Category Archives: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

อังกฤษผงะ9ขวบร่วมปล้นเผา


เด็กร่วมปล้น -สภาพความวุ่นวายในเมืองแมนเชสเตอร์ของอังกฤษ ร้านมิสเซลฟริดจ์ถูกปล้นเผา และมีเด็กบุกเข้าไปขโมยของจากซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนที่เมืองเบอร์มิงแฮม พ่อของ ด.ช.ฮารูน จาฮาน(ภาพเล็ก) โชว์รูปลูกซึ่งเสียชีวิตในเหตุการณ์ ตามข่าว เมื่อ 10 ส.ค. (เดลี่เมล์)

เมื่อ 10 ส.ค. เอเอฟพีรายงานว่า เหตุจลาจลในประเทศอังกฤษยังคงดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยการบุกปล้นร้านค้าของกลุ่มผู้ปล้นสะดม กระจายตัวไปทั่วเขตเวสต์มิดแลนด์ หรือแถบภาคกลางค่อนไปทางตะวันตก รวมทั้งที่เมืองแมนเชสเตอร์ ทางเหนือ พบว่า แม้แต่เด็ก 9 ขวบก็ร่วมด้วย ส่วนสถานการณ์กรุงลอนดอนตลอดคืนวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา มีน้อยมากเนื่องจากทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยกำลังตำรวจที่นายกรัฐมนตรีสั่ง เพิ่มเป็น 16,000 นาย

เมืองอื่นๆ ที่ยังคงเกิดเหตุปล้นเผา ได้แก่ วูล์ฟแฮมป์ตัน เวสต์บรอมวิช ซัลฟอร์ด น็อตติงแฮม ลิเวอร์พูล และเลสเตอร์ โดยสถานีตำรวจในน็อตติงแฮมถูกเผา และร้านขายเสื้อผ้า “พริตตี้กรีน” ของเลียม กัลลาเกอร์ นักร้องชื่อดังแห่งวงโอเอซิส ถูกพังประตูและโดนปล้นสินค้าไปจำนวนหนึ่ง

ในเมืองเบอร์มิงแฮม ชาวเอเชียใต้ 3 คนที่พยายามคุ้มกันชุมชนถูกม็อบปิดบังหน้าขับรถชนจนเสียชีวิต มีเหยื่อเป็นเด็กด้วย 1 ราย ชื่อด.ช.ฮารูน จาฮาน พ่อของเด็กกล่าวว่า ลูกออกไปกับเพื่อนๆ เพื่อปกป้องชุมชนมุสลิมจากม็อบ ด้านตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นชายผิวขาวอายุ 32 ปี และตั้งข้อหาฆาตกรรมแก่ชายคนดังกล่าวแล้ว

สำหรับตัวเลขการจับกุมผู้ ก่อความไม่สงบนับตั้งแต่ 6 ส.ค. เป็นต้นมาอยู่ที่ 768 คน ถูกตั้งข้อหาหนักทั้งสิ้น 167 คน โดยพบว่า การส่งข้อความผ่านอุปกรณ์สื่อสารในกลุ่มวัยรุ่น เช่น เอสเอ็มเอสทางมือถือ และทางแบล็กเบอร์รี่ ให้ไปปล้นของตามร้านต่างๆ เป็นตัวกระตุ้นพฤติกรรมให้ลุกลาม

ส่วนที่เขตเอ็นฟิลด์ ทางเหนือของกรุงลอนดอน พบว่ามีชาวชุมชนราว 200 คน ออกลาดตระเวนตามท้องถนน เพื่อคุ้มกันชุมชนของตนเอง โดยทั้งหมดวิ่งไปตามท้องถนนพร้อมกับตะโกนคำว่า “อังกฤษ อังกฤษ” ไปตลอดทาง ด้านชุมชนชาวซิกข์ ซึ่งบางคนแต่งกายในชุดพื้นเมืองรวมตัวหน้า คุรุดวารา วัดของชาวซิกข์ ในเขตเซาธอลล์ ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน เพื่อปกป้องวัดและชุมชน หลังจากมีข่าวลือว่าจะเป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อจลาจล

อังกฤษช็อกซ้ำ ภาพแก๊งโจ๋รุมปล้นหนุ่มมาเลย์ช่วงจลาจล นายกฯอดสู ชี้สังคมป่วยหนัก

 วันที่ 11 ส.ค.  เอพีรายงานว่า คลิปวิดีโอบันทึกภาพชายหนุ่มมาเลเซีย อายุ 20 ปี ทราบชื่อภายหลังว่า โมฮัมหมัด อาซีราฟ ฮาซีก ถูกกลุ่มวัยรุ่นปล้น-เผาเมืองในอังกฤษรุมทำร้ายนั้น เผยแพร่ไปทั่วสื่อต่างๆ แล้ว สะท้อนถึงสถานการณ์อันเลวร้ายในช่วงจลาจลของอังกฤษ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน กล่าวว่า เป็นสัญญาณที่น่าอัปยศอดสูของสังคม
 สำหรับเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในย่านอีสต์บาร์กกิ้ง หนุ่มมาเลย์ขี่ จักรยานอยู่กับเพื่อนในช่วงพักระหว่างเทศกาลรอมฎอน จู่ๆ ถูกกลุ่มวัยรุ่นบุกเข้ารุมทำร้าย กระชากจักรยาน และโทรศัพท์มือถือไป ก่อนชกหนุ่มรายนี้จนเลือดกบปาก ต่อมามีผู้หญิงที่เป็นคนแถวนั้นช่วยเหยื่อไว้และนำส่งโรงพยาบาล พบว่า ชายหนุ่มกรามหัก จนพูดยังไม่ได้ แต่ยังมีกำลังใจดี บอกว่าจะอยู่เรียนที่อังกฤษต่อไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าว นายกฯ คาเมรอนกล่าวว่า “สังคมตอนนี้ไม่ได้แค่หยาบกระด้าง แต่กำลังป่วยหนักเอามากๆ เมื่อเราเห็นเด็กอายุ 12-13 เข้าไปปล้นสิ่งของแล้วหัวเราะกัน หรือเห็นภาพน่าอดสูที่หนุ่มผู้บาดเจ็บถูกรุมด้วยคนที่เสแสร้งว่าจะช่วย แต่กลับปล้นทรัพย์สมบัติเขา นี่ชัดเจนว่า เกิดความเลวร้ายขึ้นในสังคมของเราแล้ว”

Copyright 2011, The Associated Press

 นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศด้วยว่า จะเริ่มใช้ยุทธวิธีตอบโต้กับกลุ่มผู้ก่อจลาจล และพร้อมใช้ทุกวิถีทางเพื่อฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยกลับคืนสู่ประเทศ โดยภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ ฝ่ายเจ้าหน้าหน้าที่ใช้รถฉีดน้ำสลายผู้ก่อจลาจลได้
 ด้านเดลี่เมล์ของอังกฤษ แจ้งว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และฉวยโอกาสที่สถานการณ์ยังสับสนออกปล้นร้านค้าอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ตำรวจพบว่าผู้กระทำความผิดบางรายมีอายุเพียง 9-11 ปีเท่านั้น เช่น ที่เมืองแมนเชสเตอร์กลุ่มวัยรุ่นบุกปล้นสินค้าภายในซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งเหล้า เบียร์ บุหรี่ ส่วนที่เมืองเบอร์มิงแฮม มีรายงานม็อบวัยรุ่นฮือปล้นร้านจำหน่ายชุดโฮมเธียเตอร์ และมีเหยื่อ 3 รายถูกกลุ่มอันธพาลขับรถพุ่งชนเสียชีวิต
 อ่านข่าวประกอบที่มาเหตุจลาจลเผาเมืองอังกฤษ ม็อบผู้ดีเผาลามอีก 4 เมือง งด”บอล”ระนาว เร่งดูแลคนไทย

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

เซอร์ไพรส์

คอลัมน์ เหล็กใน
มันฯ มือเสือ

หาก ใครติดตามข่าวโผรัฐมนตรี “ยิ่งลักษณ์ 1″ ตั้งแต่ช่วงหลังเลือกตั้งใหม่ๆ เรื่อยมา กระทั่งมีการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เมื่อวันอังคาร

จะเห็นว่ารายชื่อตัวเก็งทั้งในส่วนที่เป็น “คนใน” และ “คนนอก” พรรคเพื่อไทย มีการเปลี่ยนแปลงชนิดรายชั่วโมงในแต่ละวัน แสดงให้เห็นถึงการต่อรองกันดุเดือด

บางคนมีชื่อมาตลอดว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีแต่ก็หลุดวงโคจรไปในนาทีสุดท้าย

ในจำนวนนี้คนในก็อย่างเช่น นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคที่หลายสำนักข่าวฟันธงแต่แรก ว่าไม่น่าพลาดเก้าอี้รมว.แรงงาน

เพราะ จากคุณสมบัติและประวัติการทำงานที่เคยเป็นถึงปลัดกระทรวงนี้มาก่อน จึงเหมาะสมด้วยประการ ทั้งปวง การที่ชื่อหลุดไปจึงพลิกความคาดหมาย

หรือ อย่าง นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ผู้บริหารใหญ่แบงก์ไทยพาณิชย์ ที่ตอนแรกค่อนข้างแน่นอนว่าคือคนนอกที่จะมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจในตำแหน่ง รองนายกฯ ไม่ก็รมว.คลัง

แต่ 2-3 วันก่อนสรุปโผ ปรากฏว่าชื่อหลุดหายไป ท่ามกลางกระแสข่าวว่าตกลงเงื่อนไขบางประการ กับคนที่อยู่ต่างประเทศไม่ได้

พร้อมกับปรากฏชื่อ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กับนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เข้ามาแทน

กระทรวงกลาโหมเป็นอีกกระทรวงหนึ่งที่มีการ “โยนหินถามทาง” มากที่สุด ถึงขนาดข่าวนายกฯหญิง จะนั่งควบเก้าอี้นี้เอง ยังเคยมีมาแล้ว

แต่สุดท้ายหวยก็มาออกที่ “บิ๊กอ๊อด”พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา

อีกตำแหน่งที่ประชาชนเฝ้าลุ้น คือ รมว.การต่างประเทศ เนื่องจากมีทั้งงานหลวง-งานราษฎร์สำคัญรออยู่คือ

การ กระชับความสัมพันธ์กับนานาประเทศที่หมางเมินกันไปในช่วง 2-3 ปีหลัง กับการอำนวยความสะดวกให้บางคนที่อยู่ต่างประเทศ จนกว่าจะได้รับความช่วยเหลือกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน

ซึ่งเป็นภารกิจทั้งยาวทั้งใหญ่ของรัฐบาลเพื่อไทย

กระทรวงนี้ตอนแรกมีชื่ออดีตทูต วิกรม คุ้ม ไพโรจน์ ต่อมาก็มีชื่อท่านทูต จุลพงษ์ โนนศรีชัย

แต่ไม่รู้ถอดเข้าถอดออกอย่างไร สุดท้ายถึงมาลงเอยที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

กรณีนายสุรพงษ์ จึงถือเป็นเซอร์ไพรส์ประจำ ครม.ชุดนี้

เซอร์ไพรส์พอกับการไม่มีชื่อแกนนำนปช.ได้เป็นรัฐมนตรีแม้แต่คนเดียว

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

พลาดไม่ได้ แม้แต่ก้าวเดียว

เป็นอันเรียบร้อยโรงเรียนเพื่อไทย

หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดประวัติศาสตร์วันที่ 5 สิงหาคม

โหวตขานชื่อเรียงตัวส่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 28 และนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

ผลคะแนนเห็นชอบ 296 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 และงดออกเสียง 197

ในส่วน 296 เสียงเห็นชอบ เมื่อหักลบเสียงของประธานสภา 1 รองประ ธานสภา 2 และน.ส.ยิ่งลักษณ์อีก 1 ที่งดออกเสียงตามมารยาท

เท่า กับพรรคแกนนำ กับอีก 4 พรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พลังชล และประชาธิปไตยใหม่ โหวตให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แบบเต็มสตรีม ไม่หายหกตกหล่นแม้แต่เสียงเดียว

หลัง ประธานสั่งปิดประชุม สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนฯ ได้เดินเรื่องให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา นำชื่อนายกฯ ที่ได้รับการโหวตเห็นชอบจากสมาชิกด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง 251 เสียง ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทันทีช่วงบ่าย

พร้อมกันนั้นทางพรรคเพื่อไทยได้จัด เตรียมสถานที่สำหรับพิธีรับพระบรมราชโองการ ไว้ที่บริเวณ ชั้น 7 อาคาร โอเอไอ ซึ่งเป็นสถานที่ทำการพรรค

เป็นอันสิ้นสุดช่วงไฮไลต์กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจการบริหารประเทศ

ถ้า หากย้อนหลังไปดูจากคำพูดของบางคนในฝั่งตรงข้าม ที่ปล่อยออกมาช่วงก่อนเลือกตั้ง ที่ว่า ถึงพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่ได้เป็นนายกฯ

ก็ต้องถือว่ากระบวนการเปลี่ยน ผ่านอำนาจจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ มาสู่มือรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็น นายกฯ

ราบรื่นไร้อุปสรรคต่างจากที่ใครหลายคนเคยหวาดระแวง

เริ่ม ตั้งแต่การประกาศรับรองส.ส.ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. ที่บรรยา กาศขลุกขลักในตอนแรก แต่ในที่สุดก็ยอมปล่อยเข้าสภาครบ 500 คน

โดยมี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ตั๋วเข้าสภาใบสุดท้าย พร้อมสถิติใหม่กกต. คือไม่มีการแจกใบแดงแม้แต่ใบเดียว

ส่งผลให้สามารถเปิดประชุมสภาได้ตามกำหนดวันที่ 1 สิงหาคม

ซึ่ง เป็นจังหวะเดียวกับที่พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ประกาศถอนตัวจากแคนดิเดตประธานสภา ทำให้”ขุนค้อน”สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้รับเลือกเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ

พร้อมกับนายเจริญ จรรย์โกมล และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ได้รับเลือกเป็นรองประธานสภา คนที่ 1 และ 2 แบบไร้คู่แข่งม้วนเดียวจบ

อย่าง ไรก็ตาม ถ้าพลิกดูปฏิทินที่พรรคเพื่อไทยล็อกวันไว้ก่อนหน้า วันอังคารที่ 2 สิงหาคม ประชุมสภาผู้แทนฯ เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภา และประชุมโหวตเลือกน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ ในปลายสัปดาห์เดียวกัน

จากนั้นจะเป็นเขย่า”โผรัฐมนตรี”รอบสุดท้าย

ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งลงมา คณะรัฐมนตรีต้องเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

พรรค เพื่อไทยคาดว่าขั้นตอนทุกอย่างจะเสร็จสิ้น ก่อนถึงวันสำคัญของประเทศ 12 สิงหาคม จากนั้นคณะรัฐบาลต้องจัดทำนโยบายเพื่อแถลงต่อรัฐสภาเสียก่อน กระบวนการเข้าสู่อำนาจการบริหารประเทศถึงจะสมบูรณ์

แต่ก่อนไปถึงจุด นั้น สิ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากสังคมเวลานี้ คือการลุ้นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี ว่าจะออกมาในนามของการตอบสนองการทำงานเพื่อประเทศชาติ สร้างความอยู่ดีกินดีให้กับประชาชนตามที่เคยหาเสียงไว้

หรือเพียงมุ่งตอบสนองอำนาจและผลประโยชน์ในหมู่เครือญาติ พวกพ้องนักการเมืองด้วยกันเอง

รวมถึงเป็นการกรุยทางไว้รอใครบางคนเดินทางกลับประเทศ โดยไม่ต้องรับโทษจากสิ่งที่เคยก่อเอาไว้เมื่อครั้งยังอยู่ในอำนาจ

เหมือนอย่างที่ฝ่ายค้านตั้งฉายาให้รัฐบาลล่วงหน้าว่า”แฟมิลี่ คาบิเนต”

จากผลสำรวจเอแบคโพล จัดลำดับความคาดหวังของประชา ชนต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ส่วนใหญ่ต้องการให้ทำให้ได้ตามที่พูดหาเสียงไว้

รอง ลงมา คือการเร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพ ปัญหาปากท้อง เพิ่มรายได้ประชาชน ช่วยเหลือเกษตรกร ฯลฯ และขอให้แสดงความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด ควบคุมความวุ่นวายต่างๆ ได้มากกว่านี้

ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าโฉมหน้ารัฐมนตรีทั้ง 35 คนที่ใกล้คลอด ออกมาในอีกไม่กี่อึดใจ คือ ก้าวแรกในการพิสูจน์ความเป็นผู้นำของนายกฯยิ่งลักษณ์

ว่าเข้ามา ทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ตามที่ประชาชนตั้งความหวังเอาไว้ หรือเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาให้กับญาติพี่น้อง ตลอดจนบุคคลบางกลุ่มบางพวก

โดยเฉพาะประเด็นการนิรโทษกรรมให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าคือเบื้องหลังในการเข้าสู่อำนาจการเมืองของยิ่งลักษณ์

สำนัก ข่าวรอยเตอร์อ้างนักวิเคราะห์การเมืองไทยจำนวนมาก เชื่อว่าฝ่ายตรงข้าม”ทักษิณ” กำลังรอคอยให้รัฐบาลชุดใหม่ทำสิ่งผิดพลาด เพื่อ นำไปสู่เงื่อนไขในการแทรกแซงการ เมืองอีกครั้ง

ทั้งยังอ้างคำกล่าวนายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ระบุ

ชัยชนะของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็น ชัยชนะเด็ดขาดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งไทย การกีดขวางในทันทีทันใดจึงไม่น่าจะเป็นไปได้

การเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะเกิดขึ้นเพื่อต่อต้านรัฐบาลต้องถูกคิดคำนวณอย่างถ้วนถี่

ฝ่าย ตรงข้ามต้องรอคอยให้รัฐบาลชุดนี้ทำสิ่งที่ผิดพลาด และต้องมีเหตุผลอันชอบธรรมมารองรับการเคลื่อนไหว ไม่เช่นนั้นผลที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นภาวะจลาจลวุ่นวาย

เหล่านี้คือรหัสเตือนภัยว่า

ถึง เส้นทางสู่เก้าอี้นายกฯ คนที่ 28 และนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย จะเป็นห้วง ระยะเวลาสั้นๆ ที่ค่อนข้างราบรื่น ปราศจาก การแทรกแซงของพลังอำนาจพิเศษใดๆ

แต่จากนี้ไป”ยิ่งลักษณ์”จะพลาดไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ซีเรียเมินยูเอ็นประณาม-ฆ่าม็อบเพิ่ม


ไม่รู้สึก – รถถังซีเรียลาดตระเวนไปทั่วเมืองฮามา หลังปราบปรามผู้ชุมนุมเสียชีวิตเกิน 150 รายในช่วง 3 วันที่ผ่านมา จนถูกยูเอ็นออกแถลงการณ์ประณามแล้ว แต่กลับยังไม่ยุติการใช้กำลัง เมื่อ 4 ส.ค. (เอพี)

เอพีรายงานวันที่ 4 ส.ค. ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอชซี ออกแถลงการณ์ประณามซีเรียแล้ว หลังจากปล่อยให้เหตุการณ์สังหารประชาชนยืดเยื้อยาวนานมาหลายเดือน เพราะตกลงกันไม่ได้ว่าจะแก้ไขหรือยับยั้งความรุนแรงในซีเรียได้อย่างไร ในแถลงการณ์เรียกร้องให้ประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด ผู้นำซีเรีย ยุติความรุนแรงทั้งหมดและใช้กระบวนการทางการเมืองเข้ามาจัดการบ้านเมือง คืนเสรีภาพและสันติภาพให้แก่ประชาชน

อย่างไรก็ตาม เอเอฟพีรายงานว่า ซีเรียยังคงใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงอย่างต่อเนื่องในเมืองฮามา พบศพผู้เสียชีวิตอีก 30 ราย จากการที่ทหารบุกกวาดล้างศูนย์กลางการชุมนุม โดยแหล่งข่าวระบุว่า มีการใช้ระเบิด และพยานในพื้นที่กล่าวว่า มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากตามโรงพยาบาล ส่วนศพผู้ประท้วงถูกฝังอยู่ตามสวนสาธารณะ รถถังยังคงลาดตระเวนไปทั่วเมือง โดยเฉพาะที่จัตุรัสอัสซี บรรยากาศตึงเครียด ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ในเมืองถูกตัดหมด อาหารกำลังขาดแคลน

สำหรับความเคลื่อนไหวของคณะมนตรีความมั่นคง ฝ่ายรัสเซีย จีน อินเดีย บราซิล และแอฟริกาใต้ยอมลงนามด้วย หลังสหรัฐและกลุ่มยุโรปเขียนถ้อยแถลงที่ลดความแข็งกร้าวลง โดยฝ่ายรัสเซียและจีนคัดค้านการออกแถลงการณ์ในทีแรกเพราะเห็นว่าไม่ได้ส่ง เสริมให้เกิดการเจรจา ไม่ได้ทำให้ประธานาธิบดีอัสซาดยอมปฏิรูปและยุติความรุนแรง และเกรงว่าจะถูกใช้เป็นข้ออ้างในการส่งทหารเข้าแทรกแซงแบบลิเบีย ซึ่งอ้างว่าเพื่อปกป้องประชาชน แต่ตลอด 5 เดือนกลับเป็นการโจมตีฝ่ายของพ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ซึ่งไม่ถูกวัตถุประสงค์

การ ปราบปรามประชาชนครั้งหลังสุดในซีเรียเกิดขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มสิทธิมนุษยชนประเมินว�า ตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. มีพลเรือนถูกสังหารทั้งสิ้น 1,700 ราย

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

จตุพรจี้คดี มาร์ค-เทือก13ศพ

ฐานสั่งการปราบแดง ดีเอสไอชี้แล้วแต่ดองไว้ ท้าสุเทพสาบานเผาห้าง


รายงานตัว - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เข้ารายงานตัวที่รัฐสภา พร้อมทั้งจี้เอาผิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้สั่งการสลายม็อบ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ เมื่อวันที่ 4 ส.ค.

“จตุ พร”รายงานตัวสภา ท้า”เทพเทือก” ออกจากรูแล้วขึ้นฮ.คนละลำ สาบานใครเผาเซ็นทรัลเวิลด์ขอให้ฮ.ตก ชี้ทั้งมาร์ค-เทือกต้องรับโทษประหาร คดีบงการฆ่า 13 ศพ เหตุการณ์ 19 พ.ค. ซึ่งดีเอสไอสรุปสำนวนแล้ว แต่ไม่ยอมส่งอัยการและศาล เหมือนคดีของคนเสื้อแดง ย้ำไม่ได้เรียกร้องใดๆ เพียงแต่บังคับใช้กฎหมายให้เท่าเทียมกันก็พอ ยันคนเสื้อแดงไม่เคยต่อรองตำแหน่งรมต. ได้ไม่ได้แล้วแต่พรรคแต่ไม่ใช่มาวิจารณ์ว่าไม่ได้เพราะเป็นเสื้อแดง

เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 4 ส.ค. ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. เข้ารายงานตัวส.ส. ใหม่ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีแกนนำคนเสื้อแดงและส.ส.เพื่อไทยจำนวนมากร่วมให้กำลังใจ

นายจตุ พรกล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งรมต. ให้คนเสื้อแดงว่า ยังไม่ได้คุยกัน เพราะได้ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าให้เป็นเรื่องของพรรค ส่วนจะได้เป็นหรือไม่นั้น เป็นเรื่องเล็ก เพราะไม่รู้ว่าจะทำหน้าที่ส.ส.ได้กี่วัน ซึ่งไม่มีความหมายอยู่แล้ว แต่อย่าให้เหตุผลว่าเพราะเป็นคนเสื้อแดงจึงเป็นไม่ได้ ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีสิทธิ์มาวิพากษ์วิจารณ์เพราะนำนายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาร่วมชุมนุมยึดสนามบินกับกลุ่มพันธมิตรมาเป็นรมว.ต่าง ประเทศ ยืนยันว่าถ้ามีทางสามแพร่งให้เลือกตำแหน่งเดียว ระหว่าง ส.ส. รมต. และคนเสื้อแดง ตนขอเลือกคนเสื้อแดง

“ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ปากกับใจตรงกัน ไม่เคยมีเงื่อนไขต่อรองตำแหน่งรมต.จากพรรค อีกทั้งพวกผมก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้พ.ต.ท. ทักษิณและคุณหญิงพจมานเกิดความขัดแย้งกัน แต่เป็นกระแสข่าวยุแยงให้เกิดความแตกแยกระหว่างกันมากกว่า หากคิดว่าภาพลักษณ์คนเสื้อแดงจะทำให้ภาพรัฐบาลดูไม่สวยงาม แล้วจะนำคนเสื้อแดงมาลงเลือกตั้งทำไม พรรคไม่ควรพูดอย่างนี้ การจะเอาใครมาเป็นรมต.ไม่เป็นปัญหา พวกผมจะไปไหนได้ก็อยู่กับเพื่อไทย ส่วนหน้าตารมต.จะดีหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่คนเสื้อแดง แต่อยู่ที่ทำหน้าที่โดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ซื่อสัตย์ต่อประชาชน และการบริหารประเทศ ไม่ใช่หน้าตาดีแต่ทรยศ แม้กระทั่งคนรอบข้างพ.ต.ท.ทักษิณทรยศกันถึงวันสุดท้าย จึงอยากเตือนสติทุกฝ่ายในการก้าวต่อไปข้างหน้า” นายจตุพรกล่าว

นาย จตุพร กล่าวอีกว่า กระบวนการยุติ ธรรมในประเทศจะต้องมีความเท่าเทียม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องได้รับโทษประหารคดีบ่งการฆ่าทั้ง 13 ศพ ในเหตุการณ์ 19 พ.ค.2553 ซึ่งขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำสำนวนเสร็จแล้ว จะส่งเรื่องไปยังอัยการและศาลเพื่อพิจารณาคดีต่อไป

ผู้ สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะผู้ใหญ่ในพรรคเริ่มประนีประนอมกับอำนาจเดิมหรือไม่ จึงไม่ให้คนเสื้อแดงได้ตำแหน่ง นายจตุพร กล่าวว่า ไม่ทราบว่าใครไปประนีประนอมกับใคร แต่ 15 ล้าน 7 แสนเสียงเป็นอำนาจของประชาชน เมื่อชนะเลือกตั้งควรฟังประชาชน ไม่ใช่อำนาจพิเศษ แต่ต้องรักษาหัวใจมิตรไว้เป็นสำคัญ เพราะผู้ที่คอยเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับพรรคคือคนเสื้อแดงและประชาชน ตนไม่ต้องการให้บรรยากาศการเมืองดุเดือดเลือดพล่าน เพียงแต่เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง พวกตนคือพวกถูกกระทำ ฆาตกรยังเริงร่า มาชี้หน้าใส่ร้ายยัดเยียดเผาบ้านเผาเมือง ทั้งที่ฆาตกรมันทั้งฆ่าและเผา นี่คือความเจ็บปวดที่พวกตนมีสิทธิ์เรียกร้อง และกรณีคนเสียชีวิต 91 ศพ ควรได้รับความยุติธรรม รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบอีกจำนวนมาก

“หัวใจเป็นเรื่องใหญ่ ตำแหน่งหน้าที่เป็นเรื่องเล็กและเป็นมายา ความจริง ความซื่อสัตย์ต่อประชาชน นั่นคือนิจนิรันดร์” นายจตุพร กล่าว

เมื่อ ถามว่าการคืนความเป็นธรรมให้คนเสื้อแดง นอกจากมาตรการจากคอป.แล้วจะเสนอแนะแนวทางอื่นหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า กฎหมายมีอยู่แล้ว ดีเอสไอสรุป 13 ศพ ว่าความตายไม่ว่า 6 ศพวัดปทุมวนาราม หรือนักข่าวญี่ปุ่น เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่รัฐ สำนวนนี้ต้องส่งอัยการ และศาล นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพจะได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คดีใช้และบ่งการฆ่า 13 ศพ ที่เหลือกี่ศพก็ทำต่อไปให้ครบ ไม่มีใครละเว้นกฎหมายได้ รัฐบาลนี้ก็ละเว้นใครไม่ได้ เพียงแต่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายตรงไปตรงมา อย่าได้ปฏิบัติเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะคดีตนและพวก ดีเอสไอส่งอัยการและส่งฟ้องศาลเลย แต่คดีเดียวกันที่เป็นพวกรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ทำไมไม่ส่งอัยการ เพื่อส่งศาล ตามกระบวนการยุติธรรมปกติ พวกตนไม่ได้เรียกร้องอะไรเพิ่ม ให้ใช้กฎหมายที่มีอยู่ที่เคยปฏิบัติต่อตน ปฏิบัติต่อนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพอย่างเท่าเทียมกันเท่านั้นก็จบ นี่เป็นหน้าที่พลเมืองที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

นาย จตุพร กล่าวต่อว่า ตนขอย้ำว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นความงดงาม วันนี้ถ้ากระบวนการยุติธรรมมีความเท่าเทียม นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพจะต้องถูกดำเนินคดีบ่งการฆ่า ซึ่งดีเอสไอทำสำนวนเสร็จแล้ว 13 ศพ ที่ตนนำมาอภิปรายในสภา เรื่องจะต้องส่งไปอัยการ และศาล ต้องโทษประหารชีวิต 13 คดี แต่กลับพยายามมาแดกดันว่าที่พูดว่าขอแก้ไข ไม่แก้แค้นของว่าที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ หมายถึงการนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ จึง อยากให้นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเปลี่ยนคำถามใหม่ว่า ว่าที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์จะนิรโทษกรรมให้กับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพกับพวกจะดีกว่าหรือไม่ เพราะฉะนั้นการปรองดองไม่ใช่พวกตนต้องถูกดำเนินคดี ถูกย่ำยี ถูกฆ่า ถูกขัง ถูกใส่ร้ายฝ่ายเดียว ตนโชคร้ายอยู่ในเรือนจำไม่เช่นนั้นประชาธิปัตย์จะมาเล่นประเด็นเรื่องเผา บ้านเผาเมืองไม่ได้เลย

“ชีวิตผมอยู่ในคุกสบายดี แต่ชีวิตในรูนาย สุเทพเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าวันนี้ว่างๆ ออกจากรูได้ก็ไปวัดพระแก้ว จุดธูปสาบานใครเผาเซ็นทรัลเวิลด์ขอให้มีอันเป็นไป ขอให้พินาศย่อยยับ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจผมและนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คนที่นำข้อมูลมามอบให้คือชุดผจญเพลิงของห้างเซ็นทรัล เขาบากหน้ามาหาเพราะคนเสื้อแดงไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้ต้องหาเผาห้างหน้าตาละอ่อนอยู่ในเรือนจำ ถ้าเป็นจริงชุดผจญเพลิง 400 กว่าคน จะวิ่งหนีเด็ก 4 คนเป็นไปได้อย่างไร และข้อเท็จจริงนั้นฆาตกรที่ฆาตกรรม 91 ศพ กับคนเผาเซ็นทรัลฯ เป็นบุคคลคนๆ เดียวกัน เพราะฉะนั้นที่บอกว่าเผาบ้านเผาเมือง นายสุเทพกล้าไปสาบาน แล้วนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปแก่งกระจาน เลือกกันคนละลำกันก็ได้ สาปแช่งกันว่าใครเผาเซ็นทรัลเวิลด์ขอให้ฮ.ตก จะเอาไหม เลือกกันไปเลย เลือกกันคนละลำ” นายจตุพร กล่าว

ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวว่า วันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. นี้เวลา 14.00 น. ตนนัดหมายกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมกิจกรรมกันภายในศูนย์บริเวณชั้น 5 ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ครั้งนี้จะเป็นกิจกรรมเดี่ยวไมโครโฟน หัวข้อเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ อย่างขึ้นค่าแรง 300 บาท เชิญนางจิตรา คชเดช ต้นตำรับป้าย “ดีแต่พูด” ซึ่งเคยเป็นสาวโรงงานมาโชว์เดี่ยวไมโครโฟนครั้งแรกเรื่องนี้โดยเฉพาะ ส่วนอาทิตย์ต่อไปวันที่ 14 ส.ค. จะเป็นกิจกรรมวันแม่ โดยมีนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาน.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงตายในวัดปทุมวนาราม มาพูดถึงการเสียชีวิตของน้องเกด และอาทิตย์ที่ 21 ส.ค. จะนำสมาชิกไปจัดกิจกรรมกินข้าวแดงกันบริเวณท้องสนามหลวง หลังจากเปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้ว

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า นโยบายรัฐบาลกรณีขึ้นค่าแรง 300 บาทนั้น ตนเห็นด้วยและควรเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว และต้องให้เห็นผลภายใน 6 เดือน นอกจากนี้ควรสานต่อเรื่องบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค เพราะเป็นโครงการที่ดี อย่างไรก็ตามหลังจากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล เห็นได้ชัดว่าขณะนี้ประชาชนเริ่มจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น คนพร้อมลงทุนกับรัฐบาลนี้ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นขอให้เป็นเรื่องรอง ช่วงแรกนี้ขอให้รัฐบาลใหม่แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนก่อน

ที่ทำเนียบ รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิจารณ์รัฐบาลใหม่จะก้าวข้ามไม่พ้น เพราะนปช.ยังเคลื่อนไหวกดดันให้คนของตัวเองว่า ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย เมื่อถามว่าแต่มีการกดดันให้ปล่อยคนเสื้อแดงทุกคนจากเรือนจำ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายบริหาร เป็นเรื่องของฝ่ายตุลาการที่จะพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม เมื่อถามว่า คิดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะทัดทานกระแสคนเสื้อแดงได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เมื่อมาเป็นนายกฯ ต้องรักษาระบบ เมื่อเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายใดก็ต้องเป็นของฝ่ายนั้น

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา ประชุมโดยมีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว. ศรีสะเกษ เป็นประธาน และเชิญนายสมชาย หอมลออ กรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เข้าชี้แจง โดยมีส.ว.บางส่วนตั้งข้อสังเกตถึงผลการตรวจสอบและค้นหาความจริงที่อาจทำได้ ไม่ครบสมบรูณ์ และอาจไม่กล้ารายงานข้อเท็จจริงตามที่ได้รับ

พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี ส.ว.สรรหา กล่าวว่า คอป.จะตรวจสอบความรับผิดชอบถึงผู้สั่งการในเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 เหมือนกรณี 7 ต.ค. 2551 หรือไม่ เนื่องจากจนถึงวันนี้อดีตนายกฯ รองนายกฯ และอดีตผบ.ตร.ยังถูกดำเนินคดีอยู่ ตนไม่แน่ใจว่าคอป.จะกล้าเปิดเผยผลสอบทั้งหมดหรือไม่ ตนเชื่อว่าข้อมูลที่จะเปิดออกมาไม่ถึง 1 ใน 10 อย่างแน่นอน เพราะกลัวจะกระทบต่อหลายฝ่าย หากไม่เหมาะกับจังหวะและโอกาส ดังนั้นเรื่องเดียวที่จะปรองดองได้ คือ การชดเชย เยียวยาเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงฝากข้อคิดว่าการนิรโทษกรรมจะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง เพื่อสร้างความปรองดองได้หรือไม่ พิจารณาตั้งแต่บุกยึดสนามบินไล่มาจนถึงเหตุการณ์เม.ย.-พ.ค.2553

นาย สมชายชี้แจงว่า คอป.ยึดหลักโดยเน้นหาสาเหตุของความรุนแรงเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต การสอบเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 เป็นเรื่องของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง คือ คณะกรรมการป.ป.ช. แต่คอป.ไม่มีอำนาจตามกฎหมายขนาดนั้น ไม่มีผลว่าเสนอไปแล้วจะดำเนินคดีหรือไม่ อย่างไร และการทำงานก็ต่างจากตำรวจและดีเอสไอที่มุ่งจะเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่เรากำลังประมวลข้อเท็จจริงบางประการที่ได้รับมา เพื่อนำเสนอแนวทางต่อรัฐบาลโดยไม่เลือกว่าจะเป็นรัฐบาลเก่าหรือรัฐบาลใหม่

นาย สิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี โฆษกคณะกรรมการ แถลงต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมการได้ร่วมจัดทำข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง 6 ประการ ได้แก่ 1.รัฐบาลต้องเร่งค้นหาความจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะรับทราบอย่างตรงไปตรงมา และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย แม้จะยังไม่สามารถค้นหาผู้กระทำผิดได้ แต่ต้องสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อเป็นบทเรียน นำไปสู่การแก้ไขและป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม เร่งดำเนินการสอบสวนผู้ถูกจับกุม หากไม่พบความผิดต้องปล่อยตัวโดยเร็ว แต่ถ้ามีหลักฐานชัดเจนต้องเข้ากระบวนการยุติธรรม โดยทุกขั้นตอนต้องไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลเกินจำเป็น

2.เยียว ยาผู้ได้รับผลกระทบให้รวดเร็วทั่วถึงและเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ 3.ขอให้รัฐบาล ทบทวน ปรับปรุง กฎหมาย และพ.ร.บ. ข้อกำหนด ประกาศ เกี่ยวกับการตีตรวน และการปฏิบัติต่อผู้ต้องหา โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชน รวมถึงกรณีที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น การเสียชีวิตของนักข่าวต่างชาติ จะต้องโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม 4.องค์กรที่มีผลต่อสถานการณ์บ้านเมืองและกระทบต่อการสร้างความปรองดองของคน ในชาติ คือ กองทัพต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง แต่ต้องพร้อมเข้ามาช่วยแก้ไขในยามบ้านเมืองเกิดวิกฤต 5.ขอให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 6.นอกจากนี้ขอให้เปิดสื่อที่ถูกปิดกั้นเพื่อให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณในการ รับข่าวสารกันเอง

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

เดี๋ยวก็รู้

คอลัมน์ เหล็กใน
มันฯ มือเสือ

เป็นสัญญาณดีทางการเมือง หลังกกต.ประกาศรับรอง ส.ส.รอบ 4 จำนวน 94 คน

บวกกับที่รับรองไปก่อนหน้านี้แล้ว 3 รอบ 402 คน เท่ากับกกต.ประกาศรับรองส.ส.จากการเลือกตั้ง 3 ก.ค. ทั้งสิ้น 496 คน

ทะลุเกณฑ์ 95 เปอร์เซ็นต์ หรือ 475 คน สามารถเปิดสภาได้ตามกำหนดใน 30 วัน

อีก 4 คนที่ยังไม่รับรอง คือ เขต 2 ยะลา ที่ต้องรอนับคะแนนใหม่ กับอีก 2 คนที่ได้ใบเหลือง คือ เขต 2 หนองคาย กับเขต 3 สุโขทัย ต้องจัดเลือกตั้งใหม่

แต่ที่หลายคนคาใจ กกต. คือการไม่ประกาศรับรองนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ อันดับ 8 พรรคเพื่อไทย

ยิ่งฟังเหตุผลการสั่งแขวนยิ่งรู้สึกทะแม่ง

5 เสือกกต.มีมติ 3 ต่อ 2 ไม่รับรองนายจตุพร เพราะเห็นว่ายังมีปัญหาคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย กรณีไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. ว่าจะทำให้ขาดจากความเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่

จึงให้อนุกรรมการไต่สวนเพิ่มแล้วเสนอกลับมายังกกต.อีกครั้ง โดยไม่กำหนดเวลาว่าอนุกรรมการต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นเมื่อใด

ที่ บอกว่าทะแม่ง เนื่องจากโดยข้อเท็จจริง นายจตุพร ซึ่งถูกคุมตัวในเรือนจำ ไม่ได้ออกไป ใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. เพราะเป็นไปตาม คำสั่งศาล ซึ่งได้สั่งยกคำร้องทนายความที่ยื่น ขอประกันตัวนายจตุพร 1 วัน เพื่อออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ไม่ใช่นายจตุพร มีเจตนานอนหลับทับสิทธิ์ หรือจงใจทำให้ตัวเองขาดจากการเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งเป็นคุณ สมบัติสำคัญของผู้สมัครส.ส.

นอก จากนี้หลังคำสั่งศาล ทนายความก็ได้ทำเรื่องชี้แจงให้ กกต.ทราบแล้ว ว่านายจตุพร ไม่สามารถไปใช้สิทธิ์ได้เพราะเหตุใด เพื่อป้องกันการเสียสิทธิ์ต่างๆ ของนายจตุพรในภายหลัง

ซึ่งตามกฎหมายให้สิทธิ์ว่า สามารถยื่นแจ้งเหตุให้กกต. ทราบก่อนและหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน

ที่สำคัญการกักตัวนายจตุพรเอาไว้ ยังสอดคล้องกับกระแสข่าวที่มีมาตลอดตั้งแต่หลังเลือกตั้งว่า

มี “พลังพิเศษ” บางอย่างพยายามแทรกแซงกกต.

ไม่ต้องการให้นายจตุพร ได้ตราประทับผ่านการรับรองเป็นส.ส. เพราะจะทำให้มีเอกสิทธิ์คุ้มครองได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ

จริงหรือไม่จริง

ไม่เกินวันที่ 1 ส.ค.นี้ คงได้รู้กัน

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

เจอกลุ่ม”บ้านลึกลับ” ใกล้จุดฮ.ตก

กล้องดาวเทียม พบบนยอดเขา ปลูกสร้างถาวร โดดๆน่าพิศวง! ไม่ไกลที่ 2ลำตก


ลึกลับ – ภาพ ถ่ายดาวเทียม จุดที่ฮ.ฮิวอี้-แบล็กฮอว์กตกในเขตพม่าติดป่าแก่งกระจานของไทย เมื่อใช้กล้องดาวเทียมที่มีความละเอียดสูงตรวจสอบ พบสิ่งปลูกสร้างลึกลับอยู่ห่างจากจุดที่ฮ.ฮิวอี้ตกแค่ 500 เมตรเท่านั้น

เปิด ภาพถ่ายดาวเทียมจุด ฮ.ฮิวอี้-แบล็กฮอว์กตกบริเวณชายแดนไทย-พม่า ติดป่าแก่งกระจาน พบจุดน่าสงสัยมีสิ่งปลูกสร้างอยู่บนยอดเขาสูงนับพันเมตร ซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบ ห่างจากจุด ฮ.ฮิวอี้ตกแค่ 500 เมตร เป็นอาคารถาวรหลังคามุงกระเบื้อง สีส้ม 8-9 หลัง และการถางป่าเป็นที่โล่งวงใหญ่ใกล้กันอีก 2 จุด ตัดถนนเชื่อมต่อด้วย กมธ. ทหารวุฒิสภาเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุ ฮ.ทั้ง 3 ลำตก ด้านโฆษกทบ.อ้างผบ.ทบ.ไม่ได้ยัวะสื่อ แค่ต้องการให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริง ชาวบ้านนบพิตำจัดพิธีทำบุญรำลึกนายทหารเหยื่อแบล็กฮอว์ก หลังเคยช่วยเมื่อเหตุดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายผ่านดาวเทียม ซึ่งมีความละเอียดชัดเจนมาก เป็นภาพบริเวณพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จุดที่เฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้และแบล็กฮอว์กตก เป็นพื้นที่ของประเทศพม่าที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศไทย เมื่อกล้องดาวเทียมซูมเข้าไปดูในระยะใกล้พบสิ่งผิดปกติ 3 แห่ง

โดย จุดแรกเป็นพื้นที่ป่าไม้ถูกถางเป็นที่ว่าง อยู่บนสันเขาลูกเดียวกับจุดที่เฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ตก ไปทางทิศใต้ ห่างจากจุดที่เฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ตกประมาณ 500-600 เมตร บริเวณรอบของพื้นที่ว่างดังกล่าวได้ถูกล้อมรอบด้วยป่าไม้รกทึบ ซึ่งประชาชนหรือชาวบ้านทั่วไปยากที่จะเดินทางเข้าถึงได้ ภายในพื้นที่ว่างดังกล่าวพบเป็นสิ่งปลูกสร้างประมาณ 8-9 หลังคาเรือน ต่างจากบ้านพักของชนกลุ่มน้อยที่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะหลังคามุงใบจากหรือใบ หญ้า แต่ที่น่าสังเกตคือบ้านพักบางหลังมีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ดูมั่นคง มุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีส้ม ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะหากเป็นบ้านพักของชนกลุ่มน้อยจะต้องเป็นหลังคาที่ทำจากใบไม้หรือหญ้า เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จุดที่สองเป็นพื้นที่ว่างถูกตัดถางป่าไม้เป็นลักษณะวงกลมขนาดเล็กกว่าจุดแรก ห่างไปทางทิศตะวันตกประมาณ 200 เมตร เมื่อกล้องดาวเทียมซูมเข้าไปดูในระยะใกล้จะพบเป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่าเท่า นั้น ไม่มีสิ่งปลูกสร้างหรืออะไรที่ผิดปกติ โดยพื้นที่ว่างจุดแรกมาถึงจุดที่สองมีการสร้างถนนตัดผ่านและเชื่อมต่อกัน ส่วนจุดที่สามเป็นจุดที่น่าสังเกต เนื่องจากมีพื้นที่ป่าถูกโคนเป็นบริเวณกว้างมาก มีถนนตัดเชื่อมกับจุดที่สองไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไม่ถึง 100 เมตร จุดนี้อยู่บนสันเขาเดียวกันกับจุดแรกที่พบการสร้างสิ่งปลูกสร้าง

นอก จากนี้บริเวณจุดที่สามยังอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กตก รวมทั้งบริเวณทิศใต้ของพื้นที่ว่างจุดที่สามยังพบการตัดถนน 2 เส้นทาง โดยเส้นทางแรกจะเชื่อมต่อมายังจุดพื้นที่ว่างที่สอง และอีกเส้นทางจะถูกตัดเป็นถนนที่ใช้ลงจากภูเขา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากพิจารณาจากภาพผ่านดาวเทียมจะพบว่าพื้นที่รอบๆ ของจุดต้องสงสัยทั้ง 3 ไม่พบร่องรอยผู้คนอยู่อาศัยเลย ดังนั้น สิ่งปลูกสร้างซึ่งมาอยู่บนสันเขาป่าทึบ โดยมีความสูงไม่ต่ำกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล จึงเป็นเรื่องผิดปกติอย่างแน่นอน โดยภาพถ่ายดังกล่าวมีการเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) แต่มีความละเอียดของภาพน้อย เห็นแค่จุดขาวๆ 3 จุดบนสันเขาดังกล่าว แต่เมื่อดูผ่านกล้องดาวเทียมจริงที่มีความละเอียดของภาพสูง จะเห็นสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวอย่างชัดเจน

วันเดียวกัน พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ ส.ว.ชุมพร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา เปิดเผยว่า วันที่ 2 ส.ค.นี้ทาง กมธ.ทหาร วุฒิสภา จะเตรียมลงพื้นที่ เพื่อเยี่ยมนายทหารที่บริเวณหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ จ.กาญจนบุรี เพื่อสอบถามถึงข้อมูลและข้อเท็จจริง ภายหลังเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกตกที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานถึง 3 ลำติดต่อกัน เบื้องต้นได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้ว โดยจะนำเงินช่วยเหลือไปมอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้าน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีการมองว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แสดงอารมณ์ไม่พอใจสื่อมวลชนในการชี้แจงเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่เชื่อมโยงกับ การทุจริตจัดซื้ออาวุธยุทโธ ปกรณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีอารมณ์ในการชี้แจงข้อเท็จจริง แต่จะให้ความสำคัญกับประชาชนในเรื่องของข้อเท็จจริงต่างๆ ปกติ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนรับฟังข้อมูลข่าวสารจากทุกฝ่ายและในฐานะที่ ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าหน่วย ของกองทัพบก เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นที่อาจส่งผลเสียต่อกองทัพจึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจง เพื่อให้เกิดความถูกต้องและชัดเจน หากประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นเท็จอาจทำให้กองทัพได้รับความเสียหาย แม้บุคลิกของพล.อ.ประยุทธ์อาจดูเหมือนเป็นคนเด็ดเดี่ยวและเฉียบขาด แต่ทหารทุกคนรู้ว่า โดยพื้นฐานเป็นคนที่จิตใจโอบอ้อมอารี รับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา และเป็นห่วงลูกน้องทุกคนอย่างที่สุด

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ขณะนี้พล.อ. ประยุทธ์แสดงความเป็นห่วง 2 เรื่อง คือ 1.เรื่อง การรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความจริงต่างๆ ต่อประชาชน รวมทั้งเป็นห่วงต่อข้อคิดเห็น โดยเฉพาะที่มองว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมรับข้อมูลหรือข้อเท็จจริง แต่ความจริงพล.อ.ประยุทธ์ให้ความสำคัญเกี่ยวกับข้อเท็จจริงทั้งหมด และต้องการสื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลและข้อเท็จจริงด้วย เพราะห่วงว่าข่าวสารที่ออกมาอาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ซึ่งสื่อจะสังเกตได้ว่าพล.อ.ประยุทธ์พยายามตอบคำถามสื่อมวลชนทุกคำถาม 2.ตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์สั่งการไปยังหน่วยแพทย์ในสังกัดกองทัพบก และค่ายทหารต่างๆ ในพื้นที่ ให้ดูแลขวัญกำลังใจและสุขภาพของผู้บาดเจ็บ รวมถึงญาติผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก นอกจากนี้ต้องดูแลนักบินของ กองทัพบกและศูนย์การบิน เพื่อให้นักบินเกิดความมั่นใจว่าร่างกายของนักบินมีความพร้อมปฏิบัติภารกิจ ได้

จ.กาญจนบุรี เวลา 10.00 น. ที่วัดทุ่งลาดหญ้า ต.ลาดหญ้า อ.เมือง ญาติและกองกำลังพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์จำนวนมาก ร่วมกันทำบุญเลี้ยงพระ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับพล.ต. ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล.ร.9 กกล.สุรสีห์ และร.อ.เจตน์ สุดใจ รองผบ.ร้อยลาดตระเวนระยะไกล 9 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ แบล็กฮอว์กตก โดยจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 1 ส.ค.นี้ เวลา 16.00 น.

นอก จากนี้ ที่วัดเบญจพาด ต.พังตรุ อ.พนม ทวน ญาติและเพื่อนทหาร ร่วมกันจัดงานทำบุญเลี้ยงพระเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ส.ต.อิทธิศักดิ์ หิณะสุทธิ์ พนักงานวิทยุโทรเลข สังกัดร้อย. ลว.ไกล 9 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 30 ก.ค.นี้ เวลา 16.00 น.

ต่อมาเวลา 17.18 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) มีช่วงข่าวพิเศษที่ใช้ชื่อว่า “เทปจากแบล็กฮอว์ก งานสุดท้ายของ ศรวิชัย คงตันนิกุล” โดยมีการนำภาพถ่ายที่นายศรวิชัยบันทึกไว้ก่อนที่ แบล็กฮอว์กจะขึ้น จนถึงช่วงเวลาที่เฮลิคอปเตอร์ ตกลงมา ซึ่งช่วงแรกของรายการเป็นการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านกล้องวิดีโอ ที่นำกล้องวิดีโอของนายศรวิชัยที่บันทึกภาพไว้มาซ่อมแซม

สำหรับภาพ สุดท้ายที่นายศรวิชัยบันทึกไว้ เริ่มตั้งแต่เวลา 09.20 น. วันที่ 19 ก.ค. เป็นภาพพล.ต.ตะวันนั่งแถลงข่าวอยู่ในห้องประชุม เพื่อชี้แจงถึงการนำศพทหารที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ตกออกจาก ป่าแก่งกระจาน ซึ่งภาพกระตุกเป็นระยะๆ ก่อนจะตัดมาเป็นภาพเจ้าหน้าที่ป่าไม้กำลังรับฟังข่าวจากวิทยุสื่อสารภายใน ห้อง จากนั้นเวลา 10.15 น. พล.ต.ตะวันพูดคุยกับนายทหารที่เกี่ยวข้องถึงการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ เวลา 11.00 น. ทหารที่จะขึ้นไปปฏิบัติการรับแจ้งว่าอากาศปิด และเวลา 11.15 น. พล.ต.ตะวันกำลังพูดคุยกับนายทหารคนหนึ่งถึงการปฏิบัติการครั้งนี้

จาก นั้นตัดภาพเป็นบรรยากาศภายใน แบล็กฮอว์กขณะกำลังนำเครื่องขึ้นบิน ก่อนจะตัดภาพขณะที่แบล็กฮอว์กกำลังบินผ่านป่าและภูเขา โดยยังมีฝนตกลงมาเป็นระยะๆ จากนั้นแบล็กฮอว์กบินเหนือป่าแก่งกระจาน ซึ่งสภาพอากาศเปิดอยู่ ต่อมาขณะแบล็กฮอว์กกำลังบินหาจุดเป้าหมายก็เริ่มมีเมฆลอยปกคลุมบนเขามากขึ้น และได้จับภาพมาในเครื่องขณะพล.ต. ตะวันกำลังชะโงกออกมาหาเป้าหมายด้านล่าง ก่อนเป็นภาพของสภาพอากาศที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้น และแบล็กฮอว์กกำลังพยายามบินวนหาจุดเป้าหมายอีกครั้ง โดยสภาพภายนอกยังมีเมฆ มากเช่นเดิม จากนั้นเป็นภาพนักบินหาพิกัดของเป้าไม่พบและมีเมฆลอยอยู่จำนวนมาก ก่อนที่ภาพจะตัดหายไป

ที่จ.นครศรีธรรมราช เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมโรงเรียนนบพิตำวิทยา อ.นบพิตำ ชาวบ้านในพื้นที่ประมาณ 1,000 คน จัดพิธีทำบุญและบริจาคเงินอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตและช่วยเหลือครอบ ครัวทหารที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกในอ.แก่งกระจาน เนื่องจาก หนึ่งนายทหารที่เสียชีวิตคือ พ.ต.ประพันธ์ เจียมสูงเนิน นักบินที่ 1 เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก เคยมาช่วยเหลือชาวบ้านในอ.นบพิตำ เมื่อครั้งประสบภัยดินโคลนถล่มในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีพล.ต.เดชา กิ่งวงษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในงาน

พระครู ภัทรธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาเหล็ก ม.2 ต.นบพิตำ ในฐานะตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า ในนามของวัดถ้ำเขาเหล็กและชาวนบพิตำ ขอร่วมไว้อาลัยสดุดีกับทหารทุกนายที่พลีชีพเพื่อหน้าที่และประเทศ โดยอยากให้ทุกคนนึกภาพในวันที่ทหารเหล่านี้ออกมาช่วยประชาชน อย่างไม่เหน็ดเหนื่อยจนประชาชนมีชีวิตรอดปลอดภัย แต่อีกวันหนึ่งทหารคนเดิมกลับกลายเป็นศพที่อยู่ในสภาพเน่าเปื่อยไปแล้ว ดังนั้น อาตมาเชื่อว่า ชาวนบพิตำคงจะไม่ลืมความกล้าและไม่ลืมทหารเหล่านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับทหารไม่มีใครจะมาแยกออกได้

พระครู ภัทรธรรมาภรณ์ กล่าวต่อว่า ช่วงที่เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กมาปฏิบัติหน้าที่ในอ.นบพิตำ อาตมาและชาวบ้านหลายคนถูกนำมาส่งที่ลานเฮลิคอปเตอร์แห่งนี้ โดยช่วงนั้นเกิดสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง ทำให้เฮลิคอปเตอร์เสียการทรงตัวและตกระดับลงไปกว่าร้อยเมตร แต่นักบินสามารถประคองเครื่องไว้ได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของชาวนบพิตำ แม้ทหารทั้งหมดจะไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่ก็เสมือนเป็นญาติพี่น้องในครอบครัวของเรา

ด้านนางเพียร เมฆใหม่ อายุ 60 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ต.นบพิตำ กล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์ที่ตกคิดไม่ถึงว่าจะเป็นเครื่องที่เคยมาช่วยชาวบ้าน หลังจากทราบข่าวและเห็นภาพพ.ต.ประพันธ์ปักธูปลงพื้นไม่ได้ ชาวบ้านนบพิตำถือว่าเป็นลางร้ายและควรห้ามไม่ให้บินต่อไป ในที่สุดก็เกิดความสูญเสียขึ้น โดยตอนยังหาเฮลิคอปเตอร์ที่ตกไม่พบ ชาวบ้านทุกคนช่วยกันภาวนาให้ทหารและช่างภาพปลอดภัย แต่เมื่อพบแล้วทุกคนก็เสียใจและภาวนาให้ทุกคนบนเครื่องไปสู่สัมปรายภพ

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

300 บ.เพื่อใคร?

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด

สัญญาอันดับต้นๆ ที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รับปากไว้กับประชาชนตอนหาเสียงโดยเฉพาะค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท

กำลังถูกจับจ้องว่าจะเป็นจริงหรือไม่

หลังจากนายกฯ ปูเข้าบริหารประเทศเต็มตัวในเร็วๆ นี้

ที่บอกว่าจะเป็นจริงหรือเปล่า ก็เพราะมีกระแสต่อต้านนโยบายนี้จากกลุ่มนายทุน

องค์กรที่ควบคุมธุรกิจและอุตสาหกรรมสำคัญๆ หยิบ ยกเหตุผลต่างๆ นานา

อ้างว่าโรงงานจะต้องปิดตัวกันระนาว

ต่างชาติจะย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านแทน

ธุรกิจเอสเอ็มอีอยู่ไม่ได้

สินค้าจะแพงหูฉี่ เศรษฐกิจจะสะดุดเพราะภาวะเงินเฟ้อ

ทั้งหมดเป็นเหตุผลของกลุ่ม “นายทุน” ที่รวมพลังออกมาบีบ “ยิ่งลักษณ์” ตั้งแต่เนิ่นๆ

ในทางกลับกัน ผู้ใช้แรงงานก็สนับสนุนค่าแรง 300 บาท

เครือ ข่ายแรงงาน ไม่ว่าจะองค์กรแรงงานระดับสภาองค์การลูกจ้าง องค์กรแรงงานระดับสหพันธ์แรงงาน กลุ่มสหภาพแรงงานย่านอุตสาหกรรมต่างๆ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และองค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงาน

เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่เร่งทำค่าแรง 300 บาทให้เป็นจริงพร้อมกันทั่วทั้งประเทศ

เพราะค่าจ้างขั้นต่ำ 215 บาทแทบจะอยู่ไม่ได้แล้ว

เมื่อเกิดความเห็นขัดแย้งระหว่างนายทุนกับกรรมกร

ก็ต้องเทียบดูตัวเลขแรงงานขั้นต่ำของไทยกับเพื่อนบ้านประกอบ

ค่าแรงกรรมกรไทยดีกว่าแค่เวียดนาม กัมพูชา และพม่าเท่านั้น

เพราะคนอินโดฯ ได้ค่าแรงวันละ 226 บาท ฟิลิปปินส์ได้ 286 บาท มาเลย์ก็ทะลุไปถึง 318 บาทแล้ว

ที่สำคัญค่าครองชีพของทั้ง 3 ประเทศก็ต่ำกว่าไทย แต่ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้กระทบ

เศรษฐกิจก็ยังขับเคลื่อนไปได้ อุตสาหกรรมใหญ่ๆ ก็ยังอยู่รอด

แล้วทำไมเมืองไทยถึงทำไม่ได้ !?

ถึงเวลาวัดใจ นายกฯ ปูว่าจะเลือกเพิ่มค่าแรงให้ชนชั้นรากหญ้าที่หาเช้ากินค่ำและจมอยู่กับกองหนี้

หรือเลือกคง “กำไร” ของชนชั้นนายทุน

ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภาในช่วงต้นเดือนส.ค.

แต่อย่างน้อยก็ยังรู้สึกดีๆ ในตอนนี้ ที่เห็นข่าวเสี่ยปั๊มน้ำมันที่พิษณุโลกติดประกาศรับสมัครเด็กปั๊ม

โดยให้ค่าแรงวันละ 300 บาท

เจ้าของกิจการเล็กๆ ยอมเจียดกำไรไปจ่ายค่าแรงเพิ่มให้ลูกน้อง

นายทุนใหญ่ๆ ของประเทศเห็นข่าวนี้แล้วไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ !?

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

แดงแห่เยี่ยม’จตุพร’


กมธ.วุฒิ สอบ92ศพ เปิดข้อมูล สไนเปอร์ 3,000นัด


แห่เยี่ยม- นางพรหมภัสสร พรหมพันธุ์ ภรรยานายจตุพร เข้าเยี่ยมสามีพร้อมคนเสื้อแดงที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังจาก กกต.ยังไม่ประกาศรับรองให้เป็นส.ส. เมื่อวันที่ 28 ก.ค.

ธิดา-ณัฐ วุฒินำเสื้อแดง กว่า 500 คนเข้าเยี่ยม’จตุพร’ ที่เรือนจำถกแนวทางสู้ให้กกต.รับรองเป็นส.ส. ‘ณัฐวุฒิ’ ชี้ไม่มีข้อกฎหมายใดๆให้อำนาจกกต.แขวนไว้ได้ ลั่นถ้าเปิดสภาแล้วยังไม่รับรองจะยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทันที วอนเสื้อแดงอดทนอย่าเพิ่งเคลื่อนไหว ถ้าจะออกมาให้มาที่เรือนจำไม่ต้องไปกกต. เมียกีร์เผย’อริสมันต์’จะเข้ามอบตัวประมาณปลายปี คนเสื้อแดงกว่า 2 พันแห่ต้อนรับ’ยิ่งลักษณ์’ไปช่วย’สมคิด บาลไธสง’เลือกตั้งใหม่ที่หนองคาย

เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.ค. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดงกล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมนายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดงที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ว่าวันนี้พวกตนมาพบปะหารือกับนายจตุพร โดยมีฝ่ายกฎหมายร่วมหารือด้วย กรณีที่กกต.มีมติไม่รับรองการเป็นส.ส.ของนายจตุพรเมื่อวานนี้ ซึ่งได้ข้อสรุปคือ จากการพิจารณาตรวจสอบข้อกฎหมายครบถ้วนแล้ว เมื่อกกต.ประกาศรับรองนายจตุพรเป็นผู้สมัครส.ส.โดยชอบแล้ว และมีการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.ไปแล้ว และนายจตุพรมีรายชื่อลำดับที่ 8 เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งไปแล้ว ไม่มีช่องกฎหมายใดๆให้อำนาจกกต.แขวนค้างเอาไว้อย่างที่ดำเนินการอยู่เวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะส่งตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญ โดยหลักการก็จะต้องรับรองความเป็นส.ส.ไปก่อน แล้วใช้กระบวนการยื่นตีความไปยังศาลรัฐ ธรรมนูญ

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อ ว่า เราเคารพการดำเนินการของกกต.ตามอำนาจหน้าที่ ตามกรอบระยะเวลา พวกเราจะไม่เคลื่อนไหวชุมนุมเรียกร้องกดดันใดๆกับกกต.ขอได้โปรดเข้าใจตามนี้ แต่ว่าสิ่งที่เราตรวจสอบแล้วพบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่จะเอามาอธิบายเทียบ เคียงกับกรณีของนายจตุพรได้อย่างชัดเจนคือกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่เคยสังกัดพรรคต้นตระกูลไทย ภายหลังพรรคต้นตระกูลไทยถูกยุบ นายชูวิทย์ไปสมัครเลือกตั้งในนามพรรคชาติไทยขณะนั้น ซึ่งกกต.ชุดพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นประธาน รับรองความเป็นส.ส.ให้นายชูวิทย์ แต่มีผู้ร้องว่านายชูวิทย์สังกัดพรรคชาติไทยไม่ถึง 90 วัน แต่กกต.ก็ไม่ได้แขวน จากนั้นส.ส.พรรคไทยรักไทยยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ที่สุดแล้วศาลมีมติถอดถอนนายชูวิทย์จากการเป็นส.ส. ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับนายจตุพรเช่นกัน ดังนั้นกกต.จะต้องปฏิบัติไปแนวทางเดียวกัน

“ถ้ามีการเปิดประชุมสภา แต่กกต.ยังไม่รับรองการเป็นส.ส.ให้นายจตุพร ผมจะไปยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลอาญา ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งนี้ขอให้มวลชนเสื้อแดงไม่เดินทางไปกกต. แต่ให้มากันที่เรือนจำพิเศษที่นี่ ถ้าวันนี้เห็นมวลชนเสื้อแดงไปที่กกต.ถือว่าเป็นกลุ่มอื่น ไม่ใช่กลุ่มเสื้อแดงจริงๆ เพราะไม่ใช่มติแกนนำ” นายณัฐวุฒิกล่าว

นาย ณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า อยากส่งสารไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่า สถานการณ์ขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่งในทางการเมือง การเคลื่อนไหวใดๆต้องเป็นไปด้วยความรอบครอบระมัดระวัง เราต้องไม่ปล่อยให้อารมณ์ ความรู้สึก หรือความโกรธแค้นชิงชังใดๆมามีอิทธิพล เข้าใจสถานการณ์แล้วขับเคลื่อนบ้านเมืองไปข้างหน้า พรรคการเมืองชนะการเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นกำลังใจให้จัดตั้งรัฐบาลต่อไป บ้านเมืองต้องเดินไปข้างหน้าไปตามกระบวนการประชาธิปไตย ส่วนกรณีของนายจตุพร เบื้องต้นจะใช้ขั้นตอนทางกฎหมายทุกวิถีทาง เพื่อให้นายจตุพรได้รับความยุติธรรม


เมีย”กี้ร์”- นางระพีพรรณ พงศ์เรืองรอง ภรรยา”กี้ร์ อริสมันต์” ให้สัมภาษณ์ระหว่างเข้าเยี่ยมนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่เรือนจำพิเศษกรุง เทพฯ ยืนยันสามีไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย และจะมอบตัวปลายปีนี้ เมื่อ 28 ก.ค.

“ผม เรียนพี่น้องว่านี่เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่าประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยเรา เข้มแข็งเพียงพอที่จะเผชิญบททดสอบยากๆแบบนี้ได้หรือไม่ นี่เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่าเมื่อประชาชนเติบโตในการต่อสู้มา 4-5 ปี เราจะรับมือกับสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนอย่างนี้อย่างไร พี่น้องอาจจะรู้สึกกดดันและเจ็บปวด ผมเรียนว่าผมก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกัน แต่พวกเราก็อย่างนี้กว่าจะเดินได้แต่ละก้าวลำบาก กว่าจะได้อะไรมาแต่ละอย่างเลือดตาแทบกระเด็น แต่ต้องอดทน และเดินผ่านไปด้วยสติปัญญา” นายณัฐวุฒิกล่าว

ด้านนางธิดา โตจิราการ รักษาการประธานนปช. กล่าวเพิ่มเติมว่า นายจตุพรมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสดี พร้อมทั้งยังฝากมาบอกว่าขอให้แกนนำคนเสื้อแดงที่ได้เป็นส.ส.ไปรายงานตัวได้ เลย ก่อนเปิดประชุมสภาวันที่ 1 ส.ค.นี้ แต่พวกเราจะยังรอจนถึงวันที่ 31 ส.ค.เพื่อให้แกนนำเสื้อแดงที่เป็นส.ส.ไปด้วยกัน เพราะกกต.ยังรับรองไม่ครบ และยังมีเสียงในกกต.มีความเห็นขัดแย้งกันอยู่ ดังนั้นขอให้มวลชนเสื้อแดงอย่าเคลื่อนไหว ขอให้รออีก 2-3 วันน่าจะมีอะไรดีขึ้น เพราะเชื่อว่าช่องทางกฎหมายเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รับรองนายนายจตุพร ทั้งนี้ทราบดีว่าตอนนี้พี่น้องเสื้อแดงถูกกดดันและผิดหวัง แต่เรามองโลกในแง่ดีว่าวันนี้ตั้งใจจะมารับนายจตุพรออกจากเรือนจำ แต่ไม่เป็นไรมารับแล้วยังไปไม่ได้ ก็หวังว่าวันพรุ่งนี้หรือวันอื่นๆจะสำเร็จ

นางธิดากล่าวต่อว่า อยากฝากพี่น้องทั้งหลายที่อยู่ต่างจังหวัดไกลๆด้วยว่าให้เรียนรู้ว่ากระบวน การเรียนรู้ของคนเสื้อแดง วีถีทางการต่อสู้นั้นยังต่อสู้ไม่จบสิ้น แต่เราเลือกต่อสู้ในระบบและสันติวิธี หวังว่าจะช่วยหาทางออกให้กับประเทศไทยให้ง่ายๆ ไม่ให้เกิดปัญหา อย่าให้มีอะไรมาทำให้กระทบกระเทือนเป็นอุปสรรค์เป็นอันขาด

ขณะที่นาง ระพีพรรณ พงศ์เรืองรอง ภรรยานายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดงกล่าวว่า คาดว่านายอริสมันต์สามีจะเข้ามอบตัวประมาณปลายปีนี้ ขณะนี้สามียังอาศัยอยู่กับญาติสนิทในที่ปลอดภัยแห่งหนึ่ง สามีไม่ได้เป็น ผู้ก่อการร้าย แต่ถูกดีเอสไอยัดข้อหาให้ และนับตั้งแต่สามีหลบหนีไปครอบครัวอยู่อย่างลำบากมาก ตนต้องรับผิดชอบดูแลลูก 3 คนและธุรกิจต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้ามีแกนนำคนเสื้อแดงและส.ส.พรรคเพื่อไทยทยอยมาห้องเยี่ยม ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเยี่ยมนายจตุพร อาทิ นางธิดา โตจิราการ รักษาการประธานนปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ น.พ.เหวง โตจิราการ นายพายัพ ปั้นเกตุ นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก รวมทั้งครอบครัวนายจตุพร นำโดยนางพรหมภัสสร พรหมพันธุ์ ภรรยา และนางระพีพรรณ พงศ์เรืองรอง ภรรยานายอริสมันต์

นอกจากนี้ยังมีมวล ชคนเสื้อแดง และแฟน คลับนายจตุพรกว่า 500 คนพร้อมใจกันสวมเสื้อแดงข้อความ ‘ลมหายใจที่ไม่แพ้’ เดินทางด้วยรถบัสจากจังหวัดต่างๆมาให้กำลังใจนายจตุพรด้วย

ต่อมา เวลา 15.49 น. กลุ่มคนเสื้อแดงจาก จ.เชียงใหม่กว่าร้อยคนมารวมตัวกันบริเวณสวนหย่อมหน้าเรือนจำ เพื่อประกอบพิธีบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้นายจตุพรหลุดพ้นจากการถูกคุมขังโดย เร็ว และให้กกต.รับรองนายจตุพรเป็นส.ส. โดยบนบานด้วยหัวหมู 2 หัว อาหารคาว หวาน และดอกบัว 9 ดอก

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่สนามบินดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกกต.ยังไม่รับรองนายจตุพร เป็นส.ส.ว่า ฝ่ายกฎหมายยื่นเอกสารไปให้กกต.ทั้งหมดแล้ว ต้องรอกกต.พิจารณา ทราบว่ากกต.จะใช้เวลาอีกนิดหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นเพราะกก ต.ต้องการให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่าคงไม่ใช่ แต่เป็นเรื่องของระยะเวลามากกว่า ประเด็นอยู่ที่ว่าจะให้การรับรองก่อนแล้วค่อยยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งคิดว่ากกต.คง จะพิจารณาอย่างดี และให้ความยุติธรรมกับทุกคน เมื่อถามว่าเกรงกลุ่มคนเสื้อแดงจะออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เชื่อว่าคงไม่ ทั้งหมดถ้าเราทำภายใต้กติกา ยึดหลักให้ความยุติธรรมกับทุกคน เชื่อว่าทุกคนจะรับทราบและยอมรับในส่วนนั้น

“ดิฉันมั่นใจในคนเสื้อแดงว่าจะไม่ออกมาเคลื่อนไหว เพราะพี่น้องเสื้อแดงมีเหตุผลอยู่แล้ว” ว่าที่นายกฯกล่าว

จาก นั้นเวลา 14.15 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมด้วยคณะจากพรรคเพื่อไทยเดินทางด้วยสายการบินนกแอร์ มาถึงสนามบินอุดรธานี โดยมีนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร นำคนเสื้อแดงจากจ.อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคายกว่า 2,000 คนมาต้อนรับ

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์และคณะเดินทางโดยรถตู้ต่อไปยังจ.หนองคาย เพื่อหาเสียงช่วยสมคิด บาลไธสง ลูกพรรคเพื่อไทย ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ใหม่ในเขต 2 หนองคาย หลังจากเมื่อวันที่ 3 ก.ค.นายสมคิดชนะการเลือกตั้ง แต่กกต.ให้ใบเหลือง จึงต้องจัดเลือกตั้งใหม่

นายขวัญชัยกล่าวว่า วันนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์จะขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยสมคิดที่จ.หนองคาย 3 แห่ง จากนั้นจะกลับมาพักผ่อนที่โรงแรมนภาลัย จ.อุดรธานี วันที่ 29 ก.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปเดินพบปะประชาชนที่ตลาดสดเทศบาล 1 เขตเทศ บาลนครอุดรธานี ต่อด้วยไปสักการะอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้สร้างเมืองอุดรธานี และเปิดปราศรัยกับประชาชน จากนั้นขึ้นรถติดเครื่องขยายเสียงตระเวนขอบคุณชาวอุดรฯที่เทคะแนนเลือกพรรค เพื่อไทยทั้งจังหวัด ก่อนเดินทางกลับกทม.โดยสายบินไทยเวลา 11.30 น.

เมื่อ เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา ประชุมโดยมีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธาน โดยเชิญนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานนปช. มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มนปช.ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.2553

นาย วีระกานต์ กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มนปช.เกิดจากพลังคนที่หยุดไม่อยู่แล้ว เป็นพลังคนที่ต้องการผลักดันประเทศให้เกิดระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยมีตนคอยประคับประคองให้เคลื่อนไหวตามแนวทางสันติวิธี ซึ่งไม่ง่ายที่จะควบคุมคนจำนวนมาก แต่เชื่อว่าคนเสื้อแดง 60-70% มาด้วยสันติวิธี ไม่นับรวมผู้ที่แอบแฝงเข้ามาปะปน ทำลายสันติวิธีของกลุ่มนปช.

นายวีระกานต์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามนับจากนี้คงจะได้เห็นแนวทางการสร้างความปรองดองและเยียวยาผู้ สูญเสียจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่มีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาไม่มีคณะกรรมการต่างๆ เข้ามาดูแล โดยเฉพาะคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รู้สึกได้ถึงความไม่เป็นธรรมในการทำหน้าที่

ด้านนางกฤตยา อาชานิจกุล รองผอ.สถาบัน วิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะตัวแทนศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม กรณีเม.ย.-พ.ค. 2553 (ศปช.) แสดงข้อมูลไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงรายละเอียดของผู้เสียชีวิต 92 ราย

นางกฤตยา กล่าวว่า รัฐบาลไม่สมควรสั่งทหารใช้ปืนสไนเปอร์กับประชาชน และยังมีข้อเท็จจริงจากศปช.ด้วยว่า มีการใช้จำนวนกระสุนปืนสไนเปอร์ในเหตุการณ์ทั้งหมด 2,000 กว่านัด จาก 3,000 กว่านัด ทั้งๆ ที่สิทธิการใช้ปืนชนิดนี้จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษเท่านั้น ไม่ใช่ทหารทุกคนจะสามารถใช้ได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงคลี่คลายได้ยาก หากความจริงกับการพูดของแต่ละฝ่ายยังบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการทำงานของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และตำรวจ ยังล่าช้าไม่มีความคืบหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารของศปช.ระบุว่า จากการติดตามรวบรวมข้อมูลของศปช. จำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม มีทั้งสิ้น 92 ราย แบ่งเป็นขอคืนพื้นที่ วันที่ 10 เม.ย. 26 ราย กระชับพื้นที่ วันที่ 14-19 พ.ค. 57 ราย ในจำนวนนี้มี 3 ราย ไม่ทราบชื่อ เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 9 ราย ในเหตุการณ์ปะทะย่อยรวมถึงเหตุปะทะในต่างจังหวัด

นอกจากนี้ข้อมูลของ ศปช. ณ วันที่ 1 เม.ย. 2554 ยังระบุว่า ภายหลังจากประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน วันที่ 7 เม.ย. โดยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์แล้วนั้น พบว่าปัจจุบันยังมีผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวทั่วประเทศอีก 133 ราย เป็นชาย 121 ราย หญิง 12 ราย ชาวต่างด้าวอีก 3 ราย ซึ่งข้อหาส่วนใหญ่ คือ การละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยการชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไป การร่วมวางเพลิง สถานที่ราชการ และก่อการร้าย อีก 5 ราย ฯลฯ โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลการออกหมายจับ และการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุม ของกลุ่มนปช. ต่อ สาธารณะ อย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ ศปช.ยังได้รับข้อมูลคนหายในช่วงเหตุการณ์ดังกล่าวจากมูลนิธิกระจกเงา จำนวน 20 ราย ซึ่งบางส่วนพบว่ามีการทำให้สูญหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐอีกด้วย

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

กีตาร์จิ๋ว’อูคูเลเล่’ กระแสอิน&เอาต์

สดจากเยาวชน

ไม่เพียงแต่นักเรียนนักศึกษาวัยโจ๋ จะหันมาสนใจเล่น ‘อูคูเลเล่’ จนกลายเป็นเทรนด์ฮิตแห่งยุค

กระแส แฟชั่นแบบเร็กเก้ริมหาด และแนว เพลงเซิร์ฟมิวสิค หรือดนตรีชายทะเล ก็กำลังเป็นที่ติดอกติดใจ ด้วยเสียงและทำนองแปร่งแปลกหู ชวนให้นึกถึงบรรยากาศสบายๆ ริมทะเล

ทั้งที่ ‘อูคูเลเล่’ หรือ ‘อู๊ค’ มีต้นกำเนิดย้อนกลับไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เมื่อชาวพื้นเมืองฮาวายประยุกต์เครื่องดนตรี เลียนแบบ ‘คาวากวิโย’ หรือกีตาร์ของชาวโปรตุเกส ที่หอบข้ามน้ำข้ามทะเลมาบรรเลงให้ชาวเกาะแดนสวรรค์ได้ฟัง จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชื่อเสียงที่กระฉ่อนไปทั่วโลก

อูคูเลเล่ เป็นภาษาฮาวาย ที่นำคำ 2 คำมาประกอบกัน ‘อูคู’ แปลว่า ‘ของขวัญ’ และ ‘เลเล่’ แปลว่า ‘การได้มา’ เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึง ‘ของขวัญที่ได้มา’ เป็นนัยว่าพวกเขาได้รับมาจากชาวโปรตุเกสนั่นเอง

อูคูเลเล่ เป็นเครื่องดีด 4 สาย 4 ขนาด ทั้งโซปราโน คอนเสิร์ตเทเนอร์ และบาริโทน มีความยาวตั้งแต่ 21-30 นิ้ว

ช่วง แรก อูคูเลเล่ ถูกใช้บรรเลงเพลงประจำเกาะเท่านั้น แต่ด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ขนาดกะทัดรัด บวกกับราคาย่อมเยา อูคูเลเล่จึงเริ่มเป็นที่รู้จักในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และค่อยๆ เปลี่ยนสถานะจากเครื่องดนตรีพื้นเมือง เป็นเครื่องดนตรีสากล ที่แพร่หลายอย่างมากในเมืองลุงแซม จนกลายเป็นสัญลักษณ์ยุค 60

ขนาดเอลวิส เพรสลีย์ ราชาร็อกแอนด์โรล ยังมีอูคูเลเล่คู่ใจ ติดตัวไปแสดงคอนเสิร์ต และประกอบฉากในหนังอยู่หลายครั้งด้วยกัน

แม้ จะผ่านมานานจนเข้ายุค 90 อูคูเลเล่ยังเป็นที่ชื่นชอบ ติดลมบนอีกระลอกหนึ่ง เมื่อ อิสราเอล คามาคาวิโว โอเล่ นักดนตรีชาวฮาวาย ผู้มีรูปร่างใหญ่โชว์การเล่นกีตาร์ตัวจิ๋วด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวมีเสน่ห์ จนถูกนำไปทำเป็นเพลงประกอบหนังมาแล้ว

อาจารย์ขนุน นายวัลลภ เจียรสถิตย์ หนึ่งในมืออูคูเลเล่ระดับแนวหน้า กล่าวถึงกระแสฟีเวอร์ในปัจจุบัน ระหว่างกิจกรรม “เวิร์กช็อปการเล่นกีตาร์อูคูเลเล่” จัดโดยชมรมเวนสเดย์ คลับ ร่วมกับคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ ว่า

“อันที่จริงอูคูเลเล่ในเมือง ไทยมีมาตั้งแต่เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว แต่เป็นลักษณะขายพ่วงกับกีตาร์ยี่ห้อดังๆ จนบางคนมองว่ามันเป็นของเล่น ของประดับที่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร พอเจสัน มราซ กับ แจ๊ก จอห์นสัน ศิลปินแนวอีซี่ ลิสเซ็นนิ่ง เอาไปใช้แสดงคอนเสิร์ตผู้คนจึงเริ่มสนใจกัน”

พอ ดีผมมีโอกาสเดินทางไปอเมริกา และได้ซื้อเป็นตัวแรก แต่เพราะในไทยยังไม่มีใครนำเข้ามา จะหาอุปกรณ์หรือซื้อตัวดีๆ เก็บไว้จึงเป็นไปได้ยาก บังเอิญพี่ที่รู้จักกันเขาชอบมาก ก็เลยลงทุนเป็นดีลเลอร์ขายเอง แล้วค่อยๆ ขยับขยายเกิดเป็นสังคมอูคูเลเล่เรื่อยมา ทั้งบนโลกออนไลน์ กิจกรรมเวิร์ก ช็อป และการพบปะระหว่างคนรักอูคูเลเล่

พอนานเข้าเราก็เริ่มคุ้นหู กับแนวเพลงเบาๆ ของอูคูเลเล่ ประกอบกับราคาไม่แพง เพียง 2-3 พันบาท สำหรับเครื่องดนตรีที่เล่นเป็นเพลง และพกพาไปได้ทุกที่ ก็เลยยิ่งบูมเข้าไปใหญ่

กลุ่มคนที่รู้จักจึงขยายเป็นวงกว้าง จนประ เทศไทยสั่งซื้ออูคูเลเล่เยอะที่สุดในโลกเมื่อปีที่ผ่านมา ถือเป็นปรากฏการณ์แบบก้าวกระโดดจริงๆ เพราะเราเริ่มจากไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่อยู่ดีๆ ก็ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง”

แม้ในวันนี้หลายคนมองว่าอูคู เลเล่เป็นแค่ค่านิยม ที่เด็กวัยรุ่นทำตามกันเพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ แต่ถ้าหัดเล่นอย่างจริงจัง อูคูเลเล่จะมีประโยชน์อะไรบ้าง

“อูคูเล เล่เหมาะที่จะเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกเพราะเล่นง่าย ดีดไปมาก็เป็นเพลง แถมยังต่อ ยอดด้านอื่นๆ ได้อีก หากชอบร้องเพลงก็ร้องคลอตามทำนองที่เล่นอูคูเลเล่ ช่วยฝึกทั้งทักษะการฟัง การจับจังหวะ และการทำงานประสานกันของส่วนต่างๆ ในร่างกาย” อาจารย์ขนุนกล่าว

เช่นเดียวกับความคิดเห็นของครอบครัว สัจจพงษ์ ที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ “ผมว่าเล่นดนตรีอย่างไหนก็ได้ เพราะมันเป็นงานอดิเรกที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กๆ อยู่แล้ว แต่ในส่วนของอูคูเลเล่ จุดดีคือขนาดเล็ก พกพาง่าย เล่นในรถก็ได้ พกไปเที่ยวในวันหยุดครอบครัวก็สะดวก ทำให้ฝึกฝนได้ตลอดเวลา” คุณพ่อนพดลอธิบาย

ขณะที่ น้องเอก อนันตชัย วัย 15 ปี เล่าว่า “ผมเล่นกีตาร์อยู่แล้ว แต่เห็นอูคูเลเล่มันแปลกดีเลยลองเล่น ไม่ยากครับ แค่ปรับการจับคอร์ดนิดหน่อย แต่ผมชอบกีตาร์มากกว่า ถึงจะเล่นยาก แต่เสียงเพราะและเล่นได้หลากหลายแนว ผมหัดเล่นเพราะน้องสาวอยากเล่น เลยฝึกด้วยกัน เพื่อจะได้สอนน้องเวลาที่เขาไม่เข้าใจ”

พอถามว่าจะ เล่นอูคูเลเล่ต่อไปไหม ถ้าเขาไม่ฮิตกันแล้ว น้องเอื้อย ด.ญ.อรวรา วัย 10 ขวบ พยักหน้าตอบว่า “เล่นแน่นอนค่ะ หนูคิดว่ามันจะเป็นที่นิยมไปอีกนาน หนูจะลองหัดเล่นจนเก่งให้ได้”

ถามถึงกระแสขาลงของอูคูเลเล่ ในมุมมองมือกีตาร์วัยโจ๋กันไปแล้ว ระดับเซียนคิดอย่างไรกับเรื่องนี้

“จริงๆ ก็กลัวเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างของที่เคยฮิตในบ้านเราแล้วก็หายไปเลย วันนี้ถือเป็นจุดพีกที่สุดของอูคูเลเล่แล้ว แต่ผมว่ามันจะค่อยๆ ซาลง และอยู่ระดับหนึ่งไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับเครื่องดนตรีอื่น”

“อยาก ฝากน้องๆ ที่ซื้อมาเล่นเพราะอยากเท่ ไม่ผิดครับ แต่อยากให้เปิดใจลองเล่นดู ถ้าไม่ชอบไม่เป็นไร ถือว่าพยายามแล้ว ไม่ใช่ซื้อเพื่ออวดเพื่อนๆ อย่างเดียว อันนี้ผมไม่สนับสนุนนะครับ” ครูขนุนกล่าวทิ้งท้าย

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

แฟนเพลงช็อก เอมี่ ไวน์เฮาส์จบชีวิต 27 ปี เผยช้ำรัก-ใช้ยาเกินขนาด

เมื่อ 24 ก.ค.  เดลี่เมล์รายงานว่า เมื่อ 15.54 น. วันที่ 23 ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่นกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หน่วยกู้ภัยพบศพเอมี่ ไวน์เฮาส์ นักร้องชื่อดังระดับโลก ภายในบ้านพักทางเหนือของกรุงลอนดอน ช่วงเวลาที่ไปถึงไม่สามารถกู้ชีวิตได้แล้ว สันนิษฐานเบื้องต้นว่า นักร้องสาวอาจเสพยาเกินขนาด หลังจากจมอยู่ในความทุกข์และผิดหวังที่เลิกกับคนรักรายล่าสุด เร็ก ทราวิส วัย 34 ปี ช่วงก่อนจะเข้าศูนย์บำบัดเมื่อเดือนที่แล้วได้ไม่นาน โดยชายหนุ่มเป็นฝ่ายขอเลิก

 

เอมี่ ไวน์เฮาส์ เพิ่งตกเป็นข่าวดังไปทั่วโลก กรณีเมามายจนร้องเพลงไม่ได้ ระหว่างอยู่บนเวทีคอนเสิร์ตที่กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย เมื่อเดือนมิ.ย. จนถูกแฟนเพลงโห่ไม่พอใจ ข่าวการเสียชีวิตของเอมี่ ไวน์เฮาส์ มีแฟนเพลงส่งข่าวต่อเนื่องอย่างรวดเร็วผ่านทวิตเตอร์ ภายในเวลาไม่นาน มีผู้เอ่ยถึงข่าวนี้ถึง 20 ล้านคน

 

บริษัทต้นสังกัดของไวน์เฮาส์ในอเมริกา ออกแถลงการณ์ว่า “เราเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียนักดนตรีที่มีพรสวรรค์ ศิลปินและนักแสดงคนหนึ่ง” ส่วนโฆษกประจำตัวของนักร้องสาว กล่าวว่า ทุกคนที่รู้จักเอมี่ต่างช็อกและเสียใจกับข่าวนี้

 

สำหรับเอมี่ ไวน์เฮาส์ มีชีวิตที่เป็นโศกนาฏกรรมซ้ำๆ ของวงการเพลง  แม้มีชื่อเสียงโด่งดัง มีพรสวรรค์ทางดนตรี แต่กลับพัวพันยาเสพติดและติดเหล้า นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านการกินผิดปกติ มีสภาพจิตใจอ่อนแอและอ่อนไหว มีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับบุคคลทั่วไป

 

ไวน์เฮาส์ เกิดปี 2526 ในกรุงลอนดอน อยู่กับพ่อซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ และแม่เป็นเภสัชกร นักร้องสาวสนใจดนตรีตั้งแต่เด็ก ตอน 10 ขวบตั้งวงแร็พกับเพื่อนอีกคนในแนวหวานซ่อนเปรี้ยว Sweet ′n′ Sour จากนั้นเข้าเรียนที่โรงเรียนการแสดงซิลเวีย เธียเตอร์ แล้วต่อที่สถาบันการแสดงบริต สคูล

สร้างชื่อในวงการเพลงด้วยอัลบั้มที่ได้รับอิทธิพลจากดนตรีแนวแจ๊ซ “Frank” ในปี 2546 ได้รับเสียงชื่นชมมาก แต่จากนั้นชีวิตกลับดิ่งลง เมื่อไวน์เฮาส์เลิกกับแฟนหนุ่ม นักร้องสาวจมอยู่กับความผิดหวัง หันไปเสพกัญชาอย่างหนัก

 

กลับมาดังเปรี้ยงปร้างในวงการเพลงอังกฤษอีกครั้ง กับอัลบั้ม “Back to Black” ปี 2549 ก่อนไปวางขายในสหรัฐปี 2550 กวาดรางวัลแกรมมี่ เวทีใหญ่ของสหรัฐถึง 5 รางวัล รวมถึงรางวัลเพลงแห่งปี  “Rehab” ไวน์เฮาส์โด่งดังด้วยรูปโฉมโดดเด่น ผมเกล้าสูงหนากระเซิงนิดหน่อย ทาตาเข้ม และสักตามตัว

 

แต่ชื่อเสียงมาพร้อมกับข่าวฉาวที่วิวาทคนไปทั่ว ในปี 2551 ถูกจับจากการวิวาทตบคู่กรณีชาย จากนั้นถูกตำรวจสอบ หลังหนังสือพิมพ์ตีภาพข่าวเสพโคเคน ต่อมาปี 2553 ถูกตัดสินทำร้ายผู้จัดการโรงละครที่เข้าไปห้ามปรามนักร้องสาวที่กำลังเมา อาละวาดออกจากสถานที่

 

ไวน์เฮาส์เคยแต่งงานกับเบลก ฟีลเดอร์ ซีวิล หนุ่มไม่เอาถ่านในวงการเพลง ในปี 2550 ที่ไมอามี เคยต้องไปช่วยจัดการคดีวิวาทให้สามีจนเสียเงินเสียทองไปมาก กระทั่งทั้งสองหย่าขาดจากกันในปี 2552 จากนั้นสุขภาพของไวน์เฮาส์ก็ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อปี 2553 เคยเข้าโรงพยาบาลเพราะเป็นลมล้มพับในบ้าน

 

Share49

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ยกสำคัญ

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
สามขุม ผูกประเจียด

ถ้าเปรียบเป็นมวย ตอนนี้มวยหญิงหน้าใหม่ แต่ค่ายใหญ่อย่างยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผ่านยก 2 ไปได้ตลอดรอดฝั่ง

เมื่อกกต.ประกาศรับรองการเป็นส.ส. หลังยกแรกโชว์ฝีมือโกยคะแนนจากประชาชนได้เกือบ 16 ล้าน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 35 ล้านเสียง

ทั้งๆที่เปิดตัวแค่ 49 วัน ถือว่าน้อยมาก สั้นมาก สำหรับสังเวียนการเมือง ที่เต็มไปด้วยคู่ชกระดับพระกาฬ

ทั้งนี้ตั้งแต่ยก 1 ยก 2 มวยหญิงหน้าใหม่คนนี้ต้องขึ้นชกภายใต้ความกดดันมากมายมหาศาล

ไม่ว่าจะเป็นกรรมการที่ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องมาตรฐาน ‘ตราชั่ง’

และบรรดาเจ้าพ่อ มาเฟีย นักเลง กุ๊ย ข้างล่างเวที ที่คอยก่อกวน ขัดขวาง เล่นงานทุกวิถีทาง

พวกเขาเหล่านี้ทำสำเร็จมาแล้วกับนักมวยรุ่นพี่เพื่อนร่วมค่ายของยิ่งลักษณ์

‘ทักษิณ’ถูกพังเวทีทิ้งต่อหน้าต่อตาคนดูหลายสิบล้าน ขณะกำลังทำคะแนนนำขาดลอย

‘สมัคร’ถูกจับแพ้ฟาวล์

‘สมชาย’ถูกบุกล้อมเวทีข่มขู่กรรมการให้ยุติการชก แล้วไล่ลงจากเวที

ขณะที่ยิ่งลักษณ์เพิ่งเข้าสู่ยก 3 ยังไม่ถึงฝั่งฝันเหมือนนักมวยรุ่นพี่ ที่ชกชนะ ได้เป็นหมายเลข 1 เหนือนักมวยทั้งปวง

ยก 3 เป็นยกสำคัญที่จะตัดสินว่า ยิ่งลักษณ์จะได้เป็นหมายเลข 1 เหนือนักมวยทั้งปวงหรือไม่

โดยมีประวัติศาสตร์เป็น ‘นักมวยหญิง’ คนแรกของประเทศให้จารึก

ยกนี้ยิ่งลักษณ์ต้องประคับประคอง ป้องกันตัวไปให้ถึงวันเปิดสภา

ด้วยคะแนนที่ชนะคู่ชกมาตลอดทุกยก ถ้าว่ากันตามกฎ กติกา มารยาท นับคะแนนเมื่อไหร่ก็ต้องได้รับการชูมือเมื่อนั้น

เข็มขัด ‘นายกรัฐมนตรี’ ใกล้คาดเอวเต็มทีแล้ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนดูกว่า 60 ล้านคนต้องช่วยกันเป็นสักขีพยานให้การชกครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม

ไม่ให้คู่ชกชกใต้เข็มขัด ไม่ให้กรรมการตัดสินเอนเอียง ไม่ให้พวกข้างเวทีก่อกวน

ไม่ให้นักมวยห่วยๆ แพ้แล้วแพ้อีก

ปล้นชัยชนะ !?

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

กกต.ยังแขวนณัฐวุฒิ-จตุพร รับรอง 26 ส.ส.เขต

 

เมื่อ 21 ก.ค.  เวลา 22.00 น. นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. แถลงผลการประชุมกกต.  รับรองส.ส.ชุดที่ 3 อีก 32 คน แบ่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6 คน คือ 1.พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย 2.น.พ.เหวง โตจิราการ 3.นายก่อแก้ว พิกุลทอง 4.นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท 5.นายพิชิฏ ชื่นบาน และ 6.นายวิเชียร ขาวขำ

 

ส่วนอดีตแกนนำนปช. 3 คน คือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายพายัพ ปั้นเกตุ กกต.ยังไม่ได้รับรอง

 

สำหรับส.ส.เขต ที่กกต. มีมติรับรองวันนี้มี 26 คน ประกอบด้วย นายสามารถ มะลูลีม ส.ส.กทม. เขต 22 ประชาธิปัตย์ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส.จันทบุรี เขต 2 ประชาธิปัตย์ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม เขต 5 เพื่อไทย นายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา เขต 5 เพื่อไทย นายนิทัศน์ ศรีนนท์ ส.ส.นนทบุรี เขต 1 เพื่อไทย
นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 ภูมิใจไทย นางปานหทัย เสรีรักษ์ ส.ส.แพร่ เขต 1 เพื่อไทย นายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 ประชาธิปัตย์ นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ส.ส.มหาสารคาม เขต 5 เพื่อไทย นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร เขต 1 เพื่อไทย

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร เขต 3 เพื่อไทย นายเศกสิทธิ์ ไวยนิยมพงศ์ ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 8 เพื่อไทย นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง เขต 3 ประชาธิปัตย์ นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ส.ส.ลำปาง เขต 3 เพื่อไทย นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน เขต 2 เพื่อไทย
นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย เขต 3 เพื่อไทย นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการเขต 4 เพื่อไทย น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี เขต 1 ประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ส.ส.สุโขทัย เขต 1 ประชาธิปัตย์ นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ส.ส.สุรินทร์ เขต 4 เพื่อไทย
นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ เขต 5 เพื่อไทย จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ เขต 6 เพื่อไทย ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย เขต 1 เพื่อไทย นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรฯ เขต 3 เพื่อไทย นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ส.ส.อุดรฯ เขต 8 เพื่อไทย และ นางเทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรฯ เขต 9 เพื่อไทย
เลขาฯ กกต. กล่าวว่า วันที่ 22 ก.ค. กกต.จะพิจารณานัดพิเศษเพื่อพิจารณาใบเหลือง ใบแดง แต่ยังไม่มีการพิจารณารับรองส.ส.ชุดที่ 4

Share48

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ส.ส.หน้าใหม่เผยกลยุทธ์ล้มช้าง

รายงานพิเศษ


1.สมมุติ เบ็ญจลักษณ์

2.สหรัฐ กุลศรี

3.โกศล ปัทมะ

เลือกตั้ง 3 ก.ค. ที่ผ่านมา เกิดประวัติศาสตร์การเมืองหลายหน้า

นอกจากมีอดีตส.ส.สอบตกหลายรายแล้ว ในหลายเขตก็เกิดเหตุการณ์ “ล้มช้าง”

บรรดาส.ส.หน้าใหม่เหล่านี้ มีกลยุทธ์หาเสียงอย่างไรถึงฝ่าด่านหินเข้าไปปักธงได้

1.สมมุติ เบ็ญจลักษณ์

ว่าที่ส.ส.ปัตตานี เขต 4 พรรคภูมิใจไทย

เอาชนะ มุข สุไลมาน จากมาตุภูมิ และ ซาตา อาแวกือจิ จากประชาธิปัตย์ เข้าป้ายชนิดม้านอกสายตา

ตระ กูลเบ็ญจลักษณ์ เป็นตระกูลการเมือง คุณปู่ผม (วิไล เบ็ญจลักษณ์) เป็นส.ส. 4 สมัย คุณพ่อ (แวซอเฮาะ เบ็ญจลักษณ์) เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี 6 สมัย ส่วนผมเป็นรองนายก อบจ. ครอบครัว ผมมีความผูกพันกับประชาชน นำไปสู่แรงบันดาลใจให้ลงสมัครผู้แทน

ก่อนลงสมัครส.ส. เตรียมตัวทำการบ้านศึกษาเป็นเวลาปีกว่า จึงตัดสินใจสงสมัคร มีการสำรวจพบความสัมพันธ์ของ ส.ส.กับประชาชนอยู่ในระดับที่ห่าง สะท้อนให้เห็นว่าถ้าเราเข้าไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดี รับรู้ปัญหา เห็นสภาพสังคม น่าจะนำไปสู่การยอมรับและได้รับความไว้วางใจ

ยุทธศาสตร์ ที่ใช้ในการรณรงค์หาเสียง ผมใช้ทฤษฎี 3 เขต คือ เขตเรา เขตเป็นกลาง เขตเขา เราต้องวิเคราะห์ให้ได้ ส่วนยุทธวิธีที่ใช้คือ ด้านลึก เช่น การจัดตั้งแกนนำ และด้านกว้าง เช่น โปสเตอร์ การปราศรัย

คิดว่า ประชาชนเลือกผมเข้ามาด้วยเหตุผล 2 อย่างรวมกัน คือ เลือกตัวบุคคลและพรรค สะท้อนให้เห็นว่าพูดแล้วทำ ส่วนนโยบายของพรรคสามารถนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

ถึงแม้ จะเป็นส.ส. คนเดียว พรรคเดียวที่ภาคใต้ ผมก็ยังเห็นว่าถ้ามีกันหลายคนแต่ไม่ได้ทำหน้าที่ สู้มีคนเดียวดีกว่า เกิดประโยชน์มากกว่า ฉะนั้นจึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาในการทำงาน ถ้าเราได้ทำหน้าที่

2.สหรัฐ กุลศรี

ว่าที่ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 5 พรรคเพื่อไทย

ปักธงให้กับพรรคเพื่อไทยได้แจ้งเกิดที่เมืองบรรหารบุรี เมืองหลวงของพรรคชาติไทยพัฒนา

ผม เริ่มต้นทางการเมืองด้วยการสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แล้วเปลี่ยนใจมาเข้าพรรคไทยรักไทย เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ขอร้อง ผมก็คิดตลอดว่าเราลงมาเล่นการเมืองเพื่อใคร ถ้าเพื่อประชาชน เมื่อประชาชนขอร้องก็ต้องยอมรับคำขอร้องจึงเปลี่ยนมาอยู่ไทยรักไทยและมาเป็น เพื่อไทยในปัจจุบัน

ผมลงสมัครส.ส. มาแล้ว 4 ครั้ง ในเขต อ.เดิมบางนางบวช บ้านเกิด ตั้งแต่เป็นพื้นที่เขต 6 มาเป็นเขต 2 และเขต 5 ในปัจจุบัน เพิ่งมาสมหวังในครั้งนี้

ผมลงพื้นที่หาเสียงตั้งแต่ปี 2540 เข้าถึงชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ให้คำปรึกษาชาวบ้านในเรื่องกฎหมายตลอด เพราะมีอาชีพทนาย ความ และเพราะผมเป็นลูกชาวนาจึงเข้าใจความเป็นอยู่ ความทุกข์ร้อนของชาวบ้าน

แนวทางการหาเสียงคือเราเดินชนชาวบ้าน เข้าหาชาว บ้าน ลงสมัครไม่ได้ครั้งนี้ครั้งหน้าก็ต้องได้ เดินตลอด ได้ไม่ได้ไม่เป็นไร สู้ต่อ เข้าหาชาวบ้านตลอด เปรียบเสมือนคนครอบครัวเดียวกัน ไม่เคยดูถูกคนเพราะทุกคนเป็นคนดีทั้งหมด


4.หนูแดง วรรณกางซ้าย

5.บุญเลิศ ไพรินทร์

6.สุรชาติ เทียนทอง

ไป หาเสียง รู้ว่าเขาไม่ชอบ เขาดูถูกสารพัด ถ่มน้ำลายใส่ก็มี พูดเสียดสีก็มี แต่เรายึดว่าเราเสมอต้นเสมอปลายตลอด ชอบเรา ไม่ชอบเราก็ไม่ว่าแต่สักวันคงเห็นความดีเราบ้าง

เรามุมานะ ชาวบ้านกินอะไร เราก็กินได้หมด ปลาร้า น้ำพริก เราเป็นลูกชาวบ้านชาวนา กินอยู่ง่ายจึงเข้าถึงชาวบ้านได้ง่ายขึ้น เรียกว่า ติดดิน วันนี้สมใจได้เป็นส.ส. ดีใจมากที่สุดที่วันนี้มาถึง ผมว่าผมโอกาสดีที่มีวันนี้กับนโยบายดีๆ ของพรรคเพื่อไทยที่เข้าถึงประชาชนแบบสุดๆ

3.โกศล ปัทมะ

ว่าที่ส.ส.เขต 5 นครราชสีมา

แจ้งเกิดด้วยการฝ่าด่านหินอย่าง ภิรมย์ พลวิเศษ มือขวา บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย เจ้าของพื้นที่

ผม เริ่มทำพื้นที่อย่างจริงจังตั้งแต่เดือน ส.ค. 2553 ลงพื้นที่อาทิตย์ละ 3-4 วัน อีก 3 วันอยู่กรุงเทพฯ พอยุบสภาก็ลงพื้นที่ทุกวัน ลงพื้นที่ผมเน้นพบปะกับกลุ่มเกษตรกร ชาว ไร่ ชาวนา เพื่อรับฟังปัญหาจากชุมชนนำมาหาทางแก้ไข ปรับปรุง

ผมเชื่อว่าครั้ง นี้เราชนะเพราะกระแสและนโยบายของพรรค ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นนโยบายที่ทำได้จริง ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ที่โดนใจชาวบ้านคือ เรื่องแหล่งน้ำ 25 ลุ่มน้ำ แก้น้ำท่วม น้ำแล้ง นโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรคได้จริง ราคาข้าว เบี้ยคนสูงอายุ และกองทุนหมู่บ้าน อย่างเรื่องบัตรเครดิตเกษตรกร ชาวบ้านยังไม่เข้าใจว่าดีอย่างไร ขณะที่ผมก็ไม่มีรายละเอียดอธิบาย

นอกจากนี้ อ.บัวใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเป็นอ.สีดา บ้านเกิด พ่อผมเป็นครูประชาบาลอยู่ในพื้นที่ พี่ชายผมก็เป็นอดีตส.จ. ปัจจุบันหลานก็เป็นส.จ. จึงได้เสียงสนับสนุนจากเครือญาติในส่วนนี้ด้วย

ลงครั้งแรกโพลพรรคผม ได้ 50% จากนั้นผมเดินเคาะประตูบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ แต่เป็นฤดูเก็บเกี่ยวเจอแต่ผู้เฒ่า ผู้แก่ บ่ายแก่ๆ ผมจึงเดินอีกครั้ง และเน้นปราศรัยย่อยตามหมู่บ้าน วันละ 6-10 จุด ใช้รถโมบายแห่ ได้รับความสนใจไม่เท่าไหร่ แต่ช่วงหลังๆ ชาวบ้านเริ่มสนใจเพราะข้าวของแพง เขาอยากรู้ว่าเราจะแก้อย่างไร พอวันที่ 25 มิ.ย. คะแนนผมขึ้นเป็น 75-76%

3 วันสุดท้าย มีการแจกเงินแบบปูพรม และวันที่ 1 ก.ค. อาสาสมัครของผมตกรถหาเสียงตาย ผมเลยท้อ หยุดหาเสียง เลือกตั้ง วันที่ 3 ก.ค. ผมกลับกรุงเทพฯ เลย ถึงปากช่องแกนนำพรรคโทร.แจ้งผมว่าเอ็กซิทโพล ผมชนะ 2 หมื่นคะแนน แต่ผมยังไม่เชื่อ กลับมาถึงกรุงเทพฯ ปิดหีบเลือกตั้ง ผมก็เช็กทีละหน่วย พบว่าหน่วยที่แพ้เขาเราแพ้ไม่กี่คะแนน แต่หน่วยที่ชนะเราชนะเยอะ

4.หนูแดง วรรณกางซ้าย

ว่าที่ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 7 พรรคเพื่อไทย

ขึ้นทำเนียบแจ๊กผู้ฆ่ายักษ์ หลังตีแตกเมืองหลวงพรรคภูมิใจไทยคาสนามบุรีรัมย์ของ เนวิน ชิดชอบ

ดีใจ มากที่ชนะเลือกตั้งในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ ชนะเจ้าของพื้นที่เดิมอย่างพรรคภูมิใจไทยถึง 16,000 คะแนน เรียกได้ว่าชนะขาดลอยในทุกหน่วยเลือกตั้ง ยกเว้น 1 ตำบลของ อ.ปะคำ

กลยุทธ์ ครั้งนี้เพราะผมลงพื้นที่ นำนโยบายพรรคไปปราศรัยหาเสียงให้ประชาชนทราบ พบปะประชาชนทุกหมู่บ้าน พร้อมจัดปราศรัยครั้งแรกในนามพรรคเพื่อไทย

ชัย ชนะที่ได้มา มาจากนโยบายพรรค การทำงานและฐานเสียงเดิมของผมเมื่อครั้งลงสมัครในนามพรรคเพื่อแผ่นดินครั้ง ก่อน นอกจากนั้นเป็นเรื่องกระแส พ.ต.ท.ทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ บวกกับคนเสื้อแดง

คะแนนเสียงอีกส่วนมาจากลูกศิษย์และคนที่นับถือ ผมเคยเป็นอาจารย์มากว่า 30 ปี มีประชาชนเคารพนับถืออยู่บ้าง

ก่อน ลงสมัคร นายสมชายและนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ มาพูดคุยด้วย ทำให้ผมตัดสินใจลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยซึ่งมีภาพของพรรคชาวนา ทำเพื่อคนยากจน

พรรคเพื่อไทยได้ส.ส. 2 คนในบุรีรัมย์ เพราะคนที่นี่เขาตื่นตัว ไม่อยากได้ผู้มีอิทธิพลเข้ามาครอบงำ อีกทั้งการหาเสียงก็ค่อนข้างดุเดือด มีการใช้อำนาจและอิทธิพลต่างๆ กดดันข้าราชการและผู้นำชุมชน

ชัยชนะครั้งนี้เรียกได้ว่า ดีใจที่สุดที่ชนะอิทธิพลต่างๆ เหล่านี้มาได้ จากนี้ผมจะทำงานตามนโยบายที่ให้ไว้ ให้เป็นความหวังของชาวบ้านและประชาชนทั่วไป

5.บุญเลิศ ไพรินทร์

ว่าที่ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์

อดีตเคยโด่งดังจากฉายา “โหรส.ว.” ล่าสุดกลับมามีชื่อเสียงอีกรอบ ในฐานะผู้ล้มคนดังตระกูล “ฉายแสง”

ผม เป็นลูกชาวนา แต่ก็ไต่เต้าทำงานในสายข้าราชการ ก.พ. เคยเป็นอาจารย์พิเศษ แต่เพราะสนใจการเมืองเลยลาออกจากราชการมาลงสมัคร ส.ว.ฉะเชิงเทรา และได้รับเลือกเมื่อปี 2543

สนามเลือกตั้งครั้งนี้ คนใกล้ชิดของผมหลายคน ทั้งพล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ เขต 4 ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ นายพินิจ จารุสมบัติ แกนนำพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และนางพรรณี จารุสมบัติ เห็นว่าเหมาะสม จึงมาขอให้ลงสมัคร

ตอนแรกรู้สึกว่าตัวเองแก่ แต่พอถูกขอร้องบ่อยๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้

ผม เคยดูดวงตัวเองและประกาศผ่านสื่อว่า ครั้งนี้จะมีโอกาสได้รับเลือกเป็นส.ส. แต่ปรากฏว่าคนทั่วไปพากันหัวเราะ เพราะไม่เห็นแววว่าจะโค่น นางฐิติมา ฉายแสง เจ้าของพื้นที่เดิมได้อย่างไร

แต่สุดท้ายก็ทำได้ เลยตั้งใจจะเขียนหนังสือบอกเล่าให้คนทั่วไปทราบ

ช่วง หาเสียง ทำงานหนักมากเพราะคู่แข่งเป็นเจ้าของพื้นที่ มีนักการเมืองท้องถิ่นสนับสนุน เราต้องลงพื้นที่ทุกวัน แจกแผ่นพับแนะนำตัวตลอด เดินสายอย่างหนักจนมีปัญหาปวดเข่าเลยทีเดียว

ฐาน เสียงของผม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์เดิม ซึ่งชื่นชอบนโยบายต่างๆ ทั้งประกันราคาข้าว เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเรียนฟรี 15 ปี กับกลุ่มที่ศรัทธาในตัวผมเป็นการส่วนตัว

ทั้ง 2 กลุ่มนี้มีจำนวนใกล้เคียงกัน สังเกตได้จากคะแนนที่ได้จากระบบบัญชีรายชื่อ เฉพาะเขต 1 ฉะเชิงเทรา และระบบเขตที่มีความใกล้เคียงกันมาก

สาเหตุ ที่ได้เป็นส.ส. น่าจะมาจากชาวบ้านต้องการเห็นการเปลี่ยน แปลงทางการเมือง และคงชื่นชอบกับจุดขายของผมในเรื่อง ความซื่อสัตย์ พอทราบผลเลือกตั้ง ชาวบ้านต่างยินดีและกล่าวว่า ดีใจ ที่ผ่านมาอึดอัดกับการเมืองในจังหวัดนี้

จากนี้ผมต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เน้นการออกกฎหมายและตรวจสอบรัฐบาลและผู้แทนด้วยกัน ที่ผ่านมามีการโดดประชุมสภากันบ่อยมาก โดยเตรียมตั้งศูนย์ตรวจสอบในเร็วๆ นี้

สำหรับดวงการเมืองจากนี้ ผมดูดวงดาวแล้วเชื่อว่าการเมืองจะเริ่มดีขึ้น แต่ยังมีเงื่อนไขนำไปสู่การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างฉับพลันได้เสมอ

ฉะนั้น ขอเตือนรัฐบาลว่าอย่าประมาท อย่าสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนไม่พอใจ

6.สุรชาติ เทียนทอง

ว่าที่ส.ส.กทม. เขต 11 พรรคเพื่อไทย

โค่น สกลธี ภัททิยกุล แชมป์เก่าจากพรรคประชาธิปัตย์ และ “ผึ้ง” ศุภมาส อิศรภักดี เจ้าของพื้นที่เดิมอีกคนลงได้สำเร็จ หลังจากสอบตกจากการเลือกตั้งในนามพรรคประชาราช ครั้งที่แล้ว

รู้สึก ดีใจที่ชนะเลือกตั้งในเขตที่เรียกว่าช้างชนช้าง และชนะเจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนหน้านี้ผมทำงานการเมืองมาตลอด จนมาลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งแรก ในนามพรรคประชาราช เมื่อปี 2550 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ยังลงพื้นที่ทำงานการเมืองอย่างต่อเนื่องตลอด 7 ปีที่ผ่านมา

เมื่อได้รับเลือกเข้ามาจึงถือว่าเป็นหนี้บุญคุณประชาชนชาวหลักสี่-ดอนเมือง เพราะเป็นชัยชนะที่ได้มาอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

คุณ พ่อผม (เสนาะ เทียนทอง) ได้แสดง ความยินดีและภูมิใจที่ตระกูลเทียนทอง ผ่านการพิสูจน์จาก คนกรุงเทพฯ เทียนทองเป็นตระกูลการเมืองที่พร้อมรับใช้ประชาชน ยินดีทำงานได้ทุกที่ ไม่ใช่เฉพาะจะทำงานเฉพาะที่ จ.สระแก้ว

สำหรับการหาเสียงที่ผ่านมา ผมไม่ได้ใช้กลยุทธ์อะไรเป็นพิเศษ แต่เน้นนำเสนอนโยบายของพรรคเพื่อไทยกับประชาชนในการแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ สังคม ให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมา การแก้ปัญหาให้กับประชาชนไม่ได้ดีขึ้น ทำให้ประชาชนอยากเปลี่ยนแปลง

ส่วน อุปสรรคในการหาเสียงครั้งนี้ แม้พื้นที่นี้จะสู้กันอย่างเข้มข้น แต่ไม่มีอะไรรุนแรง เพราะผู้สมัครก็เป็นเพื่อนกัน ยกเว้นแต่ปัญหาเรื่องการซื้อเสียง ซึ่งผมไม่ขอพูดถึงเพราะผ่านไปแล้ว

ต้อง ยอมรับว่าชัยชนะครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากกระแสของพรรคเพื่อไทย และกระแสของนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี มาแรง และเป็นตัวช่วยหนึ่ง เพราะประชาชนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง

นโยบายของพรรคที่ทำมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พิสูจน์ให้เห็นว่าทำได้จริง และถูกใจประชาชน

1 Comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

สื่อตปท.ชี้ทักษิณควรเสียสละตัวเองไม่กลับปท.เพื่อการปรองดอง กังขาพท.กำชัยแต่โดนเสื้อแดงรุกใส่

สำนัก ข่าวซินหัวรายงานอ้างทัศนะของรศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ควรจะเสียสละตัวเองไม่กลับประเทศไทยอีก เพื่อว่าคนไทยจะได้เห็นการปรองดองสมานฉันท์เกิดขึ้นในประเทศ โดยหากพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการประนีประนอม เขาก็จะต้องแลกด้วยการทิ้งแผ่นดินเกิดไม่หวนกลับมาเมืองไทยอีก เพราะที่ผ่านมา เขาได้ทิ้งมรดกที่ลึกซึ้งต่อเมืองไทย และเป็นมรดกที่มีทั้งด้านบวกและลบ นอกจากนี้ ในส่วนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ก็ควรจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะหากทำเช่นนั้นก็จะเกิดปฎิกิริยาต่อต้าน

 

ก่อน หน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยกล่าวว่า ต้องการกลับเมืองไทยเพื่อร่วมงานแต่งงานของน.ส.พิณทองทา ลูกสาว ในเดือนธ.ค.แต่บอกว่า หากกลับแล้วเกิดความขัดแย้งขึ้น เขาก็จะยอมคอย และในช่วงแรก ๆ พรรคเพื่อไทย ยังได้รวมเรื่องการนำพ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศ อยู่ร่วมในนโยบายพรรค แต่หลังจากเกิดกระแสวิจารณ์โจมตีอย่างกว้างขวางพรรคแก้ตัวว่าเป็นเรื่องการ นิรโทษกรรมให้กับกลุ่มการเมืองทุกฝ่าย

 

รศ.ดร.ฐิตินันท์ กล่าวด้วยว่า เมืองไทยอาจเกิดเข้าสู่การเผชิญหน้าในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า หากไม่สามารถเดินหน้าไปด้วยการประนีประนอมในช่วงเร็ว ๆ นี้ โดยสิ่งสำคัญที่สุดเวลานี้ก็คือ เมืองไทยจะต้องสร้างบรรยากาศที่ดีและเหมาะสม รวมทั้งอุดมการณ์และความตั้งใจที่จะประนีประนอมกัน โดยตระหนักว่าที่ผ่านมาประเทศชาติบอบช้ำมาพอแล้ว และจำเป็นจะต้องเดินหน้า และทุกฝ่ายที่เกี่่ยวข้องกับวิกฤตและถูกมองว่ากระทำผิดในสายตาของผู้คน จะต้องปล่อยวางต่อกันและกัน

 

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า กรณีการสอบสวนการสังหารประชาชน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างทหารและคนกลุ่มเสื้อแดง เมื่อปีที่แล้ว ควรจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อ แนวทางปรองดองแห่งชาติ(คอป.)ทำหน้าที่ โดยการค้นหาข้อเท็จจจริงเป็นสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด เมื่อการประนีประนอมและการสมานฉันท์ยากจะบรรลุได้ จนกว่าจะเกิดกระบวนการค้นหาข้อเท็จจริงเกิดขึ้น

 

ซินหัวรายงาน ด้วยว่า ปัญหาอุปสรรคอีกประการที่อาจนำพรรคเพื่อไทยล่มพังหากทำไม่ดีก็คือ การนำคนกลุ่มเสื้อแดงเข้ามาร่วมครม.โดยถึงขณะนี้ ผู้นำกลุ่มพรรครัฐบาลได้ส่งสัญญาณแล้วว่า ไม่ยอมรับที่จะให้กลุ่มเสื้อแดงเข้ามาร่วมรัฐบาล เพราะเกรงว่าภาพลักษณ์ของรัฐบาลจะมัวหมอง อย่างไรก็ตาม กลุ่มเสื้อแดงได้ยืนกรานว่าพวกเขามีสิทธิอย่างชอบธรรมที่จะเรียกร้องตำแหน่ง ดังกล่าว เมื่อคำนึงถึงสิ่งที่พวกเขาได้ทำให้แก่พรรคเพื่อไทย โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ นายก่อแก้ว พิกุลทอง หนึ่งในสมาชิกระดับนำของกลุ่มเสื้อแดง อ้างว่า สาเหตุที่พรรคเพื่อไทยรอดอยู่และชนะเลือกตั้งได้อย่างถล่มทลาย ก็เพราะแรงสนับสนุนจากคนเสื้อแดง

 

นอกจากนี้ ผู้นำกลุ่มเสื้อแดงที่มีภูมิลำเนาทางภาคเหนือ ซึ่งฐานสนับสนุนใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ยังได้เรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรีสิบตำแหน่งด้วย ขณะที่ฐิตินันท์ชี้ว่า กลุ่มเสื้อแดงมองว่า พวกเขาได้รับความไม่เป็นธรรมมาตลอด และถึงขณะนี้ พวกเขาต้องการสิ่งแลกเปลี่ยน คือ ตำแหน่งรัฐมนตรีในครม.เพื่อเป็นเครื่องป้องกันตัวให้แก่พวกเขา รวมทั้งยังเป็นการให้คำตอบแก่กลุ่มผู้สนับสนุนเสื้อแดงด้วย

 

ด้าน”กา ร์เดี้ยน”รายงานว่า หัวหน้ากลุ่มนปช.ได้เตือนให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินหน้าสอบสวนคดีสังหารผู้ประท้วงเสื้อแดงเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 90 ราย และบาดเจ็บกว่า 2,000 คน โดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ หัวหน้ากลุ่มนปช.กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะต้องดำเนินการสอบสวนดังกล่าว หากต้องการได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเสื้อแดงนปช.
ทั้งนี้ การ์เดี้ยนระบุว่า ในขณะที่กลุ่มเสื้อแดงฝ่ายซ้ายสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ และอีกจำนวนเป็นกลุ่มที่มีศรัทธาต่อเขาอย่างสูง กลุ่มได้ผนึกกำลังต่อต้านการรัฐประหารเมื่อปี 2006 และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขึ้นสู่อำนาจจากการต่อรองทางการเมือง หลายฝ่ายวิตกว่า การให้นิรโทษกรรมแก่พ.ต.ท.ทักษิณ จะหมายถึงการไม่ดำเนินการจัดกับเหล่าผบ.ทหาร ที่พวกเขาเชื่อว่ารับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของคนกลุ่มเสื้อแดงด้วย

 

“อนาคต ของคนเสื้่อแดงและพรรคเพื่อไทยขึ้นกับว่าพรรคเพื่อไทยจะบริหาร ประเทศและฟังประชาชนหรือไม่ เราหวังว่าจะไม่มีใครไม่ฉลาดที่ไม่ฟังเสียงประชาชน”นางธิดากล่าว

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด