้าย คุณจะพบสัจธรรมอันน่าแปลกใจว่า คนทั้งโลกยกเว้นคุณ…ล้วนพูดเท็จเป็นอาจิณ

เมื่อ คุณบรรลุธรรมถึงขั้นสุดยอด จนสามารถโกหกได้แม้กระทั่งตัวเองแล้ว ต่อไปไม่ว่าเรื่องชั่วช้าแค่ไหน คุณก็สามารถทำมันได้ โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อย แล้วอย่างนี้ ทำไมจะไม่ใช่เรื่องน่ายินดี ที่อำมาตย์ได้อภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯ

และ สองปีบนเก้าอี้อันยิ่งใหญ่ อภิสิทธิ์ก็ไม่เคยทำให้ประชาชนต้องผิดหวังแม้แต่น้อย นโยบายประชาวิบัติ ประชาชนต้องตายก่อน เปิดโอกาสให้ชาวบ้านตาดำๆได้สัมผัสกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างลึกซึ้ง ได้เรียนรู้อย่างเจ็บปวดว่า น้ำมันพืชหนึ่งขวดนั้น มันมีค่าขนาดไหน

ยาย เมี้ยนคนขายกล้วยแขก เพิ่งได้สำเหนียกว่า การทอดกล้วยแขกขายทุกวันนั้น ถือเป็นการละโมบอย่างไม่น่าให้อภัย ภายใต้รัฐบาลนี้ แกจึงต้องรู้จักกระเหม็ดกระแหม่ ขายวันเว้นไป 2-3 วัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดโลกว่า จะมีน้ำมันปาล์มกระเส็นกระสายมาถึงมือแกเมื่อไหร่

เมื่อ รัฐบาลที่อำมาตย์หวังฝากผีฝากไข้ ให้ช่วยกวาดต้อนประชาชนกลับเข้าคอกตามเดิม กลับเปิดฉากรุกไล่อย่างหนัก ทำให้พวกเขาต้องถอยร่นไปจนสุดซอย งานนี้จึงมีทีท่าว่าจะดูไม่จืด เมื่อมหาชนหันกลับมาตั้งป้อมเผชิญสู้ อย่างสุนัขจนตรอก

ระยะ แรกพวกเขาอาจจะยังมะงุมมะงาหรา ทำให้ถูกฆ่าตายไป 91 ศพ บาดเจ็บร่วม 2,000 แต่ไม่นานประชาชนก็คลำทางถูก และเริ่มเปิดฉากตีโต้อย่างได้ผล ไม่ต้องใช้ สไนเปอร์ ไม่ต้องมีแม้แต่หนังสติ๊ค ขึ้นชื่อว่ามหาชนย่อมน่าเกรงขามเสมอ แค่ขี่จักรยานเล่นเป็นกลุ่มก้อน ก็ทำเอาอำมาตย์ถึงกับนอนผวาไปแปดตลบแล้ว

เป้า หมายต่อไปคือด่าน 112 อันเป็นจุดสลบของระบอบอำมาตย์ ว่ากันว่า มันคือปราการด่านแรกที่ฝ่ายประชาชนต้องตีให้แตก แต่ขณะเดียวกัน มันก็เป็นปราการด่านสุดท้าย ที่ฝ่ายเผด็จการต้องรักษาไว้ให้มั่น

เมื่อ ทั้งสองฝ่ายจำต้องรุกไปข้างหน้า จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า อาจจำต้องรบพุ่งประจัญบาน ถึงขั้นติดดาบปลายปืน เพราะว่าเดิมพันมันสูงอย่างไม่น่าเชื่อ

ถ้าไม่มีด่าน 112 ซะอย่าง ระบอบอำมาตย์ก็พังทั้งแถบ

วโรทาห์: 24 มี.ค. 54

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

ไพ่กัมพูชา (ตอน ๒) โดย กาหลิบ

คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?

เรื่อง ไพ่กัมพูชา (ตอน ๒)

โดย กาหลิบ

เขา คาดว่าการจุดไฟเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจะทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยพูด ไม่ออก ครั้นจะโจมตีไทยและแสดงความเห็นใจกัมพูชา ก็คงกลัวว่าพวกจะด่าประณามให้ว่าไม่รักชาติ ปันใจไปยังศัตรู ตัวละครที่เขากะว่าถูก “ล็อค” ด้วย เกมนี้แน่คือคุณทักษิณฯ คนหนึ่ง พรรคเพื่อไทยทั้งพรรค และนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่เขารู้ดีว่าได้รับความเห็นใจจากกัมพูชาในฐานะฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน แต่ถ้าบุคคลเหล่านี้ถือธงอุดมการณ์ใหญ่ ใหญ่กว่ากระแสโฆษณาชวนเชื่อและลัทธิหลงชาติ จะสามารถนำพาสังคมไทยออกจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าอะไรถูกอะไรผิด และอะไรคือมิตรคือศัตรูได้ไม่ยาก

ขณะ นี้สถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ช่องทีวีไทย และช่องกรมประชาสัมพันธ์ ตลอดจนสื่อที่ต้องพึ่งพาอำนาจรัฐทั้งหลาย กำลังกลายสภาพเป็นน้ำใต้ศอกของใครบางคนที่คอยส่ง “ธง” ของข่าวสถานการณ์สู้รบ ด้วยบทละครที่ไม่ได้ซับซ้อนอันใด

การ ปะทะกันด้วยกำลังในคราวก่อนจบลงตรงไหน หลายคนก็เริ่มจำไม่ได้ คราวที่แล้วกัมพูชาส่งเรื่องประท้วงไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และขอผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศมาเป็นกรรมการกลาง แต่ด้วยอำนาจเบื้องหลังของมหาอำนาจบางราย คณะมนตรีความมั่นคงฯ จึงโยนเรื่องกลับมายังสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน อาเซียนโดยประธานปัจจุบันคืออินโดนีเซียก็เดินเรื่องทันที เปิดเจรจากับไทยและกัมพูชาว่าจะขอวางแนวทางส่งผู้สังเกตการณ์เข้ามาตรวจสอบ สถานการณ์โดยด่วน

กัมพูชายินยอม

รัฐบาล ไทยไม่ยอม นายกรัฐมนตรีออกมาแถลงเอาว่าจะไม่ให้อาเซียนเข้ามาเกี่ยวข้องเนื่องจากเป็น ปัญหาระหว่างสองประเทศเท่านั้นและไม่ใช่ปัญหาของกลุ่ม

กระบวน การสันติภาพจึงหยุดชะงักเพราะท่าทีของไทย และชะงักมาจนถึงวันที่ปืนลั่นอีกครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่วันมานี้ ที่ทหารสองฝ่ายล้มตายไปหลายนาย บ้านเรือนและทรัพย์สินราษฎรเสียหายไปมาก

ตอน นี้ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบอบเก่า เผ่นไปถึงอินโดนีเซียเพื่อวางแนวทางให้ผู้สังเกตการณ์เดินทางเข้ามา สื่อมวลชนไทยก็ช่วยปูพื้นไปเรื่อยๆ ว่างานนี้ไทยไม่ได้ทำอะไรเลย กัมพูชาเกิดขลังอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ ระดมยิงใส่ไทยอยู่ข้างเดียวด้วยอาวุธนานาชนิด

คนไทยดูข่าวก็งงแล้วงงอีก เพราะถ้าลำดับดีๆ แล้วจะพบว่าเรื่องไร้ความสมเหตุสมผล

สิ่ง ที่อินโดนีเซียเขาต้องถาม (เงียบๆ) ก่อนอื่นก็คือ ทำไมคราวก่อนคัดค้านผู้สังเกตการณ์นักหนา เสมือนว่ามีอะไรปิดบัง มาคราวนี้กลับกลายมาเป็นฝ่ายรุกว่าของให้เข้าไปเปิดกระบวนการสันติภาพให้ที เถิด อากัปกิริยาก็เร่งเร้ารุกรี้รุกรนเป็นอย่างยิ่ง

ความ จริงดูมาตามท้องเรื่องก็จะไม่งง คราวก่อนยังไม่ได้เตรียมการการเมืองในประเทศให้ดี ก็ดันไปเปิดเกมปะทะกับเขาเสียก่อน ถ้าผู้สังเกตการณ์เข้ามาในเวลานั้น ก็จะไม่เกิดประโยชน์สูงสุดทางการเมืองต่อระบอบเก่าในเมืองไทย

แต่ คราวนี้เขาวางแผนครบถ้วนขึ้น รอบใหม่จึงเริ่มต้นด้วยการไล่ปิดวิทยุชุมชนของฝ่ายประชาชนพร้อมกันหลาย พื้นที่ ไล่ล่าผู้นำมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่นอย่างจริงจัง วางแผนให้สื่อถือสัมปทานของรัฐออกมาโฆษณาชวนเชื่อตามแผนที่วางไว้คือ ทำให้ไทยเป็นพระเอก ๑๐๐% และชี้นำให้กัมพูชาเป็นผู้ร้าย ๑๐๐%

จากนั้นก็ออกเดินสายขอความเห็นใจจากโลกว่าไทยถูกแกล้งเหมือนนางเอกในละครหลังข่าว

นา ยกษิตฯ ช่วยทำเนียนขึ้นไปอีกด้วยการให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า กัมพูชาได้รับความสนับสนุนจากประเทศอื่นๆ ในการสู้รบกับไทย และขอให้ชาติเหล่านี้พิจารณาทบทวนการสนับสนุนกัมพูชาเพราะกัมพูชา “มิได้นำความช่วยเหลือเหล่านั้นมาใช้พัฒนา แต่อาจกันเงินจำนวนหนึ่งมาซื้ออาวุธรบกับไทย” เสมือนว่ากัมพูชามิได้มีกองทัพหรือความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์ใดๆ อยู่เองเลย

ฟัง เผินๆ ดูสมจริง เพราะคนไทยส่วนหนึ่งถูกจูงจมูกให้เชื่ออยู่แล้วว่ากัมพูชาเขาสิ้นไร้ไม้ตอก จนกรอบ และไม่อาจจะเปรียบเทียบด้านใดกับฝ่ายไทยผู้สูงส่งได้เลย

ทั้ง หมดนี้เป็นบทละครที่เขียนไว้อธิบายฉากสงครามไทย-กัมพูชา ที่เขียนให้แสดงหน้าเวที หลังเวทีก็ปฏิบัติการปิดประตูตีแมวฝ่ายประชาธิปไตย โดยใช้การฆ่า การทำร้าย การจับกุมคุมขัง และย้ำวาทกรรม “เผาบ้านเผาเมือง” ไปเรื่อยๆ เพื่อผลประโยชน์การเมืองในประเทศเพียงเท่านั้น

ดี แล้วที่เผลอพาดพิงไปถึงจีนและเวียดนาม เกมตื้นๆ ที่นึกว่าใครเขาโง่กว่าตัวของคนบางคนนั้น จะได้กลายเป็นหลุมขวากที่ลากตัวเองลงไปถูกทิ่มแทงตายในบั้นปลาย.
———————————————————————————

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

ไพ่กัมพูชา โดย กาหลิบ

คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?

เรื่อง ไพ่กัมพูชา

โดย กาหลิบ

ความ จริงราชอาณาจักรกัมพูชาก็เป็นประเทศเต็มตามคุณสมบัติ แต่เจ้าของประเทศไทยขณะนี้กำลังมองเขาเหมือนไพ่ในมือใบหนึ่ง จะเลือกเล่นเลือกใช้เมื่อไหร่ได้ทุกเมื่อ ตามแต่เกมการเมืองของตนจะชักนำไป ผลลัพธ์ทุกอย่างก็เพื่อผลการแย่งชิงอำนาจภายในประเทศไทย ไม่ได้เกี่ยวกับกัมพูชาหรือการเมืองข้ามชาติใดๆ เลย

ประเด็นคือกัมพูชาและอาเซียนที่จับตามองไทยมาตลอดตั้งแต่รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เขาก็เข้าใจเกมของใครบางคนในเมืองไทย

เหตุ ต้องปะทะกันอีกครั้งใกล้ปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือนธม จึงเป็นเรื่องของหลักการปะทะตอบโต้ของฝ่ายทหาร ไม่ใช่นโยบายหรือจุดยืนทางการเมืองของรัฐบาลกัมพูชา

จุด ยืนฝ่ายเขายังคงเป็นการไกล่เกลี่ยเจรจาทางการทูต ไม่ใช่ยิงใส่กัน โดยให้อินโดนีเซียผู้เป็นประธานอาเซียนเป็นเจ้าภาพ ปรากฏว่าไทยเล่นบทอันธพาลทุบโต๊ะ และไม่ยอมรับวิถีทางสันติขึ้นมาเสียเฉยๆ ชักแม่น้ำทั้งห้าขึ้นมาอ้างซึ่งอาเซียนเขาก็รู้ทันอีก

ความชัดเจนของเขาทำให้ประชาคมอาเซียนส่วนที่ยังมองภาพไม่ชัดถามว่า ถ้าไทยไม่ต้องการกติกาสากลแล้วไทยต้องการอะไรเล่า? คำ ตอบจึงผุดขึ้นมาเองว่า ไทยไม่ได้ต้องการอะไรหรอก เพียง จะหาเรื่องให้มีเกิดเหตุยิงกันที่ชายแดนเพื่อหวังผลบางอย่างที่กรุงเทพมหา นครเท่านั้นเอง

ขาดความมั่นใจที่ศูนย์อำนาจเมื่อใด ก็ต้องอาละวาดฟาดฟันไปทั่วทิศเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและหาข้ออ้างที่จะเคลื่อนกำลังทหารทุกทีไป

ปัญหา การเมืองของคนที่ไฟธาตุใกล้จะแตกอีกแท้ๆ เป็นเหตุให้ไทยเสื่อมเสียชื่อเสียงที่เคยมีในสายตาเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอาเซียน เหมือนคนทะเลาะกับเมียมาจากบ้านแล้วมาหาเรื่องทะเลาะกับเพื่อนโดยไม่มี สาเหตุ คนที่มองเห็นเขาก็ลดความนับถือไปเรื่อยๆ ทุกวัน

ถาม ว่าปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชามีจริงหรือไม่ ตอบได้ว่าจริง ไม่เฉพาะผืน ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ยังมีอีกหลายจุดตลอดแนวชายแดนที่ยาวถึงประมาณ ๘๐๐ กิโลเมตร เช่นเดียวกับที่เรามีปัญหาทางเมียนมาร์ ลาว และมาเลเซีย และเช่นเดียวกับประเทศส่วนใหญ่ในโลกที่เขาก็มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับเพื่อน บ้านของตน แต่เขาก็ไม่ใช้สงครามมาแก้ไขปัญหานั้น

ผู้ นำล่าสุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่แก้ไขปัญหาพิพาทในดินแดนด้วยกำลัง คือซัดดัม ฮุสเซ็น อดีตประธานาธิบดีอิรัก บัดนี้ก็ถูกจับแขวนคอตายไปแล้ว

เปิด ฉากเถียงกับเขาว่าใครยิงก่อนยิงหลัง แต่พอทั้งหมู่บ้าน (ประชาคมอาเซียน) เขาชวนแก้ไขอย่างเป็นระบบและมีกฎเกณฑ์​ให้ประธานอาเซียนเป็นตัวกลางในการ สังเกตการณ์และหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นแค่ขั้นตอนแรกที่ยังไม่ได้ชี้ถูกผิดอะไร ก็ดิ้นหนี ปฏิเสธอารยะประเทศเขาอย่างทื่อๆ เถื่อนๆ จนกระบวนสันติภาพชะงักงัน

ผู้ อารยะเขาต้องวิ่งเข้าหาพิสูจน์ความจริงที่ประกอบด้วยพยานหลักฐานครบครัน การอ้างด้านๆ ว่าฉันถูกแกผิด แต่พอเขาชวนหาความจริงกลับหนีหัวซุกหัวซุนย่อมชวนให้สงสัยในความถูกต้องและ เจตนาของผู้ก่อปัญหานั้น

คนอยากแก้ไขปัญหากับคนที่อยากหาเรื่องโดยไม่คิดจะแก้นั้นมองโลกแตกต่างกันมาก

กัมพูชา จึงคือไพ่ใบหนึ่งในเกมอำนาจของชนชั้นนำไทย ที่หยิบมาเป็นเครื่องมือในขณะที่ศึกช่วงชิงอำนาจ ณ ศูนย์กลางเข้มข้นรุนแรงยิ่งขึ้น หากรั้งสังขารไม่อยู่ ก็จะเข้าใช้ประโยชน์จากประเด็นที่จุดเอาไว้นี้ เช่น อาจขยายให้กลายเป็นสงครามจริงเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น ถือโอกาสเปลี่ยนรัฐพลเรือนให้เป็นรัฐทหารเพื่อเว้นวรรคประชาธิปไตย แสวงประโยชน์ส่วนตนจากอาวุธสงคราม งบราชการลับและอื่นๆ เป็นต้น

แต่ ถ้าขบวนประชาธิปไตยถูกปราบจนราบคาบด้วยเครื่องมืออื่นๆ ไม่ว่าจะหลอกล่อให้ปรองดองและดึงเข้าสู่เกมเลือกตั้งที่ฝ่ายเขาเตรียมรุกฆาต ฝ่ายประชาชนเอาไว้เต็มที่ เขาก็จะไม่ทิ้งไพ่กัมพูชา ทิ้งไว้ในมืออย่างนั้นจนกว่าจะถึงจังหวะต่อไป

นิสัยอย่างนี้ทำให้ชนชั้นนำไทยเป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ไปทั่วโลก ยิ่งดูถูกเขาว่าโง่เง่าไม่รู้เท่าทัน เขาก็ยิ่งเกลียดชังเป็นทวีคูณ

ชาติที่รู้เจ็บรู้จำเหล่านี้เขาจึงสัมผัสใจกับชาวประชาธิปไตยและประชาชนชาวไทยที่ไม่ใช่ศักดินาและอำมาตย์แนบแน่นขึ้นทุกวัน

ไม่นานก็เหลือตัวคนเดียวในตึกสูง.

——————————————————————————

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

‘เจ๊แดง’เคลียร์ใจ ‘มิ่งขวัญ’ ยันไม่ตีจากพท.

Pic_167957

‘สุชาติ’ ยัน ‘มิ่งขวัญ’ ไม่ทิ้งพรรคเพื่อไทยไปพรรคประชาราชแน่นอน หลัง ‘เยาวภา’ ยกหู โทร.เคลียร์ความขัดแย้ง ปูดเรตติ้งพุ่ง ส.ส. ‘ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย’ เตรียมขยับย้ายซบพรรคหลังยุบสภา…

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย จะลาออกไปอยู่พรรคประชาราช ของนายเสนาะ เทียนทองว่า ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ล่าสุดตนได้รับการยืนยันจากนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ว่า สามารถติดต่อนายมิ่งขวัญได้แล้ว โดยนายมิ่งขวัญยืนยันว่า จะไม่ย้ายพรรคไปอยู่พรรคประชาราช หรือพา ส.ส.ในกลุ่มไปตั้งพรรคใหม่ตามที่เป็นข่าว จะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไป แต่ช่วงนี้นายมิ่งขวัญขอเก็บตัวอยู่นิ่งๆไม่อยากเป็นข่าว เพราะตอนนี้อยู่ต่างประเทศ ดังนั้น เรื่องนี้ถือว่า จบแล้ว นายมิ่งขวัญ ไม่ย้ายพรรคแน่นอน เพราะพรรคเพื่อไทยเหมือนเรือลำใหญ่ที่กำลังวิ่งฝ่าคลื่นในทะเลไปเข้าฝั่ง นายมิ่งขวัญคงไม่กล้าโดดหนีเรือใหญ่ไปลงเรือเล็กวิ่งฝ่าคลื่นเข้าฝั่งแน่นอน

นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า นายมิ่งขวัญจะทิ้งพรรคเพื่อไทยแน่นอนนั้น ขอเตือนให้พรรคประชาธิปัตย์ระวังคนของตัวเองให้ดี เพราะหลังจากประกาศยุบสภาแล้ว จะมีส.ส.ประชาธิปัตย์ย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทย 3-4 คน ขอให้ระวัง ส.ส.ภาคเหนือ และ ภาคกลาง ที่ จ.ตาก และ สระบุรี ให้ดีแล้วกัน ส่วนพรรคภูมิใจไทยขอให้ระวัง ส.ส.นครราชสีมา และขอนแก่น ที่จะย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทยเช่นกัน

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

เสียงปืนยังดังที่ปราสาทตาเมือนธม ไทยส่งเครื่องบินสอดแนม

Pic_167843

เกิดการปะทะกันบริเวณปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ มีทั้งปืนเล็กยาว ระเบิดมือ และปืน ค. เสียงปืนดังสนั่น ได้ยินถึงตัว อ.พนมดงรัก ทหารส่งเครื่องบินสอดแนมขึ้นสนับสนุน ขณะที่ รพ.พนมดงรัก เตรียมแพทย์-เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินไว้พร้อม…

เมื่อเวลา 20.15 น. 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดการปะทะกันอีกบริเวณปราสาทตาเมือนธม บ.หนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เริ่มจากการปะทะด้วยปืนเล็กยาว ตามด้วยระเบิดมือ และปืนค. เสียงปืนดังสนั่นไกลออกมาถึงตัว อ.พนมดงรักษ์ การปะทะขยายวงถึงปราสาทตาควาย บ.ไทยสันติสุข ต.บักได การปะทะหนักขึ้นตามลำดับ แต่กัมพูชายังไม่ยิงปืนใหญ่หลายลำกล้อง แบบ บีเอ็ม 21 เข้ามาในพื้นที่ไทย ทำให้ชาวบ้านที่เป็นชายฉกรรจ์ซึ่งกลับไปตรวจูทรัพย์สินภยในบ้านพัก ต่างตื่นตกใจเสียงปืน จึงรีบหลบหนีออกจากพื้นที่จ้าละหวั่น ขณะที่หน่วยกำลังสนับสนุนทางการรบฝ่ายไทย ส่งเครื่องบินสอดแนมไร้คนขับ หรือยูไอวี ขึ้นบินตรวจการณ์ทันที

ด้าน รพ.พนมดงรัก เตรียมแพทย์และเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินไว้พร้อม แต่ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานทหารบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยการปะทะครั้งนี้เป็นรอบที่ 2 ของวันนี้ หลังจากช่วงเช้าที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้หยุดยิงไปแล้ว รวมทั้งแม่ทัพภาค 2 ก็ลงพื้นที่ด้วย.

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

ใบตองแห้งออนไลน์: เจ้าอังกฤษคือเซเลบส์

ท่ามกลางกระแสเห่อพิธีเสกสมรส “ครั้ง ประวัติศาสตร์” ระหว่างเจ้าชายวิลเลียม กับเคท มิดเดิลตัน ดูเหมือนคนไทยที่อยู่ใน “สังคมหวงห้าม” จะไม่ได้มองความเห่อของฝรั่งอย่างที่เป็นจริง
เมื่อ 2-3 วันก่อน สำนักข่าวเอพีออกบทวิเคราะห์ ชี้ว่าความเห่อข่าวพิธีเสกสมรส ของคนอังกฤษ ของคนอเมริกัน หรือของคนทั้งโลก ไม่ใช่ความเห่อเจ้า หรือรอแยลลิสต์แบบเดิมๆ แต่เป็นความสนใจแบบคนชอบดูข่าวดารา เซเลบส์ เพราะราชวงศ์อังกฤษกลายเป็นเซเลบส์ไปแล้ว ตั้งแต่ยุคสมัยเจ้าหญิงไดอานา
ความเป็น “เซ เลบส์” เห็นได้จากข่าวที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ เรื่องชุดเจ้าสาว จะใช้ชุดของดีไซเนอร์รายไหน ทรงผม หรือความกังวลว่าเคท มิดเดิลตัน ผอมไปหน่อย ปาปาราซซีตามถ่ายภาพเธอมาตั้งแต่คบกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทั้งภาพความงามสง่า มาถึงภาพหลุด กระโปรงเปิด ยกขา ภาพนุ่งบิกินี หรือภาพที่เธอเดินแฟชั่นโชว์สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปีแรก (ซึ่งเจ้าชายวิลเลียมไปเชียร์อยู่หน้าแคทวอล์ก) ก็กลายเป็นภาพยอดฮิตในเน็ต
เจ้าหญิง ไดอานาเป็นผู้เปลี่ยนแปลงราชวงศ์อังกฤษ จนต้องปรับตัวเข้าสู่วัฒนธรรมป๊อป จากเดิมที่ราชวงศ์มีภาพของความเคร่งขรึม สูงส่ง และอยู่ห่างไกลจากประชาชน จนบางคนก็บอกว่าเย็นชาน่าเบื่อ เจ้าหญิงไดอานาก้าวเข้ามาพร้อมกับ “พลัง ดารา” ทั้งการแต่งตัวนำแฟชั่น ออกงานสังคม และชีวิตส่วนตัวที่มีสีสัน มีทั้งสุขทั้งเศร้า ด้วยการที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ยังคงความสัมพันธ์กับเลดี้คามิลลา ปาร์คเกอร์ โบว์ล กระทั่งตัวเธอเองก็มีชู้ และเป็นโรคผิดปกติทางอารมณ์ทำให้กินแล้วอาเจียน
เจ้าหญิง ไดอานามีทั้งคนชอบและไม่ชอบเธอ แต่ทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบต่างสนใจ ติดตามข่าวเธอ นั่นแหละเซเลบส์ ปาปาราซซีตามติดถ่ายภาพ ถ่ายกระทั่งตอนที่เจ้าหญิงไดอานาถลกชุดราตรีก้าวลงจากรถ ไม่ต่างจากภาพดาราทั้งหลาย จนการไล่ตามของปาปาราซซีนำไปสู่จุดจบที่น่าเศร้า
ความตาย ของไดอานา สั่นสะเทือนราชวงศ์อังกฤษอย่างรุนแรง เพราะคนอังกฤษมองว่าความเคร่งครัดต่อขนบจารีตของราชวงศ์ผลักให้เธอไปพบจุดจบ ดังที่สะท้อนออกมาในหนัง The Queen ควีนอลิซาเบธตรัสกับนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ ว่าสาเหตุที่ทรงมีพระพักตร์เคร่งขรึม ไม่แสดงความเศร้าโศกเสียใจ ไม่แสดงอารมณ์ เพราะถือว่าสถาบันกษัตริย์เป็นสถาบันที่คนให้ความเคารพ การแสดงออกต่อสาธารณะถือเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง ขณะที่แบลร์แย้งว่าราชวงศ์ควรแสดงออกซึ่งความเศร้าเสียใจ แสดงอารมณ์ แสดงด้านที่เป็นมนุษย์เสียบ้าง
ตลอด สิบกว่าปีหลังไดอานา ราชวงศ์อังกฤษพยายามปรับตัว ใส่ใจความรู้สึกของสาธารณชนมากขึ้น เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี ซึ่งได้รับความนิยมอยู่แล้วจากการเป็นโอรสของไดอานา ตอบสนองความต้องการของแฟนๆ “ผู้ บริโภค” ข่าวสารอย่างเต็มที่ ด้วยการให้สัมภาษณ์ เปิดเผยตัวตน แสดงออกเหมือนคนธรรมดาสามัญ ขณะที่ราชวงศ์ก็เปิดเว็บไซต์ เปิดเฟซบุค เปิดแอคเคานท์ Flickr ให้ผู้คนเข้าชมภาพ กระทั่งพิธีเสกสมรสครั้งนี้ สำนักพระราชวังก็ตอบสนองความต้องการของสื่ออย่างเต็มที่ เปิดรายละเอียดทางเว็บไซต์ YouTube Twitter และถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เน็ต
แน่นอนว่า เคท มิดเดิลตัน ยังได้รับความนิยมจากการเป็นสามัญชนคนชั้นกลาง บรรพบุรุษเธอเป็นคนงานเหมืองถ่านหินด้วยซ้ำ แต่พ่อแม่สร้างตัวขึ้นจากการขายอุปกรณ์จัดงานปาร์ตี้ทางไปรษณีย์ จึงทำให้เรื่องของเธอเหมือน “เทพนิยาย” อย่างซินเดอเรลลา
ราชวงศ์ อังกฤษในรุ่นของเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแฮร์รี รวมถึงเจ้าหญิงยูจีนนี เจ้าหญิงบีทริซ พระธิดาของเจ้าชายแอนดรูว์ (ซึ่งชีวิตสมรสกับซาราห์ เฟอร์กูสัน ล้มเหลว) กลายเป็น “บุคคล สาธารณะ” ในวัฒนธรรมป๊อป บางครั้งก็เป็นข่าวซุบซิบในทำนองที่ไม่ต่างจากเดวิด-วิคตอเรีย เบคแฮม, เชอรีล โคล, ปารีส ฮิลตัน หรือว่านางแบบนมโต แคที ไพรซ์ แม้ยังมีขีดคั่นของการวางตัวอยู่บ้าง สาธารณชนยังเรียกร้องสูงกว่าบุคคลทั่วไป แต่อีกด้านหนึ่งก็สร้างความเป็นกันเอง เป็นมนุษย์ธรรมดาที่อยู่ใกล้เคียงสามัญชน ผ่อนความเคร่งจารีตลง
เจ้าหญิง ยูจีนนีเป็นข่าวฮือฮาเมื่อเข้าไปเที่ยวบาร์อะโกโก้ และเคยมาเที่ยวภูเก็ตแบบนักท่องเที่ยวแบกแพค ขึ้นเครื่องชั้นประหยัด พักเกสต์เฮาส์คืนละ 500 บาท เมาขึ้นไปเต้นบนโต๊ะในผับ (ฟังน่ารักดีแต่สื่ออังกฤษวิจารณ์ว่าต้องเสียค่า รปภ.ไป 1 แสนปอนด์ ในช่วงที่เจ้าหญิงท่องโลกแบบซำเหมาพเนจร) นอกจากนี้ยังพบรักกับแจค บรูคสแบงก์ ซึ่งทำงานพาร์ทไทม์เป็นบริกร
ราชวงศ์ รุ่นนี้มีอิสระในการใช้ชีวิต จะเห็นได้ว่า เจ้าชายวิลเลียมกับเคท มิดเดิลตัน อยู่ด้วยกันมาก่อนแล้วแบบหนุ่มสาวรุ่นใหม่ เจ้าชายแฮร์รีถูกแซวเป็นเจ้าชายเสเพล แต่คนอังกฤษก็ไม่ว่าอะไร ยกเว้นตอนที่มีคลิปหลุด เจ้าชายเผลอใช้ถ้อยคำที่ส่อทางเหยียดเชื้อชาติ แม้ไม่เจตนาแต่ก็ถูกวิจารณ์ขรมและต้องขอโทษประชาชน
เสรีภาพใน การใช้ชีวิตส่วนตัว หลุดพ้นจากขนบจารีต ยังส่งอานิสงส์ถึงรุ่นเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าหญิงแอนน์ ที่เข้าพิธีเสกสมรสใหม่ ขณะที่เจ้าชายแอนดรูว์กับซาราห์ เฟอร์กูสัน ก็หย่าจากกันด้วยดี (แต่เฟอร์กี้เป็นหนี้ท่วมหัว)
ชายวัย 53 ที่ไปกางเตนท์รอพิธีเสกสมรสอยู่หน้ามหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ตั้งแต่วันจันทร์ กล่าวว่าเขาเป็นรอแยลลิสต์ เพราะชื่นชมเจ้าหญิงไดอานา เอาเข้าจริงไม่น่าจะใช่ “รอแยลลิสต์” แบบเดิมๆ ที่มีข้อหวงห้ามมีขีดคั่นระหว่างราชวงศ์กับประชาชน แต่เป็น “รอแยลลิสต์” ในวัฒนธรรมป๊อป ผสมผสานความเป็นเซเลบส์ แบบไฮโซ ดารานักร้อง เสียมากกว่า
แน่นอนว่าในอังกฤษมีพวก Republic ที่วิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์อย่างเปิดเผย และคนอังกฤษร่วมครึ่งไม่ตื่นเต้นสนใจไปด้วยกับพิธีเสกสมรส แต่ข้อวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ก็มักจะมุ่งไปที่เรื่องงบประมาณค่าใช้ จ่ายประจำปีมากกว่าเรื่องอื่น เพราะสถาบันกษัตริย์อังกฤษไม่มีอำนาจและไม่สามารถเข้ามาเกี่ยวข้องกับอำนาจ ทางการเมือง
ควีนอลิซา เบธทรงทราบแรงกดดันเรื่องนี้ พิธีเสกสมรสครั้งนี้ราชวงศ์จึงออกค่าใช้จ่ายเอง รัฐบาลเพียงออกค่าดูแลรักษาความปลอดภัย โดยถือว่ารัฐมีรายได้จากการท่องเที่ยวการขายของที่ระลึก เช่นเดียวกับการที่ “ทหารเสือราชินี” “ตบเท้า” ทุกวันที่พระราชวังบัคกิงแฮม ถือเป็นเครื่องดูดเงินเข้าประเทศ
ควีนอลิซา เบธเสียภาษีจากทรัพย์สินส่วนพระองค์มาตั้งแต่ราว 40 ปีที่แล้ว (เคยอ่านว่าเสียปีละ 10 ล้านปอนด์ ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่) โดยยังเปิดเผยรายละเอียดทรัพย์สินทั้งหมดต่อสาธารณะ ต่อมาก็ลงเว็บไซต์
อ.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ท่านเป็นนักเรียนเก่าอังกฤษ ท่านเลยเอารายละเอียดทรัพย์สินฯ ขึ้นเว็บไซต์เช่นกัน แต่ทำได้ปีเดียว ก็เลิกไปโดยไม่ทราบสาเหตุ นิตยสารฟอร์บส์เอาข้อมูลนี้แหละไปจัดอันดับว่าในหลวงของเราเป็นพระมหา กษัตริย์ที่รวยที่สุด ต้องโต้แย้งกันให้วุ่น
ที่สวีเดน ก็เพิ่งมีพิธีเสกสมรส เจ้าหญิงวิคตอเรีย มกุฎราชกุมารี เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งราชวงศ์กับรัฐบาลแบ่งกันออกค่าใช้จ่ายคนละครึ่ง แม้ถูกคัดค้านจากประชาชนที่เข้าชื่อกัน 56,000 คนในเฟซบุค นอกจากนี้เจ้าหญิงยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ขรมกรณีที่รับของขวัญเป็นแพคเกจ ฮันนีมูนพร้อมพ็อคเกตมันนี่ เรือยอชท์ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว มูลค่า 5 แสนยูโร จากมหาเศรษฐีอันดับสามของประเทศ โดยสาธารณชนเห็นว่าเมื่อทรงขึ้นสู่ตำแหน่งประมุขในภายหน้าอาจใช้อำนาจ หน้าที่เอื้อประโยชน์ให้มหาเศรษฐีรายนี้ได้
สวีเดน เป็นประเทศเดียวที่เจ้าหญิงเป็นมกุฎราชกุมารี ทั้งที่มีพระอนุชาคือเจ้าชายคาร์ล ฟิลิป แต่เนื่องจากสวีเดน (ซึ่งปกครองโดยรัฐบาลพรรคสังคมนิยมยาวนาน) มีการปฏิรูปรัฐธรรมนูญครั้งใหญ่ในปี 1979 ให้สิทธิเสมอภาคเท่าเทียมระหว่างชายหญิง รัฐสภาจึงแก้กฎมณเฑียรบาลที่ใช้มาหลายร้อยปี กำหนดให้ราชโอรสหรือราชธิดาองค์แรกเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์ แม้พระเจ้าคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ ไม่ยินยอมพร้อมใจก็ตาม เจ้าชายคาร์ล ฟิลิป จึงพ้นจากมกุฎราชกุมาร เจ้าหญิงวิคตอเรียซึ่งอายุได้ 2 ชันษาเศษขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 1980
                                                                        ใบตองแห้ง
                                                                        29 เม.ย.54

Leave a comment

Filed under บทความ ใบตองแห้งออนไลน์

รายงาน: สำรวจสถานการณ์หลังปิดวิทยุชุมชนเสื้อแดง (ระลอกแรก)

มุทิตา เชื้อชั่ง

ภาย หลังมีการสนธิกำลังระหว่างตำรวจกองปราบ เจ้าหน้าที่จาก กสทช. เจ้าหน้าที่จาก กอ.รมน. และตำรวจในท้องที่ เข้าบุกค้นสถานีวิทยุชุมชน 13 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเมื่อวันที่ 26 เม.ย. และเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ก็ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และความหวาดระแวงขึ้นโดยทั่วไป
อย่าง ที่ทราบกันว่านอกเหนือจากเคเบิ้ลทีวีไม่กี่ช่อง คนเสื้อแดงก็มี “วิทยุชุมชน” นี่เองที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร บอกข่าว จัดกิจกรรม กระทั่งระดมคนในสถานการณ์ฉุกเฉิน
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เหตุผลว่าเหตุที่ดำเนินคดีกับวิทยุชุมชนดังกล่าวเพราะมีการนำเทปการปราศรัยเข้าข่ายผิดกฎหมายของนายจุตพร พรหมพันธุ์ ไปเผยแพร่ ส่วนกอ.รมน.ชี้แจงเหตุผลว่า เป็น การดำเนินการตามที่ประชาชนแจ้งมาว่า คลื่นวิทยุชุมชนดังกล่าวได้นำเสนอเนื้อหาที่หมิ่นเหม่ และจาบจ้วงสถาบัน เปิดโอกาสให้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงโฟนอินเข้ามาพูดยั่วยุปลุกระดมในรายการ มีแนวโน้มทำให้เกิดความรุนแรง
แต่ ในการดำเนินการนั้นเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาดังที่ได้กล่าว มานี้ แต่ใช้วิธีตรวจสอบใบอนุญาตที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) ออกให้
 
เชือดไก่ให้ลิงดู…ปลุกกระแสเซ็นเซอร์ตัวเอง
การ เข้าค้นครั้งนี้บางแห่งพบว่าไม่มีใบอนุญาต บางแห่งมีใบอนุญาตชั่วคราวเท่านั้น จึงทำการยึดของกลาง จับกุมผู้ดำเนินสถานีบางส่วนในข้อหามีเครื่องส่งสัญญาณวิทยุโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับการประกันตัวแล้ว ขณะที่อีกหลายต่อหลายแห่งก็ปิดสถานีเสียก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง จนบัดนี้ก็ไม่ยังไม่ทราบกำหนดเปิด
จากการสอบถามสถานีคนไทยหัวใจเดียวกัน 92.25 MHz ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีที่ปิดตัวลงก่อนที่จะถูกค้นในวันที่ค้น 13 จุด ดีเจสมาน เมืองขอนแก่น ดีเจคนหนึ่งของสถานีให้ข้อมูลว่า สถานีของเขามีใบอนุญาตชั่วคราว และดำเนินการมาประมาณ 11 เดือนแล้วภายหลังปิดไปหลายเดือนหลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ เมื่อปีที่แล้ว โดยสถานีนี้เน้นให้ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ด้านการเมืองแก่ประชาชน และส่วนใหญ่จะเชื่อมสัญญาณกับเคเบิ้ลทีวีช่องเอเชียอัพเดท เพื่อถ่ายทอดสดการชุมนุมครั้งต่างๆ นอกจากนี้สถานีนี้ยังเป็นจุดส่งต่อสัญญาณให้กับสถานีวิทยุชุมชนอีกหลายแห่ง เช่น วิทยุชุมชนในจังหวัดอุดรฯ พัทยา ปทุมธานี อ่างทอง
เช่นเดียวกับเมื่อวันที่ 10 เมษยนที่ผ่านมา เขาก็ลิงก์สัญญาณถ่ายทอดเสียงปราศรัยของแกนนำ นปช. ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงส่วนของนายจตุพร พรหมพันธ์ ด้วย แต่ไม่ได้มีการเปิดซ้ำซากอย่างที่ถูกกล่าวหา และเนื้อหาโดยรวมของสถานีก็ไม่มีอะไรที่หมิ่นเหม่
“เรา ยังไม่มีกำหนดว่าจะเปิดทำการเมื่อไร เพราะกลัวว่าเขาจะบุกมายึดข้าวของอีก ก็อย่างที่รู้ว่าเขาดำเนินการแบบเลือกปฏิบัติ เฉพาะฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับเขา ตอนนี้กำลังหารือกันว่าจะไปยื่นศาลปกครองให้มีการคุ้มครองให้ออกอากาศได้ ชั่วคราว” ดีเจสมาน เมืองขอนแก่น กล่าว
ต่างจังหวัดตื่นตัว ลุ้นปิดโดมิโน่?
ด้านตัวแทนคลื่นวิทยุสร้างสรรค์สังคมเชียงใหม่ 99.15 MHz ให้ ข้อมูลว่าในส่วนของเชียงใหม่นั้นเมื่อมีข่าวการบุกจับที่ส่วนกลาง คลื่นวิทยุชุมชนบางคลื่นก็มีการงดออกอากาศเพื่อประเมินสถานการณ์ และยังไม่ออกอากาศจนถึงวันนี้ (28 เม.ย. 54) แต่ส่วนใหญ่แล้ววิทยุชุมชนที่มีใบอนุญาตทดลองออกอากาศ รวมถึงวิทยุชุมชนที่เสนอข่าวคนเสื้อแดงก็ยังออกอากาศปกติ แต่ก็มีการเคลื่อนไหวของฝ่ายความมั่นคง คือสารวัตทหาร ตระเวนไปยังสถานีวิทยุต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูลที่ตั้งสถานี ซึ่งอาจจะมองในด้านหนึ่งว่าเป็นการคุกคามก็ได้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมถือว่ายังเป็นปกติ แม้จะมีความกังวลถึงมาตรฐานข้ออ้างในการที่จะปิดสถานีวิทยุชุมชนต่างๆ ในอนาคตว่าใช้สิ่งใดเป็นเกณฑ์วัด
ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร สถานีคนรักมุกดาหาร 106.75 MHz มีการประชุมชาวบ้าน หรือผู้ฟังในพื้นที่ 200-300 คนเกี่ยวกับสถานการณ์ในอนาคต
“ชาวบ้านเขาก็มากันสองสามร้อยคน เพิ่งประชุมเสร็จเมื่อกี๊นี้เอง (21.00 น. 28 เม.ย.53) เราก็ถามว่าจะเอาอย่างไรดี ปิด หรือไม่ปิด เขาก็ว่าให้เปิดต่อไปเลย เราก็ถามว่าถ้าเปิด เขามายึดเครื่องส่งไปจะทำยังไง ชาวบ้านก็บอกไม่เป็นไร ให้ยึดไป เดี๋ยวระดมเงินกันซื้อใหม่” อำไพ ศิริลาภ ดีเจ คนสำคัญของสถานีเล่าไปหัวเราะไป พร้อมทั้งระบุว่าชาวบ้านมีมติจัดเวรยามเฝ้าสถานีเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้า หน้าที่บุกมายึดเครื่องส่งสัญญาณ แม้ว่าเขาจะมีใบอนุญาตชั่วคราวแล้วแต่ก็ยังไม่มั่นใจกับอนาคตที่จะเกิดขึ้น
สำหรับ พื้นที่ต่างจังหวัด สถานีวิทยุชุมชนเป็นสิ่งที่ชาวบ้านหวงแหน เพราะเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้คนได้มากที่สุด โดยเฉพาะสถานีที่มีเนื้อหาทางการเมืองโดยตรงอย่างสถานีนี้
“เมื่อก่อนก็มีโฆษณาบ้าง เดี๋ยวนี้พอเลือกข้างชัดเจน โฆษณาก็ไม่กล้าลง ใช้เงินที่ได้จากการบริจาค”
“กำลังส่งเรามีประมาณ 1,000 วัตต์ แต่หลังสลายการชุมนุม ทหารเขาไล่ปิดหมด เราก็เอาเครื่องส่งไปเก็บ แล้วแมลงสาบมันฉี่ใส่มั่งอะไรมั่ง ตอนนี้เลยส่งได้แค่ 600 วัตต์ (หัวเราะ) ก็คงกระจายเสียงได้รัศมีซัก 40 กิโล เวลามีชุมนุมก็ต่อเสียงจากสถานีเอเชียอัพเดทกระจายให้ชาวบ้านเขาได้รู้ เรื่องด้วย เพราะเขาอยากไปแต่ไม่ได้ไป” อำไพว่า
“เรา ไม่ได้แค่ทำวิทยุ แต่เรายังลงพบปะพูดคุยกับชาวบ้าน ประชุมหารือสถานการณ์บ้านเมืองกันตลอด เราทำความเข้าใจร่วมกันว่า เราคือคนเสื้อแดง ส่วนของหัวคะแนนพรรคการเมืองก็ส่วนหนึ่ง ในสถานการณ์การเลือกตั้งเราก็แปลพลังเป็นคะแนนเสียง แต่ถ้าไม่มีเลือกตั้ง หัวคะแนนไม่ออก เราคนเสื้อแดงก็ยังต้องสู้ต่อ มันคนละส่วนกับพรรคเพื่อไทย เราต้องตื่นตัวของเราต่อไป” อำไพกล่าว
ย้อนรอยสลายชุมนุมปี53 วิทยุชุมชนเหี้ยน  
ใน รายงานเรื่อง “การแทรกแซงวิทยุชุมชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ประเทศไทย ความเห็นต่าง คื อาชญากรรม” ของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) ที่เผยแพร่เมื่อปลายปีที่แล้ว ระบุว่า ภายหลังการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลทั้งในกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัด สถานีวิทยุชุมชนทั้งในและนอกพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต้องปิดตัวลงมากกว่า 47 สถานี และมีผู้เกี่ยวข้องกับวิทยุชุมชนถูกออกหมายจับและดำเนินคดีรวม 49 รายมีสถานีที่ถูกขึ้นบัญชีดำอีก 84 แห่ง
“สถานี วิทยุชุมชนทุกแห่งที่ถูกปิดปรากฏรายชื่อ ในกระบวนการตรวจสอบเนื้อหาของหน่วยงานรัฐ ก่อนจะมีการบุกเข้าตรวจค้น จับกุม ยึด อุปกรณ์การกระจายเสียง และดำเนินคดีในข้อหาว่ากระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.วิทยุ คมนาคม พ.ศ. 2498 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเครื่องส่งวิทยุคมนาคมและการตั้งสถานี และถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้กระบวนการออกใบอนุญาตวิทยุชุมชนและได้รับ การคุ้มครองสิทธิการกระจายเสียงจาก กทช. แต่มาตรการดังกล่าวกลับไม่สามารถยกมาอ้างเพื่อคุ้มครองสิทธิให้รอดพ้นจาก การจับกุมและการเข้าปิดสถานีได้”
                                                                 

รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ก่อนการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2553 รัฐบาลส่งสัญญาณให้องค์กรอิสระเข้ามาจัดการกับความเห็นต่างที่กระจายอยู่ตามวิทยุชุมชน ดังเช่นกรณีที่คณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ภายใต้ กทช. ซึ่งมีหน้าที่ออกใบอนุญาตและกำกับดูแลวิทยุชุมชนเป็นการชั่วคราว ได้เตือนไปยังสถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศกว่า 6,000 แห่ง เพื่อไม่ให้นำเสนอเนื้อหาอันเป็นการฝ่าฝืนต่อเงื่อนไขการได้รับสิทธิทดลอง ออกอากาศ คือ ไม่ดำเนินการออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิด การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยออกเป็นหนังสือถึงผู้รับผิดชอบในแต่ละสถานีสามครั้งในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ขณะที่อีกด้านหนึ่งรัฐบาลกลับ ขอความร่วมมือไปยังสถานีวิทยุชุมชนในบางจังหวัดให้รับสัญญาณถ่ายทอดรายการ และข่าวจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นของหน่วยงานรัฐ โดยระบุว่าเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใน สถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ความวุ่นวายและส่งผลกระทบต่อความมั่นคง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดออกหนังสือขอความร่วมมือโดยตรงถึงผู้รับผิดชอบ สถานี
 ภาพจากรายงานฯ ของ คปส.
หากย้อนไปดูสถานภาพทางกฎหมายของสถานีวิทยุชุมชนที่ถูกปิดจากจำนวน 47 สถานีที่ถูกปิดไปเมื่อปีที่แล้วมี 29 ราย ที่ได้แจ้งความประสงค์จะประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชนไว้กับ กทช. ตามกระบวนการออกใบอนุญาต และได้รับสิทธิการทดลองออกอากาศแล้วดังนั้น ประเด็นของใบอนุญาตคงเป็นเพียงข้ออ้างชั้นดีที่ในการปิดการสื่อสารแบบรวดเร็ว ไม่มีปิดได้ทันที แต่ถึงมีก็ยังปิดได้

ใช้ช่องว่างทางกฎหมาย เล่นงานเป้าหมายทางการเมือง
สุ เทพ วิไลเลิศ เลขาธิการ คปส. ให้ความเห็นว่า เรื่องใบอนุญาตของวิทยุชุมชนนั้นเป็นปัญหามาอย่างยาวนาน โดยวิทยุชุมชนทั้งหมดที่มาลงทะเบียน 6,000 กว่าแห่งจะได้ใบอนุญาตทดลองออกอากาศ 300 วัน แต่ไม่มีใครได้ใบอนุญาตจริงๆ เพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กทช. /กสทช. ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ข่าวล่าสุดแว่วว่าเพิ่งให้ใบอนุญาตออกมา 16 ราย แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด
ที่ ผ่านมา มีเพียงการตั้งคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ เพื่อดำเนินกระบวนการพิจารณา ซึ่งอนุฯ ก็ให้ความสำคัญแต่มิติทางการเมืองเป็นหลัก ต้องการควบคุมเนื้อหาทางการเมืองมากกว่าที่จะตอบรับเงื่อนไขการอนุญาตจริงๆ เป้าหมายที่ผ่านมาดูเหมือนจะเป็นการลากให้วิทยุขนาดเล็กประเภทต่างๆ มาลงทะเบียนให้หมด เพื่อจะทราบที่ตั้ง ผู้ดูแลที่จะติดตามตรวจสอบได้
“ภาวะ แบบนี้กลายเป็นว่ารัฐใช้ช่องว่างทางกฎหมายที่ถูกสร้างขึ้นมา เอาไปควบคุมความเห็น อุดมการณ์ที่แตกต่าง” สุเทพกล่าวและว่า หากจะเล่นงานเรื่องใบอนุญาตนั้นก็สามารถเล่นงานได้ทุกสถานี เพราะมีปัญหาคล้ายๆ กันหมด ไม่เฉพาะสถานีวิทยุชุมชนของกลุ่มคนเสื้อแดง
สุ เทพ เสนอว่า ในเมื่อหน่วยงานที่ทำหน้าที่ออกใบอนุญาตไม่สามารถดำเนินการได้ และไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ในระหว่างสุญญากาศนี้ก็ควรให้สิทธิสถานีเล็กที่ยังไม่ลงทะเบียนได้มีโอกาส ออกอากาศด้วย เพราะเป็นสิ่งไม่อาจปฏิเสธได้แล้วในสภาพความเป็นจริง ในเมื่อกระบวนการล้มเหลวแทนที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน กลับไปปกป้องตัวรัฐเองมากกว่า
นอก จากนี้เขายังเห็นว่า รัฐไม่ควรเข้ามาควบคุมอีกแล้วไม่ว่าประการใดๆ แต่ควรมุ่งผลักดันให้เกิดกลไกอิสระให้เกิดขึ้น ส่วนเนื้อหาหากจะมีความผิดประการใด ก็ขอให้ใช้ข้อหานั้นๆ ในการดำเนินคดีกันไปให้ชัดเจนจะดีกว่า
“จะ ได้เกิดความชัดเจนกับสาธารณะด้วย ไม่อย่างนั้น วิทยุชุมชนจะถูกเหมารวมไปหมดว่าประชาชนทำสื่อไม่ได้ ทำแล้วไม่มีวุฒิภาวะ และท้ายที่สุดก็ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพกันหมด” สุเทพกล่าวและว่า คนใช้สื่อการเมืองเองก็ควรต้องรวมตัวกัน ตั้งกติกา ตรวจสอบกันเองด้วยในอีกทางหนึ่ง หากไม่ต้องการให้รัฐเข้ามาจัดการ

Leave a comment

Filed under ข่าวจากประชาไท

รายงาน: เทพนิยายฉบับราชวงศ์อังกฤษ VS ความจริงวันนี้

ทีมข่าวต่างประเทศ

สื่อมวลชนทั่วโลกต่างพร้อมใจกันรายงานข่าว ‘พิธีเสกสมรส’ ระหว่างเจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ และ น.ส.เคท มิดเดิลตัน ในวันที่ 29 เม.ย. โดยกล่าวขานว่านี่เป็น ‘พิธีวิวาห์แห่งศตวรรษ’ ใน ฐานะที่เป็นข่าวมงคลครั้งแรกในรอบหลายสิบปีของราชวงศ์อังกฤษซึ่งเคย รุ่งเรืองในอดีต ทั้งยังเป็นดังฉากชวนฝันในเทพนิยายที่กลายเป็นจริง ซึ่งก็คือเรื่องราวความรักของเจ้าชายผู้สูงศักดิ์กับหญิงสาวผู้เป็นเพียง สามัญชน และทั้งคู่ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันโดยไม่สนใจเรื่องสถานะที่แตกต่างทางสังคม

ด้วยเหตุนี้ สื่อต่างประเทศหลายสำนักจึงเกาะติดการรายงานข่าวแบบถ่ายทอดสดนาทีต่อนาที โดยบรรดาแขกเหรื่อผู้มีเกียรติทั้ง 1,900 คนเข้าไปรอในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ แอ๊บบี้ ในกรุงลอนดอน ตั้งแต่เวลา 08.15 น. และพิธีอย่างเป็นทางการเริ่มต้นขึ้นในเวลา 11.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นอังกฤษ โดยแขกเหรื่อที่มีทั้งสามัญชน คนดังในแวดวงต่างๆ รวมถึงเชื้อพระวงศ์ต่างชาติ จะเป็นสีสันอีกประการหนึ่งที่สื่อจะรายงานให้ผู้สนใจข่าวพิธีเสกสมรสได้รับ ทราบกันถ้วนหน้า

การจัดพิธีเสกสมรสครั้งนี้ยังได้รับการประเมินจากบริษัทไพรซ์ วอเตอร์ เฮาส์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงินชื่อดังว่าเป็นการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ที่จะกระตุ้นให้ เศรษฐกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวของอังกฤษมีเงินสะพัดราว 107 ล้านปอนด์ (ราว 2,400 ล้านบาท) จากนักท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและทั่วโลกที่จะแห่แหนกันมาเที่ยว ‘ตามรอย’ เส้นทางรักของเจ้าชายวิลเลียมและเคท [1]

ขณะที่เสียงสนับสนุนราชวงศ์อังกฤษของประชาชนในประเทศเครือจักรภพอย่าง ‘ออสเตรเลีย’ ก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อ้างอิงจากผลสรุปการสำรวจความคิดเห็นประชาชนของสำนักนิวส์โพลในออสเตรเลีย [2] พบ ว่าเสียงสนับสนุนให้เปลี่ยนแปลงการปกครองออสเตรเลียไปสู่ระบอบสาธารณรัฐและ ยกเลิกสถานะการเป็นประเทศเครือจักรภพอังกฤษ ‘ลดลง’ จาก 41 เปอร์เซ็นต์เมื่อปี ค.ศ.1994 เหลือเพียง 25 เปอร์เซ็นต์จากการสำรวจครั้งล่าสุดก่อนพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและเคท โดยผู้ตอบแบบสอบถามของนิวส์โพลล์เห็นว่าราชวงศ์อังกฤษกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ ยุคใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าเจ้าชายวิลเลียมจะทรงเป็นกษัตริย์ที่ดีกว่าเจ้าฟ้าชาย ชาร์ลส์ผู้เป็นพระบิดา เพราะทรงมีความ ‘ติดดิน’ และทรงปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนในหลายประเทศตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

ภาพจากหน้าปกนิตยสาร Newsweek ฉบับ May 2, 2011

ทว่าปฏิกิริยาของสื่อมวลชนในโลกตะวันตกอีกจำนวนหนึ่งได้เปิดเผยให้เห็น แง่มุมที่หลากหลาย และเปิดพื้นที่ให้กับผู้ที่เห็นแตกต่างจากกลุ่มผู้สนับสนุนราชวงศ์อังกฤษ ดังจะเห็นได้จากที่นิตยสาร ‘นิวส์วีค’ ฉบับ 2 พ.ค.2011 ขึ้นภาพหน้าปกเปรียบเทียบกันระหว่าง ‘อังกฤษในจินตนาการ’ ซึ่งเป็นภาพขณะที่เจ้าชายวิลเลียมทรงสวมกอดพระคู่หมั้น และถูกยกย่องว่าเป็นตำนานรักในโลกยุคใหม่ ส่วนอีกภาพเป็นภาพของ ‘อังกฤษที่แท้จริง’ แสดง ให้เห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประท้วงที่ออกมาชุมนุมต่อต้านนโยบายตัดงบ ประมาณการศึกษาของอังกฤษเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งแม้จะเริ่มด้วยความสงบ แต่ก็ถูกกลุ่มอนาธิปไตยทำลายความชอบธรรมด้วยการก่อเหตุทำลายข้าวของสาธารณะ จนนำไปสู่การปะทะและความรุนแรง

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอข่าวคราวความเคลื่อนไหวของกลุ่มรีพับลิก ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศด้านการรณรงค์ยกเลิกระบอบกษัตริย์และการยกเลิก สถานะอภิสิทธิ์ของเหล่าสมาชิกราชวงศ์ต่างๆ ในประเทศแถบยุโรป ซึ่งออกมารณรงค์ช่วงเดียวกับที่มีการจัดพิธีเสกสมรส โดยให้เหตุผลว่านี่คือช่วงเวลาที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเผยแพร่ข้อมูลอีกด้าน ของราชวงศ์ เพราะสิ่งที่ควรเฉลิมฉลองอย่างแท้จริงคือการดำรงอยู่ของประชาธิปไตยและพลัง ของเหล่าประชาชน แทนที่จะเป็นการเฉลิมฉลองให้แก่กลุ่มคนที่ได้รับสถานะอภิสิทธิ์ชนจากการสืบ เชื้อสายหรือได้รับมรดกตกทอด

‘ทอม ฟรีดา’ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มรีพับลิกในแคนาดา หนึ่งในประเทศเครือจักรภพอังกฤษ ซึ่งมีสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐ ระบุว่าสมาชิกกลุ่มรีพับลิกล้วนมีความยินดีต่อพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิ ลเลียมและเคท มิดเดิลตัน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องถกเถียงเรื่องสถานะของราชวงศ์ที่มีผลต่อการแต่งตั้งผู้ สำเร็จราชการในแคนาดา ซึ่งกลุ่มรีพับลิกเห็นว่าควรจะเป็นตำแหน่งที่มาจากการเลือกของประชาชน ‘ในพื้นที่’ แทนการ ‘แต่งตั้ง’ จากที่อื่น [3]

ส่วนสถานีโทรทัศน์ช่อง ‘สกายนิวส์’ ของอังกฤษตัดสินใจถ่ายทอดสดการจัดเวทีอภิปรายเรื่องการยกเลิกระบอบกษัตริย์ ซึ่งนายจอห์น ไรลีย์ ประธานบริหารของสกายนิวส์ กล่าวว่าในขณะที่ประเทศถูกถาโถมด้วยกระแสคลั่งไคล้ในพิธีเสกสมรส จำเป็นจะต้องมองเรื่องความสัมพันธ์ของราชวงศ์กับประเทศชาติว่ายังเป็นสิ่ง ที่จำเป็นต้องมีต่อไปในอนาคตหรือไม่ โดยเวทีอภิปรายดังกล่าวถูกจัดขึ้นในคืนวันที่ 28 เม.ย. ซึ่งถือว่าเป็นการอุ่นเครื่องก่อนถึงพิธีเสกสมรสในวันที่ 29 เม.ย.อย่างแตกต่างหลากหลายมุมมอง [4]

ขณะที่เว็บไซต์นิตยสารฟอร์จูนรายงานข้อมูล ‘อีกด้านหนึ่ง’ ของพิธีเสกสมรส โดยโต้แย้งว่าการประเมินมูลค่ารายได้จากการท่องเที่ยวหลายล้านปอนด์ซึ่งได้รับการกระตุ้นจากพิธีเสกสมรสมิได้รวม ‘ค่าใช้จ่าย’ ใน พิธีที่รัฐบาลอังกฤษต้องนำภาษีประชาชนไปใช้จ่าย ได้แก่ เบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยข่าวกรองของรัฐบาล ซึ่งต้องประจำการในพิธีเพื่ออารักขาดูแลความปลอดภัยในพิธี รวมถึงค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดหลังเสร็จพิธี รวมเป็นเงินประมาณ 8 ล้านดอลลาร์ (ราว 240 ล้านบาท)

นอกจากนี้ยังมีความเสียหายในภาคธุรกิจการเงินกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 150,000 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลจากที่รัฐบาลอังกฤษประกาศให้วันเสกสมรสเป็นวันหยุดราชการ ทำให้สถาบันการเงินการธนาคารปิดให้บริการ ถือเป็นการกระทำที่สวนทางกับนโยบายตัดงบประมาณด้านต่างๆ ของรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งสั่งตัดงบประมาณสนับสนุนด้านการศึกษา สวัสดิการสังคมและรัฐวิสาหกิจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมาโดยให้เหตุผล ว่าต้องทำเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ [5]

อย่างไรก็ตาม เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความจำเป็นในการดำรงอยู่ของราชวงศ์อังกฤษซึ่งหนาหู ขึ้นนับตั้งแต่การหย่าร้างเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และอดีตเจ้าหญิงไดอานา พระมารดาผู้ล่วงลับของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮรี ตามมาด้วยข่าวอื้อฉาวของสมาชิกราชวงศ์อื่นๆ ถูกกลบด้วยกระแสความนิยมในตัวเจ้าชายวิลเลียมและเคท มิดเดิลตัน ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก นับตั้งแต่สำนักพระราชวังประกาศข่าวพิธีหมั้นและเสกสมรสเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว [6]

การตัดสินพระทัยจัดพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและเคทยังได้รับการ ยกย่องว่าเรียบง่าย แม้จะมีสถาบันการเงินต่างชาติประเมินค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ว่าอยู่ที่ประมาณ 34 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,800 ล้านบาท) แต่ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าการจัดพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และเลดี้ ไดอาน่า พระบิดาและมารดาของเจ้าชายวิลเลียม ซึ่งมีการนำเงินภาษีประชาชนอังกฤษไปจ่ายเป็นค่ารักษาความปลอดภัย รวมถึงเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ประจำเรือหลวงและรถไฟหลวงที่ใช้ในการเสด็จไป ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์

นอกจากนี้ การปรับตัวของสมเด็จพระราชินีอังกฤษในช่วงหลายปีที่ผ่านมาซึ่งทรงตัดสิน พระทัยยกเลิกการจัดงานประเพณีแบบฟุ่มเฟือย รวมถึงการที่ทรงเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าถึงได้มากขึ้นก็ช่วยให้พระองค์ทรง ได้รับความนิยมจากประชาชนเพิ่มมากขึ้นจากช่วงที่เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์ ใหม่ๆ แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากประเมินว่าสถานะของราชวงศ์อังกฤษจะได้รับการตีความ ใหม่ในไม่ช้า ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อทัศนคติของประชาชนอังกฤษต่อราชวงศ์จะขึ้นอยู่ กับชีวิตสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและพระชายาด้วยว่ามีความยั่งยืนและเข้าถึง จิตใจของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศยังไม่นิ่งเช่นทุก วันนี้ [7]

ข้อมูลอ้างอิง

  1. How Much Is a Princess Worth?
  2. Support for republic in Australia slumps: poll
  3. Love it or loathe it, royal wedding buzz a catalyst for monarchy debate in Canada
  4. Sky News to host monarchy debate
  5. Royal wedding? A royal pain
  6. Royal wedding: William and Kate set for Abbey service
  7. Monarchy Inc. Faces Raft of Challenges

Leave a comment

Filed under ข่าวจากประชาไท

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 29/04/54

คิดดี ย่อมทำดี เป็นที่หวัง
เติมพลัง คืนให้ ไทยทั้งผอง
คิดร้าย ย่อมทำร้าย มุ่งหมายปอง
คิดจดจ้อง แต่ป้ายสี ทุกวี่วัน….

คิดดี มุ่งแก้ไข ไม่แก้แค้น
สร้างแบบแผน ดีงาม ตามใฝ่ฝัน
คิดสร้างเงิน สร้างแรง มาแบ่งปัน
คิดสร้างสรรค์ โดดเด่น เป็นรูปธรรม….

พวกคิดแค้น มุ่งร้าย คอยป้ายสี
คิดอัปรีย์ ต่ำช้า พาถลำ
คิดแก้ตัว พวกจัญไร ใจระยำ
แล้วตอกย้ำ คิดแค้น สุดแสนเลว….

คนเบื้องหน้า เบื้องหลัง ยังฮึกเหิม
คิดส่งเสริม พวกชั่วช้า พาดิ่งเหว
คิดวางแผน ชักใย สุมไฟเปลว
สร้างแหลกเหลว ทั่วถิ่น แผ่นดินไทย….

เลือกคิดดี ได้ดี เป็นที่พึ่ง
ร่วมเป็นหนึ่ง ส่องทาง สว่างใส
เอารอยยิ้ม กลับคืน ชื่นฉ่ำใจ
ชีวิตใหม่ ไร้ทุกข์ สุขทวี….

เลือกคิดชั่ว มัวหม่น ดั่งคนไข้
มองทางใด รุมเร้า เศร้าหมองศรี
มิตรประเทศ รุมเหยียบย่ำ ช้ำฤดี
เลือกอัปรีย์ ได้หนี้ท่วม อ่วมอรทัย….

Leave a comment

Filed under การ์ตูนการเมือง, หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

“ทักษิณ”ฟันธงพท.ได้ปาร์ตี้ลิสต์กว่า60ที่นั่ง

เนื้อหาข่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร วีดีโอลิงค์มายังที่ประชุมพท.พูดคุยกับผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อฟันธงพท.ได้ไม่ต่ำกว่า60

วันนี้ 28 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วีดีโอลิงค์มายังที่ประชุมพูดคุยกับผู้แสดงความจำนงลงสมัครส.ส.ระบบบัญชี รายชื่อ เป็นเวลา 45 นาที ระบุตอนหนึ่งว่าวันนี้มีรายชื่อผู้แสดงความจำนงเกือบ 200 คน ซึ่งเกิน 125 คน แต่เราต้องยอมรับความจริงว่าจะไม่ได้เป็นส.ส.ทั้งหมด อย่างไรก็ตามอันดับที่ 1-60 ได้เป็นส.ส.แน่นอน ขณะที่อันดับที่ 61-70 ยังมีโอกาสที่จะได้เป็นส.ส.อยู่ แต่เป็นกรณีที่มีบุคคลไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีซึ่งจะต้องลาออกจากการเป็น ส.ส.เพื่อให้คนอื่นได้เลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อขึ้นมาเสียบแทน ส่วนลำดับที่ 71-80 แม้ว่าจะมีโอกาสเป็นส.ส.น้อยแต่ว่าพอมีโอกาสอยู่บ้างซึ่งก็จะมีการพิจารณา เป็นกรณีๆไป ส่วนอันดับที่ 81-125 นั้นไม่มีโอกาสได้เป็นส.ส.จึงขอให้ไปอยู่ในบัญชี 2 และ 3 แทนเหมือนสมัยพรรคไทยรักไทย คือ บัญชีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งพรรคจะขอโควตาตำแหน่งทางการเมืองจากรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ อาทิ ที่ปรึกษารัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีให้มาเป็นสัดส่วนของโควตากลาง และบัญชีผู้รับตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างเดียว ซึ่งบัญชีนี้ต้องวัดดวง

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

อ. สุรชัย : เสียงจากคุก


เสียงจากคุก

1. อาจารย์มีความเห็นอย่างไรกับคุณจตุพร พรหมพันธ์ ที่สัมภาษณ์กับคุณจอม เกี่ยวกับเรื่องพรรคเพื่อไทยกับคนเสื้อแดง
ผมขอให้พวกเราสนับสนุนความคิดของคุณจตุพร พรหมพันธ์ เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ คุณจตุพรพูดถูกแล้ว ขบวนการเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยแยกกันไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าหากไม่มีทักษิณกับคนเสื้อแดงกก็ไม่มีพรรคเพื่อไทย

2. อาจารย์มีความเห็นอย่างไรกับคุณมิ่งขวัญ
ส่วนคุณมิ่งขวัญอยากเป็นเป็นผู้นำ คุณมิ่งขวัญมีกำลังทรัพย์หรือไม่ แล้วถ้าหากเป็นผู้นำกล้าตายแทนประชาชนหรือไม่

3. อาจารย์มองพรรคเพื่อไทยอย่างไรที่มีลักษณะกล้าๆ กลัวๆ กับการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย
พี่น้องเสื้อแดงหลายๆ คนที่ยอมติดคุกเพราะอะไร ก็เพราะทักษิณและพรรคเพื่อไทย
ฉะนั้น พรรคเพื่อไทยต้องใช้คนกล้าออกมาสู้ มายืนข้างประชาชนอย่างแท้จริง ใครไม่กล้าก็ถอยออกไป ในพรรคเพื่อไทยมีคนของฝ่ายเขาแฝงเข้ามา หลายคนรู้ดี ก็ปล่อยเขาไป หรือถ้าหากพรรคเพื่อไทยถอดคนของนปช.ไม่ให้ลงปาตี้ลิสต์ นปช.ก็จะต่อสู้และยืนเคียงข้างประชาชนโดยไม่ต้องคำนึงถึงพรรคเพื่อไทยอีกต่อ ไป

4. อาจารย์ช่วยวิเคราะห์การที่ฝ่ายรัฐ หรือ ฝ่ายเขาจัดการยึด ค้น สถานีวิทยุชุมชน 14 สถานี
เขารุกเราด้วยยุทธวิธี โดยใช้เรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ใช้ กฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นเครื่องมือ การยึดวิทยุชุมชนก็เป็นยุทธวิธีของเขา โดยอ้างเอาวิทยุเหล่านี้เผยแพร่คำปราศรัยของคุณจตุพร เขาใช้สิ่งเหล่านี้เป็นยุทธวิธี ขณะนี้เดียวกันเขารับเราทางยุทธศาสตร์ โดยพวกเรานำเรื่องการให้ยกเลิก กฎหมายอาญา มาตรา 112 เสียจะได้ไม่มีใครนำมาใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายประชาชน ทำร้ายอิสรเสรีภาพของประชาชนที่รักประชาธิปไตย

5. อาจารย์คิดว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่
ดูจากรูปการและเหตุการณ์แล้วไม่น่าจะมีการเลือกตั้ง ถ้ามีการเลือกตั้งเหตุการณ์ทางการเมืองก็ยังไม่จบ หรือพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมาก ก็ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ มันมีอำนาจนอกระบบคอยจัดการ ประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลได้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เรื่องมันไม่จบ
ขอให้พวกเราจำไว้ว่า เสื้อเหลืองหรือพันธมิตรไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเรา ดังนั้นวิธีการต่าง ๆ หรือการเคลื่อนไหวก็ต้องคำนึงถึงการต่อสู้ครั้งนี้

สุรชัย แซ่ด่าน วัฒนานุสรณ์
เรือนจำพิเศษกลางกรุงเทพมหานคร
เวลา 11.20 น.
วันที่ 27 เมษายน 2554

ที่มา : http://www.redsiam.tv/webboard/index.php…252.msg685

Leave a comment

Filed under Thaiuknews