Category Archives: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

เปิดผลสอบ เมย.-19พค.”ฉบับกสม.

รายงานพิเศษ

น.พ.ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานกรณีเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ(นปช.) ได้รายงานผลการศึกษาผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มนปช. ระหว่างวันที่ 12 มี.ค.2553 – 19 พ.ค.2553 ต่อที่ประชุมกสม. เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา

ในรายงานมีความยาว 80 หน้า กำหนดการตรวจสอบไว้ 9 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1 เหตุการณ์การสั่งการของรัฐบาล การปฏิบัติหน้าที่และผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553

ผล การสอบสวนได้ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.2553 นปช.ได้ปลุกระดมมวลชนนัดชุมนุมเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภาหรือลาออก บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถ.ราชดำเนิน และเคลื่อนขบวนปิดล้อมสถานที่สำคัญ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และมีลักษณะยืดเยื้อยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ต่อมานายอภิสิทธิ์ ได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551

วันที่ 17 มี.ค. นปช.ได้เจาะเลือดและนำไปเทและขว้างใส่บ้านพักส่วนตัวนายกฯ และวันที่ 21 มี.ค. สถานการณ์ตึงเครียดลดลง นำไปสู่การเจรจา ที่สถาบันพระปกเกล้า ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถ.แจ้งวัฒนะ แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ และเหตุการณ์ได้ขยายกว้างขึ้น

วันที่ 7 เม.ย. นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และกลุ่มนปช. ได้ปิดล้อมอาคารรัฐสภา ต่อมารัฐบาลมีคำสั่งปิดระบบสัญญาณสถานีโทรทัศน์พีทีวี ทำให้สถานการณ์เริ่มมีความรุนแรง กระทั่งวันที่ 10 เม.ย. รัฐบาลได้ประกาศขอคืนพื้นที่การชุมนุมบริเวณถนนราชดำเนิน และเกิดการปะทะกันจนมีประชาชนเสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 889 คน

ใน รายงานระบุว่า ข้อเท็จจริงจากการให้การของพยานบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 28 ราย นปช. 54 ราย ผู้ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมแต่อยู่ในเหตุการณ์ 26 ราย รวมทั้งพยานเอกสาร เช่น ข้อเท็จจริงจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ทำให้ฟัง ได้ว่า

1.1 ผู้ชุมนุม การชุมนุมของกลุ่มนปช. ซึ่งชุมนุมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมี.ค. – 10 เม.ย. ได้ปิดกั้นการจราจร ทั้งที่ถนนราชดำเนิน และสี่แยกราชประสงค์ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเกินสมควร และกระทบต่อสิทธิ์ของคนอื่นในการใช้ชีวิตโดยปกติ และถือเป็นการกระทำที่เกินไปกว่าการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ

แม้ ในเบื้องต้นการชุมนุมเป็นไปโดยสงบ แต่วันที่ 10 เม.ย. การที่รัฐบาลขอคืนพื้นที่ ปรากฏข้อเท็จจริงว่ากลุ่มนปช.ได้มีการต่อต้านและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ของรัฐ ทั้งมีกลุ่มชายชุดดำติดอาวุธปะปนอยู่กับผู้ชุมนุม อันถือว่าเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนที่มีอาวุธและมีลักษณะเป็นกระบวนการที่พร้อม ใช้อาวุธและความรุนแรงได้ตลอดเวลา ดังนั้น การชุมนุมดังกล่าวจึงมิใช่การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

1.2 รัฐบาล การขอคืนพื้นที่เมื่อวันที่ 10 เม.ย. เป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ประชาชนทั่วไป ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการตามมาตรการที่ประกาศไว้ก่อนจริง กระทำจากเบาไปหาหนัก จึงเป็นการกระทำภายใต้กฎหมายที่ให้อำนาจไว้ แม้มีการกระทำที่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บต่อผู้ชุมนุมทั้งการใช้กระบอง แก๊สน้ำตา กระสุนยาง แต่เมื่อพิจารณาย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับฝ่ายผู้ชุมนุมที่มีอาวุธและผู้สนับสนุนที่มีอาวุธ สงคราม

การขอคืนพื้นที่ของรัฐบาลในครั้งนี้ ยังขาดการวางแผนที่ดี ทั้งเชิงรุกและรับ การข่าวที่ไร้ประสิทธิภาพและการใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสม ไม่ได้สัดส่วนกับการกระทำของฝ่ายผู้ชุมนุมที่ใช้ความรุนแรงและมีอาวุธร้าย แรง ทำให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจำนวนมาก ซึ่งการที่รัฐบาลไม่สามารถวางแผนหรือบริหารจัดการควบคุมสถานการณ์อย่างมี ประสิทธิภาพเพื่อปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ เป็นเหตุให้ประชาชนและผู้ชุมนุมเสียชีวิต รัฐบาลต้องรับผิดชอบในการชดใช้เยียวยาความเสียหาย

นอกจากนี้เหตุ ระเบิดในที่ประชุมนายทหารโดยการเข้าเป้าด้วยแสงเลเซอร์ แสดงให้เห็นว่ามีการวางแผนเพื่อฆาตกรรมนายทหาร ได้แก่ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และส.ท.ภูริวัฒน์ ประพันธ์ อันเป็นการกระทำที่แฝงอยู่ในเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารกับกลุ่มชายฉกรรจ์ จึงเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา ซึ่งรัฐบาลต้องสืบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ

กรณีที่ 2 เหตุการณ์กรณีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากระเบิดเอ็ม 79 บริเวณแยกศาลาแดง เมื่อวันที่ 22 เม.ย.2553

จาก การสอบถามพยานบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุ 21 ราย และพยานเอกสาร สรุปว่าการชุมนุมของนปช.เป็นการชุมนุมที่ไม่สงบ มีการใช้ความรุนแรงโดยระเบิดเอ็ม 79 ทั้ง 5 ลูกถูกยิงมาจากทิศทางที่กลุ่มนปช.ชุมนุม โดยมีแกนนำรับรู้ล่วงหน้า มีการ เตรียมการระวังป้องกันมิให้ผู้ชุมนุม นปช.ได้รับบาดเจ็บ มีการวางแผนจุดพลุตะไลและประทัดเพื่อบิดเบือนการยิงระเบิดเอ็ม 79 ขณะที่รัฐบาลมอบให้ตำรวจเข้ามาแก้ไขสถานการณ์

แต่จากพยานหลักฐาน นอกจากตำรวจจะนำรถควบคุมผู้ต้องหามากั้นบริเวณสี่แยกศาลาแดงแล้ว มิได้ดำเนินการอื่นใดให้เหตุการณ์สงบ นอกจากนี้เวลา 21.45 น. ตำรวจได้ออกมาจากโรงแรมดุสิตธานี โดยตั้งแถวหน้ากระดานและเปิดไฟสว่างใส่กลุ่มวัยรุ่นบนถนนสีลมที่ขว้างปาขวด ใส่ผู้ชุมนุม นปช. และไล่ตีกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงประชาชนที่ไม่รู้เรื่องโดยไม่มีการประกาศเตือน การกระทำดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิมนุษยชน

กรณีที่ 3 เหตุการณ์กรณีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2553

คณะ กรรมการเห็นว่า การที่มีทหารเสียชีวิตจากอาวุธปืน ประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนทั่วไปและทหารที่เสียชีวิต แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพได้ให้ข้อมูลว่า ทหารที่เสียชีวิตถูกยิงจากระยะไกลเนื่องจากไม่พบคราบเขม่า ดังนั้น รัฐบาลต้องมีหน้าที่นำคนผิดมาลงโทษ

กรณีที่ 4 เหตุการณ์กรณีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. บริเวณโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และสภากาชาดไทย และการบุกเข้าไปตรวจค้นโรงพยาบาลจุฬาฯ เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2553

คณะ กรรมการเห็นว่า กลุ่มนปช.ได้ขยายพื้นที่การชุมนุม จากสี่แยกราชประสงค์ มาถึงโรงพยาบาลจุฬาฯ และการชุมนุมมีการจัดตั้งถังแก๊สหน้าโรงพยาบาล จนต้องย้ายผู้ป่วย ถือเป็นการกระทำที่กระทบสิทธิ์ของผู้ป่วย รวมทั้งแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนการเข้าไปตรวจค้นในโรงพยาบาลจุฬาฯ นั้น เข้าข่ายบุกรุกและเป็นการชุมนุมที่ไม่สงบ มีการละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น ทำลายทรัพย์สินของโรงพยาบาล

กรณีที่ 5 เหตุการณ์กรณีการสั่งการของรัฐบาล การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมระหว่างวันที่ 13-19 พ.ค.2553 รวมทั้งเหตุการณ์ต่อเนื่อง เช่น การเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ และอาคารต่างๆ

คณะ กรรมการเห็นว่าการชุมนุมของ นปช. เป็นการชุมนุมที่ไม่สงบและมีอาวุธปืนอยู่ในสถานที่ชุมนุม มีกลุ่มบุคคลติดอาวุธแฝงตัวอยู่ในกลุ่มชุมนุมส่งผลต่อความมั่นคงภายในประเทศ

ส่วนมาตรการกระชับพื้นที่สี่แยกราชประสงค์และบริเวณโดยรอบ ตั้งแต่วันที่ 13-19 พ.ค.2553 ตามประกาศของศอฉ.นั้น เห็นว่าเป็นกรณีที่รัฐบาลกำหนดขึ้นโดยความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ของพระราช กำหนดดังกล่าว แต่มาตรการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ ผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีผู้เสียชีวิต 57 ราย และบาดเจ็บ 437 คน

แม้ เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย แต่เมื่อปรากฏกรณีเสียหายเกิดขึ้นต่อชีวิต ร่างกาย จากการยิงปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มผู้ติดอาวุธที่แฝงตัวอยู่ในนปช. ผลที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งย่อมเป็นไปได้ว่ามาจากการกระทำของฝ่ายเจ้าหน้าที่ ทหาร รัฐบาลจึงมีหน้าที่รับผิดชอบเยียวยาผู้ที่เสียหาย และต้องสืบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ

ส่วนพฤติการณ์การกระทำของ ฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมในการเผาอาคารทรัพย์สิน ขยายไปถึงการเผาศาลากลางในหลายจังหวัด เห็นได้ว่าเป็นการก่อให้เกิดความวุ่นวายและไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นและกระทำผิดกฎหมายอาญา

กรณีที่ 6 การเสียชีวิต 6 ศพและการกระทำในรูปแบบอื่นๆ ในวัดปทุมวนาราม ระหว่างวันที่ 19-20 พ.ค.2553

คณะ กรรมการพิจารณาเห็นว่า รัฐบาลโดย ศอฉ.ได้ปฏิบัติการกดดันกระชับพื้นที่อย่างจริงจังมาตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. จนเกิดสถานการณ์การยิงปะทะในบริเวณพื้นที่ชุมนุมและพื้นที่โดยรอบ ในสภาพที่บ้านเมืองวุ่นวาย ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิต 6 ศพและบาดเจ็บ 7 คน ในวัดปทุมฯ

การรวบรวมหลักฐานในชั้นนี้ ไม่มีพยานยืนยันว่าใคร ฝ่ายใดเป็นผู้ยิงทั้ง 6 ศพและผู้เสียชีวิตบางรายเป็นการเสียชีวิตนอกวัด บางศพไม่รู้ว่าเสียชีวิตบริเวณ ใด แต่ทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายมาไว้ในวัด ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นรัฐบาลไม่อาจปฏิเสธการเยียวยาชดใช้ความเสียหายที่เกิด ขึ้น และควรสืบสวนหาข้อเท็จจริงและหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกระบวนการ ยุติธรรม

กรณีที่ 7 เหตุการณ์กรณีนายกฯประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเมื่อวันที่ 7 เม.ย.2553 และการดำเนินการเพื่อระงับการออกอากาศสถานีโทรทัศน์ พีเพิลชาแนล และการระงับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านสถานีวิทยุชุมชน

คณะ กรรมการพิจารณาเห็นว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวมีเจตนาให้อำนาจแก่นายกฯ โดยผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี การที่นายกฯใช้มาตรการดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายและ เป็นความจำเป็นเหมาะสมในสถานการณ์ความรุนแรง และไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

กรณีที่ 8 เหตุการณ์กรณีชุมนุมและการเคลื่อนขบวนของกลุ่มนปช. ระหว่างวันที่ 12 มี.ค. – 20 พ.ค.2553 ทั่วกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงการล้อมอาคารสถานที่ต่างๆ

คณะกรรมการพิจารณาแล้วแยกเป็น 2 กรณี 1.การเคลื่อนไหวของ นปช.ทั่วกทม.และปริมณฑลในลักษณะขบวนรถยนต์และจักรยานยนต์นับพันคัน รวมทั้งมีเครื่องขยายเสียงกว่า 10 คัน เป็นการกระทำให้เกิดการจราจรติดขัดไปทั่วกทม. และเมื่อวันที่ 12 เม.ย.2553 ยังปรากฏว่านปช.ได้ทำร้ายคนขับแท็กซี่และทุบกระจกรถจนแตก เป็นการละเมิดสิทธิ์ในร่างกายและทรัพย์สิน

2.กรณีที่ นปช.เจาะเลือดของผู้ชุมนุมและนำไปเทที่พรรคประชาธิปัตย์และทำเนียบรัฐบาล การเจาะเลือดนั้น เป็นการกระทำของแพทย์และพยาบาลนั้น เป็นการกระทำผิดต่อวิชาชีพตนเองและละเมิดต่อผู้ที่รับการเจาะเลือดอีกด้วย แม้เจ้าตัวยินยอม และการนำไปเทที่พรรคประชาธิปัตย์ถือว่าละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น

กรณีที่ 9 การเสียชีวิตและบาดเจ็บ ตลอดจนความรุนแรงต่อสื่อมวลชนในรูปแบบอื่น

คณะ กรรมการฯ พิจารณาว่าผลการเสียชีวิตและบาดเจ็บของสื่อมวลชนเกิดขึ้นจากการยิงปะทะ ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มบุคคลผู้ติดอาวุธแฝงในกลุ่มผู้ชุมนุม แม้ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าผู้ใดเป็นผู้ยิง และกลุ่มที่ติดอาวุธแฝงเป็นใคร ดังนั้น รัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบจึงมีหน้าที่เยียวยาช่วยเหลือ ครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

กสม. ยังได้ทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและมาตรการแก้ไขปัญหาไว้ 7 ข้อ อาทิ ให้รัฐบาลสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงและติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษ การสังเคราะห์บทเรียนจากความขัดแย้ง เป็นต้น

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ปัดฝุ่น91ศพ

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด

หลังเกิดการเปลี่ยนขั้วการเมืองใหม่

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชนะเลือกตั้งได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสม 299 เสียง

และอยู่ระหว่างการจัดโผครม.ยิ่งลักษณ์ 1

ก็เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่ารัฐบาลคนสวย แต่ไม่รู้ว่าครม.จะขี้เหร่หรือเปล่า

ฉะนั้น ก็ต้องเฝ้ารอให้เห็นโฉมหน้าครม.ในอนาคตอันใกล้นี้

รมต.จะมีหน้าตาอย่างที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศคาดหวังไว้หรือไม่

จะแก้ปัญหาข้าวยากหมากแพงได้ทันใจ

จะสร้างความปรองดองขึ้นในชาติได้หรือเปล่า

อีกเรื่องที่ถูกจับจ้องไม่แพ้กัน

คือคดีความของคนเสื้อแดง คดีสลายม็อบแดง 91 ศพ

ต้องยอมรับว่าคนเสื้อแดงต้องการให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาล

โดยผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ผ่านระบอบประชาธิปไตย

เพราะที่ผ่านมา ถูกมองว่าเป็นพลเมืองชั้น 2 เป็นศัตรูของฝ่ายรัฐบาล

คดีความต่างๆ ที่คนเสื้อแดงถูกดำเนินคดีก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม

เมื่อเปรียบเทียบกับคนกลุ่มเสื้อสีอื่นๆ

จนวิพากษ์วิจารณ์กันหนักถึงความ 2 มาตรฐานของผู้กุมอำนาจบริหาร

คะแนนเสียงของยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทยจึงชนะชนิดถล่มทลาย

ดังนั้น อีกงานสำคัญของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ต้องคืนความยุติธรรมให้คนเสื้อแดง

คดีความต่างๆ ต้องมีมาตรฐานเดียว และเท่าเทียมกัน

ต้องมีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของคอป.ชุดที่นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน

เพราะช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา

คอป.แทบไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลเลย

ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงคดี 91 ศพของคอป.ถึงไม่คืบหน้า

นอกจากนี้รัฐบาลใหม่ต้องปรับนโยบายการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ให้ฉับไวยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ที่โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ถูกมองว่าไม่เป็นกลางจนคดีอืดอาด

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนายธาริตเองก็เป็นคู่กรณีของคนเสื้อแดงโดยตรง

เป็นกรรมการ”ศอฉ.” มีส่วนร่วมอยู่ในการสั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง

จนถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกิดความเอียงเอนขึ้น

จากนี้ไปนายธาริตคงต้องปรับกระบวนการทำงานใหม่

ถึงเวลาที่จะหยิบสำนวนคดี 91 ศพที่กองสุมอยู่ขึ้นมาปัดฝุ่น

ทำความจริงให้ปรากฏ

เอาผิดกับคนสั่งฆ่าประชาชนให้ได้

ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ชาวบ้านร่ำไห้ดีใจได้เห็นหน้า’ซูจี’

เมื่อ 6 ก.ค. เอเอฟพีรายงานว่า นางออง ซาน ซู จี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยของพม่า เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ยังคงอยู่ระหว่างเดินสายพบปะชาวพม่าทั่วประเทศ ที่เมืองพุกาม เมืองทางภาคกลาง เป็นวันที่สาม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของนางซู จี วัย 66 ปี ที่เดินทางออกนอกพื้นที่ของนครย่างกุ้ง ตั้งแต่ได้รับอิสรภาพจากการถูกกักบริเวณในบ้านพักเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว โดยซู จี ต้องเปลี่ยนทริปเดินทางเป็นท่องเที่ยวแทนการเดินสายทางการเมือง เนื่องจากถูกรัฐบาลพม่าจับตาและขู่เตือนว่าอาจเกิดเหตุวุ่นวายและเหตุจลาจล หากนางซู จี ยังเดินหน้าต่อไป

นางซู จี พบปะกับชาวพม่าที่บริเวณวัด และเจดีย์โบราณที่เมืองพุกาม บรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปีติของชาวเมือง หลายคนถึงกับหลั่งน้ำตา ขณะที่จำนวนผู้เดินทางมาพบนางซู จี มีจำนวนประมาณ 150 คน นางซู จี พักกินอาหารกลางวันกับนายคิม อาริส บุตรชายคนสุดท้องวัย 33 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมเดินทางตลอดการทัวร์ครั้งนี้ และก่อนที่จะขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อ นางซู จี หยุดพูดคุยกับชาวพม่าที่เมืองพุกามแห่งนี้ว่า “ขอบคุณพี่น้องชาวพุกามทุกท่าน ถ้ามีโอกาส ดิฉันจะกลับมาที่เมืองแห่งนี้อีก” จากนั้นจึงเขียนลายเซ็นบนเสื้อและรูปถ่าย ที่ชาวเมืองนำมาให้นางซู จี เซ็นเป็นที่ระลึก

ตลอดการเดินทาง นางซู จีถูกตำรวจนอกเครื่องแบบของรัฐบาลพม่าติดตามอย่างใกล้ชิด จึงต้องงดการจัดชุมนุมใหญ่ของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี อันเป็นพรรคของนางซู จี เพราะรัฐบาลพม่าออกมาเตือนให้กลุ่มผู้สนับสนุนอยู่ห่างจากนางซู จี และขู่ว่าอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเหมือนกับการโจมตีขบวนรถของนางซู จี เมื่อปี 2546 ทำให้ผู้สนับสนุนนางซู จี เสียชีวิตจำนวนมาก และนางซู จีถูกกักบริเวณอยู่นาน 7 ปี

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

รับรองจตุพรไปก่อน-กกต.สรุปแล้ว

ปชป.ร้อง นับใหม่! เขตอี้-ตั๊น


ปิดศูนย์ - พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา สบ 10 แถลงปิดศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศรส.ลต.ตร) ส่งมอบภารกิจให้กับกองปราบปราม เมื่อวันที่ 6 ก.ค.

กกต.สรุปชี้ ขาดแล้วจะประกาศรับรอง”จตุพร พรหมพันธุ์”ไปก่อนแล้วค่อยยื่นประธานสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยทีหลัง “สดศรี”ระบุกกต.มีอำนาจแค่แจกใบเหลือง-ใบแดงเท่านั้น เผยถ้าประกาศรับรองเมื่อใด จตุพรก็จะได้รับสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมายทันที ด้านปชป.โวยทันควันซัดกกต. ปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา ขู่ฟันละเว้นปฏิบัติหน้าที่ “ตั๊น-อี้”ยื่นร้องนับคะแนนใหม่-ถูกใส่ร้าย 3 เขตเลือกตั้ง

“อี้-ตั๊น”โวยขอนับคะแนนใหม่

เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 6 ก.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พร้อมผู้สมัคร ได้แก่ น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ผู้สมัครส.ส.กทม.เขต 5 ดุสิต-ราชเทวี และนายแทนคุณ จิตอิสระ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 12 ดอนเมือง ร่วมแถลงข่าวเรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบผลการนับคะแนน รวมทั้งตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้ง จำนวน 3 เขต ประกอบด้วย กทม. 2 เขต และเขต 1 จ.กาญจนบุรี ของนายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ที่แพ้ไปเพียง 169 คะแนน หลังฝ่ายตรงข้ามร้องขอนับคะแนนใหม่ ซึ่งคะแนนที่นับใหม่ปรากฏว่าบังเอิญตรงกับการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ามา คูณกัน 2 ครั้ง อย่างประหลาด

นายแทนคุณกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบผู้สมัครฝ่ายตรงข้ามที่ปราศรัยใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้มีผลต่อคะแนนนิยมของตน เข้าข่ายที่สามารถให้ใบแดงและสั่งเลือกตั้งใหม่ได้ ตนได้ยื่นเรื่องต่อ กกต.ไปแล้วจนบัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้า จะเดินทางไปทวงถามความคืบหน้าอีกครั้ง

น.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า ได้ยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ไปยัง กกต.แล้ว เพราะพบความผิดปกติกรณีมีบัตรเสียมากเกินความเป็นจริง อีกทั้งผู้สมัครของอีกพรรคได้หาเสียง โดยใช้นโยบายหลอกลวงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง อาทิ บอกว่าจะให้เงินเดือนผู้จบปริญญาตรี เดือนละ 15,000 ทุกคน ทั้งที่ความจริงทำได้แต่ผู้รับการฝึกอบรมเท่านั้น โดยเฉพาะการแจกแท็บเล็ตที่แจกได้เพียงนักเรียน ป.1 ไม่ได้แจกนักเรียนทุกคนตามที่หาเสียง

พท.เผยกทม.แพ้ปชป.แสนเสียง

รายงาน ข่าวจากภาคกทม. พรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่า ช่วงสายวันเดียวกัน นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผอ.ศูนย์อำนวยการการเลือกตั้งกทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกผู้สมัครกทม. ทั้งที่สอบได้และสอบตกหารือเพื่อสรุปบทเรียนการสู้ศึกเลือกตั้งสนามกทม.ที่ ผ่านมา ก่อนจะปิดศูนย์อย่างเป็นทางการ โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่าในการสู้ศึกครั้งต่อไป โดยเฉพาะใน 10 เขตที่ผู้สมัครของพรรคสอบตก พรรคจะต้องแจ้งความชัดเจนว่าจะส่งผู้สมัครเดิมลงสมัครครั้งต่อไป เพื่อผู้สมัครจะได้มีกำลังใจทำพื้นที่ เพราะการแจ้งช้าถือเป็นจุดอ่อนในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้ผู้สมัครทำงานในพื้นที่ไม่ทัน อีกทั้งการเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ จะช่วยวางพื้นฐานเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในอีก 18 เดือนข้างหน้าด้วย

ที่พรรคเพื่อไทย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาคกทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงพรรคเพื่อไทยแพ้การเลือกตั้งในกทม. ได้ส.ส.แค่ 10 เขตจาก 33 เขตว่า หากวิเคราะห์พื้นที่ในแต่ละเขต จะพบว่าคะแนนของเขตที่พรรคแพ้พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 23 เขต ออกมารวมแล้วอยู่ที่ 1 แสนคะแนนเท่านั้น บางเขตแพ้หลักร้อย บางเขตแพ้หลักพัน ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรนำไปเคลมว่าคนกทม.ไม่ได้เลือกรัฐบาลเพื่อไทย เพราะการจัดตั้งรัฐบาลต้องดูภาพรวมทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะจุด อย่างไรก็ตาม จะมีการประชุมภาคกทม. เพื่อสรุปปัญหาทั้งหมด และปรับกลยุทธ์ทำพื้นที่ต่อไป โดยเฉพาะเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

ตร.ลดพื้นที่จับตาเหลือ 8 จว.

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา สบ 10 พร้อมพล.ต.ท. จิโรจน์ ไชยชิด ผู้ช่วยผบ.ตร. และพล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกตร. ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังปิดศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศรส.ลต. ตร.) เพื่อส่งต่อกองปราบปรามรับดำเนินการ

พล.ต.อ. พงศพัศ กล่าวว่า บช.สันติบาลประเมินสถานการณ์ร่วมกับตำรวจท้องที่จากทั้งหมด 61 เขต 25 จังหวัด เหลือเพียง 8 จังหวัดที่ต้องจับตาเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง ได้แก่ จ.สระบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิง เทรา ลพบุรี อุทัยธานี เพชรบุรี ยะลา นราธิวาส ทั้งหมดนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากมีประชาชนเข้ามาร้องเรียนกกต.พิจารณาการนับ คะแนนใหม่ สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยว่าที่ส.ส.ทั้ง 500 คนนั้น ตำรวจยังคงติดตามดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะรายงานตัว รวมทั้งดูแลรักษาความปลอดภัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยปกติ ซึ่งผบ.ตร.กำชับยังคงให้ดูแลอย่างเข้มงวด ซึ่งจะให้บช.น. และบช.สันติบาล เป็นหน่วยงานหลักรับหน้าที่ นอกจากบก.ป.ที่จะดูหัวคะแนนของพรรค การเมืองที่ได้รับเลือกและคิดว่ายังไม่ได้รับความปลอดภัย

กกต.เตือนผู้สมัครแจ้งค่าใช้จ่าย

ที่ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์หลังเปิดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการตรวจสอบค่า ใช้จ่ายในการเลือกตั้งส.ส.รุ่นที่ 1 ว่า กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งของผู้สมัครและพรรค การเมืองให้ถูกต้องและชัดเจนในเรื่องการทำบัญชี ผู้สมัครระบบเขตทุกคนต้องแจ้งบัญชีค่าใช้จ่ายต่อ กกต.จังหวัด ส่วนผู้สมัครบัญชีรายชื่อแจ้งต่อ กกต.กลาง ภายใน 90 วันนับจากวันเลือกตั้ง กฎหมายกำหนดค่าใช้จ่ายแบบแบ่งเขต คนละ 1.5 ล้านบาท ส่วนบัญชีรายชื่อก็ใช้จำนวนผู้สมัครที่พรรคส่ง คูณด้วย 1.5 ล้านบาท ทั้งนี้ กกต.จะตรวจสอบผู้ได้รับการเลือกตั้งก่อน ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากไม่แจ้งบัญชีค่าใช้จ่ายจะถูกเพิกถอนผลการเลือกตั้ง หรือให้ใบแดงทันที หากตรวจสอบแล้วรายละเอียดไม่ชัดเจน จะขอให้แก้ไข หากไม่ดำเนินการ จะพิจารณาบัญชีค่าใช้จ่ายชอบด้วยกฎ หมายหรือไม่

นางสดศรี กล่าวว่า กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากหัวหน้าพรรค มีผลให้กรรมการบริหารพรรคทั้ง 19 สิ้นสภาพไปด้วยนั้น พรรคประชาธิปัตย์ต้องแจ้งนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายใน 30 วัน จากนั้นจะต้องเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 90 วัน

เมื่อถามว่า จะตรวจสอบข่าวพรรคการเมืองให้สินบนสื่อมวลชนหรือไม่ นางสดศรีกล่าวว่า คงไม่ต้อง ทราบว่าองค์กรสื่อกำลังตรวจสอบอยู่ ต้องดูเหตุผลว่าใส่ร้ายป้ายสีกันหรือไม่

ร้องเรียนใส่ร้ายมากกว่าทุจริต

นาง สดศรี กล่าวว่า วันเดียวกันนี้กกต.จะพิจารณาคุณสมบัติของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ตามคำร้องของน.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ โดยจะพิจารณาถึงการเป็นสมาชิกภาพพรรคเพื่อไทยของนายจตุพร ว่าเป็นสมาชิกพรรคจนถึงวันที่ 3 ก.ค. ตามมาตรา 101(3) ของรัฐธรมนูญได้หรือไม่ สำหรับการรับรองส.ส.จะประกาศผลภายใน 7 วัน กรณีที่ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งไม่มีเรื่องร้องคัดค้าน โดยจะประกาศพร้อมกันหมด แต่หากมีเรื่องร้องคัดค้านจะสืบสวนสอบสวนก่อน และจะประกาศผลภายใน 30 วัน ส่วนพรรคเพื่อไทยร้องเรียนเรื่องบัตรเลือกตั้งนั้น หากไม่ติดใจจะถอนคำร้องก็ทำได้ แต่หากไม่ถอน อาจกระทบต่อการประกาศรับรองผลระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยด้วย

“ถ้า จะให้ใบเหลืองใบแดงได้นั้นก็ต้องก่อน 30 วัน นับจากนี้ไป น่าจะประกาศได้ แต่จะมีจำนวนกี่คน ยังไม่สามารถตอบได้ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ขณะที่เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งล่าสุดมี 210 เรื่อง ในจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับผู้สมัครส.ส.ที่สอบได้เพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการใส่ร้าย เรื่องการทุจริตมีจำนวนไม่มาก ถือว่าเรื่องร้องเรียนน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2550″ นางสดศรีกล่าว

กกต.สรุปรับรองจตุพรไปก่อน

เมื่อ เวลา 15.00 น. นางสดศรี กล่าวภายหลังการประชุมกกต. ถึงกรณีการยื่นเรื่องคัดค้านการรับรองนายจตุพรว่าหลังจาก น.พ.ตุลย์ ยื่นเรื่องเข้ามา มีการรายงานให้ที่ประชุม กกต.ทราบเท่านั้น แต่ไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ โดยความเห็นเดิมของ กกต.คือเห็นชอบตามที่ฝ่ายกฎหมายเสนอมาว่า กกต.ไม่มีอำนาจเพิกถอนการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของนายจตุพร ดังนั้น กกต.คงจะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อน แล้วจึงส่งเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.ของนายจตุพร สิ้นสุดลงหรือไม่ ทั้งนี้ หากประกาศรับรอง นายจตุพรเป็น ส.ส.แล้วก็จะมีเอกสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมายทันที

“กกต.จะประกาศรับรอง ให้ นายจตุพร เป็นส.ส.ไปก่อน พร้อมกับผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งรายอื่นๆ ที่ไม่มีเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้งในวันที่ 12 ก.ค.นี้ อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีเรื่องร้องคัดค้านจำนวน 236 เรื่อง” นางสดศรี กล่าว

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ทาง กกต.ได้นำความเห็นของฝ่ายกฎหมายมาแจกให้กับสื่อมวลชนในประเด็นของ นายจตุพร สรุปคือ นายจตุพรยังเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย จึงไม่ต้องร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้เพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้ง ส่วนกรณีเมื่อถึงวันเลือกตั้ง 3 ก.ค. ถ้านายจตุพรถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลนั้น ข้อเท็จจริงดังกล่าวเข้าองค์ประกอบครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(3) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 20 19 และ 8 นายจตุพรจะพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันนั้น แต่เนื่อง จากการเกิดเหตุในห้วงเวลาดังกล่าว ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้อำนาจ กกต. หรือศาลฎีกาในการเพิกถอนการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง จึงเป็นกรณีที่ กกต.อาจประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้วจึงส่งเรื่องให้ประธานสภาพิจารณาว่า สมาชิกภาพของส.ส.สิ้นสุดลงตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 10 ( 11) หรือไม่

“ยอด”โวยทันที-ขู่ฟ่อแจ้งจับกกต.

นาย บุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกกต.ให้ตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนายจตุพร ว่าขาดสมาชิกภาพการเป็นส.ส. หรือไม่ ว่า ตนรู้สึกผิดหวังต่อการทำหน้าที่ของกกต.ชุดนี้ เพราะโดยสามัญสำนึกของคนทั่วไปคิดว่าการทำหน้าที่ของกกต.ควรจะเป็นไปด้วย ความอิสระตรงไปตรงมา ตนคิดว่าการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติผู้สมัครเป็นหน้าที่โดยตรงของ กกต. โดยมีกฎหมายรับรองอยู่แล้ว เมื่อกกต.มองไม่เห็นปัญหา ตนก็พยายามชี้ให้เห็นแต่กลับโยนเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญทำงาน

นาย บุญยอด กล่าวว่า ประชาชนรู้สึกผิดหวังมาก เพราะคิดฝากความหวังว่า 5 เสือกกต. จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและกล้าหาญ แต่เมื่อมีอำนาจแล้วกลับไม่กล้าใช้ โดยทำงานด้วยความหวาดกลัวก็ควรจะทบทวนตัวเอง และควรสำรวจความเห็นของประชาชน เพื่อเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนคิดอย่างไรกับกกต.ชุดนี้ ตนจะปรึกษากับทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า หากกกต.ไม่ได้ทำหน้าที่ที่ควรจะทำก็ควรจะดำเนินการฟ้องร้องฐานละเว้นการ ปฏิบัติหน้าที่

“ณัฐวุฒิ”ยันจตุพรคุณสมบัติครบ

ก่อน หน้านี้ เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวถึงกรณีนายจตุพร ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ อาจมีผลต่อคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งส.ส. ว่า เมื่อ กกต.ตรวจสอบและรับรองคุณสมบัติของนายจตุพร ให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งขณะนั้น นายจตุพรก็ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำด้วย จึงถือว่า นายจตุพรมีสถานะในการดำรงตำแหน่ง ส.ส.ตามกฎหมาย เพราะในตอนนี้ กกต.ก็ไม่ได้ร้องคัดค้านคุณสมบัติแต่อย่างใด ประกอบกับผลการเลือกตั้งที่ออกมาพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อถึง 61 คน และนาย จตุพร ก็เป็นผู้สมัครในลำดับที่ 8 จึงมีสถานะความเป็น ส.ส.โดยอัตโนมัติ

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนการตีความคุณสมบัติของนายจตุพรในเรื่องนี้นั้นหากจะกระทำก็ต้องทำในชั้น ศาล เนื่องจากกกต.ไม่มีอำนาจชี้ขาดในเรื่องดังกล่าว เพราะกกต.มีอำนาจเพียงพิจารณาให้ใบเหลืองและใบแดงกับผู้สมัครที่พบการกระทำ ผิดในช่วงเลือกตั้งและหาเสียง ซึ่งในช่วงดังกล่าวไม่พบการตรวจสอบว่า นายจตุพรการกระทำผิดในลักษณะเช่นนี้ แต่การที่มีกลุ่มคนออกมาเคลื่อนไหวให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายจตุพร ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยปฏิเสธการตรวจสอบของทุกฝ่าย แต่เรื่องนี้ตนได้สอบถามกับฝ่ายกฎหมายและได้คำตอบว่า กกต.ไม่มีอำนาจ ขอเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการเรื่องนี้ตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งต้องไม่หวั่นไหวและตกเป็นเครื่องมือของใคร

“รังษี เสรีชัย”ยื่นร้องกกต.

เมื่อ เวลา 14.00 น. นายรังษี เสรีชัยใจมุ่ง อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคเพื่อไทย จ.สระบุรี ยื่นหนังสือ ร้อง พ.ต.ท.ศุภรัชฎ์ รูปสูง พนักงานสืบสวนสอบ สวน ประจำ กกต.จ.สระบุรี ดัดค้านการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่ 6 ตำบลปากเพรียว อ.เมือง

นายรังษี กล่าวว่าได้รังแจ้ง จาก นายมงคล มีสมบูรณ์ ว่า ไปใช้สิทธิ์ที่หน่วยเลือกตั้งดังกล่าวไม่มีภาพถ่ายและข้อมูลของผู้สมัคร คือ นายรังษี เสรีชัยใจมุ่ง สอบถามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยอ้างว่า นายรังษีถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครแล้ว จึงแจ้งไปที่สำนักงานประสานงานพรรคเพื่อไทย จ.สระบุรี รีบมาตรวจสอบก็ได้คำตอบว่า ภาพถ่ายและข้อมูลของนายรังษี อาจร่วงหลุดหายไปเนื่องจากฝนตก จึงเป็นเหตุให้สงสัยว่าอาจมีการทุจริตเกิดขึ้น เพราะหลุดหายไปเพียงชุดเดียว ส่วยภาพถ่ายของผู้สมัครหมายเลขอื่นยังอยู่ครบ

ด้าน พ.ต.ท.ศุภรัชฎ์ กล่าวว่าจะนำเรื่องที่ร้องเรียนนี้ไปเสนอต่อกกต.จังหวัดสระบุรี และ กกต.กลางเพื่อพิจารณาต่อไป

สำหรับ ผลคะแนนในเขต 1 จ.สระบุรี น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ผู้สมัคร พรรคประชาธิปัตย์ ได้อันดับ 1 ด้วยคะแนน 25,878 คะแนน ขณะที่นายรังษีได้คะแนน อันดับ 2 ด้วยคะแนน 24,357 คะแนน มีบัตรเสีย จำนวน 5,449 บัตร บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน จำนวน 8,889 บัตร

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

คิดแบบ “ทักษิณ” ใครจะเป็น “ประธานรัฐสภา-รองนายกฯคนที่1″ และ “รมต.กลาโหม”

 

 









ถ้าย้อนเวลากลับไปเมื่อวันที่พรรคเพื่อไทยเลือกตั้ง ”ส.ส.บัญชีรายชื่อ” หมายเลข 1  ซึ่งหมายถึงคนที่จะดำรงตำแหน่ง ”นายกรัฐมนตรี” หาก ”เพื่อไทย” ชนะเลือกตั้ง

หลายคนไม่คิดว่า ”ทักษิณ” จะเลือก ”ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร” เป็น ”ปาร์ตี้ลิสต์” หมายเลข 1
เพราะเสียงคัดค้านมากมายจากหลายฝ่าย
แต่สุดท้ายก็จบลงที่ชื่อ ”ยิ่งลักษณ์”
สำหรับคนที่รู้จัก ”ทักษิณ” และรู้วิธีคิดของเขาจะไม่แปลกใจต่อการตัดสินใจครั้งนี้เลย
เพราะนี่คือหนึ่งใน ”บทเรียน” ที่ ”ทักษิณ” สรุปแล้ว
เป็นบทเรียนจากกรณีเลือก ”สมัคร สุนทรเวช” เป็นนายกรัฐมนตรี
“สมัคร” เป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
และความผูกพันกับ ”ทักษิณ” ก็ไม่ถึงขั้นที่ต้องยอมทุกอย่าง
หลังเป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องที่เคยคุยได้ก็เริ่มคุยไม่รู้เรื่อง
และเมื่อถึงเวลา ”ทีเด็ดทีขาด” คนอย่าง ”สมัคร” ก็เลือกที่จะรักษาอำนาจของตนเองมากกว่าการสู้เพื่อ ”ทักษิณ”
การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 แทนที่จะทำทันทีหลังการเลือกตั้งก็ถูกเลื่อนออกไปเป็นช่วงปลายรัฐบาล
บทเรียนนี้เองที่ทำให้ ”ทักษิณ” ให้น้ำหนักกับเรื่อง ”ความไว้วางใจ” มากที่สุด
โดยเฉพาะในตำแหน่งที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
นับจาก ”สมัคร” เป็นต้นมา  ตัวเลือกอันดับแรกของเขาในตำแหน่ง ”นายกรัฐมนตรี” จึงเป็นคนในครอบครัว ”ชินวัตร”
จาก ”สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ถึง ”ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร”

น้องสาวที่เขารักและไว้ใจที่สุด
……………….
และวิธีคิดเช่นนี้ “ทักษิณ” น่าจะนำไปใช้กับ 3 ตำแหน่งสำคัญที่มีผลต่อการที่ทำให้เขาหมดอำนาจ
“ประธานรัฐสภา-รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1” และ ”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม”

2 ตำแหน่งแรกเป็นบทเรียนจากกรณี ”เนวิน ชิดชอบ” หักด่านไปร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ หลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน
ครั้งนั้น “ชัย ชิดชอบ” เป็นประธานรัฐสภา  มีอำนาจกำหนดเกมในสภาและทำหน้าที่นำชื่อ ”นายกรัฐมนตรี” คนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ
และ ”ชวรัตน์ ชาญวีรกุล” เป็นรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1
แต่ทั้ง 2 คนไม่ใช่คนของ ”ทักษิณ”
ทั้งคู่อยู่ในกลุ่ม ”เนวิน”
ดังนั้น เมื่อ ”เนวิน” ตัดสินใจแยกทางจาก ”ทักษิณ” พร้อมวาทะประวัติศาสตร์
“มันจบแล้วครับนาย”

 

“ทักษิณ” จึงได้บทเรียนบทใหม่ที่จำไม่ลืม

 

ครั้งนั้น  “ทักษิณ” จะแก้เกมด้วยการให้ ”ชวรัตน์” ยุบสภาฯ เมื่อรู้ว่า ”เนวิน”กำลังพลิกขั้ว
แต่ ”อนุทิน ชาญวีรกุล” กลับไปจับมือกับ ”เนวิน”
“ชวรัตน์” จึงไม่ยอมยุบสภาฯ
จากนั้น ”ชัย ชิดชอบ” ก็เดินเกมในสภาฯอย่างรวดเร็ว เพื่อผลักดันให้ ”อภิสิทธิ์” เป็นนายกรัฐมนตรี
บทเรียนครั้งนั้นจึงทำให้ ”ทักษิณ” ให้ความสำคัญกับตำแหน่ง ”ประธานรัฐสภา” และ ”รองนายกรัฐมนตรี” คนที่ 1 เป็นอย่างยิ่ง
เช่นเดียวกับตำแหน่ง ”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม” ซึ่งเป็นตำแหน่งการเมืองที่ดูแลกองทัพ
“ทักษิณ” ได้บทเรียนจากเมื่อครั้งที่ตั้ง ”พล.อ.ธรรมรักษ์  อิศรางกูร ณ.อยุธยา” ที่เป็น ”ลูกป๋า” ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เพราะในวันที่ 19 กันยายน 2549 เมื่อมีกระแสการรัฐประหารกระหึ่มขึ้น  แทนที่พล.อ.ธรรมรักษ์จะออกมาปักหลักสู้
“พล.อ.ธรรมรักษ์” กลับเก็บตัวเงียบอยู่ใน ”เซฟเฮ้าส์”

ไม่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหารเลย
หลังเหตุการณ์จึงมีข่าวทางลึกออกมาว่าพล.อ.ธรรมรักษ์  เคยกระซิบบอกกับรัฐมนตรีที่ใกล้ชิดว่า ”มือที่มองไม่เห็น” ส่งสัญญาณมาล่วงหน้าแล้วว่าหากเกิดอะไรขึ้น ให้อยู่เฉยๆ
และนั่นคือ เหตุผลที่พล.อ.ธรรมรักษ์ ซุ่มเงียบอยู่ในถ้ำ

บทเรียนครั้งนั้น ทำให้ ”ทักษิณ” ให้ความสำคัญกับตำแหน่ง ”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม” เป็นพิเศษ
คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องเป็นคนที่ ”ทักษิณ” มั่นใจว่าจะเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาในทุกสถานการณ์
ดังนั้น  ชื่อที่มีการปล่อยออกมาในวันนี้ทั้งในตำแหน่งประธานรัฐสภา รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
คนที่จะเข้าป้ายใน 3 ตำแหน่งนี้ต้องมีคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญยิ่ง

 

“ทักษิณ”ไว้ใจหรือไม่

หากปราศจากคุณสมบัติข้อนี้
ตัดทิ้งได้เลย…

 

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

“ภูวนิดา”เปิดใจ ใกล้”ยิ่งลักษณ์”

ตาม ติด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย เดินสายรณรงค์หาเสียงทั่วประเทศมาตลอด 49 วัน นับจากวันเปิดตัวลงสนามการเมือง กระทั่งจ่อเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย”

น.ส.ภูวนิดา คุนผลิน ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 25 พรรคเพื่อไทย เปิดใจถึงที่มาที่ไปที่ได้มาร่วมทีมหาเสียงชนิดเกาะติดครั้งนี้ รวมถึงมุมมองที่มีต่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

“ไม่ได้รู้จักหรือสนิท สนมส่วนตัวเป็นพิเศษกับคุณปูอย่างที่หลายคนจับตามองและตั้งข้อสงสัย ต้องย้อนไปที่จุดเริ่มต้นของการเข้ามาทำงานการเมือง คือเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ดิฉันเข้ามาทำงานการเมืองกับผู้ใหญ่หลายคนที่นับถือ ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย

ในการทำงานร่วมกับคุณปู คุณปูจะให้ความสนใจกับผู้ที่ร่วมงานด้วย คอยให้คำแนะนำ มีส่วนคิดค้นและนำเสนอนโยบายที่มีประโยชน์ นโยบายพรรคเพื่อไทยในหลายด้านก็มาจากประสบการณ์ของคุณปูที่ทำงานในภาคเอกชน เป็นผู้บริหาร ทั้งมูลนิธิไทยคม และบริษัทเอสซีแอสเสท

เมื่อมาเห็น สไตล์การทำงาน ทำให้รู้สึกชื่นชมและประทับใจกับแนวคิดและวิธีคิดของผู้หญิงคนนี้ ส่วนตัวไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่ดิฉันเป็นเพื่อนกับทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ชินวัตร หนึ่งในคณะทำงานร่วมกับคุณปู ไปไหนก็ไปด้วยกัน เราทำงานเป็นทีม

คุณ ปูมีบุคลิกผู้นำที่ทำให้คนรอบข้างประทับใจและได้หัวใจประชาชน เพราะเมื่อทำงานอยู่ใกล้ ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือลงพื้นที่อย่างไรคุณปูก็ไม่แสดงท่าทีย่อท้อ กลับเป็นคนที่สร้างรอยยิ้มและใส่ใจผู้ร่วมงานด้วย

เป็นผู้หญิงที่ คิดบวก อารมณ์ดี ทำให้คนที่ทำงานรอบข้างอยากทำงานด้วย ที่สำคัญเป็นคนจริงใจ เข้าใจ เวลาว่างในระหว่างลงพื้นที่ บุคลิกที่ดิฉันคิดว่าสามารถเป็นผู้นำได้แม้จะเป็นผู้หญิงก็ตามคือเป็นคนที่ ไฮเปอร์ แอ๊กทีฟ ทั้งเรื่องความคิดและการปฏิบัติงาน จะใช้ช่วงเวลาว่างคิดโน่นคิดนี่อยู่เสมอ และจะอยู่กับไอที เช่น เล่นไอแพด ตอบรับส่งอีเมล์ หรือพูดคุยกับแฟนคลับทางทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กตลอด

การ ที่คนมองว่าทำไมถึงเข้าถึงใจประชาชนได้ง่ายแม้จะไม่ได้เป็นนักการเมืองมา ก่อน ต้องบอกให้ชัดว่าคุณปูเป็นคนที่มีการเมืองอยู่ในสายเลือด เพราะทำงานในบริษัทเอกชนซึ่งต้องบริการและคอยดูแลลูกค้าในฐานะผู้บริหาร จึงนำมาปรับใช้ในเรื่องการเมืองได้

เวลาลงพื้นที่แต่ละครั้ง เมื่อเห็นคนแก่หรือเห็นประชาชน คุณปูจะวิ่งเข้าหา เข้าไปพูดคุย รับฟังปัญหาต่างๆ อย่างเต็มใจและจริงใจ การจะบอกว่าไม่ได้เป็นนักการเมืองมาก่อนก็คงจะใช่ แต่ประสบการณ์การทำงานถือว่าไม่แตกต่างกันเลย เป็นข้อได้เปรียบเสียอีกที่จะเป็นจุดแข็งในการทำงานการเมือง เพราะเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จและตั้งใจทำงาน มีความอดทนสูงมากในการรับความกดดันรอบด้าน

โดยเฉพาะล่าสุดกับข่าว ต่างๆ ที่ออกมา แต่คุณปูก็ไม่เหน็ดเหนื่อยและเป็นกำลังใจให้ทีมงานรอบตัวด้วยซ้ำ ทำให้ทุกคนทำงานตามอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเหมือนกัน ถือว่าเป็นผู้หญิงที่สุดยอดในเรื่องการทำงาน

บุคลิกเช่นนี้สามารถ เป็นผู้นำหญิงในเวทีนานาชาติได้แน่นอน เพราะก่อนหน้าที่คุณปูจะเข้ามาทำงานการเมือง เวทีนานาชาติก็ตอบรับในบทบาทภาคสังคมที่คุณปูเคยทำมาล่วงหน้าในโครงการต่างๆ จนถึงขณะนี้ก็ยังมีสื่อต่างชาติให้ความสำคัญ อยากจะพูดคุยเพื่อนำเสนอแนวคิดถ่ายทอดไปสู่สื่อต่างๆ สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงได้อย่างไม่น้อยหน้า

อีกหนึ่งคุณสมบัติ คือเรื่องการสร้างความสามัคคีและความปรองดอง แม้จะมีข่าวออกมาในด้านลบ แต่ไม่เคยออกมาตอบโต้ในเรื่องนี้ กลับตั้งใจทำงาน บริหารคน บริหารองค์กร แสดงให้เห็นภาวะผู้นำ

แม้คุณปูจะเข้ามาทำงานการเมือง ซึ่งทำให้มีเวลากับครอบครัวน้อยลง แต่คุณปูยังให้ความสำคัญกับเรื่องของครอบครัว จะใช้ช่วงเวลานี้โทรศัพท์พูดคุยกับ น้องไปค์ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชายคนเดียว และสามี เพราะเวลาที่อยู่ด้วยกันน้อยลงกว่าเดิม แต่คุณปูก็ทำหน้าที่แม่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และจะมีเวลาพักผ่อนบ้างในระหว่างที่ต้องเดินสายหลายเวที ชีวิตบนรถตู้นอกจากจะพูดคุยกับครอบครัวแล้ว ถือเป็นช่วงเวลาพักผ่อนและดูแลตัวเอง โดยจะมีอาหารบำรุงเสริม เล่นไอแพดเล่นไอทีอยู่ตลอด

แม้เวลาที่ให้น้องไปค์จะน้อยลง แต่เมื่อมีเวลาว่างจากการหาเสียงหรือลงพื้นที่จะโทรศัพท์ถามไถ่หรือพูดคุย กับสามีว่าน้องไปค์เป็นอย่างไรบ้าง และมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวอยู่ตลอด

นี่ คือคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดที่ผู้บริหารและผู้นำทางการเมืองควรจะมี ไม่ใช่เพียงแค่ทำงานด้านสังคมเป็นอย่างเดียว แต่ต้องบริหารจัดการครอบครัวให้ลงตัว เป็นจุดที่น่าชื่นชม

ส่วนบทบาท ของผู้หญิงที่มาทำงานร่วมกับคุณปู ต้องบอกว่าคุณปูให้ความสำคัญกับทุกคนที่ร่วมงาน การทำงานไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนหรือส่วนใดขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ที่สำคัญคุณปูมองที่ศักยภาพการทำงานและความถนัดของแต่ละคน ไม่เลือกเพศว่าจะต้องเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่จะให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ในเรื่องของตำแหน่งต่างๆ ยังไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้ ส่วนตัวยืนยันว่าไม่ได้เข้ามาทำงานเพื่อหวังตำแหน่งใดๆ ทุกคนต้องช่วยกันเพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศ

เชื่อว่าคุณปูจะมองคนเข้ามา ทำงานได้เหมาะสม เป็นเหมือนอย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บอกว่า ลักษณะวิธีคิดและการทำงาน โคลนนิ่งมาจากพ.ต.ท.ทักษิณอย่างชัดเจน

“เพราะเท่าที่ได้ร่วมงาน พูดคุยใกล้ชิด ก็เห็นว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ”

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

มือถือดังไม่หยุด “เสี่ยแม้ว”ฟุ้งหล่อขึ้น

คอลัมน์ ลับพอสมควร
ธงศึก คำพะอุ รายงานจากเมืองดูไบ ยูเออี

ได้ซีนจ้อผ่านสื่อถี่ยิบ ไม่แพ้ว่าที่นายกฯหญิง

สำหรับ นายห้างตราดูไบห่อ ที่ต้องระเห็จไปลุ้นผลเลือกตั้งยังแดนไกล

แต่ระยะทางและค่าโทร. ไม่เป็นอุปสรรรคต่อชัยชนะของค่ายเพื่อไทย

เสี่ยแม้ว เทคิวให้ทีวีไทยทุกช่อง ไม่มีคำว่าสองมาตร ฐาน

จนบางคนชักสับสน ตกลงใครได้เป็นนายกฯคนที่ 28 กันแน่ (ฮา)

แม้เจ้าตัวยืนยันไม่จุ้นตั้งรัฐบาล ยังไม่กลับเมืองไทย แต่ก็ยังมีข่าวปล่อย บินไปฮ่องกงจัดโผครม.

รุ่งขึ้น พี่ชายว่าที่นายกฯหญิง สยบข่าวลือทันที

ไปเดินโชว์ตัวในห้างยักษ์ “ดูไบมอลล์” กลางเมืองดูไบ

นั่งละเลียดคาปูชิโน่ใน “โฟชอง ปารีส” ร้านโปรดเจ้าประจำ

พร้อมสนทนากับสื่อ

“เขาคงเอาไปรวมกับครั้งที่แล้วมั้ง ครั้งก่อนผมไปฮ่องกงจริง”

“แต่หนนี้คงไม่ไปไหน ให้ที่กรุงเทพฯเขาจัดการ ผมแค่ส่งไม้ต่อ”

ระหว่างสนทนา สายตาเหลือบมองมือถือ 3-4 เครื่องที่แข่งกันดังตลอด

“โทรศัพท์เข้ามามากเหลือเกิน”

“คืนก่อนก็ดึกดื่น วันนี้ก็ทั้งวัน ไม่น่าเชื่อนะ”

“ผมนี่กลายเป็นคนหล่อขึ้นในข้ามคืนทีเดียว”

นั่นสิ กลับมาอาจไม่หล่อเท่าที่โน่นก็ ได้นะ (อิอิ)

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

รับผิดชอบ91ศพ

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด

เป็นไปตามความคาดหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย

ขั้นตอนต่อไปก็ต้องรอให้กกต.รับรองผล จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการสภา

แต่ตัวเลขแบบไม่เป็นทางการของพรรคร่วมรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ 1″

ออกมาอยู่ที่ 299 เสียง

เพื่อไทย 265 ชาติไทยพัฒนา 19 ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 7 พลังชล 7 และมหาชน 1

แต่ยังต้องจับจ้องกันอีกว่าจะมี “งูเห่า” เกิดในพรรคภูมิใจไทยหรือเปล่า!?

เพราะ “หลงจู๊”บรรหาร ศิลปอาชา ฟันธงว่าถ้ารัฐบาลใหม่จะมั่นคง

ต้องได้เกิน 300 เสียง!!

ฉะนั้น เราอาจจะเห็น “กลุ่มมัชฌิมา” ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ทิ้งเนวิน ชิดชอบ ไปซบพรรคเพื่อไทยก็เป็นได้

และยังต้องติดตามกันต่อไปว่าโควตากระทรวงต่างๆ จะจัดสรรกันออกมาแบบไหน

ใครจะได้คุมกระทรวงหลัก ใครคุมกระทรวงรอง

ทั้งหมดนี้เป็นความเคลื่อนไหวการฟอร์มรัฐบาลใหม่ในช่วง 2-3 วันนี้

ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ทันทีที่ทราบผลคะแนนเสียงแบบไม่เป็นทางการเมื่อค่ำวันที่ 3 ก.ค.

เพราะถึงนาทีนั้นนายอภิสิทธิ์คงรู้ดีว่ารวบรวมเสียงจากพรรคร่วมให้เกิน 250 ไม่ได้แน่นอน

หมดโอกาสพลิกกลับเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

จากนั้นในวันรุ่งขึ้นก็ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค

แสดงความรับผิดชอบที่พรรคได้คะแนนเสียงน้อยกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี”50 ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ 165

มาคราวนี้ทำได้แค่ 159 เสียง

แต่ความรับผิดชอบของนายอภิสิทธิ์ไม่ได้หมดไปกับตำแหน่งหัวหน้าพรรคและตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ยังต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองเมื่อครั้งที่อยู่ในอำนาจ

เพราะยังมีคดีความ 91 ศพเหยื่อการสลายม็อบเสื้อแดงรออยู่

คดีนี้นายอภิสิทธิ์ต้องรับผิดชอบโดยตรงในฐานะหัว หน้ารัฐบาล ในฐานะคนออกคำสั่งให้กระชับพื้นที่

ซึ่งเป็นต้นตอนำไปสู่ความสูญเสียที่ใหญ่หลวง

อีกทั้งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา คดีความก็ไม่มีความคืบหน้าเลย

เมื่อมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจ เปลี่ยนรัฐบาลแล้ว

น่าเชื่อว่าคดี 91 ศพคงมีความชัดเจนยิ่งขึ้น

ความรับผิดชอบของนายอภิสิทธิ์จะสิ้นสุดลงต่อเมื่อมีการพิพากษา

คืนความยุติธรรมให้เหยื่อทั้ง 91 ศพ!!

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

“แดง”แห่ยินดี ว่าที่สส.จตุพร

เทือกลั่นสู้คดี ยันไม่หนี91ศพ


เยี่ยมจตุพร – นาง ธิดา ถาวรเศรษฐ์ นำคนเสื้อแดงประมาณ 500 คน ไปประกาศชัยชนะหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมแสดงความยินดีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำที่ยังถูกคุมขังอยู่ ซึ่งอาจได้เป็นส.ส. 

เสื้อ แดงแห่เยี่ยม “จตุพร-นิสิต” ให้กำลังใจยินดีว่าที่ ส.ส. ทนายมั่นใจ “กกต.” ประกาศรับรอง ชี้ไม่มีเหตุใดขาดคุณสมบัติ แต่ถ้ามีก็ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ส่วน “ธิดา” ยืนกราน “มาร์ค” ต้องรับผิดชอบคดี 91 ศพ มีลายเซ็นคำสั่งชัดเจนให้เจ้าหน้าที่เข้าสลายม็อบ แม้ทหารที่ตาย ก็ต้องไปหามาให้ได้ว่าใครทำ พร้อมทั้งยื่นหนังสือ “โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม” ถึงรัฐบาล ขออนุญาตทำคดี ด้าน “เทพเทือก” ลั่นไม่กลัว เช็กบิล ไม่หนี จะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ “คณิต” ปธ.คอป.แถลงสานงานต่อตามที่ “ยิ่งลักษณ์” ต้องการ แนะอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีมั่วสุม ความผิดไม่ร้ายแรง หรือฟ้องแล้ว ก็ถอนได้

เมื่อ วันที่ 4 ก.ค. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ มหานคร นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วย น.พ.เหวง โตจิราการ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกนปช., นายสุนัย จุลพงศธร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นายยศวริศ ชูกล่อม แกนนำนปช. นางพรหมภัสสร ณ กาฬสินธุ์ ภรรยานายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รวมทั้ง นางพะเยาว์ และนายณัทพัช อัคฮาด แม่และน้องชาย น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม นายคารม พลทะกลาง ทนายความนปช. และสมาชิกเสื้อแดงกว่า 500 คน เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจนายจตุพร และนายนิสิต สินธุไพร แกนนำนปช. โดยบรรยา กาศเป็นไปอย่างคึกคัก ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

นางธิดา กล่าวว่า ให้กำลังใจและร่วมแสดงความยินดีที่พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะเลือกตั้ง และหารือถึงภาระหน้าที่ของ นปช.เกี่ยวกับการทวงคืนความยุติธรรม และการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายอภิสิทธิ์เป็นแค่ตัวละครตัวหนึ่งที่เข้ามาเร็วเกินไป จึงทำให้นายอภิสิทธิ์ และประเทศไทยต้องประสบชะตากรรม นายอภิสิทธิ์ไม่เข้าใจ และไม่มีประสบการณ์เพียงพอ ที่จะต้องมาเผชิญกับปัญหาต่างๆ และพรรคประชาธิปัตย์ก็เหมือนกัน

“เคยพูดไว้ว่าตัวนายอภิสิทธิ์มี ปัญหาควรรีบไปหาหมอ การแพ้เลือกตั้งและลาออกครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์อายุยังน้อย ควรกลับไปนั่งทบทวนสิ่งที่เคยทำในช่วงเป็นรัฐบาลว่าผิดหรือถูก และนี่เป็นเวลาที่เขาจะต้องไปนั่งทบทวนใหม่ เมื่อเข้าใจแล้วก็กลับมาใหม่ก็ได้ แต่ก็ไม่แน่ เป็นไปได้ที่ว่านายอภิสิทธิ์ลาออก แล้วจะมีคนในพรรคบอกให้กลับมาทำต่อก็ได้ ทางที่ดีนายอภิสิทธิ์ควรกลับไปทบทวน ศึกษาใหม่ คือถ้าคุณมีแนวทางของพรรค และมีแนวทางแบบนี้ คุณก็เท่ากับเอาคนที่อ่อนประสบการณ์มาฆ่าหมด หากคุณไม่ยืนอยู่ข้างประชาชน บอกได้เลยว่าอนาคตของคุณต้องหรี่ลง” นางธิดา กล่าว

ประธานนปช. กล่าวต่อถึงคดีสลายม็อบ 91 ศพว่า นายอภิสิทธิ์ ต้องรับผิดชอบ แม้กระทั่งคดีทหารเสียชีวิต คุณก็ต้องไปหามาว่าใครทำ ในคดีพลเรือนเสียชีวิตก็ต้องไปหามาว่าใครทำ แล้ววรสารเสนาธิปัตย์มีความชัดเจนว่าใครสั่งสลายการชุมนุม ทหารเขาไม่ยอมทำหรอกหากไม่มีคำสั่งนายกฯ ครั้งนี้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีชัดเจน มีลายเซ็นนายกฯ ในคำสั่งด้วย ฉะนั้น นายอภิสิทธิ์ และศูนย์อำนวยการแก้ไขสถาน การณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ต้องรับผิดชอบกับการตายของประชาชน วันนี้ประชาชนออกมาแสดงตัวแล้วว่าต้องการอะไร เพราะฉะนั้น เสียงประชา ชนต้องเป็นเสียงสวรรค์ ส่วนจะนิรโทษกรรมหรือไม่ยังไม่ต้องพูดถึง ควรจะทำความจริงให้ปรากฏก่อน

ส่วน นางพรหมภัสสร กล่าวว่า นายจตุพรมีสุขภาพ และกำลังใจดี ไม่เครียด ก็ให้กำลังใจเขา บอกให้อดทน และขอให้ต่อสู้ต่อไป ทุกคนในครอบครัวขอสนับสนุนเต็มที่ ส่วนการยื่นขอประกันตัวเป็นหน้าที่ของทนายความ คาดว่าจะนำไปยื่นต่อศาลเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกัน จะนำหนังสือไปยื่นต่อสำนักงานเขตวังทองหลาง เพื่อแจ้งสิทธิ์และเหตุผลที่นายจตุพรไม่สามารถเดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ได้ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ไว้

ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายจตุพร กล่าวว่า ไม่เป็นห่วงว่ากกต.จะพิจารณาเรื่องขาดคุณสมบัติของนายจตุพร เนื่องจากก่อนการเลือกตั้ง กกต.ได้พิจารณาคุณสมบัตินายจตุพร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 102 แล้วว่าไม่มีลักษณะต้องห้ามลงสมัครเลือกตั้ง หลังจากการเลือกตั้งแล้ว กกต.ต้องรับรองความเป็นส.ส. เพราะนายจตุพรไม่ได้ถูกร้องเรียนกรณีใบแดง จึงยังไม่ปรากฏเหตุใดว่านายจตุพรจะขาดคุณสมบัติ ดังนั้น กกต.คงจะพิจารณารับรองความเป็น ส.ส.ต่อไป

นายวิญญัติ กล่าวต่อว่า แต่ถ้าหากจะพิจารณาเรื่องที่นายจตุพรไม่ได้ใช้สิทธิ์ลงคะแนน แล้วจะขาดคุณสมบัตินั้น คงต้องนำเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องมีผู้ร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะยื่นเรื่องไปยัง กกต. ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะรอให้ กกต. ประกาศรับรองความเป็นส.ส. เพื่อจะนำข้อเท็จจริงที่ปรากฏไปเป็นเหตุใหม่ ในการยื่นคำร้องขอประกันตัวนายจตุพรต่อศาลด้วย การขอปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเรื่องเกี่ยวกับคดี คนละเรื่องกับเอกสิทธิ์คุ้มครองส.ส.

ต่อข้อถามว่าเมื่อเป็น ส.ส.แล้วจะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำทันทีหรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า ถ้า กกต. รับรอง ยังเป็นเพียงการรับรองสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 105 แต่เอกสิทธิ์จะได้รับเมื่อประธานสภา ประกาศเปิดสมัยประชุม และประกาศลงในพระราชกิจจา นุเบกษา เมื่อนั้นเอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส. จึงจะเกิดขึ้น นายจตุพรจะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ เมื่อศาลมีหมายปล่อยตัว โดยประธานสภา ต้องมีหนังสือแจ้งศาลรับรองด้วย

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน นางธิดา ยังส่งตัวแทนนำหนังสือของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม แห่งสำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ ดัม แอนด์ พีรอฟฟ์ ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของนปช. เพื่อขออนุญาตเดินทางเข้ามาทำคดีสลายม็อบ 91 ศพ ในประเทศไทย และรวบ รวมพยานหลักฐานฟ้องคดีต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ มายื่นต่อรัฐบาล โดยมีนิติกรสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับหนังสือ

นายคารม พลทะกลาง ทนายความนปช. กล่าวว่า หากนายโรเบิร์ต ได้รับอนุญาตจากนายอภิสิทธิ์ ให้เข้าประเทศไทยได้ จะเป็นผลดีต่อรูปคดีสลายม็อบ 91 ศพ เนื่องจากขณะนี้คดีอยู่ในศาลอาญาระหว่างประเทศแล้ว นายโรเบิร์ตต้องการเข้ามาเก็บหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อส่งศาล และจะทำให้เราทราบว่า กรณีนักข่าวญี่ปุ่นและอิตาลีนั้น เสียชีวิตเพราะเหตุใด ประชาคมโลกจะได้รับทราบข้อเท็จจริงด้วย ยืนยันว่าหลักฐานทุกชิ้นที่นายโรเบิร์ตส่งศาล จะถูกกลั่นกรองตรวจสอบจนชัดเจน ทนายทั่วโลกต่างยอมรับในตัวนายโรเบิร์ต เพราะมีมาตรฐานสูงในการทำคดี โดยเฉพาะคดีสังหารหมู่ประชาชน นายโรเบิร์ตมีความสามารถเจาะหาข้อมูลเก่งมาก ยากที่ทนายคนอื่นจะเลียนแบบ หากได้เข้ามาในไทยก็จะเป็นประโยชน์ และเราจะทราบว่าชายชุดดําที่พูดกันคือใคร

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะตามเอาผิดคดีสลายม็อบ 91 ศพว่า ทำใจอยู่แล้ว ยืนยันว่าจะไม่หนีออกนอกประเทศเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นคนไทยเคารพกฎหมายไทย ถ้ากระบวนการยุติธรรมในประเทศตัดสินลงโทษ ก็จะก้มหน้ารับโทษ โดยจะพิสูจน์ความถูกความผิดตามกระบวนการยุติธรรม ทำใจแล้วว่ากระบวนการของคนพวกนี้จะพลิกจะแก้จะบิดเบือนข้อเท็จจริงที่เกิด ขึ้น จะทำทุกอย่าง

“เข้าใจดี มันจะทำยังไงได้ เราเกิดมาในประเทศอย่างนี้ ก็ต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ เขาโกหกอยู่ทุกวัน เห็นกันอยู่แล้ว ตอนที่เขาเป็นฝ่ายค้านยังโกหกไฟแลบ เผาก็บอกว่าไม่ได้เผา ยิงก็บอกว่าไม่ได้ยิง พอเป็นรัฐบาลก็คงคาดได้ว่าจะทำอะไรบ้าง” นายสุเทพ กล่าว

ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อแนวทาง ปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ภายในศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ นายคณิต ณ นคร ประธานคอป. พร้อมด้วย นายสมชาย หอมลออ กรรมการคอป. และนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะกรรมการคอป. ร่วมแถลงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และว่าที่นายกฯ ยืนยันสนับสนุนการทำงานของคอป.ให้เดินหน้าต่อไป

โดยนายคณิต กล่าวว่า ทำรายงานในภารกิจ 6 เดือนแรกไปแล้ว และภายใน 2-3 เดือนนี้ จะมีรายงานภารกิจ 6 เดือนหลัง เพื่อเสนอต่อรัฐบาล โดยภารกิจที่ส่งไป มีทั้งเรื่องการตีตรวนผู้ต้องขัง ที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งระเบียบของกรมราชทัณฑ์ไม่แตกต่างกันเลย เพียงแต่เราปฏิบัติไม่ถูกต้องเท่านั้น ข้อเสนอนี้ทางรัฐบาลยังไม่ปฏิบัติตามเลย รวมถึงการปล่อยตัวผู้ชุมนุมทางการเมือง ที่รัฐบาลต้องแยกแยะ อย่างที่ จ.อุบลราชธานี พบว่าผู้ถูกคุมขังบางคนโดนกักขังอย่างไม่สมควรแก่เหตุ หรือบางรายต้องจ่ายค่าประกันตัวเป็นล้านบาท ต้องไปกู้หนี้ยืมสินนอกระบบ

นาย คณิต กล่าวว่า รวมถึงความผิดบางประ การ ที่ชุมนุมมั่วสุมเกิน 10 คน ที่อัยการสั่งฟ้องในบางกรณี เรื่องนี้อันที่จริงตรงนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพ ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงแต่อย่างใด อยากจะเสนอแนะไปยังอัยการว่า ถ้าอยากให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองและความสงบ อัยการสามารถสั่งไม่ฟ้องได้ หรือถ้าฟ้องแล้ว จะถอนก็ไม่เสียหายอะไร ที่ตำหนิก็เพื่อความถูกต้อง ไม่ได้หวังให้เกิดความเสียหาย อย่างเรื่องการบิดเบือน หรือหักดิบกฎหมาย ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราสูญเสียต่อชีวิตกันมาก เพราะไม่ทำให้ถูกต้องตามหลักของกฎหมาย จึงเป็นที่มาของการเสียชีวิตกว่า 90 คนที่ผ่านมา

ส่วน นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า คณะกรรมการคอป.ทุกคนหวังว่า ผู้ที่มาเป็นรัฐบาลชุดใหม่ จะไม่แทรกแซง อย่างเรื่องเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่ไม่ต้องการให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบรู้สึกว่าเป็นเหยื่อ จนเกิดความคับแค้น และสร้างความรุนแรงเพิ่มเติมได้ ดังนั้น สิ่งที่ต้องประสานไปยังรัฐบาลใหม่ คือการปรับกระบวนการทำงานให้ชัดเจน อาจเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเพิ่มเติมมาเป็นที่ปรึกษา รวมถึงนักวิชาการในประเทศด้วย เพื่อให้คำปรึกษาและคำแนะนำที่เหมาะสม

ขณะ ที่ นายสมชาย กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งเป็นสัญญาณให้เห็นว่า สังคมไทยไม่นิยมความรุนแรง การแสดงท่าทีของผู้นำทางการเมืองกับคอป. โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นเรื่องดีที่เปิดประตูสู่ความปรองดอง ส่วนจะปรองดองกันได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้ขัดแย้ง สัญญาณที่มีอยู่ในปัจจุบันเชื่อว่าทุกฝ่ายต้องการความปรองดอง คอป.ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็ยังดำเนินการต่อไปเช่นกัน ยอมรับว่าที่ผ่านมายังไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเท่าที่ควร ไม่เฉพาะฝ่ายรัฐ อย่างประชาชนที่มาให้ข้อมูล ทั้งผู้ชุมนุม และผู้อยู่ในเหตุการณ์ ก็เกรงเรื่องความปลอดภัย เมื่อมีรัฐบาลใหม่ แล้วสามารถทำให้คนเหล่านี้ปลอดภัย ก็จะทำให้คอป.เดินหน้าทำงานได้รวดเร็วขึ้น

“เรื่องค้นหาความจริง การที่เราจะสรุปออกมาอย่างใดอย่างหนึ่งได้นั้น ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่มีบางประเด็นที่ต้องการหลักฐานทั้ง 2 ฝ่าย เช่น หลักฐานการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด รวมถึงรายงานการตรวจรักษาของแพทย์ ถือว่าสำคัญมาก ขณะนี้เรายังได้ไม่ครบถ้วน” กรรมการคอป.กล่าว

วัน เดียวกัน นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของคอป.ว่า นายคณิตเป็นคนซื่อสัตย์ ได้รับการยอมรับจากหลายฝ่าย และมีความจริงจังที่จะแก้ไขปัญหานี้ แต่คณะทำงานของคอป.ยังไม่ลงตัวเท่าที่ควร คาดว่าเร็วๆ นี้จะประชุมกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อผลักดันให้ความยุติธรรมได้รับการพิจารณาอย่างเที่ยงตรงที่สุด เพราะข่าวดีคือพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ทำให้คนไทยเฉลิมฉลอง จนลืมไปว่าพี่น้องเสื้อแดงยังถูกจองจำอยู่ในคุก เราควรหาทางแก้ไขเรื่องที่สำคัญในลำดับต้นๆ ก่อน ทั้งระบบกฎหมายเอื้อประโยชน์ต่อคนสุ่มเลือก และสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยยังขาดแคลนอยู่ในจุดนี้

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเดินหน้า พิสูจน์ความจริงในคดี 91 ศพ นายโรเบิร์ต กล่าวว่า สิ่งที่พวกเราสามารถทำได้ในขณะนี้ คือหาข้อมูลและหลักฐานประกอบเพิ่มเติม เพราะความจริงแบบเบื้องลึก ความจริงแบบที่คนผิดต้องการปกปิด ยังไม่ได้รับการตีแผ่แต่อย่างใด กลุ่มคนเสื้อแดงก็เลยถูกมองว่าเป็นอาชญากรสังคม ทั้งที่พวกเขาไม่ได้ทำด้วยซ้ำ ดังนั้น การสืบสวนหาเหตุจงใจฆ่ากลุ่มคนเสื้อแดง จึงต้องมีต่อไป เพื่อไม่ให้การสละชีวิตของพี่น้องผู้กล้า สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

ต่อ ข้อถามถึงกรณี นางธิดายื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายอภิสิทธิ์ เพื่อขอให้ยกเลิกการห้ามเดินทางเข้าประเทศไทย นายโรเบิร์ต กล่าวว่า “อันที่จริงผมพร้อมจะซื้อตั๋วเครื่องบินมาแล้ว จะให้ผมมาถึงพรุ่งนี้เลยก็ยังได้ แต่เราต้องรอให้เป็นไปตามเงื่อนไขทางกฎหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้เข้าไปดูแลลูกความ ที่กำลังเผชิญหน้ากับบทลงโทษ ไม่ใช่ผมต้องไปใช้เวลานอนอยู่ในคุกแทน เราต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อยืนยันได้ว่าการเดินทางมาไทยของผม จะไม่ถูกรังควานจากอำนาจมืด และได้ทำงานเพื่อพี่น้องเสื้อแดงอย่างเต็มที่” ที่ปรึกษากฎหมายของนปช.กล่าว

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

จับมือแล้ว-รัฐบาล5พรรค! ปูปึ้ก299เสียง


ชทพ.ชพน.พลังชล มหาชน-ถูกหวย มาร์ค-เทือกออก พร้อม19กก.ปชป. เปิดโผรมต.พท. ขุนค้อนปธ.สภา “โกวิท”คุมมั่นคง


ตั้งรัฐบาล – น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร จับมือฟอร์มทีมรัฐบาล 5 พรรค ประกอบด้วยเพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พลังชล และมหาชน ด้วยจำนวนส.ส. 299 คน ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค

ว่าที่นายกฯ หญิง”ยิ่งลักษณ์”เดินหน้าตั้งรัฐ บาล 299 เสียง ผนึกชาติไทยพัฒนา-ชาติพัฒนาฯ-พลังชล-มหาชน ย้ำชัดอีกไม่เอาภูมิใจไทย ปิดประตูงูเห่าสมศักดิ์-สรอรรถ ประกาศปรองดองเป็นภารกิจเร่งด่วน และแก้ปัญหาให้กับประชาชน “มาร์ค”ลาออกหัวหน้าปชป.รับผิดชอบพาพรรคแพ้เลือกตั้ง กก.บห. ต้องออกด้วยทั้งชุด “ขุนค้อน”มาแรงนั่งประธานสภา ทาบ”โกวิท วัฒนะ”รองนายกฯความมั่นคง ควบดูแลตร. “นิวัฒน์ธำรง”เลขาฯนายกฯ “เติ้ง” ต่อรองขอคุมกระทรวงเดิม พลังชลไม่อ้อมค้อมบอกชอบงานกีฬา-ท่องเที่ยว สื่อนอกพร้อมใจประโคมข่าวชัยชนะเพื่อไทย ชัยชนะทักษิณ และนายกฯหญิงคนแรกของไทย

กองเชียร์ปลอบใจ”มาร์ค”

เมื่อ เวลา 09.30 น. วันที่ 4 ก.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกจากบ้านในซอยสุขุมวิท 31 ด้วยรถฟอร์ด เอฟเวอ เรสต์ ฌฌ 1777 กรุงเทพฯ มายังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อมาถึงได้เข้าพูดคุยกับนางอาภรณ์ รองเงิน รองผอ.พรรค และนายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ส.ส.กทม. โดยนำสมุดรายชื่อและรูปผู้สมัครของพรรคมาดู จากนั้นโทรศัพท์ตรวจสอบผลคะแนนอย่างเป็นทางการด้วยสีหน้าปกติ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรค เข้ามาลูบแขนเพื่อปลอบโยนที่พรรคพ่ายแพ้เลือกตั้ง จากนั้นนายอภิสิทธิ์เดินทักทายเจ้าหน้าที่พรรคที่มามอบแจกันดอกไม้ให้กำลัง ใจ

เวลา 10.40 น. นายอภิสิทธิ์แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ที่ห้องแถลงข่าวของพรรคด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีว่า ขอถือโอกาสนี้เรียนประชา ชนทุกคน เมื่อคืนที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณประชา ชนจำนวนมากที่ให้กำลังใจตนและพรรค โดย เฉพาะผู้ที่ให้การสนับสนุนพรรคในการเลือกตั้ง ตนยังทำหน้าที่ส.ส.และเป็นสมาชิกพรรค ถ้า กกต.รับรองผลการเลืยกตั้งเรียบร้อย ถือเป็นหน้า ที่ที่จะเดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาชนอย่างเต็มความสามารถต่อไป โดยเฉพาะจุดยืนที่ประกาศไว้เมื่อวันที่ 3 ก.ค. คือต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ จะเป็นฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ให้บ้านเมืองมีความสามัคคี แต่จะคัดค้านอย่างถึงที่สุดหากข้อเสนอใดทำลายหลักของบ้านเมือง ทำลายหลักนิติรัฐ

แถลงลาออกหัวหน้าปชป.

“ในฐานะหัว หน้าพรรค นำพรรคลงสู่สนามเลือกตั้งครั้งนี้ และเมื่อเทียบเคียงปี 2550 พบว่าพรรคได้คะแนนเสียงน้อยลง ได้ที่นั่งน้อยลง ผมคิดว่าการเป็นผู้นำที่ดีขององค์กรต้องแสดงความรับผิดชอบ วันนี้ผมได้ตัดสินใจจะลาออกจากหัวหน้าพรรค และเป็นหน้าที่ของพรรคซึ่งมีข้อบังคับและกระบวนการชัดเจนอยู่แล้วที่จะจัด ประ ชุมใหญ่ภายใน 90 วัน ผมขอขอบคุณสมาชิก ผู้สนับสนุนพรรค เพื่อนส.ส. เจ้าหน้าที่พรรคทุกคนที่ได้เหน็ดเหนื่อยให้การสนับสนุนการทำงานอย่างดีมา ตลอด ขอย้ำว่าผมยังเดินหน้าทำงานให้ประชาชนต่อไป แต่เป็นเรื่องของสมาชิกพรรคที่จะทบทวนแนวทางต่างๆ ของพรรคในช่วงที่ผ่านมาเพื่อเดินหน้าอย่างดีที่สุดสำหรับพรรค สำหรับบ้านเมือง ประเทศชาติ ผมขอขอบคุณสมาชิกทุกคนและประชาชนอีกครั้งสำหรับกำลังใจ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

กก.บห.พรรคพ้นสภาพไปด้วย

ผู้ สื่อข่าวถามว่าหากที่ประชุมใหญ่ของพรรคเสนอให้กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค จะรับหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ตอบ แต่เดินลงจากโพ เดียมแถลงข่าวทันที เมื่อพยายามถามว่าคณะกรรมการบริหารพรรคทั้ง 19 คน จะพ้นจากตำแหน่งด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “พ้นครับ” เมื่อถามว่ามีโอกาสกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ เพียงแต่ยิ้ม ก่อนตอบว่า อยู่ที่สมาชิกพรรค

จากนั้นนายอภิสิทธิ์เดิน กลับไปยังอาคาร 100 ปี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ด้วยสีหน้าผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งนี้ มีแกนนำพรรคหลายคนเข้ามาพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ หลังทราบข่าวเรื่องการลาออก เช่น น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ นายวิทยา แก้วภราดัย นายกษิต ภิรมย์ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นายอิสรา สุนทรวัฒน์ และเมื่อนายอภิสิทธิ์เจอหน้านายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ได้แจ้งทันทีว่าแถลงข่าวลาออกแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนแถลงข่าว นายอภิ สิทธิ์พยายามโทรศัพท์แจ้งการตัดสินใจดังกล่าวต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค แต่นายชวนไม่ได้รับสาย

อภิรักษ์-กรณ์ชื่อโผแคนดิเดต

จาก นั้น 11.20 น. นายอภิสิทธิ์ออกจากพรรคโดยแจ้งว่าจะกลับไปพักผ่อนที่บ้าน วันที่ 5 ก.ค. จะเข้าไปยังทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากมีภารกิจอยู่ ซึ่งก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะขึ้นรถมีสมาชิกพรรคหลายคนเดินมาส่งและโผเข้ากอด บางคนถึงกับร่ำไห้

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยว่า หลังจากผลเอ็กซิทโพลออกมา นายอภิสิทธิ์รวบรวมผลเอ็กซิทโพลทั้งหมดมานั่งเปรียบเทียบกัน และบอกกับแกนนำพรรคที่ร่วมลุ้นผลเลือกตั้ง ว่า แม้ว่าผลเอ็กซิทโพล จะไม่น่าเชื่อถือ แต่หากเจาะลงไปดูเฉพาะประชาธิปัตย์ พบว่าส่วนใหญ่จำนวนส.ส.อยู่ในช่วง 140-150 เสียง ไม่มีเคลื่อนไหวขึ้นลงเหมือนเพื่อไทย และเมื่อผล ออกมาค่อนข้างชัดเจนว่าประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้งอย่างหลุดลุ่ย แกนนำหลายคนต่างเข้าใจกันดีว่านายอภิสิทธิ์ต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แกนนำบางส่วนหารือกันว่า กรรมการบริหารพรรคน่าจะร่วมกันแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการรักษาผู้นำพรรคให้อยู่กับพรรคต่อไป ทั้งนี้ มีการพูดคุยกับนายกรณ์ จาติกวณิช และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่หลายฝ่ายมองว่ามีความเหมาะเป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรค แต่บุคคลทั้งสองต่างยืนยันว่ายังสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ต่อไป

แกนนำดัน”มาร์ค”คัมแบ๊ก

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า แกนนำพรรคนัดหารือกันช่วงสายวันเดียวกันนี้เพื่อแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว แต่นายอภิสิทธิ์ชิงแถลงลาออกเสียก่อน โดยไม่ได้แจ้งให้แกนนำพรรคคนใดทราบ เมื่อลาออกแล้วทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อบังคับพรรค คือต้องนัดประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร พรรคชุดใหม่ การประชุมครั้งนั้นจะมีผู้เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์กลับเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค อีกครั้ง ซึ่งแกนนำพรรคเชื่อว่านายอภิสิทธิ์ยังมีใจนักสู้ไม่ตัดสินใจทิ้งพรรค และจะรับเป็นหัวหน้าพรรคนำพรรคสู้ศึกอีก 1 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของการตั้งรัฐบาลเพื่อไทย ประชาธิปัตย์จะเปิดให้รัฐบาลใหม่ได้ทำ งานในช่วงฮันนีมูน แต่เชื่อว่าเหตุการณ์จะเริ่มตึงเครียดช่วงเดือนธ.ค. ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศว่าจะกลับมา โดยเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ พยายามจะเอาเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทคืนให้ได้ โดยใช้เงื่อนไขที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ และกอง ทัพมีส่วนสั่งฆ่าประชาชนมาแลกเปลี่ยน

สำหรับ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดปัจจุบันที่พ้นตำแหน่งไปพร้อมกับนาย อภิสิทธิ์ ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ นายกรณ์ จาติกวณิช นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายธีระ สลักเพชร รองเลขาธิการพรรค น.พ. บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายทะเบียนพรรค ขณะที่กรรมการบริหารพรรค ได้แก่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสาธิต ปิตุเตชะ และนายวิรัช ร่มเย็น ส่วนนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ลาออกจากรองเลขา ธิการพรรคและเหรัญญิกพรรคก่อนหน้านี้แล้ว

นาย ชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่บ้านจ.ตรัง กรณีนายอภิสิทธิ์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายอภิสิทธิ์เป็นคนรักษาคำพูด ไม่พูดจาเหลวไหล พูดอะไรก็ทำอย่างนั้น ส่วนตัวยังมองว่านายอภิสิทธิ์เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป

ประยุทธ์งดสัมภาษณ์

ที่ สำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นประธานวันสถาปนาสำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก ครบ 33 ปี โดยมี พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ รองผบ.ทบ. พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร ผู้ช่วยผบ. ทบ.(1) พล.อ.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ผู้ช่วยผบ. ทบ.(2) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสธ.ทบ. และนายทหารระดับสูงเข้าร่วมงานพร้อมเพรียง โดยมีสื่อมวลชนจำนวนมากดักรอสัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองหลังจากพรรคเพื่อ ไทยชนะเลือกตั้ง แต่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบข้อซักถามใดๆ โดยเดินทางกลับสำนักงานทันที มีเพียงเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการกองทัพบก แจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ให้สัมภาษณ์ช่วงนี้ ให้จัดตั้งรัฐบาลเสร็จเรียบร้อยก่อน

ภท.ยอมรับสู้กระแสพท.ไม่ได้

ที่ พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การที่ประชาชนลงคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทยจำนวนมาก เพื่อให้เข้ามาแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ และประชาชนให้โอกาสและไว้วางใจให้พรรคเป็นอันดับที่ 3 ถือว่าดีมากสำหรับพรรคเล็กอย่างภูมิใจไทย การที่พรรคไม่ได้คะแนนเสียงจากบุรีรัมย์ทั้งจังหวัด ไม่ได้เป็นการล้มเหลว ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พรรคได้รับความไว้วางใจหลายพื้นที่ ต้องยอมรับว่าทุกพรรคไม่ว่าพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่ ไม่สามารถสู้กระแสหลักของเพื่อไทยได้เลย

นาย ศุภชัย กล่าวว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค ทราบผลคะแนนที่พรรคได้รับแล้วคือ 34 ตำแหน่ง แม้จะต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้คือ 70 ตำแหน่ง แต่พรรคยังยืนยันว่าพร้อมทำหน้าที่ ส.ส.เพื่อรับใช้ประชาชน แม้จะเป็นฝ่ายค้านก็ตาม ทั้งนี้ นายเนวินยอมรับผลคะแนน ไม่เครียด และต้องพูดคุยกันในพรรคเพื่อปรับการทำงาน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นขนาดรมต.ของพรรคทั้ง 3 คนยังสอบตก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้นัดแกนนำพรรค

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีข่าวว่ากลุ่มมัชฌิมาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะไปจับขั้วตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทยนั้น ยังไม่ทราบและยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคชาติไทยพัฒนา ทั้งนี้การที่เพื่อไทยยิ่งได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนมากเท่าใด ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเพื่อไทยได้รับภาระหนักอึ้ง ต้องทำงานอย่างหนักให้สมกับที่ประชา ชนไว้วางใจ

เติ้งไม่รู้เรื่องพท.ทาบชทพ.

เมื่อ เวลา 10.30 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัว หน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีชาติไทยพัฒนาเข้าร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทยว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เพราะถูกเว้นวรรค 5 ปี ยุ่งเกี่ยวการเมืองไม่ได้ เพื่อไทยคงประสานหัวหน้าพรรค ตนไม่ได้ยุ่ง เท่าที่สอบถามหัวหน้าพรรคทราบว่าเพื่อไทยติดต่อมาตอนเย็นวันที่ 3 ก.ค. ส่วนรายละเอียดไม่ทราบชัดเจน


ลาออก - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรับผิดชอบต่อการได้ส.ส.จำนวนน้อยกว่าเดิม โดยมีผลต่อกก.บห.ยกชุด

เรียกเต็มปากนายกฯยิ่งลักษณ์

“เท่า ที่ดูจากข่าว จะตั้ง 4 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทย เอ๊ย! ไม่ใช่ พรรคภูมิใจไทยเอาไว้ทีหลัง นายกฯ ยิ่งลักษณ์ไปออกว่าจับมือกับชาติไทยพัฒนา ผมก็ตกใจ อะไรกัน แต่หัวหน้าพรรคไปต่างประเทศ ผมตามตัวยุ่งทั้งคืน มีการเจรจากันบ้างหรือเปล่า ไม่มี เพียงแต่ผู้ใหญ่ในเพื่อไทยโทร.มาหาว่าเมื่อได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็คงไม่ขัดข้อง แต่ต้องขอมติพรรคอีกครั้ง เลยเป็นข่าวขึ้นมา แล้วคงไปทาบทามอีก 2-3 พรรค แต่ผมไม่เกี่ยว ไม่ได้ชี้แนะ” นายบรรหารกล่าว

ผู้ สื่อข่าวถามว่าชาติไทยพัฒนากับภูมิใจไทยยังเป็นพันธมิตรกันอยู่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าว ว่า ยังเป็นอยู่ แต่ได้บอกกับนายเนวิน ชิดชอบ ว่าต้องได้ 70 ที่นั่ง ไม่งั้นจะมีปัญหาแน่ในการตั้งรัฐบาล เพราะถ้า 70 บวกกับประชาธิปัตย์ 160 ที่นั่ง และชาติไทยพัฒนาอีก 20 ที่นั่ง ทุกอย่างก็จบตั้งรัฐบาลได้ นายเนวินยืนยันมากับตน แต่ทีนี้เหลือแค่ 34 คน มันคล้ายของเดิม ซึ่งได้ 160 บวก 34 เป็น 194 บวกอีก 20 แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฝ่ายโน้นเกิน 250 เสียงไปแล้ว ตั้งรัฐบาลได้แล้ว มันเป็นเดดล็อก

“ทำไม พระเจ้าให้การเมืองเป็นอย่างนี้เหมือนครั้งที่แล้วเมื่อปี 2550 ไม่มีผิด ตำราเดียวกันเลย ไม่รู้ใครเขียนมา ผมสังหรณ์ใจว่าขออย่าให้เป็นอย่างนี้ ขาดก็ขาดไปเลย แต่ในเมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ก็ต้องไปว่ากัน แต่ผมไม่ได้เกี่ยวใดๆ ทั้งสิ้น” นายบรรหาร กล่าว

ลูบหลังเนวินพยายามดึงร่วมรบ.

เมื่อ ถามว่าแสดงว่าไม่ได้เป็นไปตามสัญญาที่ให้ไว้กับภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น ต้องดูช่วงจังหวะเวลา แต่ยังไม่ทิ้ง พยายามดึงภูมิใจไทยไปว่าเขาจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ พูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้ทิ้ง เมื่อถามว่าเพื่อไทยออกแถลงการณ์ย้ำหลายครั้งว่าไม่เอาภูมิใจไทย นายบรรหาร กล่าวว่า บทเรียนมีมาแล้ว มีปัญหาก็พูดคุยเจรจากันได้ ที่ปรองดองกันไม่ได้เพราะปัญหาอย่างนี้ คนที่โกรธกันทะเลาะกัน ถ้าหันหน้าเข้าหากันก็ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น แต่ขึ้นกับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่าตอบรับได้แค่ไหน เราเสนอได้แต่อยู่ที่พรรคแกนนำว่าจะตอบรับแค่ไหน เรายังตอบไม่ได้ ต้องดูว่าทางโน้นจะโอเคหรือไม่ เราก็พูดคุยกันอยู่ ยิ่งตอนนี้เสียงมันไป 290 กว่า มันนิ่งแล้ว

เมื่อถามว่ารัฐบาลเกือบ 300 เสียงจะมั่นคงขนาดไหน นายบรรหาร กล่าวว่า ครั้งที่แล้วประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล 280 เสียง แต่ปัญหาอยู่ที่การคุมลูกพรรคให้อยู่ในสภาเวลาโหวตเรื่องสำคัญ แต่ถ้าจะให้ดีต้องมากกว่า 300 เสียง

หน้าตาครม.ขึ้นกับเพื่อไทย

ต่อ ข้อถามถึงภาพของครม.ชุดใหม่ นายบรร หาร กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นพรรคเสนอนายกันต์ เดอะสตาร์ ดีไหม เรื่องหน้าตาตอบไม่ได้ต้องให้นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคกลับมาก่อน เมื่อถามว่าโฉมหน้าครม.ภายใต้การควบคุมของนายกฯ หญิงจะเป็นอย่างไร นายบรรหาร กล่าวว่า ภาพลักษณ์คงไม่ได้อยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาล เพราะพรรคร่วมรัฐบาลเป็นเพียงซีกหนึ่งเท่านั้น แต่เสี้ยวใหญ่อยู่ที่เพื่อไทยว่าจะจัดกันอย่างไร อยู่ในตำแหน่งเหมาะสมหรือไม่ ตรงนี้สำคัญกว่า เพราะอย่างน้อยเพื่อไทยต้องควบคุมกระทรวงเศรษฐกิจ ไม่ปล่อยพรรคร่วมเอากระทรวงเศรษฐกิจแน่ ถ้ามาปรึกษาตนเป็นการส่วนตัวก็พร้อมแนะนำ แต่ถ้าไม่ปรึกษาก็จบ ตนคงไม่ต้องให้คำแนะนำอะไรมาก เพราะมีซือแป๋เก่งจะตายอยู่ที่โน่น

เมื่อ ถามว่าต้องชูเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลักหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ต้องเอาเรื่องความ ปรองดองเป็นหลัก ถ้าไม่มีตรงนี้เศรษฐกิจก็ไปไม่รอด เดี๋ยวเดินขบวน เดี๋ยวเสื้อสีโน่นสีนี่ออกมา ตนขอให้ทำเรื่องปรองดองก่อนและต้องเดินหน้า อย่าชักช้า มีความจริงใจ

ตกใจมาร์ค-เทือกโทร.มาหา

เมื่อ ถามว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิ การพรรคประชาธิปัตย์ โทรศัพท์มาหาบ้างหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตนจะนัดกินข้าวกับนายสุเทพ 1-2 วันนี้ เพราะบังเอิญวันที่ 2 ก.ค. ร้อยวันพันปีไม่เคยคุยโทรศัพท์กัน แต่วันนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โทร.มาหาทำเอาตกใจหวิดตกเก้าอี้ คุยกันถึงห้าทุ่ม กำลังนอนหลับนายสุเทพโทร.มาอีกทำเอาตนตื่นจากที่นอน จนนอนไม่หลับทั้งคืน ตนให้กำลังใจทุกคนไม่ว่าใครโทร.มาก็ให้กำลังใจทั้งนั้น ขอให้อดทน ได้รับชัยชนะ และตนยังถามนายอภิสิทธิ์ด้วยว่า แล้วนายกฯ ยุบสภาทำไม พวกตนลำบาก ถ้าอยู่จนครบเทอม งบประมาณผ่านสภาก็ค่อยยังชั่ว แต่ต้องมาแก้ไขมาจัดทำงบประมาณกันใหม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์บอกว่าขอให้เห็นใจเพราะไม่ไหวแล้ว

นายบรรหาร กล่าวอีกว่า ขอให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะการปรองดองเป็นเรื่องสำคัญต้องเดินหน้าต่อไป แต่จะปรองดองในรูปใดค่อยมาพูดกันอีกที หากบ้านเมืองไม่มีความ ปรองดองก็ทำอะไรไม่ได้

แต่สายจาก”ทักษิณ”ยังเงียบ

เมื่อ ถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โทรศัพท์มาหาหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่มี โทร. มา 2 ปีมาแล้วไม่เคยพูดกันเลย เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่โทร.มาขอคำแนะนำเลยหรือ นายบรรหาร กล่าวว่า จะมาขอตนทำไม เพราะเขาเซียนอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ลาออกจากหัว หน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายบรรหาร กล่าวว่า ถ้าให้ตนเดา ขอเดาว่าเดี๋ยวประชาธิปัตย์จะมีมติเลือกนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค อีก ลาออกได้ก็กลับเข้ามาใหม่ได้ เพราะประชาธิ ปัตย์หาคนมาแทนลำบาก หรือจะให้นายสุเทพเป็นหัวหน้าพรรคแทนได้หรือไม่ แต่เดาว่าประ ชาธิปัตย์คงมีมติให้นายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัว หน้าพรรคอีก

ทักษิณชี้ภารกิจแรกปรองดอง

วัน เดียวกันที่สนามกอล์ฟมอนโกเมอรี่คลับ เอมิเรตส์ ฮิลล์ ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิ เรตส์(ยูเออี) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ว่า จริงๆ 300 เสียงก็พอแล้ว ตอนนี้มีเพื่อไทยกับชาติไทยพัฒนา ถ้ารวมชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินเข้าไปด้วยยังเป็นเสียงที่มีเสถียรภาพอยู่ เพราะการที่รัฐบาลมีเสถียรภาพอยู่ที่วินัยของ ส.ส. ถ้ามีวินัยมาประชุมก็โอเค แต่ถ้าไม่มีวินัยถึงมีมากก็แย่

ผู้สื่อ ข่าวถามว่าต้องเพิ่มพรรคเล็กอีกหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องถามทางกทม. ตนอยู่ไกล ที่มาคุยตอนนี้เป็นการเชื่อมต่อเท่านั้น เมื่อส่งไม้ผลัดแล้วตนก็ไม่เกี่ยวแล้ว เมื่อถามว่าภารกิจหลักของรัฐบาลที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ควรมีอะไรบ้าง พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวว่า ภารกิจแรก ส่งเสริมเรื่องความปรองดอง ภารกิจที่ 2 พลิกฟื้นเศรษฐกิจ เริ่มต้นด้วยการลดราคาสินค้า เหมือนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ประกาศไว้เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ภารกิจปรองดองเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับฟื้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่ทำทีละอย่าง

ผ่านแล้วผ่านไปไม่มีล้างแค้น

เมื่อ ถามว่าต้องดูแลเรื่องการเมืองเป็นพิเศษหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า การเมืองไม่น่ามีอะไร เมื่อเลือกตั้งเสร็จใหม่ๆ การเมืองน่าจะนิ่ง คงไม่มีอะไรช่วงนี้ มันเปลี่ยนไปจากคราวที่แล้ว ความรุนแรงของการต่อต้านอะไรลดละไปเยอะ อุณหภูมิลดไปเยอะ เมื่อถามว่าประเมินกองทัพด้วยหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ทุกฝ่ายลดไปเยอะ ที่ผ่านมาความพยายามต่อสู้เอาชนะมันเป็นเรื่องธรรมดาของการแข่งขัน เป็นธรรมดาของคนที่ไม่เชื่อว่าตนจะไม่ล้างแค้น จริงๆ ยืนยันได้ว่าเรื่องล้างแค้นไม่มี ความแค้นก็ไม่มี เป็นเรื่องผ่านมาก็ผ่านไป จบไปก็ไม่มีอะไร ใครจะมาคุยมาทักทายอะไรก็ยินดี ไม่ขัดข้อง แต่การทำงานร่วมกันต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างตัดสินใจ

ถ้ากลับไทยแล้วไม่สงบ-ไม่กลับ

เมื่อ ถามว่าตอนเพื่อไทยหาเสียงว่าจะพา พ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะยังไม่กลับประเทศไทย ประชา ชนที่เลือกเพื่อไทยจะเข้าใจหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า การเอาตนกลับบ้านเป็นความตั้งใจของคนในเพื่อไทย แต่การกลับไม่กลับต้องไม่ไปซ้ำเติมความขัดแย้ง มันต้องเป็นการดับไฟความขัดแย้งมากกว่า นี่คือสิ่งที่สำคัญ

“ไม่ ใช่ว่าผมบอกว่าจะกลับ มันจะเป็นยังไง จะตีกันช่างมัน ผมอยากกลับ แต่ถ้ากลับไปแล้วไม่เกิดความสงบก็อยู่เมืองนอกต่อได้ ผมก็ไม่ได้เดือดร้อน” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

แนะประคองรบ.รอบ้าน 111

ต่อข้อถามว่าจาก นี้จะวางบทบาทตัวเองอย่าง ไร พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตนคงอยู่ห่างๆ หากรัฐบาลหรือน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องการคำปรึกษา ก็พร้อมให้คำปรึกษา ถ้าไม่อยากปรึกษาตนก็ทำมาหากินไปเรื่อย เดินทางไปเรื่อย เมื่อถามว่าตั้ง ครม.ต้องถามพ.ต.ท.ทักษิณก่อนหรือไม่ พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ไม่ต้องเลย อาจตั้งกันแล้วถามว่ารู้จักคนนั้นคนนี้หรือไม่ เพราะตนรู้จักคนเยอะกว่า อาจให้ข้อมูล แต่การตัดสินใจเป็นเรื่องของน.ส.ยิ่งลักษณ์และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย

เมื่อ ถามว่ายืนยันว่าจะไม่เข้ามายุ่งหรือก้าวก่ายการบริหารงาน พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่ต้องเลย ตนไปทำมาหากินได้เลย ตอนนี้สบายใจแล้ว จบแล้ว สิ่งที่ห่วงชาวบ้านว่าที่ทำงานแล้วไม่เสร็จกลับถูกปฏิวัติ กลับมาตอนนี้มีคนสานต่อแล้ว คนมาดูแลชาวบ้านประชาชนแล้วถือว่ามาสานไม้ต่อแล้ว ถ้าเทียบกันแล้วเขาเก่งกว่าตนหลายอย่าง ละเอียดกว่า รอบคอบกว่า เข้าถึงเทคโนโลยีได้มากกว่า จับประเด็นเก่ง คิดเร็ว และทำงานหนัก ปัญหาอาจมีเรื่ององค์ประกอบของน.ส.ยิ่งลักษณ์มีไม่เท่าตน เพราะพรรคถูกยุบไป 2 รอบ จึงเป็นหน้าที่ต้องประคองไปจนกว่าเดือนพ.ค.ปีหน้า ที่พวก 111 จะได้กลับมาช่วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าที่พรรคเลือกน.ส.ยิ่งลักษณ์มาทำงานไม่ใช่ทางเลือกที่ผิด เพราะเท่าที่ได้รับเสียงตอบรับมากขนาดนี้ก็ถูกเกินครึ่งแล้ว เหลือแค่ทำงานให้ได้เท่านั้น

รายงานข่าวจากคนใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปฮ่องกงเพื่อเจรจาจัดตั้ง รัฐบาลนั้นไม่เป็นความจริง เพราะตั้งแต่วันที่ 3-5 ก.ค. พ.ต.ท.ทักษิณมีนัดให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศหลายสำนัก ทั้งนี้ ตลอดคืนวันที่ 3 ก.ค.มีชาวไทยและต่างประเทศทยอยเข้าพบจนถึงดึก

ยิ่งลักษณ์หารือจับขั้ว 4 พรรค

สำหรับ ความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าเก็บตัวพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน ซอยโยธินพัฒนา 3 ย่านบึงกุ่ม โดยมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประ เทศจำนวนมากรอติดตามทำข่าว ขณะที่บริเวณหน้าบ้านมีตำรวจสน.ลาดพร้าว มาอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และดูแลความปลอดภัย ช่วงสายผู้บริหารบริษัทเอสซี แอสเสท เข้ามอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดี จากนั้นเวลา 12.00 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมายังโรงแรมเอสซีปาร์ค เพื่อรับประทานอาหาร และหารือกับแกนนำ 4 พรรคการเมือง


ยังอยู่”ดูไบ” – พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินเที่ยวและนัดให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในห้างดูไบมอลล์ นครดูไบ สยบข่าวลือซุ่มบินไปฮ่อง กงเพื่อบัญชาการจัดตั้งรัฐบาล”ยิ่งลักษณ์ 1″ เมื่อวันที่ 4 ก.ค.

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์เตรียมพื้นที่บริเวณลานจอดรถด้านข้างบ้านพักไว้รอง รับสื่อมวลชน โดยนำตู้คอนเทนเนอร์ติดตั้งเครื่องปรับอากาศไว้เป็นที่พักและที่ทำงานสำหรับ สื่อมวลชน

ชัดๆอีกครั้งไม่เอาภูมิใจไทย

ต่อมาเวลา 14.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัม ภาษณ์กรณีนายอภิสิทธิ์ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะเป็นเรื่องภายในประชาธิปัตย์ และถือเป็นเจตนา รมณ์ของนายอภิสิทธิ์

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลใหม่จะไม่มีพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ไม่มีค่ะ”

ปิดประตูงูเห่าสมศักดิ์-สรอรรถ

เมื่อ ถามว่ายืนยันตัวเลขรัฐบาล 299 เสียงใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จนถึงวันนี้เราจบที่ 4 พรรค ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง และการหารือวันนี้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ได้ยื่นข้อเสนอเรื่องดึงภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาล เราคุยเฉพาะ 4 พรรคเท่านั้น

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหนที่จะดึงกลุ่มนายสม ศักดิ์ เทพสุทิน และนายสรอรรถ กลิ่นประทุม จากภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้พรรคพูดเรื่องเจตนา รมณ์และอุดมการณ์ระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทยไปแล้ว เมื่อถามว่าการตั้งรัฐบาลพ.ต.ท. ทักษิณ ได้ให้คำปรึกษาหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า ไม่ได้ให้คำปรึกษา

ตั้งรบ. 5 พรรค 299 เสียง

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นที่ห้องพระรามเก้า ชั้น 6 โรงแรมเอสซี ปาร์ค น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมด้วยแกนนำเพื่อไทยนัดหารือแกนนำ 4 พรรค ประกอบด้วย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พลังชล และมหาชน เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ต่อมานายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพายัพ ชินวัตร แกนนำภาคอีสาน นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ทีมเศรษฐกิจ และนายวิทยา บุรณศิริ อดีตเลขา ธิการพรรค เดินทางมาถึง ตามด้วยคณะของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน นำโดยน.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล และร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ ซึ่งพูดคุยกับแกนนำเพื่อไทยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเล็กเหนื่อยจริงๆ เหนื่อยมาก กระแสพรรคใหญ่มาแรงมากจริงๆ

จากนั้นนายเชาว์ มณีวงษ์ หัวหน้าพรรคพลังชล พร้อมด้วยนายวิทยา และนายอิทธิพล คุณปลื้ม เดินทางเข้ามาถึง ตามด้วยพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา และนายธีระ วงศ์สมุทร และนายอภิรัตน์ ศิรินาวิน หัวหน้าพรรคมหาชน ซึ่งเป็นพรรค 1 เสียงที่ได้ร่วมรัฐบาล รวมเสียงส.ส.ทั้งหมด 299 เสียง

จาก นั้นเวลา 12.05 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ร่วมรับประทานอาหารกับแกนนำพรรคต่างๆ ที่ห้องพระราม 9 ชั้น 6 โดยนั่งร่วมโต๊ะกับแกนนำ 5 พรรคด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง เมนูอาหารประกอบด้วยออร์เดิร์ฟ กุ้งทอด หูฉลาม ปลานึ่ง หมี่ผัด ขณะที่ห้องอาหารจีน ชั้น 1 ของโรงแรม แกนนำคนสำคัญของว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลมารับประทานอาหารเพื่อร่วมสังเกตการณ์ ประกอบด้วย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายวราเทพ รัตนากร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แกนนำเพื่อไทย และนายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำพลังชล

เปิดแถลงภารกิจเร่งด่วน

หลัง จากรับประทานอาหารเสร็จ น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมด้วยแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พลังชล ขึ้นเวทีแถลงข่าว ยกเว้นแกนนำพรรคมหาชนนั่งอยู่ด้านล่างเวทีกับแกนนำเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์แถลงว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนสำหรับทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนและทุกพรรคการเมืองที่ทำให้การเลือก ตั้งผ่านไปอย่างสมบูรณ์ ตนและแกนนำ 5 พรรค แสดงเจตนารมณ์ที่สอดคล้องกันในการเข้ามาทำงานบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาให้พี่น้อง สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือ รอผลของกกต.อย่างเป็นทางการก่อน ลำดับถัดไปแต่ละพรรคที่เราเชิญมาทั้งหมด รวมแล้วเลขสวยอยู่ที่ 299 เสียง คิดว่ามีเสถียร ภาพพอ จากนี้พรรคจะเข้าไปดูเรื่องข้อกฎหมายและข้อบังคับพรรคเพื่อเตรียมแถลงอย่าง เป็นทางการอีกครั้ง

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง คือ 1.ทำอย่างไรให้ประเทศชาติก้าวไปสู่ความสามัคคีปรองดอง ทุกพรรคเห็นตรงกันว่าต้องวางนโยบายนี้ในการพูดคุยกับทุกภาคส่วน เบื้องต้นมอบหมายคณะกรรมการอิสระค้นหาและตรวจสอบความจริงเพื่อความ ปรองดอง (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ทำงานร่วมกับคณะทำงานจาก 5 พรรค และทีมคณะกรรมการอิสระที่จะแต่งตั้งเพิ่ม 2.จะจัดงานเฉลิมฉลอง 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 3.พลิกฟื้นเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นโดยเร็ว โดยเฉพาะปัญหาสินค้าและค่าครองชีพ และ 4.ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้กลับคืนมาโดยเร็ว รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ในการขับเคลื่อนประเทศเดินต่อไป

ให้อิสระกก.ปรองดองทำงาน

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์กล่าวอีกว่า ประเด็นคอร์รัปชั่นเป็นอีกปัจจัยที่เป็นปัญหา ต้องมีแนวทางและนโยบายขจัดเพื่อให้เกิดความโปร่งใส การทำ งานของนักการเมืองสามารถตรวจสอบได้และมีความชัดเจน ตนและพรรคเพื่อไทยจะนำวิสัยทัศน์ที่เคยหาเสียงเมื่อ 1 ก.ค. รวมถึงนโยบายทั้งหมดมาหารือร่วมกับทุกพรรคเพิ่มเติม เป็นแผนการทำงานและฟื้นฟูแก้ปัญหาให้ประชาชน หวังว่าเจตนารมณ์ของ 5 พรรคการเมืองจะมีความมุ่งมั่นในการทำงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะผลักดัน นโยบายความ ปรองดองให้เป็นวาระแห่งชาติหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องทำงานต่อไปเพื่อเร่งรัดเรื่องนี้ ขณะนี้ได้ตอบรับในเรื่องเร่งรัดค้นหาความจริง ส่วนนโยบายปรองดองวันนี้หารือแล้ว ทุกคนเห็นตรงกันและนั่งคุยกันเพื่อให้เข้าใจสอดคล้องในนโยบายตรงกัน ส่วนคณะกรรมการจะต้องทำให้ชัดเจน ภาคการเมืองจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว อยากให้คณะกรรมการทำงานอย่างอิสระ ซึ่งจะทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด พล.ต.สนั่นมีส่วนเริ่มตั้งแต่ต้น คงเข้ามามีส่วนร่วมช่วยผลักดันให้เกิดความปรองดองโดยเร็วที่สุด เบื้องต้นเราอยากให้กรรมการชุดนี้เป็นอิสระและทำงานอย่างเป็นธรรมที่สุด

เลิกประกันราคาใช้รับจำนำข้าว

เมื่อ ถามว่าจะสามารถปรองดองกันได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ทุกคนในชาติมีความรักความหวงแหนประเทศชาติ อยากเห็นประเทศก้าวไปข้างหน้า เมื่อถามถึงการจัดตั้งครม.ใช้เวลานาเท่าไหร่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า หลังจากที่ มีการแต่งตั้งจากสภา หลักการอะไรที่เป็นประ โยชน์ต่อประชาชน พรรคไม่มีเจตนายกเลิก แต่จะคงไว้และต้องดูว่าอะไรบ้างที่ควรปรับปรุงให้ดีขึ้นจึงจะเข้าไปแก้ไข โดยหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ต่อข้อถามถึงนโยบายเศรษฐกิจ เรื่องราคาสินค้า รวมถึงนโยบายรับประกันราคาข้าวของรัฐบาลที่แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดสินค้าแต่ละประเภท เช่น ข้าว เราจะนำระบบรับจำนำกลับมา ส่วนผลไม้ต้องดูไปตามฤดูกาล แต่จะทำให้สินค้าเป็นไปตามกลไกของตลาด จะดูตั้งแต่ต้นทุนการผลิตและการผูกขาด และขอเข้าไปทำงานก่อนโดยมีทีมเศรษฐกิจศึกษาเรื่องงบประมาณ ถ้าส่วนใดเป็นงบที่ไม่จำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้จ่ายก็ต้องปรับปรุง แต่สิ่งใดที่ต้องผลักดันเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต้องดำเนินการต่อ

รมต.มีความสามารถตามกระทรวง

เมื่อ ถามถึงโควตารมต.กำหนดสัดส่วนอย่าง ไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นทางการจะชี้แจงเรื่องครม.อีกครั้ง รอให้ประกาศอย่างเป็นทางการก่อน แล้วทุกพรรคคงต้องหารือกันภายใน ส่วนครม.จะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถตรงตามแต่ละกระทรวง เพราะการบริหาร จะดูที่ผลงานเป็นหลัก เมื่อถามว่าการตั้งรมต.ต้องฟังเสียงคนเสื้อแดงด้วยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวย้ำว่า ต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและดูที่ผลการบริหารงาน

เมื่อ ถามว่าการทำงานร่วมกับกองทัพจะเชิญพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาร่วมทำงานด้วยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอทีละสเต็ป ตอนนี้เร็วเกินไปที่จะคุยเรื่องเหล่านี้

ไม่มีนโยบายทำเพื่อคนๆเดียว

เมื่อ ถามว่ามั่นใจรัฐบาล 299 เสียงจะมีเสถียร ภาพแค่ไหน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เสียงของเพื่อไทยเกินกึ่งหนึ่งอยู่แล้ว เชื่อว่ามีเสถียรภาพในการบริหารประเทศ แต่เราต้องการผู้มีความรู้ความสามารถมาร่วมกันแสดงเจตนารมณ์เพื่อแก้ปัญหา ประเทศ เมื่อถามถึงแนวทางนิรโทษกรรม น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า พรรคแถลงจุดยืนไปแล้วว่าไม่มี ปล่อยให้คณะกรรมการคอป.ดำเนินการอย่างอิสระ พรรคไม่มีนโยบายทำเพื่อคนๆเดียว

ด้านน.พ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญเข้าร่วมรัฐบาล พรรคยินดีตอบรับคำเชิญด้วยเหตุผล 3 ข้อ 1.เพื่อไทยได้ที่นั่งเกินครึ่งในสภา มีความชอบธรรมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเห็นด้วยที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ 2.พรรคเคยร่วมงานกับไทยรักไทยในอดีต สามารถทำงานร่วมกันได้ 3.มีนโยบายสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ร่วมถึงร่วมแก้ปัญหาเศรษฐกิจร่วมกัน

ขณะที่นายเชาว์ กล่าวว่า เหตุผลที่เข้าร่วมรัฐบาลสอดคล้องกัน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และสร้างความปรองดอง ซึ่งความปรองดองเป็นหัวใจสำคัญในการทำงานเพื่อประเทศชาติ

พลังชลไม่อ้อมค้อมชอบกีฬา

จาก นั้นน.พ.วรรณรัตน์ ให้สัมภาษณ์หลังการแถลงข่าวว่า ครั้งนี้เป็นการหารือจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น ยังไม่ได้พิจารณารายละเอียดการจัดรมต. กระทรวงต่างๆ คงหารือในโอกาสต่อไป ส่วนการต่อสายเพื่อชวนเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ผู้ใหญ่ในเพื่อไทยติดต่อมา ส่วนระยะเวลาจัดตั้งรัฐบาลนั้น คงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่าหลังเลือกตั้ง ในเวลา 1 เดือนต้องเปิดสภา คงจะแต่งตั้งประ ธานสภา รองประธานสภา รวมถึงนายกฯ ส่วนการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้เชื่อว่าการปรองดองจะเกิดขึ้น

นาย เชาว์ ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวพรรคพลังชลสนใจงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬาว่า พลังชลมีความสามารถและประสบการณ์หลายด้าน ทั้งด้านอุตสาหกรรม และการขนส่ง เพียงแต่เรามีประสบการณ์เรื่องกีฬา ขณะนี้นายวิทยา คุณปลื้ม แกนนำพรรค เป็นนายกสมาคมกีฬาด้วย

หนั่นการันตีเสถียรภาพมั่นคง

ผู้ สื่อข่าวถามว่าจำนวนส.ส. 7 คนของพรรคจะต่อรองตำแหน่งรมต.อย่างไร นายเชาว์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุย วันนี้เป็นเพียงการหารือตั้งรัฐบาล พลังชลไม่มีข้อแม้ มีเพียง 1 ข้อที่ต้องทำคือเรื่องความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประเทศเดินหน้าไปได้เท่านั้น เมื่อถามว่าเห็นด้วยกับกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ นายเชาว์ กล่าวว่า ต้องดูความหมายว่าหมายถึงใคร หากหมายถึงนิรโทษกรรมของทุกคนที่ทำกรรมต่างๆไว้ ก็เห็นด้วย เพื่อให้บ้านเมืองอยู่ได้ โดยการให้อภัยทาน

ขณะที่พล.ต.สนั่น ให้สัมภาษณ์ว่า เสียงพรรคร่วม 299 เสียงถือว่ามีเสถียรภาพมั่นคง ครม.จะเป็นผู้แทนทั้งหมดก็ไม่เป็นไร เมื่อถามว่าชาติไทยพัฒนาได้กี่กระทรวง พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เมื่อถามว่าพลังชลต้องการดูแลด้านการท่องเที่ยวและกีฬาเหมือนกับชาติไทย พัฒนา พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อให้ลำดับถัดไป เลื่อนขึ้นมา โดยเฉพาะนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ แกนนำพรรคที่สอบตกงวดนี้ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เอาไว้คุยกันทีหลัง

ไม่ได้ทิ้งภท.แต่มันจบแล้ว

เมื่อ ถามว่านายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุจะพยายามดึงภูมิใจไทยร่วมรัฐบาลด้วย พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เพื่อไทยประกาศไปแล้ว ปัญหานี้คงไม่ต้องพูดแล้ว อย่างไรก็ตามนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค คงจะไปพูดคุยกับภูมิใจไทยว่ามีความจำเป็นอย่างไร ไม่ได้ทิ้งเพื่อน ไม่ได้ผิดสัญญา นักการเมืองเขาเข้าใจกันดี ทั้งนี้ การนิรโทษกรรมอย่าไปพูดถึงเลย ถ้าปรองดองได้ทุกอย่างในประเทศอะไรก็อภัยกันได้หมด ความเป็นธรรมทั่วถึงกัน การเหลื่อมล้ำอยู่ในเรื่องของการปรองดองทั้งสิ้น ยืนยันว่าเพื่อไทยไม่เสนอนิรโทษกรรมแน่

ต่อข้อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะ มีโอกาสกลับประเทศไทยหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการปรองดองจะพิจารณา ส่วนตัวคิดว่าทุกอย่างต้องเสมอภาค และมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่อยู่ๆจะนิรโทษกรรม เป็นไปไม่ได้

เผยที่มา 1 เสียงมหาชนส้มหล่น

รายงาน ข่าวจากพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า สำหรับ 1 เสียงของมหาชนที่ได้เข้าร่วมรัฐ บาลเพื่อให้เสียงเป็น 299 เสียงนั้น นอกจากจะเป็นตัวเลขที่สวยแล้ว ยังเพิ่มความมั่นคงมากยิ่งขึ้น โดยมีที่มาที่ไปคือพล.ต.สนั่นขอร้องแกนนำเพื่อไทย เนื่องจากมหาชนเป็นพรรคที่พล.ต.สนั่นก่อตั้งขึ้นมา แล้วมอบหมายนายอภิรัต ศิรินาวิน ที่มีความใกล้ชิดสนิทแนบแน่นดูแลรักษาพรรค ขณะที่พล.ต.สนั่นเข้ามาสังกัดชาติไทยพัฒนา ขณะที่นายอภิรัตถือเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เรียนจบปริญญาโท เลือกตั้งที่ผ่านมาก็ทำคะแนนเสียงได้มากจนพรรคได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง เหนือกว่าพรรคที่มีนักการเมืองชื่อดังเป็นหัวหน้าพรรคหลายคน

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับตำแหน่งรมต. ของชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินนั้น น่าจะได้รมต. 1 ตำแหน่ง แต่คงไม่ได้กระทรวงพลังงานที่เคยดูแลอยู่เดิม ทั้งนี้แกนนำพรรคจะต่อรองส่งคนเข้าไปเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ ด้วย

เติ้งต่อรองขอคุมกระทรวงเดิม

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการหารือของแกนนำ 5 พรรคที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค พล.ต.สนั่นเข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่พรรค นานประ มาณ 30 นาที โดยมีนายธีระ วงศ์สมุทร ร่วมหารือด้วย และภายหลังแถลงข่าวร่วมกันน.ส.ยิ่งลักษณ์ นายธีระกลับมาที่พรรคเพื่อรายงานผลการหารือกับแกนนำเพื่อไทยและพรรคร่วม อื่นๆ ต่อนายบรรหาร

รายงานข่าวจากแกนนำชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ชาติไทยพัฒนาที่มี 19 เสียงขอรมต. กระทรวงเดิมทั้งหมด ได้แก่ รองนายกฯ รมว. เกษตรและสหกรณ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา รมช.คมนาคม นอกจากนี้พล.ต.สนั่นยังต่อรองขอรมช.สาธารณสุขอีก 1 ตำแหน่ง แต่อย่างไรก็ตามการตัดสินใจขึ้นกับพรรคเพื่อไทย เพียงแต่ชาติไทยพัฒนายื่นเงื่อนไขเข้าไปเท่านั้น

หนั่นส่งลูกยอดเป็นรมต.แทน

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า เบื้องต้นแกนนำเพื่อไทยตอบรับให้ตำแหน่งรองนายกฯ รมว.เกษตรฯ และรมช.คมนาคม ขณะที่พล.ต.สนั่นแจ้งกับนายบรรหารว่าจะไม่ขอรับตำแหน่งในรัฐบาลชุดนี้ โดยขอให้นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรชาย ได้โควตาเป็นรมต.แทน ทั้งนี้หากชาติไทยพัฒนาได้ดูแลกระทรวงเกษตรฯอีกครั้ง นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ มีโอกาสนั่งเก้าอี้เดิมต่อไป ส่วนนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค มีแนวโน้มขึ้นเป็นรองนายกฯ อย่างไรก็ตามชาติไทยพัฒนายื่นขอแลกตำแหน่งรองนายกฯ เป็น 2 รมช. รวมโควตาที่ได้คือ 1 รมต.กับ 3 รมช. ขณะนี้อยู่ระหว่างต่อรองกับทางเพื่อไทย

เติ้งส.ส.หดสั่งปรับฮวงจุ้ยพรรค

ผู้ สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากผลเลือกตั้งออกมาชาติไทยพัฒนาได้ส.ส.ลดลง นายบรร หารสั่งปรับฮวงจุ้ยที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนาทั้งหมด โดยถอนต้นปาล์มบริเวณด้านหน้าพระตำหนักเดิมของพระองค์เจ้าอัพพันตรีประชา ที่ตั้งของร้านกาแฟพรรค พร้อมจัดทำพิธีขอขมาในวันที่ 7 ก.ค.นี้ โดยมีความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ยว่าต้นปาล์มที่อยู่หน้าอาคารถือเป็นเรื่องไม่ ดี เป็น การขัดขวางสิ่งดีๆ ที่จะเข้ามา อีกทั้งการปลูกไว้ต้นเดียวเปรียบเหมือนปักธูปขนาดใหญ่หน้าบ้าน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง นายบรรหารสั่งปรับฮวงจุ้ยแล้วครั้งหนึ่ง โดยติดตั้งน้ำพุและให้เปิดตลอดเวลา เพื่อนำเรื่องดีๆ มาสู่พรรค รวมทั้งปรับทัศนียภาพโดยรอบ

ขณะที่ รายงานข่าวจากพลังชลที่มี 7 เสียง ระบุว่า พรรคสนใจตำแหน่งรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา โดยอ้างว่าเป็นงานถนัด และแกนนำพรรคเคยดูแลงานกระทรวงนี้ รวมถึงเป็นนโย บายของพรรคที่ใช้หาเสียง

ชพน.ขอพลังงานของเดิม

ทาง ด้านพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ซึ่งน.พ. วรรณรัตน์ นั่งรมว.พลังงานอยู่แล้ว ก็แสดงความจำนงขอดูแลกระทรวงพลังงานต่อไป โดยอยู่ระหว่างเจรจาต่อรองกับทางเพื่อไทย

นิวัฒน์ธำรงจ่อเลขาฯนายกฯ

ใน ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย มีรายงานข่าวว่า ตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ น่าจะเป็นนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล หรือชื่อเดิมนิวัฒน์ บุญทรง อดีตผู้บริหารเครือชินคอร์ป ที่พ.ต.ท.ทักษิณไว้เนื้อเชื่อใจมาก โดยนายนิวัฒน์ธำรงเป็นผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 21 พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งนี้และได้รับเลือกตั้ง

“ขุนค้อน”มาแรงปธ.สภา

สำหรับ ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ชื่อที่มาแรงคือนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตรองประธานสภา เจ้าของฉายา”ขุนค้อน” โดย พ.ต.ท.ทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และแกนนำเพื่อ ไทย ต้องการผู้ที่ไว้วางใจได้ มีความหนักแน่น มั่นคงต่อพรรค และมีชั้นเชิงทันเกมในสภาเพื่อรับมือกับฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายสมศักดิ์มีคุณสมบัติเหล่านี้ ทั้งนี้พ.ต.ท. ทักษิณเคยมีบทเรียนในการตั้งนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภา เมื่อเกิดงูเห่าภูมิใจไทย นายชัยย้ายไปอยู่กับขั้วประชาธิปัตย์ ทำให้การทำงานและขับเคลื่อนในสภาเสียเปรียบทันที แม้เพื่อไทยจะมีส.ส.มากที่สุดในสภาขณะนั้นก็ตาม

โกวิท วัฒนะคุมมั่นคง-ชัจจ์ยธ.

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า แกนนำเพื่อไทยได้ทาบทามพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตผบ.ตร. และอดีตรองนายกฯ สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และอดีตรมว.มหาดไทย สมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ควบคู่กับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ส่วนรายชื่อบุคคลที่มีโอกาส เป็นรมต.ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แก่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก มีชื่อเป็นแคนดิเดตรมว.มหาดไทย เพราะทั้งหมดต่างทุ่มเทให้กับพรรคในการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะพล.ต.อ.ประชาสามารถนำผู้สมัครได้รับเลือกตั้งยกจังหวัดอุดรฯ อย่างไรก็ตามพล.ต.อ. ประชายังมีลุ้นเป็นรองนายกฯดูแลความมั่นคงเช่นกัน ขณะที่ร.ต.อ.เฉลิมแสดงความจำนงขอเป็นรมว.มหาดไทยอีกครั้ง หลังจากเคยเป็นสมัยรัฐบาลนายสมัคร

พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีตผบช.ก. ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเหมือนปิดทองหลังพระให้กับพรรคมานาน ได้รับรางวัลเป็นรมว.ยุติธรรม

สำ หรับรมว.กลาโหม มีหลายตัวเก็ง อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมคนปัจจุบัน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผบ.สส. พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี อดีตผบ.หน่วยอากาศโยธิน เพื่อนเตรียมทหาร รุ่น 10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. เพื่อนเตรียมทหารของพ.ต.ท.ทักษิณเช่นกัน ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนก.ย.นี้ อย่าง ไรก็ตามตำแหน่งแกนนำเพื่อไทยเห็นตรงกันว่าต้องได้รับการยอมรับทั้งฝ่ายการ เมือง และผบ. เหล่าทัพ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบต่อรัฐบาล อย่างไรมีกระแสข่าวว่าหากตำแหน่งนี้มีปัญหาในการหาผู้เหมาะสม น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจควบรมว. กลาโหมเอง โดยใช้ภาพความปรองดองประสานงานกับกองทัพ

โอฬาร-ยงยุทธ-ณัฐวุฒิติดโผ

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกระทรวงเกรดเอ โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงการคลัง นายโอฬาร ไชยประวัติ มีแนวโน้มนั่งรมว. ส่วนรมช.มีชื่อนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ โดดเด่นที่สุด กระทรวงพาณิชย์มีชื่อนายคณวัฒน์ วศินสังวร กระทรวง คมนาคมมีชื่อนายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรมว. คมนาคม

ขณะที่รม ว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นตัวเก็ง นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค ที่มีความอาวุโสและทุ่มเททำงานหนักให้พรรคมาตลอด จะได้รับตำแหน่งรองนายกฯ ส่วนกระทรวงที่อาจนำคนนอกมารับตำแหน่ง คือ กระทรวงการต่างประเทศ

นอกจากนี้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็มีโอกาสเป็นรมต. ในฐานะตัวแทนคนเสื้อแดง

วัน เดียวกัน นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตแกนนำไทยรักไทย คนสนิทพ.ต.ท.ทักษิณ เปิดบ้านในหมู่บ้านเกศินีวิลล์ให้อวยพรวันคล้ายวันเกิด โดยมีกลุ่มว่าที่ส.ส.ภาคเหนือ อีสานและ ภาคกลางของเพื่อไทย และข้าราชการกระทรวงคมนาคมบางส่วนที่เคยร่วมงานในสมัยเป็นรมว.คมนาคมมาร่วม อวยพร

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

อยากมุดดิน เติ้งอาย-ชทพ.ยวบ

พท.265ปชป.159 ปาร์ตี้ลิสต์กทม. มาร์คชนะ7หมื่น สรุปใช้สิทธิ์75% บัตรเสีย3.7ล้าน

เผย ยอดผู้ใช้สิทธิ์เลือก ตั้งครั้งนี้35.2 ล้านคนคิดเป็น 74.89 เปอร์เซ็นต์ บัตรเสียทั้ง 2 ระบบถึง 3.7 ล้านใบ ยะลามากสุด ส่วนยอดผู้ใช้สิทธิ์สูงสุดอยู่ที่ลำพูน 88 เปอร์เซ็นต์ ด้าน”เติ้ง”อายอยากมุดแผ่นดินผลเลือกตั้งชทพ.แพ้หลุดลุ่ยแถมสุพรรณฯโดนเจาะ ไป 1 เขต คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก็แพ้ ขณะที่บุรีรัมย์คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทยชนะภูมิใจไทยเกือบครึ่ง ส่วนกทม.นั้นปชป.-พท.สูสีกัน 8 เขต แต่คะแนนพรรคประชาธิปัตย์ชนะไป 7 หมื่นคะแนน แต่ก็ได้เกิน 1.2 ล้านทั้งสองพรรค เพื่อไทยซิวเพิ่มเป็น 265 ปชป.วูบ เหลือ 159

กกต.ปลื้มลำพูนใช้สิทธิ์สูงสุด

เมื่อ เวลา 10.30 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. แถลงว่า ขณะนี้กกต.กลางกำลังรอโทรสารจากกกต.จังหวัดต่างๆ ที่ทยอยส่งข้อมูลผลการเลือกตั้งเข้ามา โดยจังหวัดที่ยังไม่ได้ส่งข้อมูลมาคือ จ.สุราษฎร์ธานี ระนอง แม่ฮ่องสอน นนทบุรี นครปฐม และตาก เนื่องจากอยู่ระหว่างการเดินทางและมีปัญหาการขนส่งเอกสาร รวมถึง 2 จังหวัดที่มีปัญหาเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนคือ จ.ตาก และแม่ฮ่องสอน บางพื้นที่การส่งเอกสารต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ เพราะไม่สามารถส่งแฟ็กซ์และไม่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ คาดว่าเช้าวันที่ 5 ก.ค. ทั้งสองจังหวัดจะส่งข้อมูลมายังกกต.กลางได้ ส่วนจังหวัดที่เหลือนั้นคาดว่าค่ำวันเดียวกันนี้ น่าจะได้ข้อสรุปผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

นายสุทธิพล กล่าวว่า ส่วนจังหวัดที่เป็นแชมป์มียอดรวมผู้มาใช้สิทธิ์มากที่สุดคือ จ.ลำพูน ที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต คิดเป็นร้อยละ 88.61 ส่วนบัตรเสียแบบบัญชีรายชื่อมีร้อยละ 5.77 และบัตรเสียแบบแบ่งเขตเลือกมีร้อยละ 5.98 สำหรับประชาชนที่เป็นห่วงว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีบัตรเสียจำนวนมากนั้น จากการตรวจสอบพบว่าบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมีบัตรเสียร้อยละ 5.77 น้อยกว่าบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตที่มีบัตรเสียร้อยละ 5.98

ยะลา-บัตรเสียอ้างอ่านไทยไม่ได้

นาย สุทธิพล กล่าวว่า ส่วนจังหวัดที่มีบัตรเสียมากที่สุดคือ จ.ยะลา บัตรเสียแบบแบ่งเขตร้อยละ 10.37 และบัตรเสียแบบบัญชีรายชื่อร้อยละ 6.77 รองลงมาคือ จ.ปัตตานี มีบัตรเสียแบบแบ่งเขตร้อยละ 9.21 และแบบบัญชีรายชื่อร้อยละ 6.52 รวมทั้งจ.นราธิวาส มีบัตรเสียแบบแบ่งเขตร้อยละ 8.18 แบบบัญชีรายชื่อร้อยละ 6.34 แต่จำนวนบัตรเสียในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ลดลงจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 สาเหตุเกิดจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหลายรายไม่สามารถอ่านภาษาไทยและภาษายาวี ได้ ส่วนเรื่องร้องเรียนคัดค้านการเลือกตั้งจนถึงเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ก.ค. มี 195 เรื่อง แบ่งเป็นเรื่องใส่ร้ายหลอกลวงจูงใจให้เข้าใจผิด 65 เรื่อง ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง 32 เรื่อง แจกเงินให้ทรัพย์สิน 53 เรื่อง เจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็น กลาง 31 เรื่อง การจัดเลี้ยงมหรสพ 14 เรื่อง

นาย สุทธิพล กล่าวชี้แจงกรณีที่มีสื่อมวลชนนำภาพขณะลงพื้นที่หน่วยเลือกตั้งและอำนวยความ สะดวกให้ผู้พิการมาโจมตีว่าเป็นการช่วยลงคะแนนว่า กกต.มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการและผู้สูงอายุ ภาพดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือผู้พิการที่แขนขาด ซึ่งตัวผู้พิการเองได้ใช้เท้าเซ็นชื่อบนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น แต่การลงคะแนนยังเป็นความลับอยู่ เพราะผู้พิการคนดังกล่าวได้เข้าคูหาลงคะแนนลับด้วยตนเอง จึงต้องชี้แจงว่าการเลือกตั้งยังคงเป็นความลับอยู่ เนื่องจากตนถูกด่าเยอะ และโพสต์ข้อความว่ากกต.ทำผิดกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นความจริง

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว นายสุทธิพล ยังนำภาพนิ่งและภาพวิดีโอมาแสดง เพื่อยืนยันว่าขณะที่ผู้พิการลงคะแนนนั้น นายสุทธิพลไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว

กกต.เลื่อนแถลง-นัดวันนี้แทน

เมื่อ เวลา 15.00 น. ที่สำนักงานกกต. นายไพบูลย์ เหล็กพรหม ผอ.สำนักประชาสัมพันธ์ ชี้แจงกับสื่อมวลชนที่เฝ้ารอหลังจากได้รับแจ้งว่านายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. จะแถลงสรุปยอดรวมการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในช่วงบ่าย ว่า ขอเลื่อนการแถลงข่าวเป็นวันที่ 5 ก.ค. เนื่องจากขณะนี้การรายงานผลการเลือกตั้งของจังหวัดต่างๆ ที่รายงานเข้ามาได้เพียง ร้อยละ 95 ยังไม่ครบ 100% เพราะว่าต้องรอการรายงานจากจ.ระนอง แม่ฮ่องสอน และ ตาก ที่อยู่ระหว่างดำเนินการนำส่ง โดยเฉพาะที่จ.แม่ฮ่องสอน และตาก ที่การส่งผลคะแนนล่าช้าเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย และคาดว่าจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันที่ 5 ก.ค. ทางกกต.จึงจะแถลงข่าวอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจังหวัดที่ส่งข้อมูลเข้ามาครบถ้วนแล้วนั้นก็ยังไม่สามารถเปิดเผย ข้อมูลได้ เช่นกัน

เผยพท.ลิ่ว 265-ปชป.เหลือ 159

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่าผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการล่าสุดนั้น พรรคเพื่อไทย ได้ 265 ที่นั่ง แบ่งเป็นกทม. 10 ที่นั่ง ภาคกลาง 41 ภาคใต้ 0 ภาคเหนือ 49 ภาคอีสาน 104 ปาร์ตี้ลิสต์ 61 ที่นั่ง

พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 159 ที่นั่ง กทม. 23 ที่นั่ง ภาคกลาง 25 ที่นั่ง ภาคใต้ 50 ที่นั่ง ภาคเหนือ 13 ที่นั่ง ภาคอีสาน 4 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 44 ที่นั่ง

พรรคภูมิใจ ไทย 34 ที่นั่ง กทม. 0 ที่นั่ง ภาคเหนือ 13 ที่นั่ง ภาคใต้ 1 ที่นั่ง ภาคเหนือ 2 ที่นั่ง ภาคอีสาน 13 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 5 ที่นั่ง

พรรค ชาติไทยพัฒนา 19 ที่นั่ง กทม. 0 ที่นั่ง ภาคกลาง 11 ที่นั่ง ภาคใต้ 1 ที่นั่ง ภาคเหนือ 2 ที่นั่ง ภาคอีสาน 1 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 4 ที่นั่ง

พรรค ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 7 ที่นั่ง กทม. 0 ที่นั่ง ภาคกลาง 0 ที่นั่ง ภาคใต้ 0 ที่นั่ง ภาคเหนือ 1 ที่นั่ง ภาคอีสาน 4 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 2 ที่นั่ง

พรรคพลังชล 7 ที่นั่ง ภาคกลาง 6 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 1 ที่นั่ง

เติ้งอายผลเลือกตั้งอยากมุดดิน

ผู้ สื่อข่าวรายงานจากพรรคชาติไทยพัฒนาว่า หลังจากทราบผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่ง กกต.นับคะแนนได้ไปมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนาได้ส.ส.แบบแบ่งเขต 11 เขต จากที่ส่งผู้สมัครทั้งหมด 168 เขต ส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อได้รับคะแนนเสียง 811,570 เสียง ทำให้ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4 คน ได้แก่ นายชุมพล ศิลปอาชา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง และนายยุทธพล อังกิ นันทน์ นั้น

เมื่อนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ทราบผลการเลือกตั้งถึงกับมีสีหน้าเคร่งเครียด และไม่พอใจ โดยเฉพาะในจังหวัดสุพรรณบุรีที่ต้องเสีย 1 ที่นั่งให้พรรคเพื่อไทย และคะแนนบัญชีรายชื่อไม่ถึงเป้าที่คาดไว้ รวมทั้งส.ส.เขตในอีกหลายจังหวัดที่เป็นตัวเต็งแต่ก็สอบตก

นายบรรหาร ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเคยภาวนาอย่าให้เกิดเหมือนปี 2550 แต่นี่เหมือนกันไม่มีผิด เมื่อปี 2550 พรรคคาดว่าจะได้ 50 ที่นั่ง แต่เหลือ 35 ที่นั่ง คราวนี้พรรคไม่เกี่ยวกับกลุ่มของนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ คิดตั้งเป้าไว้ว่าจะได้ 24 ที่นั่ง แต่ร่วงถึง 12 ที่นั่ง ตัวเต็งๆ ทั้งนั้น ตนแทบเอาหัวมุดแผ่นดิน จ.สุพรรณบุรี ก็โดนเจาะได้อีก 1 คน สิงห์บุรี อุทัยธานี เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และภาคใต้ก็เต็ง ถ้ารวมกับกลุ่มของพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่จะได้ 13 ที่นั่งก็เป็น 25 รวมทั้งของนายประดิษฐ์อีก รวมแล้วต้องได้ถึง 30 ที่นั่ง ตนดีดลูกคิดไม่ผิด แต่ไปติดตรงไหนไม่รู้ สงสัยจับลูกคิดผิด พลิกไปพลิกมาหายไป 12 เสียง ซึ่งมันไม่น่าผิดพลาด ตนจึงโทรศัพท์ไปให้กำลังใจคนที่ไม่ได้ หลายคนบอกว่าไม่ไหว เพราะไม่ใช่แค่พายุ แต่เป็นไต้ฝุ่นมาเลย ก็ได้แต่ทำใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร ทุกพรรคมีปัญหา เห็น ใจพรรคภูมิใจไทยที่ตั้งเป้าจะได้ 70 ที่นั่ง แต่ ได้เพียง 34 ที่นั่ง พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินเหลือแค่ 9 ทุกพรรคหายไปเยอะ

พท.ชนะสุพรรณฯ-บุรีรัมย์

“ทั้งหมด นี้คิดว่าเป็นเพราะกระแสจริงๆ สู้กับกระแสมากกว่า บางพื้นที่เลือกบุคคลให้ แต่ขอลงบัญชีรายชื่อให้พรรคเพื่อไทย แม้แต่พื้นที่สุพรรณบุรี ก็คิดอย่างนี้ แต่เสียดาย รออีก 2 ปีกว่า ผมจะกลับตัวใหม่ ผมจะลุยจ.สุพรรณบุรีทุกหมู่บ้าน ดูว่าจะไปหรือไม่ ผมทำประโยชน์ให้ แก่จ.สุพรรณบุรี มากมายแล้วทำไมเป็นอย่างนี้ เมื่อคืนแทบเอาหัวมุดแผ่นดิน แทบเป็นลม ส่วนเขต 5 ที่หลุดไป ผมเคยบอกแล้วว่าอ่อนตั้งแต่ครั้งที่แล้ว น่าเห็นใจภรรยานายจองชัย เที่ยงธรรม” นายบรรหาร กล่าว

ผู้สื่อข่าว รายงานว่าสำหรับคะแนนเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อในจังหวัดสำคัญๆ พบว่า ที่ จ.สุพรรณบุรี ทั้ง 5 เขต คะแนนปาร์ตี้ลิสต์รวมพบว่าพรรคเพื่อไทยได้ 190,140 คะแนน ชนะพรรคชาติไทพัฒนาที่ได้เพียง 174,837 คะแนน

สำหรับ จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย ได้ 329,520 คะแนน ชนะพรรคภูมิใจไทยที่ได้ 226,500 คะแนน นอกจากนี้ จากการตรวจสอบรายเขตพบว่าคะแนนระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยชนะเกินครึ่ง หลายเขต ทิ้งห่างอีกหลายเขต มีเพียงเขต 1 และเขต 4 เท่านั้นที่พรรคภูมิใจไทยชนะพรรคเพื่อไทย

ภท.ทำใจไม่ได้สอบตกเยอะ

ผู้ สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทยว่า ในวันนี้ไม่มีแกนนำ ส.ส.เข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค ที่มาแถลงข่าวในช่วงเช้าด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ก่อนจะเดินทางกลับทันที ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังแกนนำคนสำคัญ โดยเฉพาะนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งนายเนวิน กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่มีความเห็น ส่วนแกนนำคนอื่นบางคนปิดโทรศัพท์มือถือ

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ยังทำใจไม่ได้กับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น เนื่องจากการทำโพลของพรรคได้ทำโพลตามหลักวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ยังมีโพลจากหน่วยงานราชการ ซึ่งมีความใกล้เคียงกันมากว่าพรรคจะได้ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 70 ที่นั่ง ทำให้แกนนำพรรคระดมสรรพกำลังช่วยกันหาเสียงอย่างมาก แต่เมื่อผลเลือกตั้งออกมาทำให้ทุกคนผิดหวัง โดยเฉพาะอดีตรัฐมนตรีที่สอบตกเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนายศุภชัย โพธิ์สุ นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร และอดีตส.ส.เก่า ทำให้แกนนำเชื่อว่าคนกลุ่มนี้ประมาทเกินไป อีกทั้งยังวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะมีประชาชนใช้สิทธิ์จำนวนมาก ทำให้ตัวเลขผู้ใช้สิทธิ์ไม่ตรงกับผลโพลที่ทำขึ้นก่อนหน้านี้

แม้วหงุดหงิดโพล-ผิดทุกรอบ

ที่ สนามกอล์ฟมอนโกเมอรี่คลับ เอมิเรตส์ ฮิลล์ ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยได้คะแนนน้อย กว่าผลสำรวจของเอ็กซิทโพลว่า โพลผิดทุกรอบ เป็นอย่างนี้ทุกรอบ โพลทุกสำนักต้องหักปากกาทิ้งหลายรอบแล้ว ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ถือว่าผิดเยอะ ครั้งที่แล้วสมัยพรรคพลังประชาชน โพลบอกว่าเราได้ส.ส.กทม. 25 ที่นั่ง แล้วเอ็กซิทโพลบอกอย่างนั้น แต่พอผลเลือกตั้งออกมาเราเหลือ 10 ที่นั่ง

เมื่อ ถามว่าผลโพลที่ผิดเป็นเพราะผิดพลาดทางหลักวิชาการ หรือมีเงื่อนไขอะไรทำให้ผลเลือกตั้งเปลี่ยนไป พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่โพลทุกสำนักผิดหมด ไม่รู้เป็นอย่างไรเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ อยากไปอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่เคยได้ไปสักที

เมื่อถามว่าเคยระบุว่ามีกระบวน การทุจริตคอร์รัปชั่นในการเลือกตั้งเยอะ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยระบุไว้ว่ามีหลายอย่าง อาทิ เรื่องบัตรเลือกตั้งที่ออกมากับคำอธิบายไม่ตรง ในที่สุดบัตรเสียเยอะมาก ไปดูบัตรเสียได้ เชื่อว่าเป็นบัตรที่กาพรรคเพื่อไทย ทำให้คะแนน ส.ส.หายไปดื้อๆ จำนวน 7-8 คน แต่ไม่เป็นไร ถือว่าแล้วไปแล้ว เป็นการเล่าสู่กันฟังว่ามีกระบวน การอย่างนี้อยู่ การใช้อำนาจรัฐมีอยู่ แต่ไม่อยากพูด เพราะมันจบแล้ว เอาไว้แก้ไขในอนาคต ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล อย่าให้มีอย่างนี้ เพื่อให้ประชาธิปไตยเป็นของประชาชนจริงๆ แต่ครั้งนี้เราเดินหน้า ไม่ถอยหลังแล้ว

เผย 8 เขตกทม.แพ้ชนะแบบสูสี

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่าสำหรับผลคะแนนในระบบเขตที่สูสีกันมาระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย ประกอบด้วย เขต 5 น.ส.ลีลาวดี พรรคเพื่อไทยได้ 38,206 คะแนน, น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ประชาธิปัตย์ 37,528 คะแนน เขต 10 นายชื่นชอบ คงอุดม พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 32,306 คะแนน, นายเฉลิมชัย จีนะวิจารณะ เพื่อไทย 30,596 คะแนน เขต 11 นายสุรชาติ เทียนทอง เพื่อไทย 27,843 คะแนน, นายสกลธี ภัททิยกุล ประชาธิปัตย์ 25,192 คะแนนเขต 16 นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ เพื่อไทย 48,690 คะแนน, นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ประชาธิปัตย์ 47,425 คะแนน เขต 17 นายวิชาญ มีนชัยนันท์ เพื่อไทย 42,450 คะแนน, นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ประชาธิปัตย์ 39,634 คะแนน เขต 18 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เพื่อไทย 39,058 คะแนน, นายสมัย เจริญช่าง ประชาธิปัตย์ 37,910 คะแนนเขต 26 นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ประชาธิปัตย์ 46,910 คะแนน, น.ส.นพสรัญ วรรณศิริกุล เพื่อไทย 45,092 คะแนน เขต 28 พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ ประชาธิปัตย์ 41,272 คะแนน, นายวัน อยู่บำรุง 1 เพื่อไทย 40,192 คะแนน

ปาร์ตี้ลิสต์กทม.-ปชป.ชนะ7หมื่น

ส่วน ผลคะแนน ส.ส. กทม.ในระบบัญชีรายชื่อมีพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่พรรคประชาธิปัตย์ 1,277,669 คะแนน พรรคเพื่อไทย 1,209,508 คะแนน พรรครักประเทศไทย 214,246 คะแนน พรรครักษ์สันติ 83,892 คะแนน และพรรคมาตุภูมิ 12,589 คะแนน

ที่ศาลาว่าการ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงผลคะแนนส.ส.ในพื้นที่กทม.ว่า ประชาชนยังมีความผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่หลายเขตเลือกตั้งมีผลโหวตโนและบัตรเสียจำนวนมาก บางพื้นที่สูงถึงร้อยละ 12 น่าจะเป็นคะแนนของคนที่เคยลงให้พรรค ถ้านำคะแนนส่วนนี้มารวมกับคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ก็น่าจะสูงขึ้นมาก แต่ไม่เป็นไร ถือเป็นการตัดสินใจของประชาชน แม้คะแนนในพื้นที่กทม.จะยังมากอยู่ถึง 23 ที่นั่ง แต่ก็ลดลงจากแต่ก่อนที่เคยได้ 27 ที่นั่ง จาก 36 เขตในปี 2550 จากนี้ไปคงจะต้องระมัดระวังมากขึ้น ทำ งานให้หนักขึ้น ไม่ว่าคณะผู้บริหารกทม. ส.ส. ส.ก. และส.ข. ให้ประชาชนเห็นว่าคุ้มค่าแล้วที่เลือกเรามา คิดว่าคนกรุงเทพฯยังมั่นใจ ปชป.อยู่ตลอดไม่ได้ สำหรับรัฐบาลชุดใหม่ แม้ตนจะมาจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่พร้อมจะร่วมงาน ไม่ต้องกังวลว่าจะเล่นการเมือง ขอให้เชื่อใจ ตนทำเพื่อประชาชนและชาวกทม.อยู่แล้ว

จยย.เสื้อแดงวิ่งเย้ยหน้าปชป.

เมื่อ เวลา 12.35 น. หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่พรรคได้จำนวนที่นั่งส.ส.น้อยกว่าการเลือกตั้ง เมื่อปี 2550 และได้เดินทางกลับบ้านพักซอยสุขุมวิท 31 ไปในช่วงก่อนเที่ยงแล้วนั้น ขณะที่แกนนำพรรคบางส่วน เจ้าหน้าที่พรรคและสื่อมวลชน ยังปักหลักอยู่เพื่อรอนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ที่มีข่าวจะเข้าที่ทำการพรรคนั้น ปรากฏว่าได้มีกลุ่มมอเตอร์ไซค์พร้อมคนซ้อนท้าย ลักษณะคล้ายเด็กแว้น 10 คัน สวมเสื้อสีแดงและหลากสี ถือธงแดงนปช. ป้ายพ่นสีแดงเบอร์ 1 พร้อมตีนตบ บีบแตรเสียงดังยาวแล่นมาบนถนนเศรษฐศิริ เมื่อผ่านหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่งเสียงโห่ร้องและตะโกนคำว่าเบอร์ 1 และเมื่อเคลื่อนผ่านไปสักพักหนึ่งได้ย้อนกลับมาผ่านหน้าที่ทำการพรรคอีก ครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.บางซื่อ ที่อยู่ประจำป้อม 2 นาย นั่งมองดูแต่ไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด

เทือกอารมณ์ค้างไม่เผาเมืองแน่

เวลา 13.20 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ซึ่งเดินทางเข้าที่ทำการพรรคเป็นครั้งแรก หลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยใช้กระบวนการเสื้อแดงซึ่งเป็นมวลชนจัดตั้งได้ผล โดยจัดตั้งทั่วถึงทั้งภาคอีสานและภาคเหนือตอนบน จึงสามารถกุมพระแสงได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ค่อยผิดหวัง เป็นพื้นที่ที่พรรคทำงานยากอยู่แล้ว แต่คิดว่าน่าจะได้มากกว่านั้น เดิมตั้งเป้า 10 คน เอาเข้าจริงเหลือ 4 คนซึ่งถือเป็นปัญหา ภาคเหนือเคยตั้งเป้า 21 คน กลับเหลือแค่ 13 คน แต่ในพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยไม่มีมวลชนจัดตั้งที่แข็งแรง เช่น ภาคใต้และกทม. พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้คะแนน ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่กรรมการบริหารชุดใหม่ของพรรค ต้องไปทบทวนยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ตนต้องลาออกพร้อมหัวหน้าพรรค ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ต้องรับผิดชอบตามวัฒนธรรมพรรค

เมื่อ ถามว่ายุทธศาสตร์พรรคที่ใช้ในการเลือกตั้งมีปัญหาหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า โทษใครไม่ได้ มีหลายปัจจัยประกอบกัน แต่มาถึงขั้นนี้ ทุกคนต้องยอมรับ พวกตนเป็นฝ่ายค้านก็ขอให้สบายใจว่า ไม่ลุกขึ้นมาเผาบ้านเผาเมืองเหมือนพวกเสื้อแดงหรือพรรคเพื่อไทย เราไม่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายเพราะมีวัฒนธรรมทางการเมือง จะปฏิบัติตามกติกา เป็นฝ่ายค้านที่แข็งแรง ตรวจสอบรัฐบาลอย่างมีวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ ไม่ใช่ใช้กฎหมู่นอกสภา

ผิดหวังคนไทยไม่เลือกมาร์คคนดี

นาย สุเทพ กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ว่า ต้องจัดประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค นอกจากนายกรณ์ จาติกวณิช และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ตนเคยพูดว่าเหมาะสม ยังมีคนอื่นอีก เมื่อถามว่าถ้าเสนอชื่อกรรมการบริหารชุดเดิม จะกลับมารับตำแหน่งหรือไม่ นาย สุเทพกล่าวว่า ถ้าคิดรับแล้ว จะลาออกทำไม ต้องแสดงความรับผิดชอบ แต่นายอภิสิทธิ์มีความเพรียบพร้อมเป็นนายกฯที่ดีของประเทศ แต่เมื่อคนไม่เลือก ต้องยอมรับ นายอภิสิทธิ์เคยแจ้งให้ทราบแล้วว่าจะแถลงลาออกจากหัวหน้าพรรคในวันเดียวกัน นี้

“การแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ที่การจัดตั้ง การตลาด ซึ่งเขาโหมโฆษณาได้ดีมาก เหมือนกับสินค้าตัวใหม่ที่ไม่เคยออกตลาด โฆษณาเพียง 6 สัปดาห์ก็ติดตลาด เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุด” นายสุเทพกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม เอาใจช่วยให้น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯได้นานๆ ทำสิ่งดีๆให้กับบ้านเมือง อย่าเอาตัวอย่างที่ไม่ดีที่พี่ชายทำไว้ มาทำอีก

นายสุเทพ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์การทำโพลที่ผ่านมาว่า โพลที่ออกมาสอดรับกับการโหมกระแสโฆษณาของพ.ต.ท.ทักษิณ ตนออกมาเถียงอยู่เรื่อยๆ แต่เมื่อผลโพลออกมาผิดอย่างนี้ และตนแสดงความรับผิดชอบแล้ว บรรดาหัวหน้าสำนักโพลทั้งหลายควรแสดงความรับผิดชอบด้วยที่ทำให้สังคมสับสน หลงทาง ตนไม่อยากวิจารณ์อะไรมาก เมื่อแพ้แล้วต้องยอมรับ

เซ็งภท.แย่งเสียงปชป.ภาคกลาง

รายงาน ข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่า แกนนำพรรคประเมินถึงเหตุผลการแพ้ครั้งนี้ ว่า เพื่อไทยครองพื้นที่ภาคเหนือและอีสานได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนส.ส. จำนวนมาก หากใครได้ส.ส.อีสาน 100 คน ก็สามารถฟันธงได้เลยว่าได้เป็นรัฐบาลอย่างแน่ นอน ทำให้พรรคภูมิใจไทยวางกลยุทธ์เจาะฐานอีสานของพรรคเพื่อไทยให้ได้ แต่เมื่อเข้าไปหาเสียงกลับถูกข้อหาร่วมมือกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สั่งฆ่า ประชาชน 91 ศพ ทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่สามารถเจาะฐานอีสานได้เลย และยังกลับมาแบ่งฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคกลางไปอีก ต่างนึกแค่ว่าต้องการจำนวนเสียงให้มากที่สุด โดยมีเป้าหมายว่าพรรคภูมิใจไทยรวมกับพรรคชาติไทยพัฒนาได้ 100 เสียงก็สามารถต่อรองร่วมรัฐบาลหรือตั้งรัฐบาลเองก็ได้ แต่เพื่อพลาดเป้าก็กลับมาแบ่งฐานของพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้แต่ละพรรคต้องประสบความพ่ายแพ้ให้พรรคเพื่อไทย

รายงานข่าวแจ้ง ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ประเมินว่าสาเหตุที่ไม่สามารถเจาะอีสานและเหนือได้ เพราะทุกคนต่างจดจำกับการที่ต้อง ต่อสู้กับปัญหาของแพงที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนหลังของรัฐบาลมากกว่าเหตุการณ์ความรุนแรงใน การเผาบ้านเผาเมือง พรรคเชื่อว่าหากไม่มีปัญหา ของแพง คะแนนจะไม่ทิ้งห่างพรรคเพื่อไทยเท่านี้

“ฉายแสง-ตันเจริญ”สอบตกรูด

ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ผลการเลือกตั้งสมาชิก ส.ส.ฉะเชิงเทรา ทั้ง 4 เขต ปรากฏว่า ทั้งตระกูลฉายแสง และตระกูลตันเจริญ พากันสอบตกทั้ง 2 ตระกูล ซึ่งตระกูลฉายแสง 2 พี่น้อง นางฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.เขต 1 พรรคเพื่อไทย พ่ายแพ้แก่นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ว.ฉะเชิงเทรา จากประชาธิปัตย์ ส่วนนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีต ส.ส. เขต 4 พ่ายแพ้แก่ พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ จากพรรคประชาธิปัตย์ เช่นเดียวกับ เขตเลือกตั้งที่ 2 และที่ 3 ตระกูลตันเจริญ ของนายสุชาติ ตันเจริญ ที่มีสองพ่อลูกอดีต ส.ส. คือ เขต 2 ณัชพล ตันเจริญ อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พ่ายแพ้แก่ นายสมชัย อัศวชัยโสภณ จากเพื่อไทย ส่วนเขต 3 พิเชษฐ์ ตันเจริญ บิดาณัชพล ตันเจริญ จากภูมิใจไทย อดีตส.ส. พ่ายแพ้แก่ นายรส มะลิผล พรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบคะแนนปาร์ตี้ลิสต์พบว่า พรรคเพื่อไทยได้ 160,227 คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ 150,315 คะแนน ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้ 16,082 คะแนน

โคราชล้มช้าง-”สมชาย”พ่าย

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค. มีการพลิกผันครั้งใหญ่เกิดขึ้นในหลายเขต อาทิ จ.นครราชสีมา เขต 5 นายโกศล ปัทมะ จากพรรคเพื่อไทย โค่นเจ้าของเก้าอี้เดิมคือ นายภิรมย์ พลวิเศษ จากพรรคภูมิใจไทย ลงได้ โดยนายโกศลเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ เป็นน้องชายของนายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัวของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ขณะที่เขต 6 นายสุชาติ ภิญโญ จากพรรคเพื่อไทย อดีตส.จ.แก้งสนามนาง ลูกเขยของเจ้าของโรงงานผลิตไอศกรีมช้างเผือกชื่อดังเมืองโคราชก็โค่นแชมป์ เก่า นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ อดีตส.ส.นครราชสีมา 3 สมัย จากพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเป็นเด็กของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ลงได้

ส่วน เขตเลือกตั้งที่ 11 นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ น้องชายนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แรมโบ้อีสาน แกนนำนปช. เอาชนะนางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล เจ้าสัวแห่งโรงงานแป้งมันเอี่ยมเฮง อ.เสิงสาง แชมป์เก่าในเขตนี้ได้และเขต 13 นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ อดีตส.จ.ปากช่อง จากเพื่อไทย ก็เอาชนะพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีตส.ส.นครราชสีมา 7 สมัย ที่ย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาสวมเสื้อพรรคมาตุภูมิ ได้เช่นเดียวกัน

แดงนครพนมเขี่ย”ศุภชัย”ลุ่ย

สำหรับ พื้นที่ภาคอีสานที่มีการพลิกล็อกครั้งใหญ่คือ เขต 1 นครพนม ที่นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ “ครูแก้ว” อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ และอดีตส.ส.นครพนม 3 สมัย เจอทั้งกระแสและอิทธิฤทธิ์เสื้อแดงต้องพลาดท่าปราชัยให้นายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ จากพรรคเพื่อไทย หรือที่ชาวอ.ศรีสงคราม เรียกขานกันว่า กำนัน “ยูเอส” ซึ่งเป็นลูกชายนายอิทธิพล เรืองวรบูรณ์ อดีตส.ว.สรรหา ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่ง

นอกจากนี้ ในเขตเลือกตั้ง จ.สุรินทร์ ซึ่งพรรคภูมิใจไทย มั่นใจว่าจะกวาดได้ครบ 8 เขต แต่ปรากฏว่าชนะเพียงเขตเดียว คือ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ขณะที่อดีตส.ส.หลายคนที่ไปสมัครในนามพรรคภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนาสอบตกส่วน ใหญ่ แต่ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยสอบได้ยกแผงในอีก 7 เขต เขต 2 นางปิยะดา มุ่งเจริญพร เขต 3 นายคุณากร ปรีชาชนะชัย เขต 4 นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล เขต 5 นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เขต 6 จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ แกนนำเสื้อแดงสุรินทร์ โค่นนายธีรทัศน์ เตียวเจริญโสภา เขต 7 นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ และเขต 8 นายชูศักดิ์ แอกทอง ที่โค่นนายศุภรักษ์ ควรหา

ใช้สิทธิ์ร้อยละ74.84-บัตรเสียอื้อ

รายงาน ข่าวจากสำนักงานกกต. ถึงผลนับคะแนนเลือกตั้งส.ส.อย่างไม่เป็นทางการ ครบทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ว่า คะแนนจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 35,217,299 คน คิดเป็น 74.89 เปอร์เซ็นต์ มีบัตรเสียแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 2,020,435 ใบ คิดเป็น 5.74 เปอร์เซ็นต์ บัตรเสียแบบบัญชีรายชื่อ 1,711,401 ใบ คิดเป็น 4.86 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบัตรที่ไม่ประสงค์ลงคะแนนหรือโหวตโน แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1,421,219 ใบ คิดเป็น 4.04 เปอร์เซ็นต์ และแบบบัญชีรายชื่อ 972,312 ใบ คิดเป็น 2.76 เปอร์เซ็นต์

มีพรรคการเมือง 11 พรรค ที่ได้ส.ส. ดังนี้ พรรคเพื่อไทย 265 คน จากแบ่งเขต 204 คน บัญชีรายชื่อ 61 คน พรรคประชาธิปัตย์ 159 คน จากแบ่งเขต 115 คน บัญชีรายชื่อ 44 คน พรรคภูมิใจไทย 34 คนจากแบ่งเขต 29 คน บัญชีรายชื่อ 5 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 19 คนจากแบ่งเขต 15 คน บัญชีรายชื่อ 4 คน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 7 คนจากแบ่งเขต 5 คน บัญชีรายชื่อ 2 คน

พรรค พลังชล(พช.) 7 คน จากแบ่งเขต 6 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน พรรครักประเทศไทย(ร.ป.ท.) 4 คนจากบัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ(มภ.) 2 คนจากแบ่งเขต 1 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน พรรคมหาชน(พมช.) 1 คนจากบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่(ปธม.) 1 คนจากบัญชีรายชื่อ และพรรครักษ์สันติ(รส.) ได้ส.ส. 1 คนจากบัญชีรายชื่อ

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

“ยิ่งลักษณ์”สร้างประวัติศาสตร์ นายกฯหญิง “มาร์ค” รับแพ้

พท.ชนะ ขาดกวาด262ที่นั่ง ปชป.162-กทม.ยังเกิน20 ภท.จ๋อย-มาต่ำกว่า40 ชูวิทย์เกินคาดเข้าถึง4 พรรคเติ้งเหลือ19 “ปุ”ข้ามาคนเดียว! ผู้ใช้สิทธิ์ เกิน70%


นายกฯหญิง- น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมแกนนำเพื่อไทยเป?ดแถลงภายหลังรู�ผลการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคได�รับชัยชนะท�วมท�น พร�อมกับแย�มสูตรจัดตั้งรัฐบาลว�าได�ทาบทามพรรคชาติไทยพัฒนาแล้วเป็นพรรคแรก

เลือก ตั้งครั้งประวัติ ศาสตร์ เพื่อไทยชนะถล่มทลายได้ส.ส.เกินครึ่ง ส่ง′ยิ่งลักษณ์′เป็นว่าที่นายกฯหญิงคนแรกของประเทศโดยกวาดส.ส.รวม 264 คน ทิ้งปชป.หลุดลุ่ยได้รวมแค่ 160 คน ภูมิใจไทยลุ้นไม่ขึ้นต่ำกว่า 40 พรรคเติ้งแค่ 20 ต้นๆ ชาติพัฒนาฯต่ำ 10 พลังชลเซอร์ไพรส์ซิว 7 ชูวิทย์ยิ้มร่าได้ 4 ปุได้คนเดียว ′มาร์ค′แถลงตอนค่ำยอมรับความพ่ายแพ้ แสดงความยินดียิ่งลักษณ์ผู้นำหญิง เปิดใจตัดสินใจอนาคตตัวเอง ท่ามกลางกระแสลาออกหัวหน้าปชป. ′ยิ่งลักษณ์′แถลงขอบคุณทุกคะแนน และทุกพรรค ขอทำหน้าที่ตามที่ประชาชนไว้วางใจ

ยิ่งลักษณ์เสื้อม่วงใช้สิทธิ์แต่เช้า

เมื่อ เวลา 08.10 น. วันที่ 3 ก.ค.ที่โรงเรียนคลองลำเจียก ถ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 32 เขต 16 กทม. โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์สวมเสื้อสีม่วงแขนยาว กางเกงขายาวสีดำ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเดินเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งตรวจสอบรายชื่อพบว่าอยู่ใน ลำดับที่ 138 จากนั้นยืนต่อแถวเพื่อเซ็นชื่อแสดงตนและรับบัตรเลือกตั้ง ระหว่างยืนรอน.ส.ยิ่งลักษณ์หยิบบัตรประชาชนออกมาโชว์ผู้สื่อข่าว ก่อนเข้าไปในคูหาเลือกตั้งที่ 2 จากทั้งหมด 4 คูหา ใช้สิทธิ์ลงคะแนนแล้วนำบัตรมาหย่อนลงหีบบัตรเลือกตั้ง

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ให้สัมภาษณ์หลังจากลงคะแนน ว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจ เพราะวันนี้เป็นวันที่ลงคะแนนในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เมื่อถามว่าถือฤกษ์เวลาอะไรหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่มี ตื่นเช้ามาบรรยากาศสดชื่นจึงอยากมาทำภารกิจให้เรียบร้อย ที่ใส่เสื้อสีม่วงก็ไม่มีอะไร แต่ต้องการให้สดชื่นอยากใส่อะไรสบายๆ

ไม่มีฤกษ์-ไม่ได้ติดต่อพี่ทักษิณ

ผู้ สื่อข่าวต่างประเทศถามถึงความมั่นใจต่อผลการเลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการให้เรียบร้อยก่อน เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย อวยพรอะไรหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่มี

ต่อข้อถามว่าจะพูดอะไรถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอกล่าวสวัสดีตอนเช้า และฝากขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกคนที่ให้การต้อนรับตลอด 40 วันที่หาเสียง เมื่อถามว่าเมื่อคืนนอนหลับและฝันดีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เมื่อคืนเหนื่อยมาก นอนหลับทันทีไม่ได้ฝันอะไร

เข้าเพื่อไทยไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

จาก นั้นเวลา 08.50 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมาพรรคเพื่อไทย โดยกล่าวว่าจะเข้ามาไหว้ศาลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรค เพราะคนไทยทุกคนต่างนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วงเที่ยงจะพาด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปค์ บุตรชาย ไปรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัว เพราะไม่ได้รับประทานอาหารร่วมกันมานานแล้ว ช่วงบ่ายจะเข้ามาที่พรรคเพื่อไทยอีกครั้ง เพื่อรอลุ้นผลเลือกตั้งร่วมกับแกนนำและสมาชิกพรรค

น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินตรวจดูความเรียบร้อยของห้องแถลงข่าวบริเวณห้องโถงชั้นล่าง และสั่งการเจ้าหน้าที่เตรียมจอโปรเจ็กเตอร์ และคอม พิวเตอร์พร้อมกับสัญญาณอินเตอร์เน็ตไว้รองรับสื่อมวลชน ซึ่งคาดว่าจะมารายงานข่าวที่พรรคเพื่อไทยเป็นจำนวนมาก

กินข้าวเที่ยงพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก

ผู้ สื่อข่าวถามว่าหลังรู้ผลเลือกตั้งจะแถลงข่าวทันทีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องรอดูผลเลือกตั้งให้ชัดเจนและใกล้เคียงก่อน เมื่อถามว่าก่อนออกจากบ้านน้องไปค์ให้กำลังใจอย่างไรบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตัวเล็กยังไม่รู้ว่าแม่ออกไปทำอะไร ยังไม่ให้กำลังใจ และยังไม่ได้คุยกัน เพราะเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ยังไม่ได้เจอกัน คงต้องปล่อยตามสภาพของเขา เมื่อถามว่ารู้สึกโล่งและสบายใจมากขึ้นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ปล่อยให้เป็นทีละขั้นตอน ทีละสเต็ป ขั้นแรกคือมีคนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ต่อมาเวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมด้วยนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล แกนนำพรรคเพื่อไทย นั่งรถยนต์ส่วนตัวออกจากพรรค ไปอาคารซิตี้ รีสอร์ท ซอยสุขุมวิท 39 ซื้อกาแฟและขนมปังมารับประทาน ก่อนหยิบไอแพดขึ้นมาติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งและพูดคุยกับเพื่อนสนิท ระหว่างนั้นมีประชาชนและพนักงานให้ความสนใจมามุงดูและขอถ่ายรูปจำนวนมาก น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ติดตามทำข่าวจำนวนมากว่า วันนี้คงเจอกันทั้งวันไม่ต้องห่วงอยากให้ผู้สื่อข่าวมีเวลาไปใช้สิทธิ์เลือก ตั้งบ้าง ตอนนี้ขอกลับเข้าบ้านพักก่อน ช่วงเที่ยงๆ จะไปรับประทานอาหารร่วมกับสามีและลูกชาย ที่ย่านคริสตัลปาร์ค

มาร์คควงเมีย-ลูกใช้สิทธิ์

ขณะ ที่ความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกจากบ้านในซอยสุขุมวิท 31 เวลา 10.05 น. ด้วยรถเรนจ์โรเวอร์ โว้ก ทะเบียน ฌอ 5999 กทม. กันกระสุน โดยมีนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ภริยา และน.ส. ปราง เวชชาชีวะ บุตรสาวคนโต เดินทางมาด้วย ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ตัดผมใหม่ สวมเสื้อเชิ้ตลายทางฟ้าขาว กางเกงสแล็ก เดินทางไปยังโรงเรียนสวัสดีวิทยา ที่ตั้งหน่วยเลือกตั้งที่ 4 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา ก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะมาถึงเจ้าหน้าที่ ข้าราชการระดับสูง รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศมารอจำนวนมากจนแน่นขนัดหน่วยเลือกตั้ง

นาย อภิสิทธิ์มีลำดับรายชื่อหมายเลข 54 ส่วนน.ส.ปรางอยู่ลำดับ 56 นางพิมพ์เพ็ญลำดับ 57 ช่วงการลงคะแนนของนายอภิสิทธิ์และครอบครัว เกิดเหตุวุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากช่างภาพและสื่อมวลชนเบียดเสียดกันถ่ายภาพจนชนสิ่งของล้มในหน่วย เลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์กล่าวเพียงสั้นๆ ก่อนกลับบ้านว่า ไม่ห่วงคืนหมาหอน ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 2 ก.ค.ยังไม่ได้รับรายงานอะไรผิดปกติ นอนหลับดี อยากเชิญชวนคนมาใช้สิทธิ์มากๆ เพราะมีรายงานว่าจะมีฝนตก

เวลา 11.50 น. นายอภิสิทธิ์พร้อมด้วยครอบครัวออกจากบ้านพักด้วยรถกันกระสุนคันเดิม ไปรับประทานอาหารกลางวันที่ย่านบางนา

คนเยอะบิ๊กป้อมต่อแถวครึ่งช.ม.

เวลา 08.30 น.ที่หน่วยเลือกตั้ง 11 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยต่อแถวเข้าคิวนานประมาณ 30 นาทีถึงได้ลงคะแนน เนื่องจากมีประชาชนมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก หลังใช้สิทธิ์พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เท่าที่ดูประชาชนตื่นตัวมาก ส่วนเรื่องการปฏิวัติอยากให้เลิกพูดเสียที อย่านำเรื่องปฏิวัติมาโยงกับทหาร ทหารมีหน้าที่ทำงานเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชน รวมถึงต้องดูแลสถาบันของประเทศ สถานการณ์ขณะนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ขณะเดียวกันที่วัดบางบัว พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ มาใช้สิทธิ์ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 36 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน จากนั้นให้สัมภาษณ์ถึงการลงการเมืองครั้งแรก ว่า ไม่ได้ตื่นเต้น เพราะถือว่าเป็นธรรมชาติของการเมือง เมื่อคืนก็นอนหลับปกติเพราะงานใหญ่กว่านี้ยังนอนหลับ จากนี้จะไปอยู่ที่พรรครอรับรายงานจากเขตต่างๆ ที่ส่งผู้สมัครทั้งหมด 47 เขต

บิ๊กตู่ยิ้มแย้มลงคะแนน

ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุการณ์ ซื้อเสียงที่จ.ศรีสะ เกษ ซึ่งผู้สมัครอาจโดนใบแดง พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ขณะนี้กกต.ยังไม่ได้ตัดสิน ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เพราะเจ้าตัวรู้ดี ส่วนที่พรรคตั้งคณะกรรมการสอบเพราะต้องการสอบหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น คงตัดสินใจอะไรตอนนี้ยังไม่ได้

เวลา 09.30 น.ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 12 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่ 6 มีรายชื่อลำดับ 213 จากนั้นใช้สัมภาษณ์สั้นๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ว่า ขณะนี้ไม่ได้ห่วงสถานการณ์อะไรเป็นพิเศษ

ชูวิทย์สบายใจหมดไป 10 ล้าน

เวลา 08.40 น.ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 84 ซ.รัชดาภิเษก 3 แขวงดินแดง เขตดินแดง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมด้วยลูกชาย นายชูวิทย์ กล่าวหลังลงคะแนนว่า วันนี้เป็นวันชี้ชะตาของคนที่จะเสนอตัวมารับใช้ประชาชน และต้องถามประชาชนว่าวันนี้ประชาชนให้ดาบอาญาสิทธิ์กับตนหรือไม่ ถ้าให้ตนจะทำงานรับใช้ประชาชน แต่หลังบ่าย 3 โมงจะแถลงอีกครั้ง จากนี้ขอไปไหว้ศาลของมารดา และขอไปตัดผม ประมาณบ่ายโมงจะเข้าพรรค

“ถาม ว่าวันนี้สบายใจหรือเปล่าก็สบายใจอยู่แล้ว เพราะหมดเงินไปกว่า 10 ล้านบาท เป็นค่าพิมพ์โปสเตอร์ ค่าทีมงาน ค่ารถ ค่าอาหาร เป็นของธรรมดา ขนาดว่านี่เซฟที่สุดแล้ว เพราะต้องทำทุกอย่างเองหมด ไม่ได้จ้างใคร แล้วที่หนักคือจำเป็นที่ใช้ในการเดินทางด้วยไปเหนือ ใต้ ออก ตก ค่ารับใช้ประชาชนมันค่อนข้างจะสูง มิน่าล่ะนักการเมืองบางคนทำใจไม่ได้ก็จะต้องเข้าไปหากิน ผมฝากประชาชนครับ ผมชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผมไม่ได้บอกตัวเองเป็นคนดี แต่ผมเป็นอีกคนที่จะมาเสนอตัวรับใช้ท่าน หลังวันที่ 3 ก.ค.รู้กัน” นายชูวิทย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้รับทาบทามร่วมรัฐบาลหรือยัง นายชูวิทย์ กล่าวว่า ใครจะกล้ามาทาบทามตน และขอดูผลคณิตศาสตร์การเลือกตั้งก่อนว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร แต่หากมีพรรคใดมาทาบทามให้ร่วมรัฐบาลต้องดูอีกครั้ง เพราะขณะนี้มีอัตราต่อรองเหมือนกันว่าตนจะเปลี่ยนใจหรือไม่ แต่เท่าที่รู้ตอนนี้มี 2 พรรคเจรจาตกลงกันสำเร็จไปแล้ว

ชุมพลชี้เหตุปชช.ออกมามาก

เวลา 09.15 น.ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 10 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย หน้าหอประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา สวมเสื้อเชิ้ตสีชมพู มาใช้สิทธิ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หลังจากใช้สิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นวันชี้ชะตาประเทศไทย หลังจากการเลือกตั้งบ้านเมืองจะได้กลับมาปรองดองอีกครั้ง วันนี้มีประชาชนจำนวนมากออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง คาดว่าจะมากถึงร้อยละ 80 เลยทีเดียว สาเหตุที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากขนาดนี้ คงเพราะประชาชนรู้สึกอึดอัดจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา จึงต้องการออกมาใช้สิทธิ์เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมืองของประเทศ หลังจากนี้ตนจะกลับไปที่พรรค

คุณหญิงอ้อพาลูกๆ ลงคะแนน

ก่อน หน้านั้นเวลา 08.00 น.ที่โรงเรียนสุโขทัย ถ.สุโขทัย แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต หน่วยเลือกตั้งที่ 6 พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา มาลงคะแนนเลือกตั้ง เป็นคนที่ 2 ของหน่วย ทันทีที่เปิดหีบเลือกตั้งมีการทักท้วงเรื่องปากกาในคูหาเลือกตั้งเขียนไม่ ค่อยติด

เวลา 11.00 น.ที่โรงเรียนเศรษฐเสถียร หน่วยเลือกตั้งที่ 16 คุณหญิงพจมาน ชินวัตร อดีตภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ มาใช้สิทธิ์พร้อมด้วยบุตรทั้ง 3 คนคือ นายพานทองแท้ น.ส.พิน ทองทา น.ส.แพทองธาร โดยปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า “ไม่เคยให้สัมภาษณ์ทางการเมืองเลยแล้วจะสัมภาษณ์อะไร”

ทางด้านคนใกล้ชิดเปิดเผยว่า ครอบครัวชินวัตรจะกลับไปติดตามผลเลือกตั้งที่บ้าน

ขณะ ที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนเศรษฐเสถียร หน่วยที่ 15 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร มาลงคะแนนแต่ไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ เนื่องจากยังไม่ได้ยกเลิกสิทธิ์การขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ทำให้ชื่อของพล.ต. จำลองยังอยู่ที่จ.กาญจนบุรี ซึ่งพล.ต.จำลองลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ ก่อนเดินทางกลับ

ต่อแถวนานชาวบ้านโวยลั่น

เวลา 10.00 น. ที่โรงเรียนอุดมศึกษา นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย มาลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งที่ 37 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง ซึ่งมีประชาชนมาต่อแถวเลือกตั้งจำนวนมาก ตั้งแต่ก่อนเปิดหีบจนล้นไปถึงหน้าทางเข้าโรงเรียน นายสมชัยต่อแถวนานกว่า 1 ช.ม.จึงได้เข้าคูหา ขณะที่ประชาชนที่ต่อแถวนานต่อว่ากรรมการประจำหน่วยเป็นระยะๆ นายประเสริฐ อินทุโสมา ผอ.เขตวังทองหลาง ชี้แจงว่า เพราะเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เพิ่งทำหน้าที่เป็นครั้งแรก ไม่มีประสบการณ์มาก่อน

นายสมชัย ให้สัมภาษณ์ว่า มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาหลายเรื่อง เช่นที่ จ.มหาสารคาม สุโขทัย และชัยภูมิ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องซื้อเสียง กกต. จังหวัดต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนกระบวนการที่มีระยะเวลา กกต.จะพยายามทำให้เสร็จก่อนประกาศรับรองผลเลือกตั้ง แต่ต้องมีพยานหลักฐานแน่นหนา

ประเดิมชักเหลือง-แดง 5 ใบ

ผู้ สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนคัด ค้านการเลือกตั้งรวมกี่คดี นายสมชัย กล่าวว่า รวม 181 เรื่อง ส่วนการพิจารณาให้ใบแดงแก่ผู้สมัครส.ส.ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง ตนไม่อยากพูดเพราะว่าการให้ใบเหลืองหรือใบแดงไม่ได้ขึ้นกับตนเพียงคนเดียว แต่จะเสนอให้แจกใบ เหลืองใบแดงที่เตรียมไว้แล้วประมาณ 4-5 ราย ส่วนใหญ่เป็นภาคอีสานและภาคเหนือ

นายสมชัย กล่าวอีกว่า การพิจารณาเพื่อให้ใบแดงแก่ผู้สมัครจ.ศรีสะเกษ กกต.กลางมีมติให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม รวมทั้งยังมีเรื่องร้องเรียนผู้สมัครรายเดิมเพิ่มอีก 1 เรื่อง เนื่องจากให้หัวคะแนนแจกเงินซื้อเสียง แต่หลักฐานยังไม่เพียงพอ ต้องรอความชัดเจนกว่านี้ เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายมองว่า กกต.ต้องการประวิงเวลาแจกใบแดงจ.ศรีสะเกษ ออกไป เพื่อให้เลยวันเลือกตั้ง นายสมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้แล้วเป็นมุมมองแต่ละคนที่เป็นผู้ใหญ่มีวิจารณญาณ แต่ในส่วนของตนเห็นว่ามีหลักฐานพยานที่ชัดเจนอันน่าเชื่อแล้ว แต่บางคนก็เชื่อยากจึงต้องการหลักฐานเพิ่ม

เมื่อถามถึงการจับกุมคน พร้อมเงินเข้าข่ายซื้อเสียงที่จ.มหาสารคาม นายสมชัย กล่าวว่า กกต. ต้องสืบสวนสอบสวนโดยเร็ว แต่บางครั้งสิ่งที่ต้องการเร็วอาจช้า เพราะเมื่อสอบสวนเสร็จเร็ว กกต.บางคนก็เห็นว่าต้องสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมอีก แต่สำหรับตนคิดว่ามีหลักฐานชัดเจนแล้ว ทั้งนี้ต้องเสนอที่ประชุมกกต.ก่อน อย่างไรก็ตามต้องช่วยกัน ลำพังเพียงกกต.ด้านสืบสวนสอบ สวนทำงานฝ่ายเดียวลำบาก จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยกันติดตามผลด้วย หากกกต. จังหวัดดำเนินการไม่ไหว กกต.จะดำเนินการต่อเอง นอกจากนี้กรณีที่มีข่าวว่ามีการแจกเงินเพื่อซื้อเสียงที่เขตราษฎรบูรณะ กทม. ยังไม่ได้รับแจ้งรายงานเข้ามา ไม่อยากให้เห็นว่าภาพพจน์ของการเลือกตั้งครั้งนี้มีแต่การซื้อสิทธิ์ขาย เสียง เพราะจะทำให้ชาวต่างชาติมองมาไม่ดี แม้ว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมาจะมีซื้อเสียง แต่ว่าจะมีมากถึงขนาดยอมรับได้หรือไม่ และจะทำให้การเลือกตั้งเสียไปหรือไม่ เท่าที่ดูคิดว่าไม่ถึงนั้น

ชวนปักหลักตรัง-ปู่จิ้นไปยานนาวา

นาย ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่บ้าน ถ.วิเศษกุล จ.ตรัง ว่า สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากที่สุดขณะนี้คือการซื้อเสียงและการโกงเลือกตั้ง ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 2 ก.ค. ได้รับรายงานว่ามีบางจังหวัดใช้เงินซื้อเสียงกันหลายพื้นที่ กกต.ต้องติดตามตรวจสอบอย่างเข้มงวด


ยอมแพ้- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงข่าวเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ก.ค. ประกาศยอมแพ้หลังทราบผลพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งทิ้งห�างพรรคประชา ธิปัตย์เกือบร้อยที่นั่ง

เวลา 08.15 น.ที่โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนางทัศนีย์ ชาญวีรกูล ภรรยา และนายมาศถวิน ชาญวีรกูล บุตรชาย มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้ง 27 เขตยานนาวา กทม. โดยหน่วยนี้มีประชาชนมารอลงคะแนนก่อนเวลาเปิดหีบจำนวนมาก ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการนั่งรถเข็น และผู้พิการทางสายตา

ธิดา-ก่อแก้วไม่เสียสิทธิ์

เวลา 08.30 น.ที่วัดเทพนิมิตร หน่วยเลือกตั้งที่ 35 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง นางธิดา โตจิราการ ประธานนปช. มาลงคะแนนเลือกตั้งพร้อมกับน.พ.เหวง โตจิราการ ผู้สมัครส.ส. บัญชีรายชื่อ สามี นางธิดากล่าวว่า ศูนย์ตรวจสอบการเลือกตั้งของนปช. ส่งอาสาสมัครตรวจสอบการเลือกตั้งประจำทุกหน่วยทั่วประเทศ และพร้อมจะประกาศผลคะแนนเวลา 18.00 น.ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการโกงหากผลคะแนนมีความแตกต่างจำนวนมาก

ขณะเดียวกันใน หน่วยดังกล่าวมีประชาชนเข้าแถวรอใช้สิทธิ์จำนวนมาก พล.อ.ต.ศิริ มีทรัพย์ นายทหารบำนาญ เข้าร้องเรียนนางธิดาว่า ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ เนื่องจากการเลือกตั้งปี 2550 แจ้งใช้สิทธิ์ล่วงหน้านอกเขตที่ จ.ศรีสะ เกษ แต่ไม่คิดว่าจะมีผลผูกพันกับครั้งนี้ จึงอยากฝากร้องเรียนไปยัง กกต.ว่าควรประชาสัมพันธ์ให้ความชัดเจนมากกว่านี้ เพราะเชื่อว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบแบบตนมีจำนวนมาก

เวลา 09.30 น.ที่โรงเรียนวรมงคล นายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 54 พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง มาใช้สิทธิ์พร้อมกับภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ และบุตรสาววัยขวบเศษ โดยมีประชาชนให้ความสนใจพูดคุยกับนายก่อแก้วอย่างเป็นกันเอง

เรื่องร้องเรียนทะลักเข้ากกต.

ที่ สำนักงานกกต. นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต. แถลงภายหลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 15.00 น. ถึงการติดตามสถานการณ์การทุจริตการเลือกตั้งของศูนย์อำนวยการสืบสวนสอบสวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ศอส.) ว่า มีเรื่องร้องคัดค้านเข้ามาล่าสุด 185 เรื่อง มีเรื่องแจ้งเบาะแส 1,929 เรื่อง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็นกลาง การข่มขู่หลอกลวง ฝ่ายสืบสวนสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอกกต.กลางวินิจฉัย จะพยายามให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง หากประชาชนมีเบาะแสเกี่ยวกับทุจริตเลือกตั้งแจ้งมายังศูนย์ศอส.ได้ตลอดเวลา

นาย สมชัย กล่าวว่า เรื่องร้องเรียนที่พบมากที่สุดอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาภาคเหนือ และกทม.บางส่วน ประเด็นสำคัญฝ่ายสืบสวนได้พิจารณาตามพยานหลักฐานและข้อมูลไปบางส่วนแล้ว อาทิ ที่จ.สุโขทัย ชัยภูมิ มหาสารคาม บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ ขณะนี้ตนตั้งใจว่าจะเสนอให้ใบแดงผู้สมัครที่กระทำการทุจริตเลือกตั้งได้ก่อน ประกาศผลการเลือกตั้ง 4-5 เรื่อง อย่างไรก็ตาม การพิจารณาใบเหลืองใบ แดงต้องได้รับความเห็นชอบจากกต.ทั้ง 5 คนด้วย

ขอโทษปัญหาลงทะเบียนล่วงหน้า

ผู้ สื่อข่าวถามว่าเรื่องทุจริตการเลือกตั้ง 4-5 เรื่อง ที่สามารถให้ใบแดงได้มีหลักฐานใดชี้ชัด นายสมชัย กล่าวว่า บางพื้นที่จับผู้กระทำความผิดที่เป็นหัวคะแนนพร้อมกับเงินสดและโพยรายชื่อ รวมถึงใบปลิวแนะนำตัวผู้สมัครด้วย คาดว่าน่าจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 15 วัน อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่าแล้วแต่กรณี

เมื่อถามถึงกรณีประชาชนร้อง เรียนว่าไม่ทราบเรื่องการลงทะเบียนล่วงหน้าที่มีผลผูกพันจากการลงทะเบียน ครั้งที่ผ่านมา นายสมชัย กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการประชาสัมพันธ์เรื่องดังกล่าวของกกต. อาจน้อยเกินไป อาจเน้นเรื่องของป้องกันการทุจริต ซื้อสิทธิ์ขายเสียงมากกว่า เรื่องที่ประชาชนร้องเข้ามา กกต.ต้องขอโทษและน้อมรับไว้พิจารณา กกต.จะไม่ใช้กฎหมายที่ระบุว่าการเคยลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อปี 2550 แล้วจะมีผลผูกพันมาถึงปีนี้มาเป็นข้ออ้าง แต่จะน้อมรับข้อผิดพลาดไว้ และหากมีเลือกตั้งครั้งต่อไปจะปรับปรุงให้ดีขึ้น รวมถึงที่ประชุมกกต.มีมติว่าหากบุคคลที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต จังหวัดไว้แล้ว แต่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์จะไม่สามารถมาใช้สิทธิ์ในวันเลือกตั้งจริงได้ และสามารถนำเหตุผลดังกล่าวมาแจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิ์ต่อนายทะเบียนท้องที่ ได้ รวมถึงกกต.จะส่งเรื่องให้สภานำไปแก้ไขกฎหมายดังกล่าว

ต่อข้อถาม ว่าบางหน่วยอาจมีการทุจริตลักษณะสวมสิทธิ์เลือกตั้ง นายสมชัย กล่าวว่า เรื่องการสวมสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่อาจจะมีการเซ็นชื่อทับ อาจเกิดจากปัญหาการจัดการของกรรมการประจำหน่วยที่ต้องแก้ไข เนื่องจากอาจจะมีประชาชนมาใช้สิทธิ์กันมาก ส่วนบัญชีรายชื่อที่อาจตกหล่น ทางกกต.ขออภัยและจะ ได้นำปัญหานี้ไปหารือกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่เป็นผู้รับผิดชอบรับจัดทำบัญชีดังกล่าว

ปิดหีบเอ็กซิทโพลพท.ถล่มทลาย

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ปิดหีบเลือกตั้งเวลา 15.00 น. สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ รายงานผลการสำรวจเอ็กซิทโพลทันที โดยสวน ดุสิตโพล สุ่มจากกลุ่มตัวอย่าง 157,759 ตัวอย่าง ระบุว่าเพื่อไทย ได้ส.ส. 2 ระบบ รวม 313 คน แบ่งเป็นเขต 247 บัญชีรายชื่อ 66, ประชาธิปัตย์ 152 คน ระบบเขต 107 บัญชีรายชื่อ 45, ภูมิใจไทย 13 คน เขต 9 บัญชีรายชื่อ 4, ชาติไทยพัฒนา 10 คน เขต 8 บัญชีรายชื่อ 2, พลังชล 5 คน เขต 4 บัญชีรายชื่อ 1, รักประเทศไทย 3 คน จากบัญชารายชื่อ, ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 2 คน จากบัญชีรายชื่อ, รักษ์สันติ 1 คน จากบัญชีรายชื่อ และมาตุภูมิ 1 คน จากบัญชีรายชื่อ

ส่วนเอแบคโพล เพื่อไทย 299 คน (234-65) ประชาธิปัตย์ 132 (92-40) ภูมิใจไทย 28 คน ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 12 คน พลังชล 6 คน รักประเทศไทย 4 คน มาตุภูมิ 4 คน

ศรีปทุมโพล เพื่อไทยได้ 279 คน ประชาธิปัตย์ 146 คน ภูมิใจไทย 33 คน ชาติไทยพัฒนา 15 คน ชาติพัฒนาแผ่นดิน 11 คน รักประเทศไทย 4 คน มาตุภูมิ 4 คน พลังชล 3 คน และรักษ์สันติ 1 คน

นิด้าโพล เพื่อไทยได้ระหว่าง 239-275 คน ประชาธิปัตย์ ระหว่าง 90-104 คน ภูมิใจไทย ระหว่าง 1-5 คน ชาติไทยพัฒนา ระหว่าง 4-5 คน และรักประเทศไทย 5 คน

มาร์ค-ปชป.ซุ่มลุ้นระทึก

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 15.00 น. สื่อมวลชนสำนักต่างๆ เสนอผลเอ็ก ซิทโพล ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์แพ้พรรคเพื่อไทยขาดลอย เวลา 15.20 น. น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกประชาธิปัตย์ แถลงที่พรรคว่า ขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยกันดูแลการเลือกตั้งให้สงบเรียบร้อย ขอขอบคุณทุกเสียงที่สนับ สนุนผู้สมัครของพรรค แต่ขณะนี้อยากให้ทุกฝ่ายรอผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน ยืนยันว่าเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญ จึงมั่นใจว่าทุกฝ่ายจะเคารพผลเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าแกนนำพรรค รู้สึกอย่างไรกับผลเอ็กซิทโพลที่ว่าประชาธิปัตย์แพ้เพื่อไทยหลุดลุ่ย น.พ.บุรณัชย์ ตอบเลี่ยงว่า ต้องรอผลอย่างเป็นทางการ ขณะนี้แกนนำพรรคกำลังติดตามผลอย่างเป็นทางการ

ส่วนนายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นั่งอยู่ในห้องประชุมชั้น 2 อาคารมูลนิธิควง อภัยวงศ์ ในที่ทำการพรรค โดยมีแกนนำร่วมลุ้นผลเลือกตั้งด้วย ซึ่งนายอภิสิทธิ์ติดตามผลเลือกตั้งจากเอ็กซิทโพลทุกสำนักข่าว และรอรายงานผลนับคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งที่พรรคได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสังเกต การณ์

เทือกบินจากสุราษฎร์ฯเข้ากรุง

เวลา 14.35 น. ที่ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานดอนเมือง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังกลับจากจ.สุราษฎร์ธานี ถึงกรณีประชาชนตื่นตัวไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ว่า ตนคาดอยู่แล้วว่าประชาชนออกไปใช้สิทธิ์มากเพราะตระหนักแล้วว่าการเลือกตั้ง ครั้งนี้เป็นหัวเลี้ยว หัวต่อที่สำคัญของบ้านเมือง ประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นรัฐบาล เลือกใครเป็นนายกฯ ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จึงต่างจากครั้งก่อน ส่วนผลการเลือกตั้งจะพลิกโฉมหน้าการเมืองไทยได้หรือไม่นั้น ยังพูดไม่ได้ ต้องรอผลคะแนนออกมาก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าเกรงหรือไม่ว่าอาจมีการ สร้างสถานการณ์หลังเลือกตั้ง เลขาธิการประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งกลัว ถ้ามันจะเกิด มันก็ต้องเกิด เราต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่แล้ว จะไปกลัวก่อนทำไม เมื่อถามถึงผลเลือกตั้งในภาคใต้ นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าคงจะดี ส่วนกทม.ที่มีประชาชนออกมาพูดคุยและต่อรองกันระหว่างประชาธิปัตย์กับเพื่อ ไทยว่าจะได้เท่านั้นเท่านี้ เป็นเรื่องธรรมดา และทราบมาก่อนแล้วว่าเขากะว่าประชาธิปัตย์จะได้กี่ที่นั่ง เพื่อไทยจะได้กี่ที่นั่ง เป็นปกติของคนไทย

ช็อกไม่เชื่อแพ้ไม่เห็นฝุ่น

เวลา 15.50 น. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผอ.เลือกตั้งกทม. ประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคยังมั่นใจว่าจะได้ส.ส.กทม.มากกว่าผลเอ็ก ซิทโพล เท่าที่ตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พรรคที่ประจำหน่วยเลือกตั้งกว่า 10 เขต ที่นับไปแล้ว 30-40 เปอร์เซ็นต์ พรรคมีคะแนนนำเพื่อไทยเกือบทุกหน่วยเลือกตั้ง แม้กระทั่งเขตดอนเมือง ที่พรรคคิดว่าเป็นเขตที่ชนะยากที่สุด ผู้สมัครของพรรคก็มีคะแนนนำในทุกหน่วย

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากผลเอ็กซิทโพล ออกมา แกนนำประชาธิปัตย์โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ และนายอภิรักษ์ถึงกับช็อก และไม่เชื่อผลสำรวจดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่พรรครวมตัวกันที่หน้าอาคาร ถือธงพรรคโบกไปมา และตะโกนว่าไม่เชื่อเอ็กซิทโพล จนนายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรค ต้องปรามว่าขอให้เบาๆ

พท.เฮฮารับผลชนะถล่มทลาย

ขณะ ที่พรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรี สื่อมวล ชนทั้งไทยและต่างประเทศนับร้อยปักหลักรายงานข่าวอย่างคึกคัก เช่นเดียวกับประชาชนและกลุ่มคนเสื้อแดงที่มารวมตัวบริเวณห้องโถงด้านล่าง เพื่อติดตามผลเลือกตั้งตั้งแต่เช้า ส่งผลให้บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยคึกคักอย่างมาก ยิ่งหลังจากหมดเวลาลงคะแนนแล้วเอ็กซิทโพลทุกสำนักรายงานผลว่า เพื่อไทยได้ส.ส.เกินครึ่ง ชนะประชาธิปัตย์ถล่มทลาย เสียงกองเชียร์โห่ร้องเฮฮาอย่างมีความสุข

ขณะที่ห้องสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่พรรคเปลี่ยนฉากหลังเวทีแถลงข่าวใหม่ เป็นรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ท่ายกมือไหว้ และข้อความตัวอักษรสีขาวบนพื้นแดงว่า ′ขอบพระคุณทุกเสียงที่ไว้วางใจ′

บิ๊กทรท.เดิมทยอยเข้าพรรค

จาก นั้นแกนนำพรรค อาทิ นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ทยอยเข้าที่ทำการพรรค เพื่อติดตามสถานการณ์ที่ชั้น 6 ที่ตั้งวอร์รูมของพรรค โดยแกนนำแต่ละคนสีหน้าสดชื่นยิ้มแย้มแจ่มใส ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าจะได้เสียงเกินครึ่งหรือไม่ แกนนำบางคนได้แต่ยิ้ม ทั้งนี้ น่าสังเกตว่าอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นางเยาวภา และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาร่วมติดตามสถานการณ์ที่พรรคเพื่อไทยด้วย

เสียง′นายกฯยิ่งลักษณ์′กระหึ่ม

ช่วง เวลา 15.00 น. กองเชียร์หลายร้อยคนที่ปักหลักติดตามผลเอ็กซิทโพลทางหน้าจอโทร ทัศน์ ต่างปรบมือโห่ร้องเมื่อมีการรายงานผลเอ็กซิทโพลของแต่ละสำนัก คะแนนของเพื่อไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กองเชียร์ตะโกนเสียงด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจว่า “ยิ่งลักษณ์นายกฯ นายกฯยิ่งลักษณ์” หลายคนสวมกอดกันพร้อมกับพูดว่า “สะใจจริงๆ” บางคนร้องไห้ด้วยความดีใจ และปักหลักรอฟังการแถลงข่าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ในช่วงเย็น พร้อมตะโกนด้วยความดีใจเป็นระยะๆ

สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย ตำรวจท้องที่มาดูแลโดยรอบที่ทำการพรรค เนื่องจากมีประชาชนมาแสดงความยินดีที่พรรคอย่างต่อเนื่องจนล้นไปถึงด้านหน้า พรรค จนพรรคแน่นขนัดและเข้าออกลำบาก

ว่าที่นายกฯหญิงขอบคุณปชช.

เวลา 15.10 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางเข้าที่ ทำการพรรค สื่อมวลชนกรูเข้าขอสัมภาษณ์ทั้งที่รถยังไม่จอดสนิท ขณะที่กองเชียร์ต่างเบียดเสียดเข้าไปล้อมรถเพื่อพยายามเข้าถึงตัวน.ส.ยิ่ง ลักษณ์ และมอบดอกไม้ให้กำลังใจ พร้อมกับตะโกน “นายกฯๆ” อย่างต่อเนื่อง จนทีมรปภ. ต้องเข้าไปกันเพื่อความปลอดภัย ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เปิดประตูรถตู้โฟล์ก ลงมายืนยกมือไหว้ขอบคุณประชาชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ดวงตาสดใสเป็นประกาย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ เพียงสั้นๆ ว่า รู้สึกดีใจ และขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุน ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ พี่ชายโทร.มาให้กำลังใจ ทั้งนี้ ตนจะแถลงข่าวอีกครั้งหลัง ผลคะแนนออกมาอย่างชัดเจน เพื่อขอบคุณประชาชนและเรื่องจัดตั้งรัฐบาล จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ขึ้นไปยังที่ทำการพรรค ก่อนที่ทีมโฆษกพรรคจะแถลงขอบคุณประชาชนที่ไว้วางใจเลือกเพื่อไทย

แกนนำขึ้นเวที-การต่อสู้จบแล้ว

จาก นั้นคณะผู้บริหารพรรค นำโดยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค ร่วมแถลง โดยนายปลอดประสพ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด อะไรที่พูดไว้จะทุ่มเททำงานเต็มที่ วันนี้การต่อสู้จบลงแล้ว พรุ่งนี้อยากให้ทุกฝ่ายไม่ว่าฝ่ายค้าน หรือรัฐบาลมาร่วมกันทำงานเพื่อประเทศชาติ และอย่าได้ติดใจอะไรในสิ่งที่ผ่านมา

หลังจากแกนนำแถลง ประชาชนและกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนตะโกนโห่ร้องเรียกชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า “นายกฯ หญิงของเรา” เสียงดังกระหึ่ม พร้อมชูป้ายที่มีรูปน.ส.ยิ่งลักษณ์ติดอยู่ ทำให้บรรยากาศภายในพรรคสนุกสนาน

ภท.-ชทพ.แถลงสั่งลาเหงาๆ

เวลา 16.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค แถลงว่า ไม่ว่าคะแนนจะออกมาเท่าใด ยืนยันว่าภูมิใจไทยจะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์อย่างเต็มความสามารถ จะทำหน้าที่ส.ส. รวมถึงความเป็นนักการเมืองให้สมกับที่ประชาชนไว้วางใจ ส่วนที่เอ็กซิทโพล ระบุผลคะแนนนั้น ภูมิใจไทยขอแสดงความยินดีกับทุกพรรคที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เราพร้อมสนับสนุนเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้ พรรคขอแถลงข่าวเท่านี้ จะยังไม่ตอบคำถามเรื่องจำนวนส.ส.ว่าพรรคจะได้เท่าไร เนื่องจากผลคะแนนยังไม่เสร็จสิ้น พรรคจะตอบทุกคำถามในเวลาอื่นที่เหมาะสมต่อไป

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา แกนนำไม่ได้เข้ามาที่พรรค มีเพียงนายปิยะพันธุ์ จัมปาสุต ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แถลงว่า นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคมอบหมายให้แถลงข่าวแทน โดยขอบคุณคะแนนเสียงประชาชนที่ไว้วางใจ ซึ่งจะขอใช้โอกาสที่ประชาชนมอบให้ทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนมาก ที่สุด ตามที่ได้ให้คำมั่นไว้โดยเฉพาะการลดความขัดแย้งทางการเมือง โดยสร้างความปรองดองจากทุกภาคส่วนของคนในชาติ


เกาะติด – พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งอยู่ที่ดูไบ โทรศัพท์สอบถามผลเลือกตั้งในไทยเป็นระยะ พร้อมให้สัมภาษณ์เปิดใจอยากกลับเมืองไทย แต่ต้องไม่เกิดปัญหาตามมา เมื่อ 3 ก.ค.

สื่อนอกรายงานเลือกตั้งไทย

บี บีซีรายงานว่า ไทยจัดเลือกตั้งทั่วไปซึ่งจะเป็นโอกาสยุติความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ ดำเนินมา 6 ปี ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยระดับสูง มีการระดมตำรวจ 170,000 นายประจำการตามคูหาเลือกตั้งต่างๆ ทั่วประเทศ มีพรรคการเมืองมากกว่า 40 พรรคส่งผู้สมัคร 3,832 คนลงชิงชัยเก้าอี้ส.ส. 500 ที่นั่ง เป็นส.ส.เขต 375 ที่นั่ง และปาร์ตี้ลิสต์ 125 ที่นั่ง จากผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน 47 ล้านคน

การ เลือกตั้งครั้งนี้แข่งขันระหว่างประชาธิ ปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเพื่อไทย นำโดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรก หลังเกิดเหตุรุนแรงทางการเมืองในปี 2553 ที่มีผู้เสียชีวิต 91 ราย

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานภาพข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ใส่ชุดสีม่วงไปใช้สิทธิ์ที่คูหาวัดคลองลำเจียก ส่วนนายอภิสิทธิ์ พร้อมภรรยาไปใช้สิทธิ์ที่คูหาในซอยสวัสดี

ทักษิณโทร.อวยพรน้องสาว

เอ เอฟพีรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณโทรศัพท์แสดงความยินดีกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาว หลังทราบผลสำรวจจากสำนักต่างๆ โดยยิ่งลักษณ์กล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนที่พรรคว่า “พี่ทักษิณโทร.มาหา บอกยินดีด้วย และบอกว่างานหนักกำลังรออยู่” และว่า “ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกจากบ้านมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง”

เอเอฟพี รายงานอีกว่า สถานทูตหลายประเทศในประเทศไทยออกโรงเตือนนักท่องเที่ยวของตนให้ระวังเหตุ รุนแรง และหลีกเลี่ยงการชุมนุมใดๆ ที่เกี่ยวกับการเมืองในช่วงหลังเลือกตั้ง เพื่อความปลอดภัย และไม่ไว้ใจสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

สถานทูตเตือนพลเมือง

เว็บไซต์ สถานทูตออสเตรเลีย แถลงว่า มีความเป็นไปได้ที่อาจเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในไทยตั้งแต่ช่วงหลังเลือกตั้ง ไปจนถึงช่วงเวลาจัดตั้งรัฐบาล จึงขอให้พลเมืองออสเตรเลียหลีกเลี่ยงการรวมตัว หรือการเดินขบวนที่เกี่ยวกับการเมืองในประเทศไทยทั้งหมด

สำหรับสถานทูตของประเทศอื่นๆ ที่ออกมาแถลงเตือนลักษณะคล้ายคลึงกัน ได้แก่ อังกฤษ แคนาดา ญี่ปุ่น ไอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น

กกต.ปลื้มใช้สิทธิ์ประวัติการณ์

เวลา 16.00 น. ที่กกต. นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. แถลงว่า ตลอด 7 ช.ม. ของการลงคะแนน คนไทยมาใช้สิทธิ์มากเป็นประวัติการณ์ ภาพรวมการเลือกตั้งไม่มีอุป สรรค กกต.ขอขอบคุณผู้มีสิทธิ์และเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันทำให้การเลือกตั้งเป็นไป อย่างภาคภูมิ และมั่นใจได้ว่า กกต.จัดการเลือกตั้งอย่างยุติ ธรรม มีองค์กรระหว่างประเทศ 200-300 คน มาช่วยสังเกตการณ์ อย่างไรก็ดีขออภัยผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตวันที่ 26 มิ.ย.ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ แต่ไม่ได้แจ้งยกเลิก ทำให้วันนี้ใช้สิทธิ์ไม่ได้ เกิดจากการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึงและไม่เข้าใจข้อกฎหมาย ซึ่งกกต.จะเสนอแก้กฎหมายให้ชัดเจนต่อไป

นายอภิชาต กล่าวอีกว่า สำหรับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ กกต.ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) คาดว่าจะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการเวลา 18.00 น. ส่วนการสอบ สวนวินิจฉัยเพื่อประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ถ้าเขตไหนไม่มีปัญหาจะประกาศรับรองผลภายใน 7 วัน ส่วนถ้ามีเหตุอันสงสัยว่าทุจริตจะต้องสอบสวนภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด

คดีผิดกม.เลือกตั้งลดน้อยลง

พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา สบ.10 กล่าวว่า ตร.เข้ามาดูแลไม่ให้มีการขัดขวางการเลือกตั้ง ภาพรวมทั้งประเทศรวมทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือว่าเรียบร้อยดี ส่วนบรรดาคดีต่างๆ อาทิ คดีฉีกบัตร มี 7 คดี เช่น ที่สน.บางนา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เจตนา ตำรวจจะสั่งไม่ฟ้อง ส่วนคดีซื้อเสียงมีการจับกุมคนที่มีหลักฐานเป็นเงินสดและบัตรแนะนำตัวผู้ สมัคร 19 คดี ส่วนใหญ่เป็นในภาคอีสาน ซึ่งล่าสุดคือที่มหาสารคามตามที่เป็นข่าว และบางส่วนในภาคใต้ ซึ่งมีพยานหลักฐานชัดเจน จะดำเนินคดีและรายงานกกต.เพื่อประกอบการพิจารณาให้ใบแดงใบเหลือง ทั้งนี้ถ้าใครรับเงินไว้ สามารถนำเงินหรือหลักฐานมามอบให้ตำรวจหรือกกต. ภายใน 7 วัน แม้จะเป็นความผิดแต่ตำรวจจะกันไว้ไม่เสนออัยการฟ้องรับโทษ ตอนนี้มี 2 รายที่มามอบหลักฐานเป็นเงิน 1,500 บาท และ 1,000 บาทให้ตำรวจ ส่วนคดีจำหน่ายสุราช่วงห้ามจำหน่าย มี 23 คดี ซึ่งถือว่าน้อยมาก

พล.ต.อ. พงศพัศ กล่าวว่า หลังจากวันนี้ตร. ยังระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรมถึงวันที่ 7 ก.ค. โดยเฉพาะ 61 เขต 25 จังหวัดที่เป็นพื้น ที่สีส้ม แดง แดงเข้ม โดยยังเฝ้าระวังผู้สมัคร ส.ส.จำนวน 447 คน ซึ่งหลังจากวันดังกล่าวจะประเมินสถานการณ์เพื่อลดความเข้มของพื้นที่รุนแรง ต่อไป

น้องเติ้งไปนอกอารมณ์บ่จอย

เวลา 17.30 น.ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปฮ่องกงว่า ไปเพื่อพบผู้ประกอบการ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานัดไว้นานแล้ว ไม่ได้ไปพบพ.ต.ท. ทักษิณ ตอนนี้ยังไม่มีอารมณ์พูดเรื่องการเมือง ยังไม่ได้คิดอะไรเพราะผิดหวังกับผลเลือกตั้งที่ออกมาต่ำกว่าที่ตั้งใจไว้ถึง 2-3 เท่า ยังไม่คิดถึงเรื่องอะไรทั้งนั้น

“ตอนนี้อารมณ์ไม่จอย ไม่ได้ต่อสายคุยกับใคร เพราะเห็นใจสมาชิกพรรคที่ช่วยกันลงพื้นที่หาเสียงแต่สอบตกกันเยอะ อยากให้รอผลทางการของกกต.ก่อนจะพูดว่าจะคุยเรื่องจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งไปฮ่องกง ผมไปทำงานเท่านั้น ไม่มีอะไรในกอไผ่” นายชุมพล กล่าวและว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับแกนนำพรรคเพราะไม่มีอารมณ์ ยังไม่อยากคุย

ผบ.ตร.สั่งแจ้งจับ′ลูกวัฒนา′

เวลา 17.00 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนเป็นห่วงเรื่องหัวคะแนนที่ไม่สามารถทำงานได้ตามเป้าอาจถูกเช็กบิล โดยเฉพาะหัวคะแนนในพื้นที่สีแดง และสีส้ม อย่างไรก็ตามประเมินสถานการณ์ว่าหลังเลือกตั้งแล้วสถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายลง ในส่วนของตำรวจพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลไม่ว่าจะมาจากพรรคใด ตนย้ำมาตลอดว่าตำรวจเป็นกลไกของรัฐบาล หากทำไม่ได้ก็ไม่ใช่ตำรวจ

ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า จากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่ตั้งด่านตรวจคืนหมาหอนพบว่าด่านที่ จ.สมุทรปราการ มีปัญหาประชาชนร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบกลับถูกผู้สมัครของพรรคมาตุภูมิ คือ นายพูลผล อัศวเหม ออกมาต่อว่า พร้อมกับถามหาหัวหน้าชุดควบคุม เมื่อหัวหน้าชุดแสดงตัว นายพูลผลเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วตะโกนว่าถูกตำรวจต่อย ทั้งที่ไม่ได้กระทำการดังกล่าว นอก จากนี้ยังเรียกนักข่าวมาบันทึกภาพ เบื้องต้นตำรวจแจ้งความไว้ที่สภ.พระสมุทรเจดีย์แล้ว ข้อหาข่มขู่เจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และให้รายงานต่อกกต.

ปชป.กวาดภาคใต้ไม่หมด

สำหรับ ภาคใต้ พื้นที่หลักของประชาธิปัตย์ชนะยกจังหวัดทั้งหมด 11 จังหวัด ยกเว้น สตูล เขต 1 ที่นายธานินทร์ ใจสมุทร อดีต ส.ส. ประชาธิปัตย์หลายสมัยที่สวมเสื้อชาติไทยพัฒนา คะแนนนำห่างน.พ.อสิ มะหะมัดยังกี อดีตส.ส. ประชาธิปัตย์ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พรรคมาตุภูมิ มีลุ้นเบียดเอาชนะประชาธิปัตย์ได้ เช่นเดียวกับเพื่อไทยที่มีนายซูการ์โน มะทา น้องชายนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภา มีคะแนนนำหน้าในเขต 2 ยะลา

พท.ยกเหนือ 10 จังหวัด

ผล การนับคะแนนในภาคเหนือ 16 จังหวัด โดยนับไปได้กว่า 60 % พบว่า ผู้สมัครเพื่อไทยมีคะแนนนำคู่แข่งแบบยกจังหวัด ได้แก่ เชียง ราย ทั้ง 7 เขต, เชียงใหม่ ทั้ง 10 เขต แม้ชาติพัฒนาจะส่งนายไกร ดาบธรรม อดีตส.ส. ลงสมัครเขต 5 เพื่อเจาะไข่แดงเพื่อไทย แต่ไม่สำเร็จ รวมทั้งเขต 10 ที่เพื่อไทยชนะส.ส.เก่าอย่างนายนรพล ตันติมนตรี จากประชาธิปัตย์, น่าน 3 เขต, พะเยา 3 เขต, แพร่ 3 เขต, ลำปาง 4 เขต, ลำพูน 2 เขต และอุตรดิตถ์ 3 เขต

ขณะที่ประชาธิปัตย์ชนะยกจังหวัดมีเพียงจ.ตาก ส่วนชาติไทยพัฒนา นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ มีคะแนนนำเขต 1 พิจิตร รวมทั้งนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ทิ้งห่างนายนาวิน บุญเสรฐ จากเพื่อไทย ขณะที่จ.สุโขทัย ฐานเสียงสำคัญของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมาของพรรคภูมิใจไทย เขต 1 และ 2 ถูกผู้สมัครประชาธิปัตย์มีคะแนนทิ้งห่าง ส่วนเขต 3 และ 4 ภูมิใจไทยนำ

เจาะไข่แดงบรรหารบุรี

จ.สุพรรณบุรีฐาน เสียงสำคัญของนายบรรหาร ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา ปรากฏว่า เขต 5 นายสหรัฐ กุลศรี จากเพื่อไทย ทำคะแนนทิ้งห่างนางมุกดา เที่ยงธรรม ชาติไทยพัฒนา เป็นหมื่นคะแนนหลังจากนับไปได้ 80 % ส่วนเขตอื่นๆไม่ปัญหา ผู้สมัครชาติไทยพัฒนานำขาด เขต 1 นายสรชัด สุจิตต์ เขต 2 นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ เขต 3 นาย นพดล มาตรศรี เขต 4 น.ส.พัชรี โพธสุธน

ฮือฮาแปดริ้วพี่น้องฉายแสงตาม

ขณะ ที่จ.ฉะเชิงเทรา หลังนับคะแนนไปกว่า 70 % ปรากฏว่าตระกูลฉายแสง ซึ่งลงสมัคร 2 เขต คือ เขต 1 และเขต 4 มีคะแนนตามหลังผู้สมัครประชาธิปัตย์ โดยเขต 1 นายบุญเลิศ ไพรินทร์ นำนางฐิติมา ฉายแสง เขต 4 พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ ทิ้งนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง เกินหมื่นคะแนน ทั้งคู่เป็นน้องของนายจาตุรนต์ ฉายแสง

สำหรับจ.ราชบุรี นับคะแนนไปกว่า 60 % ปรากฏว่า เขตนายมานิต นพอมรบดี ภูมิใจไทย นำพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เพื่อไทย ห่างไปเรื่อยๆ

ยกอีสานเพียบ-ได้บุรีรัมย์ด้วย

สำหรับ ภาคอีสาน ฐานที่มั่นสำคัญของเพื่อไทย 20 จังหวัด 126 เขตเลือกตั้ง ปรากฏว่าคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อไทยชนะขาด ลอยยกจังหวัด อาทิ สกลนคร, นครพนม, มหา สารคาม, ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, อุดรธานี, หนอง คาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, มุกดาหาร ฯลฯ

ขณะที่จ.บุรีรัมย์ ฐานเสียงหัวใจของนายเนวิน ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทย มีแนวโน้มถูกเพื่อไทยเจาะได้ 1-2 เก้าอี้ โดยเฉพาะเขต 6 และ 7 ผู้สมัครเพื่อไทยทิ้งห่างภูมิใจไทย เช่นเดียวกับจ.สุรินทร์ เพื่อไทยกวาด 7 จาก 8 เขต เหลือให้ภูมิใจไทย 1 ที่นั่ง จ.ศรีสะเกษ เพื่อไทยกวาด 7 เขต ปล่อยอีก 1 เขตให้ชิงดำระหว่างพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินกับภูมิใจไทย

จ.นครราชสีมา 15 เขต เพื่อไทยกวาดได้ถึง 9-10 ที่นั่ง ที่เหลือ 2 พรรคแบ่งกันโดยชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน อาจได้เพียง 5 ที่นั่ง ขณะที่ภูมิใจไทย 1-2 ที่นั่ง

อดีตรมต.ศุภชัย-ไชยยศร่อแร่

จ.อุบลราชธานี 11 เขต เพื่อไทยกวาด 5 แบ่งให้ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินกับประชาธิปัตย์พรรคละ 3 ที่นั่ง

สำหรับ ผู้สมัครคนดังที่มีแนวโน้มสอบตก อาทิ นายจุมพฎ บุญใหญ่ อดีตส.ส.เพื่อไทย ที่ลงสมัครเขต 6 สกลนคร ในนามประชาธิปัตย์ แพ้หลุดลุ่ยให้นายเสรี สาระนันท์ เพื่อไทย รวมถึงนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรมช. เกษตรฯ แกนนำภูมิใจไทย มีแนวโน้มสูงว่าจะเสียเก้าอี้ส.ส.นคร พนม เขต 1 ให้นายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ จากเพื่อไทย เช่นเดียวกับนายไชยยศ จิรเมธากร อดีตรมช.ศึกษาฯ สวมเสื้อประชาธิปัตย์หวังเจาะไข่แดงเพื่อไทย อุดรฯ แต่ถูกนายขจิต ชัยนิคม เพื่อไทย นำห่างชนิดไม่น่าจะไล่ทัน

มาร์คแถลงรับความพ่ายแพ้

เวลา 19.35 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาเป็นไปอย่างเรียบร้อย และขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ให้กับประชาธิปัตย์ ผลเลือกตั้งที่ออกมาชัดเจนว่าเพื่อไทยได้รับชัยชนะ ประชาธิปัตย์ยอมรับความพ่ายแพ้ และยินดีกับเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล และน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่จะได้เป็นนายกฯ และเป็นครั้งแรกของไทยที่จะมีนายกฯหญิงคนแรก แสดงให้เห็นว่าไทยเปิดโอกาสให้ผู้หญิงขึ้นมาดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงสุด

นาย อภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า จากวันนี้พรรคต้องการเห็นความสามัคคี ปรองดอง เห็นรัฐบาลใหม่เดินหน้าทำตามนโยบายที่ประกาศและสัญญาไว้กับประชาชน ประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ ร่วมมือกับรัฐบาลทำงานที่จะไม่สร้างความเสียหายให้บ้านเมือง และแม้เพื่อไทยจะได้ส.ส.มากที่สุดในสภา แต่คะแนนบัญชีรายชื่อไม่ถึงกึ่งหนึ่งถือว่าประชาชนไม่ได้ให้ฉันทามติในการ ล้างความผิด หรือนิรโทษกรรมให้กับใคร สำหรับตนจะรอดูผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน แต่มีคำตอบไว้ในใจแล้ว

กลับบ้านทันที-อาจลาหน.พรรค

หลัง จากนายอภิสิทธิ์แถลงเสร็จ ผู้สื่อข่าวถามว่าที่บอกว่ามีคำตอบสำหรับอนาคตตัวเองแล้วนั้น คำตอบคืออะไร นายอภิสิทธิ์ไม่ตอบ เมื่อถามว่าจากนี้จะกลับบ้านเลยหรือไม่ นาย อภิสิทธิ์ตอบสั้นๆ ว่า “กลับบ้านเลยครับ”

จากนั้นนายอภิสิทธิ์แหวกวง ล้อมผู้สื่อข่าวเดินไปขึ้นรถ เมื่อผ่านกองเชียร์ก็ยกมือไหว้กล่าวขอบคุณพร้อมรับดอกไม้ ทำให้กองเชียร์บางคนถึงกับร่ำไห้ เข้าไปลูบหน้าลูบหลังนายอภิสิทธิ์ บางคนส่งเสียงสนับสนุนให้สู้ต่อไปอย่างท้อ เมื่อนายอภิสิทธิ์ขึ้นรถกลับออกไป บรรดากองเชียร์ก็ยังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์และร่ำไห้เป็นระยะๆ

ทั้งนี้ พรรคประเมินว่าสิ่งที่นายอภิสิทธิ์จะรับผิดชอบและอยู่ในใจนั้น คาดว่าน่าจะเป็นการลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค

ขณะเดียวกันบรรดาแกนนำคนอื่นๆก็ต่างเดินทางออกจากพรรคจนบรรยากาศเงียบเหงาลงถนัดใจ

ยิ่งลักษณ์แถลงขอบคุณ

เวลา 19.50 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย นำคณะผู้บริหารและแกนนำเพื่อไทย แถลงข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณประชาชนที่ตลอด 40 วันที่ผ่านมา ประชาชนต้อนรับ สนับสนุนอย่างอบอุ่น และตอบรับนโยบายเสมอมา ขอบคุณสำหรับทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ ขอบคุณสื่อทั้งไทยและต่างประเทศที่ติดตามมาตลอดและเสนอข่าวสารให้ประชาชน อย่างสม่ำเสมอและขอบคุณนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และทุกพรรคการ เมือง ที่ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ประชาชนได้รับความสงบเรียบร้อยและยืนยันว่า ตนและเพื่อไทยจะนำทุกนโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชนไปทำอย่างเต็มที่ อย่างดีที่สุด ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง

คุยพรรคเติ้งแล้วมีพรรคอื่นด้วย

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์กล่าวอีกว่า วันนี้ไม่อยากบอกว่าเพื่อไทยชนะ แต่ประชาชนให้โอกาสตนและพรรคทำงานรับใช้ ซึ่งภาระข้างหน้ามีอีกมากที่ต้องแก้ปัญหาปากท้อง เรื่องเศรษฐกิจ และในประเทศต้องสร้างความสามัคคีปรองดอง เตรียมงานพัฒนาให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป ซึ่งเป็นภาระหนักที่ต้องทำหน้าที่นี้ ดังนั้น ทั้งหมด เพิ่งเริ่มต้น จึงให้รอฟังผลอย่างเป็นทางการ ขณะนี้กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยได้คุยกับพรรคชาติไทยพัฒนาเรียบร้อยแล้ว และจะมีพรรค การเมืองอื่นในอนาคต ซึ่งจะแจ้งให้ทราบต่อไป

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์กล่าวอีกว่า ตนและพรรคกราบขอบคุณประชาชน กรรมการบริหารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ขอบคุณทุกพรรคที่เป็นไปอย่างเรียบร้อย เสียงประชาชนจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ด้วยหัวใจที่ดีที่มีต่อประเทศและขอให้ประชาชนให้โอกาสตน

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์และคณะผู้บริหารพรรคได้ติดตามผลการเลือกตั้งเป็นเวลาเกือบ 5 ช.ม. โดยระหว่างแถลงข่าวน.ส.ยิ่งลักษณ์มีสีหน้าแจ่มใสและมีน้ำเสียงสั่นเครือบาง ช่วง สำหรับบรรยากาศกองเชียร์ที่มาปักหลักรอที่พรรคเพื่อไทย ยังคงช่วยลุ้นผลอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ที่รายงานสดอย่างต่อเนื่อง และส่งเสียงเฮเมื่อคะแนนของพรรคเพิ่มขึ้น

ชูวิทย์ปาร์ตี้ลิสต์ชนะเติ้ง

ผู้ สื่อข่าวรายงานจากจ.บุรีรัมย์ว่า ภายหลังนับคะแนนเสร็จสิ้นเพื่อไทยเจาะพื้นที่บุรีรัมย์ได้ 2 เก้าอี้ เขต 6 นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ชนะนายไตรเทพ งามกมล 41,767 ต่อ 39,799 คะแนน เขต 7 นายหนูแดง วรรณกางซ้าย ชนะนายประกิจ พลเดช 43,656 ต่อ 31,404 คะแนน

เวลา 20.30 น.กกต.รายงานว่า มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 33,626,507 คน คิดเป็น 71.55% บัตรเสียแบบบัญชีรายชื่อ 1,590,666 ใบ คิดเป็น 4.73% แบบแบ่งเขต 1,935,603 ใบ คิดเป็น 5.76% ไม่ประสงค์ลงคะแนน แบบแบ่งเขต 1,356,189 ใบ คิดเป็น 4.03% บัญชีรายชื่อ 911,433 ใบ คิดเป็น 2.71%

นับ คะแนนแบบบัญชีรายชื่อไปแล้ว 91.97 % เพื่อไทยได้ 11,645,469 คะแนน ประชาธิปัตย์ได้ 9,650,796 คะแนน ภูมิใจไทย 985,527 คะแนน รักประเทศไทย 792,468 คะแนน ชาติไทยพัฒนา 747,554 คะแนน ส่วนแบบแบ่งเขตนับไปแล้วทั้งสิ้น 94.97%

พท.ขยับ 264 ทิ้งปชป. 100 ที่นั่ง

จากคะแนน ดังกล่าวทำให้เพื่อไทยได้ส.ส. แบ่งเขตทั้งหมด 204 คน บัญชีรายชื่อ 60 คน รวม 264 คน ประชาธิปัตย์ แบ่งเขต 115 คน บัญชีรายชื่อ 45 คน รวม 160 คน

ภูมิใจไทย แบ่งเขต 29 คน บัญชีรายชื่อ 5 คน รวม 34 คน ชาติไทยพัฒนา แบ่งเขต 15 คน บัญชีรายชื่อ 4 คน รวม 19 คน

ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน แบ่งเขต 5 คน บัญชีรายชื่อ 2 คน รวม 7 คน พรรคพลังชล แบ่งเขต 6 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน รวม 7 คน

รัก ประเทศไทย บัญชีรายชื่อ 4 คน รวม 4 คน มาตุภูมิ แบ่งเขต 1 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน รวม 2 คน มหาชน บัญชีรายชื่อ 1 คน รวม 1 คน ประชาธิปไตยใหม่ บัญชีรายชื่อ 1 คน รวม 1 คน และรักษ์สันติ บัญชีรายชื่อ 1 คน รวม 1 คน

โคราชพท.เกินเป้า-ชพน.วูบ

ผู้ สื่อข่าวรายงานจากจ.นครราชสีมา สนามใหญ่รองจากกทม. ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อไทยกวาดส.ส.เกินเป้าได้ 8 ส.ส. ได้แก่ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ เขต 4, นายโกศล ปัทมะ น้องชายนายนพดล ปัททะ ที่ปรึกษาพ.ต.ท.ทักษิณ ชนะนายภิรมย์ พลวิเศษ ภูมิใจไทย ในเขต 5, นายสุชาติ ภิญโญ เขต 6, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เขต 7 ชนะนายพีรพร สุวรรณฉวี ลูกชายว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีตแกนนำชาติพัฒนาเพื่อเเผ่นดิน, นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร เขต 8 ชนะนายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อเเผ่นดิน, นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ น้องชายนายสุภรณ์ หรือแรมโบ้อีสาน เขต 11 ชนะส.ส.เก่าอย่างนางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน, นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ชนะพ.ต.ท. สมชาย เพศประเสริฐ อดีตส.ส.พลังประชาชน ที่ย้ายมาอยู่มาตุภูมิ เขต 13 และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เขต 14

ส่วนชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินได้ 4 ส.ส. คือ น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล เขต 1, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เขต 2, นายประเสริฐ บุญชัยสุข เขต 3 ชนะนางลินดา เชิดชัย ลูกสะใภ้นางสุจินดา เชิดชัย หรือเจ๊เกียว ตัวเก็งจากเพื่อไทย และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ลูกชายว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ เขต 6

ภูมิใจไทยได้ 3 ส.ส. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์, นายประนอม โพธิ์คำ และนายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์

ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเล็กพลิกไปมา

ส.ส.ระบบ บัญชีรายชื่ออย่างไม่เป็นทางการ พรรคที่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคละ 1 คน จาก 4 พรรค ได้แก่ พลังชล นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์, มหาชน นายอภิรัต ศิรินาวิน, ประชา ธิปไตยใหม่ นายสุรทิน พิจารณ์ และกิจสังคม นายสุวิทย์ คุณกิตติ อย่างไรก็ตามคะแนนยังพลิกผันได้ โดยเฉพาะร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ พรรครักษ์สันติ ที่ยังสอดแทรกได้

พท.ร้อง-ลำ-จุดพลุฉลองชัย

สำหรับ บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยยังเป็นไปอย่างคึกคักสนุกสนาน ภายหลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ออกจากห้องแถลงข่าวมาทักทายกลุ่มผู้สนับสนุนและคน เสื้อแดง โดยมีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ เดินนำหน้า พร้อมเคลียร์ทางให้น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทักทายผู้สนับสนุนกว่า 500 คน ซึ่งต่างโห่ร้องและปรบมือต้อนรับ เสียง”ยิ่งลักษณ์ นายกฯ”ดังกระหึ่ม นายณัฐวุฒิขอร้องพี่น้องเสื้อแดงที่กำลังโห่ร้องดีใจเงียบเสียงลงเพื่อให้ ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ว่าที่นายกฯหญิงด้านหน้าที่ทำการพรรค แต่ไม่เป็นผล น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องย้ายสถานที่มาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม บนชั้น 2 ที่ทำการพรรค

ขณะที่ด้านหน้าพรรคมีกลุ่มผู้สนับสนุนทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่เป็นคนอีสานและคนเหนือร่วมฉลองชัยชนะของเพื่อไทย จับกลุ่มร้องและเต้นหมอลำอย่างสนุกสนาน รวมทั้งจุดพลุและดอกไม้ไฟฉลองด้วย

กทม.ปชป. 23 แซงหน้าพท.

สำหรับ สนามกทม.ที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดระหว่าง 2 พรรคใหญ่ ประกฏว่าประชาธิปัตย์ยังรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้ โดยกวาด 23 เขต ขณะที่เพื่อไทยได้ 10 เขต มีผลคะแนนดังนี้ เขต 1 พระนคร ป้อมปราบสัมพันธวงศ์ นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ประชาธิปัตย์ 40,328 คะแนน พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ เภกะนันท์ เพื่อไทย 20,230 คะแนน เขต 2 เขตปทุมวัน เขตบางรัก และเขตสาทร น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ประชาธิปัตย์ 52,178 คะแนน ม.ล.ณัฎฐพล เทวกุล เพื่อไทย 26,956 คะแนน เขต 3 เขตบางคอแหลม และเขตยานนาวา ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ประชาธิปัตย์ 47,982 คะแนน นายพงษ์พิสุทธิ์ จินตโสภณ เพื่อไทย 29,976 คะแนน

เขต 4 เขตคลองเตย และเขตวัฒนา นายอนุชา บูรพชัยศรี ประชาธิปัตย์ 44,621 คะแนน นายวรพงษ์ ตันติเวชยานนท์ เพื่อไทย 29,749 คะแนน เขต 5 เขตดุสิต และเขตราชเทวี น.ส. ลีลาวดี วัชโรบล เพื่อไทย 38,206 คะแนน น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ประชาธิปัตย์ 37,528 คะแนน เขต 6 เขตดินแดง และเขตพญาไท นายธนา ชีระวินิจ ประชาธิปัตย์ 51,501 คะแนน นายกวี ณ ลำปาง เพื่อไทย 45,792 คะแนน เขต 7 เขตห้วยขวาง และเขตวังทองหลาง (เฉพาะแขวงวังทองหลาง และแขวงพลับพลา) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประชาธิปัตย์ 38,470 คะแนน น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ เพื่อไทย 32,692 คะแนน

เขต 8 เขตลาดพร้าว และเขตวังทองหลาง (ยกเว้นแขวงวังทองหลาง และแขวงพลับพลา) นายสรรเสริญ สมะลาภา ประชาธิปัตย์ 43,293 คะแนน นายสิงห์ทอง บัวชุม เพื่อไทย 38,187 คะแนน เขต 9 เขตจตุจักร นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประชาธิปัตย์ 42,352 คะแนน น.ส.วิลาวัลย์ ธรรมชาติ เพื่อไทย 37,602 คะแนน เขต 10 เขตบางซื่อ นายชื่นชอบ คงอุดม ประชาธิปัตย์ 32,306 คะแนน นายเฉลิมชัย จีนะวิจารณะ เพื่อไทย 30,596 คะแนน,

เขต 11 เขตหลักสี่ และเขตดอนเมือง (เฉพาะแขวงสนามบิน) นายสุรชาติ เทียนทอง เพื่อไทย 27,843 คะแนน นายสกลธี ภัททิยกุล ประชาธิปัตย์ 25,192 คะแนน อันดับ 3 น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี ภูมิใจไทย เขต 12 เขตดอนเมือง (ยกเว้นแขวงสนามบิน) นายการุณ โหสกุล เพื่อไทย 37,858 คะแนน นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประชาธิปัตย์ 30,185 คะแนน เขต 13 เขตสายไหม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เพื่อไทย 51,765 คะแนน นายก้องศักดิ์ ยอดมณี ประชาธิปัตย์ 33,805 คะแนน

เขต 14 เขตบางเขน นายอนุสรณ์ ปั้นทอง เพื่อไทย 49,829 คะแนน นายวิทเยนทร์ มุตตามระ ประชาธิปัตย์ 41,735 คะแนน เขต 15 เขตบางกะปิ นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ประชาธิปัตย์ 37,260 คะแนน นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ เพื่อไทย 32,737 คะแนน เขต 16 เขตบึงกุ่ม และเขตคันนายาว (เฉพาะแขวงรามอินทรา) นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ เพื่อไทย 48,690 คะแนน นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ประชาธิปัตย์ 47,425 คะแนน เขต 17 เขตมีนบุรี และเขตคันนายาว (ยกเว้นแขวงรามอินทรา) นายวิชาญ มีนชัยนันท์ เพื่อไทย 42,450 คะแนน นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ประชาธิปัตย์ 39,634 คะแนน

เขต 18 เขตคลองสามวา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เพื่อไทย 39,058 คะแนน นายสมัย เจริญช่าง ประชาธิปัตย์ 37,910 คะแนน เขต 19 เขตหนองจอก นายไพโรจน์ อิสรเสรีพงษ์ เพื่อไทย 36,262 คะแนน นายวสันต์ มีวงษ์ ประชาธิปัตย์ 32,450 คะแนน เขต 20 เขตลาดกระบัง น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เพื่อไทย 44,5539 คะแนน นายสลวยเลิศ กิมสูนจันทร์ ประชาธิปัตย์ 25,964 คะแนน เขต 21 เขตสะพานสูง และเขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน และแขวงดอกไม้) นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ประชาธิปัตย์ 42,754 คะแนน นายเอกพจน์ วงศ์อารยะ เพื่อไทย 33,317 คะแนน

เขต 22 เขตสวนหลวง และเขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน และแขวงดอกไม้) นายสามารถ มะลูลีม ประชาธิปัตย์ 50,467 คะแนน นายภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ เพื่อไทย 39,437 คะแนน เขต 23 เขตพระโขนง และเขตบางนา นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ประชาธิปัตย์ 47,993 คะแนน นายวัฒนา เซ่งไพเราะ เพื่อไทย 39,668 คะแนน เขต 24 เขตธนบุรี (ยกเว้นแขวงดาวคะนอง) และเขตคลองสาน นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์ ประชาธิปัตย์ 44,689 คะแนน นายอเนก หุตังคบดี เพื่อไทย 35,789 คะแนน เขต 25 เขตจอมทอง และเขตธนบุรี (เฉพาะแขวงดาวคะนอง) นางนันทพร วีรกุลสุนทรประชาธิปัตย์ 44,140 คะแนน นายสุวัฒน์ บวรศิริ เพื่อไทย 38,399 คะแนน

เขต 26 เขตราษฎร์บูรณะ และเขตทุ่งครุ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ประชาธิปัตย์ 46,910 คะแนน, น.ส.นพสรัญ วรรณศิริกุล เพื่อไทย 45,092 คะแนน เขต 27 เขตบางขุนเทียน นายสากล ม่วงศิริ ประชาธิปัตย์ 38,137 คะแนน นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ เพื่อไทย 33,475 คะแนน เขต 28 เขตบางบอน และเขตหนองแขม (เฉพาะแขวงหนองแขม) พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ ประชาธิปัตย์ 41,272 คะแนน นายวัน อยู่บำรุง 1 เพื่อไทย 40,192 คะแนน

เขต 29 เขตทวีวัฒนา และเขตหนองแขม (ยกเว้นแขวงหนองแขม) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ประชาธิปัตย์ 37,932 คะแนน นายแสวง ฤกษ์จรัล เพื่อไทย 34,457 คะแนน เขต 30 เขตบางแค นางอรอนงค์ คล้ายนก ประชาธิปัตย์ 47,886 คะแนน รท.หญิงสุนิสา เลิศภควัต เพื่อไทย 43,086 คะแนน เขต 31 เขตภาษีเจริญ และเขตบางกอกใหญ่ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ประชาธิปัตย์ 49,650 คะแนน นายมานะ คงวุฒิปัญญา เพื่อไทย 46,349 คะแนน

เขต 32 เขตตลิ่งชัน และเขตบางกอกน้อย (เฉพาะแขวงบ้านช่างหล่อ และแขวงบางขุนศรี) นายชนินทร์ รุ่งแสง ประชาธิปัตย์ 43,407 คะแนน นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ เพื่อไทย 40,942 คะแนน เขต 33 เขตบางพลัด และเขตบางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงบ้านช่างหล่อ และแขวงบางขุนศรี) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ประชาธิปัตย์ 35,906 คะแนน, นายพงศ์พันธุ์ ยอดเมืองเจริญเพื่อไทย 31,867 คะแนน

ยิ่งดึกพท.ขยับ 264-ปชป. 160

เวลา 22.30 น. กกต.สรุปนับคะแนนปรากฏว่า เพื่อไทยได้ 264 เสียง แบ่งเป็นส.ส.เขต 204 ปาร์ตี้ลิสต์ 60, ประชาธิปัตย์ได้ 160 เสียง ส.ส.เขต 115 ปาร์ตี้ลิสต์ 45, ภูมิใจไทยได้ 34 เสียง ส.ส.เขต 29 ปาร์ตี้ลิสต์ 5, ชาติไทยพัฒนา 19 ส.ส.เขต 15 ปาร์ตี้ลิสต์ 4, ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินได้ 7 ส.ส.เขต 5 ปาร์ตี้ลิสต์ 2, พลังชลได้ 7 ส.ส.เขต 6 ปาร์ตี้ลิสต์ 1, รักประเทศไทยได้ปาร์ตี้ลิสต์ 4, มาตุภูมิได้ 2 ส.ส.เขต 1 ปาร์ตี้ลิสต์ 1, มหาชนได้ปาร์ตี้ลิสต์ 1, ประชาธิปไตยใหม่ได้ปาร์ตี้ลิสต์ 1 และรักษ์สันติได้ปาร์ตี้ลิสต์ 1

ยิ่งลักษณ์ขอบคุณกองเชียร์

เวลา 22.45 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวขอบคุณกองเชียร์หลายร้อยคนที่ยังปักหลักรออยู่หน้าที่ ทำการพรรคว่า “วันนี้ไม่มีคำไหนแทนใจได้มากกว่าคำขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ให้กับผู้หญิงคน นี้และพรรคเพื่อไทย วันนี้อยากบอกว่าชัยชนะเป็นของพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับโอกาสได้เข้ามาทำงานรับใช้ประชาชนและจะมุ่งมั่นทำงานให้ดีที่สุด ตามที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน จะเข้ามาแก้ปัญหาโดยเฉพาะเรื่องปากท้อง ซึ่งดิฉันไม่เคยลืมว่าเรื่องนี้ต้องมาเป็นอันดับแรก จะทำด้วยมุ่งมั่นและหัวใจของผู้หญิงคนนี้ไม่ให้ผิดหวัง สายตาที่เมตตาของประชาชนตลอด 40 วันเป็นวันสำคัญของผู้หญิงคนนี้ เป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตที่ได้รับเกียรติมอบหมายให้เข้ามา ทำงานและขอขอบคุณอีกครั้งจากใจยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและพรรคเพื่อไทย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่พูดจบได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้องจากกองเชียร์คนเสื้อแดง ก่อนจะแยกย้ายเดินทางกลับ

เอเอฟพีชูยิ่งลักษณ์นายกฯหญิง

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. สำนักข่าวเอพีของสหรัฐอเมริการายงานว่า ประเทศไทยจัดการเลือกตั้งครั้งสำคัญในวันนี้ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังเกิดการรัฐประหารโดยกองทัพเมื่อปี 2549 และเป็นการเลือกตั้งที่คนไทยทั้งประเทศคาดหวังว่าจะนำไปสู่การยุติความแตก แยกและความวุ่นวายทั้งหมดในบ้านเมือง แต่คงจะเป็นไปได้ยากเนื่องจากผลการเลือกตั้งมีแนวโน้มจะทำให้เกิดความแตกแยก ของสองขั้วการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพรรคประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะบานปลายและหยั่งรากลึกลงกว่าเดิม หากผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่จำนวน 500 ที่นั่งครั้งนี้ไม่เป็นที่ยอมรับจากฝ่ายต่างๆ รวมถึงกองทัพ ประเทศไทย อาจจะต้องเผชิญกับความวุ่นวายและเหตุนองเลือดครั้งใหม่ที่อาจเลวร้ายรุนแรง กว่าเหตุประท้วงกลางกรุงเทพฯ เมื่อปีที่แล้ว ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 90 ราย

เอพีวิเคราะห์ด้วยว่า ถึงแม้ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนของโพลหลายสำนักในเมืองไทย จะให้น้ำหนักกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าอาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะได้กลับมาครองอำนาจต่ออีกสมัย นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายคำถามที่ต้องรอคอยความชัดเจนกันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ว่ากองทัพไทย จะยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ได้หรือไม่ หากฝ่ายที่ชนะการเลือกตั้งเป็นกลุ่มการเมืองของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มีพี่ชายคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกกองทัพโค่นอำนาจ รวมถึงคำถามที่ว่า หลังการเลือกตั้ง จะมีกลุ่มพลังมวลชนเสื้อสีต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวตามท้องถนนจนสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของ ประเทศไทยที่เคยเป็น”ดินแดนแห่งรอยยิ้ม” ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกหรือไม่

เวลา 17.13 น. เอเอฟพีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อันดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย เตรียมตัวที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศแล้ว หลังผลสำรวจทุกสำนักชี้ว่า พรรคเพื่อไทยมีจำนวนผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย โดยสื่อต่างชาติสำนักนี้ ยังชี้ให้เห็นว่า ถึงแม้จะมีกระแสที่ยิ่งลักษณ์เปรียบเสมือน”โคลน”ของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ก็ยังได้รับเลือกอยู่ดี

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ผลเลือกตั้งล่าสุด เพื่อไทย 264 ปชป. 160 ภูมิใจไทย 34 ชาติไทยพัฒนา19 ชพน.7 “สุวิทย์” วืด!

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ศูนย์ประสานการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งส.ส.อย่างไม่เป็นทางการ ได้รายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งทั่วไปที่มีการนับคะแนนทั่วประเทศจากทั้ง หมด 94,216 หน่วย ณ เวลา 22.06 น.โดยปรากฎว่า ในแบบแบ่งเขตนับไปแล้วร้อยละ 98.87 แบบบัญชีรายชื่อนับไปแล้วร้อยละ 98.17  โดยมีพรรคการเมือง11 พรรคการเมืองที่คาดว่าจะได้ส.ส.ดังนี้  พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ส.ส.264 คนจากแบ่งเขต 204 คน บัญชีรายชื่อ 60 คน พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ส.ส. 160 คน จากแบ่งเขต 115 คน บัญชีรายชื่อ 45 คน พรรคภูมิใจไทย (ภท.)ได้ส.ส.34 คนจากแบ่งเขต 29 คน บัญชีรายชื่อ 5 คน  พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้ส.ส.19 คนจากแบ่งเขต 15 คน บัญชีรายชื่อ 4 คน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.) ได้ส.ส. 7 คนจากแบ่งเขต 5 คน บัญชีรายชื่อ 2  พรรคพลังชล (พช.)ได้ส.ส.7คนจากแบ่งเขต 6 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน รวม 7คน  พรรครักประเทศไทย (ร.ป.ท.) ได้ส.ส. 4 คนจากบัญชีรายชื่อ 4 คน  พรรคมาตุภูมิ (มภ) ได้ส.ส.2คนจากแบ่งเขต 1 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน  พรรคมหาชน (พมช.)ได้ส.ส. 1 คนจากบัญชีรายชื่อ 1 คน พรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธม.) ได้ส.ส.1คนจากบัญชีรายชื่อ 1 คน พรรครักษ์สันติ (รส.)ได้ส.ส.1คนจากบัญชีรายชื่อ 1 คน

 

ส่วนภาพรวมผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศอย่างไม่เป็นทางการมีจำนวน 47,020,579 คนมีผู้มาใช้สิทธิ 34,799,258 คน คิดเป็นร้อยละ 74.01   มีบัตรเสียแบ่งเป็นแบ่งเขต 2,000,677 บัตรคิดเป็นร้อยละ 5.75 บัญชีรายชื่อ 1,682,736 บัตร คิดเป็นร้อยละ 4.8  และจำนวนบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน แบบแบ่งเขต มี 1,405,037 บัตร หรือร้อยละ 4.04 แบบบัญชีรายชื่อ 954,895 บัตร หรือคิดเป็นร้อยละ 2.74

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

วิจัยชี้ผู้ป่วย’เบาหวาน’ทั่วโลกเพิ่มขึ้น2เท่า!

คณะ นักวิจัยมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน และฮาร์วาร์ด เผยผลการศึกษาลงในวารสารแลนเซตว่า จากการวิเคราะห์ปริมาณน้ำตาลในเลือดของคนอายุ 25 ปีขึ้นไปจำนวน 2.7 ล้านคนทั่วโลกเพื่อนำมาประเมินความชุกของเบาหวาน พบว่าจำนวนผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นจาก 153 ล้านคนในปี 2523 เป็น 347 ล้านคนในปี 2551 แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากน้ำตาลในเลือดสูงและเบาหวานราว 3 ล้านคนจากโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไต เส้นประสาทและตาเสียหาย

นัก วิจัยยังพบว่า สองปัจจัยหลักที่ทำให้ทั่วโลกมีคนเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้นคือ การมีอายุขัยยืนยาวขึ้นและมีน้ำหนักตัวมากขึ้นโดยเฉพาะในสตรี แนวโน้มนี้สวนทางกับการมีความดันโลหิตสูงและคอเลสเตอรอลสูงที่ลดลงในหลาย ภูมิภาค เบาหวานเป็นโรคที่ป้องกันและรักษายากกว่าความดันโลหิตสูงและคอเลสเตอรอลสูง

ด้าน นายมาจิด เอสซาติ หนึ่งในคณะวิจัยกล่าวว่า โรคเบาหวานกำลังกลายเป็นโรคที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ในโลก โดยในบรรดาประเทศที่พัฒนาแล้วสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยโรคเบาหวาน มากที่สุด คณะผู้วิจัยได้เรียกร้องให้มีวิธีการตรวจหาและการรักษาโรคเบาหวานที่ดีกว่า นี้เพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวนผู้ป่วยโรคดังกล่าว

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

รัฐบาลในฝัน

เหล็กใน
สมิงสามผลัด

หลังการเลือกตั้ง 3 ก.ค.เสร็จสิ้นลง อีกไม่กี่วันก็คงมีการประกาศผลคะแนนเสียงอย่างเป็นทางการ

โดยกกต.เป็นผู้รับรองผลการเลือกตั้งทั้ง 375 เขต และอีก 125 ปาร์ตี้ลิสต์

ฉะนั้น สิ่งที่คนไทยทุกคนจับจ้องอย่างไม่กะพริบตา

ก็คือการจัดตั้งรัฐบาล

สูตรการตั้งรัฐบาลจะออกมารูปแบบไหน

พรรคเพื่อไทยจะได้คะแนนเสียงเกิน 250

แล้วจับขั้วกับพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินจัดตั้งรัฐบาล

หรือเป็นพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังกอดคอกับพรรคภูมิใจไทยอย่างเหนียวแน่น

แล้วดึงพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินร่วมหอลงโรงได้สำเร็จ

จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง

จะได้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์เมืองไทย

หรือได้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกรัฐมนตรีหน้าเดิม

ดังนั้น ห้วงเวลานี้ถือว่าสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ

รัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะอยู่ในความคาดหวังของคนไทย “ส่วนใหญ่” หรือเปล่า

หรือจะเป็นรัฐบาลที่มาจาก “เสียงส่วนน้อย” แต่ใช้ “เทคนิคพิเศษ” หรือ “พลังที่เลี่ยงไม่ได้” หรือ “มือที่มองไม่เห็น”

เป็นเครื่องมือก้าวขึ้นสู่อำนาจอีกครั้ง!?

เราจะได้รัฐบาลที่คิดแก้ไข ไม่คิดแก้แค้น

หรือรัฐบาลที่ย่ำอยู่บนความแตกแยก ไม่ยอมก้าวข้ามความขัดแย้ง

สิ่งสำคัญที่ประชาชนคาดหวังไว้เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว

คดีความการสลายม็อบแดง 91 ศพจะยังอืดอาดล่าช้าอยู่เหมือนเดิม

หรือว่าคดีความจะคืบหน้าจนสามารถดำเนินคดีกับคนสั่งฆ่าประชาชนได้ในที่สุด

ปัญหาต่างๆ ในอดีต

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาข้าวยากหมากแพง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำท่วมซ้ำซาก

ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดหนักหน่วง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น

จะได้รับการแก้ไขให้ลุล่วงหรือเปล่า!?

เราจะได้รัฐบาลที่มีความสามารถในการบริหารที่แท้จริง หรือเป็นรัฐบาลที่ถนัดแต่ประชาสัมพันธ์

แต่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลแบบไหน

สิ่งที่คนไทยอยากเห็นที่สุดคือการสมานฉันท์

ถ้าจุดเริ่มต้นของรัฐบาลได้มาด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เป็นไปตามกฎกติกามารยาท และเป็นที่ยอมรับแล้ว

ความปรองดองไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินฝันเลย

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด