Category Archives: หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

นายกฯปู กับปรากฏการณ์ ‘น้ำท่วมปาก’

Pic_212114

รัฐนาวา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงหนึ่งเดียวของไทย ที่กำลังอยู่ในอาการสำลักน้ำจำนวนมหาศาลที่พุ่งเข้าถล่มโจมตีพื้นที่เมือง หลวงอย่าง กทม. ที่ถือเป็นไข่แดงของประเทศไทย ซึ่งรัฐบาล และกทม.ที่มี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกทม. ต้องร่วมมือร่วมใจกันปกป้องไม่ให้ก้อนน้ำไหลเข้าท่วม หรืออย่างน้อยก็ต้องทำให้เมืองหลวงของประเทศไทยได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ให้น้อยที่สุด

แต่เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดนี้ จับอาการแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรี เหมือนกับออกมาบอกประชาชน ว่าให้ยอมรับสภาพที่จะเกิดขึ้น ไม่สามารถต้านมวลน้ำจำนวนมหาศาลที่มาจ่ออยู่หน้าบ้านด้านทิศเหนือของ กทม.ได้ ซ้ำต้องยอมปล่อยให้ท่วมกทม.บางพื้นที่  โดยครม.ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการตั้งแต่ 27-31 ต.ค.นี้ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนคน กทม. ย้ายออกไปต่างจังหวัด

ส่วน ที่เหลือก็เหมือนรอให้หน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่เข้าไปเยียวยาผู้ประสบ อุทกภัย หากรัฐบาลและ กทม.ป้องกันไว้ไม่อยู่ ซึ่งเค้าลางก็ปรากฏชัดขึ้นมาเป็นลำดับ ทั้งพื้่นที่ในเขตดอนเมือง สายไหม หลักสี่  บางพลัด จนถึงเขตเศรษฐกิจสำคัญอย่างเยาวราช เรื่อยไปถึงเขตลาดพร้าว วังทองหลางที่ถูกประกาศเป็นเขตเฝ้าระวังพิเศษ  ทำให้เชื่อว่า กทม.คงมิอาจรอดพ้นจากน้ำท่วมไปได้ เพียงแต่จะหนักหนาสาหัสแค่ไหนเท่านั้น เพราะอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตก็เริ่มที่จะขาดแคลน ราคาพุ่งสูงขึ้นเสียแล้ว

กับ ปัญหาน้ำท่วมใหญ่กทม. หรือแม้แต่ปัญหาการบริหารงานของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัย(ศปภ.) ที่เรียกได้ว่าประสบกับความล้มเหลว ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ส่งผลทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในข้อมูลของศปภ.ที่ผ่านมา หรือแม้แต่การระบุว่านายกรัฐมนตรีหญิงและรัฐมนตรี อ่อนด้อยประสบการณ์ ทั้งในด้านการเมืองหรือข้อมูลที่จะใช้บริหารแก้ปัญหา เรียกว่าเป็น”มือใหม่หัดขับ” ก็ยังถือว่าพอทำเนา

แต่กับกรณีการกั๊ก ของบริจาค ที่ประชาชนจากทั่วประเทศบริจาคให้กับผู้ประสบอุทกภัยที่ปรากฏเป็นข่าวมาหลาย วันนั้น คนส่วนใหญ่ไม่อาจยอมรับได้ เนื่องจากสิ่งของเหล่านั้น ผู้บริจาคต้องการให้รัฐบาลโดยเฉพาะ ศปภ.ที่มีหน้าที่หลักแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมโดยตรง ได้ส่งสิ่งของรับบริจาคเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม สิ่งที่จำเป็นในภาวะน้ำท่วม รวมไปถึงเรือพาหนะจำเป็น ในยามต้องอพยพออกจากพื้นที่วิกฤติ หรือ ใช้สัญจรในยามที่น้ำท่วมสูง จะต้องไปถึงมือของผู้ประสบอุทกภัยโดยเร็วที่สุด

แต่ กลับปรากฏเป็นข่าวใหญ่โตว่า คนของรัฐบาล โดยเฉพาะมีการพุ่งเป้าไปที่แกนนำนปช. อย่างนาย ยศวริศ ชูกล่อม หรือ”เจ๋ง ดอกจิก” ที่ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นถึงที่ปรึกษาของ รมว.มหาดไทย กั๊กของรับบริจาคจำนวนมากที่เอาไปเก็บไว้ที่ ศปภ.ดอนเมืองนานเป็นสัปดาห์ มีการใช้อำนาจเป็นคนของรัฐบาล

ทั้งนี้ไม่ว่าจะตั้งใจเก็บไว้เพื่อนำไป แจกให้ผู้ประสบภัยในเขตพื้นที่รับผิดชอบ หรือหนักกว่านั้นคือการกั๊กของที่ได้รับบริจาคให้กลายมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตน เอง หากเป็นความจริงก็ต้องถามว่า มีเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร  นี่ยังไม่นับรวมกรณี มีหญิงนิรนามคนหนึ่ง ไปอ้างชื่อของ”เจ๋ง” ไปขอเบิกของบริจาคที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ตั้งอยู่ที่สนามศุภ ชลาศัย

ตอน แรกข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวก็ยังถือว่าคลุมเครือ ถึงแม้จะมีการขานรับมาจากนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำดังกล่าวก็พร้อมดำเนินการกับคนผิดอย่างเต็มที่ แต่จนถึงขณะนี้ข่าวการตรวจสอบก็ถูกกลบให้เงียบหายไป จากกรณีรัฐบาลออกมาสารภาพว่า กทม.คงต้องเตรียมรับวิกฤติมวลน้ำขนาดมหึมา รวมไปถึงน้ำทะเลหนุนสูง ที่จะเข้าถล่มในช่วงสิ้นเดือนต.ค.นี้

จะอย่าง ไรข้อมูลข่าวสารในโลกโซเชียลมีเดียก็ไปไกลกว่ามาก เมื่อปรากฏว่ามีประชาชนเข้าไปโพสต์แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางและหลาก หลาย ทั้งให้กำลังใจและในเชิงต่อว่าการทำหน้าที่ของศปภ. รัฐบาล รวมไปถึงแกนนำเสื้อแดงที่ตกเป็นจำเลยสังคมในแบบตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้ภาพพจน์ ศปภ.ยิ่งตกต่ำลงชนิดที่เรียกว่าน่าใจหาย

จน มาถึงกรณี นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี เพื่อไทย ที่ต้องนับว่าเป็นคนกันเองกับกลุ่มนปช. ยังตัดสินใจออกมาโวยผ่านสื่อฯ ระบายความอัดอั้นในการทำงานของ ศปภ.ว่า “ตกลงตนเป็นส.ส.เพื่อไทยหรือนี่เป็นพรรคเสื้อแดงกันแน่ เพราะไปที่ศปภ.เพื่อขอถุงยังชีพให้กับชาวบ้านทั้งหมด 2,000 ชุด แต่ปรากฏว่าได้มาเพียงแค่ 500 ชุด ซึ่งไม่พอตนจึงคืนไป เพราะเมื่อขอแล้วได้เท่านี้สู้เอาเงินไปซื้อเองดีกว่า ต่างจากพวกเสื้อแดงที่ไปขอถุงยังชีพที่มีรถเอาไปส่งให้ถึงที่แถมยังได้ มากกว่าจำนวนที่ขอไปอีกด้วย ดังนั้นสงสัยว่าตกลงตัวเป็นส.ส.พรรคเพื่อไทยหรืออยู่พรรคเสื้อแดงกันแน่”

“วันนี้ เชื่อว่าการบริหารจัดการที่ไม่ทั่วถึงนั้นเกิดจากบางบุคคลเท่านั้น นายกฯคงจะไม่เกี่ยวข้องด้วย ส.ส.ไปขอของแต่กลับบอกให้เอารถไปขนเอง มีครั้งหนึ่งเคยไปขอตอนเที่ยงแต่ได้ของมาตอนสองทุ่ม ต่างจากพวกนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือนายยศวริศ ชูกล่อม เลขานุการรมช.มหาดไทย ที่มีรถขนของไปส่งให้ถึงที่ จัดรถให้ถึง 5 คันเอาถุงยังชีพไปให้ ทั้งนี้ที่ตนพูดในวันนี้พูดในนามส.ส.นนทบุรีอีก 3 คนด้วย ทุกวันนี้ต้องประสานไปยังอบต.นนทบุรี ซึ่งเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเอาถุงยังชีพมาช่วยเหลือประชาชน”นายฉลอง กล่าว…

ถ้า เป็นฝ่ายตรงข้ามออกมาให้ข้อมูลคงจะไม่มีผลกระทบต่อรัฐบาลมากนัก แต่นี่เป็นส.ส.จากพรรคเดียวกันอดรนทนไม่ได้ออกมาปูดเอง ก็ต้องยอมรับว่ามีมูลความไม่ชอบมาพากลไม่มากก็น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่ปรากฎข่าวจากที่ประชุมศปภ.หารือแนวทางต่อไปจะเปลี่ยนให้ ทหารคุมของบริจาคแทนออกมาหรอก

สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะต้องกล้าแสดงภาวะความเป็นผู้นำ กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำให้ความจริงกระจ่างออกมาให้ได้ว่ามีต้นสายปลายเหตุ ความเป็นมาอย่างไร พร้อมนำคนผิดมาลงโทษ หากทำไม่ได้ รัฐบาลและศปภ.ก็ต้องเผชิญกับวิกฤติความน่าเชื่อถือ ชึ่งขณะนี้เองก็ถือว่าตกต่ำมากอยู่แล้วจากเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ สะท้อนภาวะไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต่อไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ดัง นั้นขอเตือนว่าจากนี้ไปอย่ามัวแต่’เกรงอกเกรงใจ’กับผู้เคยมีอุปการคุณกับ รัฐบาล หรือเป็นเหมือนกับ”น้ำท่วมปาก”อยู่อีกเลย ไม่งั้นแม้จะเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆ แต่หากชะล่าใจ รัฐบาลปู1 ก็อาจพังแบบที่เรียกว่า”ไม่รู้เนื้อรู้ตัวก็เป็นได้”

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

สื่อนิวยอร์กไทม์ชี้ น้ำท่วมปทท.ไทยเกิดขึ้นเพราะฝีมือมนุษย์

รูปภาพ

รูปภาพ

เครดิต
http://www.thairath.co.th/content/oversea/209346

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

อายัด169ศพนิรนาม ฝัง 3 วัด! คลี่ปม’51นปช.’หาย

Pic_195157

‘เพรียวพันธ์’ สั่งเทียบดีเอ็นเอ เจ้าอาวาสยืนยันเหยื่อพายุเกย์ แฉยังมีอีก 4 วัด 200 ศพฝังปี 53…

“พล.ต.ท .สัณฐาน ชยนนท์” ผบช.กมค.เดินหน้าลุยพิสูจน์ความจริง กรณีศพนิรนามนับร้อยศพถูกลำเลียงมากระจายฝังไว้ตามวัดต่างๆในพื้นที่ อ.แกลง เมืองระยอง รวม 169 ศพ ระบุรับคำสั่งตรงจากรอง ผบ.ตร. “พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์” และ รมช.คมนาคม “พล.ต.ท.ชัจจ์  กุลดิลก”  ให้มาพิสูจน์ความจริง  เพราะอาจจะโยงไปถึงการหายตัวไปอย่างลึกลับของ “51 แนวร่วม นปช.” จากเหตุการณ์ความไม่สงบและสลายการชุมนุมเมื่อปี 53 โดยศพถูกแยกฝังไว้ 3 วัด สั่งอายัดไว้รอขุดขึ้นมาตรวจเทียบดีเอ็นเอ ขณะที่สมาคมที่นำศพมาฝังไว้ระบุเป็นศพเหยื่อพายุเกย์ที่ จ.ชุมพร เมื่อปี 2532 นำมาฝังไว้เพื่อรอพิธีทำบุญล้างป่าช้าในปี 2555

หลังจากที่ กลุ่ม นปช.เคยประกาศบนเวทีการปราศรัยหลายต่อหลายครั้ง ถึงการหายตัวไปอย่างลึกลับของแนวร่วม นปช.กว่า 51 ราย ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมทั้งที่สี่แยกคอกวัว แยกราชประสงค์ และบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ในสมัยรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งระบุว่า ศพบางส่วนถูกนำไปฝังไว้ในพื้นที่ จ.ระยองนั้น ล่าสุดมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 ส.ค. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์  ผบช. สำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ ผกก. กลุ่มงานคดีแพ่ง กองคดีปกครองและคดีแพ่ง สตช. พ.ต.ท.นาวิน ธีรวิทย์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านกร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง นายบัญญัติ เศียรเขียว ปลัดป้องกันอำเภอแกลง และนายระพินทร์ พรานนท์สถิต แกนนำคนเสื้อแดงจังหวัดระยอง พร้อมแนวร่วมกลุ่ม นปช.กว่า 50 คน เดินทางไปที่วัดคลองตากวา หมู่ 1 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งเป็น 1 ใน 3 วัดที่มีข่าวว่าใช้เป็นที่ฝังศพนิรนามนับร้อยศพ

ทั้งนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.กมค. ได้สอบถามรายละเอียดจากพระอธิการวิรัตน์ อติวีโร เจ้าอาวาส ยืนยันว่ามีศพนิรนามถูกนำมาฝังไว้จริง โดยเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จากสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์อำเภอแกลง จ.ระยอง มาติดต่อแจ้งความประสงค์ว่าจะนำศพไร้ญาติที่เสียชีวิตจากพายุเกย์พัดถล่ม เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2532 ในพื้นที่ จ.ชุมพรมาฝังไว้ชั่วคราว เนื่องจากได้รับการประสานจากสมาคมพุทธประทีป จ.ชุมพร ซึ่งเก็บศพไร้ญาติไว้นานแล้ว ให้นำมาฝังไว้ที่ อ.แกลง จ.ระยอง ชั่วคราว เนื่องจากสถานที่เก็บศพของมูลนิธิฯใน จ.ชุมพร มีไม่เพียงพอ ทางสมาคมพุทธศาสตร์ฯจึงอำนวยความสะดวกใช้รถพ่วง 18 ล้อบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ไปลำเลียงศพไร้ญาติ ที่ปัจจุบันเหลือแต่โครงกระดูกบรรจุใส่โลงนำมาฝากไว้ตามวัดต่างๆในพื้นที่ อ.แกลง จ.ระยอง เพื่อรอพิธีทำบุญล้างป่าช้าใหญ่ในปี 2555 สำหรับวัดคลองตากวารับฝากไว้ 72 ศพ โดยใช้รถแบ็กโฮขุดหลุมฝังไว้รวมกันริมถนนหน้าวัด

จากนั้นคณะของ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.กมค. เดินทางไปตรวจสอบหลุมฝังศพไร้ญาติตามที่ระบุไว้ พบว่าเป็นพื้นที่ป่าโปร่ง ลักษณะหลุมถูกขุดลึกประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 500 เมตร ก่อนจะนำโลงบรรจุกระดูกทั้ง 72 ศพ ลงไปฝังเรียงกันไว้เป็นแถวยาวหน้ากระดาน จึงสั่งอายัดศพทั้งหมดและปิดกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปใน จุดที่มีการฝังศพดังกล่าว

พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.กมค. เผยถึงที่มาของการบุกอายัดศพไร้ญาติครั้งนี้ว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. และการประสานจาก พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ให้เข้ามาตรวจสอบในพื้นที่ อ.แกลง จ.ระยอง หลังมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีศพแนวร่วม นปช.บางส่วนถูกนำมาฝังไว้ จึงเดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นได้สั่งอายัดศพทั้งหมดไว้ก่อน โดยในวันที่ 19 ส.ค. จะขุดศพทั้งหมดขึ้นมาตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ เปรียบเทียบกับญาติของแนวร่วม นปช.ที่สูญหายไป ขณะเดียวกันก็จะไปตรวจสอบอีก 4 วัดในพื้นที่ อ.แกลง ซึ่งรายงานข่าวระบุว่าใช้เป็นที่ฝังศพไร้ญาติอีกกว่า 200 ศพ ตั้งแต่เดือน ส.ค.53 ด้วย โดยจะอายัดและขุดศพขึ้นมาตรวจสอบทั้งหมด เพื่อที่ทุกอย่างจะได้กระจ่างชัดเจน

จากนั้นคณะของ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.กมค. ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบอีก 2 วัด ประกอบด้วย วัดห้วยยาง หมู่ 3 ต.ห้วยยาง อ.แกลง โดยมีพระครูสังฆรักษ์ วุฑฒิสาโร เจ้าอาวาส พาไปตรวจดูหลุมศพไร้ญาติที่ถูกนำมาฝังไว้จำนวน 65 ศพ พร้อมยืนยันตรงกับเจ้าอาวาสวัดคลองตากวาระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ของสมาคมพุทธ ศาสตร์ฯนำมาฝากเอาไว้ และอีกจุดที่วัดสมอโพรง หมู่ 1 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง มีพระครูกิตติโสภณพิพัฒน์ เป็นเจ้าอาวาส ระบุว่ามีการนำศพไร้ญาติมาฝังไว้อีก 32 ศพ รวมเป็นศพไร้ญาติทั้งหมด 169 ศพ จึงสั่งอายัดไว้ทั้งหมดเพื่อรอการตรวจสอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ส.ค.

หลัง ตรวจสอบครบหมดทั้ง 3 วัดแล้ว พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.กมค.ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.นาวิน ธีรวิทย์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านกร่ำ สอบปากคำเจ้าอาวาสวัดทั้ง 3 แห่งไว้เป็นหลักฐาน และให้ติดตามตัวเจ้าหน้าที่ของสมาคมพุทธศาสตร์ฯที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำทั้ง หมดในวันที่ 19 ส.ค. พร้อมๆกับการขุดศพที่ฝังไว้มาตรวจเก็บหลักฐานไปตรวจเทียบดีเอ็นเอกับญาติแนว ร่วม นปช.ที่หายตัวไปกว่า 50 ราย

ด้านนายวิเชียร แสงวงศ์กิจ รองนายกสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ อ.แกลง  เผยว่า ได้รับการประสานมาจากสมาคมพุทธประทีปจังหวัดชุมพร ให้ช่วยขนย้ายศพไร้ญาติที่เสียชีวิตจากฤทธิ์พายุเกย์พัดถล่มเมื่อวันที่ 4 พ.ย.2532 ซึ่งทางสมาคมพุทธประทีปฯเก็บรักษาไว้ นำมาฝังไว้ที่สุสานเขาดิน ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง แต่เมื่อมาถึงก็พบว่าทางสุสานอยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่ ทำให้ไม่มีสถานที่เพียงพอที่จะรับศพไร้ญาติทั้ง 169 ศพไว้ได้ จึงต้องกระจายไปฝังไว้ตามวัดต่างๆในพื้นที่เป็นการชั่วคราว  ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าศพทั้งหมดเสียชีวิตจากพายุเกย์ ศพเหลือแต่โครงกระดูก มีผ้าขาวห่อไว้ก่อนบรรจุใส่โลง ไม่ใช่ศพแนวร่วม นปช.ที่หายไปอย่างแน่นอน

ต่อ มาเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจพบศพปริศนา 169 ศพ ที่ จ.ระยอง ว่า พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.กมค. และ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ภ.2 ได้ร่วมกันตรวจสอบศพที่ถูกฝังไว้ที่วัด 3 แห่ง ในพื้นที่ จ.ระยอง เนื่องจากมีข้อมูลพบศพจำนวนมาก ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องคดีใดหรือไม่  เบื้องต้นพบศพในวัด 3 แห่ง ในพื้นที่ อ.แกลง จ.ระยอง รวม 169 ศพ สอบถามเจ้าอาวาสทั้ง 3 วัด บอกตรงกันว่าศพที่ฝังเป็นศพผู้เสียชีวิตที่มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทธศาสตร์ฯ นำมาฝากไว้ที่วัด โดยอ้างว่านำมาจากจังหวัดชุมพร จะฝากศพไว้ 2 ปี แล้วจะรับศพไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ขณะนี้ได้มีคำสั่งอายัดศพทั้งหมดไว้เพื่อให้ สพฐ.ตร.ตรวจเปรียบเทียบหาดีเอ็นเอว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องคดีใดหรือไม่

ทั้ง นี้ จากรายงานของศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมาระบุว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบและสลายการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.53-7 มิ.ย.53 มีกลุ่มแนวร่วม นปช.หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยรวม 51 ราย เป็นชาย 48 ราย และหญิงอีก 3 ราย ซึ่งแกนนำนปช.ได้เคยออกมาป่าวประกาศเรียกร้องให้รัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ติดตามค้นหามาตลอด แต่ไม่มีความคืบหน้า กระทั่งเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี จึงมีการเร่งรัดให้พิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าว

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

‘ประยุทธ์’วอนอย่าเพิ่งสรุป 169ศพปริศนาฝีมือทหาร

Pic_195229

ผู้บัญชาการทหารบก ระบุ อย่าเพิ่งด่วนสรุป 169 ศพปริศนา ที่ จ.ระยอง เป็นฝีมือของทหาร โดยขอให้รอการพิสูจน์หลักฐานและข้อเท็จจริงก่อน ขณะที่ ผกก.กลุ่มงานคดีแพ่ง สตช. รับต้องหาที่มาที่ไปของศพก่อนขุดขึ้นมาพิสูจน์ดีเอ็นเอ …

วันที่ 19 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 169 ศพปริศนา ที่พบใน จ.ระยองว่า ตนเพิ่งทราบข่าวเมื่อเช้านี้จากสื่อมวลชน และว่าการพิสูจน์ต้องทำตามขั้นตอน หากไม่พบหลักฐานก็อย่าเพิ่งด่วนสรุป ถ้าหากพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานหรือวัตถุพยานไม่ได้ ก็เป็นเรื่องทางนิติวิทยาศาสตร์

เมื่อถามถึงการขุดเจาะน้ำมันที่ กัมพูชา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องรอการเจรจาแบ่งเขตไทยกัมพูชาให้ชัดเจนก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ทุกรัฐบาลก็ยังทำไม่สำเร็จ ต้องให้เวลาสำหรับเรื่องนี้

ขณะ ที่ พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ ผกก.กลุ่มงานคดีแพ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบศพปริศนา ที่ถูกฝังภายในวัดคลองตากวา หมู่1 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง ตามคำสั่งของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนำทีมตรวจสอบโดย พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.กมค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ว่า ในวันนี้จะยังไม่มีการขุดศพขึ้นมาพิสูจน์ เนื่องจากต้องตรวจสอบตัวเลขของศพที่ถูกนำมาฝังเอาไว้เกินกว่าที่ขออนุญาต ว่ามาจากไหนก่อน ซึ่งเป็นการสอบสวนในแนวราบ หาที่มาที่ไปของศพ และยังเหลือศพปริศนาที่ยังต้องไปตรวจสอบอีก 2 วัดใน จ.ระยอง โดยในวันนี้จะเดินทางไปตรวจสอบต่ออีก

พ.ต.อ.ชยุต กล่าวต่อว่า หากขุดศพทั้งหมดขึ้นมาตรวจดีเอ็นเอแล้ว จะโอนคดีต่อไปยังตำรวจของท้องที่ สภ.แกลง จ.ระยอง ในฐานะพนักงานสอบสวนในคดี ว่าศพที่ได้เป็นใคร มาจากไหน เป็นกลุ่ม นปช.ที่สูญหายไปจริงหรือไม่ ส่วนตำรวจชุดที่ทำการตรวจสอบนี้ ก็จะหมดหน้าที่ไป.

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

‘ตู่’เร่งรัฐบาลจ่าย รายละ10ล้าน เหยื่อสลายชุมนุม

Pic_193910

“จตุพร” ออกโรงเร่งรัฐบาลพิจารณาจ่ายเงินชดเชยญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุวุ่นวายทางการ เมือง รายละ 10 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้ลดหลั่งกันไป รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ปัดไม่พูดถึงกรณีคืนพาสสปอร์ต-ตั้งทูตการค้าให้ “ทักษิณ”…

เมื่อ เวลา 12.00 น. วันที่ 14 ส.ค. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ถึงกรณีรัฐบาลควรพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายให้กับ ครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ ความวุ่นวายทางการเมือง เมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 จนมีผู้เสียชีวิต 91 ราย บาดเจ็บ 2,000 คน  โดยผู้เสียชีวิตไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ควรจะได้รายละ 10 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บกว่า 2,000 คน ควรได้ลดหลั่นกันไปตามเหมาะสม

นายจตุพร ระบุว่า อย่าคิดว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นจำนวนเงินที่มาก เพราะหากเทียบกับงบประมาณที่รัฐบาลชุดที่แล้วจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ ทหาร-ตำรวจในช่วงเหตุการณ์ดังกล่าวมีจำนวนมากกว่านี้หลายเท่า  ดังนั้นขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเยียวยา และคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังในเรือนจำด้วย ทั้งนี้ ยอมรับว่า ได้มีการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วมานานหลายเดือน ที่จะต้องดำเนินการดังกล่าว

ส่วนกรณีที่มีข่าวในช่วงนี้ว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์อาจมีการคืนพาสสปอร์ตแดง รวมทั้งอาจแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นทูตทางการค้านั้น นายจตุพร ชี้ว่า ขอให้เป็นไปตามที่ นายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศให้ข่าวในขณะนี้ คือไม่มีการแต่งตั้งเรื่องดังกล่าว ตอนนี้ส่วนตัวเห็นว่า รอให้รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน แล้วเริ่มปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนเรื่องเร่งด่วนทั้งเรื่องอุทกภัย  ความเลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจทันทีจะดีกว่า

อย่างไรก็ตาม นายจตุพร กล่าวยืนยันอีกว่า แกนนำนปช.ไม่เคยมีการต่อรองตำแหน่ง รมต.ในรัฐบาล ทั้งยังไม่มีอารมณ์น้อยเนื้อตำ่ใจแต่อย่างใดทั้งสิ้น  นปช.มีแต่จะประคับประคองรัฐบาล รวมทั้งมีภาระ ติดตามการช่วยเหลือ ทวงถามความยุติธรรม ให้กับกลุ่มประชาชน นปช.เท่านั้น

ด้าน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ระบุจะไ ม่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณา ขณะที่นายขวัญชัย ไพรพนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า  วันที่ 15 ส.ค. ตนเองจะเอาเงินเดือน และตำแหน่ง ส.ส.ไปประกันตัวแนวร่วม นปช. จำนวน 25 คนที่ถูกขังในเรือนจำประจำจังหวัด อุดร ธานี  เพื่อขอให้ศาลพิจารณาปล่อยตัวออกมา.

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

ประกัน132แดง เริ่มที่อุดรธานี คุยรมว.ยธ.แล้ว

Pic_193802

“ขวัญชัย ไพรพนา” แกนนำเสื้อแดง เผยหารือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เตรียมลุยประกันเสื้อแดงที่อยู่ในเรือนจำทั่วประเทศ โดยจะเริ่มนำร่องที่ จ.อุดรธานี ที่แรก 15 สิงหาคม…

นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (15ส.ค.) ตนจะยื่นประกันตัวผู้ต้องหาคนเสื้อแดง 25 คน ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานี อีกครั้ง หลังจากที่เคยยื่นประกันไปแล้วถึง 5 ครั้ง แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เพราะถึงวันนี้เราได้รับสัญญาณที่ดีว่า บ้านเมืองกำลังเดินหน้าเข้าสู่การปรองดอง และทาง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ท่านก็เล็งเห็นว่า เหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว 1 ปีกว่า พวกเราคนเสื้อแดงควรจะได้รับสิทธิความยุติธรรมในเบื้องต้น คือการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

“ผมมีการประสานไปยังผู้พิพากษา โดยในวันจันทร์นี้ (15 ส.ค.) เวลาบ่าย 3 โมง ผมจะทำหน้าที่นำใบรับรองเงินเดือนของ ส.ส.อุดรธานี ทุกคน มาใช้ประกันตัวผู้ต้องหาเสื้อแดง ที่อยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานีทั้ง 25 คน ออกมา ส่วนเรื่องของคดีก็ให้ว่ากันไปตามกระบวนการ เราคงไม่ได้ใช้เส้นใช้สายอะไร เราขอเพียงเศษเสี้ยวของความเป็นธรรม ในกระบวนการยุติธรรม ให้อิสระกับคนที่ถูกขังในเรือนจำมาแล้วปีกว่า นี่คือความตั้งใจของผม และก็ได้รับสัญญาณที่ดีจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ว่าจะคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ต้องขังคนเสื้อแดงทุกเรือนจำในประเทศไทย”

ส่วน หากมีการดำเนินการดังกล่าว ทางพรรคฝ่ายค้านจะออกมาโจมตี รมว.ยุติธรรม หรือไม่ นายขวัญชัยฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องว่ากันด้วยเหตุด้วยผล ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และ คอป. คุณสมชาย หอมละออ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนแล้วว่า การยัดเยียดข้อหาให้กับคนเสื้อแดง มันรุนแรงเกินกว่าเหตุ นี่คือทาง คอป.ที่รัฐบาลชุดที่แล้วแต่งตั้งพูดออกมา

ฉะนั้น ถึงตอนนี้ ต้องคืนความชอบธรรมให้กับผู้ต้องขังเสื้อแดง 132 คน ทั่วประเทศ โดยจะเริ่มต้นที่ จ.อุดรธานี ก่อน จากนั้นจะดำเนินการที่ จ.อุบลราชธานี และไปยังทุกจังหวัดที่มีคนเสื้อแดงถูกคุมขัง

ทั้งนี้ คนเสื้อแดง 25 คน ที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำอุดรธานี ถูกดำเนินคดีในข้อหาโฆษณาชักชวนให้กระทำผิดกฎหมาย, บุกรุกสถานที่ราชการโดยมีอาวุธ , ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน , วางเพลิงเผาสถานที่ราชการ และทำให้เสียทรัพย์อันเป็นสาธารณประโยชน์ และร่วมกันพยายามเผาที่ว่าการ อ.เมืองอุดรธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

เผยจุดฮ.ตกเป็น’หลุมทิ้งศพ’แนวรบ หลอนคนใส่ท็อปบู๊ตเดินรอบเต็นท์

เจ้าหน้าที่อุทยานชาวกะหร่าง เผยอาถรรพ์จุด ฮ.ตก เป็นหลุมทิ้งศพของแนวรบพม่า-กะเหรี่ยง-กะหร่าง บรรยากาศเงียบเหมือนป่าช้า ไม่มีคนและสัตว์กล้ำกลายเข้าไปโดยเด็ดขาด ขณะนอนเฝ้า 5 ศพที่เนิน 1100 ได้ยินเสียงคนใส่รองเท้าท็อปบู๊ตเดินวนรอบเต็นท์ และเห็นแสงไฟลูกโตพุ่งเข้าที่ศพที่เรียงรายกันอยู่…หลังจากภารกิจ กู้ศพผู้เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ ตกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี นำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 17 ศพ ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และมีการปิดศูนย์บัญชาการค้นหากู้ภัยผู้ประสบภัย ซึ่งตั้งในศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนั้น ทีมข่าวเฉพาะกิจภูมิภาค “ไทยรัฐ” รายงานเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่าบรรยากาศที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้คืนสู่ภาวะปกติ มีเพียงเจ้าหน้าที่ประจำปฏิบัติหน้าที่อยู่ ขณะที่ชุดปฏิบัติงานค้นหาเหยื่อ ฮ.ตก ร่วมกันรับประทานอาหาร และจับกลุ่มพูดคุยถึงการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ก่อนจะแยกย้ายกันกลับหน่วยงานต้นสังกัด

ร.อ.สมเกียรติ ศุภวงศ์ หนึ่งในนักบินของกระทรวงทรัพย์ฯ ที่ขับ ฮ.มอลเล่ย์ หมายเลข ทส.-1114 ร่วมปฏิบัติภารกิจ เปิดเผยว่า ฐานเนิน 900 และฐานเนิน 1100 และจุดที่ ฮ.ตก ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน เมื่อบินเข้าไปจะพบว่าสภาพภูมิอากาศเลวร้ายมาก โดยเฉพาะจุดที่ ฮ. ทั้ง 2 ลำตก มีเมฆหมอกปิดเกือบตลอดเวลา ช่วงหลังเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมงตั้งใจจะบินเข้าไปดูจุดเกิดเหตุให้ชัดเจน เพื่อแจ้งให้ชุดเก็บกู้ทราบ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ลำพังแค่บินไปฐานเนิน 860 ที่บินมาตลอดก็เกือบเอาตัวไม่รอดหลายครั้ง ช่วงที่แบล็กฮอว์กตก ฮ.ของเรา 2 ลำก็บินตามไปด้วย ตนเห็นเมฆม้วนตัวเข้ามาปกคลุมแบบกะทันหัน รีบตีวงหันหัวกลับหนีเมฆ พร้อมแจ้งให้ “แบล็กฮอว์ก” ทราบ คาดว่าระหว่างที่แบล็คฮอว์ก กำลังจะดึงเครื่องให้สูงขึ้นเหนือเมฆเพื่อหาช่องว่างบนเพดานบินที่สูงกว่า ได้ถูกกระแสลมที่มีความรุนแรงตีม้วนกลับ ดูดเอาเครื่องร่วงลงสู่พื้นดินทันที

นักบินคนเดิม กล่าวต่อว่า การบินในแก่งกระจานนักบินต้องเข้าใจสภาพอากาศที่แท้จริง สำหรับทีมตนเองก็เกือบเอาตัวไม่รอดหลายครั้ง โดยเฉพาะเที่ยวบินไปส่งนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ฐานเนิน 900 ระหว่างที่กำลังเตรียมลง ก็ถูกลมและกลุ่มเมฆตีม้วนเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนต้องรีบบินหนีออกไปตั้งตัวใหม่ กระทั่งสภาพอากาศเปิดก็รีบบินเข้าสู่ฐานเป้าหมายแล้วรีบบินออกทันที การบินในพื้นที่ลักษณะอากาศเช่นนี้ต้องปรับแผนการบินชนิดนาทีต่อนาที แต่ด้วยความเคยชินกับสภาพอากาศของผืนป่าแก่งกระจานทำให้เอาตัวรอดกันมาได้ และเป็นการปฏิบัติงานครั้งที่สำคัญที่สุดในชีวิตตั้งแต่เป็นนักบินมา

ทางด้านนายโบลาลา มีมิ อายุ 26 ปี ชาวกะหร่าง ที่มาเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และอยู่ในชุดกู้ศพ เปิดเผยว่า ในพื้นที่ป่าทุกแห่ง หากใครจิตไม่แข็งพอ ก็จะเจอกับสิ่งเร้นลับอยู่เป็นประจำ สำหรับป่าแก่งกระจานที่ตนและบิดา ซึ่งเป็นพรานป่าสัมผัสมาตลอด ในส่วนของจุดที่เครื่องบินตกบริเวณนั้น เป็นแนวรบของพม่า-กะเหรี่ยง-กะหร่าง หากกองกำลังฝ่ายใดเสียชีวิต ศพจะถูกนำไปโยนไว้ในหลุมจุดที่ “ฮ.แบล็กฮอว์ก” ตก บริเวณนั้นจะเงียบเหมือนป่าช้าไม่มีคนและสัตว์กล้ำกลายเข้าไปโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ในช่วงนอนเฝ้าศพทหารทั้ง 5 นายอยู่บนเนิน 1100 นั้น ได้ยินเสียงคนใส่รองเท้าท็อปบู๊ตเดินวนรอบเต็นท์นอนของทุกคนนานพอสมควร แต่ไม่กล้าทักเพราะกลัวอาถรรพ์ของป่า และระหว่างที่กำลังจะนอน ทุกคนเห็นแสงไฟลูกโตพุ่งเข้ามาตรงจุดที่ศพทั้ง 5 วางเรียงกันอยู่ แล้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อตรวจสอบดูก็ไม่พบอะไรเชื่อว่าเป็นวิญญาณของทหารทั้ง 5 มาบอกว่าอยากกลับบ้าน พวกตนทั้งหมดจึงทำพิธีบอกกล่าวทันทีว่าจะช่วยนำเอาทุกคนกลับบ้าน หลังบอกกล่าวทุกอย่างก็สงบ

โดย: ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 26/07/54 ฟังเสียงจากใกล้ไกล..ให้เป็นประโยชน์



พรใดใด เลอเลิศ ประเสริฐศรี
บันดาลมี ทันใด ให้สมหวัง
ให้นายก คนดี มีพลัง
ให้สมดั่ง คนไทย ไม่เคยลืม….

ขอให้ท่าน สุขกาย สบายจิต
มีชีวิต สดใส หัวใจปลื้ม
ถึงวันนี้ ทุกครา น้ำตาซึม
ไม่เคยลืม ความดี ที่เคยทำ….

ขอให้สุข สมหวัง ดั่งใจคิด
อิทธิฤทธิ์ ในหล้า ช่วยมาค้ำ
คำอวยพร มากมาย หลายล้านคำ
สู่ผู้นำ สุดที่รัก ท่านทักษิณ….

ยามบ้านเมือง ร้อนรุ่ม ดั่งสุมขอน
ชาวประชา ร้าวรอน อ่อนแรงสิ้น
คืนความสุข สดใส ให้แผ่นดิน
ด้วยถวิล สานฝัน อันแสนดี….

เสียงที่อยู่ ใกล้ไกล ให้ประโยชน์
อย่าได้โกรธ เอือมระอา หลบหน้าหนี
อุปสรรค หลายหลาก มันมากมี
ทำสิ่งดี ให้เกิดผล กับคนไทย….

กำลังใจ ส่งมา วันฟ้าสวย
เป็นแรงช่วย ส่องทาง สว่างไสว
ขอให้เธอ สมหวัง ตามตั้งใจ
เพื่อคนใกล้ และคนไกล ได้ยินดี….

สุขสันต์วันดีๆ ครับท่านนายกในดวงใจทั้งสอง​ท่าน

๓ บลา / ๒๖ ก.ค.๕๔

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

ลูกชายเศรษฐีจาง


หนังสือ ที่ถูกค้นพบในหีบหนังสือวังจิ่งหยวนกง พระราชวังโบราณกรุงปักกิง หงอิ้งหมิง สมัยราชวงศ์หมิง เขียน บุญศักดิ์ แสง-ระวี แปล ตั้งชื่อหนังสือเป็นไทยว่า..สายธารแห่งปัญญา เรื่องหนึ่งชื่อ คุณชายของเศรษฐีจาง

ชุมชนเมืองซี่ มีถนนหนทางมากมาย รถราสัญจรไปมาคับคั่ง ผู้คนเดินเบียดเสียดเหงื่อไหลไคลย้อย คนเมืองนี้จึงไม่มีเวลาชมเมฆ-สวยบนท้องฟ้า ไม่มีเวลาชมดอกไม้ริมถนน เพราะต่างคนต่างรีบเร่ง

แต่กระนั้น ก็ยังมีคนเมืองซี่บางคน มีเวลาว่างเพราะไม่มีอะไรจะทำ ชาวเมืองซี่รู้จักกันดี

เรียกเขาว่าลูกชายเศรษฐีจาง

คุณ ชายถูกรักถูกตามใจจนเคยตัว อ้าปากก็มีอาหารรสเลิศเข้า ยื่นมือก็ได้เงินได้ทอง ได้เพชรนิลจินดา แต่ไหนแต่ไร เขาไม่เคยขาดแคลนอะไรในชีวิต

แต่ในความไม่ขาดแคลนนั้น คุณชายก็มีสิ่งขาดแคลนอยู่บ้าง เช่นจิตใจที่ขาดความเมตตากรุณา และสำนึกที่จะแสวงหาความก้าวหน้าเต็มความสามารถ

เมื่อใจไม่มีความกรุณา คุณชายจึงไม่เคยคิดช่วยเหลือคนยากจน คุณชายคิดว่าเป็นการหาเรื่องใส่ตัว

คุณชายไม่อยากเรียนหนังสือ หรือฝึกปรือฝีมืออะไรให้เป็นสักอย่าง เขาขี้เกียจแม้กระทั่งจะออกไปชมทิวทัศน์นอกเมือง

แต่ละวันคุณชายจึงเอาแต่จ้องมองอยู่แต่กำแพงและเสาบ้าน เขาวิตกกังวลและรำพึงรำพันอยู่ว่า

“ถ้าฟ้าเกิดถล่มลงมา เสาบ้านจะค้ำยันไหวไหม? กำแพงบ้านอย่าให้มันล้มทับเราได้ ก็จะดี”

คุณ ชายเป็นคนดัง เรื่องที่คุณชายรำพันกลัวฟ้าถล่ม กลับทำให้ดังยิ่งขึ้น ชาวเมืองซี่เอาเรื่องนี้เป็นบทสนทนาทั้งก่อนและหลังอาหาร คุยกันแล้วก็หัวเราะท้องคัดท้องแข็ง

“เราทำงานแทบตาย กลัวเวลาจะไม่พอ” หลายคนพูดเหมือนกัน “แต่ลูกชายเศรษฐีจาง กลับห่วงว่าฟ้าจะถล่ม”

เรื่องนี้เล่าขานกันต่อๆมา จนกลายเป็นนิทานแพร่หลายออกไปกว้างขวาง เล่าลือกันถึงปัจจุบัน

ปราชญ์ รุ่นหลัง เล่านิทานเรื่องนี้ให้ลูกศิษย์ฟัง และวิจารณ์ว่า เป็นเรื่องน่าดีใจ ที่คนเมืองซี่ห่วงแต่เรื่องฟ้าถล่ม เรื่องที่น่ากลัวกว่าก็คือ

ถ้าคนเมืองซี่ว่างไม่มีอะไรจะทำ แล้วเอาเวลาว่างไปฆ่าคน และวางเพลิง

ลูก ศิษย์แสดงความสนใจคำสอนนี้ อาจารย์จึงให้บทเรียนต่อไป…ชีวิตมนุษย์เรา มีเรื่องน่ากลัวที่สุดก็คือว่างเกินไป เพราะอาจจะคิดชั่ว ทำเรื่องเลวๆขึ้นมาได้

แต่ที่น่ากลัวที่สุดอีกอย่าง ก็คือ วุ่นเกินไป คนที่วุ่นเกินไป มักไม่รู้ว่าตัวเองวุ่นเรื่องอะไร

ปราชญ์ให้คำสอนทิ้งท้าย…ชีวิตคนเราถ้าว่างเกินไป ความคิดก็จะฟุ้งซ่าน ถ้าวุ่นเกินไป อุปนิสัยแท้ก็จะไม่ปรากฏ

วิญญูชน พึงใส่ใจในกายและใจตน ทั้งไม่ควรทิ้งความรื่นรมย์จากธรรมชาติ

ผม ฟังข่าวเฮลิคอปเตอร์ตกเป็นลำที่สาม ที่แก่งกระจาน มีทหารตายไปอีก 3 นาย รวมสองลำที่ตกไปก่อน 14 นาย เป็น 17 นาย รู้ข่าวแล้ว ไม่อยากเชื่อว่า นี่คือชีวิตที่สูญเสีย ในป่าเขาลึกลับซับซ้อนชายแดนพม่า

ธรรมชาติป่า เขา ไม่ต่างจากธรรมชาติอื่นๆ คลื่นสึนามิ น้ำป่า พายุ ฯลฯ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เป็นมหาภัยใหญ่หลวง ทำลายล้างชีวิตมนุษย์ได้มากมาย ป้องกันได้ยาก เกิดขึ้นแล้วตั้งรับอย่างเดียว ทำใจได้อย่างเดียว

แต่ดูเหมือนภัยจากมนุษย์ด้วยกัน จะทำร้ายมนุษย์ด้วยกันได้มากกว่า จากสงคราม จากความขัดแย้งทางการเมือง

ที่ นอร์เวย์ คนว่างคนเดียว ก่อเรื่องร้ายแรง ทั้งระเบิดทำเนียบรัฐบาล ทั้งใช้ปืนกราดยิงคน ข่าวร้ายจากนอร์เวย์ เป็นบทเรียนสอนให้โลกรู้ว่า อย่าปล่อยให้คนว่างมากเกินไป เภทภัยจะมาถึงวันหนึ่งวันใดโดยไม่รู้ตัว

สงครามบางบ้านเมือง เขาว่ากันมานาน เราปล่อยให้คนแก่ขี้เหงาไม่กี่คน ว่างจนเกินไป.

ไทยรัฐออนไลน์
• โดย กิเลน ประลองเชิง
• 26 กรกฎาคม 2554, 05:01 น.

 

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 26/07/54 ฟังเสียงจากใกล้ไกล..ให้เป็นประโยชน์

http://3blabla.blogspot.com/



พรใดใด เลอเลิศ ประเสริฐศรี
บันดาลมี ทันใด ให้สมหวัง
ให้นายก คนดี มีพลัง
ให้สมดั่ง คนไทย ไม่เคยลืม….

ขอให้ท่าน สุขกาย สบายจิต
มีชีวิต สดใส หัวใจปลื้ม
ถึงวันนี้ ทุกครา น้ำตาซึม
ไม่เคยลืม ความดี ที่เคยทำ….

ขอให้สุข สมหวัง ดั่งใจคิด
อิทธิฤทธิ์ ในหล้า ช่วยมาค้ำ
คำอวยพร มากมาย หลายล้านคำ
สู่ผู้นำ สุดที่รัก ท่านทักษิณ….

ยามบ้านเมือง ร้อนรุ่ม ดั่งสุมขอน
ชาวประชา ร้าวรอน อ่อนแรงสิ้น
คืนความสุข สดใส ให้แผ่นดิน
ด้วยถวิล สานฝัน อันแสนดี….

เสียงที่อยู่ ใกล้ไกล ให้ประโยชน์
อย่าได้โกรธ เอือมระอา หลบหน้าหนี
อุปสรรค หลายหลาก มันมากมี
ทำสิ่งดี ให้เกิดผล กับคนไทย….

กำลังใจ ส่งมา วันฟ้าสวย
เป็นแรงช่วย ส่องทาง สว่างไสว
ขอให้เธอ สมหวัง ตามตั้งใจ
เพื่อคนใกล้ และคนไกล ได้ยินดี….

สุขสันต์วันดีๆ ครับท่านนายกในดวงใจทั้งสอง​ท่าน

๓ บลา / ๒๖ ก.ค.๕๔

Leave a comment

Filed under การ์ตูนการเมือง, หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

กะหร่าง-กะเหรี่ยง ผืนป่าแก่งกระจาน

Pic_187999

ชายแดนไทย-พม่า…ด้านอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชนกลุ่มน้อยที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่แถบนี้ มีทั้งชาวกะหร่าง และกะเหรี่ยง ซึ่งต่างคนต่างก็มีวิถีชีวิตที่ต่างกัน

ตามแนวตะเข็บชายแดน…ประจวบฯ เพชรบุรี ต่อเนื่องไปราชบุรี กาญจนบุรี ชีวิตความเป็นอยู่ชนกลุ่มน้อยก็จะทำไร่เลื่อนลอยไป

เรื่อย แล้วก็สร้างเป็นยุ้งฉางเอาไว้เป็นจุดๆ…เพื่อเอาไว้เก็บผลผลิต

“พวกเขาจะรู้กันว่า…เดินไปข้างหน้าเท่าไหร่ แค่ไหนถึงจะมียุ้งฉางเก็บอาหารที่ว่านี้ ไปถึงก็เอามากินได้”

ผู้สันทัดกรณีแนวชายแดนไทยพม่า ผืนป่าแก่งกระจาน ให้ข้อมูลและบอกว่า คนกลุ่มนี้นอกจากปลูกพืชไร่เอาไว้เลี้ยงตัวเอง ครอบครัวแล้ว ยังปลูกพืชเอาไว้ขายเชิงธุรกิจ ประเด็นน่าสนใจคือการปลูกฝิ่น กัญชา ที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ เผาทำลายไปแล้ว

“ช่วงที่พบปริมาณไม่เยอะ แต่ก็มีปลูกแซมกับพืชไร่ทั่วไป แล้วก่อนหน้านี้ราว 10 ปีที่แล้ว…ก็มีการกวาดล้างชนกลุ่มน้อย ครั้งนั้นเราสูญเสีย ตชด. 4 นาย และเป็นที่รู้กันว่า…ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้

มุมหนึ่งดำรงคงอยู่เพื่อความอยู่รอด แต่อีกฟากหนึ่งก็ต้องสู้รบตบมือกับกองกำลังฝั่งพม่า”

ตลอดแนวชายแดนทั้งฝั่งพม่าฝั่งไทยจะมีฐานทหารตั้งประจันหน้ากันอยู่ตลอดแนว หลายสิบจุด ล่าสุดฝั่งพม่าตั้งเพิ่มอีก 2-3 จุด ฝั่งเราก็กำลังจะตั้งเพิ่ม ยันกันเอาไว้ไม่ให้มีการบุกรุกเข้ามาในดินแดนไทย

หนึ่งในจุดสำคัญ…ฐานเขาไม้แดง 995 ตรงข้าม ต.ห้วย-แม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ฝั่งไทย พื้นที่ที่แบล็กฮอว์กตก

บริเวณนี้ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ ภูเขาสลับซับซ้อนขนาดไหน?

เพราะขนาดแบล็กฮอว์กที่มีสมรรถนะเทคโนโลยีทันสมัย ก็ยังไม่อาจฝ่าไปได้

เท่าที่รู้…แบล็กฮอว์ก ถ้าร่วงที่ความสูงไม่เกินตึก 3 ชั้นคนในห้องโดยสารก็น่าจะปลอดภัย ตัวเครื่องไม่ระเบิด การบิน…ขึ้น ลง ทำในแนวดิ่งได้ แล้วก็ยังบินลอยนิ่งๆอยู่ได้ ผ่าหมอกได้ แล้วยังมีเลเซอร์นำทาง จับได้ว่าข้างหน้าจะมีสิ่งกีดขวาง ภูเขาอยู่ตรงหน้าก็ยกตัวหนี หลบหลีกได้

ในภาพใหญ่ความเคลื่อนไหวของชนกลุ่มน้อยแนวชายแดน

ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ เกรงกันว่าถ้าปล่อยเอาไว้ ให้เดินทางเคลื่อนย้าย ถางป่า…เป็นพื้นที่โล่งเพื่อเพาะปลูกไปเรื่อยๆอย่างนี้ ป่าผืนนี้เป็นป่าต้นน้ำเพชรบุรี…ปราณบุรี ถ้าถูกทำลาย ก็จะมีผลต่อเนื่องระยะยาว

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเปิดโครงการผลักดันชนกลุ่มน้อยให้ออกนอก พื้นที่มาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อไม่ให้ทำลายป่า มีทั้งการจับได้ ยึดของกลางเป็นอาวุธปืนบ้าง เครื่องมือล่าสัตว์บ้าง รื้อสิ่งปลูกสร้างไปได้  กว่า 100 จุด…เหลืออีก 50 จุดที่ยังต้องดำเนินการต่อ

การสนธิกำลังเข้ากวาดล้างตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ปัญหาที่พบหลักๆคือการตัดไม้ทำลายป่า ถัดมาก็คือการเข้ามาล่าสัตว์ป่า โดยเฉพาะเสือโคร่ง…มีกลุ่มขบวนการซื้อขาย และสุดท้ายเรื่องความมั่นคง

ปัญหามีว่า…เมื่อผลักดันออกไปได้แล้ว ก็จะกลับเข้ามาใหม่ แม้ว่าจะเผาทำลายสิ่งปลูกสร้างไป ชนกลุ่มน้อยก็ยังย้อนกลับมาอยู่อาศัยอีกเหมือนเดิม
ส่วนสถานการณ์ยาเสพติด ในพื้นที่อาจจะมีไม่มาก เพราะมีการปลูกกระจายไปเป็นวงกว้าง ส่วนเส้นทางการขาย เท่าที่รู้มา…ปลายทางจะอยู่ที่สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เพราะง่ายต่อการขนส่ง เดินทาง

บรรยากาศแนวชายแดนฝั่งพม่าบริเวณนี้ น้อยคนนักที่จะรู้ความเคลื่อนไหวชนกลุ่มน้อยกลุ่มไหนมีอิทธิพลมากน้อย…กอง กำลังทหารพม่าดูแลพื้นที่ได้เต็มรูปแบบหรือไม่? เท่าที่ทราบก็รู้เพียงแค่ว่า กลุ่มกะหร่าง…และกะเหรี่ยงที่ว่านี้แหละ ที่เดินทางข้ามไปข้ามมา ปักหลักหากิน อยู่อาศัย

นับจากฐานต่อฐานที่ตั้งหน่วยทหาร ระยะทางห่างกันไม่ใช่น้อยๆ แต่ชนกลุ่มน้อยเชี่ยวชาญพื้นที่มาก จะไปไหนมาไหนก็ใช้เวลาเดินทางไม่นาน

ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวแนวชายแดนไทยพม่า คงรู้อยู่แล้วว่า…ปัญหาชนกลุ่มน้อยเป็นเรื่องยากที่จะแก้ได้ เพราะภูมิประเทศบริเวณพรมแดนไทย-พม่า ส่วนใหญ่เป็นถิ่นทุรกันดาร อยู่ห่างไกลจากการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย จึงเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมกับพวกชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆเข้ามาอยู่อาศัย

ชนกลุ่มน้อยบางส่วนเข้ามาอาศัยอยู่ในเขตแดนไทย นอกจากนี้ในส่วนที่อยู่ในเขตพม่า เมื่อถูกทหารรัฐบาลพม่าปราบปราม ก็หนีเล็ดลอดเข้ามาในเขตของไทย บางกลุ่มได้ตั้งด่านเก็บภาษีเถื่อนตามพรมแดนไทย…พม่า บ้างก็…ลักลอบค้ายาเสพติด และสินค้าหนีภาษี

“พฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้สุ้มเสียงฝั่งพม่าก็แคลงใจว่า ฝ่ายไทยให้การสนับสนุน ให้ที่พักพิงแก่ชนกลุ่มน้อยในพม่า

ส่วนฝั่งเราก็คิดเหมือนกันว่า ความเคลื่อนไหวบางเรื่อง นับรวมไปถึงปัญหายาเสพติด ถ้าฝั่งโน้นไม่รู้ไม่เห็น ขบวนการค้ายาเสพติดก็ไม่น่าจะดำเนินการ ขยายวงกว้างได้ขนาดนี้”

ปลายปีที่แล้วนักวิเคราะห์สถานการณ์ในพม่า ตั้งข้อสังเกตว่า กองกำลังชนกลุ่มน้อยในพม่าหลายกลุ่มกำลังเร่งหาเงินทุนจากการค้ายาเสพติด ค้าไม้สัก และค้าหยก เพื่อนำเงินใช้เตรียมสู้รบ เผื่อถูกกวาดล้างปราบปรามจากรัฐบาลทหารพม่า

ยาเสพติดชนิดสำคัญคือ เมธแอมเฟตามีน หรือ ไอซ์ กองกำลังว้า เดิมทีครองพื้นที่ปลูกฝิ่นส่วนใหญ่ในพม่าก็หันมาตั้งโรงงานผลิตยาไอซ์หลาย แห่งตามแนวชายแดน ซึ่งสอดคล้องกับหน่วยปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ (ดีอีเอ) ที่ระบุว่า กองกำลังว้ามีทหารประจำการราว 20,000 นาย เป็นกองกำลังค้าเฮโรอีน ยาไอซ์

ซึ่งไม่มีใครรู้ได้ว่า…อาณาจักรค้ายาเสพติดของกองกำลังว้า ยิ่งใหญ่แค่ไหน

ผู้สันทัดกรณีแนวชายแดนไทยพม่า ผืนป่าแก่งกระจาน สันนิษฐานอีกว่า ขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณนี้…ถ้าจะมีก็น่าจะมีทั้งสองฝั่ง พื้นที่ป่าต้นน้ำ รกเรื้อ…อาจไม่ได้ตั้งเป็นโรงงาน แต่ปลูกเป็นแค่กระท่อม เพราะชัดเจนว่าที่ผ่านมาแนวตะเข็บตรงนี้ก็เคยเป็นพื้นที่ที่มีการผลิต เฮโรอีนมาก่อน

ธุรกิจอื่นนอกเหนือจากนี้ จะว่าไปแล้วชนกลุ่มน้อยจำนวนไม่น้อยก็ประกอบอาชีพที่สุจริต ปลูกพืช ทำไร่เอาไว้ขาย…ไว้กิน แต่ที่ว่าสุจริตก็เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายประเทศไทย เป็นการถางป่า ทำลายป่า

ต้องย้ำว่า…ปัญหาใหญ่วันนี้ คือไม่อยากให้ชนกลุ่มน้อยบุกรุกทำลายป่าต้นน้ำ พุ่งเป้าไปเฉพาะบางจุดที่ติดชายแดน มีการสร้างยุ้งฉางขนาดใหญ่และตรวจพบชิ้นส่วนอาวุธสงคราม เชื่อได้ว่า…น่าจะเป็นฝีมือกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด

ชนกลุ่มน้อยตามตะเข็บชายแดนไทย…พม่า ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง…จากอดีตจนถึงวันนี้ยังคงยากที่จะหาทางแก้ไขได้อย่างเด็ดขาด.

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

แค่กระตุกความขลัง?

Pic_186449

จะว่าสื่อฝรั่งตื่นตูมเกินเหตุก็มองได้

ตามอารมณ์ที่ สำนักข่าวเอพีวิเคราะห์กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ประกาศรับรองการเป็น ส.ส.ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย และว่าที่นายกรัฐมนตรี

อาจ ก่อให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่บนท้องถนนจากกลุ่มผู้สนับสนุนและจุดชนวนกระแส การเมืองระส่ำรอบใหม่ในเมืองไทย ที่มีประชาธิปไตยที่เปราะบาง

อาศัย อ้างตามมุมมองของนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิจัยประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ฟันธงว่า กกต.กำลังเริ่มการรัฐประหารทางกฎหมายรอบใหม่กับกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณ

ถือ เป็นความพยายามหลังการเลือกตั้งที่จะขัดขวางไม่ให้พรรคเพื่อไทยขึ้นสู่อำนาจ และความเคลื่อนไหวนี้ จะทำให้เกิดกระแสไม่ยอมรับจากผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย และอาจจบลงด้วยวิกฤติการเมืองที่ยืดเยื้อของเมืองไทย

กระตุกขวัญกันข้ามช็อตไปไกลเลย

แต่ ก็ว่าไม่ได้ โดยอารมณ์หวั่นไหวเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีรายงานข่าวออกมาจากพรรคเพื่อไทยเปิดแผนสำรอง ถ้า “ยิ่งลักษณ์” ถูกแขวนอยู่ใน 5 เปอร์เซ็นต์สุดท้าย ไม่ได้รับการรับรองเป็น ส.ส.ทันโหวตเลือกนายกฯ

ก็มีชื่อของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นแคนดิเดต “มวยแทน” เสียบเก้าอี้นายกฯ

ตั้งท่าเปิดตำรารับมือเกมสกัด “ยิ่งลักษณ์” กันในที

แต่ อย่างไรก็ตาม ถ้ามองกันในมุมที่ว่า ยังมีเวลาอีกหลายวันก่อนจะครบกำหนด 30 วัน ตามรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการขั้นตอนปกติของ กกต.

โดยเฉพาะถ้ามองในอารมณ์ของ “ความเป็นธรรมชาติ” ประเมินจากเบื้องหลังการลงมติที่ กกต.แต่ละคนสะท้อนความเห็นออกมา

นาย อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กับนายวิสุทธิ์ โพธิแท่น เห็นสมควรให้แขวนผู้ที่ถูก ร้องเรียนไว้ก่อน ขณะที่นางสดศรี สัตยธรรม และนายสมชัย จึงประเสริฐ เห็นพ้องว่า ควรประกาศรับรอง ส.ส.ไปก่อนทั้งหมด เพื่อให้กระบวนการเรียกประชุมรัฐสภาดำเนินการได้ แล้วค่อยมาสอยทีหลัง

แล้ว ก็เป็นหนึ่งเสียงตัดสินของนายประพันธ์ นัยโกวิท ที่เห็นคล้อยกับนายอภิชาตและนายวิสุทธิ์ สุดท้ายมติออกมาเสียงส่วนใหญ่ 3 ต่อ 2 ให้ประกาศรับรองบางส่วน โดยให้แขวนชื่อของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคประชาธิปัตย์ พ่วงกับอีก 14 ว่าที่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ส่วนใหญ่เป็นของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะแกนนำเสื้อแดง นปช.

เป็นครั้งแรกที่ กกต.แขวนผู้สมัครในส่วนของปาร์ตีี้ลิสต์

นี่แหละคือจุดที่ “ผิดปกติวิสัย” แปลความกันไปต่างๆนานา

แต่ ถ้าวิเคราะห์กันตามเงื่อนไขไฟต์บังคับ ตามสถานการณ์ที่ กกต.ก็ต้องโชว์อิทธิฤทธิ์ กระตุก “ความขลัง” หลังตกเป็นเป้ากระสุนตกโดนวิพากษ์วิจารณ์มาตรฐานการคุมเลือกตั้ง ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลักลั่น ทำให้มีผู้เสียสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก และปรากฏการณ์ตัวเลขรวมบัตรเลือกตั้งระบบเขตกับระบบบัญชีรายชื่อไม่ตรงกัน

ที่สำคัญเลย ท่ามกลางปรากฏการณ์มั่วๆ มันยังมีกลิ่นทะแม่งๆ

กับ อาการขยับของหัวขบวน “ม็อบมีเส้น” ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำม็อบพันธมิตรฯ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ที่เดินสายไล่บี้กดดัน 5 เสือ กกต. ทั้งการยื่นฟ้องศาลฎีกาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ อ้างทำให้ประชาชนจำนวนมากเสียสิทธิ ตั้งแง่ใส่ กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปล่อยให้พวกโดนตัดสิทธิทางการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวอย่างเปิดเผย

เล่นกันถึงขั้นขู่ฟ้องดำเนินคดีอาญา มันก็เป็นอะไรที่ “กระตุกต่อมแหยง” เป็นธรรมดา

ก่อนอื่นเลย กกต.ก็ต้องแสดงบทดุ ให้ดูเข้มขลัง เบี่ยงกระแสลดแรงเสียดทานไว้ก่อน

ส่วน ตอนต่อไปว่ากันตามปมร้องเรียนในส่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในประเด็น “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” หรือการปล่อยให้พวกติดโทษแบนทางการเมืองมาช่วยหาเสียง

พร้อมกับการแขวนชื่อของ “อภิสิทธิ์” ไว้ด้วย เหมือนเป็นการ “บาลานซ์” ไม่ให้เกิดภาพสองมาตรฐาน

โดย มุมนี้ ถ้าแทงหวย กกต.น่าจะปล่อยทั้ง “ยิ่งลักษณ์” และ “อภิสิทธิ์” ไม่ฝืนกระแสน้ำเชี่ยวจากพลังเสียงของประชาชนที่เทให้พรรคเพื่อไทยอย่างถล่ม ทลาย เสี่ยงหักกลางลำ

แต่ทั้งหมดทั้งปวง นี่ว่ากันแค่ระยะ 6 เดือนถึง 1 ปี ที่ฝ่ายคุมเกมอำนาจ “จำใจ” ต้องปล่อยทีมงานของนายใหญ่

ตอน ต่อไปหลังจากนั้น จับจังหวะจากคิวที่ กกต.เปิดเกมกระตุกขาไว้ ประกอบกับบรรดา “แก๊งเจาะยาง” ที่เปิดปฏิบัติการโรยตะปูเรือใบ มันก็เป็นสัญญาณเตือนให้รู้เลยว่า

เส้นทางของ “ว่าที่นายกฯปู” ไม่สวยหรูเหมือนในนิยาย.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 12/07/54 อุ้มฆ่า..พามายิง ให้ตายซ้ำ

รูปภาพ

สิทธิมนุษยชน บนตราบาป
เหยียบย่ำ..คราบน้ำตา พาวิบัติ
ทั้งเอนเอียง เบี่ยงเบน จนเห็นชัด
เหมือนเร่งรัด ชิบหาย ตายยกพวง….

จะโอบอุ้ม คุ้มกะลา ใครว่าเล่า
ใยงี่เง่า ทำวิปริต เหมือนติดบ่วง
อุ้มฆาตกร ฆ่าคนตาย หมายล่อลวง
ชั่วทั้งยวง แก้งค์อุบาทว์ ชาติคนเลว….

ทั้งเลียแข้ง เลียขา พวกหน้าด้าน
ทำเงอะงะ งุ่นง่าน พล่านลงเหว
ผิดเป็นถูก โหมใส่ ดั่งไฟเปลว
จึงแหลกเหลว องค์กรทราม หยามผู้คน….

ดั่งนิทาน สอพลอ นางตอแหล
ใช่เพียงแค่ เรื่องราว คราวสับสน
มันบอกว่า สิทธิ มนุษยชน
ใยสัปดน แหกคอก มีนอกใน….

จะอุ้มกัน อย่างไร ใครก็เห็น
แม้นซ่อนเร้น ด้วยเล่ห์ ทำเฉไฉ
แต่สังคม รู้เห็น ความเป็นไป
รอพวกชั่ว ตัวจัญไร ได้รับกรรม….

องค์กรสิทธิมนุษยชน บนทางเถื่อน
ยิ่งเลอะเลือน ชั่วช้า ยิ่งน่าขำ
แค่อ้าปาก เห็นลิ้นไก่ ไอ้พวกระยำ
ตั้งขึ้นมา เพื่อเหยียบย่ำ และทำลาย….

๓ บลา / ๑๒ ก.ค.๕๔
http://3blabla.blogspot.com

 

Leave a comment

Filed under การ์ตูนการเมือง, หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

แกนนำ นปช.แตก บีบปลด!เมียเหวงพ้นประธาน

Pic_184498

แกนนำ นปช.แตกคอ แรมโบ้อีสาน รวมกลุ่มสายฮาร์ดคอร์ เสนอปลด “ธิดา” พ้นตำแหน่งกลางที่ประชุม อ้างไม่เป็นประชาธิปไตย ทำองค์กรแตกแยก เตรียมหนุน “คณิน บุญสุวรรณ” อดีต สสร.เข้าชิงตำแหน่งแทน จี้หากไม่ยอมรับข้อเสนอจะแยกตัว ทั้งยังเตือนพรรคเพื่อไทยอย่าตีกัน นปช. ไม่ให้ร่วมรัฐบาล ทั้งที่ได้รับเลือกตั้งเพราะคนเสื้อแดง…

จุด เปลี่ยนครั้งใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 6 ก.ค. ที่ศูนย์เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ศูนย์การค้าอิมพีเรียลลาดพร้าว กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.นัดหมายสื่อมวลชนแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช.ได้นัดหมายแกนนำ นปช.ประชุมสรุปข้อมูลก่อนการแถลง ทั้งนี้ ได้มีรายงานข่าวว่า บรรยากาศการประชุมครั้งนี้เป็นไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากแกนนำคนสำคัญสายฮาร์ดคอร์ส่วนหนึ่ง อาทิ นพ.ประแสง มงคลศิริ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน นางไพจิตร อักษรณรงค์ นายวิสา คัญทัพ นายวันชนะ เกิดดี ฯลฯ ได้ร่วมกันบอยคอตไม่เข้าประชุม ทั้งยังมอบหมายให้ตัวแทนกลุ่มคือ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ทำหน้าที่เข้าประชุมแทน

ทั้งนี้ นายชินวัฒน์ได้เสนอมติของกลุ่มต่อที่ประชุมว่า ขอให้นางธิดาลาออกจากตำแหน่งรักษาการประธาน นปช. นอกจากนี้ยังมีการเสนอปรับเปลี่ยนชื่อขององค์กร นปช.ใหม่เพื่อสลัดให้หลุดจากภาพลักษณ์ของความรุนแรง อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าว สร้างความไม่พอใจให้นางธิดา ทำให้มีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงระหว่างนางธิดาและนายชินวัฒน์ถึงขั้นทุบ โต๊ะ โดยนางธิดาชี้ว่าที่แกนนำออกจากคุกหรือกลับมาเมืองไทยได้นั้นเพราะการขับ เคลื่อนของตน ส่วนนายชินวัฒน์ก็เบรกว่าไม่ควรนำเรื่องนี้มาทวงบุญคุณ ซึ่งการถกเถียงไม่มีท่าทีสิ้นสุด แกนนำบางส่วนที่อยู่ในที่ประชุม เช่นนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ นายสมหวัง อักษราสี นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋งดอกจิก จึงเชิญนายชินวัฒน์ออกไปหารือนอกรอบ ที่ห้องรับประทานอาหาร

นาย ชินวัฒน์เผยว่า ไม่โกรธนางธิดา แต่จะไม่ละความพยายามที่จะขอให้มีการเปลี่ยนประธาน นปช.ใหม่ และเปลี่ยนชื่อองค์กร นปช.ด้วย โดยให้คนเสื้อแดงทั่วประเทศเป็นคนตัดสิน เหตุผลเป็นเพราะนางธิดามักไม่รับฟังความคิดเห็นคนอื่น รวบอำนาจ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ทำให้มีปัญหากับคนเสื้อแดงกลุ่มย่อยๆหลายกลุ่ม รวมทั้งแกนนำหลายคนที่ทะเลาะกันถึงขั้นเจอหน้าไม่ยกมือไหว้ ต้องยอมรับว่าองค์กรของคนเสื้อแดงประกอบด้วยคนหลายกลุ่ม จะให้หันไปทิศทางเดียวกันคงไม่ได้ ต้องฟังความเห็นคนอื่นด้วย ที่สำคัญนางธิดาเป็นภรรยา นพ.เหวง โตจิราการ ซึ่งมีสถานภาพเป็นว่าที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย ดังนั้นคนอาจจะมองว่าภรรยาอยู่  นปช. สามีอยู่เพื่อไทย ซึ่งไม่สมควร

“เมื่อ นปช.เรียกร้องประชาธิปไตยและต้านการสองมาตรฐานจะเดินหน้าต่ออย่างไร ถ้าคนที่จะก้าวมารับตำแหน่งไม่ได้มาจากเสียงคนส่วนใหญ่ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่เสนอชื่อคนในกลุ่มเข้ามาแข่งกับนางธิดาแต่จะเสนอชื่อนาย คณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร.แทน เพราะอนาคตของ นปช.จะไม่มีการเคลื่อนไหวตามท้องถนน แต่ ต้องทวงความยุติธรรมให้มวลชนที่เจ็บตาย จึงควรมีนักกฎหมายมาทำหน้าที่หัวเรือใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากนางธิดาไม่ยอมปรับเปลี่ยน ทางกลุ่มก็คงบอยคอตไม่ร่วมกิจกรรม แต่คงไม่ลาออกจาก นปช. เพียงแต่อาจจะแยกไปจัดกิจกรรมมวลชนของตัวเองตามภาคต่างๆ” แกนนำ นปช.กล่าว

นอก จากนี้นายชินวัฒน์ยังกล่าวด้วยว่า ทางกลุ่มได้นัดหารือกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านวิภาวดี เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ซึ่งมีแกนนำหลายคนเข้าร่วม ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่มักมีข่าวออกมาตลอดว่าจะ ไม่ให้แกนนำคนเสื้อแดง ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เข้ามารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ จึงอยากฝากไปยังพรรคเพื่อไทย ว่า ที่ชนะการเลือกตั้งก็เพราะคนเสื้อแดง ก็ไม่ควรจะไปอายถ้ามีคนเสื้อแดงเข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งทางกลุ่มจะรวมตัวกันไปหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง

ขณะ เดียวกัน นางธิดากล่าวว่า ความจริงไม่ได้อยากมารับตำแหน่งนี้อยู่แล้ว แต่ที่ต้องรับเพราะไม่มีคนเนื่องจากช่วงนั้นแกนนำส่วนหนึ่งติดคุก อีกส่วนหนีออกนอกประเทศ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น น่าจะมาจากแกนนำสายฮาร์ดคอร์บางส่วนที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่ค่อยพอใจการนำของตน และหากจะให้กลับมาทำแบบเดิมๆคงยอมไม่ได้  อีกทั้งตั้งแต่มารับตำแหน่งก็ถูกโจมตีว่ามาทำเพื่อให้สามีออกจากคุกบ้าง มารักษาผล ประโยชน์ให้สามีที่สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยบ้าง ทั้งที่ ไม่จริง นอกจากนี้ยังเคยมีปัญหากับแกนนำกลุ่มนี้ ในช่วงที่จัดงานชุมนุมรำลึก 1 ปี เหตุสลายชุมนุม 19 พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีการประกาศกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว ตนเกรงว่าจะได้รับผลกระทบ จึงได้ขอมติที่ประชุม นปช.ไม่ให้แกนนำที่ลงสมัครเลือกตั้งทั้งหมด ขึ้นไปปรากฏตัวบนเวที แต่สุดท้ายก็มีคนขึ้นไปและบอกว่ามีมติได้ก็เปลี่ยนได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ตนจะหารือกับนายจตุพรและแกนนำคนอื่นๆอีกครั้ง แต่ยืนยันไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งแต่เป็นห่วงขบวน ถ้าจะคิดง่ายๆแบบไม่รับผิดชอบด้วยการลาออกนั้นก็สามารถทำได้ แต่ปัญหาคือแล้วใครจะทำ

จากนั้นได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยนางธิดากล่าวว่า การนัดชุมนุมคนเสื้อแดงที่นัดหมายไว้ในวันที่ 10 ก.ค. ขอเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 17 ก.ค. โดยจะจัดเป็นกิจกรรมชื่อในรูปแบบคอนเสิร์ตประชาธิปไตย ที่สวนลุมพินี ใช้ชื่อว่า “เดินหน้าต่อไปต่อยอดดอกใบให้ ประชาธิปไตยเต็มต้น” นอกจากจะจัดกิจกรรมที่กรุงเทพฯแล้วก็จัดกิจกรรมคอนเสิร์ตทุกภาคทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังจะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ และมีการเปิดโรงเรียน นปช.อีกครั้งด้วย

นายวรวุฒิกล่าวว่า  ตนอยากเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลคดีความของคนเสื้อแดง ทำความจริงให้เปิดเผย ไม่ว่าใครจะผิด ทั้งคนเสื้อแดงหรือรัฐบาล และต้องเยียวยาสำหรับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนเรื่องความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ต้องมีความเท่าเทียมกัน เช่น ถ้าคนเสื้อแดงติดคุก พันธมิตรฯก็ต้องติดคุกเหมือนกัน ให้คนเสื้อแดงได้รับการประกันถึงจะปรองดองได้และวันที่ 7 ก.ค. นปช.จะเดินทางไปยังศาลอาญาเพื่อยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม ให้กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ เราต้องให้พรรคเพื่อไทยทำงาน ส่วนหน้าที่ของ นปช.คือการช่วยเหลือและประคับประคองรัฐบาล

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

ดัน’ยงยุทธ’ขึ้นเบอร์2รอง’ปู’ พร้อมควบเก้าอี้ มท.1

Pic_184504

ดัน “ยงยุทธ” ขึ้นรองนายกฯ ควบ มท.

 เจ้าตัวเอ่ยปาก ยังไม่ขอพูดอะไร เพราะวันนี้ยังไม่ได้เป็น ส.ส.เลย

 ด้าน “วรวัจน์” เต็งจ๋านั่งเก้าอี้ รมว.ศึกษาธิการ

 ตอบแทนความดีความชอบที่สามารถพาลูกทีมเข้ามาเป็น ส.ส.ได้แบบยกจังหวัด…

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้โผ ครม. “ปู 1” ยังไม่นิ่ง โดยตำแหน่งสำคัญ เช่น รมว.มหาดไทย ได้มีแกนนำและ ส.ส.ของพรรคบางส่วนพยายามเสนอต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อผลักดันให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อวางยุทธศาสตร์ที่จะเข้าไปเจาะฐานเสียงภาคใต้ ที่เป็นจุดอ่อนของพรรคมาตลอด โดยเฉพาะตระกูลวิชัยดิษฐ เป็นตระกูลใหญ่ใน จ.สุราษฎร์ธานีพอๆ กับตระกูลเทือกสุบรรณ จึงต้องการให้สร้างฐานในภาคใต้ ทำให้คนภาคใต้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับภาคนี้ นอกจากนี้ ได้มีความพยายามที่จะวางให้นายยงยุทธเป็นรองนายกฯอันดับ 1 ควบ รมว.มหาดไทย เพื่อวางยุทธศาสตร์ให้ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ แทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีเดินทางไปต่างประเทศ หรือถูกอำนาจพิเศษเล่นงานจนพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อีกทั้งได้พยายามที่จะเสนอให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ที่คาดว่าจะนั่ง รมว.มหาดไทย ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง คุมงานด้านความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ไม่ใช่รองนายกฯอันดับ 1

นาย ยงยุทธ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวถูกวางให้เป็นรองนายกฯอันดับ 1 ควบ รมว.มหาดไทย ว่า วันนี้ยังไม่ขอพูดอะไร เลยขั้นตอนไกลไปหน่อย วันนี้ยังไม่ได้เป็น ส.ส.เลย ต้องรอให้ กกต.รับรอง ส.ส. เปิดประชุมสภาเลือกประธานสภา เลือกนายกรัฐมนตรี และนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภาเสร็จก่อน

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการบริหารและแกนนำพรรคได้มีมติในขั้นต้น ให้นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ว่าที่ ส.ส.แพร่ ในฐานะหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดแพร่ รับตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อตอบแทนความดีความชอบที่สามารถพาลูกทีมเข้ามาเป็น ส.ส.ได้แบบยกจังหวัด ในขณะที่นายไพโรจน์ ตันบรรจง ว่าที่ ส.ส.ลำพูน ก็อาจได้รับบำเหน็จความดีความชอบ ที่นำทีมเข้ามายกจังหวัดเช่นกัน บวกกับประสบการณ์ที่เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนฯมาก่อน ก็อาจจะได้รับพิจารณาให้ดำรงตำแหน่ง รมว.พลังงานในรัฐบาลชุดนี้

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ