Category Archives: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

คลื่นยักษ์ถล่มหัวหินส่งท้ายปี นักท่องเที่ยวแตกตื่นโยงวันสิ้นโลก

 

คลื่นยักษ์ถล่มหัวหินส่งท้ายปี นักท่องเที่ยวแตกตื่นโยงวันสิ้นโลก

ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ตั้งแต่เวลา 03.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. ได้เกิดคลื่นขนาดยักษ์สูงกว่า 3 เมตร พัดถาโถมเข้าถล่มชายหาดหัวหินอย่างบ้าคลั่ง ตลอดแนวชายหาดเนื่องจากในทะเลมีกระแสลมพัดรุนแรง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ แห่งการเปลี่ยนถ่ายฤดูจากฝนเข้าสู่หนาว สร้างความแตกตื่นแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวันอยู่ต่อเนื่องยาวในช่วยเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และที่สำคัญคลื่นยักษ์ดังกล่าวในปีนี้พัดถล่มชายหาดในช่วงวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างๆ พากันแตกตื่นทยอยกันไปดูและถ่ายภาพกันเป็นจำนวนมาก และวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ

ขณะที่ชาวเรือประมงที่ออกมายืนดูสถานการณ์ได้พยายามบอกกับนักท่องเที่ยว ต่างๆ ว่าไม่ได้มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับวันสิ้นโลก แต่เป็นแค่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีขึ้นทุกปี เพียงแต่ปีนี้มาล่าช้ากว่าทุกปีที่ผ่านมาเท่านั้น

นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหัวหิน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกประกาศเตือนห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในระยะ 3-4 วันนี้ เนื่องจากอาจจะก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ศาลไม่ให้ประกัน “กี้ร์ อริสมันต์” หวั่นหลบหนี-ส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

 

 

 

ข่าวสดออนไลน์

 


วัน ที่ 7 ธ.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อแดง แต่งกายในชุดสีแดงพร้อมธงสัญลักษณ์ กว่า 20 คน เดินทางมารอให้กำลังใจ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หรือ กี้ร์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่จะเดินทางเข้ามอบตัว ส่วนสน.ทุ่งสองห้องนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20 นาย มาดูแลรักษาความปลอดภัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของดีเอสไอ แต่ไม่ได้กั้นแผงเหล็ก หรือจำกัดพื้นที่ด้านหน้าตึกแต่อย่างใด

 

กระทั่ง เวลา 09.45 น. นายอริสมันต์ พร้อมทีมทนายความเดินทางมาถึง นายอริสมันต์อยู่ในชุดสูทสีดำ สวมแว่นดำ บรรดากลุ่มคนเสื้อแดงกรูเข้ามากระโดดหอมแก้ม พร้อมมอบดอกกุหลาบสีแดงให้เพื่อเป็นกำลังใจ โดยนายอริสมันต์สนทนากับกลุ่มที่มาให้กำลังใจประมาณ 20 นาที

 

นายอริ สมันต์ กล่าวว่า เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและความปลอดภัยแล้ว จึงมาวันนี้ ซึ่งที่ผ่านมามีข่าวการไล่ล่าตน เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้น เช่นการพยายามจะอุ้ม การซุ่มทำร้าย ถือเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนเป็นห่วง หากหลบเลี่ยงได้ ให้หลบเลี่ยงไปก่อน รอเวลาเหมาะสมค่อยมอบตัว

 

วันนี้จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จากนี้ก็ไม่รู้จะชุมนุมไปเพื่ออะไรอีก เพราะคิดว่าได้สิ่งที่ต้องการแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ คือได้รัฐบาลที่มาจากประชาชน ส่วนที่ต้องดำเนินการตต่อจากนี้ ก็เป็นเรื่องของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการประชาชนหรือไม่ เพื่อนำบ้านเมืองไปสู่ความปรองดอง

 

จากนั้นนายอริสมันต์เข้า มอบตัว โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้ลงมารับการมอบตัวด้วยตนเอง ก่อนจะพาขึ้นไปบนชั้น 4 เพื่อตรวจสอบประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ และสอบปากคำเพิ่มเติม จากนั้นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จะควบคุมตัวนายอริสมันต์ ไปส่งให้อัยการในทันที

 

ช่วง เย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญา รัชดาฯ ไม่ให้ประกันตัวนายอริสมันต์ โดยให้เหตุผลว่าหวั่นผู้ต้องหาจะหลบหนีอีก อีกทั้งคดีก่อการร้ายมีโทษสูง ขั้นตอนต่อไปจะส่งตัวไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขณะที่ทนายจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งพรุ่งนี้ พร้อมเพิ่มหลักทรัพย์เป็น 2 ล้านบาท

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

“ไก่อู” ซัด “มาร์ค-เทือก” สั่งพ.ค.เลือด

‘ไก่อู’ให้ปากคำ‘พ.ค.เลือด’

เมื่อ วันที่ 16 พ.ย. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” รายงานว่า ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดี 16 ศพ ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนเชิญ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ผอ.กองปฏิบัติการจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารบก ในฐานะโฆษกศอฉ. ในขณะนั้น และทหารอีก 2 นาย มาสอบปากคำ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเป็นความลับในสำนวน โดยส่วนใหญ่ยืนยันคำให้การเดิม และจนถึงขณะนี้มีพยาน 400 ปาก เป็นพยานเดิม 320 ปาก และพยานใหม่ 80 ปาก สอบปากคำไปแล้ว 250 ปาก สำนวนคดีจะครบ 2 เดือน ในวันที่ 17 พ.ย. แต่ขออนุมัติขยายเวลาเป็นครั้งที่ 3 อีก 1 เดือนแล้ว

พล.ต.ต. อนุชัยกล่าวต่อว่า สำหรับทหารที่ต้องเรียกมาให้ปากคำมีอีกประมาณ 50 ปาก โดยใช้วิธีประสานงานกับทางกองทัพบก ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ติดภารกิจเรื่องช่วยเหลือน้ำท่วม ทางพนักงานสอบสวนจึงร้องขอให้ปรับเปลี่ยนตารางในการปฏิบัติงาน เพื่อให้มาสอบปากคำได้แล้ว อย่างไรก็ตาม หากสอบปากคำไม่ครบ แต่ถึงกำหนดเวลา 3 เดือน ก็ต้องส่งสำนวนให้อัยการไปก่อน โดยทางพนักงานสอบสวนประสานทหารไปแล้วว่าขอความร่วมมือด้วย เพราะใกล้ครบกำหนดเวลาแล้ว และก็เป็นประโยชน์กับทางทหารด้วย เพื่อจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ

รอหลักฐานคดีช่างภาพอิตาลี

ผู้ สื่อข่าวถามถึงคดีนายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี ที่ยังไม่นำสำนวนมารวมด้วย รองผบช.น.กล่าวว่า ยังไม่รวม แต่ได้ประสานไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม และส่งสำนวนมาให้พนักงานสอบสวนแล้ว แต่ก็ไม่มีข้อมูลพยานหลักฐานเพิ่มเติม เป็นเหมือนเดิมทุกอย่าง ยังไม่มีหลักฐานใหม่ที่จะดำเนินการได้ จึงต้องรอน้องสาวของนายฟาบิโอ ที่บอกว่ามีพยานหลักฐานมาให้ หากมีเหตุเชื่อได้ก็ต้องสอบต่อไป โดยต้องมีหลักฐานให้ชัดว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงาน ถึงจะสอบสวนได้

ต่อ ข้อถามว่าจะเรียกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต ผอ.ศอฉ. มาสอบปากคำด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.อนุชัยกล่าวว่า ต้องตรวจสอบพยานหลักฐาน และพยานเอกสารก่อนจึงจะพิจารณา แต่พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ไต่สวนการเสียชีวิต ส่วนการดำเนินคดีต่อผู้เกี่ยวข้องนั้น เป็นหน้าที่ของดีเอสไอ ที่พิจารณาว่าจะดำเนินคดีกับใครบ้าง

ทหารยัน′มาร์ค-เทือก′สั่งการ

รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจาก พ.อ.สรรเสริญ แล้ว ยังมี พ.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ เสธ.ร.2 รอ. ซึ่งเป็นผู้นำกำลังมาขอคืนพื้นที่ และ ส.อ.มณี พรหมนอก สังกัด ร.2 พัน.3 รอ. โดย พ.อ.สรรเสริญ ให้การกับพนักงานสอบสวนอย่างละเอียด เกี่ยวกับโครงสร้างการบังคับบัญชาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าภารกิจของทหารนั้น จะต้องดูแลเรื่องความมั่นคงของชาติ ปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดน โดยปกติทหารไม่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ภายในเขตเมือง หรือในเขตกทม. เลย แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทหารต้องเข้ามาเกี่ยว จึงไม่ใช่การทำตามภารกิจของทหาร แต่มาจากคำสั่งของศอฉ. ขณะเดียวกัน ศอฉ.ไม่ใช่องค์กรที่กำเนิดขึ้นมาเอง แต่มีขึ้นโดยคำสั่งของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ขณะนั้น และมีนายสุเทพ รองนายกฯ ขณะนั้น เป็นผู้อำนวยการ

พ.อ.สรรเสริญให้การต่อไปว่า กรณีที่ทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่มีผู้ชุมนุมดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้โดยทั่วไป แต่เป็นเรื่องเฉพาะกิจ เพราะอำนาจปกติของทหารนั้น จะไม่สามารถนำกำลังพลพร้อมอาวุธเข้ามาปฏิบัติการในเมืองได้เลย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีคำสั่งพิเศษ มีอำนาจจากศอฉ.เป็นผู้สั่งการ ซึ่งก็หมายถึงนายกฯ และรองนายกฯ ขณะนั้น ไม่เช่นนั้นแล้วทหารจะไม่สามารถเข้าปฏิบัติการได้ เพราะกองทัพเองไม่มีอำนาจที่จะออกคำสั่งให้ปฏิบัติการในเมืองเช่นนี้ได้

ชี้เสธ.ไก่อูพยานปากสำคัญ

ข่าว แจ้งอีกว่า พนักงานสอบสวนได้ทยอยสอบปากคำพยานผู้เกี่ยวข้อง ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ทหารระดับปฏิบัติการไปแล้วหลายปาก กรณี พ.อ.สรรเสริญถือเป็นพยานปากสำคัญที่นั่งทำงานอยู่ในศูนย์ปฏิบัติการ สามารถให้รายละเอียดในลักษณะโครงสร้างของการสั่งการทั้งหมดได้ ซึ่งคำให้การของ พ.อ.สรรเสริญทำให้สำนวนคดีมีความคืบหน้าไปมาก เชื่อมโยงถึงระดับสั่งการ และคำให้การพาดพิงถึงนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ อย่างชัดเจน อีกทั้ง พ.อ.สรรเสริญ ยังให้การย้ำว่าอำนาจของกองทัพเองจะไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติการได้เช่นนี้ ทั้งหมดจึงเป็นคำสั่งของศอฉ.ทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวกับกองทัพแต่อย่างใด

ต่อ มา พ.อ.สรรเสริญ ให้สัมภาษณ์ถึงการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนว่า มีพนักงานสอบสวนมาสอบปากคำจำนวนกว่า 30 นาย จาก 6 ท้องที่ ที่ห้องประชุมใหญ่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ในฐานะพยานปากหนึ่ง ในเรื่องของการปฏิบัติภารกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต โดยพนักงานสอบสวนสอบถามถึงภารกิจของหน่วยงานทหาร ว่าแนวทางการปฏิบัติงานเป็นอย่างไร รับคำสั่งอย่างไร มีการวางแผนการปฏิบัติอย่างไร และขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไร ล้วนเป็นเรื่องที่เคยชี้แจงสังคมไปหมดแล้ว

‘ธิดา’ฝากทหารทำแบบ′ไก่อู′

ที่ ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว นางธิดา โตจิราการ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณี พ.อ.สรรเสริญให้ปากคำพนักงานสอบสวนคดีสลายม็อบว่าได้รับคำสั่งจากนาย อภิสิทธิ์ นายกฯ ขณะนั้น ว่า จากคำให้การดังกล่าว เราก็เชื่ออยู่แล้วว่านายอภิสิทธิ์ต้องเป็นผู้สั่งการครั้งนั้น และเรายังมีหลักฐานเอกสารคำสั่งด้วย ลงนามโดยนายสุเทพ หากคำสั่งไม่ออกมา ทหารก็ไม่กล้าทำ ขนาดน้ำท่วมตอนนี้ ทหารที่ออกมารับคน เราจะใช้ไปที่อื่น ก็บอกว่ายังไม่มีคำสั่ง จึงไม่มีอะไรน่าสงสัยว่า พ.อ.สรรเสริญจะให้การแบบนี้ ขอฝากไปยังทหารทุกคนควรออกมาทำแบบ พ.อ.สรรเสริญ ออกมาช่วยยืนยัน

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

อคติขึ้นสมอง


คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
สามขุม ผูกประเจียด

ดอนเมือง หมายถึง ที่สูงของเมือง ถูกน้ำท่วมถึงเรียบร้อย นั่นหมายความว่ากรุงเทพฯ ทั้งเมืองหนีน้ำท่วมไม่พ้น

ต้องยอมรับความจริง

ด้วยปัจจัยน้ำฝนมากเป็นประวัติศาสตร์ น้ำท่ามากเป็นประวัติการณ์ แล้วยังประเหมาะเคราะห์ร้ายเจอน้ำทะเลหนุนสูงสุดในรอบปีเข้าให้อีก

น้ำท่วมครั้งนี้จึงเป็นประวัติศาสตร์ เป็นประวัติ การณ์ ไม่เคยพบ ไม่เคยเห็น ไม่เคยเกิด

ต้องยอมรับความจริง

จากสถานการณ์จริง เหตุ การณ์จริงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับ เข้าใจความจริงที่เกิดขึ้น และเป็นอยู่

การตั้งความหวัง หรือกล่าวโทษรัฐบาล เป็นไปตามสถานการณ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุ ด้วยผล

เพราะเวลานี้รัฐบาล โดยศปภ.ทุ่มเททำงานอย่างหนัก บรรดากูรูผู้รู้หลั่งไหลมาช่วยเหลืออย่างคึกคัก

เมื่อทำดีที่สุดแล้ว ได้แค่ไหนก็แค่นั้น

ต้องยอมรับความจริง

ท่ามกลางความจริงเรื่องน้ำท่วม ก็มีความจริงของบางคน บางกลุ่ม บางพรรค ที่เต็มไปด้วยอคติ แฝงไปด้วยความโกรธ เกลียด คับแค้น ชิงชัง

ไม่ยอมรับ ไม่สนใจความจริง

เพราะความจริงที่บางคน บางกลุ่ม บางพรรค ต้องการก็คือ

นายกฯ ยิ่งลักษณ์ต้องออกไป รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องอยู่ไม่ได้ ศปภ.ต้องล้มเหลว

เพราะเต็มไปด้วยอคติ โกรธ เกลียด คับแค้น ชิงชัง นี่เอง คน กลุ่ม พรรคเหล่านี้ จึงมืด บอด ใบ้ ไม่มีเหตุผล ไม่สนความจริง

ตัวอย่าง เล็กๆ ก็เช่น คนระดับด๊อกเตอร์ ตำแหน่งใหญ่ระดับคณบดี เชื่อข่าวปล่อยทางเฟซบุ๊ก เรื่อง “สวนจิตร” ไม่พอ ยังนำมาขยายความต่อหน้าตาเฉย

คนระดับอาจารย์มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ ถึงขนาดปล่อยข่าวทำลายศปภ. ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ

หรือคนที่สถาปนาตัวเองเป็นไฮโซผู้สูงศักดิ์ ระดับภริยา ครม.เงา ถึงขั้นจับ “ผีอีเม้ย” มาโพสต์ เพื่อเสียดสีนายกฯ หญิง

เมื่อปล่อยให้อคติครอบงำเสียแล้ว

ระดับด๊อกเตอร์ก็ยินดีเผยระดับปัญญาที่แท้

ระดับอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ยินดีเปิดตัวตนที่แท้

ระดับไฮโซก็ยินดี แสดงส่วนลึกที่แท้

สกุลรุนชาติ ยศถาบรรดาศักดิ์ การศึกษา

ไม่มีผล ไม่มีค่า ไม่มีความหมาย

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

เขตพระนครป้อง “วัง” เชื่อรับมือได้-จับตา 31 ต.ค.น้ำทะเลหนุนสูงสุด

 วันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” รายงานว่า บริเวณ ถ.พระจันทร์ ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึง ถ.มหาราช เขตพระนคร น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นพนังกั้นน้ำสูง 2.2 เมตรที่กทม.กั้นไว้ เข้าท่วมถนนสูงประมาณ 30 ซม. สาเหตุจากเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับจำนวนน้ำเหนือที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามีมากกว่าปกติ และปริมาณน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนลามไปถึงหน้าโรงละครแห่งชาติ โดยน้ำบนถนนขึ้นสูงสุด 50 ซม.

เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ กทม. นำกระสอบทรายมาวางบริเวณหน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร และหน้าตรอกมหาราช เพื่อกั้นน้ำไม่ให้เข้าพระบรมมหาราชวัง รวมถึงนำแผงเหล็กมากั้น ห้ามรถเล็กสัญจรผ่านไปมา เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง เจ้าหน้าที่จึงระดมสูบน้ำบนถนนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าพระจันทร์ ท่าช้าง และท่าพระปิ่นเกล้า

นายสุวพร เจิมรังสี ผอ.เขตพระนคร กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าวิตก เนื่องจากน้ำที่ล้นพนังกั้น เมื่อเอ่อบนถนนจะลงไปตามท่อระบายน้ำริมสนามหลวง และลงไปตามคลองต่างๆ โดยคันกั้นน้ำไม่ได้แตกพังเหมือนที่บางพลัด จึงไม่จำเป็นต้องอพยพประชาชนออก แต่หลังจากนี้ จนถึงวันที่ 31 ต.ค. ต้องเฝ้าระวังพื้นที่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งน้ำทะเลหนุนสูงสุด ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ยืนยันว่า สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

อย่าลืมไฟใต้

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน

คน กรุงเทพฯและภาคกลาง อยู่ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ แต่ที่ 3 จังหวัดใต้ ไฟการก่อ การร้ายยังลุกโชน ล่าสุดลอบวางระเบิดถึง 33 จุด ในวาระครบรอบ 7 ปีเหตุการณ์ตากใบ

ยังดีที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็มิได้ทุ่มเทอยู่กับน้ำท่วมอย่างเดียว จนลืมเรื่องอื่นๆ ไปเสียหมด

อย่างน้อยก็ยังรู้ว่า ไฟใต้ไม่ได้เงียบหายไปกับน้ำท่วม

เมื่อสัปดาห์ก่อนโน้น ครม.ยังมีมติแต่งตั้งพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการศอ.บต.

เป็นการปรับเปลี่ยนที่น่าสนใจ และน่าจะมีผลต่อนโยบายการดับไฟใต้ในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย ไม่น้อย

เพราะรู้กันดีว่า ศอ.บต.หรือศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น

ผู้บริหารระดับสูง ล้วนอยู่ในกรอบความคิดเดียวมาโดยตลอด!

เป็นคนดี คิดดี

แต่ก็ติดอยู่กับคำว่าลูกป๋าเท่านั้น

บางครั้งเมื่อกรอบความคิดเดิม ดำเนินไปสักระยะ แต่หากไม่ประสบความสำเร็จชัดเจน

ย่อมมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแบบผ่องถ่าย ระบบความคิดใหม่!

ก่อนหน้านี้ได้ยินเสียงวิจารณ์จากพลพรรคประชาธิปัตย์ต่อการปรับเปลี่ยนตัวเลขาฯศอ.บต. ซึ่งดูจะไม่ค่อยเป็นเหตุเป็นผลนัก

เช่นบอกว่า เป็นมืออ่อนไม่มีประสบการณ์!??

ทั้งความจริง ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น พ.ต.อ.ทวี ลงมาทำคดีด้านความมั่นคงที่ 3 จังหวัดภาคใต้บ่อยๆ

แต่ก็มิใช่ทำงานด้านเดียว มิใช่ทำงานแต่ด้านสืบสวนจับกุม

เพราะในช่วงที่พ.ต.อ.ทวีดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ลงมาทำงานด้านอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่นี้บ่อยๆ

จนน่าจะเข้าใจปัญหาความบีบคั้นบางประการ ที่ทำให้ขบวนการก่อการร้ายภาคใต้ ยังขยายตัวไปได้เรื่อยๆ!

ที่น่าสนใจก็คือ ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยเคยชูนโยบายเขตปกครองพิเศษเพื่อดับไฟใต้

แม้ จะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็สะท้อนว่า เริ่มมีนโยบาย ที่แตกต่าง และน่าจะเป็นนโยบายที่คนในพื้นที่เห็นด้วยเพราะได้มีส่วนร่วมมากขึ้น

แต่พูดแล้วหาเสียงไปแล้วทำจริงหรือไม่ ต้อง ดูกันต่อไป

กระนั้นก็ตามการปรับเปลี่ยนเลขาฯศอ.บต. น่าจะเป็นย่างก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ

ถ้ายังนโยบายเดิมๆ ก็ยังระเบิดยังยิงกันเช่นเดิมต่อไป!

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

หัวใจเผด็จการ

คอลัมน์ เหล็กใน
มันฯ มือเสือ

แถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ในประเด็นการลบล้างผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

กลายเป็นเส้นแบ่งทางความคิดของคนในสังคมระหว่างฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยกับฝ่ายสนับ สนุนเผด็จการ

ใครอยู่ในหมวดหมู่สนับสนุนฝ่ายใด เกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมาบุคคลเหล่านั้นได้เปิดเผยโฉมหน้าตนเองออกมาแล้วให้ สังคมได้เห็นกันแล้วชัดเจน

ฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยยืนอยู่บนหลักการสำคัญที่ว่า

ถ้าเราปฏิเสธการรัฐประหารก็ต้องปฏิเสธผลของรัฐประหารนั้นด้วย ในทางกลับกันถ้าเรายอมรับผลของรัฐประหาร ก็เท่ากับยอมรับการรัฐประหารด้วย

ตามข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ “กล่องดวงใจ” ของรัฐประหารที่จำเป็นต้องลบล้าง คือกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับการรัฐประหารที่บรรจุไว้ในมาตรา 36 และ 37 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2549

อย่างไรก็ตามคณะนิติราษฎร์ยอมรับว่า ประเด็นการลบล้างผลพวงของรัฐประหารที่ถูกโยนขึ้นมานั้น ถือเป็นของใหม่มากในระบบกฎหมายไทย

แต่ถ้าทำสำเร็จเชื่อว่าจะเป็นเกราะป้องกันทำให้การรัฐประหารเกิดขึ้นได้ยากมาก หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นอีกเลย

ตรงนี้เองน่าจะเป็นคำตอบว่า ทำไมคนบางกลุ่มที่ประกอบไปด้วยนักการเมือง นักวิชาการ นักกฎหมาย นักสื่อสารมวลชน ฯลฯ

ถึงได้ต่อต้านแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ ด้วยการสร้างผีขึ้นมาหลอกคน กล่าวหาคณะนิติราษฎร์ทำไปเพื่อต้องการลบล้างความผิดให้คนเพียงคนเดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นั่นก็เพราะกลุ่มคนเหล่านั้นล้วนได้ประโยชน์จากรัฐประหาร ไม่ว่าในรูปแบบการเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือองค์กรอิสระหลายแห่ง

หรือแม้แต่กับบางคนถ้าหากไม่มีรัฐประหารก็ยากจะไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุดทางการเมืองได้

การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 คือเครื่องยืนยันอย่างดีว่าหากเล่นกันตามกติกาประชาธิป ไตยแล้ว ใครบางคนก็มีแต่แพ้กับแพ้

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กลุ่มคนเหล่านั้นจะร่ำร้องโหยหวนกับแถลงการณ์ของคณะนิติราษฎร์

นักเรียนเชียงใหม่แต่งชุดเผด็จการนาซีก็เพราะเป็นเด็กรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ผิดกับผู้ใหญ่บางกลุ่ม-นักการเมืองบางพรรคที่สวมใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตยแต่หัวใจฝักใฝ่รัฐ ประหาร

แถมยังไม่ยอมให้ใครมาลบล้างอีกต่างหาก

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ธาตุแท้!?

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด

อ่านคำแถลงการณ์ชุดที่ 2 ของคณะนิติราษฎร์ที่ชี้แจงถึงเหตุผลการลบล้างผลพวงจากรัฐประหาร 19 กันยา 49 แล้ว

ทำให้เข้าใจถึงเจตนาที่แท้จริง

เพราะ หลังมีการออกแถลงการณ์ครั้งแรก กลับถูกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งโจมตีและกล่าวหาว่ามีเจตนา”ล้างผิด”ให้ทักษิณ ชินวัตร

ความจริงคณะนิติราษฎร์เคยเชิญนายอภิสิทธิ์ร่วมถกถึงรายละเอียด แต่ไม่ได้รับการตอบรับ

จึงต้องแถลงชี้แจงให้กระจ่าง ป้องกันไม่ให้กลุ่มการเมืองนำไปบิดเบือนอีก !?

หลักใหญ่ใจความก็ยืนยันว่าการลบล้างผลพวงรัฐประหารไม่ใช่การล้างมลทินให้ทักษิณ หากจะดำเนินคดีกับทักษิณใหม่ก็ทำได้

แต่ต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมายที่”ปกติ”

เพราะ เห็นว่าคำวินิจฉัยคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ และคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นำเอาประกาศ”คปค.”มาใช้บังคับแก่คดี

จึงถือเป็นผลจากรัฐประหารเช่นกัน !

นอก จากนี้ยังชี้ให้เห็นว่าการลบล้างผลพวงจากรัฐประหารเคยมีให้เห็นในนานาอารย ประเทศ เช่น การประกาศความเสียเปล่าของคำพิพากษาสมัยนาซีเป็นต้น

ส่วน ที่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ลบล้างผลพวงการรัฐประหารครั้งอื่นๆ ด้วย ก็เพราะผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยายังดำรงอยู่ และเป็นต้นตอของความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้

ถึงแม้ว่าคณะนิติราษฎร์จะชี้แจงทุกข้อข้องใจอย่างกระจ่างแล้ว

ยังไม่วายโดนโจมตีจากนายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยืนกรานว่าคณะนิติราษฎร์มีเจตนาช่วยทักษิณ

จ้องลบล้างการรัฐประหาร 19 กันยา ไม่สนใจรัฐประหารครั้งอื่นๆ

นายสกลธียังบอกว่าให้ไปดูว่าก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยา บ้านเมืองถูกคุกคามจากเผด็จการรัฐสภายังไงบ้าง

พูดแบบนี้จะตีความว่านายสกลธีเห็นด้วยกับการรัฐประหารได้หรือไม่ !?

หากอ่านคำชี้แจงของคณะนิติราษฎร์ และฟังข้อกล่าวหาจากนายอภิสิทธิ์และนายสกลธีแล้ว

คนที่มีหัวใจเป็นประชาธิปไตยคงเห็นธาตุแท้ และตัดสินใจได้ไม่ยาก

จะเชื่อนักวิชาการที่ต่อต้านการปฏิวัติมาตลอด

หรือจะเชื่ออดีตนายกฯที่เคยได้รับประโยชน์จากการรัฐประหาร

กับรองโฆษกปชป.ที่เป็นทายาทเลขาฯคมช. !?

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

สังคมการเมือง ‘จักรภพ’โผล่เขมร นพดลวัดใจ’เจ๊ปู’


… เสี่ยแม้ว ผลุบๆ โผล่ๆ เขมร ตอนแรกที่มาถึงเหมือนจะอยู่ยาวจนถึงวันเตะบอลกระชับมิตรไทย-เขมร แต่ต่อมาก็บินพรวดเข้ามาเลย์ สไกป์จี้งานรมต.เพื่อไทยเสร็จบินกลับเข้าเขมรอีกเพื่อพบทีมเสื้อแดง แล้วพอวันเตะ (บอล) บินต่อไปฮ่องกงซะแล้ว

ยังเผลอคิดว่าโดนไล่ล่าอยู่มั้ง

…เสี่ย แม้ว ไม่อยู่ลงฟาดแข้งให้แฟนคลับได้เห็น แต่ได้ จักรภพ เพ็ญแข ที่หลบกบดานอยู่ต่างประเทศเสียนาน โผล่มาเซอร์ไพรส์กองเชียร์ด้วยใบหน้าใสกิ๊ก กว่าเดิม ประกาศว่ายังไม่มั่นใจสถาน การณ์บ้านเมือง ขอเป็นเด็กดื้อ ยังไม่กลับบ้าน

ติดใจอะไรแถวนั้นรึเปล่า

…เป็น สมาชิกบ้าน 109 ในยุคพลังประชาชนโดนยุบ แต่ นพดล ปัทมะ เริ่มออกมาเชียร์เมมเบอร์บ้าน 111 ที่จะได้รับการปลดล็อกช่วงกลางปีหน้าแล้ว ถือโอกาสโยนหินและวัดใจ นายกฯ ปู ว่าพร้อมปรับครม.รองรับบุคลากรหน้าเก่าๆ รึเปล่า

ปูทางสู่วันของบ้าน 109 ด้วย

…ตัวเข้า ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นถึงสหรัฐ แต่ เสี่ยปึ้ง-สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.บัวแก้ว ส่งเสียงจ้อมาที่เมืองไทยทุกวัน ทั้งเรื่องงานและสัญญาณล่อเป้า หนักเบาสลับกันไป ล่าสุดเป็นคิวเบาๆ แจ้งกำหนดเยือนพม่าของนายกฯ ต้นเดือนต.ค.

อย่างนี้โทรโข่งตกงานหมด

… เจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา ยอมรับว่าช่วงเปลี่ยนถ่ายผู้บริหารใหม่อาจมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะการพกพาอาวุธปืนที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามามาก ล่าสุดสั่งเข้มทีมรปภ. เพิ่มความเข้มตรวจอาวุธสมาชิกและผู้เข้าออกทุกคน

ควรทำให้ตลอดและต่อเนื่อง

…ห้อง ‘เสมา 1′ ที่ปรับโฉมขนานใหญ่หรูหราชนิดไม่แคร์สื่อ ล่าสุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมให้ทุกสายเข้ามาสัมผัสบรรยากาศความโอ่อ่า แต่จนถึงวันนี้ ครูแมว-วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เจอหน้าใครยังต้องตอบคำถามซ้ำๆ ‘เงินพ้ม-ไม่ใช่เงินหลวง’

คงปากแฉะจนพ้นเก้าอี้แหละ

…บิ๊ก อ๊อบ-พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามา พงศ์ ตรวจเยี่ยมตำรวจสิงห์บุรีวันก่อนก็เลยไปตรวจน้ำท่วมด้วย พร้อมถือโอกาสเปิดตัวหลังบ้าน มาดามเอ๋-สาวิตรี ดามาพงศ์ รักษาการนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ซึ่งควงนางเอก ‘แพนเค้ก’ มาช่วยจุดเรตติ้งด้วย

โปรโมชั่นพ่วงกับ ‘น้องปู’ รึเปล่า?

… กระทรวงยุติธรรม เชิญชมละครเวทีเรื่อง ‘พระอาทิตย์ในมือผม’ ผลงานของเด็กๆ ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน วันที่ 29 ก.ย. ถึง 2 ต.ค. ที่ศูนย์ประชุมสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) จ.ปทุมธานี ติดต่อรับบัตรที่ 0-2141-6481-2

ไปให้กำลังใจเด็กกันเยอะๆ

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

2 อดีตนายกฯ

เหล็กใน
สมิงสามผลัด

การสไกป์เข้าไปร่วมประชุมรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเมื่อกลางสัปดาห์ก่อนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

จะว่าไปแล้วเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

ถึงแม้การประชุมกันในวันนั้น

พ.ต.ท.ทักษิณแนะนำการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

แนะนำเรื่องเมกะโปรเจ็กต์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

รวมถึงการแก้ปัญหาอาชญากรรม-ยาเสพติด-ไฟใต้ ที่ต้องทำให้เป็นรูปธรรมโดยด่วน

บรรดารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยคงนั่งพยักหน้ากันหงึกๆ

แต่ที่นั่งทำตาปริบๆ ก็คงไม่พ้น นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

คงรู้ดีว่าวันรุ่งขึ้นต้องโดนฝ่ายค้านถล่มอานแน่

แล้วก็จริงๆ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมปล่อยให้ผ่านไปง่ายๆ

เล่นงานนายกฯ ยิ่งลักษณ์ว่าเป็นนายกฯ หุ่นเชิด

มี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น “นายกฯ เงา” ที่อยู่เบื้องหลังบงการทุกสิ่งทุกอย่างเอง

อย่างที่บอกมันจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

ถึงแม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะหาเสียงมาตั้งแต่แรกๆ ว่า “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ก็ตามเถอะ

ความจริงจะแนะนำอะไรก็ทำได้ แต่มันต้องอยู่ที่ความเหมาะสมด้วย

ไม่นึกถึงรัฐบาลก็นึกถึงน้องสาวตัวเองบ้าง

นี่คือการเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ ที่ยังไม่ยอมหยุดนิ่งเสียที

แต่ก็ยังมีอดีตนายกฯ อีกคนที่ไม่ยอมหยุดนิ่งเช่นกัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ หรือนายกฯ เงา หรือผู้นำฝ่ายค้านในตอนนี้

ใช้เวลาออกหาเสียงยิ่งกว่าก่อนเลือกตั้งเสียอีก

จนโดนวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งบ้านทั้งเมืองว่า “เตรียมตัว” เพื่ออะไรหรือเปล่า??

จะว่าไปแล้วหลังจากหมดอำนาจ แพ้การเลือกตั้งเมื่อ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา

นายอภิสิทธิ์ก็ออกอาการชอร์ต ซึมๆ ไปพักใหญ่

คงทำใจ เตรียมรับมือกับคดีความการสลายม็อบแดง 91 ศพแล้ว

แต่จู่ๆ ก็ไม่รู้ว่าไปได้ “คาถาดี” ที่ไหนมา

เลยฮึกเหิมหาเสียงยกใหญ่

คิดจะกลับมาเป็นนายกฯ อีกหนก็คงไม่มีใครห้าม

ถ้าเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย รอเลือกตั้งกันใหม่ในอนาคต

นายกฯ เงา อย่างนายอภิสิทธิ์ก็อาจได้กลับมาเป็นนายกฯ จริงก็ได้

แต่เตือนไว้เลยว่าอย่าคิดใช้ “ทางลัด-วิธีพิเศษ” หรือพึ่งพา “มือที่มองไม่เห็น” อีกครั้ง

เลิกหวังลมๆ แล้งๆ ว่าอีก 5-6 เดือนจะเกิดอุบัติเหตุการเมืองขึ้นอีก

แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

อีกไม่กี่วัน! กี้ร์-เจ๊ดา-จรัลมอบตัว

ตู่กล่อมกลับไทยสู้คดี เปิดชวตเหยื่อเมย.53 พิษแก๊สน้ำตาสู่มะเร็ง พี่จี้เอาผิดคนสั่งปราบ


ยังอยู่- “กี้ร์” อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง โผล่แจกลายเซ็นให้กับบรรดาคนเสื้อแดง ระหว่างงานเลี้ยงหลังการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตร ในโรงแรมที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อค่ำวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา

‘กี้ ร์-อริสมันต์’โผล่เขมร ร่วมฉลองเตะบอลกระชับมิตรเสื้อแดง-ฮุนเซน เตรียมกลับไทยเข้ามอบตัวสู้คดี พร้อม’เจ๊ดา’กับ’จรัล ดิษฐาอภิชัย’ แต่’จักรภพ’ ยังไม่แน่ ทัวร์เสื้อแดงตามไปเชียร์ ขากลับประสบอุบัติเหตุรถชนคว่ำ บาดเจ็บ 8 สาหัส 2 ด้านแกนนำแดงขอนแก่นได้ประกันตัวอีกราย ญาติพี่น้องแห่รับออกจากคุก เปิดอีกชีวิตเหยื่อสลายการชุมนุม ‘หรั่ง เก็มกาแมน’ สมาชิก นปช. โดนแก๊สน้ำตาจากเฮลิคอปเตอร์ ในเหตุการณ์ 10 เม.ย.53 สารพิษกัดกินใบหน้าจนกลายเป็นมะเร็ง เสียชีวิต เพราะต้องหนีการไล่ล่าไปปฏิบัติธรรม ไม่กล้าไปพบแพทย์รักษา พี่สาวลั่นไม่สนเงินชดเชย แต่ต้องการให้เอา ‘คนสั่งการ’ มาลงโทษ

นปช.ถูกแก๊สน้ำตาเป็นมะเร็งดับ

เมื่อ วันที่ 25 ก.ย. ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี พ.ศ.2553 ตั้งอยู่ชั้น 5 ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว นางเรียม เก็มกาแมน อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/1001 ต.บึงยี่โถ จ.ปทุมธานี เดินทางมาให้ข้อมูลต่อนางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของน.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ซึ่งเป็นแกนนำศูนย์ช่วยเหลือฯ โดยนางเรียมเป็นพี่สาวของนายพรหมมินทร์ หรือหรั่ง เก็มกาแมน อายุ 42 ปี สมาชิกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 ที่แยกคอกวัว โดยนายหรั่งถูกแก๊สน้ำตา ทำให้เกิดเป็นแผลระคายเคือง ก่อนจะลุกลามกลายเป็นมะเร็ง และเสียชีวิต

นางเรียม กล่าวว่า น้องชายเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด เป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 14 คน มีอาชีพนวดแบบโบราณ และจับเส้น เริ่มเข้าร่วมการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย.2549 เพราะเห็นว่าการยึดอำนาจจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่แนวทางประชาธิปไตย กองทัพไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน จึงออกไปร่วมชุมนุมกับนปช.ตั้งแต่นั้นมา

แฉโดนไล่ล่าต้องหลบหนี

พี่ สาวนปช. กล่าวว่า วันเกิดเหตุ 10 เม.ย. 2553 นายหรั่งไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ระหว่างชุมนุมโดนแก๊สน้ำตาที่โปรยลงมาจาก เฮลิคอปเตอร์เข้าไปเต็มๆ ต่อมาเหตุการณ์ลุกลามมีการปะทะกับทหาร และใช้ก้อนหินขว้างกันไปมา ขณะนั้นหรั่งถูกลูกหลงโดนก้อนหินเข้าที่ใบหน้า ตรงใต้ตาอย่างจังจนเลือดอาบใบหน้า ถูกนำตัวมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นภายในเต็นท์หน้าร.พ.รามาธิบดี ได้รับเงินเยียวยาในฐานะผู้บาดเจ็บจำนวน 20,000 บาท

“หลังเกิดเหตุ หรั่งไปอาศัยหลบอยู่กับผู้ใหญ่ที่นับถือคนหนึ่งที่ จ.อุดรธานี นับจากวันนั้น กลัวว่าจะโดนทางการตามจับตัว เพราะไปปะทะกับทหาร และก็ไม่กล้าออกไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาล ทำให้บาดแผลที่ใบหน้าเริ่มอักเสบมาก มีตุ่มขึ้นคล้ายฝีบริเวณใต้ตาซ้ายขนาดใหญ่ พยายามบอกให้ไปรักษาตัว แต่เขาก็ไม่ยอม ก่อนจะหลบไปปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งหนึ่ง จ.อุดรธานี เพราะเขาเชื่อว่าจะทำให้อาการบาดเจ็บทุเลาลงและหายเอง” พี่สาวเหยื่อแก๊สน้ำตา กล่าว


พี่เหยื่อ - นางเรียม เก็มกาแมน พี่สาวนายพรหมมินทร์ เก็มกาแมน นปช.ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าในเหตุสลายม็อบเดือนเม.ย.53 จนแผลลุกลามกลายเป็นมะเร็งเสียชีวิต เรียกร้องรัฐบาลเร่งนำตัวคนสั่งการมาลงโทษ

สารพิษแก๊สน้ำตาคร่าชีวิต

นาง เรียมกล่าวต่อว่า ระหว่างที่นายหรั่งปฏิบัติธรรมอยู่ อาการก็เริ่มลุกลาม มีตุ่ม หรือฝีเล็กๆ โผล่ขึ้นมา และเริ่มขยายใหญ่จนผิดปกติ ต้องรีบนำตัวไปพบแพทย์ และมารู้ว่าเป็นมะเร็ง ต้องทำคีโม หรือฉายรังสี มากกว่า 20 รอบ โชคดีที่สามารถใช้บัตรทองรักษาตัวได้ ขณะนั้นแพทย์เรียกไปพบ และบอกว่านายหรั่งจะอยู่ได้อีกไม่เกิน 2 เดือน แต่ใจเขาสู้ มีกำลังใจดีมากจากคนเสื้อแดง และแกนนำนปช. ทั้งนาย จตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่แวะมาเยี่ยมเสมอ ทำให้เขามีชีวิตอยู่ถึง 8 เดือน

“สาเหตุที่นายหรั่งเสียชีวิตจากมะเร็ง น่าจะมาจากสารเคมีในแก๊สน้ำตา และไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี เนื่องจากกลัวถูกจับ จนทำให้สารเคมีเข้าสู่ร่างกาย กลายเป็นมะเร็งในที่สุด เพราะก่อนหน้าที่จะไปร่วมชุมนุม หรั่งมีสุขภาพแข็งแรง ไปร่วมชุมนุมทุกเวทีทุกภาคของประเทศ หลังจากเสียชีวิตนำศพหรั่งไปตั้งบำเพ็ญกุศล และฌาปนกิจศพที่วัดเขียนเขต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา” นางเรียม กล่าว

พี่สาวจี้เอาคนสั่งการมาลงโทษ

พี่ สาวเหยื่อสลายการชุมนุมกล่าวอีกว่า ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ญาติยังไม่เคยได้รับเลยแม้แต่บาทเดียว ได้แค่ 20,000 บาท จากเต็นท์พยาบาลหน้าร.พ.รามาธิบดี เท่านั้น และไม่รู้ว่าเป็นเงินใคร การออกมาเรียกร้องครั้งนี้ เพราะเห็นว่าผ่านมานานกว่า 1 ปี ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร ญาติทุกคนไม่ต้องการเรียกร้องเงินชดเชยใดๆ เพียงแค่ต้องการให้กระบวนการยุติธรรม และรัฐบาลใหม่รีบสอบ สวนหาผู้กระทำผิด เอาคนสั่งการมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว เพราะทุกวันนี้คนกลุ่มนี้ยังเดินลอยนวลอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกวันนี้ที่บ้านพักของนางเรียม จ.ปทุมธานี ที่นายหรั่งเคยมาพักอาศัยด้วย ยังคงเก็บเสื้อแจ๊กเกตสีแดงปักอักษร นปช. ของนายหรั่ง น้องชายเอาไว้อยู่ รวมทั้งดอกไม้สีแดง และพัดรูปพ.ต.ท.ทักษิณ โดยนางเรียมบอกว่า เป็นสิ่งของที่นายหรั่งรักมาก ทางญาติจึงเก็บไว้เป็นที่ระลึก

‘อริสมันต์-เจ๊ดา’โผล่เขมร

วัน เดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงดึกวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างทีมส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำเสื้อแดง กับรัฐบาลกัมพูชาเสร็จสิ้น นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หนึ่งในแกนนำ นปช.ที่อยู่ระหว่างหลบหนี ได้ไปปรากฏตัวร่วมกับ นางดารุณี กฤตบุญญาลัย แนวร่วมนปช. ที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดีเช่นกัน รวมทั้ง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. ต่อหน้าคนเสื้อแดงเกือบพันคน ที่บริเวณชั้นล่าง ของโรงแรมลักกี้ สตาร์ ใกล้กับสนามกีฬาโอลิมปิก กรุงพนมเปญ

นอกจากนี้ ยังมีนางรพิพรรณ พงศ์เรืองรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ภรรยา ก็เดินทางมาเยี่ยมนายอริสมันต์ สามีด้วย สำหรับเนื้อหาการพูดคุยส่วนใหญ่ของนายอริสมันต์กับคนเสื้อแดง เป็นการถามไถ่สารทุกข์ และนายอริสมันต์ยังกล่าวตัดพ้อว่าสื่อมวลชนไม่ให้ความเป็นธรรมทั้งกับเสื้อ แดงและรัฐบาล ดังนั้น มวลชนเสื้อแดงอย่าไปให้ความสำคัญ เพราะต่อไปนี้เสื้อแดงจะตั้งสื่อเป็นของตัวเอง

เขมร-เสื้อแดงฉลองชื่นมื่น

อย่าง ไรก็ตาม ตลอดการเดินทางมากัมพูชาครั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าแกนนำนปช. อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, น.พ.เหวง โตจิราการ, นางธิดา ถาวรเศรษฐ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง ไม่ได้ปรากฏตัวพร้อมกับนายอริสมันต์ และหลังการแข่งขันฟุตบอล แกนนำนปช.ส่วนใหญ่ก็แยกตัวมาร่วมงานเลี้ยงที่ รัฐบาลกัมพูชาจัดขึ้น โดยมีจอมพลซาวสุคา รองผบ.สส.กัมพูชา ผู้คุมกำลังทางทหารทั้งหมด และเป็นคนสนิทของสมเด็จฮุนเซน นายกฯ กัมพูชา ร่วมงานเลี้ยงรับรองที่โรงแรมคัมโบเดียนา

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า บรรยากาศงานเลี้ยงในช่วงดึกเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยจอมพลซาวสุคา สวมเสื้อแดงแจ๊กเกตสีแดง ปักข้อความด้านหลัง “นปช.แดงทั้งแผ่นดิน” ขึ้นเวทีร่วมกับแกนนำคนเสื้อแดง พร้อมทั้งประกาศสัญญาใจจับมือเป็นพี่น้องกัน โดยกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมอ้าแขนรับคนเสื้อแดง มีใจความสรุปว่า “หากวันพรุ่งนี้ประเทศคุณมีรัฐประหาร ผมจะเป็นคนดูแลพวกคุณ และครอบครัวของพวกคุณเอง” แกนนำนปช.ปรบมือเสียงดังลั่นห้องจัดเลี้ยง

3 นปช.เล็งกลับไทย-มอบตัว

ส่วน นายจตุพร กล่าวว่า อีกไม่กี่วันนาย อริสมันต์ นางดารุณี และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำนปช.จะเดินทางกลับมามอบตัวที่ประเทศไทย เชื่อว่าทุกคนจะได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดี เพราะโทษของคดีไม่หนักหนา ส่วนนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำนปช.อีกคนนั้น ก็ได้คุยกันแล้วว่าจะตัดสินใจอย่างไร หลังจากนี้เจ้าตัวก็ต้องเลือกทางเดินอิสรภาพของเขาเอง

ส.ส.บัญชีราย ชื่อ พรรคเพื่อไทย และ แกนนำนปช. กล่าวต่อการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และนางราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ 2 แกนนำเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำกัมพูชา ว่าในการเดินทางมาแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ก็มีโอกาสพูดคุยกับทางผู้ใหญ่ในรัฐบาลกัมพูชาบ้าง เขาก็พร้อมให้การช่วยเหลือ แต่ต้องเป็นไปตามหลักกฎหมายของประเทศกัมพูชา แต่เขารับปากว่ายังไงก็ปล่อยตัวอยู่แล้ว และเชื่อว่าอีกไม่นานหลังจากนี้ เพราะการมาแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้ พวกเรามาจุดประกายเรื่องสันติภาพ ซึ่งสังคมโลกก็มีความสุขแล้ว

นัดหน้า-เตะกระชับมิตร’ลาว’

ขณะ ที่นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงการเดินทางเข้ามอบตัวของแกนนำนปช.ที่ยังหลบหนีคดีในต่างประเทศ ภายหลังมีข่าวว่าแกนนำบางคนยังมีแนวคิดต่างกัน ระหว่างเข้ามอบตัวกับยังไม่เข้ามอบตัวว่า ต้องหารือและพูดคุยกันก่อน เนื่อง จากมีรายละเอียดค่อนข้างมาก อย่าไปคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ยืนยันว่าในส่วนของพวกเรา ก็ดำเนินการเพื่อจะช่วยเหลือพี่น้องเราอยู่ตลอด ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าหากรัฐบาลรับข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและ ค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มีบางข้อ เช่น การปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหา อาจจะทำให้ความเห็นของคนเสื้อแดงแตกเป็น 2 ฝ่าย คือทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนั้น เห็นว่าเรายังไม่ถึงตรงจุดนั้น และไม่ไปยึดติดที่ข้อเสนอ แต่ต้องดูให้เป็นไปอย่างถูกต้อง

ด้านนาย อารี ไกรนรา เลขานุการรมว. มหาดไทย กล่าวว่า หลังจากนี้จะเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรนัดที่ 2 ที่ประเทศลาว ในต้นเดือนต.ค. จากนั้นจะไปแข่งที่ประเทศมาเลเซีย อยู่ระหว่างการประสานงาน จากที่คุยกันไว้ตั้งใจจะจัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรประเทศเพื่อนบ้าน เดือนละ 1 ครั้ง

ทัวร์แดงชนคว่ำเจ็บ 8 สาหัส 2

ที่ ด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญ ประเทศ จ.สระแก้ว กลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางไปชมการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรในกรุงพนมเปญ ต่างเดินทางกลับเข้าประเทศไทย บางคณะแวะท่องเที่ยวปราสาทนครวัด จ.เสียมเรียบ หรือไม่ก็แวะซื้อสินค้าในตลาดปอยเปต ฝั่งประเทศกัมพูชา กันอย่างคึกคัก

จากการสอบถามคนขับรถรับจ้างสาย ปอยเปต-นครวัด เปิดเผยว่า มีรถโดยสารปรับอากาศ 2 ชั้นของประเทศไทย ที่ไปเที่ยวปราสาทนครวัด จ.เสียมเรียบ ปรากฏว่ารถประสบอุบัติเหตุ ชนกับรถเก๋งของชาวกัมพูชา จนรถเก๋งตกถนน ส่วนรถทัวร์ของไทยก็ตกถนนเช่นกัน ผู้โดยสารคนไทยที่เป็นสมาชิกเสื้อแดง 8 คน ได้รับบาดเจ็บ และมี 2 คนอาการสาหัส หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.เสียมเรียบ ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งร.พ.เสียมเรียบ

แดงขอนแก่นพ้นคุกอีกราย

ที่ หน้าเรือนจำกลางขอนแก่น นายธนิก มาสีพิทักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 100 คน รอรับตัวนายสุทัศน์ สิงห์บัวขาว แกนนำเสื้อแดงขอนแก่น ที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ในคดีวางเพลิงเผาศาลากลางจังหวัด สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที จ.ขอนแก่น บุกรุกสถานที่ราชการ และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ท่ามกลางความดีใจของกลุ่มคนเสื้อแดง และญาติพี่น้อง

นายธนิกกล่า วว่า แกนนำคนเสื้อแดงขอนแก่น ทั้ง 4 คน ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวแล้วทั้งหมด พรรคเพื่อไทยได้แต่งตั้งทนายความ และส.ส.ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยศาลจังหวัดขอนแก่น นัดไต่สวนคดีในวันที่ 12 ม.ค.2555 เชื่อว่าศาลจะให้ความเมตตา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีการเมือง

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ตื่นได้แล้ว

คอลัมน์ เหล็กใน
มันฯ มือเสือ

เป็นไปตามคาดกรณี “ทักษิณ” สไกป์เข้ามาร่วมประชุมรัฐมนตรีเพื่อไทยเมื่อวันพุธ

เป็นเหตุให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นน้องสาวต้องเหนื่อยกับคำถามที่ว่า ตกลงใครคือนายกฯ ตัวจริงกันแน่

แต่ จะอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทักษิณเสนอแนะต่อรัฐบาล ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อหนังสือพิมพ์หลายฉบับรายงานคล้ายคลึงกัน คือชี้แนะแนวทางทำงานด้านต่างๆ

ไม่ว่าการช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำท่วม นำโครงการเอสเอ็มแอล และกองทุนหมู่บ้านที่เคยประสบความสำเร็จกลับมาใช้โดยเพิ่มงบเข้าไป

เปิดโอกาสประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดความต้องการของตัวเองเพื่อให้แก้ไขปัญหาถูกจุด และทำให้เกิดการฟื้นฟูไปพร้อมกับการเยียวยา

ทั้ง ยังแนะนำเรื่องเมกะโปรเจ็กต์ อีกช่องทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เน้นย้ำว่าโครงการใดทำเอาไว้แล้ว รัฐบาลและรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงต้องลุยต่อ

แต่ขอให้พิจารณาภาพรวมหรือแม็กโครก่อนว่าเป็นอย่างไร แล้วค่อยมาดูไมโครในรายละเอียดเพื่อประหยัดงบประมาณ

ส่วนโครงการใดที่ไม่เคยดำเนินการมาก่อนขอให้รอบคอบและระวังเรื่องทุจริต ถ้าเป็นไปได้ควรตั้งกรรมการมาศึกษาแต่ละโครงการให้ชัดก่อน

เช่นเดียวกับปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาภาคใต้ ที่ผู้ปฏิบัติและรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบต้องเร่งดำเนินการด้วยความเข้มแข็ง

แต่ ที่ทักษิณเน้นย้ำกับรัฐมนตรีเพื่อไทย คือขอให้ทุกคนตั้งใจทำงาน ไม่ต้องห่วงเรื่องการต่อต้านที่เกิดขึ้นในระยะนี้เพราะเป็นพวก “หน้าเก่า” ทั้งนั้น

“พวกหน้าเก่ากำลังพยายามเขย่ารัฐบาลอย่างหนัก เพื่อหวังได้อำนาจกลับคืนไปอีกครั้งตามวิถีทางที่พวกเขาชำนาญและเคยทำมาแล้ว แต่ไม่ต้องไปห่วงถ้าเราเอาผลงานมาเป็นตัวตั้ง”

ทักษิณโชว์วิสัยทัศน์กลบรัศมีน้องสาวเสียสนิท

ทั้ง ยังสะท้อนไปถึงใครบางคนที่ยังมัวหลงเคลิ้มกับคำทำนายพระท่านว่า ให้รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี เพราะจะได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ (ด้วยวิธีไหนไม่ได้บอก)

นักเล�นเกมตีรวนการเมืองไปวันๆ พอมาเจอกับนโยบาย “ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำ” แบบนี้เข้าไป

ถ้ายังไม่รีบหาทางออกจากความฝัน กลับสู่โลกความเป็นจริงให้ได้ในเร็ววัน

เชื่อว่าอย่างเก่งก็เป็นได้แค่ “นายกฯ เงา” ไปตลอด

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

กลียุค?

คอลัมน์ เหล็กใน
มันฯ มือเสือ

เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง ในช่วงครบรอบ 5 ปีเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549

เพราะ อย่างที่รู้กันว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ร่างขึ้นจากกลุ่มอำนาจเผด็จการ คมช. หลังจากฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540 ไปเรียบร้อยแล้ว

รัฐธรรมนูญปี 2550 ถูกขนานนามต่างๆ นานา อาทิ ฉบับหน้าแหลมฟันดำ ฉบับจีเอ็มโอ ฉบับผลไม้พิษ ฉบับเผาป่าล่าสัตว์ เนื่องจากมีจุดมุ่งหมายจัดการกับคนๆ เดียวคือ “ทักษิณ”

ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยหาเสียงว่าจะเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ถึงกับเสนอเป็นแคมเปญด้วยซ้ำไปว่า

ถ้าประชาชนต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญฉบับ ผลไม้พิษให้เลือกพรรคเพื่อไทย ถ้าไม่ต้องการให้แก้ไขก็เลือกพรรคฝ่ายตรงข้าม

ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกเข้ามาถล่มทลายเกินครึ่งสภา

จึง ถือเป็นความชอบธรรมที่หลังจากเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยจะอ้างฉันทานุมัติจากประชาชนในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญหน้า แหลมฟันดำ

แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญคือกฎหมายแม่บท ของประเทศ การบอกจะแก้แล้วทำได้เลยเป็น ไปไม่ได้ จะต้องมีกระบวนการแก้ไขที่ทุกฝ่ายยอมรับ

ตาม ที่รัฐบาลเพื่อไทยเสนอ อันดับแรกคือแก้มาตรา 291 เพื่อให้มีสมาชิกสภาร่าง หรือส.ส.ร.จากการเลือกตั้ง เข้ามาเป็นผู้ยกร่าง คล้ายกับเมื่อครั้งรัฐธรรมนูญปี 2540

ยกร่างเสร็จแล้วก็จะจัดให้มีการทำประชามติ สอบถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่

ทั้งหมดคือกระบวนการคร่าวๆ ซึ่งไม่เห็นว่าหากดำเนินการตามนั้นแล้วจะทำให้ประเทศชาติเกิดความขัดแย้งถึงขั้นกลียุคได้อย่างไร

ส่วน “พรรคแมลงสาบ” ที่ได้รับประโยชน์จากการรัฐประหารเมื่อปี 2549 จะคัดค้านการแก้ไขก็ถือเป็นสิทธิ์ แต่ต้องอยู่ในกรอบกติกา

เช่น สามารถรณรงค์ชี้แจงต่อประชาชนได้ในขั้นตอนการทำประชามติ ว่ามีเหตุผลความจำเป็นอย่างไรที่คนไทยต้องช่วยกันปกป้องรักษาไว้ซึ่งรัฐ ธรรมนูญปี 2550

อันเป็นมรดกอำนาจกลุ่มเผด็จการ ที่มุ่งหวังใช้เป็นเครื่องมือสร้างความทุกข์ทรมานให้คนคนเดียว แต่กลับมีผลข้างเคียงในการทำลายระบอบการเมืองอย่างกว้างขวางและลึกซึ้ง

ขอเตือนไว้ก่อนว่าต้องอธิบายให้ดี

อย่าหน้ามืดตามัวเหมือนสมัยเรียกร้อง “มาตรา 7″ ก็แล้วกัน

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

สบช่องด่า

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
เภรี กุลาธรรม

มติครม.ล่าสุด อนุมัติแต่งตั้ง นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เป็นที่ปรึกษารมว.สาธารณสุข

นอกจากนี้ ยังแต่งตั้ง-โยกย้ายข้าราชการระดับอธิบดีอีกหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะในกระทรวงยุติธรรม

พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงไอซีที มาเป็นอธิบดีกรมราช ทัณฑ์

แทน นายชาติชาย สุทธิกลม คนบ้านเดียวกับ นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ

เด้ง นายอำพล วงศ์ศิริ คนสนิทของ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พ้นจากเก้าอี้เลขา ธิการ ป.ป.ท.

กรณีนายพสิษฐ์และ พ.ต.อ.สุชาตินั้นดูเหมือนจะเข้าทางพรรคประชาธิปัตย์อย่างจัง

เพราะทั้งคู่คือตัวละครสำคัญในคดียุบพรรค

พรรคประชาธิปัตย์ออกมาจวกทันทีนายพสิษฐ์ได้ดี เพราะเกี่ยวข้องกับคลิป

หลอกให้นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง หนึ่งในทีมทนายไปติดกับ(ฮา)

พร้อมกับตั้งคำถามว่านายพสิษฐ์มีความรู้ความสามารถด้านสาธารณสุขอย่างไร ถึงได้มานั่งเป็นกุนซือรัฐมนตรี

เรื่องแบบนี้ ถ้าหากประชาธิปัตย์ไม่แกล้งลืม

ก็ต้องย้อนไปดูตอนที่ตั้งนายประพันธ์ คูณมี เป็นที่ปรึกษาคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์ฯบ้าง

สำหรับพ.ต.อ.สุชาตินั้น ถือว่าประชาธิปัตย์มีปัญหาส่วนตัวกันด้วยซ้ำไป

ถึงขนาดสั่งย้ายออกจากรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้ามหน่วยไปอยู่กระทรวงไอซีที

เพราะเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีไซฟ่อนเงินบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ที่ประชาธิปัตย์ต้องต่อสู้คดีในศาลรัฐธรรมนูญ

พ.ต.อ.สุชาติ ประคารม เบิกความตอบโต้กับทนายคนดังของพรรคประชาธิปัตย์ไว้อย่างไร

ค้นอ่านจากข่าวเก่าๆได้

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่าที่พ.ต.อ.สุชาติได้มาเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพราะเป็นคนทำคดีดังกล่าว จึงเป็นการต่างตอบแทนกัน

เท่าที่ดูจากการให้สัมภาษณ์ ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงมา พยายามบอกว่าอธิบดีคุกคนใหม่จะมาช่วยพ.ต.ท. ทักษิณในเรื่องของการฎีกา

แต่ส.ว.เลือกตั้งบางคนบอกว่าเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น

เพราะถ้าหากอธิบดีคนเดิมอยู่ ก็ใช่จะฎีกาไม่ได้

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ประชาชนตัดสิน

ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน

เมื่อ สัปดาห์ที่แล้ว เครือข่าวสด-มติชน ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติไปแล้ว ด้วยเหตุผลสำคัญคือ สภาหนังสือพิมพ์ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นองค์กรปกป้องเสรีภาพหนังสือพิมพ์

แต่วันนี้องค์กรนี้ เปิดช่องให้อำนาจการเมืองภายนอกเข้ามาแทรกแซง

จะหาเรื่องกล่าวหาข่าวสด-มติชนเสียให้ได้

เพราะอะไร เพราะการเมืองที่ว่านั้น มีอารมณ์แค้นอารมณ์ค้างมาจากผลการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม!

เริ่มจากเกิดเรื่องอีเมล์ฉาวพาดพิงถึงผู้คนในหนังสือพิมพ์ตั้ง 6-7 ฉบับ จึงตั้งอนุกรรมการสอบสวนแล้วสรุปว่าไม่มีมูล

*แต่อนุกรรมการกลับเพิ่มเรื่องสอบ เพื่อจะหาเรื่องข่าวสด-มติชนเป็นการเฉพาะ*

ด้วยวิธีตรวจพาดหัวข่าวและนับรูปหน้า 1 แล้วสรุปว่า 2 ฉบับนี้เอนเอียงเข้าข้างเพื่อไทย

ถ้าบอกว่าพาดหัวเป็นเท็จ รูปที่ลงไม่ใช่รูปจริง อันนี้ผิดแน่นอน

แต่เพราะไม่ผิด ก็เลยสรุปแบบถูไถไปว่าเอนเอียง

*ไม่เท่านั้นอนุกรรมการสอบสวน ยังละเมิดจรรยาบรรณหนังสือพิมพ์ ด้วยการเปิดเผยชื่อคอลัมนิสต์ แต่สภาการหนังสือพิมพ์ก็ปล่อยให้เขาละเมิดกันหน้าตาเฉย*

สมาชิกเตือนว่า วิธีการเข้ามาดูพาดหัวข่าวและตรวจรูปภาพหน้า 1 นั้น คือ การคุกคามเสรีภาพ ทำราวกับเป็นกรรมการเซ็นเซอร์ของสันติบาล

เตือนแล้ว สภาหนังสือพิมพ์ยังไม่รู้เรื่อง!*

สมาชิก ใช้สัญชาตญาณนักข่าว หยิบจดหมายส่วนตัวของประธานอนุกรรมการขึ้นมาเตือน ว่าทำไมเขาสามารถเขียนจดหมายโดยใช้ถ้อยคำแสดงความผูกพันในพรรคการเมืองได้ ขนาดนี้

แล้วการตรวจพาดหัวข่าวและรูปภาพ ที่แอบตั้งเรื่องเองนั้น ก็สอดรับกับคำพูดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ขณะที่ข้อกล่าวหาของอนุกรรมการสอบต่อข่าวสด-มติชนนั้นเลื่อนลอย ไม่มีหลักฐาน

แต่ข้อท้วงติงของสมาชิกต่อประธานอนุกรรมการสอบสวน มีจดหมาย มีคำพูด มีการบ่งชี้วิธีการ

ทั้งหมดนี้กรรมการสภาหนังสือพิมพ์ยังเชื่อหมอมากกว่านักข่าว

ก็เอาเถิด

เพราะข่าวสด-มติชน อยู่บนความยอมรับของประชาชนมากว่า 30 ปี

*คนอ่านเป็นผู้ตัดสินมาตลอด และในเหตุการณ์นี้เช่นกัน!!*

ถ้าคนอ่านเห็นว่าเอนเอียงก็คงไม่ใช่หนังสือพิมพ์ที่มียอดสูงเช่นทุกวันนี้

รับฟังประชาชน แต่ไม่ขอรับองค์กรที่โดนการเมืองครอบแต่ยังไม่รู้ตัว!?!

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด