ยึด โบอิ้ง 737 ที่ใช้โดยเจ้าชายไทย(Thai crown prince’s 737 impounded at Munich airport)


737

แฟรงค์เฟิร์ต, กรกฎาคม 13 (รอยเตอร์) –
เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ของเยอ​ร์มันได้ทำการยึด โบอิ้ง 737
ที่ใช้โดยไทย xxxxxx เพื่อค้ำประกันหนี้เก่าที่ค้างช​ำระโดย
รัฐบาลไทย อันเป็นผลมาจากบริษัท ที่เยอรมันล้มละลาย

ยึดโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์​ เครื่องบินถูกปิดสติกเกอร์
(ห้ามเข้า) และถูกถ่ายภาพโดย สำนักงานพิทักษ์ทรัพย์
เมื่อวันอังคาร

“เราต้องการ ได้รับการชำระหนี้ ที่มากกว่า 30 ล้านยูโร
($ 42900000) ที่ค้างมาหลายปี และการยึดทรัพย์นี้เป็น
มาตรการที่รุนแรงและเป็นวิถีทาง​สุดท้ายของเรา,”
พนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เวอร์เนอร์ ไนเดอร์กล่าว

มูลหนี้นี้ย้อนกลับไปกว่า 20 ปีที่แล้ว เมื่อบริษัทเยอร์มัน
Dywidag สร้างถนนเก็บเงิน 26 กิโลเมตรยาวระหว่างกรุงเทพฯ
และสนามบินดอนเมือง บริษัท Dywidag ได้ควบรวมกิจการ
กับบริษัท Walter Bau AG เมื่อปี 2001ซึ่งภายหลังได้ล้มละลาย

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ กล่าวว่า ทุกอย่างทำถูกต้องตามกฎหมาย
โดยได้รับการอนุมัติโดยศาลอนุญา​โตตุลาการ

โฆษกสำนักพระราชวังในประเทศไทยป​ฏิเสธ
ที่จะแสดงความคิดเห็นนอกเหนือจา​ก
กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่ว​นตัวสำหรับเจ้าชาย
(รายงานโดยวิคตอเรียไบรอัน;
รายงานเพิ่มเติมโดย วิทูรย์ อมร ในกรุงเทพฯ;
การแก้ไขโดยหลุยส์ไอร์แลนด์)

($ 1 =. 6991 ยูโร)
http://www.reuters.com/article​/2011/07/13/germany-thaiprince​-idUSLDE76C0GG20110713

http://www.zenjournalist.com/2​011/07/thai-crown-princes-737-​impounded-at-munich-airport/

The Financial Times says the seizure of the plane had to be planned
carefully as the xxx had flown around a variety of German airports
in recent weeks including Dresden, Saarbrücken, Nuremberg and Berlin-Tegel;
it adds that Vajiralongkorn recently visited a Dresden porcelain factory
with an entourage of 40 people. He was not warned in advance about
the seizure of the plane. the Financial Times reports.

As Eric G. John, former U.S. ambassador to Thailand , wrote in a secret
diplomatic cable in November 2009, xxxx spends most of
his time in Germany:

xxx has spent most (up to 75%) of the past two years based in Europe
(primarily at a villa at a medicinal spa 20km outside of Munich),
with his leading mistress and beloved white poodle Fufu. xxx is believed
to be suffering from a blood-related medical condition…
His current (third) wifexxx and 4 year old son… known as xxx,
reside in his xxxxi Palace in Bangkok, but when xxxx travels back to Bangkok,
he stays with his second mistress in the retrofitted Air Force VIP lounge
at Wing Six, Don Muang Airport (note: both mistresses are Thai Airways
stewardesses; the xxx has shifted from flying F5s to Thai Airways Boeings
and Airbuses in recent years. End note). Long known for violent and
unpredictable mood swings, the Crown Prince has few people
who have stayed long in his inner circle.

The xxx pilots his personal 737 in his trips between Thailand
and Germany: it appears regularly on planespotter websites.

Given xxxs reputation for violent rages, it is likely that Thai and
German officials are scrambling to resolve the situation.
The xxxhas a history of diplomatic disasters. In September 1987,
he made a state visit to Japan. Ahead of the trip, he demanded
that his then-mistress accompany him in an official capacity instead
of his wife; the Japanese refused for reasons of protocol.
Once he arrived, things went from bad to worse, as Barbara
Crosette reported in the New York Times:

แปลโดย ดวงจำปา
จาก บล๊อค ของ คุณ Andrew M.Marshall on July 13, 2011

ยาน พาหนะส่วนตัว เครื่องบิน โบอิ้ง 737 ของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร มหาวชิราลงกรณ์ ได้ถูกยึดไว้ที่ สนามบิน มิวนิค โดย ผู้พิทักษ์ทรัพย์สิน ซึ่งพยายามที่จะติดตามหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่ จากบริษัท วอลเตอร์ เบาว์ เอจี ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างของประเทศเยอรมันที่ล้มละลาย. ยานพาหนะส่วนพระองค์ ได้ถูกยึดเนื่องจาก ข้อกล่าวหาในทางการเงินที่มีต่อรัฐบาลไทย – และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับ กรมทางหลวง – และไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับ หนี้สินส่วนพระองค์ของมงกุฎราชกุมาร. อย่างไรก็ตาม ผู้พิทักษ์ทรัพย์สินของบริษัทก่อสร้างประเทศเยอรมันนี้ ได้ยึดเครื่องบินส่วนพระองค์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในการปฎิบัติอย่างแข็งกร้าวเพื่อ ทำความขายหน้าให้กับรัฐบาลไทย เพื่อที่จะจ่ายหนี้สินเสียทีหนึ่ง.

หนี้สินที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท วอลเตอร์ บาว์ นั้น มีจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ ในกิจการของ บริษัททางด่วนดอนเมือง, ซึ่งก่อตั้งเพื่อดำเนินกิจการในทางด่วนจาก ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ไปยังที่ สนามบินนานาชาติแห่งเก่าของเมืองหลวงประเทศไทย. บริษัท วอลเตอร์ เบาว์ นั้น ล้มละลายไปเมื่อปี 2005 และ ผู้พิทักษ์ทรัพย์สิน พยายามที่จะกอบกู้เงินทุน เพื่อที่จะให้ เจ้าหนี้ของบริษัทนั้น ติดตามข้อเรียกร้องที่มีต่อรัฐบาลไทย เนื่องจากได้เปลี่ยนเงื่อนไขในสัญญาที่จะสร้างทางหลวง และ เพนื่องด้วยการปฎิเสธ ที่อนุญาติให้มีการขึ้นค่าทางด่วนสำหรับยานพาหนะที่ต้องใช้ถนนแห่งนี้, ซี่งแสดงให้เห็นว่า โครงการนี้ ไม่มีผลกำไรเลย. ในปี 2009, ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศของประเทศไทยได้สั่งการชำระเงิน 29.2 ล้านยูโร บวกกับ 1.98 ล้านยูโร ในค่าใช้จ่ายบางส่วนสำหรับการละเมิดสัญญา, ผลการพิจารณาความฉบับเต็ม และ ประวัติที่เป็นปัญหาที่ทรมานอย่างยาวนานของ โครงการทางด่วนสนามบินดอนเมือง สามารถอ่านต่อได้ที่นี่: ซึ่งเป็นเสมือนนิยายที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีในเรื่องของการขาดคุณสมบัติและการ คอรัปชั่นในทางฝ่ายรัฐบาล อนุญาโตตุลาการยังพบโดยเฉพาะว่า การลดค่าผ่านทางที่ประกาศโดยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรในปี 2004 นั้น เป็น การละเมิดเงื่อนไขของข้อตกลงกับวอลเตอร์ บอว์ เมื่อผลการตัดสินได้ประการออกมา, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในเวลานั้น ได้ปฎิเสธผลการตัดสิน, และได้กล่าวว่าจะต่อสู้กับผลการตัดสิน ซึ่ง โดยการกระทำเช่นนี้ ก็เป็นอย่างที่ นักการเมืองไทยชอบกระทำกันเมื่อเผชิญกับปัญหา – นั่นก็คือ สร้างคณะกรรมาธิการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อกลบฝังปัญหาให้เข้าไปอยู่ในสารบบเดิมๆ ในงานราชการ. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม คือ นายโสภณ ซารัมย์ ได้กล่าวหาว่า ทางบริษัทของประเทศเยอรมันนั้น กำลัง“เล่นสกปรก”กับทางฝ่ายไทย.

แม้ ว่า ยังไม่มีการชำระเงินใดๆ ต่อค่าเสียหายซึ่ง ศาลอนุญาโตตุลาการ ได้สั่งมา นาย เวอร์เนอร์ ชไนเดอร์ ผู้ตรวจสอบบัญชีของ ออกซ์เบอร์ก ซึ่งเป็นผู้บริหารการล้มละลายสำหรับ บริษัท วอลเตอร์ เบาว์, ตัดสินใจที่จะขอยึดของเครื่องบินที่จะใช้เป็นประโยชน์เพื่อบังคับให้ประเทศ ไทย เพื่อให้ชำระหนึ้สินเหล่านั้นเสียทีหนึ่ง โฆษกของเขาได้รับการยืนยันเครื่องบินได้ถูกยึดเรียบร้อยแล้ว; รายงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ยังสามารถพบได้บนเว็บไซต์ ของบริษัทการเงิน คือ Deutschland The Times. ทาง Financial Times ยังได้กล่าวว่า การยึดเครื่องบินนั้น ได้มีการวางแผนอย่างรอบคอบ เพราะ เมื่อเจ้าฟ้าชายได้ทรงบินไปที่สนามบินในประเทศเยอรมันหลายแห่ง ในสัปดาห์ที่ผ่านมาล่าสุด รวมไปถึง เดรทส์เดน, ซาร์บรัคเก้น, นูเรมเบิร์กและ เบอร์ลิน – ไทเกิ้ล; มีข้อมูลเพิ่มขึ้นมาว่า เจ้าฟ้าชาย มหาวชิราลงกรณ์ เพิ่งทรงไปเยือนเยี่ยมชมโรงงานเครื่องลายครามที่เดรสเดิน สิ่งมีกลุ่มในคณะทั้งหมด 40 คน. พระองค์ไม่ได้รับคำเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับการยึดของเครื่องบิน จากรายงานของ ไฟแนนท์เชี่ยลไทม์ส

ตามที่อดีตเอกอัคราชฑูตของประเทศสหรัฐอเมริกา, นายอีริค จี จอห์น, ได้เขียนไว้ใน เคเบิ้ลลับทางการฑูต เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2009, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารวชิราลงกรณ์ ได้ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ของพระองค์ในประเทศเยอรมันนี.

เจ้า ฟ้าชายได้ทรงขับเครื่องบิน โบอิ้ง 737 ด้วยพระองค์เอง เมื่อเดินทางระหว่างประเทศไทยและประเทศเยอรมันนี ซึ่งได้ปรากฎให้เห็นอยู่อย่างเป็นปรกติ จากกลุ่มเวปไซค์ต่างๆของผู้ติดตามการปรากฎของเครื่องบินเหล่านั้น

 

ไม่เป็นที่น่าสงสัย เลย ที่การยึดเครื่องบินนั้น จะทำให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารเชื่อว่า เป็นการกระทำอย่างร้ายกาจอย่างคาดไม่ถึงต่อพระองค์ท่าน. คำถามที่ตามมาตอนนี้ก็คือว่า พระองค์จะทรงทำอย่างไรต่อ, และ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทย จะดำเนินการแก้ไขอย่างด่วนจี๋แค่ไหน ต่อความยุ่งเหยิงในตอนนี้..

About these ads

1 Comment

Filed under Thaiuknews

One response to “ยึด โบอิ้ง 737 ที่ใช้โดยเจ้าชายไทย(Thai crown prince’s 737 impounded at Munich airport)

  1. Spectacular. It is some greater put up that i’ve ever discover. But merely how can you take care of the whole set of conditions that you have at the present time?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s