จดหมายเปิดผนึกฉบับใหม่ จาก 4 พี่น้อง “วิวัชรวงศ์”

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่ทางเน็ต จดหมายเปิดผนึก ภาษาอังกฤษ ยาว 2 หน้า ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 และลงชื่อ 4 พี่น้องชาย “วิวัชรวงศ์” (จุฑาวัชร, วัชเรศวร, จักรีวัชร และ วัชรวีร์)

นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ที่มี “ข่าวคราว” ของ 4 พี่น้องในลักษณะนี้ ครั้งก่อน ในปี 2541 (1998) ได้มีการเผยแพร่ จดหมายเปิดผนึก ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2541 (1998) ลงที่อยู่ ฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา ความยาว 6 หน้า พร้อมเอกสารประกอบ อีกหลายชิ้น (เช่น ภาพถ่ายพาสปอร์ตของทั้งสี่ จดหมายโต้ตอบเกียวกับโรงเรียนที่อังกฤษ ฯลฯ) – ดังที่ผมตัดบางส่วนมาให้ดูต่อไปนี้

หลังจากนั้น “ข่าวคราว” ของทั้งสี่ จะออกมาในลักษณะรูปถ่าย 2-3 รูป (เช่น รูปถ่ายข้างบนของ note นี้) หรือมีครั้งหนึ่ง มีข้อความในเว็บบอร์ดที่หนึ่งในสี่โพสต์ แล้วมีคนไปเห็นเข้า เอามาเผยแพร่ต่ออย่างจำกัด (ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนจะเกี่ยวกับชีวิตในมหาวิทยาลัย) และอีกครั้งหนึ่ง มีคนไปพบรายชื่อหนังสือที่ มารดาของทั้งสี่บริจาคเข้าห้องสมุด ดูเหมือนจะในนามของลูกคนใดคนหนึ่ง (ที่มีผู้สนใจเป็นพิเศษคือ เป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงของ Aldous Huxley เรื่อง Brave New World)

จังหวะเวลา (timing) ของการเผยแพร่ จดหมายเปิดผนึก ฉบับใหม่นี้ นับว่าน่าสนใจไม่น้อย (อาจจะรวมถึงวันที่ของจดหมายด้วย) ตามจดหมายกล่าวว่า เป็นการระลึกครบรอบ 15 ปี ของการจากเมืองไทย

ผมขอนำภาพถ่ายจดหมายมาให้ดู โดยเซ็นเซอร์ข้อความส่วนหนึ่งออก ดังนี้

ข้อความส่วนที่แสดงให้ดูโดยไม่เซ็นเซอร์ เล่าถึงการเรียน การงาน และสุขภาพ ของทั้งสี่ โดยสรุป คือ

- จุฑาวัชระ เรียนปริญญาตรีและปริญญาโทด้านการบิน หลังจบแล้ว ทำงานในอุตสาหกรรมการบินระยะหนึ่ง ปัจจุบัน กำลังเรียนปริญญาเอกด้านกฎหมาย

- วัชเรศวร จบปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ และจบปริญญาโทและปริญญาเอก ด้านกฎหมาย ขณะนี้ มีอาชีพเป็นทนายความ

- จักรีวัชร จบปริญญาตรีด้านชีว-จิตวิทยาและเคมี กำลังเรียนแพทย์อยู่ ใกล้จะจบมาเป็นหมอประจำแล้ว

- วัชรวีร์ จบปริญญาตรีด้านธุรกิจระหว่างประเทศและการคลัง จบปริญญาโทด้านบริหารธุุรกิจ ขณะนี้กำลังทำปริญญาเอกด้านกฎหมาย

- จักรีวัชร มีปัญหาด้านสุขภาพคือ มีเนื้องอกใกล้ระบบประสาท ตั้งแต่อายุ 13 ปี และต้องผ่าตัดหรือรับการฉายรังสี แทบทุกปี เพื่อผ่าหรือรักษาเนื้องอกนี้ ผลจากการถูกฉายรังสีเป็นเวลานาน ทำให้ระบบประสาทการฟังบางส่วนเสียหาย ขณะนี้ หูข้างหนึ่งไม่ได้ยินเสียงแล้ว เขาจะเข้ารับการผ่าตัดอีกในเดือนสิงหาคมนี้ แต่เขาตั้งใจว่าจะเรียนแพทย์จนจบให้ได้

ปัญหาบางประการเกี่ยวกับเนื้อหาจดหมาย

มีปัญหาอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเนื้อหาของจดหมายฉบับนี้ (อยู่ในส่วนที่ผมเซ็นเซอร์ไป) คือ ถ้าดูจากข้อมูลในโทรเลขวิกิลีกส์ ฉบับ 05BANGKOK868 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2548 (2005) ข้อ (9) แล้ว อาจจะขัดแย้งกันอยู่ ผมไม่สามารถอภิปรายในที่นี้ได้ ผู้สนใจต้องลองหาอ่านและวินิจฉัยกันเอาเอง

(ใครอยากได้เนื้อความในจดหมาย โปรดแจ้งความประสงค์มา จะส่งไปให้ทางอีเมล์)

About these ads

38 Comments

Filed under Thaiuknews

38 responses to “จดหมายเปิดผนึกฉบับใหม่ จาก 4 พี่น้อง “วิวัชรวงศ์”

  1. Netisak Vachalakool

    กรุณาส่งสำเนา จม มาที่ อีเมล์ผมด้วยครับ

    netisak2510@gmail.com

  2. isra sirichoomsaeng

    ขอข้อความในจดหมายครับ

  3. ขอข้อความในจดหมายด้วยครับ

    silakampangsak@yahoo.com

  4. pipatne

    ขอข้อความในจดหมายครับ
    pipatne2508@gmail.com

  5. ืnuenook

    ขอข้อความในจดหมายด้วยค่ะ //ขอบคถณค่ะ

    • จะอยู่ในโพสเก่า ๆ รวมไว้ทั้งหมด หวังว่าคงหาได้ไม่ยาก ขอบคุณที่กรุณาติดตาม

  6. krerkchai

    ขอข้อความในจดหมายครับ

    • อยู่ในโพสเก่า ๆ ที่ผ่านมาแล้ว คิดว่าคงหาได้ไม่ยาก ขอบพระคุณที่กรุณาติดตาม

  7. dorn

    กรุณาส่งจดหมายถึงผมที่

    • ต้องขออภัยทุกๆท่านนะคะ เนื่องจากตอนนี้มีการปราบปรามเรื่องการลบหลู่สถาบันอย่างเคร่งครัด เราจำเป็นต้องตัดเนื้อความจดหมายบางส่วนออกไป เพื่อไม่ให้มีการเข้าใจผิดในเนื้อความส่วนนั้นได้ เพราะบางท่านอาจจะเข้าใจผิดเรื่องเนื้อความของจดหมายและนำมาสู่การร้องเรียน
      จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายที่ท่านเขียนมาให้แก่คนในเวปได้อ่าน ไม่ได้มีเจตนาที่จะเกี่ยวข้องกับทางสถาบันแต่อย่างใด และเราก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง บล็อกนี้จัดทำขึ้นเพื่อคนที่ชื่นชอบท่านเท่านั้น

      Dear Friends,
      This year marks the fifteenth year that we have been living abroad. Over the years, we
      have received many kind words of encouragement and well wishes over the Internet and
      elsewhere from the people of Thailand; both from within Thailand and around the world.
      We would like to express our heartfelt gratitude for your kind regards, and we are
      thankful that so many of you have not forgotten us. We have realized that some people
      were curious or had questions regarding our whereabouts over the years. To eliminate
      confusion and false rumors, we have decided to take this opportunity to disclose our
      situation.

      When we were younger, we did not understand the drastic change in our lives, nor could
      we comprehend why we must live our lives outside of our beloved country. Our mother
      would remind us that we have to follow the orders of the Royal Family, and to show our
      gratitude and respect. Our situation, at times, was not at all easy. However, we did not
      stand idle. Instead we learned to push ourselves to our highest potential, and to behave in
      a manner that would not bring shame upon the Royal Family.

      Juthavachara received a bachelor’s degree in avionics and maintenance and a master’s
      degree in aeronautical science. After working in the aviation industr y, he is now
      attending law school in pursuit of a Juris Doctor degree. Vacharaesorn, after receiving his
      bachelor’s degree in political science, a Juris Doctor, and a Master of Law (LLM), is now
      a practicing attorney. Chakriwat, received his bachelor’s degree in psychobiology with
      chemistry minor, he is currently attending medical school, and will soon begin his
      clinical rotations. Vatchrawee double-majored in International Business and Finance, and
      has a Master of Business Administration. He is now attending law school in pursuit of a
      Juris Doctor degree.

      We are also aware of the many rumors being circulated regarding Chakriwat’s health.
      The truth is Chakriwat has been battling Neurofibromatosis (type II) since he was thirteen

      years old. The disease causes tumors to appear along his nervous system, and surgery or
      radiation treatment is required ever y year or so to remove or otherwise treat these tumors.
      Due to numerous radiation treatments he has received, there has been some damage to his
      acoustic nerve, and he became deaf in one ear. He will receive another surger y in August
      of this year. Despite having to undergo these exhausting procedures on a regular basis,
      Chakriwat is determined to complete his medical training.

      Many people continue to speculate regarding our situation or to spread false and
      malicious rumors about us. Rather than addressing these issues in the open, and risk
      offending the institution, we have chosen to remain silent. We merely wanted to use this
      correspondence as an opportunity to thank the many Thais who still care about us and
      remember us, and to state clearly that, every day, we wish to return to Thailand. For
      fifteen years, we have never set foot in our countr y, and we miss it far too much. Until we
      are permitted to return, however, we will remain loyal to the Royal Family, and pray for
      the future of our country.

      We remain faithfully yours,

      /s/ Juthavachara /s/ Vacharaesorn
      Juthavachara Vacharaesorn

      /s/ Chakriwat /s/ Vatchrawee
      Chakriwat Vatchrawee

      เพื่อนที่รัก

      ปีนี้เป็นปีที่ 15 ที่พวกเราต้องอาศัยอยู่ในต่างประเทศ ตลอดมาพวกเราได้รับความเห็นใจ
      และกำลังใจผ่านอินเตอร์เน็ต จากประชาชนทั้งในประเทศ และรอบโลก
      พวกเราขอขอบคุณในไมตรีจิตของทุกคนที่ไม่ได้ลืมพวกเรา
      พวกเราทราบดีว่าทุกคนอยากรู้ว่าพวกเราอยู่กันอย่างไรและอยู่ที่ไหน เพื่อตอบข้อสงสัย
      และข่างลือ พวกเราขอถือโอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จจริง

      ตอนเป็นเด็ก พวกเราไม่เข้าใจในการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในชีวิตของพวกเรา
      และพวกเราไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเราจึงต้องมาใช้ชีวิตอยู่นอกประเทศของเราที่เรารัก
      คุณแม่จะตักเตือนพวกเราเสมอว่าพวกเราต้องทำตามคำสั่งของราชสำนัก
      และแสดงความกตัญญู ความจงรักภักดีต่อราชวงศ์ ความเป็นอยู่ของพวกเรา
      เวลานั้นไม่ง่าย แต่ถึงกระนั้นเราไม่ได้นิ่งเฉย ตรงกันข้ามพวกเราได้ใช้ความพยายามอย่างดีที่สุด
      ที่จะประพฤติตนให้เป็นพลเมืองดี ไม่นำความเสื่อมเสียมาสู่ราชสำนัก

      จุฑาวัชร สำเร็จการศึกษา ปริญญาตรี สาขา avionics and maintenance และ
      มหาบัณฑิตวิทยาการการบิน หลังจากได้เข้าทำงานในอุตสาหกรรมการบิน
      ขณะนี้กำลังศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตในสาขากฎหมาย
      วัชเรศร สำเร็จปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิตในสาขากฎหมาย และ
      มหาบัณฑิต สาขากฎหมาย LLM ปัจจุบันเป็นทนายความ
      จักรีวัชร สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขา psychobiology และ เคมี
      ปัจจุบันกำลังศึกษาแพทย์ และจะเริ่มฝึกงานในโรงพยาบาลเร็วๆนี้
      วัชรวีร์ สำเร็จปริญญาตรี สาขา ธุรกิจสากล และ การเงินการธนาคาร ระดับมหาบัณฑิต
      สาขาการบริหารธุรกิจ ปัจจุบันกำลังศึกษา ระดับดุษฎีบัณฑิต สาขากฎหมาย

      พวกเราเป็นห่วงในข่าวลือต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพ ของ จักรีวัชร ความจริงแล้ว จักรีวัชร
      ป่วยด้วยโรค Neurofibiomatosis (Type ll) ตั้งแต่อายุ 13 ขวบ
      โรคนี้จะมีเนื้องอกในระบบประสาท
      และต้องรับการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือการฉายรังษีเกือบทุกปี
      ด้วยเหตุที่ต้องได้รับการฉายรังษีบ่อยครั้งทำให้ปราสาทหู ได้รับการกระทบกระเทือน
      ทำให้หูข้างหนึ่งไม่ได้ยิน และ ในเดือนสิงหาคมนี้ เขาจะต้องเข้ารับการรักษาอีก
      อย่างไรก็ตาม จักรีวัชรก็ยังตั้งใจที่จะสำเร็จการศึกษาเป็นนายแพทย์

      ตลอดระยะเวลาหลายปี พวกเราได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆ ทำให้หลา่ยคนคิดว่า
      พวกเราอยากอยู่ต่างประเทศ แต่ ตรงกันข้ามพวกเราอยากกลับประเทศไทย

      ถึงแม้ยังมีข่าวไม่ดีไม่ถูกต้องเกี่ยวกับพวกเรา แต่พวกเราไม่เคยตอบโต้
      พวกเราเลือกที่จะอยู่อย่างเงียบๆเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อชื่อเสียงของสถาบัน
      พวกเราขอขอบคุณ ทุกท่านที่ยังห่วง และ คิดถึงพวกเรา
      15 ปีมาแล้ว เราไม่เคยกลับประเทศของเราเลย
      ขอยืนยันว่าพวกเราอยากจะกลับเมืองไทยเสมอและจะรอคอยจนกว่า
      จะได้รับอนุญาติให้กลับ ถึงอย่างไรก็ตามเราก็จะจงรักษ์ภักดีต่อสถาบันตลอดไป

      ด้วยความนับถือ
      จุฑาวัชร วัชเรศร
      จักรีวัชร วัชรวีร์

    • 29 กรกฎาคม 2554

      เพื่อนพ้องน้องพี่ที่เคารพรักทุกท่าน

      ปีนี้ก็เป็นปีที่สิบห้า ที่พวกเราได้มาอาศัยอยู่ในต่างประเทศหลายปีที่ผ่านมา พวกเราได้รับการให้กำลังใจที่เต็มไปด้วยความเมตตากรุณาและความปรารถนาดีจากทางอินเตอร์เนทและอีกหลายๆ แห่งจากประชาชนของประเทศไทย ที่กล่าวมานี้ รวมไปถึงทั้งภายในประเทศไทยและทั่วทุกมุมโลก.

      เราขอแสดงความขอบคุณจากเบื้องลึกของหัวใจเรา ด้วยความเคารพนอบน้อม และเราขอขอบพระคุณที่ท่านทั้งหลาย ไม่เคยลืมพวกเราเลย

      เราได้ทราบมาว่า มีบางท่านที่ยังสงสัย หรือมีคำถามเกี่ยวกับว่าเราไปอยู่แห่งหนตำบลใดภายในหลายปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการลบล้างข้อสงสัยและข่าวลือที่ปราศจากความจริง เราจึงตัดสินใจที่จะขอใช้โอกาสนี้เพื่อที่จะเปิดเผยให้ทราบถึงสถานการณ์ของพวกเรา

      หลายปีที่ผ่านมา เราได้รอคอยอย่างอดทน ต่อคำสั่่ง (เซ็นเซอร์ –ไทยอีนิวส์) เพื่อให้เราทั้งหมด เดินทางกลับไปยังประเทศไทยได้

      ก็เหมือนกับอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เราไม่ได้รับคำตอบใดๆ เลยจากพ่อของเรา คือ (เซ็นเซอร์) หรือ แม้แต่การติดต่อใดๆ ก็ตามจาก(เซ็นเซอร์) เมื่อปี พ.ศ. 2539, ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศอังกฤษ พ่อของเราได้ออกคำสั่งไม่ให้พวกเราเดินทางกลับบ้านในประเทศไทย

      เราได้รับคำสั่งโดยเฉพาะเจาะจงว่า เราไม่สามารถที่จะใช้ ตำแหน่งของทาง(เซ็นเซอร์)ได้ และต้องใช้นามสกุล “วิวัชรวงศ์” แทนไม่ว่าจะเป็นเวลาใดก็ตาม เราไม่เคยที่จะสละตำแหน่งของเราทางฝ่าย(เซ็นเซอร์)โดยสมัครใจ หรือเลือกที่จะยอมใช้นามสกุล (“เซ็นเซอร์”) แทน เนื่องจากว่า เราไม่ได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากทาง(เซ็นเซอร์) โดยทางการเงินหรือเรื่องใดๆ พวกเราได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกากับแม่ของพวกเรา

      เมื่อตอนที่พวกเรายังเล็กอยู่, เราไม่เข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงกับชีวิตของพวกเรา หรือเราก็ไม่สามารถที่จะจับความได้ว่าทำไม พวกเราจะต้องใช้ชีวิตอยู่นอกประเทศที่พวกเรารักเป็นอย่างยิ่ง

      แม่ของเรานั้น ได้เตือนเราเสมอว่า เราจะต้องกระทำตามคำสั่งของทางฝ่าย(เซ็นเซอร์) และเราจะต้องแสดงให้เห็นถึงความกตัญญูและให้ความเคารพ สถานการณ์ของพวกเราในขณะนั้น ไม่เป็นเรื่องที่ง่ายดายเลย อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ได้ยืนอยู่กับที่ แทนที่จะเป็นอย่างนั้น เราก็ได้เรียนรู้ด้วยการฉุดตนเองไปสู่จุดมุ่งหมายที่สูงที่สุดในชีวิต และจะประพฤติในรูปแบบที่จะไม่นำความเสื่้อมเสียและน่าอับอายมาสู่(เซ็นเซอร์)เป็นอันขาด

      จุฑาวัชร์ได้รับปริญญาตรีในสาขาการบินและการบำรุงรักษา และปริญญาโทในสาขาวิทยาศาสตร์การบิน
      หลังจากที่ทำงานอยู่ในกลุ่มงานเกี่ยวกับการบิน ในตอนนี้ เขาก็เข้าเรียนในคณะกฎหมายเพื่อที่จะได้รับปริญญาบัตรทางดุษฎีบัณฑิตในสาขานิติศาสตร์

      สำหรับวัชรศรนั้น หลังจากที่เขาได้รับปริญญาตรีในสาขารัฐศาสตร์, ดุษฎีบัณฑิตทางด้านกฎหมาย และ ปริญญาโทสาขานิติศาสตร์ ในตอนนี้ก็ได้ประกอบอาชีพทนายความอยู่

      จักรีวัชร์ ได้รับปริญญาตรีทางด้านชีวจิต สาขาเคมีเป็นศาสตร์รอง ในตอนนี้เขากำลังเรียนอยู่ในวิทยาลัยการแพทย์ และในไม่ช้าจะเริ่มไปประกอบอาชีพวนเวียนอยู่ในทางคลีนิค

      วัชรวีร์ได้รับปริญญาตรีสองแขนงทางด้านธุรกิจต่างประเทศและทางการคลังและได้รับปริญญาโททางสาขาบริหารธุรกิจ ขณะนี้เขากำลังเรียนอยู่ในสาขานิติศาสตร์ เพื่อที่จะได้รับปริญญาเอกทางกฎหมาย

      นอกจากนี้ เราทั้งหมดก็ยังได้ตระหนักถึงข่าวลือมากมาย ที่ได้ถูกเผยแพร่วนไปวนมาอยู่ในเรื่องสุขภาพของจักรีวัชร์ ข้อเท็จจริงก็คือว่า จักรีวัชร์นั้น กำลังต่อสู้กับโรคท้าวแสนปม (ประเภทที่สอง) ตั้งแต่เขาอายุได้ สิบสามปี โรคที่ทำให้เกิดเนื้องอกปรากฏขึ้นรอบๆ ระบบประสาทของเขาและการผ่าตัดหรือการบำบัดรักษาโดยใช้รังสีช่วยนั้น จะต้องทำในทุกๆ ปี หรือเป็นระยะเวลาแบบนั้น หรือไม่ก็ต้องรักษาเนื้องอกเหล่านี้ เนื่องจากว่าเขาได้รับการฉายรังสีมาเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน จึงเกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทในระบบการฟัง
      และเขาก็เริ่มหูหนวกอยู่หนึ่งข้าง เขาจะได้รับการผ่าตัดอีกครั้งในเดือนสิงหาคมของปีนี้ แม้ว่าจะต้องฟันฝ่าขั้นตอนหลายๆ อย่างแสนสาหัสเป็นกิจวัตรธรรมดา จักรีวัชร์ก็ยังมีความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นที่จะสำเร็จการอบรมทางการแพทย์ของเขา

      เป็นเวลาหลายปี ที่เราได้ใช้ชีวิตของพวกเราอยู่อย่างเงียบๆ ซึ่งก่อให้เกิดการคาดเดาว่า เรามีความปรารถนาที่จะตั้งรกรากอยู่ในต่างประเทศ ในทางตรงกันข้าม แม้ว่าเราต้องการที่จะกลับมาเหลือเกิน เราก็ไม่ที่สามารถฝ่าฝืนกฎระเบียบที่สั่งไม่ให้เราเดินทางกลับมา หรือแม้กระทั่งให้ความเห็นเพื่อเป็นการแก้ไขชื่อเสียงของพวกเรา เรากลัวที่จะเสี่ยงในการกระทำแบบนี้ แม้เพียงที่จะสรุปความคิดเห็นอย่างน้อยนิด ซึ่งอาจจะกลายเป็นความไม่เคารพต่อ(เซ็นเซอร์)ได้

      พวกท่านหลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมเราถึงไม่กล่าวออกมา เพื่อโต้ตอบข่าวลือที่ปราศจากความจริง หรือข้อกล่าวหาที่มีต่อพวกเราทุกคน ความจริงนั่นก็คือ มันเป็นเรื่องที่ดี ในการยอมเจ็บเป็นทุกข์อยู่เงียบๆ
      มากกว่าที่จะเสี่ยงในการทำความเสียหายต่อ(เซ็นเซอร์)

      เราไม่เคยท้อถอยในความปรารถนาที่ว่า สักวันหนึ่ง เราจะได้รับคำสั่งจากประเทศไทยที่อนุญาตให้เรากลับบ้านได้ ทุกๆ ปี เราได้เขียนจดหมายถึงคุณปู่คุณย่าของเรา,(เซ็นเซอร์), คุณพ่อของเรา, คือ (เซ็นเซอร์)และคุณน้าของเรา คือ (เซ็นเซอร์) เราได้เขียนเพื่อที่จะให้พวกเขาได้รับรู้ถึงความเป็นอยู่ในคราวล่าสุดของพวกเรา
      โดยอธิบายพวกเขาให้ทราบถึง ความก้าวหน้าในการเรียนด้านวิชาการต่างๆ รวมไปถึงเรื่องทางการแพทย์ หรือ แม้กระทั่งส่งความปรารถนาดีไปยัง(เซ็นเซอร์)เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ หรือวันเกิด อย่างไรก็ตาม ไม่มีท่านผู้ใดเคยตอบจดหมายที่เราส่งไปให้เลย การสื่อสารนั้น เป็นอยู่ทางฝ่ายเดียวโดยเสมอ

      หลายท่านยังได้คาดคะเนเกี่ยวกับสถานการณ์ของพวกเรา หรือไม่ก็ช่วยกระพือข่าวลือที่ปราศจากความจริงและเต็มไปด้วยความพยาบาทเกี่ยวกับพวกเรา แทนที่จะกล่าวถึงประเด็นเหล่านี้อย่างเปิดเผย และเสี่ยงที่จะโจมตีทางฝ่าย(เซ็นเซอร์) พวกเราได้ตัดสินใจที่จะอยู่อย่างเงียบๆ เราเพียงต้องการที่จะใช้จดหมายเปิดฉับบนี้
      ให้เป็นโอกาสที่จะขอบคุณประชาชนชาวไทยหลายๆ ท่านที่ยังเป็นห่วงและจำพวกเราได้ และเพื่อที่จะแจ้งให้ทราบอย่างชัดเจนว่า ทุกๆ วันที่ผ่านไป พวกเรามีความปรารถนาที่จะเดินทางกลับไปยังประเทศไทย

      เป็นเวลาสิบห้าปีแล้ว ที่เราไม่เคยเข้าไปเหยียบผืนแผ่นดินไทยของเรา และเราคิดถึงประเทศของเราเกินกว่าที่จะพรรณาได้ อย่างไรก็ตาม จนกว่าเราจะได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับได้ พวกเราก็จะยังคงยืนยันความจงรักภักดีที่มีต่อ(เซ็นเซอร์) และสวดมนต์ภาวนาให้กับอนาคตของประเทศอันเป็นที่รักของพวกเรา

      พวกเราขอแสดงความนับถือทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง

      จุฑาวัชร์

      วัชรศร

      จักรีวัชร์

      วัชรวีร์

      บุคคลในครอบครัววิวัชรวงศ์

      null
      null
      null
      null

      คุณแม่ของท่านชายทั้งสี่คือคุณสุจาริณี วิวัชรวงศ์ หรือ ยุวธิดา สุรัสวดี หรือ ยุวธิดา ผลประเสริฐ
      เกิด เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2505 เสกสมรสกับ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระธิดา 1 พระองค์ กับโอรส 4 องค์ คือ

      หม่อมเจ้าจุฑาวัชร มหิดล (ท่านอ้วน) ประสูติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2522 (ปัจจุบัน คือ คุณจุฑาวัชร วิวัชรวงศ์)

      หม่อมเจ้าวัชรเรศร มหิดล (ท่านอ้น) ประสูติเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 (ปัจจุบัน คือ คุณวัชรเรศร วิวัชรวงศ์ )

      หม่อมเจ้าจักรีวัชร มหิดล (ท่านอ่อง) ประสูติเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526 (ปัจจุบัน คือ คุณจักรี วิวัชรวงศ์ )

      หม่อมเจ้าวัชรวีร์ มหิดล (ท่านอิน) ประสูติเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2528 (ปัจจุบัน คือ คุณวัชรวีร์ วิวัชรวงศ์ )

      และพระธิดาหนึ่งพระองค์คือ หม่อมเจ้าหญิงบุษย์น้ำเพชร มหิดล (หรือ หม่อมเจ้าหญิงสิริวัณวรี มหิดล
      ปัจจุบันทรงพระนามว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

      สำหรับคนที่หาบทกลอนของท่านอยู่ หามาให้อ่านกันค่ะ

      Once On A Sandy Beach
      by Vatchrawee Vivacharawongse

      As I rest upon this sandy beach,
      the sun burns and bronzes my back,
      my heart aches as if it has been pricked by
      a thousand thorns as I reminisce about
      the day I rested my head on your
      stretched-out back,
      studying the hills and valleys it creates,
      as I linked the constellation of your
      freckles with my fingers
      and gentley kissed them.
      The love I have for you becomes
      a flame in my heart which will consume
      me alive as I think of the time when you
      traced your fingers over my heart -
      your tantilizing, liquid eyes took
      a breath from my lungs.
      Asked me what you have drawn upon my chest,
      I replied in a whisper
      behind your sandy coloured hair,
      A box filled with dozens of roses.
      Vatchrawee Vivacharawongse

  8. Numfon boucha

    สวัสดีค่ะ …..

  9. dang

    ส่งให้ด้วยค่ะ

  10. ปุน

    ช่วยส่งให้บ้างนะคะ

  11. Dr kassen

    I’m with you, never understood the Thai culture , still trying to understand it. Wish the thai’s were more flexible and understanding instead of being so self centered.

  12. gฟฟฟฟ

    ส่งให้ด้วยคะ

  13. watsamon

    ขอจดหมายด้วยค่ะ

  14. pookpick vioin

    ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะคะ อยากมีโอกาสได้เข้าเฝ้าสักครั้ง

  15. Patdheera

    กรุณาส่งข้อความเต็มมาทางอีเมลได้ไหมคะ

  16. Nok0817924808

    ขอพระสยามเทวาธิราช จงปกปักษ์รักษา ทุกๆท่านให้มีแต่ความสุขความเจริญ และได้กลับเมืองไทยในเร็ววัน ข้าพระองค์ จะรอวันนั้น ทุกลมหายใจ กลับมาเป็นมิ่งขวัญลูกไท ทุกคนในเร็ววันเถิด พระพุทธเจ้าข้า
    SILVER EAGLE

  17. ตุ้ม

    เราไม่เชื่่อในจดหมายนี้ค่ะ เพราะไม่มีความจำเป็นที่ท่านจะเผยแพร่ข่าวสารออกมาที่สื่อให้คนข้างนอกได้รับรู้ ไม่จำเป็นที่ท่านจะต้องมาทำลายตระกูลท่านแบบนี้ คนที่เอามาลง คือคนที่แต่งเรื่องขึ้นเพื่อลบหลู่สถาับันมากกว่า พยายามไปหารูปภาพท่่านมา เสร็จแล้วก็นำมาแต่งเรื่องขึ้น ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องจริง ถ้าคนมีสมองจริงๆ เขาอ่าน เขาไม่เชื่อหรอกค่ะ ..เพราะถ้าท่านทำแบบนี้จริง ทางนี้คงจะจัดการกับเหล่าท่านชายแน่ ดังนั้น เราไม่เชื่อในจม.พวกนี้ 100 % ค่ะ มันไม่มีทางเป็นไปได้ ใครจะรู้ ว่าเรื่องที่ท่านไม่อยากให้คนอื่นรู้ อาจมีสาเหตุบางอย่าง ซึ่งไม่่ใ่ช่เรื่องที่คนอื่นลือไปต่างๆนาๆแน่นอน และไม่คิดว่าท่านจะถูกทอดทิ้งด้วยค่ะ เพราะเราว่าก็ต้องมีการแอบไปเยี่ยมเยียนกันบ้างล่ะ ใครจะไปรู้กับท่านล่ะ …อย่าพยายามแต่งเติมเรื่องเพื่อทำลายสถาบันดีกว่าค่ะ

  18. สามก็ก

    ผมว่าท่านอาจบินกลับมาเที่ยวไทยบ่อยๆก้อได้นะครับ ด้วยเครื่องบิน มันจะอยากอะไรประเทศไทยออกจะใหญ่ใครจะเจอ ลองจินตนาการดูบางนะครับ

  19. นิออน

    อยากทราบข่าวมานานแล้วค่ะและอยากให้ทุกพระองค์กลับมาเมืองไทยของเราคนไทยคิดถึงและเป็นห่วงทุกพระองค์มาก ทำไมไม่กลับมาละคะ และพวกเราจะช่วยได้อย่างไรให้ทุกพระองค์กลับมา โปรดช่วยชี้แนะ

  20. นิออน

    เรื่องนี้ไม่น่าที่จะเป็นเรื่องเสียหายอะไรเลยนะ สมัยก่อนพระเจ้าแผ่นดินก็มีมเหษีหลายคนและมีลูกมากมาย ทำไมจะต้องปิดบังด้วยจะจริงหรือไม่คนไทยก็ยอมรับและรักทายาททุกพระองค์อยู่แล้วอยากให้ทุกพระองค์มาช่วยไทยกู้ชาติกู้แผ่นดิน ไม่จำเป็นต้องครองเมืองทุกพระองค์ก็ได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s