วิจัย”กระชาย ดำ” แก้สารพัดโรค

วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 1722 ข่าวสดรายวัน



พลาดิศัย จันทรทัต

“กระชาย ดำ” พืชสมุนไพรที่นิยมนำมาผลิตเป็นยารักษาโรค ยาบำรุงร่างกาย และเครื่องดื่ม โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์โอท็อป

เป็นพืชที่นิยมปลูก กันในภาคอีสาน โดยเฉพาะที่ จ.เลย และ จ.เพชรบูรณ์ อีกทั้งยังพบในบางจังหวัดทางภาคกลาง เช่น จ.กาญจนบุรี

ตามความ เชื่อของชาวเขาเผ่าม้ง ถือว่ากระชายดำเป็นสมุนไพรประจำเผ่า พวกเขาจะนำกระชายดำใส่ย่ามติดตัวไปตลอดเวลา เมื่อต้องเดินขึ้นภูเขาจะนิยมกิน เพื่อเพิ่มพละกำลังทำให้ไม่เหนื่อย

นอก จากนี้ ยังมีคุณสมบัติแก้ปวดเมื่อย เหนื่อยหอบ หืดหอบ บำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง แก้ใจสั่นหวิว ขับปัสสาวะ แก้บิดมูกเลือด แก้ปวดมวนในท้อง

แต่ สรรพคุณที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ มีฤทธิ์เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ จึงทำให้ผู้คนนิยมบริโภคอย่างกว้างขวาง

ดังในปัจจุบันกระชายดำถูกแปร รูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ชากระชายดำ กระชายดำแคปซูล ไวน์กระชายดำ กระชายดำอบแห้ง กระชายดำดองเหล้า

ทางนักวิชาการเองก็นำพืชชนิดนี้มา วิจัย เพื่อนำประโยชน์ของมันมาใช้ให้ได้หลากหลายมากที่สุด โดยเฉพาะที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิต ภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยา ลัยขอนแก่น ได้ศึกษาวิจัยสรรพคุณของพืชชนิดนี้ ภายใต้ชื่อโครงการ “ศึกษาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพและการทดสอบทางคลินิกของสารสกัดกระชายดำ” โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

รศ.ดร.บังอร ศรีพานิชกุลชัย คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ และผอ.ศูนย์วิจัยฯ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของโครงการวิจัยกระชายดำมีที่มาจากภาคอีสาน ซึ่งเป็นภาคที่ปลูกกระชายดำกันมาก เมื่อวช.ให้การสนับสนุนทุนด้านสมุนไพร ทางศูนย์วิจัยฯ จึงเลือกศึกษากระชายดำ

โดยเริ่มต้นในปีแรกพ.ศ.2547 เน้นในเรื่องการสกัดออกมาเป็นสารสกัดที่ดี โดยหาสารสำคัญที่เป็นตัวควบคุมคุณภาพ เพราะเราเห็นกระชายดำในรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่วางขายตามท้องตลาดมากมาย บางคนใช้แล้วได้ผล บางคนบอกไม่ได้ผล ซึ่งมาจากการขาดการควบคุมเชิงคุณภาพของสารสำคัญ

จากนั้นทางศูนย์ สามารถสกัดกระชายดำ ได้สาร ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ถึง 11 ตัว สารตัวนี้เป็นกลุ่มสารที่คนรู้จักกันมาก โดยเฉพาะในถั่วเหลือง ที่มีเอสโตรเจนฮอร์โมน แต่ตัวที่ได้แตกต่างตรงที่เป็นฟลาโวนอยด์ ที่โครงสร้างหลักคล้ายกัน แต่มีตัวโครงสร้างที่แตกต่าง 11 ตัว และเราใช้สารเหล่านี้เป็นตัวควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์

รศ.ดร.บังอร อธิบายว่า หลังจากได้สารสกัดแล้ว จึงเริ่มเน้นไปที่การวิจัยทดลอง โดยเอาสารสกัดที่ได้มาทดลองอันแรกสุด คือ ฤทธิ์ต้านการอักเสบ โดยทดสอบตั้งแต่ระดับสัตว์ทดลอง ระดับเซลล์เพาะเลี้ยง ซึ่งผลที่ได้ดีมากๆ

จาก นั้นจึงทดลองด้านการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง กระปรี้กระเปร่า และความจำดี โดยสามารถอธิบายใน 2 เรื่องแรกได้จากฤทธิ์ต้านการอักเสบ ที่มีคุณสมบัติลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายช่วยให้คนทำงานหนักรู้สึกว่าร่าง กายไม่อ่อนเพลีย ส่วนด้านความจำได้ทดสอบในสัตว์ทด ลองและคน ผลคือสามารถเพิ่มความจำได้ โดยเฉพาะการทดสอบกับผู้สูงอายุ เกิดการเรียนรู้และมีความจำที่ดีขึ้น

“ส่วน สมรรถภาพทางเพศ เราใช้หนูตัวผู้ที่เป็นโมเดลในการทดสอบ โดยให้กินสารสกัด จากนั้นนำมาไว้กับหนูตัวเมียปรากฏว่าหนูตัวผู้ขึ้นขี่หนูตัวเมียมากขึ้น จากการทดสอบนี้พบว่า การไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศของหนูเพิ่มมากขึ้น มีอิทธิพลในเรื่องความต้องการทางเพศ”

“จากนั้นจึงเพิ่มระดับมาทดสอบ กับผู้สูงอายุ โดยมีขั้นตอนตั้งแต่การสร้างบรรยากาศให้ผู้ทดสอบ วัดขนาดอวัยวะเพศ และกรอกแบบ สอบถาม ถือว่าได้ผลเป็นอย่างดี โดยอาสาสมัครอยากได้ผลิตภัณฑ์ไปกินต่อ” ผอ.ศูนย์วิจัยฯ กล่าว

นอกจาก สมรรถ ภาพทางเพศแล้ว ทางศูนย์ยังวิจัยด้านอื่นๆ ที่สำคัญคือ ฤทธิ์การฆ่าเซลล์มะเร็ง พบว่ามีฤทธิ์จริง จากการวิจัยกับเซลล์เพาะเลี้ยง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งในคนได้ โดยฤทธิ์กระชายดำที่พบสามารถต้านมะเร็งตับ และการกลายพันธุ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดมะเร็ง ทั้งยังทดสอบฆ่าเชื้อในช่องปากที่ทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร ได้ผลในระดับหนึ่ง

อาจารย์บังอร ระบุว่า ส่วนฤทธิ์ที่ศูนย์วิจัยฯ ให้ความสำคัญมากในขณะนี้ คือ ฤทธิ์การลดน้ำตาล และไขมัน จากการทดสอบกับสัตว์ทดลอง โดยทำให้สัตว์ทดลองเป็นเบาหวาน เมื่อให้สารสกัด ผลปรากฏว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้

ตรงนี้เป็นเรื่องที่ น่าสนใจ เพราะถ้าลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้ ก็อาจจะทำให้ร่างกายแข็งแรง เพราะมีน้ำตาลออกมาใช้ ทำให้ระดับน้ำตาลลดลง ดังนั้นจะต้องพิสูจน์ต่อไปโดยทดสอบในคน ว่ามีประสิทธิภาพกับคนจริงหรือไม่

ส่วนการลดไขมัน จากการทดสอบโดยทำให้หนูมีไขมันในเลือดสูง จากนั้นให้สารสกัดไป ผลปรากฏว่าไขมัน คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และแอลดีแอล หรือไขมันเลวลดลง ไขมันเอชดีแอล หรือไขมันดีเพิ่มมากขึ้น และกำลังจะทดลองกับคนต่อไป

ด้าน นายกฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ รองเลขาธิการ วช. ร่วมกล่าวว่า การวิจัยมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ แต่ปัจจุบันยังมีปัญหาในการนำผลวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างทั่วถึง วช.จึงมีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนผลงานวิจัยที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศให้ เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ

โดยตระหนักและเห็นความสำคัญใน ผลงานการวิจัยต่างๆ จึงให้ทุนสนับสนุนมาโดยตลอด โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนในประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

About these ads

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s