สัญชาติอังกฤษ

คอลัมน์ที่ 13

กรณีการ ถือสัญชาติของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประเด็นสำคัญมาก ในการยื่นคำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ โดย นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความของกลุ่มเสื้อแดง

เนื่องจากไทยไม่ได้ลงสัตยาบันกับศาลอาญา ระหว่างประเทศ หรือไอซีซี จึงต้องอาศัยช่องทางกรณีนายอภิสิทธิ์มีสัญชาติ “อังกฤษ” เพราะอังกฤษเป็นรัฐภาคีแห่งธรรมนูญกรุงโรมฯ ที่ลงสัตยาบันกับไอซีซี

อย่างไรก็ตาม ต้องพิสูจน์ว่า นายอภิสิทธิ์ถือสัญชาติอังกฤษด้วยหรือไม่ จากที่แจ้งเพียงว่าถือสัญชาติไทย

จากข้อมูลของวิกิพีเดีย สหราชอาณาจักรอังกฤษมีกฎหมายสัญชาติที่ซับซ้อน เนื่องจากเป็นประเทศเจ้าอาณานิคมมาก่อน

ใน ขั้นพื้นฐาน กฎหมายระบุว่า เด็กที่เกิดในประเทศอังกฤษหลังวันที่ 1 มกราคม 2526 (ค.ศ.1983) โดยมีบิดาหรือมารดาคนหนึ่งคนใดเป็นคนอังกฤษ หรือตั้งรกรากอยู่ในประเทศอังกฤษ จะได้รับสัญชาติอังกฤษโดยอัตโนมัติ

การ ตั้งรกรากในอังกฤษ พิจารณาจากการมีที่อยู่อาศัยในอังกฤษร่วมกับการมีกรรมสิทธิ์ในถิ่นที่อยู่ อาศัยในอังกฤษ หรือมีที่อยู่ถาวรในประเทศที่เป็นสมาชิกอียู/ อีอีเอ (เขตเศรษฐกิจยุโรป) หรือเป็นพลเมืองของไอร์ แลนด์ก็อยู่ในข่ายนี้

สำหรับ เด็กที่เกิดก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2549 ถ้าบิดาหรือมารดามีการตั้งรกรากตามที่กล่าวข้างต้น เด็กจะมีสัญชาติอังกฤษได้ก็ต่อเมื่อทั้งคู่แต่งงานกันเท่านั้น ซึ่งการแต่งงานย้อนหลังหลังจากเด็กเกิดก็ถือว่าใช้ได้

ถ้าไม่มีการแต่งงาน ทางอังกฤษจะถือว่าเด็กถือสัญชาติอังกฤษภายใต้เงื่อนไข จะต้องทำเรื่องขอสัญชาติโดยเด็กต้องมีอายุไม่เกิน 18 ปี

แต่ ถ้าในช่วงนี้ เด็กอยู่อาศัยบนแผ่นดินอังกฤษเกิน 10 ปี ก็จะถือว่าเป็นพลเมืองอังกฤษไปโดยปริยายตามกฎหมายการเข้าเมือง ซึ่งกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องดูเรื่องบิดามารดาแต่อย่างใด

หลักเกณฑ์นี้ใช้ได้กับพลเมืองอังกฤษที่อยู่ในต่างประเทศ หรือประชาชนภายใต้การปกครองของอังกฤษเช่นเดียวกัน

สำหรับเด็กที่เกิดบนแผ่นดินอังกฤษก่อนปี 2526 ให้ถือว่า “เด็กคนนั้นมีสัญชาติอังกฤษทันที โดยไม่ต้องดูสถานะของบิดามารดา”

ยกเว้นแค่บุตรของนักการทูตหรือพลเมืองของประเทศที่เป็นศัตรูของอังกฤษเท่านั้น

ส่วน เรื่องการถือสองสัญชาติ ถือตามกฎหมายสัญชาติอังกฤษปี 2491 (ค.ศ.1948) บัญญัติว่า พลเมืองอังกฤษที่ได้รับสัญชาติของประเทศที่สองใดๆ จะไม่ถือว่าสูญเสียสัญชาติอังกฤษ ยังคงมีสิทธิตามเดิม และถือเป็นบุคคลสองสัญชาติ

ในลักษณะเดียวกัน บุคคลที่ถือสัญชาติประเทศดั้งเดิมอยู่ ไม่จำเป็นต้องยกเลิกสัญชาติประเทศนั้นๆ เพื่อถือสัญชาติอังกฤษอีกหนึ่งสัญชาติ

สรุปคือ ทางการอังกฤษยินยอมให้ถือสองสัญชาติได้

ในบางประเทศที่ไม่ยินยอมให้มีการถือสองสัญชาติ อาจมีการเพิกถอนสัญชาติหนึ่งสัญชาติใดของบุคคลผู้นั้นตามแต่กรณี

ภาย ใต้กฎหมายสากลเกี่ยวกับเรื่องสัญชาติบัญญัติไว้ด้วยว่า “รัฐมีสิทธิที่จะไม่ทำการช่วยเหลือทางการทูตต่อบุคคลที่ถือสองสัญชาติและ บุคคลผู้นั้นอาศัยอยู่ในประเทศที่ตนมีสัญชาติอยู่”

ยกตัวอย่างเช่น คนอเมริกันที่ถือสัญชาติอังกฤษด้วย ก็จะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากกงสุลอังกฤษ เป็นต้น

ส่วน เรื่องการถือสองสัญชาตินั้น พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 แก้ไขโดย พ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ 2 และฉบับที่ 3) พ.ศ.2535 มิได้มีบทบัญญัติกำหนดเกี่ยวกับผู้มีสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นในขณะเดียวกัน ไว้โดยตรง

รวมทั้งไม่ได้มีบทบัญญัติกำหนดว่าให้ผู้ที่มีสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นในขณะเดียวกัน ต้องเสียสัญชาติไทย เพราะข้อเท็จจริงที่บุคคลนั้นมีสัญชาติอื่นอยู่ด้วย

ดังนั้น บุคคลนั้นสามารถถือสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นได้ในขณะเดียวกัน ส่วนบุคคลนั้นจะเสียอีกสัญชาติหนึ่งหรือไม่ประการใดก็ย่อมเป็นไปตามกฎหมาย สัญชาติของประเทศนั้นๆ

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s