Monthly Archives: April 2010

‘ณัฐวุฒิ’ แถลงขอโทษ หลังนปช.บุกรพ.จุฬาฯ ยันไม่ทำอีก

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 30 เมษายน 2553, 13:30 น.

Pic_80076 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

แกนนำกลุ่มนปช. แถลงเสียใจและขอโทษต่อทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเสื้อแดงบุกค้น รพ.จุฬาฯ ย้ำชัดจะไม่มีแกนนำและการ์ดเข้าไปในรพ.อีกต่อไป…

30 เม.ย. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช. กล่าวว่า ต้องขออภัยและขอโทษกับประชาชน และทุกหน่วยงาน รวมทั้งทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่นายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำกลุ่มนปช. นำมวลชนบุกเข้าไปค้นที่รพ.จุฬาลงกรณ์เมื่อวานนี้ โดยอ้างว่ามีการซ่องสุมกำลังของกำลังทหารและตำรวจ ซึ่งมีการกระทบกระทั่ง รวมไปถึงเกิดเหตุที่ไม่เหมาะสมแก่ผู้ที่กำลังปฎิบัติงานอยู่ภายในโรงพยาบาล ผู้ป่วย และญาติของผู้ป่วย โดยอ้างว่าขอให้ทุกฝ่ายเห็นใจในความรู้สึกและความปลอดภัยของกลุ่มนปช.เช่น เดียวกัน ทั้งนี้ขอยืนยันว่า จะไม่มีแกนนำและการ์ดนปช.เข้าไปภายในพื้นที่ของโรงพยาบาลอีก ทั้งนี้ หากตำรวจให้ความมั่นใจ และเข้ามาดูแลความปลอดภัยให้กับทั้งสองฝ่าย ทางนปช.ขอยืนยันจะไม่เข้าไปบุกรุกอีก

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า กลุ่มนปช.ได้มอบหมายให้นพ.เหวง โตจิราการ และนพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ติดต่อประสานงานกับทางรพ.จุฬาฯ เพื่อกระชับแนวทางปฎิบัติ และสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน และคิดว่าหลังจากที่มีการหารือกันจะทำให้บรรยากาศคลี่คลาย และเกิดความสงบได้ในที่สุด

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

บิ๊กจิ๋วแต่ง ทหาร บุกราบ11 โต้หาล้มสถาบัน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 30 เมษายน 2553, 14:38 น.

Pic_80096

“บิ๊กจิ๋ว” สับ ศอฉ. “ห่วย” กล่าวหามั่วจ้องล้มเบื้องสูง ฝากคู่หู “มาร์ค-เทือก” อย่าฆ่าประชาชน ก่อนยื่นหนังสือชี้แจงข้อหาล้มล้างสถาบัน “ศรชัย” เตือนสตินายทหารในกองทัพประจบนักการเมือง ไม่ให้เกียรติอดีต ผบ.ทบ…

ที่ ด้านหน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 30 เม.ย.  พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคเพื่อไทย ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศ พร้อมด้วย ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ พล.ต.ศรชัย มนตริวัต นายไพจิตร ศรีวรขาน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ นายพีระพันธุ์ ภารุสุข นายชวลิต วิชยสุทธิ์ และ พล.ท.เชวงศักดิ์ ทองฉลวย นายทหารคนสนิท ได้นั่งรถยนต์ตู้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ษฉ 50 กรุงเทพมหานคร มายัง ร.11 รอ. เพื่อขอเข้ารายงานตัวกับศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) หลังจาก ศอฉ.ออกมาระบุว่า พล.อ.ชวลิต เป็นหนึ่งในขบวนการจ้องล้มสถาบันเบื้องสูง แต่เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้า ร.11 รอ. ทางเจ้าหน้าที่ทหารไม่ยอมให้ พล.อ.ชวลิต เข้าไปรายงานตัวภายใน ร.11 รอ. ทั้งๆ ที่ทาง ศอฉ. ได้มีการจัดเตรียมสถานที่ไว้ที่กองบังคับการกองพันทหารราบที่ 1 ภายใน ร.11 รอ. โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. พร้อมด้วย พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพบก และ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รออยู่

ก่อนหน้านี้ทาง ศอฉ. ได้ประสานงานไปยัง พล.อ.ชวลิต ว่าการเดินทางเข้ามาภายใน ร.11 รอ. จะให้เข้ามาได้เพียง 2 คนเท่านั้น คือ พล.อ.ชวลิต กับ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ พ.อ.อภิวันท์ ไม่ได้เดินทางมาด้วย ทาง พล.อ.ชวลิต จึงได้มีการต่อไปยัง ศอฉ. ว่าจะให้คนอื่นเข้าแทน โดยเฉพาะคณะที่ติดตามมา แต่ทาง ศอฉ.ปฏิเสธว่า จะให้ พล.อ.ชวลิต เข้ามาเพียงคนเดียว ทำให้ ส.ส. และ ผู้ที่ติดตาม พล.อ.ชวลิต ตกลงกันว่าไม่อยากให้ พล.อ.ชวลิต เข้าไปเพียงคนเดียว จึงได้มีการยื่นเอกสารบรรจุไว้ในซองสีตาลหลายซอง ให้กับ พล.ต.จิรเดช สิทธิประณีต เลขานุการกองทัพบก และ นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มารับหนังสือที่บริเวณด้านหน้า ร.11 รอ. แทน

จากนั้น พล.อ.ชวลิต ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ศอฉ.ให้เพียงตัวเขาและนายทหารคนสนิทเท่านั้นเข้าไปใน ศอฉ. แต่ห้ามแกนนำพรรคเพื่อไทยเข้า ว่า ไม่เป็นไรเป็นกฎเกณฑ์ เราต้องเคารพกฎเกณฑ์ เมื่อถามว่า ศอฉ.ให้เหตุผลหรือไม่ทำไมไม่ให้คนอื่นเข้า พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ เขาต้องสกรีนต้องเข้าใจ ศอฉ. ด้วย เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่จะถูกโจมตีว่าเป็นเรื่องการเมือง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงว่าเรื่องนี้จะเป็นการสร้างภาพทางการเมือง เราไม่ได้มุ่งหวังอย่างนั้น แม้แต่น้อย และที่มาเพราะความห่วงใยกันทั้งนั้นทั้ง ส.ส.และ ส.ว. และกรรมการพรรคเพื่อไทยมาเพราะความห่วงใย ปรารถนาสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น แต่ไม่เป็นไรเพราะฝากเอกสารไปแล้ว

ทั้ง นี้ พล.อ.ชวลิต กล่าวตำหนิว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อกล่าวหามั่ว และห่วย เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรกองทัพปฏิบัติเช่นนี้ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรเลยกับน้องๆ เราเข้าใจ อยากฝากความปรารถนาดีไปยังผู้บัญชาการเหล่าทัพผู้บัญชาการทหารสูงสุดซึ่ง ท่านน่ารักมาก เมื่อถามว่า จะต่อสู้ข้อกล่าวหาล้มล้างสถาบันอย่างไร พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เราต่อสู้มาตลอดกับความไม่ถูกต้อง ต่อสู้กับการปกครองที่ไม่เป็นธรรม ต่อสู้เพื่อรักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งจะอยู่ได้ด้วยการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เมื่อถามว่า เอกสารที่ยื่นมีเนื้อหาชี้แจงเรื่องใดบ้าง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เป็นเอกสารที่รวมทุกอย่างสมบูรณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้จะตอบสังคมอย่างไรในข้อหาล้มล้างสถาบัน เพราะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เป็นไรเป็นกฎเกณฑ์ของเขา เมื่อถามว่า จะฟ้องร้องต่อ ศอฉ.หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เคยฟ้องร้องใครเลย แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยต้องฟ้องเป็นเรื่องธรรมดาเป็นสิทธิ์ ใครโดนแบบนี้คงต้องฟ้อง เรื่องนี้โดนบ่อย ไม่แค่นี้ โดนหลายเรื่อง แต่ส่วนตัวไม่อยากฟ้อง เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างไรบ้าง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เคยเลย เรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องที่ทุกอย่างเลยไปหมดแล้ว แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง เมื่อถามว่า จะเข้าไปเคลียร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ท่านเป็นผู้ใหญ่เป็นที่เคารพ และยังเป็นที่เคารพของตนเหมือนเดิม ท่านรู้ดี และตนก็รู้ดี รวมถึงครอบครัวและพวกเราทั้งหมด ในสายเลือดความเป็นทหารและผ่านการเอาบ้านเอาเมืองให้อยู่รอดมาด้วยกัน เรามีความเข้าใจดังนั้น ไม่ต้องห่วง ท่านไม่ได้มีความรู้สึกไม่ดีต่อตน ยิ่งตนคิดอย่างนั้นไม่ได้แล้ว แม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้

เมื่อถามว่า อยากบอกอะไรต่อนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ  พล.อ.ชวลิต กล่าวเสียงขึงขังว่า “อยากจะฝากบอกอย่าอย่างเดียวคืออย่าฆ่าประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนอย่างอื่นจะทำอะไรก็ทำ” เมื่อถามว่า ท่านจะเดินทางมาที่ ศอฉ.อีกเมื่อไร พล.อ.ชวลิต กล่าวติดตลกว่า “หากเป็นสมัยก่อนจะบอกว่ามาเมื่อชาติต้องการ”

ขณะ ที่ พล.ต.ศรชัย มนตริวัต ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ไม่ได้เดินทางเข้าไปในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ว่า การที่ ศอฉ.ไม่ให้คณะของ พล.อ.ชวลิต เข้าไปทั้งหมด ถือเป็นเรื่องไร้สาระ  พล.อ.ชวลิต ได้พูดคุยกับอดีตนายทหารหลายคน ว่า ศอฉ.เอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ในการประเมินว่า พล.อ.ชวลิต เป็นหนึ่งในขบวนการล้มสถาบันเบื้องสูง

“ศอฉ.เอาเหตุผลอะไรมาตัดสิน ใจว่า พล.อ.ชวลิต จะล้มสถาบันเบื้องสูง หรือเพียงแค่ พล.อ.ชวลิต ได้ทำหนังสือเพื่อขอกราบบังคมทูลเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายรายงานสถานการณ์บ้านเมือง พล.อ.ชวลิต ได้อธิบายไปหมดแล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังกันบ้าง ในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัยของ นายปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐบุรุษ ก็เคยทำในลักษณะดังกล่าว และได้ผลมาแล้ว ดังนั้น พล.อ.ชวลิต ก็อยากให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุขก็เลยทำแบบนี้บ้าง เพราะทุกคนก็หวังดีเพื่อให้ประเทศชาติเกิดความสงบสุข”

พล.ต.ศรชัย กล่าวด้วยว่า “วันนี้ ศอฉ. ทำไม่ถูกต้องเลือกปฏิบัติ ผมสงสารกองทัพ และ น้อง ๆ ที่อยู่ในกองทัพ ที่เอาใจนักการเมืองเกินไป เลยทำให้ลืมขนบธรรมเนียมประเพณีของกองทัพที่เคยปฏิบัติมาครั้งในอดีต พล.อ.ชวลิต เป็นอดีตถึงผู้บัญชาการทหารบก และอดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้นจะต้องให้ความเคารพกัน แต่วันนี้น้อง ๆ กองทัพ กลับมาทำกับ พล.อ.ชวลิต ในฐานะที่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูง”

พล.ต.ศรชัย กล่าวด้วยว่า เมื่อครั้ง พล.อ.ชวลิต อำลาชีวิตราชการ ทางกองทัพได้จัดพิธีสวนสนามที่ลานกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) อย่างสมเกียรติ โดย พล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ได้มีการนำนายทหารระดับนายพลมาประกอบพิธีสวนสนามซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรก ของกองทัพ และเป็นครั้งสุดท้ายที่มีนายพลมาสวนสนามให้ มาวันนี้ผ่านไป 20 กว่าปี น้อง ๆ กองทัพมาทำแบบนี้กับท่าน แต่ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะคงรู้ว่านี่คือกฎเกณฑ์ที่ ศอฉ.ได้วางเอาไว้ แต่วันนี้ทหารจะต้องมีวินัย และต้องให้เกียรติกับผู้บังคับบัญชาเสมอไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ทางการเมืองสั่งการอย่างไรก็ว่ากันไป แต่เรื่องแบบนี้ทหารทำกับผู้บังคับบัญชาแบบนี้ไม่ได้จะต้องให้เกียรติ อย่างน้อยต้องตั้งกองเกียรติยศให้ ไม่ใช่ฟังแต่นักการเมือง อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าว พล.อ.ชวลิต ไม่ได้มองว่าเป็นการหักหน้า เพราะไม่ได้เป็นผู้บังคับบัญชาแล้ว “แต่สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ก็การโยนข้อหาให้ พล.อ.ชวลิต ว่าจะล้มล้างสถาบัน มันทำกันได้อย่างไร “.

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

สร้างวิกฤติ ชาติระลอกใหม่

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย หมัดเหล็ก
  • 30 เมษายน 2553, 05:00 น.

การประกาศจัด ม็อบชนม็อบ ของภาครัฐบาล การประกาศสลายการชุมนุม อย่างชัดเจนของ ศอฉ. การออกมาสำทับว่า ความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมเป็นอันตรายร้ายแรงต่อประเทศในข้อหา ผู้ก่อการร้ายและล้มล้างสถาบัน เป็นยุทธวิธีที่ต้องย้อนไปในเหตุการณ์ 6 ตุลาและพฤษภาทมิฬ แต่เผอิญว่าผิดยุคผิดสมัยเพราะข้อมูลสื่อสารที่รวดเร็วในปัจจุบันและการ พัฒนาของระบอบประชาธิปไตยที่ถือว่าเป็นระบบสากล   ประเทศไทยจึงถูกจับจ้องจากชาวโลกอย่างไม่กะพริบตา

ไม่ใช่เฉพาะข้อมูล ที่ กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ รายงานในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ว่า สหประชาชาติเริ่มสนใจที่จะแทรกแซงปัญหาวิกฤติของประเทศไทยเท่านั้น

แต่ ข้อมูลเชิงลึก มีบุคคลสำคัญ ในระดับสากลหลายคนหลายองค์กรด้วยกันที่มีข้อมูลอยู่ในมือและพร้อมที่จะเข้า มาคลี่คลายวิกฤติในประเทศไทย รอระยะเวลาที่เหมาะสม จากข้อกังขาในเชิงของการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย ไปจนถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นเวลานี้

เมื่อใดก็ตามที่การต่อสู้เรียก ร้องของผู้ชุมนุม กลายเป็นสงคราม กลางเมือง ขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะมีองค์กรสากลสหประชาชาติขอเข้ามาตรวจสอบทันที

นึกถึงสภาพของ ประเทศไทยเวลานั้นคงไม่ต้องอธิบายอะไรกันให้เมื่อยตุ้ม   เท่าที่ได้ยินมามีผู้นำประเทศต่างๆทั้งในย่านนี้และยุโรปเริ่มจะซุบซิบนินทา การเมืองการปกครองในบ้านเรา เกรงว่าจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำลายความเชื่อมั่นในด้านของความมั่นคง และการลงทุนจะถูกมองว่าเป็นโซนอันตราย

เป็นประเทศโลกที่สาม

สุด ท้ายความขัดแย้งแตกแยกของคนไทย   การเกิดสงครามกลางเมืองในประเทศไทยก็จะเป็นวิกฤติความมั่นคงระลอกใหม่ ไม่แตกต่างจากความวิตกกังวลของการก่อการร้ายสากลเท่าไหร่นัก

เอาเถอะ อนาคตของประเทศไทยจะติดหล่มจมปลักอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง ที่สำคัญกว่าคือคนไทยจะอยู่กันอย่างไร ประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้งจะปฏิบัติิตัวอย่างไร

หรือจะให้ อยู่กันแบบตัวใครตัวมัน

ก็ไม่ต่างอะไรจากประเทศที่   ตกอยู่ในภาวะสงคราม   แต่นี่เป็นสงครามที่รัฐบาลรบกับประชาชน   หรือประชาชนส่วนหนึ่งรบกับประชาชนอีกส่วนหนึ่ง

หน้าต่างมีหูประตูมี ช่อง การที่ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ดี การที่รอง นายกฯสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ดี หรือแกนนำพรรคประชาธิปัตย์   พูดถึงผู้ชุมนุมในท่วงทำนองขึ้นมึงขึ้นกู

ส่อเจตนาชัดเจน

ผู้ ชุมนุมไม่ได้มีแค่พันคนหรือหมื่นคนหรือแสนคน จนบัดนี้ยังประเมินไม่ได้ว่ากำลังคนเสื้อแดงหรือคนที่เห็นด้วยกับแนวความคิด ของเสื้อแดง ที่ไม่พอใจกับการบริหารงานของรัฐบาล คนที่ไม่พอใจกับระบบสองมาตรฐาน ชาวไร่ชาวนาที่เดือดร้อนจากราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ   มีอยู่อีกเป็นจำนวนเท่าไหร่

จะรับมือไหวไหม.

หมัดเหล็ก

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

เสธ.แดงปักหลัก ราชประสงค์ฝึกการ์ดรอรับมือสลายม็อบ

Pic_80095

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล

เสธ.แดง ปักหลักราชประสงค์ ฝึกการ์ดแดง สั่งจับไอ้โม่งชุดดำ เพื่อยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง เป็นฝีมือของรัฐบาลทำเอง ชี้การต่อสู้ก้าวพ้นแกนนำ นปช.ไปแล้ว เชื่อ รพ.จุฬาฯมีทหารชัวร์..

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ ไทยรัฐออนไลน์ ระบุว่าขณะนี้กำลังเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยของกลุ่มคนเสื้อแดง (การ์ดเสื้อแดง) มาประชุมและฝึกให้รักษาความปลอดภัย เพราะแนวโน้มจะมีความรุนแรงและมีความเสี่ยงสูงที่จะมีหน่วยต่างๆ ทั้งทหาร หน่วยสอดแนมต่างๆ เข้ามาปะปนกับกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมที่จะทำร้ายหรือสลายการชุมนุมได้ตลอดเวลา ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยสำคัญอย่างยิ่ง พร้อมทั้งได้สั่งให้การ์ดทุกคนช่วยจับตัว หรือถ่ายรูปคนที่แต่งชุดดำปะทะ ถือปืนยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมและพวกทหาร เพราะรัฐบาลอ้างโดยตลอดว่าเป็นคนของกลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามายิงใส่ทหาร

“ผม มาที่นี่ ผมอยู่ราชประสงค์ทุกวัน มาตี 4  มาประจำการตลอด ผมไม่เคยรู้จัก ไม่เคยอยู่หลังคนพวกนี้ พวกนี้มันเป็นขบวนการของรัฐบาลชัดๆ ที่ออกมาถือปืน วิ่งไปวิ่งมา ล่อเป้า ฉะนั้นต้องจับมันให้ได้ ถ่ายรูปไว้ให้หมดแล้วเอามายืนยันว่าเป็นคนของใครกันแน่ ฝ่ายรัฐบาลเองก็เหมือนกันแน่จริงก็จับให้ได้ ที่ผ่านมาไม่เห็นเคยจับได้สักคน ได้แต่อ้างโน้นอ้างนี่ แสดงว่ามีส่วนรู้เห็น” พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

เมื่อถามว่าแสดงว่า แกนนำ นปช.ทุกคนยอมให้ เสธ.แดง เข้าร่วมการต่อสู้แล้ว พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า การต่อสู้ของคนเสื้อแดงวันนี้ การต่อสู้ของประชาชนก้าวพ้นคำว่า นปช. หรือแกนนำ นปช.ไปแล้ว เหมือนกรณี นปช.บอกว่าการต่อสู้ของตนข้ามพ้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ส่วนเรื่องที่คนเสื้อแดงบุกไปที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา และเชื่อว่าในโรงพยาบาลนั้นมีทหารประจำการอยู่แน่นอน ไม่เช่นนั้นไม่มีการพิรุธย้ายคนไข้ออกถึง 2 ตึก.

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

สถานการณ์ “เสื้อแดงชุมนุม” 30 เมษายน 2553

Pic_80003

ความเคลื่อนไหว รัฐบาล 30 เมษายน 2553

08.00 น. สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เตรียมเข้าประชุม ศอฉ. ประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. พร้อมต้อนรับพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่จะเดินทางมาพบ

09.30 น.  พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าเคลียร์ตึก สก.-ภปร. ภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ โดยได้มีการปิดประตูเข้าออก ห้ามบุคคลเข้าออก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการ เคลื่อนย้ายคนไข้ออกจากโรงพยาบาลจุฬาฯ ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอื่นใกล้เคียง

10.00 น. “สุเทพ เทือกสุบรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เผยความคืบหน้าในการติดตามจับกุมคนร้ายลอบยิงระเบิดอาร์พีจี ใส่ กระทรวงกลาโหม ที่มีข่าวว่ามีนายตำรวจยศใหญ่ 2 – 3 คนเข้ามาเกี่ยวข้อง ว่า เรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็จะชี้แจงเอง แย้มพยายามตั้งนานกว่าจะตามจับกันมาได้เหนื่อยแทบแย่

10.32 น. ดีเอสไอ จับมือยิง RPG ที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งขณะนี้ทหารกำลังสอบสวนข้อเท็จจริงอยู่ นอกจากนี้ยังสามารถจับกุม นายวิภาส รักสกุลไทย อายุ 37 ปี เครือข่าย นปช. จังหวัดระยอง เผยแพร่ข้อความบนเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ที่มีลักษณะไม่เหมาะสมเข้าข่ายเป็นความผิดต่อความมั่นคงแห่งรัฐ โดยมุ่งร้ายต่อสถาบัน ทั้งนี้ให้การว่า มีแนวคิดการเมืองเดียวกับกลุ่มเสื้อแดง พร้อมเตือนประชาชน หากพบข้อความไม่บังควร ไม่ควรส่งต่อ ชี้หากละเมิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี

11.20 น. ศอฉ. สั่งเจ้าหน้าที่เพิ่มกำลังดูแลรักษาความปลอดภัย โรงพยาบาลจุฬาฯ หลังกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง บุกเข้าตรวจค้นทหาร พร้อมระบุ รู้ตัวมือยิงอาร์พีจี ใส่กระทรวงกลาโหม เมื่อเดือนที่ผ่านมาแล้ว

12.00 น. “อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี แถลงมีจำเป็นต้องสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปตลาดไท พร้อมเสียใจกับเหตุการณ์ที่อนุสรณ์สถาน ย้ำ ศอฉ. มีนโยบายชัดเจนเด็ดขาด ว่าจะไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายไปชุมนุมที่ใด ส่วนกรณีที่รพ.จุฬาฯ นั้น รัฐบาลได้มีการติดต่อกันมาโดยตลอด ซึ่งทางรพ.จุฬาฯ เองไม่ต้องการให้ทหารเข้าไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ขอจัดการดูแลเอง เนื่องจากเกรงว่า จะถูกมองไม่เป็นกลาง ซึ่งนายกฯ ยืนยัน ไม่เพิกเฉยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ลั่นดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดที่บุกรุกเข้าไปในรพ.จุฬาฯ

12.56 น. กลุ่ม 40 ส.ว. ระดมกลุ่มเครือข่ายเสวนา จี้ รัฐบาลเร่งปราบเสื้อแดง “รสนา โตสิตระกูล” ส.ว.กทม. และประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล ชี้ มีคนเขียนสคริปตอนจบไว้แล้ว “หมอตุลย์ สุทธิสมวงศ์” เย้ยหยันเสื้อแดงเป็นเต่า จ้องหากระดองทักษิณหุ้มตัว “เกริก” ซัดตำรวจ – ทหารระบอบทักษิณเกียร์ว่าง ทำชาติพัง

13.16 น. “กรณ์ จาติกวณิช” รัฐมนตรีว่าการะทรวงการคลัง เดินให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ -ทหาร ตั้งแต่โรงแรมดุสิตธานี ถึงธนาคารกรุงเทพฯ สำนักงานใหญ่ พร้อมนำเสื้อยืดและถุงเท้าสีขาว มอบให้เจ้าหน้าที่ 2,000 ชุด

14.10 น. พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน พร้อมที่จะดำเนินคดีกับนายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำนปช.ที่นำมวลชนบุกรุกเข้า รพ.จุฬาฯ ซึ่งสามารถดำเนินคดีได้ทั้งทางอาญา และคดีฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน

14.55 น. “สุเทพ เทือกสุบรรณ” รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง บอกเสียดายที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เดินทางมาเพียงแค่ด้านหน้ากรมทหารราบที่ 11 โดยไม่ได้เข้ามาพบกับตน เพราะตนได้เตรียมจัดห้องรองรับ และเตรียมเอกสารชี้แจงกรณีมีชื่อ พล.อ.ชวลิต เกี่ยวข้อง ส่วนอนาคตจะเรียก พล.อ.ชวลิต เข้าชี้แจงอีกหรือไม่ อยู่ที่เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามหลักฐาน

15.28 น. “เทพไท เสนพงศ์” โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลง ประณามแดงบุกโรงพยาบาลจุฬาฯ ชี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ซัดการกระทำของคนเสื้อแดง จะทำให้คนป่วยต้องเสียโอกาสและเสียชีวิตกี่คน เรียกร้องแกนนำ นปช. ออกมาแสดงความรับผิดชอบ จวกพฤติกรรมไม่ต่างจากก๊อดอาร์มี่ ที่บุกยึดโรงพยาบาลราชบุรี

16.10 น. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล ฝากเตือนไปยังผู้ปกครองและนายจ้าง กวดขันลูกหลานและลูกจ้าง ให้เฝ้าระวังการนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ มาร่วมการชุมนุม หรือกระทำผิดกับกลุ่ม นปช. ทุกกรณี ชี้ ไม่เฉพาะสูญเสียอนาคตเท่านั้น แต่มีแนวโน้มสูงที่จะสูญเสียทรัพย์สินด้วย

17.02 น. พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ควบคุมตัวนายวิภาส รักสกุลไทย ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. – 11 พ.ค. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก รวมทั้งพยานผู้เชี่ยวชาญและรอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา พร้อมคัดค้านการประกันผู้ต้องหา เนื่องจากเกรงว่า หากปล่อยไปจะยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

17.36 น. “กรณ์ จาติกวณิช” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง โวยม็อบเสื้อแดง ส่งให้เศรษฐกิจประเทศทรุด 0.5% ของจีดีพี และหากยืดเยื้ออาจทรุดถึง 2% เผย กระทรวงแรงงาน เตรียมเยียวยาผู้ตกงานจากม็อบ เดือนละ 7.5 พันบาท เป็นเวลา 6 เดือน

18.10 น. “พรทิวา นาคาศัย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เทงบ 410 ล้านบาท ปลุกเศรษฐกิจไทยใหม่ ปิดราชประสงค์ จัดงานไทยแลนด์ แฟชั่น เอ็กซ์โป ทู บี นัมเบอร์ วัน ฟื้นฟูย่านแฟชั่นการค้า เตรียมฟื้นโครงการ “เรนโบว์ โปรเจกต์” สร้างงาน สร้างอาชีพ ช่วยแรงงานถูกปลดจากพิษม็อบแดง

18.40 น. “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข วอนผู้ชุมนุมอย่าขัดขวาง หรือสกัดกั้นการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะการสกัดรถพยาบาล ชี้การตรวจค้นรพ.จุฬาฯ เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก เพราะจะทำให้เกิดปัญหาในการปฎิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วย ทั้งผู้ป่วยปกติและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุชุมนุม

ความเคลื่อนไหวเสื้อแดง 30 เมษายน 2553

07.00 น. การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์ ยังมีการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง บรรดาผู้ชุมุนมเริ่มคึกคักมากขึ้น

09.00 น. แกนนำ นปช. เตรียมแถลงข่าว เวลา 10.00 น. กรณีนายพายัพ ปั้นเกตุ หนึ่งในแกนนำ นปช. พากลุ่มนปช.บางส่วนบุกค้นรพ.จุฬาลงกรณ์เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา

09.40 น. “นพ.เหวง โตจิราการ” แกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวขอโทษกรณีที่นายพายัพ ปั้นเกตุ และกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง บุกเข้าตรวจค้นรพ.จุฬาฯ ชี้ ไม่ตั้งใจแต่ควบคุมมวลชนไม่อยู่ เพราะไม่มีเครื่องขยายเสียง ยอมรับ เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ

10.00 น. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย แต่งชุดทหารเดินทางไปกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดยได้ยื่นเอกสารบริเวณหน้ากรมทหาร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปภายใน ศอฉ. ขณะที่ พล.อ.ชวลิต ไม่ติดใจกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าด้านใน นอกจากนี้ยังกล่าวยืนยันว่า ไม่เคยติดต่อกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุยังให้ความเคารพ พล.อ.เปรม เหมือนเดิม ทั้งนี้ยังฝากให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี อย่าใช้กำลังทหารกระทำเกินความจำเป็น

10.45 น. “สุภรณ์ อัตถาวงศ์” แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เผย วันนี้มติที่ประชุมของแกนนำกลุ่ม นปช. ไม่มีแนวทางเคลื่อนขบวนนำผู้ชุมนุม ไปตรวจค้นที่รพ.จุฬาลงกรณ์อีกแล้ว แต่อาจจะมีการไปพูดคุย เพื่อขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

11.26 น. กลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่น เปิดเวทีปราศรัยด้านหน้ามณฑลทหารบกที่ 23 และเข้ายื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 เพื่อให้รัฐบาลทบทวนมาตรการสลายการชุมนุม พร้อมเรียกร้องนายทหารระดับสูง ทบทวนการจัดส่งกำลังพลเข้าไปสมทบที่กรุงเทพฯ ก่อนที่ผู้ชุมนุมทั้งหมด จะเคลื่อนขบวนไปที่สถานีโทรทัศน์ NBT จังหวัดขอนแก่น เพื่อขัดขวางการดำเนินรายการ “ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า” ที่มีการถ่ายทอดทั่วประเทศ

12.00 น. “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำกลุ่ม นปช. แถลงเสียใจ พร้อมขอโทษทุกฝ่าย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเสื้อแดงบุกค้น รพ.จุฬาฯ ย้ำชัดจะไม่มีแกนนำและการ์ด เข้าไปภายในรพ.อีกต่อไป

12.44 น. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เผย ปักหลักราชประสงค์ แย้ม ขณะนี้กำลังเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยของกลุ่มคนเสื้อแดง ทำการประชุมและฝึก ป้องกันสลายการชุมนุมได้ตลอดเวลา สั่งการ์ดจับไอ้โม่งชุดดำ ชี้ประชาชนสู้ ก้าวพ้นแกนนำ นปช.ไปแล้ว

13.05 น. “ขวัญชัย ไพรพนา” แกนนำ นปช. ปูด ศอฉ. มีแผนลอบสังหารตน เพื่อหวังให้คน อุดรธานี เดินทางกลับบ้าน ลั่นไม่กลัว เตรียมระดมคนเพิ่มอีก 5,000 คน เพื่อปักหลักชุมนุมยืดเยื้อต่ออีก 1 เดือน

13.30 น. “คารม พลทะกลาง” ทนายความแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เตรียมเข้าแจ้งความต่อกองปราบฯ  ฟ้องนายกรัฐมนตรี และโฆษกศอฉ. ข้อหาหมิ่นประมาท กรณีกล่าวหามีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสถาบัน

14.23 น. แกนนำเสื้อแดง เปิดพื้นที่บริเวณทางเข้าออกด้านหน้าโรงพยาบาลจุฬาฯ ฝั่งสยามพารากอน พร้อมเตรียมพิจารณาเปิดหน้ารร.มาแตร์เดอี โดยบอกไม่ใช่เป็นการแก้เกม แต่ต้องการอำนวยความสะดวก

14.38 น. “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรับมนตรี ทวิตบอก เหตุที่ไม่ได้ทวิตมาหลายวัน  เนื่องจากต้องเดินทางตลอด โดยเดินทางมาจากมอส โควถึงอูกานดาเมื่อคืนนี้ พร้อมระบุติดตามความเคลื่อนไหวของพี่น้อง เสื้อแดงตลอด  และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องนัก ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรมทุกคน

15.06 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงขอนแก่น ฮือปิดถนนทางออกสนามบิน เพื่อขัดขวาง นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เดินทางเข้าในพื้นที่เพื่อร่วมปราศรัยกับกลุ่มคนเสื้อหลากสี ทำให้ นพ.ตุลย์ ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที ส่วนเสื้อแดงอุบลราชธานี รอเก้อ เนื่องจาก นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ได้เดินทางมาเปิดงานตามกำหนดการ

15.46 น. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เสนอตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล แก้ปัญหาความขัดแย้ง ย้ำรัฐบาลต้องยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน แล้วค่อยสร้างรัฐบาลมืออาชีพ สร้างประชาธิปไตยให้ได้ เชื่อรัฐบาลจากประชาชน เพื่อประชาชน และโดยประชาชน

16.30 น. “จตุพร พรหมพันธุ์” แกนนำ นปช. แย้มในช่วงเย็นนี้ องค์กรเฝ้าระวังด้านสิทธิมนุษยชน หรือ ฮิวแมนไรท์วอทช์  (Human Right Watch) จะเดินทางมาพบกับแกนนำกลุ่ม นปช. ที่บริเวณเวทีราชประสงค์

17.05 น. “ซูฮัก จั๊ก ม่า” ประธาน องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ลงพื้นที่ตรวจสอบการชุมนุมของ นปช. และคนเสื้อแดง บริเวณแยกราชประสงค์เพื่อหาข้อมูลการละเมิดสิทธิฯ ตามที่มีการร้องเรียน ขณะที่ น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.  ให้การต้อนรับและชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมทั้งพาตรวจเยี่ยมผู้ชุมนุม

17.46 น. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ คณะทำงานศูนย์ช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยประชาชน พรรคเพื่อไทย แถลงโต้กรณีสถานีโทรทัศน์อัลจาซีราของกาตาร์ แพร่ภาพเหตุการณ์ที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ว่า มีชายใส่หมวกไอ้โม่งพกอาวุธมากับคนเสื้อแดง โดยนำภาพถ่ายชายคนหนึ่ง อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ที่อาจปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม

18.05 น. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก สั่งผู้ชุมนุม ขนยางรถ – ไม้ไผ่ ปิดทางเข้า หน้ารพ.จุฬาฯ เด็ดขาด หลังรื้อบังเกอร์ออกไปเพียง 2 ชั่วโมง อ้างกลัวรัฐบาลเข้าสลายการชุมนุม

18.42 น. “อดิศร เพียงเกษ” ขึ้นเวทีปราศรัยที่ราชประสงค์ วิจารณ์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กรณีให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบีบีซี ต่อผู้ชุมนุมเป็นภาษาลาว พร้อมปลุกเร้าผู้ชุมนุม ขอให้ทุกคนร่วมต่อสู้ด้วยกันต่อไป เพื่อร่วมรับชัยชนะด้วยกัน

ความเคลื่อนไหวทั่วไป 30 เมษายน 2553

07.30 น. กระทรวงการต่างประเทศ และการค้าของนิวซีแลนด์ แถลงเตือนชาวนิวซีแลนด์  ให้เลี่ยงเดินทางมายังประเทศไทยถ้าไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เพราะมีความเสี่ยงสูงเรื่องความปลอดภัยในประเทศไทย เนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่ไม่มีความแน่นอน ความไม่สงบที่มีต่อพลเมือง และภัยคุกคามจากการก่อการร้าย

07.50 น. รพ.จุฬาลงกรณ์ สั่งย้ายผู้ป่วยเพิ่มเติม ไปยังรพ.ศิริราช เพื่อความปลอดภัย หลังจากถูกกลุ่ม นปช. บุกค้นเมื่อคืนที่ผ่านมา

09.10 น. ศูนย์เอราวัณกรุงเทพมหานคร เผย ยอดผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะ ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง ยังเหลือพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก 13 ราย และเสียชีวิต 1 รายเช่นเดิม

09.32 น. ศ.นพ.สมศักดิ์ โลห์เลขา เลขาธิการแพทยสภา ระบุ โรงพยาบาลควรเป็นเขตที่เป็นกลาง ไม่ควรมีการเมืองเข้ามายุ่ง เพราะแพทย์ต้องให้การรักษากับทุกฝ่ายที่เข้ามา โดยไม่มีการแบ่งข้าง ซึ่งเราพยายามไม่ให้เกิดการต่อสู้กันในโรงพยาบาล เพราะทั่วโลกไม่มีใครทำกัน แต่วันนี้ทั่วโลกเสียความรู้สึก เกิดความหวาดระแวง ทั้งนี้เราพยายามจะสื่อว่า การบุกมาโรงพยาบาล เป็นการกระทำไม่เหมาะสม

10.32 น. กลุ่มเฟซบุ๊ก เดินทางรวมตัวหน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อร่วมแสดงพลังและให้กำลังใจ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐนตรี พร้อมทั้งมอบดอกไม้ให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจดูแลรักษาความปลอดภัยเข้ม

11.06 น. แพทย์นิติเวชจาก 7 สถาบัน 12 คน ชันสูตรศพ พลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาละ ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะกัน ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ประกอบด้วย โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ สถาบันนิติเวช และสถาบันพยาธิวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และตัวแทนจากกระทรวงยุติธรรม ร่วมกันชันสูตรศพโดยจะดูจากลักษณะศพ กระสุนที่ทำให้เสียชีวิต และสาเหตุของการเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเที่ยงวันนี้ จากนั้นคณะกรรมการชันสูตรจะประชุมสรุปผลและจะแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันนี้

12.57 น. ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ แถลงจุดยืนการดำเนินการของโรงพยาบาล ยึดหลักกาชาดสากล โดยไม่ฝักฝ่ายใด ไม่เลือกปฏิบัติกับคนเจ็บ ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลไม่ได้มีการร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ เข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยภายใน ยืนยัน ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ – ทหารซ่อนตัวอยู่ภายในโรงพยาบาล พร้อมขอโทษผู้ป่วยและญาติ ที่ไม่สามารถให้บริการทางการแพทย์ได้

13.20 น. คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เห็นสมควรที่จะทูลเชิญ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งประทับรักษาพระองค์อยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ให้มาประทับรักษาพระองค์ ณ ตึก 84 ปี โรงพยาบาลศิริราช

14.15 น. นายสุรเกียรติ ลิ้มเจริญ ผู้อำนวยการเขตบางรัก ระบุ โรงเรียนวัดหัวลำโพง สังกัดกรุงเทพมหานคร ย่านสีลม จำเป็นต้องเลื่อนเปิดเทอม ไปอีกหนึ่งสัปดาห์ จากเดิมวันที่ 17 พ.ค. เนื่องจาการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ยืดเยื้อ

15.23 น. แพทย์แถลงผลผ่าชันสูตรศพ พลทหาร ณรงค์ฤทธิ์ สาระ ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะ ที่หน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ โดยระบุว่าถูกปืนแรงดันสูงยิงจากระยะไกล มีวิถีจากซ้ายไปขวา แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นปืนชนิดใด

16.30 น. เครือข่ายผู้ป่วย ร่วมกันออกแถลงการณ์ ประณามการกระทำของนปช. ที่บุกค้นรพ.จุฬาฯ ว่าเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ยอมรับไม่ได้ ซึ่งขัดและละเมิดสิทธิผู้ป่วย ละเมิดสิทธิผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป โดยขอให้แกนนำหยุดอ้างว่า พฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่มติของแกนนำ จึงไม่ยอมรับผิดชอ

17.20 น. คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล รพ.จุฬาลงกรณ์ และมติคณะสงฆ์ เห็นควรให้สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทับรักษาพระองค์ที่ รพ.จุฬาฯ ต่อ เนื่องจากทางเห็นว่าทาง รพ.จุฬาฯ ยังสามารถถวายการดูแลรักษาพระอาการได้เป็นอย่างดี

18.13 น. “สุรพล เศวตเศรนี” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผย เตรียมปรับกลยุทธ์ด้านการตลาด เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงค่อนข้างมาก ชี้ ติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิด ปรับแผนระยะสั้นเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรง พร้อมทำประชาสัมพันธ์ควบคู่

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

องค์กรสิทธิฯ ต่างชาติไปราชประสงค์ประณามรัฐใช้ความรุนแรง

Pic_80127

ประธานองค์กรสิทธิมนุษยชนประจำภูมิภาคเอเชียลงพื้นที่ ชุมนุมราชประสงค์หาข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย พร้อมประณามรัฐบาลสลายการชุมนุม…

ต่างชาติยังติดตามสถานการณ์การ เมืองไทยอย่างเกาะติดโดยเมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 30 เม.ย. นายซูฮัก จัก ม่า ประธานองค์กรสิทธิมนุษยชนประจำภูมิภาคเอเชีย พร้อมคณะทำงานไปที่บริเวณราชประสงค์ดูการชุมนุม  และพบกับนายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.เพื่อหาข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย พร้อมออกแถลงการณ์ประณามการสลายการชุมนุมของรัฐบาลเมื่อวันที่ 10 เม.ย. เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เนื่องจากมีการใช้อาวุธทำร้ายผู้ชุมนุมทั้งที่ผู้ชุมนุมไม่มีท่าทีเป็น อันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ  ขณะเดียวกันได้ปิดกั้นการนำเสนอข่าวสารของฝ่ายตรงข้าม   จึงขอเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการร่วมในระดับรัฐสภาเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นและยกเลิกการปิดกั้นการนำเสนอข่าวสารของกลุ่ม นปช. และเสนอแนะให้ทั้งสองฝ่ายเปิดการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

การ์ตูน เซีย 30/04/53

Pic_79932

การ์ตูน เซีย 30/04/53

ไทยรัฐออนไลน์

Leave a comment

Filed under Uncategorized

องค์กรสิทธิฯ ต่างชาติไปราชประสงค์ประณามรัฐใช้ความรุนแรง

Pic_80127

ประธานองค์กรสิทธิมนุษยชนประจำภูมิภาคเอเชียลงพื้นที่ ชุมนุมราชประสงค์หาข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย พร้อมประณามรัฐบาลสลายการชุมนุม…

ต่างชาติยังติดตามสถานการณ์การ เมืองไทยอย่างเกาะติดโดยเมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 30 เม.ย. นายซูฮัก จัก ม่า ประธานองค์กรสิทธิมนุษยชนประจำภูมิภาคเอเชีย พร้อมคณะทำงานไปที่บริเวณราชประสงค์ดูการชุมนุม  และพบกับนายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.เพื่อหาข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย พร้อมออกแถลงการณ์ประณามการสลายการชุมนุมของรัฐบาลเมื่อวันที่ 10 เม.ย. เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เนื่องจากมีการใช้อาวุธทำร้ายผู้ชุมนุมทั้งที่ผู้ชุมนุมไม่มีท่าทีเป็น อันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ  ขณะเดียวกันได้ปิดกั้นการนำเสนอข่าวสารของฝ่ายตรงข้าม   จึงขอเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการร่วมในระดับรัฐสภาเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นและยกเลิกการปิดกั้นการนำเสนอข่าวสารของกลุ่ม นปช. และเสนอแนะให้ทั้งสองฝ่ายเปิดการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

“จิ๋ว”ยื้อไม่เข้าถ้ำเสือราบ11 แค่ยื่นหนังสือ สับศอฉ.ห่วยตั้งข้อหาล้มเจ้า เลขาฯทบ.อ้างไม่เข้ามาเอง

วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 12:34:49 น. มติชนออนไลน์

“จิ๋ว”เปลี่ยนแผนไม่เข้าถ้ำเสือราบ11 สับ ศอฉ.“ห่วย” ตั้งข้อหาล้มเจ้า แต่ยันไม่ฟ้อง ศอฉ. ส่วนตัว ปล่อยให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการ ฝาก “มาร์ค-เทือก” อย่าฆ่าประชาชน “เลขานุการทบ.” อ้าง “จิ๋ว” แจ้งเองมากันเยอะเกรงใจ เปลี่ยนแผนไม่เข้าพบศอฉ. ขอแค่ยื่นหนังสือ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.45 น. ที่กรมทหาราบที่ 11 รักษารพระองค์ (ร.11 รอ.) พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย (พท.) พล.ท.เชวงศักดิ์ ทองฉลวย นายทหารคนสนิท พล.ต.พิเชษฐ์ อัษฎานุวัตน์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก  แต่งการด้วยชุดทหารเต็มยศ และพล.ต.ศรชัย มนตรีวัต ส.ส.สัดส่วน เดินทางด้วยรถโตโยต้าเอาท์คาดสีดำ ทะเบียน ษฉ. 50  เดินทางมายัง ร.11 รอ.พท. พร้อมด้วยบรรดาส.ส.พรรคพท.ประกอบด้วย นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร นายไพจิตร ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพท. เพื่อยื่นหนังสือถึงกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยมีหนังสือประมาณ 4 – 5 ซอง หนังสือบางส่วนระบุถึงประวัติการทำงานของพล.อ.ชวลิต มายื่นให้กับพล.ต.จิรเดช สิทธิประณีต เลขานุการกองทัพบก นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งเป็นตัวแทนออกมารับหนังสือ
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ. พล.อ.วิโรจน์ บัวจรูญ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รอต้อนรับพล.อ.ชวลิตที่อาคารอิงคยุทธบริหาร กองบังคับการกองพันทหารราบที่ 1 ร.11 รอ. ซึ่งได้จัดเตรียมอาคารดังกล่าวเพื่อใช้เป็นที่หารือตั้งแต่เมื่อค่ำวันที่ 29 เมษายน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ทาง ศอฉ. ได้ประสานงานไปยัง พล.อ.ชวลิต ว่าการเดินทางเข้ามาภายใน ร.11 รอ. จะให้เข้ามาได้เพียง 2 คนเท่านั้น คือ พล.อ.ชวลิต และพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ พ.อ.อภิวันท์ ไม่ได้เดินทางมาด้วย ทาง พล.อ.ชวลิต จึงได้มีการต่อไปยัง ศอฉ. เพื่อจะให้คนอื่นเข้าแทน โดยเฉพาะคณะที่ติดตามมา แต่ทาง ศอฉ.ปฏิเสธว่า จะให้ พล.อ.ชวลิต เข้ามาเพียงคนเดียว ทำให้ส.ส.และผู้ที่ติดตาม พล.อ.ชวลิต ตกลงกันว่าไม่อยากให้ พล.อ.ชวลิต เข้าไปเพียงคนเดียว จึงได้มีการยืนเอกสารบรรจุไว้ในซองสีตาลหลายซอง ให้กับ พล.ต.จิรเดช สิทธิประณีต เลขานุการกองทัพบก และนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มารับหนังสือที่บริเวณด้านหน้า ร.11 รอ. แทน

ทั้งนี้พล.ต.จิรเดช  สิทธิประณีต เลขานุการกองทัพบก กล่าวว่า เราได้ให้เขาเข้ามาแล้วแต่เขาไม่เข้าเอง ซึ่งก่อนหน้านี้พล.อ.ชวลิต ได้โทรศัพท์มาบอกล่วงหน้าก่อนที่จะเดินทางมาถึงร.11 รอ. ว่า ท่านเปลี่ยนแผนท่านจะเดินทางมายื่นหนังสือเฉยๆ เมื่อถามว่า พล.อ.ชวลิตให้เหตุผลหรือไม่ว่าเปลี่ยนแผนเพราะอะไร พล.ต.จิรเดช กล่าวว่า ท่านมากันเยอะเห็นมากันหลายคนก็เกรงใจทางนี้ เมื่อมาถึงท่านก็ได้มายื่นเอกสารเป็นซองสีน้ำตาลจำนวนหลายซองหนา ซึ่งนายถวิล ได้มารับไปเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนั้น พล.อ.ชวลิต ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ศอฉ.ให้เพียง พล.อ.ชวลิตและนายทหารคนสนิทเท่านั้นเข้าไปใน ศอฉ. แต่ห้ามแกนนำพรรคเพื่อไทยเข้า ว่าไม่เป็นไรเป็นกฎเกณฑ์ เราต้องเคารพกฎเกณฑ์ เมื่อถามว่า ศอฉ.ให้เหตุผลหรือไม่ทำไมไม่ให้คนอื่นเข้า พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติเขาต้องสกรีนต้องเข้าใจศอฉ ด้วย

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่จะถูกโจมตีว่าเป็นเรื่องการเมือง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงว่าเรื่องนี้จะเป็นการสร้างภาพทางการเมือง เราไม่ได้มุ่งหวังอย่างนั้น แม้แต่น้อยและที่มาเพราะความห่วงใยกันทั้งนั้น ส.ส. ส.ว. และกรรมการพรรคเพื่อไทยมาเพราะความห่วงใย ปรารถนาสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น แต่ไม่เป็นไรเพราะฝากเอกสารไปแล้ว เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรกองทัพปฏิบัติเช่นนี้ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรเลยกับน้องๆ เราเข้าใจ อยากฝากความปรารถนาดีไปยังผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งท่านน่ารักมาก

เมื่อถามว่า จะดำเนินการอย่างไรก็ข้อหาล้มล้างสถาบันที่ศอฉ.เป็นคนตั้งข้อกล่าวหา พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า “เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อกล่าวหามั่วและห่วย” เมื่อถามว่า จะต่อสู้ข้อกล่าวหาล้มล้างสถาบันอย่างไร พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า “เราต่อสู้มาตลอดกับความไม่ถูกต้อง ต่อสู้กับการปกครองที่ไม่เป็นธรรม ต่อสู้เพื่อรักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งจะอยู่ได้ด้วยการปกครองในระบอบประชาธิปไตย”

เมื่อถามว่า เอกสารที่ยื่นมีเนื้อหาชี้แจงเรื่องใดบ้าง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เป็นเอกสารที่รวมทุกอย่างสมบูรณ์ เมื่อถามว่า กรณีนี้จะตอบสังคมอย่างไรในข้อหาล้มล้างสถาบัน เพราะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตนายทหารใหญ่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เป็นไรเป็นกฎเกณฑ์ของเขา เมื่อถามว่า จะฟ้องร้องต่อศอฉ.หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า “ไม่เคยฟ้องร้องใครเลย แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยต้องฟ้องเป็นเรื่องธรรมดาเป็นสิทธิใครโดนแบบนี้คง ต้องฟ้อง เรื่องนี้โดนบ่อย ไม่แค่นี้ โดนหลายเรื่อง แต่ส่วนตัวไม่อยากฟ้อง”

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

เหวงขอโทษเสื้อแดงป่วนร.พ.จุฬาฯรับ ปากไม่ทำอีก

วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 11:21 น. ข่าวสดออนไลน์


เมื่อวันที่ 30 เม.ย. น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ออกมาขอโทษต่อ เหตุการณ์ที่นายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำ นปช. พร้อมทีมการ์ดเข้าตรวจค้นโรงพยาบาลจุฬาฯ เมื่อคืนนี้ โดยยืนยันว่าไม่ใช่มติของแกนนำ และเป็นการกระทำไม่เหมาะสม พร้อมทั้งระบุว่าจะไม่มีการเข้าไปตรวจค้นภายในโรงพยาบาล และขณะนี้ได้ออกคำสั่งห้ามเสื้อแดงที่ไม่ได้เจ็บป่วยเข้าไปในพื้นที่ของโรง พยาบาลจุฬาฯ อย่างเด็ดขาด รวมถึงสถานที่ราชการอื่น ๆ ด้วย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์วันนี้ปิดให้บริการผู้ป่วยนอก แต่ยังคงมีประชาชนเดินทางมารักษา เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจึงได้จัดทำตารางเวลานัด เพื่อเข้ารับการตรวจ และนัดให้ไปตรวจยังโรงพยาบาลอื่น ในกรณีผู้ป่วยที่ไม่ต้องพักรักษาตัว และไม่มีอาการบาดเจ็บมากนัก ส่วนผู้ป่วยหนักแพทย์จะรักษาให้ โดยจะให้บริการในบริเวณอาคารที่ปลอดภัย


ทั้งนี้ในเวลา 11.30 น. นายแพทย์แผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย จะเปิดแถลงข่าว ณ อาคารเทิดพระเกียรติ ชั้น 9 สภากาชาดไทย พร้อมกันนั้น แพทย์สภาจะมีการประชุม 3 สภาวิชาชีพในช่วงบ่ายวันนี้

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

ลิ้งค์ข่าวการเมือง จากมติชน วันที่ 29-30 เมษายน พ.ศ. 2553

ฝ่ายก ม.ปชป.ศึกษาข้อหายุบพรรค 8 พันหน้า ก่อนขอขยายเวลาแจงศาลรธน.หรือไม่ ชี้ไม่จำเป็นต้องตั้งพรรคสำรอง

กุนซือปชป.ขอศึกษาข้อหาก่อน ขอขยายเวลาชี้แจงต่อศาล รธน.หรือไม่ เชื่อใช้เวลาอีกนาน ปัดตั้งพรรคสำรอง นักวิชาการชี้อาจเจอบรรทัดฐานเหมือน ทรท. และหากผิดต่อเนื่อง กก.บห.อาจถูกแขวน 5 ปีทั้งชุด”บัญญัติ-อภิสิทธิ์”

บิ๊ก พท.ค้านยื่นซักฟอก เปลี่ยนแผนใช้เวทีโลกบีบรบ.ปมละเมิดสิทธิมนุษยชน หวั่นอภิปรายเข้าทางพวกมากลากไป
ปชป.-พท.ซัด กันนัวในสภาฯ ยกปมแดงปะทะทหาร 3ครั้งซ้อน “อภิวันท์”ไกล่เกลี่ยเเร่งปิดไมค์
นายกฯ เลื่อนตอบกระทู้สดรอบ2 อ้างสถานการณ์ไม่ปกติ
“จตุ พร”ขู่เกิด”สงครามการเมือง”ถ้าสั่งฆ่าปชช.อีก อ้าง”มาร์ค”ทุ่ม28ล้านทำคดีก่อการร้ายป้ายสีม็อบแดง

แกนนำแดงอ้าง”มา ร์ค”อนุมัติ28ล้านงบทำคดีก่อการร้าย จวกหวังสร้างพยานเท็จ ขู่สั่งฆ่าปชช.อีกเกิดสงครามการเมืองตัวใครตัวมันแน่ เตือนนายกฯเดินถนนไม่ได้ ขอบคุณพท.ไม่ยื่นซักฟอกรบ.มือเปื้อนเลือด

“สุ เทพ”ส่งสัญญาณ”สลายม็อบแดง” บอกปล่อยอีกไม่นาน
ศาล ตัดสินจำคุก2เดือนไม่รอลงอาญา”7เสื้อแดง” ป่วนหน้าอนุสรณ์สถาน ญาติหอบคนละ4หมื่นประักันตัว
“แม้ว”สาย ตรงจาก”รัสเชีย”ห่วงแดงพาคนไปตาย หวั่นซ้ำรอยปะทะวิภาวดี “จตุพร”ปัด”ทักษิณ”บินตรวจสุขภาพ
พท.ลง มติ”ไม่ยื่น”ซักฟอก”มาร์ค” ชี้รบ.มือเปื้อนเลือดขัดนิติธรรมนิติรัฐ ส.ส.จวกไม่ควรค่าสภาอภิปราย
เสธ.แดง โผล่ม็อบ คาดทหารถูก”สไนเปอร์”จากพวกเดียวกัน ป้อง”ขวัญชัย”ต้องหลบ หวั่นไร้แกนนำไม่ถือหนีทัพ
ยกฟ้อง “ชัยวัฒน์ พสกภักดี” อดีต ผอ.กองสลากไม่เชื่อมโยง”แก๊งล็อกหวย”

ยกฟ้อง “ชัยวัฒน์ พสกภักดี” อดีต ผอ.กองสลาก กับหัวหน้าสำนักงานสลากฯ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ รู้เห็น ล็อกหวยรัฐบาล งวด 1 มิ.ย.44 ศาลชี้ไม่มีส่วนเชื่อมโยง “แก๊งล็อกหวย”

“ทักษิณ”โชว์ รูป Facebook กลบข่าวลืออีก ล่าสุด โผล่มอสโก 27เม.ย.

ภาพ : “ทักษิณ”ที่มอสโก รูปเก่ากับลูกๆ

นปช.โชว์ คลิป”สปิงนิวส์”อ้างชาวบ้านตะโกนจาก”โทลล์เวย์” ยัน”ทหาร”ยิงกันเอง
“สา ทิตย์”ระบุรัฐจะไม่ยอมให้เสื้อแดงเคลื่อนไปช่อง 11 แกนนำโผล่มาจับแน่
วิปวุฒิ มีมติงดนำคลิปเสียง-วิดีโอ ใช้ในการเปิดอภิปรายทั่วไปรบ.จันทร์3พ.ค. หวั่นบานปลาย
“สหาย ศรัทธา”ยันขบวนการล้มเจ้ามีอยู่จริง เปิดตัวชัดกว่าปี19 จี้รบ.หาวิธีแยกปลาออกจากน้ำ
ศอฉ.ใช้ แผนเดิมรับแดงบุกเอ็นบีที ขอเวลาสอบเหตุทหารตาย “สรรเสริญ”ประชดศพตาถลนไม่เกี่ยวสภาพอากาศ
ลำดับ เหตุการณ์กว่า3ชม. จากแดงปะทะทหารยิงกันสนั่นเมืองถึงแม่อุ้มลูกซุกอกหลบฝนวิ่งหนีตายไร้จุด หมาย
“สุ เทพ”พบ”มาร์ค”ขอโทษแทนน้องตะเพิดพ้นนายกฯ

ภาพ : นายกฯพูดคุยกับรองนายกฯสุเทพ (แฟ้มภาพ)

ศาล รธน.รับวินิจฉัยยุบปชป.ปมเงิน 29 ล.ให้15วันชี้แจงข้อกล่าวหา เผยใช้เวลาไต่สวนนานต้องสืบพยานใหม่หมด

ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่อง วินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ ใช้เงินกองทุน 29 ล้าน ผิดวัตถุประสงค์ ให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ระบุไม่เหมือนที่เคยยุบ 3 พรรค ต้องเริ่มสืบพยานใหม่ตั้งแต่ต้น

“บัว แก้ว”รับเลขาฯยูเอ็นห่วงการชุมนุม ยังไม่มีตปท.ขอเข้าสังเกตการณ์
ผอ.รพ.จุฬาฯ ยันไม่ให้ใครใช้สถานที่ทำไม่ดี แจงจนท.สอบแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ
“ชวรัตน์”โบ้ ย”มานิตย์”แจงโยกย้าย6บิ๊กมท.ปัดเด้งอธิบดีกรมการปกครอง ไร้น้ำยาสกัดแดงเข้ากรุง

มท.1โบ้ย”มานิตย์”แจงราย ละเอียดโยกย้าย 6 บิ๊กมหาดไทยเนื่องจากการโยกย้ายเป็นอำนาจปลัดมหาดไทย ปฏิเสธเด้ง “วงศ์ศักดิ์” เพราะไม่มีประสิทธิภาพในการสกัดคนเสื้อแดงเข้ากรุงเทพฯ

รม ว.ยธ.เผยผลสอบยิง”สีลม”มีกระสุน2ชุด สันนิษฐานยิงจากต่างจุด
“เสื้อ หลากสี”ยุติชุมนุมเลี่ยงเหตุร้าย โยนประทัดป่วนแยกศาลาแดง
พท.เสนอ สภาหาแนวทางสกัดปชช.ตายเพิ่ม สอนรบ.ใจกว้าง “ชัย”เห็นมืดแล้วหวั่นสถานการณ์ไม่ดี รีบปิดประชุม
แดงอ้าง จับทหารจ่อฆ่าแกนนำ “ณัฐวุฒิ”พาโชว์สื่อกลับพูดไม่รู้เรื่องคล้ายประสาท ยั๊วะบอกให้บ้าจริงส่งรพ.
ประมวล ภาพVDO – เสียงปืนแตกอนุสรณ์สถานฯ จนท.ยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุมปชช.หลบวุ่น เสื้อแดงปาของสู้

ภาพ : ประมวลภาพVDO เสียงปืนแตกอนุสรณ์สถานฯ – เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 28 เมษายน นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำนปช. นำขบวนเสื้อแดงเคลื่อนพลด้วยรถมอเตอร์ไซค์ และรถปิคอัพ นับพันคน ไปตามถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีเป้าหมายไปที่ตลาดไท แต่ถูกกำลังทหารสกัดบริเวณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง ช่วงทางลงด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ จนเกิดเหตุปะทะกัน ทางทหารต้องใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุม (ภาพจาก TV3- ไทยPBS – Spring News)

รพ.พระ มงกุฎฯยัน”พลทหาร”ตาย1ถูกยิงที่หัว สื่อนอกอ้างตร.บอกทหารยิงกันเอง กระสุนเจาะหมวกเข้าหัว

สื่อนอกอ้างคำพูดตำรวจบอก ทหารตายเพราะถูกเพื่อนยิง เผยกระสุนทะลุหมวกเข้าศีรษะ บีบีซีเชื่อยังไม่ปราบใหญ่ราชประสงค์ พระมงกุฎฯยันทหารตาย1 เผยชื่อ”พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ”

ภาพ : ภาพจากสำนักข่าวอัลจาซีร่า

“ขวัญ ชัย เผยนาทีชีวิตหน้าอนุสรณ์สถาน “เฉลิม”โทรบอกมีสไนเปอร์ส่อง เปลี่ยนเสื้อขึ้นแท็กซี่เผ่นแน่บ

ภาพ : ขวัญชัย ไพรพนา

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

ปูด”มา ร์ค”อนุมัติงบทำคดีก่อการร้าย

วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 20:20:18 น. มติชนออนไลน์

“จตุพร”ขู่เกิด”สงครามการเมือง”ถ้าสั่งฆ่าปชช.อีก อ้าง”มาร์ค”ทุ่ม28ล้านทำคดีก่อการร้ายป้ายสีม็อบแดง

แกนนำแดงอ้าง”มาร์ค”อนุมัติ28ล้านงบทำ คดีก่อการร้าย จวกหวังสร้างพยานเท็จ ขู่สั่งฆ่าปชช.อีกเกิดสงครามการเมืองตัวใครตัวมันแน่ เตือนนายกฯเดินถนนไม่ได้ ขอบคุณพท.ไม่ยื่นซักฟอกรบ.มือเปื้อนเลือด

ปูด”มา ร์ค”อนุมัติงบทำคดีก่อการร้าย
เมื่อเวลา 18.00 น.นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) แถลงที่เวทีการชุมนุมคนเสื้อแดง สี่แยกราชประสงค์ ว่า ได้ข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินพิเศษของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จำนวน 28 ล้านบาทในการทำสำนวนคดีการก่อการร้าย เพื่อเอาผิดกับผู้ชุมนุม ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อซื้อข่าวจากคนต่างๆ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพยานที่จะให้เบาะแสเกี่ยวกับ นปช. เพื่อให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมให้ได้  ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะกลายเป็นการแสวงหาประโยชน์ ซึ่งนายอภิสิทธิ์เองก็จะกลายเป็นผู้สร้างพยานเท็จ โดยเป็นการใช้อำนาจโดยไม่มีหลักของความยุติธรรม
นายจตุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งการก่อการร้ายและการล้มสถาบันนั้นเป็นการกุข่าวเพื่อดำเนินคดีกับคน เสื้อแดง แต่ไม่สามารถเชื่อมโยงกับใครได้ และล่าสุด รองเลขาธิการศาลยุติธรรมก็ได้ออกมาแถลงข่าวว่าผู้ชุมนุมมิใช่ผู้ก่อการร้าย แล้วด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่มีใครยอมรับคือ ความชั่วช้าของรัฐบาลที่สั่งการให้ทหารฆ่ากันเองเมื่อวันที่ 28 เมษายน
นายจตุพร กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ พยายามปิดเบือนและใส่ร้ายคนเสื้อแดงมาตลอด แม้กระทั่งการยิงระเบิดเอ็ม 79 ที่สีลมวันที่ 22 เมษายนนั้นก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยัน คำกล่าวหาของนายอภิสิทธิ์ ว่าวิถีกระสุนมาจากคนเสื้อแดงได้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมโกหกหน้าด้านอย่างที่ไม่มีผู้นำคนไหนในโลกเขาทำกัน
ขู่สั่งฆ่าปชช.เกิดสงครามกลางเมือง
“เมื่อบัดนี้นายอภิสิทธิ์ ยังไม่หยุดที่จะเข่นฆ่าประชาชน พวกผมก็พร้อมที่จะต่อสู้ต่อไป แต่หากนายอภิสิทธิ์ ฆ่าประชาชนอีกรอบ ต่อไปนี้จะเป็นรัฐอีกไม่ได้ บ้านเมืองนี้จะตัวใครตัวมัน ไม่มีรัฐบาลและทุกอย่างจะไม่มีใครยอมรับอะไรได้อีก และจะทำให้สงครามกลางเมืองที่โหยหากันนั้นเกิดขึ้น  ผมเตือนไว้ก่อนเลยว่า การจะดื้อด้านฆ่าประชาชนแล้วโยนความผิดให้ผู้ชุมนุมว่าเป็นผู้ก่อการร้ายและ ล้มสถาบัน เพื่อล้มล้างคดีฆ่าประชาชนของนายอภิสิทธิ์นั้นเป็นไปไม่ได้ หากยังไม่ยุบสภา พวกผมก็สู้ต่อไป และหากจำเป็นจะต้องเคลื่อนขบวนออกไปข้างนอกก็จะระวังไม่ให้เกิดการเข่นฆ่า กันอย่างสนุกมืออย่างนี้อีก หรือถ้าโชคดีก็คงจะมีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ไปก่อน ซึ่งถ้าเทียบเคียงกับคดียุบพรรคพรรคพลังประชาชน นั้นศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลา13 วันหลังศาลรัฐธรรมนูญนัดนัดแรก ก็จะเท่ากับว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็จะเหลือเวลาอีกแค่ 28 วันนับจากนี้ไป หรือถ้าคนเสื้อแดงไม่ชนะเลย นายอภิสิทธิ์ ก็อยู่ไป 1 ปี 9 เดือน แต่ถ้าปราบปรามประชาชนที่สี่แยกราชประสงค์แตก ก็จะมีคนเสื้อแดงผุดขึ้นที่อื่นอีก ซึ่งรับรองได้ว่า นายอภิสิทธิ์ เดินถนนไม่ได้ก็แล้วกัน” นายจตุพร กล่าว
เตรียมช่วย”แดง”ปิดถนนถูก จำคุก
นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับคนเสื้อแดงที่ถูกพิพาษาให้จำคุก 2 เดือน ในคดีที่ไปปิดถนนไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจัดการกับการชุมนุมคนเสื้อแดง ที่สี่แยกราชประสงค์นั้น ตนได้ประสานให้ทีมทนายความไปประกันตัวเรียบร้อยแล้ว
นายจตุพร กล่าวว่า แกนนำคนเสื้อแดงต้องขอขอบคุณ ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่มีมติไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เพราะเห็นว่ารัฐบาลนั้นไปไกลเกินกว่าที่สภาผู้แทนราษฎรจะรับผิดชอบ เพราะมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน  ซึ่งการไม่ยื่นอภิปรายเท่ากับการไม่ไปสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลนาย อภิสิทธิ์ ซึ่งคนเสื้อแดงก็จะได้เดินหน้ากันต่อไป

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

ฝ่ายกม.ปชป.ศึกษาข้อหายุบพรรค 8 พันหน้า ก่อนขอขยายเวลาแจงศาลรธน.หรือไม่ ชี้ไม่จำเป็นต้องตั้งพรรคสำรอง

วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 23:52:54 น. มติชนออนไลน์

กุนซือปชป.ขอศึกษาข้อหาก่อนขอขยายเวลา ชี้แจงต่อศาล รธน.หรือไม่ เชื่อใช้เวลาอีกนาน ปัดตั้งพรรคสำรอง นักวิชาการชี้อาจเจอบรรทัดฐานเหมือน ทรท. และหากผิดต่อเนื่อง กก.บห.อาจถูกแขวน 5 ปีทั้งชุด”บัญญัติ-อภิสิทธิ์”

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 29 เมษายน ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องคดียุบพรรคพรรคประชาธิปัตย์ กรณีนำเงินสนับสนุนจากกองทุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาจเข้าข่ายขัดมาตรา 62 และ 65 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง และมาตรา 82 และ 93 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 ว่า ข้อกล่าวหาในคำร้องแยกได้เป็น 3 ประเด็น แต่ยังไม่สามารถให้รายะเอียดได้ เพราะการพิจารณาได้ลงลึกในรายละเอียด จำนวน 8,000 หน้า และทางคณะทำงานจะต้องดูรายละเอียดทั้งหมดว่า จะต้องขอขยายเวลาในการชี้แจงข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เชื่อว่าจะใช้ระยะเวลาในการพิจารณานาน และพรรคคงไม่จำเป็นต้องตั้งพรรคสำรองแต่อย่างใด


ขณะที่ นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อคำร้องเข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลจะหยิบยกและยึดประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 27 มาพิจารณาเป็นหลัก เพราะประกาศดังกล่าวมีโทษยุบพรรคพร้อมกับตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 5 ปี แม้ว่าช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอยู่ในปี 2548 ก็ตาม ซึ่งโดยหลักแล้วจะต้องใช้กฎหมายที่บังคับอยู่ในช่วงกระทำผิดคือ พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2541 แต่เมื่อมีประกาศ คปค.อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญยังเคยใช้เป็นบรรทัดฐานในการยุบพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ซึ่งศาลเคยเห็นว่าใช้บังคับได้แล้ว เพราะหากไปยึดโทษตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองปี 2550 ก็ไม่ใช่เป็นช่วงที่มีการกระทำผิด ดังนั้นศาลน่าจะยึดประกาศ คปค. แต่หากศาลวินิจฉัยโดยยึด พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 พรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถโต้แย้งศาลได้ เพราะเป็นกฎหมายที่เกิดขึ้นในภายหลังถูกกล่าวหากระทำผิด


นายสมชายกล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ว่ากระทำผิดตามข้อกล่าวหา จริง คิดว่าศาลจะยุบพรรคพร้อมกับตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์เป็นเวลา 5 ปี โดยยึดชุดกรรมการบริหารพรรคที่กระทำผิดในช่วงปี 2548 แต่ทั้งนี้หากพิสูจน์ได้ว่ากรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงนั้น พบการกระทำผิดเป็นชุดของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคขณะนั้นแล้ว ต่อมาเมื่อเปลี่ยนมาเป็นชุดที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แล้วกระทำผิดด้วย ศาลก็จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคในทั้งสองชุด เพราะโทษตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2541 และ 2550 ต่างก็มีโทษยุบพรรคเช่นกัน


ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์อาจต่อสู้เป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคลนั้น นายสมชายกล่าวว่า หากอ้างข้อต่อสู้ดังกล่าวก็จะเหมือนกับที่ ทรท.เคยถูกยุบพรรคในครั้งที่อ้างว่าเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล ซึ่งครั้งนั้นศาลก็เคยวินิจฉัยแล้วว่าแม้ครั้งนั้น พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา กรรมการบริหาร ทรท. ทำผิด แต่พรรคก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ดังนั้น หากอ้างว่าเป็นความผิดส่วนตัวก็คงยาก เพราะกรณีพรรคประชาธิปัตย์เป็นความผิดอันใช้จ่ายเงินกองทุนผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งมีโทษยุบพรรค


“ที่ผ่านมา ผมไม่เห็นด้วยกับโทษยุบพรรคการเมืองมาตลอดไม่ว่าจะเป็นไทยรักไทยหรือประชาธิ ปัตย์ เพราะการกระทำผิดดังกล่าวที่ถูกกล่าวไม่น่าโทษถึงขั้นยุบพรรค แต่ควรลงโทษแค่คนทำผิดเท่านั้น เพราะพรรคการเมืองไม่น่าจะถูกยุบโดยง่าย แต่ควรถูกยุบ เพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยมากกว่า” นายสมชายกล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีรับเงินบริจาคจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัทเมสไซอะ แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด เป็นจำนวนเงิน 258 ล้านบาท โดยมี 1.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธาน 2.นายประเกียรติ นาสิมมา 3.นายพีรพันธุ์ พาลุสุข 4.นายประยุทธ์ ศิริพานิช 5.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล 6.นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ และฝ่ายกฎหมาย พท. คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ติดตามรวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ รวมไปถึงการนำพยานหลักฐานและข้อกฎหมายไปเปรียบเทียบกับการดำเนินคดีของคณะ กรรมการการเลือกตั้ง อัยการสูงสุด และศาลรัฐธรรมนูญ


รายงานข่าวจากสำนักงาน กกต.แจ้งว่า การพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ในกรณีเงินกองทุน 29 ล้านบาท ในชั้น กกต.นั้น ทาง กกต.ได้ยึดมาตรา 93 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 ในทางปฏิบัติเท่านั้น เพื่อให้นายทะเบียนพรรคการเมืองส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย แต่ในส่วนโทษของความผิดนั้นมีเสียงจากคณะทำงานของนายทะเบียนพรรคการเมืองมอง ว่ากรณีดังกล่าวควรจะยึด พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2541 เป็นหลักในวินิจฉัย เพราะพรรคประชาธิปัตย์ถูกกล่าวหาว่า ใช้จ่ายเงินกองทุนผิดวัตถุประสงค์เมื่อปี 2548 ซึ่งเป็นช่วงที่ พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 ยังไม่เกิด อีกทั้งเสียงของคณะทำงานของนายทะเบียนพรรคการเมืองยังมองว่าแม้จะหยิบยก ประกาศ คปค.ฉบับที่ 27 มาให้ศาลรัฐธรรมนูญประกอบการวินิจฉัยด้วยนั้น แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการให้ใช้ประกาศ คปค. ยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 5 ปี เนื่องจากเป็นโทษที่ออกมาภายหลังการกระทำผิด แต่ทั้งนี้จะต้องขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาลว่าจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร


สำหรับข้อกล่าวหาเงินกองทุน 29 ล้านบาท ของพรรคประชาธิปัตย์ในชั้นการพิจารณาของคณะทำงานนายทะเบียนพรรคการเมืองสืบ สวนหาข้อเท็จจริงได้เพียงว่า พรรคประชาธิปัตย์รายงานต่อ กกต.เป็นใบเสร็จรับเงินว่าจ้างบริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัดทำป้ายบิลบอร์ดและป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อหาเสียงในการเลือกตั้ง แต่ในการตรวจสอบของคณะทำงานนายทะเบียนพบว่าเป็นการรายงานใบเสร็จไม่ถูกต้อง หรือแจ้งรายงานอันเป็นเท็จเพราะบริษัทไม่ได้ทำป้ายหาเสียง จึงทำให้คณะทำงานเสนอความเห็นให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่ทั้งนี้คณะทำงานของนายทะเบียนพรรคการเมืองไม่ได้ชี้ว่า ไปว่าควรจะเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคด้วยหรือไม่ เพราะควรให้เป็นดุลพินิจของศาลที่จะไต่สวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่าง ละเอียดและพิจารณาว่าควรจะยุบพรรคหรือเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคหรือไม่

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

เสธ.แดงโผล่ม็อบ คาดทหารถูกสไนเปอร์ เข้าใจผิดยิงพวกเดียวกัน

วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 15:48:48 น. มติชนออนไลน์ <!–อ่านล่าสุด  คน–>

เสธ.แดงโผล่ม็อบ คาดทหารถูก”สไนเปอร์”จากพวกเดียวกัน ป้อง”ขวัญชัย”ต้องหลบ หวั่นไร้แกนนำไม่ถือหนีทัพ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ได้เข้าสังเกตการณ์การชุมุนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงและตรวจดูการรักษาความ ปลอดภัย ทั้งนี้พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่าถึงเหตุการณ์ปะทะกันที่บริเวณอนุสรณ์สถานฯ ดอนเมือง ว่า ภาพในคลิปวิดิโอชัดเจนมาก โดยเห็นได้ชัดว่าฝ่ายทหารเข้าใจผิด เนื่องจากเป็นช่วงเวลาโพล้เพล้คิดว่าเป็นคนเสื้อแดงจะเข้ามาทำร้าย จึงมีการยิงด้วยอาวุธปืนสไนเปอร์ เพราะพลทหารที่เสียชีวิตนั้นมีสภาพศีรษะระเบิด ซึ่งไม่ใช่กระสุนของอาวุธปืนเอ็ม 16  อย่างแน่นอน เพราะถ้าเป็นปืนเอ็ม 16 แล้วเลือดจะไม่ออก รวมทั้งรูที่ถูกยิงก็จะเล็ก

“ผมคาดว่าน่าจะเป็น ฝีมือของทหารยศนายสิบ หรือพลทหาร ที่เคลื่อนขบวนลงมาจากทางยกระดับโทลเวย์ เพื่อจะลงมาเสริมกำลังก็เลยทำให้เข้าใจผิดจึงยิงพวกเดียวกันเอง ผมคิดว่าหน่วยพลซุ่มยิงไม่น่าให้ทหารระดับพลทหารใช้อาวุธปืนสไนเปอร์ เนื่องจากยังไม่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอ และอายุยังน้อย อีกทั้งพลทหารยังคุมตัวเองไม่อยู่เพราะตกใจ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของการรบที่ต้องมีการสูญเสีย เหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา หากไม่มีคลิปวิดีโอออกมาก็จะกลายเป็นคนเสื้อแดงที่เป็นผู้ลง มือยิง” พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

ป้อง”ขวัญชัย”จำเป็นต้องหลบ หวั่นไร้แม่ทัพ

ส่วน ที่นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำนปช.ที่ไม่อยู่ในที่เกิดเหตุนั้น พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า มองว่าแกนนำจำเป็นต้องหลบเพราะหากถูกรวบตัวใครจะนำทัพ ดังนั้นนายขวัญชัยต้องปลอดภัย เพราะการสร้างผู้นำมา 1 คนนั้นมันยาก ซึ่งนายขวัญชัยไม่ถือว่าหนีทัพ

ลั่นตี”ราชประสงค์”แตก ต้องใช้ทหาร3 แสน

พล.ต.ขัต ติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ว่า หากจะมีการเข้าโจมตีหรือสลายการชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์นั้นจะต้องใช้ ทหารถึง 3 เท่าหรือประมาณ 3 แสนนาย ถึงจะสามารถตีพื้นที่ชุมนุมนี้แตกได้ แต่ตอนนี้ทหารยังระดมพลไม่เต็มที่และยังไม่ถึงหมื่นนาย

เมื่อถามว่า ถ้าคนเสื้อแดงมีการเคลื่อนพลออกไปอีกจะมีความปลอดภัยหรือไม่ พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ต้องรบกัน ขณะนี้พูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว เนื่องจากเป็นสงครามของประชาชน

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก

ปมปริศนาใครยิงทหาร ?

วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 15:30:11 น. มติชนออนไลน์ <!–อ่านล่าสุด  คน–>

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารตั้งด่านสกัดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้าน ที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ  ถนนวิภาวดีรังสิต มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อกลับไปที่หน้าด่านสกัดมีทหาร ถูกยิงเสียชีวิตล้มลงห่างจากแนวกั้นของทหารประมาณ 200 เมตร ทราบชื่อ พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระ หลังจากเกิดเหตุมีกล้องโทรทัศน์สามารถจับภาพขณะเกิดเหตุ

คลิกชมภาพจาก  “สปริงนิวส์”

คลิกชมภาพจาก  “MCOT”

ทางด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กล่าวว่า จากภาพและคลิปเหตุการณ์ที่กลุ่มทหารพยายามเข้าสลายการเคลื่อนไหวของกลุ่มคน เสื้อแดงที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ  ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวานนี้ ( 28 เม.ย. ) จนเป็นเหตุให้พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระ ที่ถูกยิงนั้นเสียชีวิต ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นฝีมือและการกระทำของกลุ่มนปช.อย่างแน่นอน  เพราะจากภาพที่ปรากฏผ่านสื่อสารมวลชนเป็นเครื่องยืนยันข้อเท็จจริงกับสายตา ของชาวโลกแล้ว จึงขอเรียกร้องไปยังทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุการตายโดยเร็วและควรออกมาชี้แจงและ อธิบายความจริงต่อประชาชนด้วย
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ จะเห็นว่าทางศอฉ.ไม่ได้ดำเนินการสลายการชุมนุมที่เป็นไปตาม 7 ขั้นตอนตามหลักปฏิบัติสากล เพราะเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เริ่มใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักเลย แต่ใช้มาตรการหนักไปหาตายเสียมากกว่า  ดังนั้น หากประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่อนุสรณ์สถานสามารถดำเนินการ ฟ้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายกับทางเจ้าหน้าที่รวมไปถึงรัฐบาลได้ ส่วนการที่รัฐบาลได้จับกุมและยึดอาวุธเอ็ม 79 ที่บริเวณอนุสรณ์สถาน ได้นั้นทางกลุ่มนปช.ขอตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ปะทะนั้นได้ยุติลงเวลา ประมาณ 15.00 น. ดังนั้น เชื่อว่าเวลาไม่มีความสอดคล้องกับเลย

ขณะที่พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในฐานะโฆษกกองทัพบก  แถลงที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ถึงเหตุการณ์สลายกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงบริเวณอนุสรณ์สถาน แห่งชาติ ย่านดอนเมือง โดยได้นำลูกกระสุนขนาด 40 มม. ที่ใช้ยิงจากเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 62 ลูก ซึ่งเจ้าหน้าที่ยึดมาได้จากที่เกิดเหตุมาแสดงด้วย
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า อาวุธที่เจ้าหน้าที่ยึดมาได้ไม่ใช่อาวุธในการครอบครองของกองทัพ แต่อาวุธประเภทนี้สามารถนำเข้ามาได้บริเวณชายแดน ซึ่งเราก็ต้องระมัดระวังไม่ให้มีการนำเข้ามา
เมื่อถามว่า ในการปราบปรามครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ใช้อาวุธจริงและกระสุนจริงหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจก็มีเลือดมีเนื้อเหมือนกัน และตลอดเวลาที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าผู้ชุมนุมมีออาวุธสงคราม จึงเป็นความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่จะไม่ยอมให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าใกล้แนว ของเจ้าหน้าที่
เมื่อถามว่าได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าพลทหารที่เสียชีวิต เสียชีวิตจากสาเหตุอะไร พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า คงต้องตรวจสอบกันก่อน เพราะในพื้นที่มีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวน แต่การที่กระโหลกเปิด ลูกตาถลนออกมาคงไม่ใช่ เพราะสภาพอากาศ ซึ่งเราต้องตรวจสอบอีกครั้ง
เมื่อถามว่า พลทหารถูกยิงจากเจ้าหน้าที่ด้วยกันหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุป อะไรได้ ต้องให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน”

เมื่อถามว่าจะสลายที่ราชประสงค์หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าว่า ยังตอบไม่ได้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าจะต้องมีการสอบสวนกรณีที่พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระ ถูกยิงเสียชีวิตที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง พร้อมกับกล่าวถึงกรณีที่ทหารต้องพกอาวุธจริงเนื่องจากทหารต้องพกอาวุธประจำ กายเพราะว่าผู้ชุมนุมก็มีอาวุธเช่นกัน

Leave a comment

Filed under สื่อกระแสหลัก